INICIAR SESIÓNช่วงเย็นไอลดาเธอก็เดินทางออกมาจากบ้านโดยที่คนตัวเล็กนั้นไม่ได้จะออกไปเที่ยวไหนกับกลุ่มเพื่อนของเธอ เธอเดินทางมาจนถึงคอนโดหรูที่เธอพักอาศัยอยู่ พอมาถึงคนตัวเล็กเธอก็ขึ้นไปบนห้องพักของเธอทันทีโดยที่ไม่ลืมจากส่งข้อความ บอกกับคุณพี่“ หนูมาถึงคอนโดแล้วนะคะ เฮียยังทำงานไม่เสร็จอีกหรอคะ ” เธอส่งข้อความบอกกับพี่ไว้เพียงเท่านั้นและไอลดาเธอก็วางโทรศัพท์ราคาแพงของเธอลงบนโต๊ะและก็เดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อที่จะดูความเรียบร้อยของห้อง ปกติแล้วคอนโดนี้จะมีแม่บ้านรบกวนเพื่อให้กับเธออาทิตย์ละห้าวันตามที่เธอได้บอกกับเฮียเอาไว้ ห้องพักนี้จึงไม่ได้ดูรกและก็ไม่สะอาด แกร๊ก!!!ระหว่างที่ไอลดากำลังเดินดูความเรียบร้อยของห้องเธอก็ไม่ทันได้ยินเสียง คนที่เปิดประตูเข้ามาใหม่จนกระทั่งเสียงทุ้มพูดขึ้นพร้อมทั้งกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยลอยเข้ามาใกล้เธอ“ คิดถึงเด็กน้อยของเฮียจัง ” ช่วงหลังเฮียวาคิมมักจะพูด คำหวานอะไรแบบนี้ออกมาอยู่บ่อยครั้งจึงทำให้ไอลดาเธอก็เริ่มที่จะคุ้นเคยกับคำหวานนี้ของเฮียคนตัวเล็กเธอจึงหันหน้ามาหาพี่และไม่ลืมที่จะส่งยิ้มหวานให้กับพี่“ เราเพิ่งห่างกันแค่ไม่กี่วันเองนะคะ ” เธอบอกกับพี่จะว่าไปเธอกับ
@ คอนโดหรู หลังจากที่วาคิมพูดคุยกับแม่ของตัวเองจบตัวเขาก็เดินทางกลับคอนโดหรูของเขาทันทีเพื่อที่จะมาพักผ่อนจนกระทั่งช่วงเช้าตัวของวาคิมก็ไปทำงานของตัวเองตามปกติแต่ระหว่างวันเขาก็ไม่ลืมที่จะโทรหาคนตัวเล็กเพื่อที่จะอ้อนเด็กน้อยของเขา “ เด็กดีคืนนี้หนูมาพักที่คอนโดนะครับ ” เขาพูดกับคนในสายด้วยน้ำเสียงที่อ้อนคนตัวเล็กทำให้ไอลดาที่ไม่ค่อยเห็นน้ำเสียงนี้ของพี่มันทำให้ผู้หญิงตัวเล็กตัวน้อยอย่างเธอรู้สึกใจบางขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก จะว่าไปเธอยอมรับเลยว่าเธอแพ้ให้กับคำพูด และน้ำเสียงที่อ้อนนี้ของพี่ “ แล้วหนูจะบอกแม่ว่ายังไงดีคะ ” จะว่าไปเธอก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องใช้คำไหนในการโกหกแม่ของเธอดี เพราะว่าเราก็เพิ่งจะกลับมาจากการไปเที่ยวและอีกอย่างช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่เธอยังปิดเทอมอยู่ด้วยเธอจึงไม่รู้ว่าต้องใช้คำไหนโกหกดี “ เด็กน้อยหนูก็โตจนขึ้นมามหาลัยแล้วนะก็บอกว่าไปเที่ยวกับเพื่อนสิ ” ที่วาคิม กล้าให้น้องโกหกครอบครัวของน้องด้วยคำพูดนี้ก็เพราะว่าทางบ้านของไอลดานั้นไม่ได้เลี้ยงลูกแบบปิดกั้นครอบครัวของน้องเลี้ยงน้องคล้ายๆกับบ้านของเขานั่นเองและอีกอย่างครั้งนี้ก็จะเป็นครั้งสุดท้ายที่น้องจะได้โกหกเ
