Masukรามัญเลี้ยวรถเข้าซอยเล็ก ๆ ที่ดูคุ้นเคย ก่อนจะจอดเทียบหน้าร้านอาหารตามสั่งธรรมดา ๆ ที่มีป้ายบอกชื่อร้านทำจากไวนิลเก่า ๆ ความสง่างามของรถซีดานคันหรูดูไม่เข้ากับบรรยากาศของร้านเลยแม้แต่น้อย
ณัฐชารู้สึกแปลกใจเล็กน้อยขณะก้าวลงจากรถ เธอยอมรับว่าในความคิดแรกว่า คนระดับรามัญจะต้องเป็นมื้ออาหารสุดหรูในร้านอาหารระดับท๊อป ซึ่งเหมาะกับสถานะของเขาที่เป็นถึงประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับหมื่นล้าน
แต่เมื่อเดินตามรามัญเข้าไปในร้านเล็ก ๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของพริกกระเทียมเจียว ทุกความคาดหวังของณัฐชาก็พังทลายลง มันเป็นร้านที่เรียบง่ายที่สุด มีเพียงโต๊ะเก้าอี้ไม้ธรรมดา ๆ และลูกค้าที่เป็นพนักงานออฟฟิศในตึกใกล้เคียง
“ร้านนี้...อร่อยที่สุดในย่านนี้แล้ว ผมกินของป้าเค้ามาตั้งแต่เรียนมัธยมนู่น” รามัญเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นกันเอง
“กระเพราะไข่เยี่ยวม้า คุณจะลองสั่งตามผมก็ได้นะ” เขาเอ่ยขึ้นขณะที่ณัฐชานั่งลงตรงข้ามกับเขา ความประหม่าของเลขาฯ สาว ลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นรามัญเป็นคนติดดินเหมือนอย่างที่เธอเป็น ณัฐชาสั่งเมนูเดียวกับเขาเพื่อความรวดเร็ว เพราะว่าเธอก็หิวแล้วเหมือนกัน กลิ่นหอมของอาหารในร้านนี้ช่างยั่วยวนน้ำลายไม่ใช่เล่น
เมื่ออาหารจานหลักมาวางตรงหน้า รามัญ ไม่ได้แสดงท่าทีสงวนตัวตามแบบฉบับของท่านประธานแม้แต่น้อย เขารีบตักเอาพริกน้ำปลาในถ้วยเล็ก ๆ ขึ้นมาราดลงบนจานอาหารของตัวเองอย่างคล่องแคล่ว ท่าทีของเขาไม่มีความกระด้างของชนชั้นสูงหลงเหลืออยู่เลย มีความติดดินที่เปิดเผย ช่างแตกต่างจากตำแหน่งหน้าที่และหน้าตาทางสังคมโดยสิ้นเชิง
“คุณชอบกินเผ็ดเหรอคะ” ณัฐชามองเขาด้วยความแปลกใจ ก่อนจะเอ่ยถามเมื่อมองพริกขี้หนูซอยที่อยู่บนจานของเขา
“ครับ ผมชอบเผ็ด ๆ” รามัญยิ้ม
“มันเผาผลาญดี” เขาหยุดชั่วครู่ แล้วเลิกคิ้วถามกลับ
“แล้วคุณล่ะ”
“เผ็ดก็ชอบบ้าง แต่ทานมากไม่ได้ เหงื่อมันออกเยอะ” เธอตอบ พลางใช้ช้อนเขี่ยพริกที่ติดมากับกระเพราะออกอย่างระมัดระวัง
“หึ! คุณคงจะกลัวเหงื่อออกแล้วไม่สวยใช่มั้ย” รามัญหัวเราะเบา ๆ สายตาของเขาจ้องมองเธออย่างเปิดเผย แต่เต็มไปด้วยความหยอกล้อ
ณัฐชาทำจมูกย่นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบ
“โธ่!!! คุณราม...ฉันเป็นผู้หญิงนะคะ ก็ต้องระมัดระวังเรื่องความสวยบ้างเป็นธรรมดา”
