Masukย้อนไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ณัฐชาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อให้กำลังใจตัวเอง ก่อนจะจัดชุดให้เรียบร้อยเข้าที่อีกครั้ง เธอไม่ได้เลือกชุดที่ดูเนี้ยบจนเกินไปสำหรับการมาสัมภาษณ์งานในวันนี้ เพราะรู้ดีว่าในวัยของเธอการแต่งกายที่เรียบร้อยคือการสร้างความประทับใจแรกให้กับนายจ้าง
หญิงสาวก้าวเดินเข้าไปในตึกใหญ่หรูหราด้วยจังหวะการเดินที่มั่นคง บริเวณไหล่สะพายกระเป๋าหนังดีไซเนอร์สีดำขนาดกลาง เข้าสู่โถงทางเข้าของอาคาร ทุกย่างก้าวของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและประสบการณ์ชีวิตที่สั่งสมมา
รองเท้าส้นสูงสีครีมเงาวับกระทบกับพื้นหินอ่อนอย่างมีจังหวะ ไม่ใช่แค่การเดินของคนที่มาสัมภาษณ์งาน แต่เป็นการก้าวเดินของหญิงสาวที่รู้คุณค่าในตัวเอง
กระโปรงสีเทายาวเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อย เผยให้เห็นเรียวขาเนียนที่ยังคงดูเพรียวสวย เสื้อสูทแบบพอดีตัวเน้นช่วงเอวที่คอดกิ่วอย่างได้อย่างลงตัว แม้จะมีความเป็นแม่คนมานานหลายปี แต่เธอก็ยังดูสาวและสวยไม่แพ้เด็กรุ่นใหม่
ภายใต้เสื้อสูทที่ณัฐชาสวมใส่ ด้านในคือเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวงาช้าง มีดีเทลปกคอตั้งและผูกเป็นโบว์หลวมๆ ทำให้ดูสุภาพแต่ก็แฝงไว้ด้วยความอ่อนหวานและมีรสนิยม ผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบตึงไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย เผยให้เห็นใบหน้าเรียวสวยที่แต่งแต้มอย่างบรรจงด้วยโทนสีอ่อนแต่ลิปสติกยังคงสีแดงสดที่ขับผิวหน้าของเธอให้ดูเปล่งปลั่งและอ่อนเยาว์
คุณอรุณศรีมารดาของรามัญ ได้เป็นคนคัดเลือกหญิงสาวที่จะมาเป็นเลขาฯ ของลูกชายด้วยตัวเอง เธอไม่เลือกสาวโสด เพราะเกรงว่าหญิงสาว ๆ พวกนั้นจะมาจับบุตรชายเหมือนครั้งในอดีตที่วิมลวรรณเคยทำมาแล้ว
คุณอรุณศรีและบุตรสาวคัดเลือกเลขาฯ ที่มาทิ้งใบสมัครเอาไว้ได้ประมาณห้าคน จากนั้นก็ส่งมาให้รามัญบุตรชายเป็นคนเลือกอีกที และเขาก็บอกฝ่ายบุคคลให้ติดต่อณัชชามาสัมภาษณ์งานในวันนี้ ซึ่งนั่นแปลว่าเขาได้เลือกเธอแล้ว
“สวัสดีค่ะ ดิฉันณัชา มาสัมภาษณ์งานที่ฝ่ายบุคคลโทรไปนัดไว้ค่ะ” หญิงสาวกล่าวทักทายพนักงานต้อนรับในชุดยูนิฟอร์มสีครีมด้วยกิริยาที่นอบน้อม
“อ๋อ สักครู่นะคะ” พนักงานรีบโทรติดต่อฝ่ายบุคคลทันที และเสียงที่ตอบกลับมาคือ ให้พาหญิงสาวตรงหน้าไปยังห้องของท่านประธาน
“เชิญทางนี้ค่ะ คุณณัฐชา” พนักงานต้อนรับหญิงผายมือ
ณัชชาเดินตามพนักงานผ่านประตูบานใหญ่ที่ทำจากไม้เนื้อดี ไปยังปีกที่เงียบสงบที่สุดของอาคาร ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าห้องที่มีป้ายชื่อติดเอาไว้อย่างเรียบง่าย
รามัญ พีระพัฒนากุล
“นี่ห้องของท่านประธานค่ะ ท่านต้องการจะสัมภาษณ์คุณณัฐชาด้วยตัวเอง” พนักงานที่มาส่งบอกกับเธอ
วินาทีที่ณัฐชาเห็นชื่อของประธานบริษัทนั้น ความประหม่าที่พยายามสะกดเอาไว้ก็ปะทุขึ้นมาในใจ หญิงสาวตระหนักได้ทันทีว่าผู้บริหารอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ระดับหมื่นล้าน กำลังจะสัมภาษณ์เธอด้วยตัวเอง!
