Short
สามีชอบแกล้งตาย เดี๋ยวฉันจัดให้เอง

สามีชอบแกล้งตาย เดี๋ยวฉันจัดให้เอง

Oleh:  เจ้าหนูหมัดเล็กTamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
11Bab
2.0KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เดือนที่สามหลังจากที่สามีประสบอุบัติเหตุหายตัวไป ฉันก็เห็นเขาที่บาร์ เขากำลังโอบไหล่ “เพื่อนผู้หญิง” พลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ต้องขอบคุณไอเดียของเธอจริง ๆ ไม่งั้นฉันคงลืมไปแล้วว่าความรู้สึกเป็นอิสระมันเป็นยังไง” พวกเพื่อน ๆ ที่อยู่ข้างกายผลัดกันชนแก้วกับเขาแก้วแล้วแก้วเล่า พลางถามว่าเมื่อไหร่เขาถึงจะยอมโผล่หน้าไปเสียที เขาหลุบตาลงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อีกสักหนึ่งสัปดาห์แล้วกัน รอให้เธอตามหาฉันจนแทบบ้า แล้วฉันค่อยโผล่ไป” ฉันยืนอยู่ในมุมมืด มองดูท่าทีดื่มด่ำกับอิสรภาพของเขา ก่อนจะต่อสายหาเพื่อนที่ทำงานอยู่ฝ่ายทะเบียนราษฎร

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

“ฉันตัดสินใจจะไปแจ้งตายให้เสิ่นจื้อเหิงแล้วละ”

“ไม่ตามหาแล้วเหรอ” เพื่อนที่ปลายสายถามด้วยความลังเล

ฉันเงยหน้าขึ้น มองไปทางเสิ่นจื้อเหิงที่กำลังโอบซ่งเนี่ยนพลางกระซิบกระซาบกัน ขอบตาก็ร้อนผ่าว น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย “หาไม่เจอแล้วละ”

คนที่ตั้งใจจะหลบซ่อนตัว ต่อให้หาเจอแล้วจะมีประโยชน์อะไรล่ะ

หลังจากวางสาย ฉันก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องวีไอพี

เพื่อนสนิทเห็นฉันหน้าตาหมองคล้ำ จึงยัดแก้วเหล้าใส่มือฉัน

“เวยเวย เสิ่นจื้อเหิงหายตัวไปสามเดือนแล้ว แทบไม่มีเปอร์เซ็นต์รอดชีวิตเลยนะ เธอควรมูฟออนได้แล้ว!”

ฉันหลุบตามองเหล้าสีสันสดใสในแก้ว ก่อนจะกระดกรวดเดียวจนหมด

รสชาติบาดคอเรียกน้ำตาของฉันให้เอ่อล้นออกมา ฉันกะพริบตาถี่ ๆ กลั้นความเจ็บปวดในใจ แล้วเอ่ยถามเพื่อนเสียงเบา “จะมีคนแกล้งทำเป็นหายตัวไปเพื่อหลอกภรรยาตัวเองไหม”

เธอมองฉันด้วยความผิดหวัง “เธอพูดบ้าอะไรเนี่ย คนที่ทำแบบนี้ได้มันเดรัจฉานชัด ๆ สู้ตายไปจริง ๆ ซะยังจะดีกว่า!”

ฉันปาดน้ำตา ก่อนหยิบกระเป๋าบนโซฟาขึ้นมา

“เธอพูดถูก ฉันควรปล่อยวางเรื่องเสิ่นจื้อเหิงได้แล้ว”

พูดจบฉันก็หันหลังจากมา และกลับมาที่บ้าน

ในบ้านยังเงียบเหงาเหมือนเคย ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาฉันหวาดกลัวความเงียบแบบนี้มาก ตอนกลับบ้านมักจะเปิดไฟทุกดวง ชงชาแบบที่เสิ่นจื้อเหิงดื่มเป็นประจำมาวางไว้บนโต๊ะกระจก ทำราวกับเขายังอยู่บ้าน

ฉันไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าถ้าเขาไม่อยากใช้ชีวิตร่วมกับฉันแล้ว ก็แค่หย่ากันไป ทำไมต้องแกล้งทำเป็นเกิดอุบัติเหตุตอนเล่นสกีจนหายตัวไปด้วย

