เข้าสู่ระบบแต่งงานกันมาห้าปี กู้จือเหนียนใช้เวลาครึ่งหนึ่งพักอาศัยอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ เขาบอกว่าพี่ชายคนโตของเขาจากไปตั้งแต่ยังหนุ่ม ทิ้งให้ลู่ซาต้องอยู่ตัวคนเดียวอย่างไร้ที่พึ่ง ในฐานะน้องชาย เขาต้องทำหน้าที่ดูแลทั้งสองครอบครัวให้ดี ตอนนั้น ฉันกลับซื่อบื้อเชื่อว่านั่นคือความจริง เพื่อเติมเต็มความกตัญญูของเขา ฉันยอมทนกับการที่เขาไม่เคยอยู่ด้วยในวันเทศกาล ต้องแบ่งมื้อค่ำวันสิ้นปีออกเป็นสองส่วน และถึงขั้นยอมทนให้คนนอกแอบหัวเราะเยาะลับหลังว่าฉันเป็นผู้หญิงที่ใช้สามีร่วมกับคนอื่น แต่น้ำเสียงที่เขาใช้พูดกับฉัน กลับแฝงไว้ด้วยความห่างเหินอยู่เสมอ จนกระทั่งวันนั้นที่อุบัติเหตุรถชนท้ายกันเป็นทอด ๆ รถถูกชนจนพังยับเยินผิดรูป ฉันโอบปกป้องท้องที่กำลังตั้งครรภ์ พยายามทุบกระจกรถอย่างเอาเป็นเอาตาย "จือเหนียน ช่วยลูกด้วย..." เขาคลานออกมาจากเบาะคนขับ สายตามองผ่านช่วงล่างของฉันที่มีเลือดไหล แต่กลับหันไปงัดประตูเบาะหลังให้เปิดออก เขาโอบกอดลู่ซาที่มีเพียงรอยถลอกตรงหน้าผากเอาไว้ในอกอย่างแนบแน่น "ไม่ต้องมองนะ ไม่เป็นไร มีผมอยู่ตรงนี้ทั้งคน" ปลอบโยนเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่วนประตูรถของฉัน กลับติดแน่นเพราะโครงรถที่บิดเบี้ยว ที่แท้เขาไม่ได้ยึดมั่นในบุญคุณหรือคุณธรรมอะไรหรอก เขาแค่ทนเห็นเธอลำบากหรือน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้สักนิดเลยต่างหาก
ดูเพิ่มเติมกู้จือเหนียนเซ็นชื่อในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาตอนที่ทนายความโทรมาบอก ฉันกำลังสรุปคำนวณภาษีประจำปีให้ลูกค้าอยู่"คุณกู้ไม่มีข้อคัดค้านใด ๆ ครับ ยอมรับเงื่อนไขในข้อตกลงทั้งหมด ส่วนการแบ่งทรัพย์สินก็เป็นไปตามข้อเสนอของคุณ คุณจะได้เพียงส่วนที่ควรได้ตามกฎหมาย เขาก็เลยฝากให้ผมมาถามคุณอีกรอบ ว่าจะลองทบทวนดูใหม่เพื่อรับเพิ่มอีกสักหน่อยไหม"ฉันตอบว่าไม่ต้องแล้วทนายความเงียบไปครู่หนึ่ง"คุณนายกู้ครับ ขออนุญาตพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดนะครับ จากหลักฐานและสถานการณ์ในปัจจุบันของคุณ คุณสามารถเรียกร้องได้มากกว่านี้เยอะมากนะครับ"ฉันบอกว่า"ฉันรู้ค่ะ แต่ฉันไม่อยากติดค้างเขา และไม่อยากให้เขารู้สึกว่า สามารถใช้เงินมากลบเกลื่อนเรื่องนี้ได้"ทนายความตอบรับคำขอในวันที่ไปสำนักงานเขตกู้จือเหนียนยืนรออยู่ที่หน้าประตูเขาซูบผอมลงไปมากใต้ตาคล้ำดำ โหนกแก้มตอบเห็นชัดกว่าเมื่อสามปีก่อนพวกเราเดินเข้าไปในโถงใหญ่ของอาคารเจ้าหน้าที่ตรงเคาน์เตอร์เริ่มตรวจสอบและยืนยันข้อมูลกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีตอนที่เดินออกมา แดดข้างนอกแรงมากกู้จือเหนียนยืนอยู่บนบันไดในมือกำทะเบียนหย่าสีเขียวไว้สอง
ประสิทธิภาพการทำงานของทนายความนั้นดีมากภายในสามวัน เส้นทางการโอนเงินในนามลูกพี่ลูกน้องของลู่ซาก็ถูกแกะรอยและกู้ข้อมูลกลับมาได้อย่างสมบูรณ์บัญชีผู้โพสต์กระทู้ บันทึกการโทรติดต่อญาติห่าง ๆ ของตระกูลกู้ และหลักฐานการจ่ายค่าจ้างให้บัญชีสื่อออนไลน์ ทั้งหมดชี้ไปที่แหล่งข่าวเดียวกันตอนที่เวิ่นถังส่งรายงานการตรวจสอบมาให้ฉัน ฉันกำลังจัดทำแบบยื่นภาษีประจำไตรมาสของลูกค้าคนหนึ่งอยู่"ยืนยันแล้ว การดำเนินการทั้งหมดผ่านบัตรของลูกพี่ลูกน้องลู่ซา แต่การมอบอำนาจและคำสั่งมาจากตัวลู่ซาเอง"ฉันไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรมากมายไม่ใช่เพราะไม่สนใจ แต่เพราะตั้งแต่อีกฝ่ายใช้น้ำเสียงแบบนั้นเตือนฉันตอนอยู่ในร้านกาแฟ ฉันก็รู้แล้วว่าต้องมีเรื่องพวกนี้ตามมาช่วงบ่ายวันนั้น ผู้ช่วยของกู้จือเหนียนโทรศัพท์มา บอกว่าเขาอยากจะขอเจอฉันสักครั้งฉันตอบปฏิเสธไปผู้ช่วยลังเลอยู่ไม่นาน แล้วบอกว่ากู้จือเหนียนฝากมาบอกว่า เขาได้สั่งให้ญาติห่าง ๆ ของตระกูลกู้ถอนข้อกล่าวหาทั้งหมดออกอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมทั้งจะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดในช่วงที่สำนักงานต้องหยุดทำการฉันบอกว่าเรื่องค่าเสียหายให้ไปคุยกับทนาย ไม่ต้องมาคุ
เช้าวันต่อมาฉันไปถึงเร็วกว่าปกติครึ่งชั่วโมงหน้าสำนักงานมีคนยืนอยู่แล้วประมาณห้าหกคนสามคนในนั้นเป็นญาติห่าง ๆ ของตระกูลกู้ ฉันเคยเจอในงานเลี้ยงครอบครัวส่วนอีกสองคนกำลังยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิป คนที่เป็นตัวตั้งตัวตีคือลุงเขยคนที่โทรหาฉันเมื่อคืนในมือของเขาถือภาพแคปหน้าจอกระทู้ที่ปริ้นท์ออกมาใบหนึ่ง"นี่ไงยัยคนที่บีบเอาเงินจากให้พี่สะใภ้แม่หม้าย! ตัวเองแท้งลูกเองก็มาพาลโกรธพี่สะใภ้ ยังมีความเป็นคนอยู่ไหม"คนข้าง ๆ เอ่ยปากผสมโรงตามฉันไม่ได้หยุดเดิน เดินตรงไปที่หน้าประตูสำนักงานแล้วแตะบัตรเปิดประตูลุงเขยยื่นมือออกมาขวางฉันไว้"วันนี้ถ้าเธอไม่อธิบายเรื่องราวให้ชัดเจน ก็อย่าหวังว่าใครจะได้เข้าไป"ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา"คุณลุงจะให้ฉันอธิบายเรื่องอะไร""ซาซาดูแลป้ายวิญญาณของจือเหิงให้ตระกูลกู้มาสามปี ส่วนเธอน่ะคิดว่าตัวเองเป็นใคร เงินเยียวยาของจือเหิงน่ะ ซาซาควรจะได้ เธอมีสิทธิ์อะไรไปบังคับให้เขาคืนเงิน"ฉันหยิบแฟ้มเอกสารออกมาจากกระเป๋า"ฉันไม่เคยแตะต้องเงินเยียวยาของกู้จือเหิงสักนิดเลย สิ่งที่ฉันเรียกร้องให้คืน คือค่าใช้จ่ายส่วนตัวของลู่ซาที่ดึงไปจากบัญชีคู่สมรสโดยไ
งานที่สำนักงานเริ่มเข้าที่เข้าทางขึ้นเรื่อย ๆฉันมาทำงานตอนแปดโมงเช้าทุกวัน เลิกงานหนึ่งทุ่ม เสาร์อาทิตย์ทำโอทีครึ่งวันรายชื่อลูกค้าค่อย ๆ เพิ่มจากสามรายขยับเป็นสิบกว่ารายทั้งหมดเป็นบริษัทขนาดเล็ก บัญชีไม่ซับซ้อน แต่ฉันก็ทำอย่างละเอียดรอบคอบทุกรายการเพื่อนร่วมงานบอกว่าฉันจริงจังเกินไป บัญชีของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อมไม่จำเป็นต้องตรวจสอบละเอียดขนาดนี้ฉันบอกว่าฉันชินแล้วที่จริงไม่ใช่หรอก ไม่ใช่เพราะฉันเคยชินแต่เป็นเพราะฉันต้องการใช้ตัวเลขที่ยุบยิบพวกนี้มาเติมเต็มในหัวให้เต็มต่างหากเพราะเมื่อสมองว่างเมื่อไร ก็จะไปนึกถึงเรื่องที่ไม่ควรนึกถึงอีกหนึ่งเดือนต่อมา ฉันนั่งรอเวินถังทานมื้อเที่ยงอยู่ที่ร้านกาแฟชั้นล่างกระดิ่งลมตรงประตูดังขึ้นหนึ่งครั้งลู่ซาเดินเข้ามาเธอสวมเสื้อโค้ชตัวยาวเข้ารูป รวบผมอย่างเรียบร้อยไม่มีออร่าของความอ่อนแอขี้โรคเหมือนตอนที่เธออยู่ในบ้านตระกูลกู้เลยสักนิดเธอยื่นอัลบั้มภาพเก่าเล่มหนึ่งมาตรงหน้าฉัน"หว่านหนิง ฉันมาขอโทษเธอน่ะ"ฉันไม่ได้ยื่นมือไปแตะอัลบั้มรูปนั้น"ช่วงนี้ฉันคิดมานานมาก ฉันรู้ว่าฉันทำเรื่องที่ทำให้เธออึดอัดใจไปหลายอย่าง แต่ฉ





