Compartir

บทที่ 4

Autor: ข้าวสาลี
เมื่อวานคุณนายฟางอยากถามลูกสาวว่าครั้งนี้จดทะเบียนสมรสราบรื่นดีไหม

แต่เธอโทรหาลูกสาวหลายสายก็ปิดเครื่อง เสิ่นลวี่เหยียนเองก็ไม่รับสาย

เธอเป็นห่วงมาทั้งคืน วันนี้จึงรีบมาหาแต่เช้า

นึกไม่ถึงว่าพอถึงหน้าประตูก็ได้ยินลูกสาวบอกว่าจะไม่แต่งงานแล้ว

สายตาของเธอกวาดมองเข้าไปในห้อง

เห็นลูกสาวที่เปียกไปทั้งตัวและมีคราบน้ำตาเต็มหน้า

เห็นผู้หญิงคนนั้นสวมชุดนอนสำหรับแต่งงานที่เธอทำให้ลูกสาว

เห็นเสิ่นลวี่เหยียนที่กำลังปกป้องผู้หญิงคนนั้นกับเด็ก และมองลูกสาวของตนด้วยสายตาเกรี้ยวกราด

ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่ได้จดทะเบียนสมรสครั้งแล้วครั้งเล่า

ตอนนี้ยังมีอะไรที่ไม่เข้าใจอีก

ใบหน้าของคุณนายฟางพลันซีดเผือดไร้สีเลือด

เธอยกมือทาบอก ร่างกายโอนเอน ก่อนจะล้มตึงลงไป

“แม่คะ!”

ฟางรั่วซีถลาเข้าไปดูแม่ที่ล้มอยู่บนพื้น

“แม่คะ อย่าทำหนูตกใจสิ!”

คุณนายฟางหลับตาสนิท ใบหน้าซีดเผือด หายใจหอบถี่ มือขยุ้มเสื้อตรงหน้าอกไว้แน่น

เสิ่นลวี่เหยียนเห็นดังนั้นก็รีบเดินเข้ามาย่อตัวลงตรวจดู

“รีบเรียกรถพยาบาล”

ไม่นานรถพยาบาลก็มาถึง คุณนายฟางถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน

ผ่านไปไม่นานหมอเจ้าของไข้ก็ถือแฟ้มประวัติคนไข้เดินแกมวิ่งออกมา

“คนไข้เคยทำบายพาสหัวใจเมื่อหลายปีก่อน ครั้งนี้กำเริบขึ้นมา อาการวิกฤตมาก ต้องรีบผ่าตัดเปิดช่องอกครั้งที่สองให้เร็วที่สุด”

หมอเจ้าของไข้มองไปทางเสิ่นลวี่เหยียนที่อยู่ข้างฟางรั่วซี

“แต่พังผืดในช่องอกของคนไข้มีบริเวณกว้าง ความเสี่ยงในการผ่าตัดสูงมาก โรงพยาบาลเราไม่มีใครกล้าผ่าเลย ตอนนี้ในประเทศคนที่ผ่าตัดเคสนี้ได้ มีแค่ศาสตราจารย์เฉิน”

“แต่คิวของศาสตราจารย์เฉินอย่างน้อยก็ยาวไปถึงสามเดือนข้างหน้า คนไข้รอถึงตอนนั้นไม่ไหวครับ”

ขณะที่ฟางรั่วซีกำลังสิ้นหวัง จู่ ๆ หมอก็พูดกับเสิ่นลวี่เหยียน

“จริงสิ ผู้อำนวยการเสิ่น ผมจำได้ว่าคุณเป็นลูกศิษย์คนโปรดของศาสตราจารย์เฉิน แค่คุณเอ่ยปาก ศาสตราจารย์เฉินต้องยอมเจียดเวลาส่วนตัวบินมาเป็นแพทย์ผ่าตัดหลักให้แน่”

ฟางรั่วซีหันไปมองเสิ่นลวี่เหยียน

“เสิ่นลวี่เหยียน ขอร้องละค่ะ ช่วยติดต่อศาสตราจารย์เฉินให้มาช่วยแม่ฉันหน่อยได้ไหม”

เสิ่นลวี่เหยียนหลุบตาลง “แบบนั้นมันผิดกฎ”

เธอมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“คนที่นอนอยู่ข้างในคือแม่ฉันนะ”

