LOGIN
“ออก...ไม่ได้ออก...ออก...ไม่ได้ออก...”
“ว้า! ทำไมได้แต่แบบเดิมล่ะ!” เด็กหญิงคนหนึ่งร้องออกมาอย่างฉุนเฉียว ก่อนจะขยำดอกไม้ในมือทิ้งลงกับพื้นดิน
“อ้าว ทำแบบนั้นไม่ดีนะจ๊ะ ดอกไม้เจ็บหมด” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดุแกมเอ็นดู
“ก็หนูไม่เข้าใจว่า ทำไมมันถึงได้คำตอบแบบเดิมซ้ำๆ กันนี่คะ” เด็กหญิงบ่นพึมพำด้วยความน้อยใจ
“ก็หนูใช้ทำนายผิดเรื่องนี่จ๊ะ”
“!!”
“หึหึ ดอกเดซี่เป็นดอกไม้สำหรับเสี่ยงทายรักน่ะจ้ะ”
“เสี่ยงทายรัก??” เด็กหญิงเอียงคอมองอย่างงุนงง
“ใช่จ้ะ หนูต้องหลับตาหยิบดอกไม้ แล้วลืมตานับจำนวนดอกเดซี่ เมื่อได้จำนวนเท่าไหร่ ก็ถือว่าเป็นอายุก่อนที่จะแต่งงาน และทำนายรักโดยการเด็ดกลีบของดอกเดซี่ทีละกลีบ เพื่อให้รู้ว่าคนที่หนูชอบมีใจให้รึเปล่า”
หญิงสาวอธิบายพร้อมกับแสดงวิธีให้เด็กหญิงดูด้วย
เด็กหญิงเบิกตาโพลงกับความรู้ใหม่ ก่อนจะกลอกตาไปมาอย่างครุ่นคิด
“เอาไว้ โตขึ้นแล้วเดี๋ยวหนูก็รู้เองล่ะจ้ะ”
“แต่....”
เด็กหญิงอ้าปากจะถาม ก่อนจะมีสีหน้าบิดเบี้ยว เหยเกด้วยความเจ็บปวด เอามือกุมหน้าอก ก่อนจะคว่ำหน้าลงกับพื้นดินหมดสติไป
“ใครก็ได้ มานี่ที!!!!!”
หญิงสาวกรีดร้องขอความช่วยเหลือด้วยความตกใจ
....
โรงพยาบาล Saint Paul เป็นโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงของเบรอตาญ ซึ่งตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของฝรั่งเศส ที่นี่จะมีผู้ที่เจ็บป่วยเข้ามารับการรักษาเป็นจำนวนมาก แพทย์และพยาบาลเป็นกันเองกับผู้ป่วย รวมไปถึงเครื่องมือที่ทันสมัย ทำให้มีผู้มาใช้บริการของโรงพยาบาลอย่างเนืองแน่น รวมทั้งวันนี้ก็เช่นกัน
“โฮ โฮ แม่ครับ ผมเจ็บ ฮือ ฮือ!”
