เข้าสู่ระบบเธอรักเขาด้วยความจริงจัง แต่เขากลับมอบความเกลียดชังให้กับเธอ รวมทั้งย่ำยีทั้งกายและใจของเธออย่างแสนสาหัส เขาทำเธอเจ็บ เขาก็ต้องเจ็บยิ่งกว่า เธอจะทำให้เขารักเธอ และรอคอยวันที่เขาเจ็บอย่างที่เธอเคยเจ็บ
ดูเพิ่มเติม“อะไรนะ” ขุนศึกถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ เขาผุดลุกขึ้นมาพร้อมกับประคองหลังบอบบางเอาไว้ แล้วจัดท่าทางให้หญิงสาวลงมานั่งที่โซฟาอีกครั้ง “คะ...คือเคทธีเจ็บท้อง...เหมือนจะคลอดเลยค่ะ” มือน้อยจับที่หน้าท้องกลมกลึง ทำเอาขุนศึกถึงกับใจเต้นแรงด้วยความเป็นห่วง เพราะจริง ๆ แผนที่จะคลอดในอีกหนึ่ง แต่ตอนนี้หญิงสาวสกลับมีอาการเหมือนจะคลอดก่อน “เวรแล้ว...งั้นใส่เสื้อผ้าก่อนนะครับเคทธี” ว่าจบชายหนุ่มก็ทำการสวมเสื้อผ้าให้กับคนตัวเล็ก เพราะตอนนี้เขาต้องพาเธอไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด “ค่ะ...อื้อ...” มือน้อยจับที่หน้าท้องของตัวเองด้วยความเจ็บ “เมื่อกี้พี่โทรบอกแม่ให้มาอยู่เป็นเพื่อนหลานแล้ว เราไปโรงพยาบาลกันนะครับที่รัก” ว่าจบขุนศึกก็จัดการอุ้มคนตัวเล็กเข้ามาในไว้ในอ้อมแขน ซึ่งเคทธีก็โอบรอบต้นคอหนาเอาไว้ “พี่ศึก...อื้อ...เจ็บจังค่ะ” คนตัวเล็กบอกด้วยเสียงแหบพร่าพร้อมกับเหงื่อแตกพลั่กเต็มขมับไปหมด “เคทธี...ไม่เป็นไรนะครับ พี่กำลังจะพาไปหาหมอแล้ว” คนตัวโตถึงกับทำตัวไม่ถูก เนื่องจากลูกสาวอย่างของขวัญคลอดง่ายและตรงตามกำหนดคลอด
“เคทธีมองหน้าพี่นะครับ พี่ไม่โกรธเคทธีเลย” “แล้วถ้าต่อไปเคทธีว่าพี่เยอะกว่านี้ บ่นพี่มากกว่านี้ พี่จะยังรักเคทธีไหมคะ” เธอบอกเสียงเศร้า เพราะด้วยฮอร์โมนคุณแม่ทำให้บางครั้งเธอไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ และอาจจะเผลอไปต่อว่าชายหนุ่มอีก “รักสิครับ รอคนนี้มาตั้งนานแล้ว จะไม่ให้รักได้ยังไง” ขุนศึกจับปลายคางมน จากนั้นชายหนุ่มก็ทำการจุมพิตที่ปากจิ้มลิ้มของเธอเบา ๆ “พี่ศึกทำอะไรคะ เคทธีท้องอยู่นะคะ” เคทธีถึงกับเขินจนหน้าแดงเมื่อขุนศึกเริ่มทำมากกว่าจูบ เมื่อมือหนาทำการเลื่อนมากอบกุมที่อกอวบอิ่มที่ขยายใหญ่กว่าเดิมหลังจากเธอมีลูกคนที่สอง “ไม่ได้เหรอครับ” ชายหนุ่มเลื่อนใบหน้าของตัวเองมาจูบที่ปลายคางมนเบา ๆ จนเคทธีมองลูกสาวลูกชายที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยความกังวลว่าลูกจะตื่นขึ้นมา “แต่ลูกเรา...” “เคทธีก็อย่าเสียงดังสิครับ พี่สัญญาจะทำเบา ๆ ไม่ให้ลูกรู้เลย” ชายหนุ่มบอกอย่างตะล่อมเมียรักเพราะเขาไม่ได้ทำการบ้านกับเคทธีมาเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว เนื่องจากหญิงสาวเจ็บท้องบ่อยเพราะลูกเริ่มดิ้น เขาเลยไม่อยากกวน ช่วง
ตอนพิเศษ 4คุณพ่อลูกอ่อน “คุณพ่อ ๆ มาเล่นกับขุนพลหน่อยครับ” เสียงของลูกชายร้องเรียกขุนศึกที่เพิ่งได้นั่งพักบนโซฟา ซึ่งเขาเอียงใบหน้าหล่อเหลาของตัวเองไปที่ลูกชายคนโตที่กำลังวิ่งซนตามประสาเด็กที่กำลังอยู่ในวัยเรียนรู้ “ขุนพล...