บริษัท พีระพัฒน์ เรียลตี้ กรุ๊ป ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ธรรมดา แต่คือหนึ่งในผู้นำแห่งวงการอสังหาฯ ระดับต้น ๆ ของประเทศ เจ้าของโครงการคอนโดมิเนียมหรูและคอมมูนิตี้มอลล์ที่ผุดขึ้นตามจังหวัดต่าง ๆ เกือบทุกจังหวัด และการที่จะได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวของรามัญนั้น ไม่ได้วัดกันที่ใบปริญญาหรือประสบการณ์เพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ความสามารถในการรับมือกับความกดดันสูงสุด
ณัฐชาหลับตาลงชั่วขณะ ราวกับกำลังรวบรวมพลังทั้งหมดที่สั่งสมมา เธอสูดลมหายใจลึก ๆ ให้เต็มปอด ก่อนที่พนักงานสาวจะเปิดประตูบานนั้นออก เพื่อให้เธอก้าวเข้าสู่ห้องทำงานอันเงียบสงบของเจ้านายคนใหม่
ภายในห้องประดับประดาด้วยงานศิลปะร่วมสมัยราคาแพง หญิงสาวทอดสายตาออกไปยังทัศนียภาพของเมืองหลวงผ่านกระจกบานใหญ่ มันเป็นภาพที่สวยงาม
รามัญ พีระพัฒนากุล ในวัย 41 ปี ยังคงเป็นชื่อผู้บริหารที่ณัฐชาอ่านประวัติและศึกษาของเขามาเป็นอย่างดี แต่ภาพที่เธอเห็นตรงหน้า มันเต็มไปเสน่ห์ที่ยากจะต้านทาน ชุดสูทสีเข้มถูกตัดเย็บอย่างประณีตจากแบรนด์ดังระดับโลกแนบกระชับกับรูปร่างอันสมส่วน ทำให้เขายิ่งดูสง่ากว่าในรูปที่เธอเคยดูตามข่าวต่าง ๆ
ณัฐชาลอบสำรวจใบหน้าของเขา ที่ไม่ได้หล่อแบบใส ๆ แต่เป็นความหล่อที่มากด้วยประสบการณ์ ใบหน้าคมสันกรอบหน้าชัดเจนรับกับสันกราม ดวงตาคมกริบเต็มไปความมั่นใจ มีเพียงร่องรอยตามวัยที่แสดงให้เห็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
รามัญนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำอย่างผ่อนคลาย ดวงตาของเขามองตรงไปมายังร่างบอบบางของหญิงสาว ขณะที่เธอกำลังนั่งลงตรงหน้าเขา
รามัญเองก็มองใบหน้าของเธออย่างพิจารณาเช่นกัน และมันก็ไม่ใช่เพียงเพราะความสามารถที่โดดเด่นในเอกสารสมัครงานของเธอเท่านั้นที่เขาตัดสินใจเรียกเธอมาสัมภาษณ์... แต่เป็นเพราะใบหน้าสวยหมดจดของณัฐชาในใบสมัครต่างหากที่รามัญอยากจะเห็นตัวจริงของเธอ หญิงสาวตรงหน้าดึงดูดสายตาของเขาจนยากจะละเลย
ณัฐชานั่งหลังตรง ถึงแม้จะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าฉาบอยู่ในดวงตาบ้างเล็กน้อย แต่รอยยิ้มที่เธอมอบให้ก็ยังคงอ่อนโยนและน่ามอง
ห้องทำงานของผู้บริหารสูงสุดที่ตกแต่งด้วยความเรียบหรูและเงียบสงบ ถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ ณัฐชานั่งอยู่ตรงข้ามโต๊ะทำงานขนาดใหญ่
เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมความประหม่าที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มอย่างมืออาชีพ เพราะดวงตาคมกริบคู่นั้นกำลังจับจ้องเธออย่างเปิดเผย ชนิดที่ทำให้เธอรู้สึกราวกับถูกเปลื้องผ้า
“สวัสดีค่ะ ดิฉัน ณัฐชาค่ะ” เธอเอ่ยทักทายเสียงดังพอประมาณ และรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากสายตาคมของคนตรงหน้า มันไม่ใช่แค่ลักษณะท่าทางของเธอที่เขามอง แต่เป็นเรืองร่างของเธอมากกว่า ณัชชาคิดอย่างนั้น
“สวัสดีครับ คุณณัฐชา” เสียงทุ้มของรามัญเอ่ยรับอย่างนุ่มนวล ทว่าในความนุ่มนวลนั้นกลับแฝงไว้ด้วยอำนาจและความเย้ายวน จนทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง
“ที่ผมเรียกตัวคุณมาสัมภาษณ์งานวันนี้ ก็เป็นเพราะสนใจประวัติการทำงานของคุณ” รามัญกล่าวช้า ๆ แต่ละคำเน้นหนักอย่างจงใจ พลางกวาดสายตาสำรวจใบหน้าหมดจดของเธออีกครั้งอย่างตั้งใจราวกับกำลังอ่านหนังสือที่น่าค้นหา
“แต่ผมสงสัย...เหตุผลที่คุณลาออกจากบริษัทเดิม คุณพอจะอธิบายให้ฟังได้มั้ยครับ” คำถามตรงประเด็นทำให้รอยยิ้มของณัฐชาเจื่อนลงเล็กน้อย เธอประสานมือบนตัก พยายามรวบรวมคำพูดที่ดูเป็นมืออาชีพที่สุดเพื่อกลบซ่อนเหตุผลที่แท้จริง
“คือดิฉันต้องการความมั่นคงที่มากขึ้นค่ะ” เธอเลือกคำที่ปลอดภัยที่สุด แต่ในใจก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ พลางนึกถึงอดีตเจ้านายที่ทั้งเจ้าชู้และไร้ขอบเขตจนน่ารังเกียจ
“แค่นั้นเองเหรอครับ” รามัญเลิกคิ้วสูงอย่างไม่เชื่อนัก ท่าทางของเขาราวกับนักล่าที่กำลังหยั่งเชิงเหยื่อ
“แต่เงินเดือนที่ผมให้มันก็แทบจะไม่ต่างจากที่ทำงานเดิมของคุณเลยนะครับ” ณัฐชารู้สึกว่าถูกจับได้ ร้อนถึงกับต้องหาเหตุผลอื่นมาเสริมความน่าเชื่อถือ
“คือตอนนี้ดิฉัน คิดว่าที่ทำงานของคุณอยู่ใกล้กับที่บ้านน่ะค่ะ...มันเลยทำให้ฉันสะดวกในการเดินทาง”
“อ๋อ แบบนั้นเรียกว่าสะดวกมากกว่าครับ” รามัญยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ดูถูก แต่กลับดูเหมือนเขาจะเข้าใจอะไรบางอย่างที่เธอไม่ได้พูดออกมา ทำให้เธอยิ่งรู้สึกว่าเขากำลังอ่านความคิดของเธออยู่
“แต่บริษัทของคุณรามัญ ก็ดูมีความน่าเชื่อถือและมั่นคงกว่าบริษัทเดิมที่ฉันเคยทำอยู่มากค่ะ” ณัฐชายังพยายามจะเน้นย้ำ
“อืม” รามัญพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะครางเสียงในลำคอ และเปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจังแต่ยังคงความสุภาพไว้
