Short
สารจากฤดูใบไม้ผลิที่สายไป

สารจากฤดูใบไม้ผลิที่สายไป

โดย:  ซานจินจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
9บท
62views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

แต่งงานกันมาห้าปี กู้จือเหนียนใช้เวลาครึ่งหนึ่งพักอาศัยอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ เขาบอกว่าพี่ชายคนโตของเขาจากไปตั้งแต่ยังหนุ่ม ทิ้งให้ลู่ซาต้องอยู่ตัวคนเดียวอย่างไร้ที่พึ่ง ในฐานะน้องชาย เขาต้องทำหน้าที่ดูแลทั้งสองครอบครัวให้ดี ตอนนั้น ฉันกลับซื่อบื้อเชื่อว่านั่นคือความจริง เพื่อเติมเต็มความกตัญญูของเขา ฉันยอมทนกับการที่เขาไม่เคยอยู่ด้วยในวันเทศกาล ต้องแบ่งมื้อค่ำวันสิ้นปีออกเป็นสองส่วน และถึงขั้นยอมทนให้คนนอกแอบหัวเราะเยาะลับหลังว่าฉันเป็นผู้หญิงที่ใช้สามีร่วมกับคนอื่น แต่น้ำเสียงที่เขาใช้พูดกับฉัน กลับแฝงไว้ด้วยความห่างเหินอยู่เสมอ จนกระทั่งวันนั้นที่อุบัติเหตุรถชนท้ายกันเป็นทอด ๆ รถถูกชนจนพังยับเยินผิดรูป ฉันโอบปกป้องท้องที่กำลังตั้งครรภ์ พยายามทุบกระจกรถอย่างเอาเป็นเอาตาย "จือเหนียน ช่วยลูกด้วย..." เขาคลานออกมาจากเบาะคนขับ สายตามองผ่านช่วงล่างของฉันที่มีเลือดไหล แต่กลับหันไปงัดประตูเบาะหลังให้เปิดออก เขาโอบกอดลู่ซาที่มีเพียงรอยถลอกตรงหน้าผากเอาไว้ในอกอย่างแนบแน่น "ไม่ต้องมองนะ ไม่เป็นไร มีผมอยู่ตรงนี้ทั้งคน" ปลอบโยนเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่วนประตูรถของฉัน กลับติดแน่นเพราะโครงรถที่บิดเบี้ยว ที่แท้เขาไม่ได้ยึดมั่นในบุญคุณหรือคุณธรรมอะไรหรอก เขาแค่ทนเห็นเธอลำบากหรือน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้สักนิดเลยต่างหาก

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

รถโรงพยาบาลมาถึงที่เกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้คีมตัดไฮดรอลิกตัดประตูรถฝั่งที่ฉันนั่ง

ฉันก้มหน้ามองใต้เบาะนั่ง นั่นคือเลือดของฉันเอง

ท้องน้อยปวดบิดเป็นพัก ๆ

ฉันใช้สองมือโอบกอดท้องไว้แน่น ลูกวัยเจ็ดเดือนอยู่ในนั้น ฉันไม่รู้ว่าเขายังดิ้นอยู่ไหม

ฉันนอนหมดแรงอยู่บนเปลสนามที่กำลังถูกเข็นส่งเข้าประตูรถ

แพทย์ฉุกเฉินครอบหน้ากากออกซิเจนลงบนหน้าของฉัน ก่อนจะเงยหน้าตะโกนบอกคนข้างนอก

"ญาติอยู่ไหน คนท้องกี่สัปดาห์แล้ว ได้เอาเอกสารฝากครรภ์มาไหม"

เขาค่อมตัวลงใช้ทิชชูเช็ดแผลที่มุมหน้าผากของลู่ซาซึ่งยาวไม่ถึงสองเซนติเมตร

หมอตะโกนถามซ้ำอีกรอบ

กู้จือเหนียนหันหน้ามามองฉันแล้วตอบ

"ยี่สิบเก้าสัปดาห์ครับ...อย่างอื่นผมไม่ค่อยแน่ใจ"