“ผมขอถามอะไรอย่างหนี่งได้ม่ะ” รามัญเอ่ยขึ้นอย่างมีความหมาย ขณะที่กำลังทานอาหาร ดวงตาของเขาทอประกายอย่างมีเลศนัย ราวกับกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง
“คุณกล้านั่งมอเตอร์ไซค์กับผมมั้ย” แล้วรามัญก็ถามขึ้นต่อจากนั้น เสียงทุ้มของเขามีความท้าทายเธออยู่ไม่น้อย
“คะ” ณัฐชาอุทานเบา ๆ หญิงสาวนิ่งไปเล็กน้อย พยายามประมวลผลกับคำถามที่หลุดโลกนี้
“หมายความว่าจะให้ฉันซ้อนมอเตอร์ไซค์เหรอคะ” เธอถามย้ำอย่างไม่แน่ใจ
“อืม” รามัญพยักหน้าอย่างง่ายดาย
“แต่ไม่ใช่ตอนนี้หรอก” เขาหัวเราะเบา ๆ พลางเหลือบมองกระโปรงสั้นเหนือเขาที่เธอสวมใส่มาแล้วยิ้ม
“ผมมี บิ๊กไบค์ คันโปรดอยู่ที่เชียงใหม่ พอไปถึงที่นั่น ผมไม่ค่อยชอบขับรถยนต์หรอก มันน่าเบื่อ”
ณัฐชานึกภาพของเขา ขณะขับบิ๊กไบค์มันดูขัดแย้งกันดูชอบกลกับหมาดนักธุรกิจของเขา
“ถ้าคุณบอกล่วงหน้า ฉันก็ยินดีค่ะ” ณัฐชารับคำอย่างหนักแน่น
“แต่คงต้องขอใส่กางเกงนะคะ”
“ครับ!” รามัญยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ
“อยู่กับผมคุณอาจจะต้องแอดเวนเจอร์หน่อยนะ” รามัญกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ท้าทาย
“ฉันพอจะไปกับคุณได้ค่ะ” ณัฐชาตอบกลับด้วยแววตาที่สั่นไหว แต่แล้วความกังวลเล็ก ๆ ก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเธอ
“แต่ขออย่างเดียว... คุณห้ามขับเร็วเด็ดขาด” เธอเอ่ยอย่างมีนัยยะแฝงความจริงจัง
“คุณกลัวเหรอ” รามัญเลิกคิ้วถามอย่างสังเกต ก่อนจะเห็นถึงร่องรอยความไม่สบายใจที่เธอพยายามซ่อนไว้
“ค่ะ... เมื่อก่อนลูกชายฉันเคยขับบิ๊กไบค์ล้มมาแล้ว” น้ำเสียงของเธอแผ่วลงเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต
รามัญมองเธอด้วยความเข้าใจ ถึงแม้เขาจะไม่มีลูกชาย แต่ในอดีตพ่อของเขาก็ห่วงเขาแบบนี้ในช่วงที่เขาเองยังวัยรุ่นและเริ่มขับมอเตอร์ไชด์ไปออกทริป แต่แล้วรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสันของเขาอีกครั้ง
“แสดงว่าลูกชายคุณกับผมน่าจะเข้ากันได้ วันหลังจะต้องชวนไปออกทริปด้วยกันสักหน่อยซะแล้ว”
“คงไม่ได้หรอกค่ะ!” ณัฐชารีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเธอจริงจังขึ้นทันที
“ทำไมล่ะ”
“ฉันบังคับให้เค้าขายบิ๊กไบด์คันนั้นไปแล้ว”
“โธ่คุณ!!... วัยรุ่นกับมอเตอร์ไซค์มันเป็นของคู่กันนะ” รามัญเอ่ยทักท้วงอย่างไม่เห็นด้วย
“ก็ฉันห่วงลูกนี่คะ” ณัฐชายืนกรานหนักแน่น แววตาที่ฉายความรักและความเป็นห่วงลูกของเธอนั้น ทำให้รามัญต้องสงบลงทันที