ตอนที่ 34 ตอนจบหนึ่งเดือนต่อมาหลังจากมิ่งมญขึ้นรับตำแหน่งประธานบริษัทตามแผน อดิศรก็กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในพีระพัฒน์เรียลตี้กรุ๊ป เขาเบิกจ่ายเงินได้อย่างตามใจ จนบัญชีของบริษัทเริ่มมีปัญหา คุณสุมิตราที่สังเกตเห็นความผิดปกติของการเงินในบริษัทและอาการของบุตรสาวที่ดูซึมเศร้า จึงคาดคั้นความหาจริง สุดท้ายมิ่งมญก็ต้องยอมสารภาพด้วยน้ำตาถึงเรื่องราวทั้งหมดว่าเธอไม่ได้ต้องการคบหากับอดิศร แต่เธอถูกเขาบังคับคุณสุมิตราหัวใจสลายที่ลูกสาวสุดที่รักถูกแบล็กเมล์ แต่ด้วยความรักบริษัทและเกียรติยศของตระกูล เธอจำต้องยอมแบกหน้าไปอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากลูกชายคนโตที่กำลังแยกตัวไปก่อตั้งบริษัทใหม่“ราม แม่ขอร้องล่ะ บริษัทของเราถูกยักยอกเงินจากไอ้ผู้ชายคนนั้น แถมน้องสาวแกก็ยังถูกแบลคเมลจากมันอีก ถ้ารามไม่เห็นแก่แม่ ก็เห็นแก่น้องเถอะนะลูก!!” คุณสุมิตราวิงวอนอย่างน่าสงสาร“ผมไม่มีเวลาหรอกครับแม่ บริษัทของผมเพิ่งจะเริ่มต้น” รามัญปฏิเสธอย่างเย็นชา คุณสุมิตรากลับไปอย่างผิดหวัง ณัฐชาเห็นภาพแม่สามีที่ดูน่าเวทนาและหมดหนทาง เธอจึงสงสารและเข้าไปช่วยพูดกับรามัญ“คุณราม!!!“คุณมีอะไรณัฐชา”“ณัฐขอพูดอะไรหน่อยได้มั้ยคะ..เรื่
ตอนที่ 33 บทลงโทษที่แสนเร่าร้อน NCอดิศรไม่รอช้าที่จะครอบครองสิ่งที่เขาต้องการ มือหนาเข้าตะครุบทรวงอกคู่นั้นอย่างหิวกระหาย สองเต้านมของมิ่งมญมันช่างใหญ่โตถูกใจเขา แถมมันยังขาวนวลเนียนกลมกลึงอวบอัดได้รูปดูเต่งตึงไม่หย่อนคล้อยเลยสักนิด แถมยอดปทุมถันก็มีสีชมพูสดระเรื่อ มันเล็กสวยงามจนน่าดูดกลืนลงไปในลำคอ สมแล้วที่เขาลงทุนเฝ้าตามจีบเธอมาเป็นแรมปีหนุ่มใหญ่นิสัยไม่ต่างจากพ่อ รีบโน้มตัวลงใช้ปากครอบครองยอดอกสีหวานอย่างบ้าคลั่ง ดูดดึงสลับกับใช้ลิ้นตวัดเลียจนมิ่งมญต้องแอ่นอกหนีการสัมผัสนั้น“ทีแรกพี่ก็ไม่คิดว่าจะเอามญตอนที่ยังหลับหรอก แต่พอเห็นร่างเปลือยๆ ของมญแล้ว... มันอดใจไม่ไหวจริง ๆ ” อดิศรพึมพำเสียงพร่าหอบถี่ๆ ขณะที่ใบหน้ายังคงซุกอยู่กับซอกคอของเธอ“มญสวยถูกใจพี่ที่สุด!” มิ่งมญดิ้นรนอย่างอ่อนแรง“ปล่อย... ปล่อยนะคะ พี่ล้ง!!!” ถึงแม้ความรู้สึกจะเต็มไปด้วยความขยะแขยง แต่เธอก็ต้องทำเสียงอ่อนเสียงหวานเพื่ออ้อนวอนให้เขาปลดปล่อย แต่อดิศรไม่สนใจ เขากลับยิ่งบีบขย้ำเนินอกของเธอหนักขึ้น จนหญิงสาวต้องครางออกมา“พี่ขออีกรอบนะจ๊ะ ไหน ๆ มญก็ฟื้นแล้ว” เขาเอ่ยเสียงพร่า ก่อนจะใช้ฟันขบเม้มยอดถันสีสวยของเธ