ไม่ค่อยแน่ใจ

ทุกครั้งที่ฉันกลับมาจากตรวจครรภ์ จะใส่รายงานไว้ในลิ้นชักชั้นที่สองของห้องหนังสือ แต่เขาไม่เคยเปิดดูมันเลย

แต่เขากลับจำได้ว่าลู่ซาแพ้ยาอะไร แผลที่เข่าอยู่ข้างไหน หรือชาแก้เครียดควรชงกี่นาที

ตอนที่เปลสนามถูกเข็นออกไป ฉันหันไปมองเขา

เขาไม่ได้ตามมาด้วย

ลู่ซาดึงแขนเขาไว้ และซุกตัวสั่นอยู่ตรงอกของเขา

เขาก้มหน้าลง ใช้ฝ่ามือกดที่ท้ายทอยของเธอไว้

"อย่ามองทางนั้นเลย ไม่เป็นไรหรอก หลับตาเถอะ ผมอยู่ตรงนี้ทั้งคน"

ก่อนที่ประตูรถจะปิดลง ฉันเห็นเขาประคองลู่ซาขึ้นรถอีกคัน

พอฉันถึงโรงพยาบาลก็ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดทันที

ฉันกัดริมฝีปากแน่นไม่ให้ตัวเองส่งเสียงร้องออกมา แต่น้ำตากลับไหลเอ่อตามขอบหน้ากากลงมา

พยาบาลเคาะประตูอยู่ข้างนอก

"ญาติมาเซ็นชื่อหน่อย! หนังสือยินยอมผ่าคลอดฉุกเฉิน ญาติอยู่ไหม"

ประตูเปิดออก

กู้จือเหนียนเดินเข้ามา ถือปากกาเซ็นชื่อลงในช่องสุดท้าย มือของเขากำลังสั่น

ฉันนึกว่าเขาจะเดินมาหาฉันซะอีก

แต่พอเซ็นชื่อเสร็จเขากลับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมารับสาย

เขากดเสียงให้ต่ำลง แต่ฉันก็ยังได้ยินอยู่ดี

"พี่สะใภ้ไม่ต้องกลัวครับ เดี๋ยวผลตรวจก็ออกแล้ว ผมให้เสี่ยวโจวอยู่เป็นเพื่อน ผมเซ็นเสร็จแล้วผมจะรีบไปหาทันที"

เมื่อยาชาถูกฉีดเข้าไป ฉันก็ค่อย ๆ หมดสติไป

ฉันไม่รู้ว่าการผ่าตัดนี้ใช้เวลานานเท่าใด

ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว

เวินถังฟุบอยู่ข้างเตียง ขอบตาแดงก่ำและบวมเป่ง

ประโยคแรกที่ฉันถามคือ "ลูกล่ะ?"

เธอไม่ได้ตอบ

ฉันมองสีหน้าของเธอแล้วหลับตาลง

มีเสียงที่จงใจกดให้ต่ำของแม่สามีดังมาจากนอกประตู

"ซาซา เธออย่าเก็บไปคิดมากเลย จือเหนียนจัดการเรียบร้อยแล้ว เธอไปนอนก่อนเถอะ ร่างกายของเธอก็สำคัญเหมือนกัน..."

ไม่มีใครพูดถึงลูกของฉันเลย

ราวกับว่าชีวิตที่เติบโตอยู่ในท้องของฉันมานานถึงเจ็ดเดือน คนที่ฉันตั้งชื่อเล่นให้และถักหมวกให้คนนั้น ไม่เคยมีตัวตนอยู่มาก่อน

ตอนหลังกู้จือเหนียนก็เคยเข้ามาเยี่ยมครั้งหนึ่ง

เขายืนอยู่ที่ปลายเตียง และเงียบไปนานมาก

จากนั้นก็บอกว่า "ฉันให้ทางศูนย์พักฟื้นหลังคลอดจองที่ไว้ก่อนแล้ว เธอรักษาตัวให้ดีเถอะ"

เขาไม่ได้พูดคำว่าขอโทษ

และไม่ได้พูดถึงงานศพของลูกเลย

ฉันไม่ได้ตอบอะไร

วันรุ่งขึ้น เวินถังส่งรูปถ่ายในที่เกิดเหตุจากกล้องหน้ารถของคนที่ขับผ่านไปมาให้ฉันดู