เด็กชายที่หกล้มหัวเข่าแตกร้องไห้ดังลั่น ทั้งๆ ที่หมอเพิ่งเย็บแผลเสร็จโดยประมาณ 6 เข็ม แต่เขาก็ไม่ยอมหยุดร้องไห้
“โอ๋ๆๆ อย่าร้องนะลูก เราเป็นผู้ชายนะครับ”
“มานี่สิลูก ดูเด็กผู้หญิงคนนั้นสิ เขามีสายระโยงระยางเต็มตัวไปหมด เขายังไม่ร้องไห้แบบลูกเลยนะครับ”
แม่ของเด็กชายจูงมือเขามายังห้องไอซียูซึ่งสามารถมองเห็นจากกระจกด้านนอก
เด็กชายคนนั้นมองตามที่แม่ของเขาบอก ก็พบว่ามีเด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาลอ่อนนอนหลับอยู่ภายในห้องไอซียูนั้น ร่างกายของเธอมีเครื่องช่วยต่างๆ มากมายเต็มไปหมด
เด็กชายยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจว่า เครื่องมือต่างๆ เหล่านั้นเอาไว้ทำอะไร เขาหยุดร้องไห้อัตโนมัติ และเริ่มสนใจสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของเขา มากกว่าแผลที่เจ็บระบบตรงหัวเข่า
หลังจากวันนั้น แม่ของเด็กชายต้องพาเขามาที่โรงพยาบาล เกือบทุกวัน เพราะแพทย์สั่งให้มาล้างแผลทำความสะอาด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
ทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาลเขาจะแวะไปเฝ้ามองเด็กผู้หญิงที่นอนหลับใหลอยู่ในห้อง ICU เสมอ และคาดหวังว่า ซักวันเธอจะตื่นขึ้นมาและสนทนากับเขาได้
วันหนึ่งขณะที่เด็กชายมาทำการล้างแผลตามปกติ เขาเดินไปยังห้อง ICU นั้น เพื่อนั่งเฝ้ามองเด็กหญิงคนนั้นตามปกติ
เมื่อไปถึงห้อง ICU เขากลับพบว่า ไม่มีร่างของเด็กผู้หญิงคนนั้นเสียแล้ว เด็กชายมองอย่างสงสัยและไม่เข้าใจ เขาจึงเริ่มเดินตามหาเด็กหญิงคนนั้นตามห้องพักของคนไข้ต่างๆ
จนกระทั่งเขาเดินมาถึงห้องพักห้องหนึ่งซึ่งประตูเปิดแง้มเอาไว้ เสียงพูดคุยเล็ดลอดออกมาเขาจึงแอบมองเข้าไป เด็กสาวคนนั้นนั่นเอง กำลังพูดคุยอยู่กับแพทย์ด้วยท่าทางร่าเริง…
“พักผ่อนเยอะๆ นะ คนเก่ง”
“ค่ะ คุณหมอ”
เด็กผู้หญิงคนนั้นพยักหน้าและยิ้มให้หมออย่างสดใส ทำให้หัวใจของเด็กชายรู้สึกวูบวาบไปขึ้นมากะทันหัน
แพทย์คนนั้น จ้องมองเด็กหญิงอย่างเอ็นดู ก่อนจะหมุนตัวเดินออกมาจากห้อง เด็กชายรีบแอบด้านข้างของประตูทันที
หลังจากที่เห็นแพทย์คนนั้นเดินห่างไปแล้ว เขาค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปในห้อง เท้าของเขาก้าวเดินเข้าไปใกล้เด็กหญิงคนนั้นราวกับโดนมนต์สะกด
“ลูกครึ่งญี่ปุ่น-อังกฤษ?”“แกจะสงสัยอะไรว้า แกเองก็เป็นลูกครึ่งไทย-เบลเยี่ยม”ไมค์พูดเหน็บแนม เนื่องจากเขาเป็นคนอังกฤษ และมาเรียนต่อที่ฝรั่งเศส เพราะพ่อของเขาต้องมาทำงานกับบริษัทในประเทศฝรั่งเศสส่วนแม่ของไมค์แยกทางกับพ่อ ตั้งแต่เขาอายุ 15 ปี และไปแต่งงานกับคนอื่น ไมค์จึงอยู่กับพ่อของเขาเพียงสองคนเท่านั้นคิมหันต์นั่งนิ่ง พยายามนึกถึงหน้าตาของนักเรียนที่ชื่อ “มิยาเกะ เซร่า” ให้ออกแต่นึกเท่าไหร่ ก็ไม่รู้สึกคุ้นเคยสักนิด และที่เขาอยากรู้เป็นพิเศษ อาจจะเป็นเพราะว่าคำชื่อท้ายเสียงของนักเรียนคนนี้ช่างเหมือนกับเด็กหญิงที่อยู่ในความทรงจำของเขาเสียจริง เวลา 12.00 น.สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำฝรั่งเศส ซึ่งออกแบบโครงสร้างภายนอกด้วยศิลปะแบบโกธิค ภายในตกแต่งด้วยภาพวาดที่สวยและมีราคาแพงส่วนมากเป็นภาพของจิตรกรที่มีชื่อเสียง เช่น ลีโอนาโด ดาร์วินซี หรือ ไมเคิล แองเจลโล เป็นต้นผนังด้านในมีการแกะสลักเป็นลวดลายรูปทรงเรขาคณิตอย่างสวยงาม รอบๆ ของสถานทูตเต็มไปด้วยสีสันของสวนดอกไม้นานาพันธุ์ เนื่องจากมีคนทำสวนคอยช่วยดูแลเอาใจใส่ดอกไม้เป็นอย่างดีภายในสถานทูตมีห้องโถงเอาไว้สำหรับเลี้ยงรับรองแขกที่มาจ
นักเรียนภายในห้องเรียนของชั้นปี 3 C กำลังนั่งฟังอาจารย์กลอเรียพูดถึงวิชาที่ ต้องเรียน รวมไปถึงการจัดตำแหน่งที่นั่งภายในห้องเรียนด้วย ซึ่งอาจารย์กลอเรียได้แจ้งให้ทุกคนทราบว่า แผนผังที่นั่งภายในห้องนั้น อาจารย์ได้เป็นคนจัดให้เรียบร้อยแล้ว โดยได้นำแผนผังที่นั่งติดไว้ที่บอร์ดด้านข้างของกระดานดำด้านหน้าห้อง และให้นักเรียนทุกคนใช้เวลาในชั่วโมงโฮมรูมนี้ ทำการเปลี่ยนที่นั่งตามแผนผังให้เสร็จสิ้น เพื่อจะได้เรียนวิชาต่อไปเมื่ออาจารย์ชี้แจงเสร็จ นักเรียนทุกคนในห้องก็ลุกฮือเดินไปด้านหน้าห้องเพื่อดูแผนผังที่นั่ง มีเพียงคิมหันต์ และนักเรียนอีกจำนวนหนึ่งเท่านั้น ที่ไม่ได้ลุกไปดูในทันที แต่ยังคงนั่งอยู่ด้านหลังของห้องไม่ขยับเขยื้อนใดๆ“เฮ้! คิม ไม่ไปดูที่นั่งใหม่เหรอวะ?”ไมค์ หรือไมเคิลเพื่อนร่วมชมรมบาสเกตบอลเดียวกับคิมหันต์และเป็นเพื่อนร่วมห้องในปีที่ 3 นี้ด้วย ลากเก้าอี้ของโต๊ะข้างๆ มานั่ง พร้อมกับถามเขา“ไว้ก่อน ขี้เกียจแทรกคนเข้าไปดู”คิมหันต์เอามือท้าวคางและพยักพเยิดบอกเพื่อนของเขาไปทางด้านหน้าห้อง สีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาไม่ค่อยสบอารมณ์มากนักจากเรื่องครู่“กะละ ฉันเลยดูมาให้เรียบร้อยแล้ว”ไมค์พอ
คิม ชายหนุ่มที่กำลังถูกพูดถึงกำลังนั่งคิดถึงเรื่องความฝันของเขาเมื่อเช้าอยู่ภายในรถเบนซ์ราคาแพง ในระหว่างทางที่ไปโรงเรียน Saint Helena โรงเรียนคริสต์ชื่อดังของเมืองเบรอตาญแห่งนี้เขาพยายามเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ต่างๆ ในวัยเด็กของเขา จนบัดนี้เขายังไม่สามารถที่จะจดจำชื่อของเด็กหญิงคนนั้นได้เลย เนื่องจากเหตุการณ์ในวันนั้นชุลมุนวุ่นวายมาก และหลังจากวันนั้นสองวัน เขาได้ไปที่โรงพยาบาลแห่งนั้นอีกครั้ง ก็ไม่พบกับเด็กหญิงคนนั้นเสียแล้ว เมื่อสอบถามแพทย์ที่นั่นก็ได้รับคำตอบว่าเธอได้ถูกย้ายไปที่อื่นแล้ว