مشاركة

บทที่ 3

مؤلف: ข้าวสาลี
พูดจบ เย่ซูเหยาก็เหมือนเพิ่งจะรู้ตัว เธอรีบยกมือปิดปาก แล้วมองไปทางฟางรั่วซีด้วยใบหน้าตื่นตระหนก

“อ๊ะ รั่วซี ขอโทษนะ ฉันไม่ได้หมายความว่าเธอเป็นของสกปรกนะ...”

“ฉันแค่เห็นว่าตัวเธอเปียกไปหมดแล้ว...”

เธอมองไปทางเสิ่นลวี่เหยียนอย่างลุกลี้ลุกลน “รุ่นพี่รีบช่วยฉันอธิบายหน่อยสิ ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นจริง ๆ อย่าปล่อยให้รั่วซีเข้าใจผิด แล้วก็โกรธฉันอีกเลยนะ”

เสิ่นลวี่เหยียนลูบผมเธอยิ้ม ๆ น้ำเสียงเปี่ยมแววเอ็นดู “ฉันเข้าใจความหมายของเธอ รั่วซีจะมาโกรธเธอได้ยังไง เขาไม่ได้เป็นคนใจแคบขนาดนั้นหรอก”

เขาหันหน้าไปมองฟางรั่วซี

“ชูชีเปลี่ยนชุดใหม่แล้ว ตัวเธอเปียกไปหมด เดี๋ยวจะทำมันเลอะเอาง่าย ๆ ”

“เธอไม่รู้หรอกว่าเด็กคนนี้ซนแค่ไหน เมื่อวานฉันเพิ่งซื้อเสื้อผ้าให้เขาสิบชุด เผลอแป๊บเดียวเขาก็ทำเลอะไปแปดชุดแล้ว”

ผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก

พวกเขายืนอยู่ด้วยกัน เหมือนครอบครัวเดียวกันไม่มีผิด

ฟางรั่วซีไม่ได้มองเสิ่นลวี่เหยียน เธอเอาแต่จ้องเย่ซูเหยาแล้วเอ่ยปากอย่างเย็นชา

“ถอดชุดนอนของฉันที่อยู่บนตัวคุณออกมาเดี๋ยวนี้”

ชุดนอนชุดนั้นเป็นผ้าไหมปักลายซูโจว ด้านบนคือลายนกยวนยางที่แม่ของเธอเย็บให้ทีละฝีเข็ม

เป็นชุดที่ทำให้เธอใส่ตอนแต่งงานใหม่

แต่ตอนนี้กลับอยู่บนตัวของเย่ซูเหยา

มวลอากาศพลันหยุดนิ่ง

เย่ซูเหยาเหมือนตกใจสายตาของเธอถึงได้หดตัวลงเล็กน้อยและกัดริมฝีปากล่างด้วยความน้อยใจ

“รั่วซี ขอโทษนะ ฉัน...ฉันจะถอดเดี๋ยวนี้แหละ”

เธอมองไปทางเสิ่นลวี่เหยียนเพื่อขอความช่วยเหลือ ขอบตาแดงก่ำขึ้นมา

“แต่ว่า...เสื้อผ้าฉันทำเลอะไปเมื่อคืน รุ่นพี่ช่วยฉันซักไปแล้ว ตอนนี้ยังไม่แห้งเลย...”

เสิ่นลวี่เหยียนมองฟางรั่วซีอย่างไม่พอใจ “แค่เสื้อผ้าชุดเดียว เธอทำท่าทีแบบนี้หมายความว่ายังไง”

ความน้อยใจและความโกรธที่ฟางรั่วซีสะสมมาทั้งคืนปะทุขึ้นมาในวินาทีนี้

“เมื่อคืนคุณทิ้งฉันไว้บนถนนที่แม้แต่รถก็ยังเรียกไม่ได้ เพื่อไปบาร์เป็นเพื่อนรุ่นน้องแสนดีของคุณ!”

“มือถือของฉันแบตหมด ต้องเดินตากฝนมาทั้งคืนกว่าจะได้กลับมา!”

“พอกลับมาถึงสิ่งที่เห็นก็คือคู่หมั้นของฉันนอนกับผู้หญิงคนอื่นมาทั้งคืน แถมเธอยังใส่ชุดนอนที่แม่ทำให้ฉันสำหรับวันแต่งงานอีก!”

“เสิ่นลวี่เหยียน คุณบอกฉันมาสิว่าฉันควรจะทำหน้ายังไง”

เย่ซูเหยาขอบตาแดงก่ำ “รั่วซี เธออย่าเข้าใจผิดเด็ดขาดเลยนะ!”

“เมื่อคืนฉันแค่ดื่มหนักไปหน่อย รุ่นพี่ไม่วางใจก็เลยพากลับมาด้วย”

“เราไม่ได้มีอะไรกันเลย เราแยกกันนอนนะ!”

เธอร้องไห้พลางหันไปทางเสิ่นลวี่เหยียน แล้วถามอย่างจนปัญญา “รุ่นพี่ ฉันควรอธิบายยังไงรั่วซีถึงจะไม่เข้าใจเราผิด”

ชูชีปาฟิกเกอร์ในมือใส่หัวของฟางรั่วซีอย่างแรง

ฟิกเกอร์ขูดผ่านพวงแก้ม ทิ้งรอยเลือดเอาไว้หนึ่งรอย

“คุณรังแกแม่ผม ผมจะตีคุณให้ตายเลยผู้หญิงใจร้าย!”

เสิ่นลวี่เหยียนที่เดิมทีรู้สึกผิดอยู่บ้างก็สีหน้าเย็นชาลงทันที

“ฟางรั่วซี อย่าเอาความคิดสกปรกของเธอมามองว่าทุกคนจะสกปรกเหมือนเธอไปหมดสิ!”

“อีกอย่างเธอโตป่านนี้แล้ว เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังจัดการไม่ได้อีกหรือไง กลับมาก็เอาอารมณ์มาลงใส่เหยาเหยาที่ไม่รู้เรื่อง เธอคิดว่าตัวเองมีเหตุผลนักหรือไง”

ฟางรั่วซีหัวเราะด้วยความโมโห “สรุปคือพวกคุณเป็นมิตรภาพอันบริสุทธิ์งั้นสิ”

“อย่าทะเลาะกันเลย” เย่ซูเหยาปาดน้ำตา “ฉันผิดเอง ฉันจะถอดชุดนอนคืนให้เธอเดี๋ยวนี้แหละ!”

เธอพูดพลางใช้สองมือดึงทึ้งชุดนอนบนตัว

“แควก!”

ชุดนอนถูกเธอกระชากจนขาดเป็นรอยแหว่งขนาดใหญ่จากตรงหัวไหล่

ชั่วอึดใจนั้นน้ำตาของเธอก็เอ่อคลอเบ้า ท่าทางยิ่งดูตื่นตระหนกกว่าเดิม

“ขอโทษนะ รั่วซี ฉัน...”

ทว่าเสิ่นลวี่เหยียนกลับถอดเสื้อคลุมของตัวเองออกไปคลุมบนตัวเย่ซูเหยาทันที ก่อนเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ไม่เป็นไร เธอไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย”

ฟางรั่วซีมองชุดนอนที่ถูกฉีกขาดด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้มไปทั้งตัว

เย่ซูเหยาจงใจชัด ๆ!

เธอพุ่งเข้าไปเงื้อมือหมายจะตบลงบนหน้าของเย่ซูเหยา ทว่าข้อมือที่ฟาดลงไปกลับถูกเสิ่นลวี่เหยียนคว้าเอาไว้แน่น

“ฟางรั่วซี เธอเป็นบ้าอะไรของเธอ”

“แค่ชุดนอนชุดเดียวไม่ใช่หรือไง อย่างมากฉันก็ชดใช้ให้เธอสักชุดก็สิ้นเรื่อง”

ฟางรั่วซีโกรธจนน้ำเสียงสั่นพร่า

“นี่คือชุดที่แม่ฉันทำให้ฉัน คุณจะเอาอะไรมาชดใช้”

แม่ของเธอเคยเป็นช่างปักลายซูโจวที่มีชื่อเสียงไปทั่ว

การหักหลังของพ่อทำให้ท่านตรอมใจจนล้มป่วย กระทบกระเทือนถึงหัวใจ นับแต่นั้นก็ไม่สามารถจับเข็มเย็บผ้าได้อีกเลย

แต่แม่ก็ยังไม่สนร่างกายของตัวเอง ยอมทุ่มเทแรงกายแรงใจมากมายแอบปักชุดนอนตัวนี้ให้เธอก่อนวันแต่งงาน

แต่ตอนนี้กลับถูกเย่ซูเหยาทำลายไปหมดแล้ว

“งั้นก็ยิ่งพูดง่ายเลย ให้แม่เธอทำให้อีกชุดก็สิ้นเรื่องไม่ใช่หรือไง”

เสิ่นลวี่เหยียนสะบัดมือเธอออก “ใกล้แต่งงานแล้ว ฉันไม่อยากทะเลาะกับเธอ ใจเย็นหน่อยเถอะ”

ฟางรั่วซีมองเขา ราวกับได้ยินเรื่องตลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

“เพื่อเย่ซูเหยา คุณผิดนัดจดทะเบียนสมรสกับฉันตั้งแปดครั้ง”

“เพื่อเธอ คุณทิ้งฉันไว้กลางพายุฝนคนเดียว แถมยังให้เธอใส่ชุดนอนสำหรับวันแต่งงานที่แม่ทำให้ฉัน แล้วก็นอนบนเตียงแต่งงานของเรา”

“เสิ่นลวี่เหยียน คุณเอาสิทธิ์อะไรมาคิดว่าฉันยังจะแต่งงานอีก”

“งานแต่งครั้งนี้ ฉันไม่แต่งแล้ว!”

ในตอนนั้นเองประตูก็พลันถูกเปิดออก

คุณนายฟางยืนอยู่ตรงหน้าประตูด้วยใบหน้าตกตะลึง

“รั่วซี งานแต่งอะไรที่จะไม่แต่งแล้ว”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 23

    สามปีต่อมาชื่อของฟางรั่วซี แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักในแวดวงสถาปัตยกรรมเธอนำเทคนิคการปักลายซูโจวมาผสมผสานเข้ากับโครงสร้างแสงและเงาของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ได้อย่างแยบยล ผลงานทุกชิ้นล้วนเรียกได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกและในที่สุดเธอก็ใช้เงินที่หามาได้ด้วยตัวเอง ซื้อบ้านเก่าที่แม่ทิ้งไว้กลับคืนมาได้สำเร็จวันที่ได้โฉนดที่ดินมา เธออยู่ในบ้านคนเดียว นั่งตั้งแต่เช้าจรดค่ำฟู่สือชิงไม่ได้เร่งรัดเธอ เขาเพียงแค่รออยู่หน้าประตูเงียบ ๆ จนกระทั่งเธอเปิดประตู จึงค่อยเดินเข้าไปหา“ไปกันเถอะครับ กลับบ้านกัน”เขาจับมือเธอด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติสามปีมานี้ พวกเขาตกลงคบหากันอย่างค่อยเป็นค่อยไปไม่มีความหวือหวา ไม่มีความรักแบบเป็นจะตายเขามักจะเตรียมมื้อดึกและผ้าห่มไว้ให้ ตอนที่เธอโต้รุ่งวาดแบบเธอก็จะจัดเนกไทและเอกสารให้เขาเรียบร้อย ก่อนที่เขาจะขึ้นศาลเช่นกันเขาไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายการตัดสินใจใด ๆ ของเธอ เพียงแค่สนับสนุนเธออย่างไม่มีเงื่อนไข เป็นที่พึ่งพาที่แข็งแกร่งที่สุดของเธอนี่คือความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดแบบเท่าเทียมและที่ไม่เป็นพิษในแบบที่เธอชอบที่แท้ความรักที่ดีคือการทำให้คนเรากลายเป็นคนที่ดีข

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 22

    ไม่นานก็ถึงวันขึ้นศาลตอนนี้เสิ่นลวี่เหยียนสวมชุดสูทที่ไม่พอดีตัวอีกต่อไป ผมเผ้ายุ่งเหยิง เบ้าตาลึกโหล บริเวณคางมีหนวดเคราสีเขียวครึ้ม ส่วนเย่ซูเหยาที่อยู่ภายใต้การควบคุมตัวของตำรวจศาล สองมือถูกสวมกุญแจมือ ไม่เหลือเค้าความน่าสงสารน่าเวทนาเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปเสียงของผู้พิพากษาดังก้องขึ้นภายในห้องพิจารณาคดีอันเคร่งขรึมและศักดิ์สิทธิ์“...สำหรับคดีอุบัติเหตุทางการแพทย์ จากการพิจารณาคดี จำเลยเสิ่นลวี่เหยียนมีความประมาทอย่างร้ายแรงในกระบวนการรักษา ทำให้ผู้ป่วยพลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการช่วยชีวิต จึงต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยเป็นหลัก”“ศาลขอพิพากษาดังนี้: ให้จำเลยเสิ่นลวี่เหยียนกล่าวคำขอโทษต่อโจทก์ฟางรั่วซีต่อหน้าสื่อมวลชนระดับเมือง และร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ ให้แก่โจทก์ฟางรั่วซี เป็นเงินรวมทั้งสิ้นเก้าล้าน”“เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ของเสิ่นลวี่เหยียน และห้ามประกอบอาชีพแพทย์ตลอดชีวิต”ห้ามประกอบอาชีพแพทย์ตลอดชีวิตเมื่อสิ้นคำพูดนี้ ร่างของเสิ่นลวี่เหยียนก็โอนเอนเล็กน้อย หน้าที่การงานที่เขาเคยภาคภูมิใจหนักหนา พลันแหลกสลายกลายเป็นผุยผงผู้พิพากษาอ่านคำพิพ