ในรูปแรก กู้จือเหนียนยืนอยู่ข้างประตูรถฝั่งของฉัน มือของเขาวางอยู่บนกรอบประตูที่บิดเบี้ยว

ในรูปที่สอง เขาหันหลังเดินไปที่เบาะหลัง แล้วงัดประตูฝั่งของลู่ซาออก

ฉันก้มหน้าจ้องมองรูปถ่าย ปลายนิ้วกดลงบนกระดาษแน่น

ที่แท้ช่วงเวลานั้นไม่ใช่เพราะไม่ทันเวลา

แต่เป็นเพราะเขาได้เลือกไว้แล้วต่างหาก

ฉันคว่ำรูปถ่ายลงบนเตียงผู้ป่วย ใช้ฝ่ามือกดลงบนท้องน้อยที่ว่างเปล่า ดวงตาแห้งผากจนไม่มีน้ำตาไหลออกมา

นอกห้องผู้ป่วยมีคนพูดเบา ๆ ว่าลู่ซาตกใจมาก

ฉันหลับตาลง แล้วเบนหน้าไปทางด้านที่ไม่มีแสงไฟ

คืนนี้ เป็นครั้งแรกที่ฉันไม่ได้รอกู้จือเหนียนกลับมา

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
9
บทที่ 1
รถโรงพยาบาลมาถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้คีมตัดไฮดรอลิกตัดประตูรถฝั่งที่ฉันนั่งฉันก้มหน้ามองใต้เบาะนั่ง นั่นคือเลือดของฉันเองท้องน้อยปวดบิดเป็นพัก ๆฉันใช้สองมือโอบกอดท้องไว้แน่น ลูกวัยเจ็ดเดือนอยู่ในนั้น ฉันไม่รู้ว่าเขายังดิ้นอยู่ไหมฉันนอนหมดแรงอยู่บนเปลสนามที่กำลังถูกเข็นส่งเข้าประตูรถแพทย์ฉุกเฉินครอบหน้ากากออกซิเจนลงบนหน้าของฉัน ก่อนจะเงยหน้าตะโกนบอกคนข้างนอก"ญาติอยู่ไหน คนท้องกี่สัปดาห์แล้ว ได้เอาเอกสารฝากครรภ์มาไหม"เขาค่อมตัวลงใช้ทิชชูเช็ดแผลที่มุมหน้าผากของลู่ซาซึ่งยาวไม่ถึงสองเซนติเมตรหมอตะโกนถามซ้ำอีกรอบกู้จือเหนียนหันหน้ามามองฉันแล้วตอบ"ยี่สิบเก้าสัปดาห์ครับ...อย่างอื่นผมไม่ค่อยแน่ใจ"ไม่ค่อยแน่ใจทุกครั้งที่ฉันกลับมาจากตรวจครรภ์ จะใส่รายงานไว้ในลิ้นชักชั้นที่สองของห้องหนังสือ แต่เขาไม่เคยเปิดดูมันเลยแต่เขากลับจำได้ว่าลู่ซาแพ้ยาอะไร แผลที่เข่าอยู่ข้างไหน หรือชาแก้เครียดควรชงกี่นาทีตอนที่เปลสนามถูกเข็นออกไป ฉันหันไปมองเขาเขาไม่ได้ตามมาด้วยลู่ซาดึงแขนเขาไว้ และซุกตัวสั่นอยู่ตรงอกของเขาเขาก้มหน้าลง ใช้ฝ่ามือกดที่ท้ายทอยของเธอไว้"อย่ามองทา
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
วันที่ออกจากโรงพยาบาล กู้จือเหนียนเป็นคนมารับฉันเขาเปิดประตูรถให้ มือประคองหลังฉันไว้ห่าง ๆ ท่าทางอ่อนโยนและใส่ใจหลังจากขึ้นรถแล้ว ฉันไม่ได้พูดอะไรเลยตลอดทางพอรถมาถึงใต้เขตที่พัก เขาลงจากรถไปยกกระเป๋าเดินทางฉันเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น เห็นกล่องยาขนาดย่อมสีน้ำตาลเพิ่มขึ้นมาบนโต๊ะน้ำชาบนที่วางแขนของโซฟามีผ้าคลุมไหล่ผ้าแคชเมียร์สีเบจพาดอยู่ ซึ่งไม่ใช่ของฉันข้างตู้วางทีวีมีรูปถ่ายขาวดำของกู้จือเหิง