เสิ่นลวี่เหยียนถอนหายใจ “รั่วซี โรงพยาบาลมีระบบของโรงพยาบาล ศาสตราจารย์เฉินก็มีตารางงานของเขา ถ้าวันนี้ฉันเปิดช่องโหว่นี้ให้เธอ แล้วคนไข้คนอื่นที่ต่อคิวรออยู่จะทำยังไง แบบนี้มันไม่ยุติธรรม”

ฟางรั่วซีเสียงสะอื้น “คุณมาพูดเรื่องความยุติธรรมกับฉันเหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณกับเย่ซูเหยา แม่ฉันจะโรคหัวใจกำเริบไหม”

เขาขมวดคิ้ว น้ำเสียงเพิ่มความเข้มงวดขึ้นมาส่วนหนึ่ง “เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับเหยาเหยา เธอเลิกงี่เง่าไร้เหตุผลได้ไหม”

“อีกอย่าง เรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้น ในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาล ฉันจะทำตัวเป็นผู้นำในการทำลายหลักการทางการแพทย์ไม่ได้”

“เธอทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่หน่อยสิ อย่าทำอะไรด้วยอารมณ์อยู่เรื่อย”

ฟางรั่วซีขอบตาแดงก่ำ จ้องเขม็งไปยังใบหน้าตรงหน้า

“ไม่ว่ายังไงคุณก็ไม่ยอมช่วยใช่ไหม”

“ใช่ นี่คือหลักการของฉัน”

เธอโกรธจัดจนหัวเราะออกมา “ได้ ไม่ต้องพึ่งคุณก็ได้ ฉันจะหาทางเอง”

เสิ่นลวี่เหยียนถึงกับพยักหน้า “เธอจะไปหาศาสตราจารย์เฉินก็ได้ แต่อย่าเอาชื่อของฉันไปอ้าง”

“อีกอย่าง คุณป้าป่วยแล้วคงไปร่วมงานแต่งของเราไม่ได้ แต่เวลาแต่งงานจะเปลี่ยนไม่ได้นะ เพราะตารางเวลาของฉันถูกจัดไว้หมดแล้ว จะมารื้อใหม่ไม่ได้”

ฟางรั่วซีโกรธจนตัวสั่นไปหมด

แม่ต้องมาตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตเพราะเขาแท้ ๆ นอกจากเขาจะปฏิเสธการช่วยชีวิตแม่แล้วกลับยังเอาแต่ห่วงว่าจะทำให้ตัวเองเสียเวลาอีกงั้นเหรอ

ในสายตาของเขา เธอกับแม่เป็นตัวอะไรกันแน่

หมอเจ้าของไข้เห็นดังนั้นก็รีบเอ่ยปาก “เอ่อ เรื่องเร่งด่วนที่สุดตอนนี้คือต้องทำ IABP เพื่อรักษาชีวิตไว้ก่อน จะได้ซื้อเวลาได้มากขึ้นครับ”

“ผู้อำนวยการเสิ่น ความดันคนไข้ตกตลอดเลย ไม่มีใครมั่นใจในการใส่ IABP ได้เท่าคุณอีกแล้ว คุณเห็นว่า...”

เธอเกลียดความเลือดเย็นของเสิ่นลวี่เหยียน

แต่ในเวลานี้ เพื่อชีวิตของแม่ เธอทำได้เพียงข่มความโกรธทั้งหมดเอาไว้ “เสิ่นลวี่เหยียน ช่วยแม่ฉันด้วย”

เสิ่นลวี่เหยียนพยักหน้า “รู้แล้ว เตรียมตัวเถอะ”

……

ภายในห้องไอซียู เสิ่นลวี่เหยียนรับถุงมือปลอดเชื้อที่ผู้ช่วยส่งให้

ตอนนั้นเอง เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็พลันดังขึ้น

เสิ่นลวี่เหยียนเคยตั้งกฎเหล็กไว้ว่าระหว่างทำการผ่าตัด โทรศัพท์มือถือของบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนต้องปิดเครื่อง

เขาปั้นหน้าขรึม หันไปมองบุคลากรทางการแพทย์รอบ ๆ

“โทรศัพท์ของใครไม่ได้ปิดเครื่อง”

ผู้ช่วยคลำกระเป๋าตัวเอง ก่อนจะชี้ไปที่เอวของเสิ่นลวี่เหยียนด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน

“ผู้อำนวยการเสิ่น เหมือนจะเป็นโทรศัพท์ส่วนตัวของคุณนะครับ”

การเคลื่อนไหวของเสิ่นลวี่เหยียนชะงักไป

เพราะเป็นการทำงานล่วงเวลาแบบกะทันหัน รีบเปลี่ยนชุดไปหน่อย เขาจึงลืมปิดเสียง

เขาขมวดคิ้ว ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า เตรียมจะกดตัดสาย

ทว่าตอนที่สายตากวาดมองผ่านหน้าจอ ปลายนิ้วของเขากลับชะงักไป

แม้แต่ครั้งที่ผู้บริหารระดับสูงโทรมาด่วน เสิ่นลวี่เหยียนก็ยังไม่เคยหยุดมือจากการรักษาคนไข้ ทว่าตอนนี้เขากลับถือโทรศัพท์ แล้วหันหลังเดินออกจากประตูห้องไอซียูไป

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 23

    สามปีต่อมาชื่อของฟางรั่วซี แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักในแวดวงสถาปัตยกรรมเธอนำเทคนิคการปักลายซูโจวมาผสมผสานเข้ากับโครงสร้างแสงและเงาของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ได้อย่างแยบยล ผลงานทุกชิ้นล้วนเรียกได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกและในที่สุดเธอก็ใช้เงินที่หามาได้ด้วยตัวเอง ซื้อบ้านเก่าที่แม่ทิ้งไว้กลับคืนมาได้สำเร็จวันที่ได้โฉนดที่ดินมา เธออยู่ในบ้านคนเดียว นั่งตั้งแต่เช้าจรดค่ำฟู่สือชิงไม่ได้เร่งรัดเธอ เขาเพียงแค่รออยู่หน้าประตูเงียบ ๆ จนกระทั่งเธอเปิดประตู จึงค่อยเดินเข้าไปหา“ไปกันเถอะครับ กลับบ้านกัน”เขาจับมือเธอด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติสามปีมานี้ พวกเขาตกลงคบหากันอย่างค่อยเป็นค่อยไปไม่มีความหวือหวา ไม่มีความรักแบบเป็นจะตายเขามักจะเตรียมมื้อดึกและผ้าห่มไว้ให้ ตอนที่เธอโต้รุ่งวาดแบบเธอก็จะจัดเนกไทและเอกสารให้เขาเรียบร้อย ก่อนที่เขาจะขึ้นศาลเช่นกันเขาไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายการตัดสินใจใด ๆ ของเธอ เพียงแค่สนับสนุนเธออย่างไม่มีเงื่อนไข เป็นที่พึ่งพาที่แข็งแกร่งที่สุดของเธอนี่คือความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดแบบเท่าเทียมและที่ไม่เป็นพิษในแบบที่เธอชอบที่แท้ความรักที่ดีคือการทำให้คนเรากลายเป็นคนที่ดีข

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 22

    ไม่นานก็ถึงวันขึ้นศาลตอนนี้เสิ่นลวี่เหยียนสวมชุดสูทที่ไม่พอดีตัวอีกต่อไป ผมเผ้ายุ่งเหยิง เบ้าตาลึกโหล บริเวณคางมีหนวดเคราสีเขียวครึ้ม ส่วนเย่ซูเหยาที่อยู่ภายใต้การควบคุมตัวของตำรวจศาล สองมือถูกสวมกุญแจมือ ไม่เหลือเค้าความน่าสงสารน่าเวทนาเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปเสียงของผู้พิพากษาดังก้องขึ้นภายในห้องพิจารณาคดีอันเคร่งขรึมและศักดิ์สิทธิ์“...สำหรับคดีอุบัติเหตุทางการแพทย์ จากการพิจารณาคดี จำเลยเสิ่นลวี่เหยียนมีความประมาทอย่างร้ายแรงในกระบวนการรักษา ทำให้ผู้ป่วยพลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการช่วยชีวิต จึงต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยเป็นหลัก”“ศาลขอพิพากษาดังนี้: ให้จำเลยเสิ่นลวี่เหยียนกล่าวคำขอโทษต่อโจทก์ฟางรั่วซีต่อหน้าสื่อมวลชนระดับเมือง และร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ ให้แก่โจทก์ฟางรั่วซี เป็นเงินรวมทั้งสิ้นเก้าล้าน”“เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ของเสิ่นลวี่เหยียน และห้ามประกอบอาชีพแพทย์ตลอดชีวิต”ห้ามประกอบอาชีพแพทย์ตลอดชีวิตเมื่อสิ้นคำพูดนี้ ร่างของเสิ่นลวี่เหยียนก็โอนเอนเล็กน้อย หน้าที่การงานที่เขาเคยภาคภูมิใจหนักหนา พลันแหลกสลายกลายเป็นผุยผงผู้พิพากษาอ่านคำพิพ