ตอนที่ 32 ยังไม่ตื่นจากฝันร้าย NCมิ่งมญลืมตาตื่นอย่างสะลึมสะลือในความมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากในห้องน้ำที่เปิดทิ้งเอาไว้ ความรู้สึกแรกคือความปวดร้าวไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย มันเป็นความเจ็บปวดที่บาดลึกกว่าการเหนื่อยล้าในแบบทั่ว ๆ เนื้อตัวระบมและเมื่อยขบราวกับเพิ่งผ่านการออกกำลังกายมาอย่างหนักหน่วงหญิงสาวพยายามตั้งสติลำดับความคิดว่ามาอยู่บนเตียงนี้ได้อย่างไร และที่นี้คือที่ไหน เท่าที่เธอจำความได้ครั้งสุดท้าย เธอเพิ่งกลับจากงานมงคลสมรสของพี่ชาย และดื่มไวน์แก้วสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบในรถของอดิศรความตกใจเข้าจู่โจมจนเธอต้องรีบสำรวจตัวเอง ชุดเดรสเกาะอกสีขาวที่เธอสวมใส่อยู่ยับยู่ยี่และถูกเลื่อนลงมากองอยู่บริเวณเอวอย่างหลวมๆ เผยให้เห็นเนินอกขาวที่ไม่อาจซ่อนเร้น ร่องรอยแดงจางๆ จากการถูกบีบคั้นปรากฏอยู่ชัดเจน สายเสื้อชั้นในบางส่วนถูกปลดและเผยอออก ตอกย้ำถึงการถูกล่วงละเมิดอย่างทารุณที่น่ากลัวที่สุดคือ ความรู้สึกเปียกชื้นที่หว่างขา เธอสัมผัสได้ถึงน้ำรักที่เหนียวเหนอะหนะ ไหลเอ่อออกมาจากร่องรักอย่างไม่ขาดสาย ความร้อนรุ่มและอิ่มเอมที่ไม่ใช่ของเธอเองจึงทำให้มิ่งมญแน่ใจอย่างสิ้นสงสัยว่าเธอถูกล่วงละเมิด แ
ตอนที่ 31 เสพสุขแบบพี่น้อง NCภูรวิชเงยหน้าขึ้นมามองพีรยาในกระจก ภาพสะท้อนใบหน้าของน้องสาวที่บิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านทำให้เลือดในกายเขาเดือดพล่าน ความอดทนของเขามลายหายไปสิ้น ก่อนจะจับท่อนเอ็นอันใหญ่โตของตนเอง สอดแทรกเข้าไปในร่องหลืบอุ่นๆ ของพีรยาอย่างรุนแรงและมิดด้าม“อร๊ายยย!!!” พีรยาสะดุ้งเฮือก เธอร้องเสียงหลงเมื่อส่วนลึกที่สุดถูกรุกราน“จุกจังพี่ภู อื้ยยย!!!...แรงกับหนูอีกแล้วนะ”“ขอโทษครับ ก็นัตตี้ยั่วพี่นี่” ภูรวิชตอบเสียงพร่าหอบถี่ๆ“หนูยั่วอะไร หื้อ!!”“นัตตี้ยั่วพี่ อื้มมมม!!” ภูรวิชตอบด้วยการกดสะโพกกระแทกซ้ำเข้าไปอย่างหนักหน่วง เขาเร่งจังหวะให้เร็วและรุนแรงขึ้น“พี่ภูขา อร๊ายย หื้อๆๆ” เสียงครางหวานสลับกับเสียงสะอื้นจากความเสียวซ่านดังลั่นในห้องน้ำ“เสียวมั้ย!!!”“ท่านี้ทั้งเสียวทั้งลึกเลยค่ะ” พีรยาสารภาพขณะจ้องมองภาพสะท้อนของร่างกายที่ผสานกันในกระจก ภาพนั้นเร้าอารมณ์ของเธอจนแทบคลั่ง“ชอบมั้ย”“ชอบ... แต่... อย่าทำนานนะคะ”“ทำไมละ”“หนูเจ็บเข่า” พีรยาบอกเมื่อขาที่พาดอยู่บนเคาน์เตอร์เริ่มรับน้ำหนักไม่ไหว“งั้นลงมายืนสิ” ภูรวิชไม่รอช้า ชักท่อนเอ็นร้อนผ่าวออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อน