พี่ชายคนโตของกู้จือเหนียนตั้งอยู่ฉันยืนนิ่งอยู่ตรงประตูไม่ขยับไปไหนกู้จือเหนียนเปลี่ยนรองเท้าอยู่ข้างหลัง เขาชะงักเล็กน้อย"ช่วงนี้พี่สะใภ้อาการไม่ค่อยดี กลางคืนชอบชักตื่นขึ้นมา อยู่คนเดียวไม่ได้ ฉันเลยให้เธอมาอยู่ชั่วคราวสักสองสามวัน รอให้อาการเธอคงที่แล้วค่อยย้ายกลับไป"ฉันไม่ได้ตอบอะไร เดินตรงไปยังห้องนอนใหญ่ทันทีพอผลักประตูที่ปิดไม่สนิทออก ก็เห็นลู่ซากำลังนั่งจัดขวดยาเล็ก ๆ อยู่อยู่ที่ขอบเตียงของฉัน ที่เท้าของเธอสวมรองเท้าแตะสลิปเปอร์ของฉัน พอเห็นฉันเดินเข้ามาเธอก็รีบลุกขึ้นยืนทันที"หว่านหนิง เธอกลับมาแล้วเหรอ"เธอปรับเสียงให้เบาลง"ฉันแค่กลัวความมืด อยู่คนเดียวไม่ได
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
วันที่ต้องไปตรวจร่างกายซ้ำอีกครั้ง กู้จือเหนียนบอกว่าติดธุระที่บริษัท ก็เลยให้คนขับรถไปส่งฉันฉันลงทะเบียน รอคิว ทำอัลตราซาวด์และรอผลตรวจเพียงลำพังหมอเปิดดูประวัติการรักษาแล้วขมวดคิ้ว"การฟื้นตัวหลังผ่าตัดยังไม่ค่อยดีครับ ผนังมดลูกยังมีเลือดคั่งขับออกไม่หมด คุณต้องทานยาให้ตรงเวลา ห้ามหักโหม ต้องระวังเรื่องอารมณ์ความรู้สึกด้วยนครับ""แล้วญาติล่ะครับ? ทำไมไม่มีใครมาเป็นเพื่อนเลย"ฉันตอบไปว่าญาติยุ่งอยู่หมอมองฉันแวบหนึ่งแล้วไม่ได้ซักไซ้ต่อพอกลับถึงบ้าน กู้จือเหนียนก็กำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นพอดีเขาลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือมารับถุงในมือของฉัน"ผลตรวจว่ายังไงบ้าง"ฉันบอกไปว่า"กำลังฟื้นตัวอยู่"เขาพยักหน้ารับจากนั้นเขาก็พูดประโยคหนึ่งที่ทำให้ฉันแข็งทื่อไปทั้งร่าง"หว่านหนิง เรื่องแท้งลูกอย่าเพิ่งบอกคนนอกนะ ช่วงนี้พี่สะใภ้อาการยังไม่นิ่ง ถ้าเธอเห็นข่าวแบบนี้จะไปกระตุ้นอาการสะเทือนใจจากเหตุการณ์ตอนนั้น เธอช่วยเข้าใจหน่อยนะ"ฉันยืนอยู่ตรงทางเข้าบ้าน ยังไม่ได้ถอดเสื้อคลุมออกด้วยซ้ำ"คุณอยากให้ฉันปิดบังไว้เหรอ"เขาบอกว่า"ไม่ใช่ปิดบัง แค่ยังไม่ประกาศ รอให้พี่สะใภ้ดีขึ้นกว่าน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
ฉันไปหาป้ายกระเบื้องรำลึกของลูกนั่นเป็นสิ่งที่ฉันแอบทำขึ้นมา ขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ บนนั้นสลักชื่อเล่นและวันเกิดของลูกเอาไว้ฉันนำมันไปเก็บไว้ในลิ้นชักห้องหนังสือแล้วล็อกไว้อย่างดี กุญแจมีอยู่ในมือฉันคนเดียวพอเปิดลิ้นชักออก ด้านในกลับว่างเปล่าไม่มีอะไรเลยฉันซักไซ้คนรับใช้ แต่เธอส่ายหน้าปฏิเสธฉันหาจนทั่วทั้งบ้าน