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 21

    เสิ่นลวี่เหยียนไม่รู้ว่าตัวเองกลับมาถึงห้องเช่าได้อย่างไรเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วมือชะงักค้างอยู่เหนือชื่อของฟางรั่วซีผ่านไปนาน เขาก็เริ่มส่งข้อความหาฟางรั่วซี“เราต้องคุยกันหน่อยนะ”ข้อความถูกส่งออกไป ก่อนจะปรากฏเครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดงขึ้นมาเขามองหน้าจอ เวลาผ่านไปทีละนาที แต่เขาก็ยังคงดื้อดึงส่งไปอีกข้อความหนึ่ง“รั่วซี เรามาเจอกันหน่อยเถอะ”ผลลัพธ์ยังคงเป็นเครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดงเหมือนเดิมหยดน้ำตาร่วงหล่นลงบนหน้าจอโทรศัพท์ แต่เขาก็ยังคงส่งข้อความที่ฟางรั่วซีไม่มีทางได้รับไม่หยุด“รั่วซี ฉันผิดไปแล้ว เธอให้อภัยฉันได้ไหม”“ขอร้องละ...”“รั่วซี ฉันขอโทษ”“รั่วซี ฉันรักเธอ...”……ขณะเดียวกัน ฟางรั่วซีกำลังนั่งง่วนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์รางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันออกแบบในครั้งนั้น ทำให้เธอได้รับคำเชิญร่วมงานจากบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่งเพื่อการร่วมงานในครั้งนี้ เธอต้องทำงานจนดึกทุกวัน แม้จะเหนื่อยมาก ทว่าภายในใจกลับรู้สึกเติมเต็มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและนี่ก็เป็นอีกคืนที่เธออดนอน เมื่อมองเวลา จู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่านัดกับฟู่สือชิงเอาไว้เพื่อคุยเรื่องคดีความของเสิ่

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 20

    เสิ่นลวี่เหยียนไม่ได้เอ่ยปากแก้ตัวใด ๆเพราะมันไม่มีอะไรให้แก้ตัวได้เลยท้ายที่สุดเขาก็หยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อของตัวเองลงบนหนังสือแจ้งพักงานเพื่อรอการสอบสวนบ่ายวันเดียวกันกับที่เขาถูกพักงาน ฟางรั่วซีในฐานะญาติของผู้เสียหายก็ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อเมื่ออยู่หน้ากล้อง เธอได้บอกเล่าลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ตอนที่แม่ของเธออาการกำเริบไปจนถึงตอนที่เสียชีวิตอย่างชัดถ้อยชัดคำเธอตีแผ่ความจริงทั้งหมดต่อหน้าสาธารณชน ราวกับมีดผ่าตัดอันคมกริบที่กรีดกระชากเปลือกนอกอันจอมปลอมเรื่องหลักการของเสิ่นลวี่เหยียนออกอย่างแม่นยำ“หมอที่ทำเพื่อคนที่อ้างว่าเป็นแค่รุ่นน้อง จนถึงขั้นกล้าละเมิดกฎของโรงพยาบาล ทอดทิ้งผู้ป่วย และไม่สนแม้กระทั่งชีวิตของคนไข้...”ฟางรั่วซีมองกล้อง เน้นย้ำทีละคำ “เขาไม่คู่ควรกับเสื้อกาวน์ตัวนั้นเลยสักนิด”เสิ่นลวี่เหยียนที่กลับมาถึงบ้านเอาแต่มองหน้าจอโทรทัศน์ แสงสว่างจากหน้าจอตกกระทบลงบนใบหน้าของเขาวูบวาบไปมาเมื่อได้เห็นฟางรั่วซีบนหน้าจอ เขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกผิดหรือว่าเสียใจกันแน่ รู้เพียงแค่ว่าตำแหน่งของหัวใจมันเจ็บปวดจนแทบจะหายใจไม่ออกหลังจากนั้นไม่นาน หนังส