“ผมสัญญาว่าผมจะไม่ขับเร็วให้คุณต้องตกใจ...” รามัญรับปากอย่างจริงจัง
เขาไม่ยอมให้บทสนทนาหยุดอยู่แค่นั้น ก่อนจะวกกลับมาคุยเรื่องอาหารตามเดิม
“ไว้ไปเชียงใหม่ผมจะพาคุณไปทานก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่อร่อยสุด รับรองรสชาติอย่างงี้เลย” เขายกนิ้วโป้งขึ้นมาประกอบ
“โอ๊ย! ไม่เอาหรอกค่ะ ฉันทานของพวกนั้นทีไรเหงื่อแตกท่วมตัวตลอด เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนนะคะ” ณัฐชาทำท่างอนใส่เขา
“เอาน่า รอบหน้ารับรองเป็นห้องแอร์ แต่ร้านนี้ถ้าคุณไม่กินก๋วยเตี๋ยวก็กินข้าวซอยก็ได้นะ อร่อยเหมือนกัน” รามัญรับปากอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขามีความมุ่งมั่นคล้ายเวลาปิดดีลใหญ่ ๆ
“แต่ไม่ว่าจะเป็นกะเพราร้านนี้ หรือก๋วยเตี๋ยวร้านหน้า... ผมรับรองว่าคุณจะไม่มีทางเบื่อมื้ออาหารที่ไปทานกับผมอย่างแน่นอน”
คำพูดของเขานั้นเหมือนไม่ได้เชิญชวนไปทานอาหารสักเท่าไหร่ แต่เป็นการเชิญชวนให้ก้าวเข้าสู่ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดต่างหาก และณัฐชาก็รับรู้ถึงความนัยนั้นได้อย่างชัดเจน เพราะเธอเคยเจอผู้ชายที่เข้ามาจีบเธอทำนองนี้มากมาย
หญิงสาวนั่งคิดในใจว่าที่เขาทำไปทั้งหมดนั้นไม่ได้เสแสร้ง รามัญไม่ได้ติดหรูอย่างที่เธอคิดไว้ในตอนแรกเลยสักนิด
ณัฐชายังสังเกตต่อไปอีกว่า รามัญไม่ได้มีท่าทีรังเกียจกับความแออัดหรือความไม่หรูหราของสถานที่ ตรงกันข้าม... เขากำลังเพลิดเพลินกับการพูดคุยเป็นกันเองอย่างสบาย ๆ ราวกับกำลังนั่งทานอาหารกับเพื่อนสนิท มากกว่าเลขาฯ คนใหม่ที่เพิ่งรับเข้าทำงานได้ไม่กี่ชั่วโมง
ความเรียบง่ายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความมั่งคั่ง เป็นเสน่ห์อีกด้านที่ทำให้ณัฐชารู้สึกสนใจรามัญมากขึ้นกว่าเดิม และทำให้กำแพงความระมัดระวังที่เธอตั้งไว้เพื่อป้องกันตัวเองจากเจ้านาย... ค่อย ๆ สั่นคลอนลงทีละน้อย
ตอนที่ 34 ตอนจบหนึ่งเดือนต่อมาหลังจากมิ่งมญขึ้นรับตำแหน่งประธานบริษัทตามแผน อดิศรก็กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในพีระพัฒน์เรียลตี้กรุ๊ป เขาเบิกจ่ายเงินได้อย่างตามใจ จนบัญชีของบริษัทเริ่มมีปัญหา คุณสุมิตราที่สังเกตเห็นความผิดปกติของการเงินในบริษัทและอาการของบุตรสาวที่ดูซึมเศร้า จึงคาดคั้นความหาจริง สุดท้ายมิ่งมญก็ต้องยอมสารภาพด้วยน้ำตาถึงเรื่องราวทั้งหมดว่าเธอไม่ได้ต้องการคบหากับอดิศร