ตอนที่ 30 รักต้องห้าม NCแม้คืนนี้จะเป็นคืนวิวาห์ของพ่อกับแม่ แต่มันได้กลายเป็นคืนแห่งการเริ่มต้นความสัมพันธ์ลับๆ ของทั้งสองอีกครั้งไปโดยปริยาย พีรยาและภูรวิชเหมือนน้ำมันกับไฟ อยู่ใกล้กันเมื่อไหร่ก็เป็นจุดติดทันทีเมื่อเข้ามาในห้องนอน ภูรวิชไม่รอช้า ดึงตัวน้องสาวที่รักเข้ามากอดอย่างแนบแน่น“ให้กอดอย่างเดียวเหรอครับ... นัตตี้” เขาถามเสียงกระซิบ ขณะที่ริมฝีปากซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ“แต่พี่ไม่ไหวแล้ว” พีรยาอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนของเขา จากนั้นข้อตกลงเรื่องพี่น้องถูกลืมเลือนไปในทันที“อย่าค่ะพี่ภู!!!!..ไหนว่าจะกอดหนูอย่างเดียวไง” แม้จะส่งเสียงร้องห้าม แต่เธอก็ตอบรับสัมผัสร้อนผ่าวที่เขามอบให้ พีรยาโน้มตัวไปหาพี่ชายอย่างไม่ปิดบังความต้องการ ตอนนี้ในตัวเธอร้อนรุ่มไปหมด แม้จะคบกันมาเกือบสองเดือน แต่ทั้งสองก็แทบไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน ความหิวโหยที่สะสมมานานจึงพร้อมจะปะทุในค่ำคืนนี้ภูรวิช โน้มตัวไปประกบปากรับริมฝีปากนุ่มของน้องสาว ก่อนจะดูดมันเบาๆ อย่างเย้ายวน ลิ้นร้อนๆ สอดแทรกริมฝีปากสีชมพูนั้นเข้าไปอย่างเร่งเร้าพีรยาก็ตอบรับและยื่นลิ้นของเธอไปพัวพันกับของพี่ชายอย่างดูดดื่มออกรสออกชาติ ภูรว
ตอนที่ 29 อดใจไม่ไหวหนึ่งเดือนต่อมาท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยดอกไม้สีขาวสะอาดตารามัญและณัฐชาได้ฤกษ์เข้าพิธีวิวาห์อย่างชื่นมื่น ณัฐชาในชุดเจ้าสาวเรียบหรูดูสง่างาม เคียงข้างเจ้าบ่าวผู้หล่อเหลาที่สายตาเต็มไปด้วยความรักและความอ่อนโยนแม้พิธีจะจัดขึ้นอย่างอบอุ่นเป็นงานเล็ก ๆ ไม่ได้ใหญ่โตอะไรตามความต้องการของคู่บ่าวสาว แต่บรรยากาศภายในงานก็ยังคงมีความตึงเครียดเล็กน้อย เมื่อคุณสุมิตรามารดาของรามัญและมิ่งมญน้องสาวของรามัญยอมเข้าร่วมงานในที่สุด และการเข้าร่วมของทั้งสองไม่ใช่เพราะการยินยอมด้วยหัวใจ แต่เป็นเพราะเงื่อนไขทางธุรกิจที่รามัญยอมแลกรามัญได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะให้มิ่งมญเลื่อนขึ้นเป็นประธานบริษัทแทนตนเอง เพื่อแลกกับการที่มารดาของเขายอมรับณัฐชาเข้าสู่ตระกูลในฐานะลูกสะใภ้ช่วงหัวค่ำเป็นการเลี้ยงฉลองงานมงคลสมรสของรามัญและณัฐชา บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขและความยินดี อดิศร หรือ ล้ง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเสี่ยซ้ง ยืนโดดเด่นภายใต้สูทภูมิฐานอยู่หน้างาน เขามีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์คล้ายผู้เป็นพ่อไม่มีผิด ท่าทางของเขาที่เดินเข้ามาในงานนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ ท่ามกลางแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความย