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 19

    ในหัวของเสิ่นลวี่เหยียนอื้ออึงไปหมด ขาวโพลนไปชั่วขณะตอนนั้นเย่ซูเหยาถือปึกเอกสารมาให้เขาเซ็น โดยบอกว่าเป็นสัญญาค้ำประกันของโปรเจกต์เขาไม่เคยคิดเลยว่ารุ่นน้องที่เขาคิดมาตลอดว่าแสนดีและใสซื่อจะหลอกเขาได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้อ่านมันอย่างละเอียดเลยด้วยซ้ำแต่นึกไม่ถึงเลยว่าตั้งแต่ตอนนั้นเธอก็ได้วางกับดักเอาไว้ให้เขาถูกลากลงสู่ขุมนรกเรียบร้อยแล้วเสิ่นลวี่เหยียนเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาที่เคยสุขุมเยือกเย็น บัดนี้กลับคุกรุ่นไปด้วยโทสะที่พลุ่งพล่านและความเย็นชาที่หนาวเหน็บลึกถึงกระดูกเขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนพวกตัวตลกเพื่อผู้หญิงคนนี้ เขายอมละเมิดหลักการทุกอย่าง ทำร้ายรั่วซีครั้งแล้วครั้งเล่า แถมยังเป็นต้นเหตุทางอ้อมที่ทำให้แม่ของรั่วซีต้องตาย...เพื่อเธอ เขาสูญเสียทุกอย่างที่มีค่าที่สุดในชีวิตไป แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา กลับเป็นจุดจบอันชั่วร้ายอำมหิตเช่นนี้“ไสหัวไป”รอยยิ้มบนใบหน้าของเย่ซูเหยาแข็งค้างไปชั่วขณะ แต่ไม่นานเธอก็กลับมาทำท่าทีลำพองใจเหมือนคนถือไพ่เหนือกว่าอีกครั้ง“รุ่นพี่ รุ่นพี่ก็คิดดูให้ดี ๆ แล้วกัน”เธอจัดทรงผมของตัวเองให้เข้าที่ ขยับเท้าเดินเข้าไปหาเขาอีกก้าว ก่อนจะกดเส

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 18

    เสิ่นลวี่เหยียนถูกเธอโวยวายใส่จนปวดหัวยิ่งกว่าเดิมเขายกมือขึ้นนวดขมับ น้ำเสียงแหบพร่า “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน...” เย่ซูเหยาร้องไห้ แทบจะสติแตก “ตอนนี้สายป่านขาดแล้ว โปรเจกต์ต้องหยุดชะงักไปเลย แถมพวกเขายังจะให้ฉันชดใช้เงินอีก! รุ่นพี่คะ ฉันต้องใช้เงินก้อนใหญ่เพื่อไปปลดอายัดทรัพย์สิน ไม่งั้นฉันต้องจบเห่แน่ ๆ แถมยังต้องติดคุกด้วย! รุ่นพี่คะ รุ่นพี่ช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ”เสิ่นลวี่เหยียนฟังเสียงร้องไห้ของเธอ ความรู้สึกเหนื่อยล้าและเบื่อหน่ายอย่างบอกไม่ถูกพลันตีรวนขึ้นมาในอก“เหยาเหยา ฉันไม่มีเงินแล้ว”“เงินของฉันให้เธอไปหมดแล้ว บ้านกับรถก็เอาไปจำนองแล้ว ฉันไม่มีเงินเหลือเลยสักแดงเดียว”แม้แต่เงินที่จะเอาไปคืนรั่วซี เขายังต้องบากหน้าไปยืมเพื่อนเลย แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาอีกเสียงร้องไห้ของเย่ซูเหยาชะงักไปอึดใจหนึ่ง ราวกับฟังไม่ชัด เธอมองเขาด้วยความไม่อยากเชื่อทันใดนั้นเธอก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “จริงสิคะรุ่นพี่ รุ่นพี่เป็นผู้อำนวยการนี่นา!”“ในโรงพยาบาลต้องมีเงินสำรองอยู่แล้วใช่ไหมคะ ไหนจะยังมีทุนวิจัยอีก รุ่นพี่ต้องมีวิธีแน่ ๆ ค่ะรุ่นพี่”เธอขยับเข้าไปใกล้พ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status