แต่เธอถูกเขาบังคับคุณสุมิตราหัวใจสลายที่ลูกสาวสุดที่รักถูกแบล็กเมล์ แต่ด้วยความรักบริษัทและเกียรติยศของตระกูล เธอจำต้องยอมแบกหน้าไปอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากลูกชายคนโตที่กำลังแยกตัวไปก่อตั้งบริษัทใหม่“ราม แม่ขอร้องล่ะ บริษัทของเราถูกยักยอกเงินจากไอ้ผู้ชายคนนั้น แถมน้องสาวแกก็ยังถูกแบลคเมลจากมันอีก ถ้ารามไม่เห็นแก่แม่ ก็เห็นแก่น้องเถอะนะลูก!!” คุณสุมิตราวิงวอนอย่างน่าสงสาร“ผมไม่มีเวลาหรอกครับแม่ บริษัทของผมเพิ่งจะเริ่มต้น” รามัญปฏิเสธอย่างเย็นชา คุณสุมิตรากลับไปอย่างผิดหวัง ณัฐชาเห็นภาพแม่สามีที่ดูน่าเวทนาและหมดหนทาง เธอจึงสงสารและเข้าไปช่วยพูดกับรามัญ“คุณราม!!!“คุณมีอะไรณัฐชา”“ณัฐขอพูดอะไรหน่อยได้มั้ยคะ..เรื่
ตอนที่ 33 บทลงโทษที่แสนเร่าร้อน NCอดิศรไม่รอช้าที่จะครอบครองสิ่งที่เขาต้องการ มือหนาเข้าตะครุบทรวงอกคู่นั้นอย่างหิวกระหาย สองเต้านมของมิ่งมญมันช่างใหญ่โตถูกใจเขา แถมมันยังขาวนวลเนียนกลมกลึงอวบอัดได้รูปดูเต่งตึงไม่หย่อนคล้อยเลยสักนิด แถมยอดปทุมถันก็มีสีชมพูสดระเรื่อ มันเล็กสวยงามจนน่าดูดกลืนลงไปในลำคอ สมแล้วที่เขาลงทุนเฝ้าตามจีบเธอมาเป็นแรมปีหนุ่มใหญ่นิสัยไม่ต่างจากพ่อ รีบโน้มตัวลงใช้ปากครอบครองยอดอกสีหวานอย่างบ้าคลั่ง ดูดดึงสลับกับใช้ลิ้นตวัดเลียจนมิ่งมญต้องแอ่นอกหนีการสัมผัสนั้น“ทีแรกพี่ก็ไม่คิดว่าจะเอามญตอนที่ยังหลับหรอก แต่พอเห็นร่างเปลือยๆ ของมญแล้ว... มันอดใจไม่ไหวจริง ๆ ” อดิศรพึมพำเสียงพร่าหอบถี่ๆ ขณะที่ใบหน้ายังคงซุกอยู่กับซอกคอของเธอ“มญสวยถูกใจพี่ที่สุด!” มิ่งมญดิ้นรนอย่างอ่อนแรง“ปล่อย... ปล่อยนะคะ พี่ล้ง!!!” ถึงแม้ความรู้สึกจะเต็มไปด้วยความขยะแขยง แต่เธอก็ต้องทำเสียงอ่อนเสียงหวานเพื่ออ้อนวอนให้เขาปลดปล่อย แต่อดิศรไม่สนใจ เขากลับยิ่งบีบขย้ำเนินอกของเธอหนักขึ้น จนหญิงสาวต้องครางออกมา“พี่ขออีกรอบนะจ๊ะ ไหน ๆ มญก็ฟื้นแล้ว” เขาเอ่ยเสียงพร่า ก่อนจะใช้ฟันขบเม้มยอดถันสีสวยของเธ
ตอนที่ 32 ยังไม่ตื่นจากฝันร้าย NCมิ่งมญลืมตาตื่นอย่างสะลึมสะลือในความมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากในห้องน้ำที่เปิดทิ้งเอาไว้ ความรู้สึกแรกคือความปวดร้าวไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย มันเป็นความเจ็บปวดที่บาดลึกกว่าการเหนื่อยล้าในแบบทั่ว ๆ เนื้อตัวระบมและเมื่อยขบราวกับเพิ่งผ่านการออกกำลังกายมาอย่างหนักหน่วงหญิงสาวพยายามตั้งสติลำดับความคิดว่ามาอยู่บนเตียงนี้ได้อย่างไร