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 21

    เสิ่นลวี่เหยียนไม่รู้ว่าตัวเองกลับมาถึงห้องเช่าได้อย่างไรเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วมือชะงักค้างอยู่เหนือชื่อของฟางรั่วซีผ่านไปนาน เขาก็เริ่มส่งข้อความหาฟางรั่วซี“เราต้องคุยกันหน่อยนะ”ข้อความถูกส่งออกไป ก่อนจะปรากฏเครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดงขึ้นมาเขามองหน้าจอ เวลาผ่านไปทีละนาที แต่เขาก็ยังคงดื้อดึงส่งไปอีกข้อความหนึ่ง“รั่วซี เรามาเจอกันหน่อยเถอะ”ผลลัพธ์ยังคงเป็นเครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดงเหมือนเดิมหยดน้ำตาร่วงหล่นลงบนหน้าจอโทรศัพท์ แต่เขาก็ยังคงส่งข้อความที่ฟางรั่วซีไม่มีทางได้รับไม่หยุด“รั่วซี ฉันผิดไปแล้ว เธอให้อภัยฉันได้ไหม”“ขอร้องละ...”“รั่วซี ฉันขอโทษ”“รั่วซี ฉันรักเธอ...”……ขณะเดียวกัน ฟางรั่วซีกำลังนั่งง่วนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์รางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันออกแบบในครั้งนั้น ทำให้เธอได้รับคำเชิญร่วมงานจากบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่งเพื่อการร่วมงานในครั้งนี้ เธอต้องทำงานจนดึกทุกวัน แม้จะเหนื่อยมาก ทว่าภายในใจกลับรู้สึกเติมเต็มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและนี่ก็เป็นอีกคืนที่เธออดนอน เมื่อมองเวลา จู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่านัดกับฟู่สือชิงเอาไว้เพื่อคุยเรื่องคดีความของเสิ่

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 20

    เสิ่นลวี่เหยียนไม่ได้เอ่ยปากแก้ตัวใด ๆเพราะมันไม่มีอะไรให้แก้ตัวได้เลยท้ายที่สุดเขาก็หยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อของตัวเองลงบนหนังสือแจ้งพักงานเพื่อรอการสอบสวนบ่ายวันเดียวกันกับที่เขาถูกพักงาน ฟางรั่วซีในฐานะญาติของผู้เสียหายก็ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อเมื่ออยู่หน้ากล้อง เธอได้บอกเล่าลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ตอนที่แม่ของเธออาการกำเริบไปจนถึงตอนที่เสียชีวิตอย่างชัดถ้อยชัดคำเธอตีแผ่ความจริงทั้งหมดต่อหน้าสาธารณชน ราวกับมีดผ่าตัดอันคมกริบที่กรีดกระชากเปลือกนอกอันจอมปลอมเรื่องหลักการของเสิ่นลวี่เหยียนออกอย่างแม่นยำ“หมอที่ทำเพื่อคนที่อ้างว่าเป็นแค่รุ่นน้อง จนถึงขั้นกล้าละเมิดกฎของโรงพยาบาล ทอดทิ้งผู้ป่วย และไม่สนแม้กระทั่งชีวิตของคนไข้...”ฟางรั่วซีมองกล้อง เน้นย้ำทีละคำ “เขาไม่คู่ควรกับเสื้อกาวน์ตัวนั้นเลยสักนิด”เสิ่นลวี่เหยียนที่กลับมาถึงบ้านเอาแต่มองหน้าจอโทรทัศน์ แสงสว่างจากหน้าจอตกกระทบลงบนใบหน้าของเขาวูบวาบไปมาเมื่อได้เห็นฟางรั่วซีบนหน้าจอ เขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกผิดหรือว่าเสียใจกันแน่ รู้เพียงแค่ว่าตำแหน่งของหัวใจมันเจ็บปวดจนแทบจะหายใจไม่ออกหลังจากนั้นไม่นาน หนังส