“ ลูกมีอะไรจะบอกกับแม่มั้ย ” หลังจากที่วาคิมเดินตามคนเป็นแม่ ของตัวเองมาที่ห้องนั่งเล่นแล้วทั้งสองคนก็นั่งที่โซฟาตัวใหญ่ภายในห้องและคนเป็นแม่อย่างคุณหญิงวารินทร์ เธอก็ไม่รอช้าที่จะเอ่ยถามลูกชายของตัวเองทันที“ ถ้าผมบอกว่ามีล่ะครับ ” วาคิมพูดประโยคนี้ และก็จ้องมองใบหน้าของแม่ตัวเองเพื่อดูอาการของแม่ว่าท่านจะมีท่าทียังไงแต่เมื่อเห็นว่าตอนนี้แม่ของเขาก็ยังคงนิ่งอยู่จึงทำให้วาคิมเลือกที่จะพูดต่อ“ ผมกับน้องเราทั้งคู่มีความสัมพันธ์กันแล้วครับ ” และในที่สุดวาคิมเขาก็ได้พูดประโยคนี้กับแม่ คำพูดของลูกชายทำให้คนที่เป็นแม่ยังคงนิ่งอยู่แต่ในใจของหญิงวัยกลางคนนั้นเธอกับรู้สึกดีใจดีใจมากที่ลูกชายของเธอนั้น มีความสัมพันธ์ดีๆกับหลานสาวของเธอ“ ตั้งแต่ตอนไหน ” เสียงของหญิงวัยกลางคนยังคงถามลูกชายด้วยน้ำเสียงที่นิ่งที่สุด และใบหน้าของเธอก็ยังไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมาการที่แม่ของเขาเงียบแบบนี้จึงทำให้วาคิม เริ่มรู้สึกไม่ดีเพราะกลัวว่าแม่จะโกรธที่เขาล่วงเกินอะไรน้องไป แต่อีกความคิดหนึ่งเขาก็ คิดว่าแม่ของเขาอาจจะ กำลังคิดอะไรอยู่ก็ได้ท่านถึงได้แสดงท่าทีนิ่งขนาดนี้“ ตั้งแต่ตอนที่น้องย้ายไปอยู่คอนโ
“ ปากแข็งจังนะ ” คำตอบของเธอวาคิมรู้ดิว่ามันตรงกันข้ามทั้งหมด แต่ยายเด็กคนนี้เวลาที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันความปากแข็งของน้องยังคงมีมาก“ ใครปากแข็งกันไม่ได้ปากแข็งสักหน่อยว่าแต่เฮียทำอะไรอยู่คะ ” เธอเลยถามพี่“ กำลังช่วยตัวเองมั้ง เธอไม่กลับมาพร้อมเฮียนี่ ” เค้าแกล้งพูดคำนี้กับน้องเพราะรู้ดีว่าถ้าในเมื่อเขาพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้จะทำให้คนตัวเล็กเขินอายได้อย่างแน่นอนและที่เขาพูดในประโยคสุดท้ายก็เพราะว่าเค้าอยากจะพาน้องกลับและก็ได้ชวนน้องแล้วแต่ด้วยความที่น้องไม่สามารถกลับมาพร้อมเขาได้ เพราะครอบครัวของเรายังรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเรานั่นเอง“ อีกสองวันก็ได้เจอกันแล้วไงคะ ” เธอเลยบอกกับพี่ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากกลับมาพร้อมพี่แต่ด้วยทุกอย่างมันไม่สามารถทำให้เธอกลับมาพร้อมเขาได้จะต้องให้เธอโกหกกับครอบครัวของเธอมันก็ไม่ใช่เรื่อง“ งั้นจำคำที่เฮียบอกได้ไหม “ แล้ววาคิมเขาก็ถามย้ำคนตัวเล็กอีกครั้ง” จำได้ดีเลยค่ะ แล้วเจอกันที่กรุงเทพนะคะ “ เธอพูดประโยคนี้กับพี่จบแล้วไอลดาเธอก็วางสายจากพี่ทันทีเพราะถ้าขืนพูดอะไรกับพี่ต่อมีคงจะยาวแน่คงจะไม่โดนพี่กำชับแค่เรื่องนี้เพียงแค่เรื่องเดียวแน่นอน หลังจากที่
สามวันต่อมาตอนแรกวาคิมเขาตั้งใจว่า จะใช้เวลาอยู่กับคนตัวเล็กและก็ครอบครัวของน้องรวมไปถึงแม่ของเขา แต่ด้วยความที่งานที่บริษัทนั้นมันมีปัญหาจึงทำให้ประธานหนุ่มอย่างเขาต้องเลือกที่จะบินกลับมาแก้ปัญหานี้ก่อนจึงไม่ได้กลับพร้อมคนตัวเล็ก“ อีกสองวันเจอกันที่กรุงเทพ ระหว่างที่เฮียไม่อยู่ห้ามดื้อนะรู้ไหม ” แต่กว่าที่เขาต้องบินกลับวาคิม ตัวเขาก็ได้กำชับกับคนตัวเล็กเอาไว้เพราะกลัวว่าเวลาที่เธออยู่ทางนี้เธออาจจะซุกซนก็ได้ ซึ่งบอกเลยว่าเขาไม่ค่อยไว้ใจคนตัวเล็กสักเท่าไหร่ไม่ค่อยไว้ใจในความดื้อของเธอ ถึงแม้ว่าไอลดาเธอจะมีความเรียบร้อยอยู่พอสมควรแต่เรื่องความแอบดื้อเธอก็มีมากเช่นกัน“ หนูจะไปดื้อที่ไหนคะไม่ดื้อแน่นอนค่ะเฮียเดินทางกลับอย่างปลอดภัยนะคะ ” คำพูดของพี่ทำให้คนตัวเล็กเธอก็ต้องพูดตอบเขาเธอจะไปดื้อที่ไหนกันเพราะตอนนี้ไม่ได้มีกลุ่มเพื่อนของเธอมาเที่ยวด้วยแต่มีเพียงแค่ครอบครัวของเธอและก็แม่ของเฮียเท่านั้นมีแต่ผู้ใหญ่ทั้งหมดเธอจะดื้อได้ยังไง“ ก็ดีถือว่าเฮียบอกเราไว้แล้วเพราะถ้าเกิดเฮียรู้ว่าหนูแอบดื้อบอกเลยว่าถ้ากลับกรุงเทพเมื่อไหร่ได้นอนจมเตียงอย่างแน่นอน ” “ ค่า หนูทราบแล้วค่ะ ” คำพูดของเ
ปลายลิ้นหนาปาดเลียวนตามรอยแยกของกลีบเนื้อนี้ โดยที่ไอลดาเธอก็นอนบิดเร้าไปมาบนเตียงนอนนี้ ยิ่งเธอถูกปลายลิ้นของพี่กระดกขึ้นลงใส่ร่องน้ำหวานของเธอ ไอลดาเธอก็ยิ่งอยากหลบหนีปลายลิ้นของเขา“ อือ เฮียขา ส เสียวจัง อืมม ” แผล๊บแผล๊บ!! จ๊วบ แผล๊บ!!!วาคิมที่ใช้ปลายลิ้นละเลงตรงนั้นของน้อง โดยที่มือหนาของเขาก็บี้ลงปุ่มกระเสียวของน้อง เพื่อเพิ่มความเสียว เพิ่มน้ำหวานในร่องเล็กนี้ จนผ่านไปสักพัก คนตัวเล็กเธอก็เริ่มที่จะต้านไม่ไหว มือเล็กกำยู่ที่ผ้าปูเตียงจนมันยับยู้ยี้“ ไม่ไหว มะ จะเสร็จ อื้อ เฮียขา ตรงนั้น ตรงนั้น ” ไอลดาเธอเริ่มที่จะขมิบสู้และเริ่มที่จะต้านทานปลายลิ้นของพี่ไม่ไหว จนเธอไม่รู้ว่าจะต้องระบายมันยังไง มือเล็กๆนี้เลยเลื่อนขึ้นมาวางบนหัวเล็กของพี่ และก็ขยุ้มผมของพี่ โดยที่พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอกรี๊ดดดด อ๊า!!!เพียงไม่นานที่เขาใช้ลิ้นรัวเร็วทั้งดูดทั้งเลีย พอน้องกระตุกใส่เขาและปล่อยน้ำหวานออกมาแล้ว วาคิมก็ไม่ลืมที่จะเลียกินน้ำหวานนี้จนสะอาดเพราะเขาถูกใจในรสหวานนี้ของน้องมาก ไม่คิดเลยว่า น้ำหวานของไอลดามันจะหวานมาก“ หวานมากเลยตัวเล็ก ” เมื่อจัดการเลียกินน้ำหวานของน้องเสร็จแล้ว วาคิม