และที่นี้คือที่ไหน เท่าที่เธอจำความได้ครั้งสุดท้าย เธอเพิ่งกลับจากงานมงคลสมรสของพี่ชาย และดื่มไวน์แก้วสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบในรถของอดิศรความตกใจเข้าจู่โจมจนเธอต้องรีบสำรวจตัวเอง ชุดเดรสเกาะอกสีขาวที่เธอสวมใส่อยู่ยับยู่ยี่และถูกเลื่อนลงมากองอยู่บริเวณเอวอย่างหลวมๆ เผยให้เห็นเนินอกขาวที่ไม่อาจซ่อนเร้น ร่องรอยแดงจางๆ จากการถูกบีบคั้นปรากฏอยู่ชัดเจน สายเสื้อชั้นในบางส่วนถูกปลดและเผยอออก ตอกย้ำถึงการถูกล่วงละเมิดอย่างทารุณที่น่ากลัวที่สุดคือ ความรู้สึกเปียกชื้นที่หว่างขา เธอสัมผัสได้ถึงน้ำรักที่เหนียวเหนอะหนะ ไหลเอ่อออกมาจากร่องรักอย่างไม่ขาดสาย ความร้อนรุ่มและอิ่มเอมที่ไม่ใช่ของเธอเองจึงทำให้มิ่งมญแน่ใจอย่างสิ้นสงสัยว่าเธอถูกล่วงละเมิด แ
ตอนที่ 31 เสพสุขแบบพี่น้อง NCภูรวิชเงยหน้าขึ้นมามองพีรยาในกระจก ภาพสะท้อนใบหน้าของน้องสาวที่บิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านทำให้เลือดในกายเขาเดือดพล่าน ความอดทนของเขามลายหายไปสิ้น ก่อนจะจับท่อนเอ็นอันใหญ่โตของตนเอง สอดแทรกเข้าไปในร่องหลืบอุ่นๆ ของพีรยาอย่างรุนแรงและมิดด้าม“อร๊ายยย!!!” พีรยาสะดุ้งเฮือก เธอร้องเสียงหลงเมื่อส่วนลึกที่สุดถูกรุกราน“จุกจังพี่ภู อื้ยยย!!!...แรงกับหนูอีกแล้วนะ”“ขอโทษครับ ก็นัตตี้ยั่วพี่นี่” ภูรวิชตอบเสียงพร่าหอบถี่ๆ“หนูยั่วอะไร หื้อ!!”“นัตตี้ยั่วพี่ อื้มมมม!!” ภูรวิชตอบด้วยการกดสะโพกกระแทกซ้ำเข้าไปอย่างหนักหน่วง เขาเร่งจังหวะให้เร็วและรุนแรงขึ้น“พี่ภูขา อร๊ายย หื้อๆๆ” เสียงครางหวานสลับกับเสียงสะอื้นจากความเสียวซ่านดังลั่นในห้องน้ำ“เสียวมั้ย!!!”“ท่านี้ทั้งเสียวทั้งลึกเลยค่ะ” พีรยาสารภาพขณะจ้องมองภาพสะท้อนของร่างกายที่ผสานกันในกระจก ภาพนั้นเร้าอารมณ์ของเธอจนแทบคลั่ง“ชอบมั้ย”“ชอบ... แต่... อย่าทำนานนะคะ”“ทำไมละ”“หนูเจ็บเข่า” พีรยาบอกเมื่อขาที่พาดอยู่บนเคาน์เตอร์เริ่มรับน้ำหนักไม่ไหว“งั้นลงมายืนสิ” ภูรวิชไม่รอช้า ชักท่อนเอ็นร้อนผ่าวออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อน