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 19

    ในหัวของเสิ่นลวี่เหยียนอื้ออึงไปหมด ขาวโพลนไปชั่วขณะตอนนั้นเย่ซูเหยาถือปึกเอกสารมาให้เขาเซ็น โดยบอกว่าเป็นสัญญาค้ำประกันของโปรเจกต์เขาไม่เคยคิดเลยว่ารุ่นน้องที่เขาคิดมาตลอดว่าแสนดีและใสซื่อจะหลอกเขาได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้อ่านมันอย่างละเอียดเลยด้วยซ้ำแต่นึกไม่ถึงเลยว่าตั้งแต่ตอนนั้นเธอก็ได้วางกับดักเอาไว้ให้เขาถูกลากลงสู่ขุมนรกเรียบร้อยแล้วเสิ่นลวี่เหยียนเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาที่เคยสุขุมเยือกเย็น บัดนี้กลับคุกรุ่นไปด้วยโทสะที่พลุ่งพล่านและความเย็นชาที่หนาวเหน็บลึกถึงกระดูกเขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนพวกตัวตลกเพื่อผู้หญิงคนนี้ เขายอมละเมิดหลักการทุกอย่าง ทำร้ายรั่วซีครั้งแล้วครั้งเล่า แถมยังเป็นต้นเหตุทางอ้อมที่ทำให้แม่ของรั่วซีต้องตาย...เพื่อเธอ เขาสูญเสียทุกอย่างที่มีค่าที่สุดในชีวิตไป แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา กลับเป็นจุดจบอันชั่วร้ายอำมหิตเช่นนี้“ไสหัวไป”รอยยิ้มบนใบหน้าของเย่ซูเหยาแข็งค้างไปชั่วขณะ แต่ไม่นานเธอก็กลับมาทำท่าทีลำพองใจเหมือนคนถือไพ่เหนือกว่าอีกครั้ง“รุ่นพี่ รุ่นพี่ก็คิดดูให้ดี ๆ แล้วกัน”เธอจัดทรงผมของตัวเองให้เข้าที่ ขยับเท้าเดินเข้าไปหาเขาอีกก้าว ก่อนจะกดเส

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 18

    เสิ่นลวี่เหยียนถูกเธอโวยวายใส่จนปวดหัวยิ่งกว่าเดิมเขายกมือขึ้นนวดขมับ น้ำเสียงแหบพร่า “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน...” เย่ซูเหยาร้องไห้ แทบจะสติแตก “ตอนนี้สายป่านขาดแล้ว โปรเจกต์ต้องหยุดชะงักไปเลย แถมพวกเขายังจะให้ฉันชดใช้เงินอีก! รุ่นพี่คะ ฉันต้องใช้เงินก้อนใหญ่เพื่อไปปลดอายัดทรัพย์สิน ไม่งั้นฉันต้องจบเห่แน่ ๆ แถมยังต้องติดคุกด้วย! รุ่นพี่คะ รุ่นพี่ช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ”เสิ่นลวี่เหยียนฟังเสียงร้องไห้ของเธอ ความรู้สึกเหนื่อยล้าและเบื่อหน่ายอย่างบอกไม่ถูกพลันตีรวนขึ้นมาในอก“เหยาเหยา ฉันไม่มีเงินแล้ว”“เงินของฉันให้เธอไปหมดแล้ว บ้านกับรถก็เอาไปจำนองแล้ว ฉันไม่มีเงินเหลือเลยสักแดงเดียว”แม้แต่เงินที่จะเอาไปคืนรั่วซี เขายังต้องบากหน้าไปยืมเพื่อนเลย แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาอีกเสียงร้องไห้ของเย่ซูเหยาชะงักไปอึดใจหนึ่ง ราวกับฟังไม่ชัด เธอมองเขาด้วยความไม่อยากเชื่อทันใดนั้นเธอก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “จริงสิคะรุ่นพี่ รุ่นพี่เป็นผู้อำนวยการนี่นา!”“ในโรงพยาบาลต้องมีเงินสำรองอยู่แล้วใช่ไหมคะ ไหนจะยังมีทุนวิจัยอีก รุ่นพี่ต้องมีวิธีแน่ ๆ ค่ะรุ่นพี่”เธอขยับเข้าไปใกล้พ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status