ฉันนั่งลงบนโซฟา หยิบฟิกเกอร์ตัวจิบิของเราสองคนที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกขึ้นมา

นึกถึงตอนเสิ่นจื้อเหิงอิงแอบอยู่ข้าง ๆ เขาชี้ตุ๊กตาจิ๋วสองตัวนี้แล้วยิ้มตาหยี “ต่อไปตอนฉันไม่อยู่ ก็ให้พวกมันอยู่เป็นเพื่อนเธอแทนฉันนะ”

คำพูดในวันนั้นกับน้ำเสียงหงุดหงิดของเขาที่บาร์ในวันนี้ซ้อนทับกัน

“เมื่อก่อนฉู่จือเวยก็ถือว่าอ่อนโยนน่ารักดีหรอก แต่พอแต่งงานกันแล้วก็ไม่รู้ทำไมถึงได้ทำตัวติดหนึบมากขึ้นเรื่อย ๆ การแกล้งตายของฉันครั้งนี้ก็ถือซะว่าเป็นการดัดนิสัยเธอ วันหลังจะได้ไม่ต้องมาทำตัวติดฉันแจอีก”

ซ่งเนี่ยนที่อยู่ข้าง ๆ รินเหล้าให้เขาแก้วหนึ่ง “ฉันดีกว่าใช่ไหมล่ะ เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งหลายปี ฉันไม่เคยทำตัวติดนายเลยนะ!”

“ใช่ ๆ ๆ เธอคือเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลย”

พวกเขาพูดคุยกันในนามของเพื่อนซี้ แต่ขากลับเกี่ยวพันกันอยู่

พอคิดถึงภาพเหตุการณ์นี้ ภายในใจของฉันก็รู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาเป็นระลอก ๆ

ฉันโยนฟิกเกอร์ลงถังขยะ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งข้อความเข้าไปในกลุ่ม

[เสิ่นจื้อเหิงประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเมื่อสามเดือนก่อน และจะมีการจัดพิธีไว้อาลัยในอีกหนึ่งสัปดาห์]

พวกเพื่อนของเสิ่นจื้อเหิงก็ส่งข้อความรัวคำถามมาเป็นชุดทันที

“ยังหาเขาไม่เจอเลย เธอจะจัดงานศพได้ยังไง”

“ฉู่จือเวย เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไง พี่เหิงยังไม่ตายนะ!”

“ถ้าพี่เหิงกลับมาแล้วเห็นงานศพของตัวเอง เขาได้โกรธตายแน่! ฉู่จือเวย เธอคิดให้ดีนะ เธอกล้าทำให้พี่เหิงโกรธเหรอ”