พ่อขอพักก่อนได้ไหม เมื่อกี้พ่อเพิ่งเปลี่ยนผ้าอ้อมให้น้องไป” ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าการเป็นคุณพ่อมันเหนื่อยขนาดนี้ เขาเริ่มเข้าใจผู้หญิงหลาย ๆ คนแล้วว่าทำไมถึงเหนื่อยและบ่นทุกครั้ง เพราะแค่การเลี้ยงลูกก็หนักหนามากพอแล้ว เมื่อเห็นอย่างนี้ขุนศึกแทบอยากจะจ้างพี่เลี้ยงให้รู้แล้วรู้รอด แต่เคทธีบอกว่าอยากจะเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง “ไม่เอา ๆ คุณพ่อต้องไปเล่นกับขุนพล ขุนพลอยากเล่น ๆ” ลูกชายคนโตบอกอย่างเอาแต่ใจ จนขุนศึกถึงกับกุมขมับของตัวเองแน่น กระทั่งร่างอุ้ยอ้ายของเคทธีเดินเข้ามาหาสามีที่กำลังคุยกับลูกชายแล้วเธอก็ยิ้มออกมา รู้สึกว่าลูกชายคนโตนิสัยเหมือนพ่อเหลือเกิน และยังมีความเอาแต่ใจเหมือนเธอ แต่เธอจะต้องสอนลูกให้ใจเย็นและเข้าใจอะไรมากกว่านี้ เพราะไม่อยากให้โตขึ้นไปกลายเป็นเด็กไม่ดี “ขุนพลลูก...คุณพ่อเพิ่งเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ของขวัญ
สะโพกสอบของชายหนุ่มเริ่มทำการขยับเข้าออกในกายสาวอย่างรุนแรงมากขึ้น จนได้ยินเสียงเนื้อกระทบเนื้อ มือหนาของขุนศึกค้ำยันกับที่นอนหนานุ่ม แล้วมองใบหน้าหวานของเคทธีที่กำลังทำหน้าเสียวซ่าน เธอเซ็กซี่ เธอเร่าร้อนจนเขาหลงจนโงหัวไม่ขึ้นอยู่แล้ว “อ๊ะ...พี่ศึก เสียว” มือหนาจับข้อเท้าเล็ก จากนั้นก็เอามาพาดกับบ่ากว้างข้างทั้งสองข้าง ก่อนที่เขาจะโถมตัวตนเข้าไปใส่ช่องทางรักของเธอ จากนั้นก็กระหน่ำบทรักอย่างรุนแรง จนร่างบอบบางสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกของชายหนุ่ม “อื้อ...พี่ศึก แรงเกินไป” จังหวะที่รัวและแรง ทำเอาเคทธีร้องออกมา แต่มีหรือที่คนอย่างขุนศึกจะหยุดการกระทำของตัวเองของตัวเอง เขายิ่งเร่งเร้า ยิ่งเพิ่มระดับความต้องการของตัวเองมากยิ่งขึ้น และยังไม่ทันที่เคทธีจะได้ไปแตะขอบสวรรค์ ความร้อนผ่าวที่กดย้ำอยู่ในกายสาวก็ถูกถอดถอนออกมา จนคนตัวเล็กชะโงกหน้ามาดู แต่ไม่ทันจะได้ถามอะไรต่อ ขาทั้งสองข้างของเธอก็ถูกมือหนาของขุนศึกลากลงมาที่ปลายเตียง จนผมสวยสยายเต็มเตียงนอน “อุ๊ย ทำอะไรคะ” เสียงหวานร้องทัก แต่ไม่ทันขาดคำ ขุนศึกที่ลงไปยืนปลายเตียง
ทั้งสี่คนเดินทางมาที่บ้านของเคย์เดนโดยมีขุนศึก กองทัพ ไลลา และสายขิม ซึ่งกองทัพเป็นคนเดินนำ เนื่องจากจะได้เป็นเกราะป้องกันให้กับทุกคน “กูจะรอดไหมวะ สยองนะเนี่ย” กองทัพหันไปบอกลูกชายที่เดินตามอยู่ข้างหลัง “รอดสิพ่อ ถ้าไม่รอดผมได้นอนตายอยู่สวิตเซอร์แลนด์แล้ว” “เฮ้อ
เมื่อเครื่องบินแตะรันเวย์ที่สนามบินเมืองไทย ทั้งหมดก็เดินทางออกจากสนามบิน โดยขุนศึกเป็นแขกไม่ได้รับเชิญ เลยไม่ได้นั่งรถคันเดียวกับเคย์เดนและเคทธี โดยเคทธีได้แต่มองชายคนรักตาละห้อย เมื่อพ่อไม่ยอมให้เขาขึ้นรถกลับมาด้วย “ปะป๊า” เสียงลูกที่เรียกพ่อของตัวเองทำเอาเคทธีถึงกับน้ำตาไหล เพียงเจอก
“คุณพ่อจะพาเคทธีกลับบ้าน งั้นผมกลับด้วยนะครับ” ขุนศึกพูดแล้วยิ้มยียวนใส่เคย์เดน จนเขาได้แต่หงุดหงิดใจที่โดนขุนศึกลูบคม “มึงอยากกลับก็กลับเอง ไม่ต้องมานั่งเครื่องลำเดียวกับกู” “คุณพ่อไม่ใช่เจ้าของสายการบินนะครับ แต่ผมเนี่ยหุ้นส่วนสายการบิน ทำไมผมจะกลับลำเดียวกับคุณพ่อไม่ได้”
บทที่ 29พิชิตใจพ่อตาพายุหิมะจบลง แต่คนทั้งสองนอนกอดกันอยู่บนเตียงเพื่อแบ่งปันความอบอุ่นให้แก่กัน โดยที่ลูกน้อยอย่างขุนพลตอนนี้กลับมาปกติแล้ว จนพ่อและแม่ต่างใจชื้น เพราะเมื่อคืนพายุเข้าจนไม่สามารถออกไปไหนแล้ว ขณะที่ทั้งสองกำลังกอดกันอยู่บนเตียง เสียงบางอย่างก็ดังขึ้น พร้อมกับประตูห้องน