ตอนที่ 30 รักต้องห้าม NCแม้คืนนี้จะเป็นคืนวิวาห์ของพ่อกับแม่ แต่มันได้กลายเป็นคืนแห่งการเริ่มต้นความสัมพันธ์ลับๆ ของทั้งสองอีกครั้งไปโดยปริยาย พีรยาและภูรวิชเหมือนน้ำมันกับไฟ อยู่ใกล้กันเมื่อไหร่ก็เป็นจุดติดทันทีเมื่อเข้ามาในห้องนอน ภูรวิชไม่รอช้า ดึงตัวน้องสาวที่รักเข้ามากอดอย่างแนบแน่น“ให้กอดอย่างเดียวเหรอครับ... นัตตี้” เขาถามเสียงกระซิบ ขณะที่ริมฝีปากซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ“แต่พี่ไม่ไหวแล้ว” พีรยาอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนของเขา จากนั้นข้อตกลงเรื่องพี่น้องถูกลืมเลือนไปในทันที“อย่าค่ะพี่ภู!!!!..ไหนว่าจะกอดหนูอย่างเดียวไง” แม้จะส่งเสียงร้องห้าม แต่เธอก็ตอบรับสัมผัสร้อนผ่าวที่เขามอบให้ พีรยาโน้มตัวไปหาพี่ชายอย่างไม่ปิดบังความต้องการ ตอนนี้ในตัวเธอร้อนรุ่มไปหมด แม้จะคบกันมาเกือบสองเดือน แต่ทั้งสองก็แทบไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน ความหิวโหยที่สะสมมานานจึงพร้อมจะปะทุในค่ำคืนนี้ภูรวิช โน้มตัวไปประกบปากรับริมฝีปากนุ่มของน้องสาว ก่อนจะดูดมันเบาๆ อย่างเย้ายวน ลิ้นร้อนๆ สอดแทรกริมฝีปากสีชมพูนั้นเข้าไปอย่างเร่งเร้าพีรยาก็ตอบรับและยื่นลิ้นของเธอไปพัวพันกับของพี่ชายอย่างดูดดื่มออกรสออกชาติ ภูรว
ตอนที่ 29 อดใจไม่ไหวหนึ่งเดือนต่อมาท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยดอกไม้สีขาวสะอาดตารามัญและณัฐชาได้ฤกษ์เข้าพิธีวิวาห์อย่างชื่นมื่น ณัฐชาในชุดเจ้าสาวเรียบหรูดูสง่างาม เคียงข้างเจ้าบ่าวผู้หล่อเหลาที่สายตาเต็มไปด้วยความรักและความอ่อนโยนแม้พิธีจะจัดขึ้นอย่างอบอุ่นเป็นงานเล็ก ๆ ไม่ได้ใหญ่โตอะไรตามความต้องการของคู่บ่าวสาว แต่บรรยากาศภายในงานก็ยังคงมีความตึงเครียดเล็กน้อย เมื่อคุณสุมิตรามารดาของรามัญและมิ่งมญน้องสาวของรามัญยอมเข้าร่วมงานในที่สุด และการเข้าร่วมของทั้งสองไม่ใช่เพราะการยินยอมด้วยหัวใจ แต่เป็นเพราะเงื่อนไขทางธุรกิจที่รามัญยอมแลกรามัญได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะให้มิ่งมญเลื่อนขึ้นเป็นประธานบริษัทแทนตนเอง เพื่อแลกกับการที่มารดาของเขายอมรับณัฐชาเข้าสู่ตระกูลในฐานะลูกสะใภ้ช่วงหัวค่ำเป็นการเลี้ยงฉลองงานมงคลสมรสของรามัญและณัฐชา บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขและความยินดี อดิศร หรือ ล้ง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเสี่ยซ้ง ยืนโดดเด่นภายใต้สูทภูมิฐานอยู่หน้างาน เขามีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์คล้ายผู้เป็นพ่อไม่มีผิด ท่าทางของเขาที่เดินเข้ามาในงานนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ ท่ามกลางแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความย