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
11 Bab
บทที่ 1
“ฉันตัดสินใจจะไปแจ้งตายให้เสิ่นจื้อเหิงแล้วละ”“ไม่ตามหาแล้วเหรอ” เพื่อนที่ปลายสายถามด้วยความลังเลฉันเงยหน้าขึ้น มองไปทางเสิ่นจื้อเหิงที่กำลังโอบซ่งเนี่ยนพลางกระซิบกระซาบกัน ขอบตาก็ร้อนผ่าว น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย “หาไม่เจอแล้วละ”คนที่ตั้งใจจะหลบซ่อนตัว ต่อให้หาเจอแล้วจะมีประโยชน์อะไรล่ะหลังจากวางสาย ฉันก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องวีไอพีเพื่อนสนิทเห็นฉันหน้าตาหมองคล้ำ จึงยัดแก้วเหล้าใส่มือฉัน“เวยเวย เสิ่นจื้อเหิงหายตัวไปสามเดือนแล้ว แทบไม่มีเปอร์เซ็นต์รอดชีวิตเลยนะ เธอควรมูฟออนได้แล้ว!”ฉันหลุบตามองเหล้าสีสันสดใสในแก้ว ก่อนจะกระดกรวดเดียวจนหมดรสชาติบาดคอเรียกน้ำตาของฉันให้เอ่อล้นออกมา ฉันกะพริบตาถี่ ๆ กลั้นความเจ็บปวดในใจ แล้วเอ่ยถามเพื่อนเสียงเบา “จะมีคนแกล้งทำเป็นหายตัวไปเพื่อหลอกภรรยาตัวเองไหม”เธอมองฉันด้วยความผิดหวัง “เธอพูดบ้าอะไรเนี่ย คนที่ทำแบบนี้ได้มันเดรัจฉานชัด ๆ สู้ตายไปจริง ๆ ซะยังจะดีกว่า!”ฉันปาดน้ำตา ก่อนหยิบกระเป๋าบนโซฟาขึ้นมา“เธอพูดถูก ฉันควรปล่อยวางเรื่องเสิ่นจื้อเหิงได้แล้ว”พูดจบฉันก็หันหลังจากมา และกลับมาที่บ้านในบ้านยังเงียบเหงาเหมือนเคย ต
Baca selengkapnya
บทที่ 2
ข้อความก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้ตอบกลับ ตอบไปแค่ข้อความสุดท้ายเท่านั้น“คนก็ตายไปแล้ว จะมาโกรธอะไรอีกล่ะ”พูดจบ ฉันก็โยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ แล้วไปเก็บของที่เสิ่นจื้อเหิงทิ้งไว้ในบ้านตลอดสามเดือนมานี้ ฉันแทบจะขลุกอยู่แต่ในเมืองที่เขาไปเล่นสกีเพื่อตามหาร่องรอยของเขา ไม่ค่อยได้กลับบ้านภายในห้องนอน นอกจากเตียงแล้วก็แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนักแต่พอเปิดตู้เสื้อผ้า ฉันก็ต้องยืนอึ้งอยู่กับที่เสื้อผ้าของเสิ่นจื้อเหิงในตู้หายไปกว่าครึ่ง ที่เหลืออยู่ก็แทบจะเป็นชุดที่ใส่ในฤดูกาลนี้ไม่ได้แล้วน้ำตาของฉันพลันร่วงหล่น ฉันแค่นหัวเราะตัวเองสามเดือนมานี้ เพื่อตามหาเบาะแสของเขา ฉันแทบจะกินนอนอยู่บนภูเขาหิมะ มีแค่ตอนที่ทนไม่ไหวจริง ๆ ถึงจะเลือกกลับมาพักผ่อนที่บ้านแต่เสิ่นจื้อเหิงกลับแอบกลับบ้านมาเอาของของตัวเองไปตั้งหลายครั้ง ในช่วงเวลาที่ฉันแทบจะสติแตกฉันเปิดกล้องวงจรปิดในบ้าน ดึงภาพย้อนหลังช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาแล้วกดเล่นแบบเร่งความเร็วช่วงต้นเดือน เสิ่นจื้อเหิงโอบไหล่ซ่งเนี่ยนเดินเข้าบ้านมา ผ่านไปสองชั่วโมงถึงค่อยหอบเสื้อผ้ากองโตออกไปช่วงกลางเดือน เสิ่นจื้อเหิงอุ้มซ่งเนี่ยนในท่าเจ้าหญิ
Baca selengkapnya
บทที่ 3
ต้องรู้ไว้ว่าเมื่อก่อนเวลาเขาโมโหใส่ฉัน มักจะปล่อยให้ฉันกลับไปสำนึกผิดเองทั้งคืน จากนั้นพอไปขอโทษ เขาถึงจะยอมฝืนให้อภัยฉันฉันหลับตาที่แสบจนปวดร้าวลง แล้วกดบันทึกวิดีโอทั้งสองคลิปนี้ไว้กำลังคิดจะปิดโทรศัพท์ สายของซ่งเนี่ยนก็โทรเข้ามาพอดีฉันกดรับสาย เสียงดนตรีที่ดังหนวกหูก็ดังระเบิดขึ้นข้างหูทันทีซ่งเนี่ยนตะโกน “ฉู่จือเวย เธอจะจัดงานศพให้พี่เหิงเหรอ เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไง”“ฉันจะบอกให้นะ รีบยกเลิกเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นรอพี่เหิงกลับมา เธอเจอดีแน่!”ไม่รอให้เธอพูดจบ ฉันก็ปิดเครื่องอย่างเด็ดขาด คว้าผ้าห่มมาคลุมตัวแล้วขดตัวนอนบนโซฟานี่เป็นการนอนหลับที่สนิทที่สุดในรอบสามเดือนของฉันเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ฉันก็เอาเอกสารไปแจ้งตายและถอดชื่อเสิ่นจื้อเหิงออกจากทะเบียนบ้านหลังจากจัดการเรื่องทะเบียนบ้านเสร็จ ฉันก็ไปที่บ้านของซ่งเนี่ยนประตูบ้านของซ่งเนี่ยนปิดสนิท ฉันกดกริ่งซ้ำ ๆ ถึงเพิ่งจะได้ยินเสียงเปิดประตูเธอสวมชุดนอนสายเดี่ยวยืนพิงกรอบประตู ร่องรอยชวนคิดลึกปรากฏลากยาวตั้งแต่ลำคอไปจนถึงร่มผ้า“เธอเองเหรอ มาบ้านฉันทำไม”สายตาของฉันเลื่อนจากลำคอของเธอขึ้นไปบนใบหน้า สบเข้ากับสายตาที่เต็
Baca selengkapnya
บทที่ 4
“สมน้ำหน้า! ไม่รู้ว่าโลกนี้มีเดรัจฉานแบบนี้อยู่ได้ยังไง”เธอยิ่งด่ายิ่งอินจัด จนฉันรีบห้าม “เลิกด่าได้แล้ว วันนี้งานศพสามีฉันนะ ควรเศร้าสิถึงจะถูก”ฉันพูดพลางก็หยิบกระเป๋าเครื่องสำอางออกมา ใช้เครื่องสำอางกลบสีหน้าแดงระเรื่อของตัวเอง แล้วแต่งหน้าให้ดูอมทุกข์ราวกับเจ็บปวดเจียนตายหลังจากยืนยันกับเพื่อนสนิทแล้วว่าลุคนี้ทำให้ฉันดูอิดโรยจริง ๆ เราสองคนก็รีบมุ่งหน้าไปที่สถานที่จัดงานศพด้วยกันระหว่างทาง ฉันยื่นแฟลชไดรฟ์ที่บันทึกคลิปวิดีโอตอนเสิ่นจื้อเหิงยังมีชีวิตอยู่ให้เพื่อนสนิท และบอกให้เธอรอเปิดตามคำสั่งของฉันหลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ ฉันถึงค่อยส่งข้อความแจ้งสถานที่จัดงานศพเข้าไปในกลุ่มคนที่มาถึงเป็นคนแรกคือเสิ่นเหยี่ยน เขาลงจากรถด้วยชุดสูทสีดำ เดินก้าวยาว ๆ มาตรงหน้าฉัน รับดอกไม้สีขาวไปติดที่แขนเสื้อ แล้วเอ่ยคำว่าเสียใจด้วยนะอย่างเป็นกิจลักษณะตามมาติด ๆ คือบรรดาญาติสนิทมิตรสหายที่ไม่รู้ความจริงความโศกเศร้าของพวกเขาออกมาจากใจจริง จนฉันเห็นแล้วก็รู้สึกจุกในอกเสิ่นจื้อเหิง นายแกล้งทำเป็นหายตัวไป ทำให้คนตั้งเท่าไหร่ต้องเสียใจวันนี้นายต้องชดใช้คืนมาทีละนิดแล้วละถัดมาก็
Baca selengkapnya
บทที่ 5
เสิ่นจื้อเหิงวิ่งก้าวยาว ๆ เข้ามาหา รวบตัวฉันเข้าไปกอดไว้แน่น พลางตะโกนเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงสั่นเทา“เวยเวย เธอไม่รู้หรอกว่าฉันคิดถึงเธอมากแค่ไหน”“วันนั้นฉันเล่นสกีแล้วตกลงไป กระดูกหักหลายจุด โชคดีที่มีคนใจดีส่งฉันไปโรงพยาบาล พักฟื้นอยู่สามเดือนถึงได้มาหาเธอเนี่ย”“ฉันยังไม่ตาย เธอเห็นไหม ฉันยังอยู่ดีนะ!”เขาดึงมือฉันให้ลูบคลำไปตามตัวของเขา ราวกับจะพิสูจน์ว่าเขาหายตัวไปและรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดจริง ๆฉันทำเพียงแค่มองเขาเล่นละครด้วยสายตาเย็นชารอจนกระทั่งในที่สุดเขาก็รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมา ฉันถึงค่อยหัวเราะออกมา“เล่นละครพอหรือยัง”“คนใจดีที่ส่งนายไปโรงพยาบาลคนนั้นชื่อซ่งเนี่ยนใช่ไหมล่ะ”สีหน้าของเสิ่นจื้อเหิงค่อย ๆ แข็งทื่อเขาขยับริมฝีปาก ฝืนยิ้มออกมาอย่างจนปัญญา “เวยเวย เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ ทำไมฉันไม่เข้าใจเลยล่ะ”ฉันมองใบหน้าที่แสร้งทำเป็นงุนงงของเขา ก่อนจะข่มความน้อยเนื้อต่ำใจและความโกรธเกรี้ยวตลอดสามเดือนที่ผ่านมาไม่ได้อีกต่อไป จึงตวัดมือตบหน้าเขาไปหนึ่งฉาด“หลบมาได้ตั้งสามเดือน ทำไมไม่หลบต่อไปอีกล่ะ”“นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าจะรอให้ฉันตามหานายจนเป็นบ้าก่อนค่อยโ
Baca selengkapnya
บทที่ 6
“ถ้านายอยากได้สถานะทางทะเบียนบ้านกลับคืนมา ยังไงก็ต้องให้ฉันออกหน้าจัดการให้อยู่ดี เสิ่นจื้อเหิง ฉันให้นายเลือกสองทาง”ฉันพูดพลางยื่นหนังสือสัญญาหย่าให้หนึ่งฉบับ“เซ็นซะ แล้วนายก็จะกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง ถ้าไม่เซ็น นายก็ใช้ชีวิตเป็นคนเถื่อนไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ต่อไปเถอะ”เสิ่นจื้อเหิงหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโมโห เขาคว้าหนังสือสัญญาหย่าไปพลิกดูตรงช่องแบ่งสินสมรส ก่อนจะปาหนังสือสัญญาหย่าลงพื้นอย่างแรง“มีสิทธิ์อะไรมาบังคับให้ฉันออกจากบ้านไปแต่ตัว”สีหน้าของเสิ่นจื้อเหิงแดงก่ำ นัยน์ตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ดูน่ากลัวมากเมื่อก่อนฉันกลัวเวลาเห็นเขาโมโหมาก แต่ตอนนี้เมื่อฉันเห็นสภาพของเขา ฉันกลับนึกถึงคำคำเดียวขึ้นมาเก่งแต่ปากในมือนายไม่มีไพ่ต่อรองอะไรเลยแท้ ๆ กลับยังคิดจะมาเอาเปรียบฉันอีกฉันแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา “ก็สิทธิ์ที่ตอนนี้นายไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ไง แล้วก็สิทธิ์ที่นายนอกใจด้วย”เขามองฉันอย่างเย็นชา จู่ ๆ ก็หัวเราะออกมา “ฉันนอกใจตรงไหน ก็แค่ค้างคืนกับพี่น้องคนสนิท”“เราไม่ได้ทำอะไรกันสักหน่อย”สายตาของเราประสานกัน ฉันมองเห็นความได้ใจในแววตาของเขาอย่างชั
Baca selengkapnya
บทที่ 7
ซ่งเนี่ยนไม่ยอมจากไป ยืนกรานจะตามติดอยู่ข้างกายเสิ่นจื้อเหิงฉันเองก็ไม่ได้ใส่ใจ นั่งรถของเสิ่นเหยี่ยนตรงไปยังฝ่ายทะเบียนราษฎร์พนักงานฝ่ายทะเบียนราษฎร์เห็นฉันก็หัวเราะออกมา “ทำไมวันนี้ถึงมาล่ะคะ”“หาเสิ่นจื้อเหิงเจอแล้วค่ะ เลยมาคืนสถานะในทะเบียนบ้านให้เขา”“ฉันบอกแล้วไงคะว่าต้องหาเจอแน่ ๆ ยินดีด้วยนะคะ!”ฉันพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรอย่างอื่นอีกตอนกำลังจะออกจากฝ่ายทะเบียนราษฎร์ เสิ่นจื้อเหิงก็เรียกฉันเอาไว้“เวยเวย ฉันรักเธอจริง ๆ นะ”“วันนั้นที่บ้านซ่งเนี่ยนน่ะเพราะฉันเมา ฉันก็เลยเห็นเขาเป็นเธอ...”ฉันหันหน้าหนี เอ่ยด้วยเสียงเย็นชา “อย่าพูดเรื่องพรรค์นี้ให้ฉันสะอิดสะเอียนเลย”หลังจากรับใบหย่าแล้ว ฉันก็เดินไปริมถนนเตรียมจะโบกเรียกแท็กซี่เสิ่นเหยี่ยนขับรถมาจอดตรงหน้าฉัน “จะไปไหน ฉันไปส่งเธอเอง”ฉันมองเขา ก่อนเอ่ยแฝงความนัยบางอย่าง “คุณเสิ่น ฉันหย่ากับเสิ่นจื้อเหิงแล้ว”“แล้วยังไง”“เพราะงั้นเดิมทีเราสองคนก็ไม่ใช่คนที่มีความเกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องมาเกี่ยวข้องกันในตอนนี้หรอกค่ะ”เสิ่นเหยี่ยนใช้นิ้วเกี่ยวแว่นกันแดดที่เกาะอยู่บนสันจมูกลงมา เผยให้เห็นดวงตาดอกท
Baca selengkapnya
บทที่ 8
เสิ่นเหยี่ยนจอดรถไว้หน้าร้านหม้อไฟแห่งหนึ่งฉันเห็นชื่อร้านหม้อไฟแล้วก็ชะงักไปนิดหนึ่งเสิ่นเหยี่ยนยืนอยู่ข้างหลังฉัน “เหม่ออะไรอยู่ คุณชอบกินหม้อไฟไม่ใช่เหรอ”“ฉันไม่ได้กินมาสี่ปีแล้ว...”คบกับเสิ่นจื้อเหิงมาสี่ปี เขากินเผ็ดไม่ได้ ฉันก็เลยไม่ได้เข้าร้านหม้อไฟอีกเลยเสิ่นเหยี่ยนดึงฮู้ดเสื้อฉันเบา ๆ แล้วหัวเราะ “งั้นวันนี้ฉลองที่คุณหย่า ผมเลยเลี้ยงหม้อไฟที่คุณไม่ได้กินมาตั้งนานไง”ฉันเองก็หัวเราะ และสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะแบบไม่ลังเลระหว่างกินข้าว เราก็คุยเรื่องความร่วมมือหลังจากนี้ ถือว่าแฮปปี้กันทั้งสองฝ่ายพอกินเสร็จฟ้าก็มืดสนิทพอดีเสิ่นเหยี่ยนยังคงยืนกรานจะมาส่งฉันที่บ้านให้ได้แต่เพิ่งถึงบ้านก็เจอกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญอยู่หน้าประตูเสิ่นจื้อเหิงนั่งยอง ๆ ตัวสั่นเพราะความหนาวอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ พอเห็นฉันตาก็เป็นประกาย“เวยเวย เธอกลับมาแล้ว!”ฉันเลิกคิ้ว ไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก“เสิ่นจื้อเหิง นายมาทำอะไรหน้าบ้านฉัน”เขาวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาจับมือฉันไว้ แล้วใช้มือที่เย็นเฉียบของเขาลูบฝ่ามือฉัน“เธอหนาวไหม วันนี้อากาศหนาวขนาดนี้ ทำไมเธอไม่ใส่เสื้อผ้าหนา ๆ หน่อย! รู้ไหมว่า
Baca selengkapnya
บทที่ 9
ทว่าเขากลับดึงฉันเข้าไปในอ้อมกอดอย่างแรง“เวยเวย ฉันผิดไปแล้วจริง ๆ ฉันกับซ่งเนี่ยนไม่ได้มีอะไรกันจริง ๆ! วันนั้นก็แค่เพราะฉันเมา เลยทำความผิดพลาดที่ผู้ชายทุกคนทำกันก็แค่นั้นเอง”“ฉันจะอยู่ห่างจากเขา ขอร้องละ ให้โอกาสฉันอีกสักครั้งเถอะ!”เขากอดเอาไว้แน่น ไม่ว่าฉันจะดิ้นรนแค่ไหนก็ไม่ยอมปล่อยจนกระทั่งฉันถูกแรงดึงเข้าไปในอ้อมกอด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับกรอบหน้าอันชัดเจนของเสิ่นเหยี่ยนเสียงของเขาดังขึ้นเหนือหัวของฉัน“เสิ่นจื้อเหิง ฉันเคยบอกนายแล้วนะ ถ้านายยังมาตามตอแยจือเวยอีก ตระกูลเสิ่นก็จะไม่สนใจนายอีกต่อไป!”เสิ่นจื้อเหิงปล่อยมือที่จับฉันเอาไว้ทันที“อาเล็กครับ นี่เป็นเรื่องระหว่างเราสามีภรรยา”ฉันพอได้ยินประโยคนี้ของเขาก็โมโหจนหัวเราะออกมา“เรื่องระหว่างเรางั้นเหรอ”“เสิ่นจื้อเหิง ใครเป็นคนออกไอเดียให้นายแกล้งทำเป็นหายตัวไปกันแน่”“อย่าบอกนะว่าไอเดียนี้นายเป็นคนคิดขึ้นมาเอง นายมีสมองขนาดนั้นเลยหรือไง”“นายก็แค่ถูกซ่งเนี่ยนหลอกปั่นหัวจนหัวหมุนก็เท่านั้นแหละ!”“เธอออกไปเที่ยวกับนาย นายก็บอกว่าเป็นเพื่อนสนิทของนาย พวกนายดื่มเหล้าด้วยกันก็บอกว่าเธอเป็นเพื่อนสนิท พวกนายร
Baca selengkapnya
บทที่ 10
“ได้สิ เสิ่นจื้อเหิงเป็นแค่เด็กที่พี่ชายกับพี่สะใภ้ของผมรับมาเลี้ยง พอโตเป็นผู้ใหญ่ก็ทำความผิดครั้งใหญ่ จนถูกไล่ออกจากตระกูลเสิ่นไปตั้งนานแล้ว ผมแค่เห็นแก่พี่ชายกับพี่สะใภ้ที่ล่วงลับไปแล้ว เลยส่งเสียให้เขาเรียนจนจบมหาลัย”ฉันพยักหน้า ก่อนจะเป็นฝ่ายจับมือของเขาขึ้นมา “ระยะเวลาทดลองสามเดือน จะได้เป็นตัวจริงไหมก็ขึ้นอยู่กับผลงานของคุณแล้วละ”เสิ่นเหยี่ยนพยักหน้ารับรัว ๆ“พอดีเลย วันนี้งานก็เสร็จแล้ว เราไปกินหม้อไฟกันดีไหม”อาจเป็นเพราะไม่ได้กินหม้อไฟมาสี่ปี ฉันเลยแทบจะคลั่งแค่สองสามวันก็ต้องกินสักมื้อ พอไม่ได้กินก็ทรมานเสิ่นเหยี่ยนก็มากินหม้อไฟกับฉันนานมากแล้ว แต่กลับไม่มีท่าทีจะเบื่อเลยสักนิด แถมทุกครั้งยังหาร้านหม้อไฟไม่ซ้ำกันพาฉันไปลิ้มลองรสชาติเสมอวันนี้ก็เช่นกัน“พอดีผมเจอร้านอร่อย ๆ อีกร้าน เดี๋ยวพาคุณไปนะ”ทว่าเราเพิ่งจะเดินพ้นประตูบริษัท เงาร่างหนึ่งก็ทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าฉันดังตุบ“ฉู่จือเวย ฉันขอร้องละ เธอช่วยไปตามหาจื้อเหิงหน่อย! เขาหายตัวไปสามวันแล้ว! ฉันหาเขาไม่เจอเลย!”ซ่งเนี่ยนมีเส้นเลือดฝอยเต็มตา เธอโขกศีรษะไม่หยุดเพื่อขอร้องให้ฉันไปตามหาเสิ่นจื้อเหิงฉันข
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status