จนไปเจอแผ่นกระเบื้องอยู่ในถุงขยะรีไซเคิลข้างถังขยะแผ่นกระเบื้องแตกออกเป็นสามชิ้น ตัวหนังสือหลงเหลือเพียงแค่ส่วนประกอบด้านข้างลู่ซาเดินมาที่ห้องหนังสือ เห็นฉันกำลังนั่งยอง ๆ เก็บเศษกระเบื้องจึงหยุดเดิน"หว่านหนิง... ป้ายกระเบื้องนั่น ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ ฉันเผลอไปโดนลิ้นชักตอนจัดห้องหนังสือ ฉันมือลื่น มันก็เลย..."ฉันเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง"ลิ้นชักมันล็อกอยู่นะ"เธอชะงักเล็กน้อย"คนรับใช้อาจลืมล็อกตอนทำความสะอาดก็ได้ หว่านหนิง ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ เห็นบนนั้นสลักชื่อลูกไว้ ในใจมันเศร้ามาก มือก็เลย..."ดวงตาเธอเริ่มแดงแล้วแม่สามีเดินเข้ามาจากประตูแล้วดึงแขนของลู่ซาเอาไว้"ซาซา อย่าร้องเลยลูก เรื่องแค่นี้เอง หว่านหนิง พี่สะใภ้เดิมทีก็จิตใจเปราะบางอยู่แล้ว
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
เช้าวันต่อมา ฉันย้ายไปอยู่ที่บ้านของเวินถังจากนั้นฉันก็จัดการเรื่องสามเรื่องเรื่องแรก กดออกจากกลุ่มแชตญาติทั้งหมดของตระกูลกู้เรื่องที่สอง ติดต่อธนาคารอายัดสิทธิ์อนุมัติการเบิกจ่ายเงินก้อนใหญ่จากบัญชีร่วมของสามีภรรยาเรื่องที่สาม นำกำไลเงินวงนั้นกลับคืนมาตอนที่ฉันไปเอากำไล ลู่ซาไม่ไม่อยู่คนรับใช้หยิบออกจากลิ้นชักโต๊ะกาแฟแล้วส่งให้ฉัน บนอักษรสลักด้านในของกำไลเงินมีรอยขีดข่วนตื้น ๆ เพิ่มขึ้นมาหนึ่งรอยฉันใช้นิ้วหัวแม่มือลูบรอยขีดข่วนนั้นเบา ๆ แล้วเก็บกำไลลงกระเป๋าเสื้อสัปดาห์แรกที่พักอยู่บ้านเวินถัง ฉันรื้อค้ใบอนุญาตนักวิเคราะห์การเงินที่สอบได้ก่อนแต่งงานออกมาจากก้นหีบขอบใบอนุญาตม้วนงอเล็กน้อย แต่ยังคงอยู่ในระยะเวลาที่มีผลบังคับใช้เวินถังช่วยติดต่อสำนักงานบัญชีของเธอในเมืองนี้ให้ ทางนั้นกำลังขาดคนอยู่พอดีเงินเดือนไม่มาก แต่ก็เพียงพอให้ฉันเช่าห้องและซื้อข้าวกินฉันเริ่มกลับมารับงานทำบัญชีพื้นฐานของบริษัทอีกครั้ง นั่งเฝ้างบการเงินและเอกสารหลักฐานจนดึกดื่นทุกวันสัปดาห์ที่สอง เวินถังกลับมาจากเลิกงานแล้วเล่าเรื่องเรื่องหนึ่งให้ฉันฟัง"กู้จือเหนียนไปที่ร้านเครื่องเงินเก่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
งานที่สำนักงานเริ่มเข้าที่เข้าทางขึ้นเรื่อย ๆฉันมาทำงานตอนแปดโมงเช้าทุกวัน เลิกงานหนึ่งทุ่ม เสาร์อาทิตย์ทำโอทีครึ่งวันรายชื่อลูกค้าค่อย ๆ เพิ่มจากสามรายขยับเป็นสิบกว่ารายทั้งหมดเป็นบริษัทขนาดเล็ก บัญชีไม่ซับซ้อน แต่ฉันก็ทำอย่างละเอียดรอบคอบทุกรายการเพื่อนร่วมงานบอกว่าฉันจริงจังเกินไป บัญชีของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อมไม่จำเป็นต้องตรวจสอบละเอียดขนาดนี้ฉันบอกว่าฉันชินแล้วที่จริงไม่ใช่หรอก ไม่ใช่เพราะฉันเคยชินแต่เป็นเพราะฉันต้องการใช้ตัวเลขที่ยุบยิบพวกนี้มาเติมเต็มในหัวให้เต็มต่างหากเพราะเมื่อสมองว่างเมื่อไร ก็จะไปนึกถึงเรื่องที่ไม่ควรนึกถึงอีกหนึ่งเดือนต่อมา ฉันนั่งรอเวินถังทานมื้อเที่ยงอยู่ที่ร้านกาแฟชั้นล่างกระดิ่งลมตรงประตูดังขึ้นหนึ่งครั้งลู่ซาเดินเข้ามาเธอสวมเสื้อโค้ชตัวยาวเข้ารูป รวบผมอย่างเรียบร้อยไม่มีออร่าของความอ่อนแอขี้โรคเหมือนตอนที่เธออยู่ในบ้านตระกูลกู้เลยสักนิดเธอยื่นอัลบั้มภาพเก่าเล่มหนึ่งมาตรงหน้าฉัน"หว่านหนิง ฉันมาขอโทษเธอน่ะ"ฉันไม่ได้ยื่นมือไปแตะอัลบั้มรูปนั้น"ช่วงนี้ฉันคิดมานานมาก ฉันรู้ว่าฉันทำเรื่องที่ทำให้เธออึดอัดใจไปหลายอย่าง แต่ฉ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
เช้าวันต่อมาฉันไปถึงเร็วกว่าปกติครึ่งชั่วโมงหน้าสำนักงานมีคนยืนอยู่แล้วประมาณห้าหกคนสามคนในนั้นเป็นญาติห่าง ๆ ของตระกูลกู้ ฉันเคยเจอในงานเลี้ยงครอบครัวส่วนอีกสองคนกำลังยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิป คนที่เป็นตัวตั้งตัวตีคือลุงเขยคนที่โทรหาฉันเมื่อคืนในมือของเขาถือภาพแคปหน้าจอกระทู้ที่ปริ้นท์ออกมาใบหนึ่ง"นี่ไงยัยคนที่บีบเอาเงินจากให้พี่สะใภ้แม่หม้าย! ตัวเองแท้งลูกเองก็มาพาลโกรธพี่สะใภ้ ยังมีความเป็นคนอยู่ไหม"คนข้าง ๆ เอ่ยปากผสมโรงตามฉันไม่ได้หยุดเดิน เดินตรงไปที่หน้าประตูสำนักงานแล้วแตะบัตรเปิดประตูลุงเขยยื่นมือออกมาขวางฉันไว้"วันนี้ถ้าเธอไม่อธิบายเรื่องราวให้ชัดเจน ก็อย่าหวังว่าใครจะได้เข้าไป"ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา"คุณลุงจะให้ฉันอธิบายเรื่องอะไร""ซาซาดูแลป้ายวิญญาณของจือเหิงให้ตระกูลกู้มาสามปี ส่วนเธอน่ะคิดว่าตัวเองเป็นใคร เงินเยียวยาของจือเหิงน่ะ ซาซาควรจะได้ เธอมีสิทธิ์อะไรไปบังคับให้เขาคืนเงิน"ฉันหยิบแฟ้มเอกสารออกมาจากกระเป๋า"ฉันไม่เคยแตะต้องเงินเยียวยาของกู้จือเหิงสักนิดเลย สิ่งที่ฉันเรียกร้องให้คืน คือค่าใช้จ่ายส่วนตัวของลู่ซาที่ดึงไปจากบัญชีคู่สมรสโดยไ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
ประสิทธิภาพการทำงานของทนายความนั้นดีมากภายในสามวัน เส้นทางการโอนเงินในนามลูกพี่ลูกน้องของลู่ซาก็ถูกแกะรอยและกู้ข้อมูลกลับมาได้อย่างสมบูรณ์บัญชีผู้โพสต์กระทู้ บันทึกการโทรติดต่อญาติห่าง ๆ ของตระกูลกู้ และหลักฐานการจ่ายค่าจ้างให้บัญชีสื่อออนไลน์ ทั้งหมดชี้ไปที่แหล่งข่าวเดียวกันตอนที่เวิ่นถังส่งรายงานการตรวจสอบมาให้ฉัน ฉันกำลังจัดทำแบบยื่นภาษีประจำไตรมาสของลูกค้าคนหนึ่งอยู่"ยืนยันแล้ว การดำเนินการทั้งหมดผ่านบัตรของลูกพี่ลูกน้องลู่ซา แต่การมอบอำนาจและคำสั่งมาจากตัวลู่ซาเอง"ฉันไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรมากมายไม่ใช่เพราะไม่สนใจ แต่เพราะตั้งแต่อีกฝ่ายใช้น้ำเสียงแบบนั้นเตือนฉันตอนอยู่ในร้านกาแฟ ฉันก็รู้แล้วว่าต้องมีเรื่องพวกนี้ตามมาช่วงบ่ายวันนั้น ผู้ช่วยของกู้จือเหนียนโทรศัพท์มา บอกว่าเขาอยากจะขอเจอฉันสักครั้งฉันตอบปฏิเสธไปผู้ช่วยลังเลอยู่ไม่นาน แล้วบอกว่ากู้จือเหนียนฝากมาบอกว่า เขาได้สั่งให้ญาติห่าง ๆ ของตระกูลกู้ถอนข้อกล่าวหาทั้งหมดออกอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมทั้งจะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดในช่วงที่สำนักงานต้องหยุดทำการฉันบอกว่าเรื่องค่าเสียหายให้ไปคุยกับทนาย ไม่ต้องมาคุ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
กู้จือเหนียนเซ็นชื่อในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาตอนที่ทนายความโทรมาบอก ฉันกำลังสรุปคำนวณภาษีประจำปีให้ลูกค้าอยู่"คุณกู้ไม่มีข้อคัดค้านใด ๆ ครับ ยอมรับเงื่อนไขในข้อตกลงทั้งหมด ส่วนการแบ่งทรัพย์สินก็เป็นไปตามข้อเสนอของคุณ คุณจะได้เพียงส่วนที่ควรได้ตามกฎหมาย เขาก็เลยฝากให้ผมมาถามคุณอีกรอบ ว่าจะลองทบทวนดูใหม่เพื่อรับเพิ่มอีกสักหน่อยไหม"ฉันตอบว่าไม่ต้องแล้วทนายความเงียบไปครู่หนึ่ง"คุณนายกู้ครับ ขออนุญาตพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดนะครับ จากหลักฐานและสถานการณ์ในปัจจุบันของคุณ คุณสามารถเรียกร้องได้มากกว่านี้เยอะมากนะครับ"ฉันบอกว่า"ฉันรู้ค่ะ แต่ฉันไม่อยากติดค้างเขา และไม่อยากให้เขารู้สึกว่า สามารถใช้เงินมากลบเกลื่อนเรื่องนี้ได้"ทนายความตอบรับคำขอในวันที่ไปสำนักงานเขตกู้จือเหนียนยืนรออยู่ที่หน้าประตูเขาซูบผอมลงไปมากใต้ตาคล้ำดำ โหนกแก้มตอบเห็นชัดกว่าเมื่อสามปีก่อนพวกเราเดินเข้าไปในโถงใหญ่ของอาคารเจ้าหน้าที่ตรงเคาน์เตอร์เริ่มตรวจสอบและยืนยันข้อมูลกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีตอนที่เดินออกมา แดดข้างนอกแรงมากกู้จือเหนียนยืนอยู่บนบันไดในมือกำทะเบียนหย่าสีเขียวไว้สอง
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status