ทำให้เขาไม่ได้พบกับเธออีกเลยเมื่อตอนที่คิมเข้าเรียนชั้นปี 1 ของโรงเรียน Saint Helena นี้ เขาเคยได้ยินชื่อของเด็กผู้หญิงที่ลงท้ายเสียงด้วย “ร่า” แต่เมื่อเขาไปพบกับเด็กผู้หญิงคนนั้น กลับเป็นคนอื่นไม่ใช่เด็กหญิงในความทรงจำ ซึ่งทำให้เขาผิดหวังมากชายหนุ่มพยายามค้นหาเด็กหญิงคนนั้นอยู่เป็นเวลา 1 ปีเต็ม แต่ก็พบกับความผิดหวัง จนกระทั่งมีเรื่องต่าง ๆ มากมายเข้ามาในชีวิต ทำให้เขาเริ่มลืมเลือนเด็กหญิงคนนั้นไป จวบจนเมื่อเช้าที่เขาได้ฝันถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเด็กอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เขารู้สึกแปลกใจ และเริ่มคิดถึ
ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนที่อยู่บนเตียงผ้าปูที่นอนสีฟ้าอมน้ำทะเล นอนลืมตาปริบๆ มองเพดาน ภายในหัวของเขากำลังใช้ความคิดเกี่ยวกับความฝันที่เพิ่งเห็นไปเมื่อครู่อย่างเคร่งเครียดอา…นานแล้วสินะ ที่เราไม่ได้ฝันแบบนี้ ชายหนุ่มคิดป่านนี้ เด็กหญิงคนนั้นจะเป็นยังไงบ้างนะ ?จะหายดี ?หรือว่า ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้วกันแน่นะ ?ชายหนุ่มพลิกตัวกระสับกระส่ายไปมา ก่อนจะลุกขึ้นนั่งบนเตียง และลุกจากเตียงเดินไปยังหน้าต่างซึ่งมีแสงแดดอ่อนๆ ส่องเข้ามาภายในห้องเพื่อเปิดม่าน พร้อมกับเปิดบานหน้าต่างออกไป และสูดกลิ่นอากาศยามเช้าอย่างสดชื่น เพื่อไล่ความคิดที่อยู่ภายในหัวของเขาออกไปให้หมดเขามองทิวทัศน์จากหน้าต่างบนห้องของเขา ซึ่งบ้านที่เขาอาศัยอยู่นั้นสามารถมองเห็นชายฝั่งที่เว้าแหว่งยื่นออกไปในทะเลได้อย่างชัดเจน สายลมพัดโชยเอื่อยๆ อย่างเย็นสบายชายหนุ่มบิดไล่ความเมื่อยล้าที่เกิดขึ้น เนื่องจากเมื่อวานเขาได้ลงแข่งขันบาสเกตบอลให้กับทางโรงเรียน และทำให้ทีมของโรงเรียนเขาได้ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายก๊อก ก๊อก!!เสียงเคาะประตูดังขึ้นด้านหน้าห้องของชายหนุ่ม ทำให้เขาหันไปมองอย่างแปลกใจ“คุณชายครับ ได้เวลาที่จะต้องไปโรงเรี
ทุกวันที่เขาเคยเห็นเธอนอนหลับอยู่บนเตียงภายในห้องที่เต็มไปด้วยเครื่องมือ แต่ ณ วันนี้ เวลานี้ เธอคนนั้นออกมาจากห้องนั้น และยังพูดคุยกับแพทย์ได้“ใครน่ะ?”เด็กหญิงถามขึ้น ขณะที่เด็กชายแปลกหน้าคนหนึ่ง กำลังเดินเข้ามาหาเธอที่เตียง“เธอเป็นใครน่ะ?”“เอ้อ…คือ....เอ่อ..ฉันคือ…” เด็กชายตอบอย่างอึกอัก“มีธุระอะไรกับฉันหรือ?” เด็กหญิงเอียงคอถามเขาโดยไม่รอฟังคำตอบ“เอ้อ….ไม่มีอะไรหรอก เพียงแต่ฉันเคยเห็นเธอนอนหลับอยู่แต่ในห้องโน้น ก็เลยแปลกใจเท่านั้นที่เธอมาอยู่ห้องนี้น่ะ”เด็กชายตอบอย่างตะกุกตะกัก ก่อนจะกัดริมฝีปากกับประโยคงี่เง่าที่ตอบออกไป“คิกคิก ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่”“รู้แต่...เหมือนฉันนอนหลับ แล้วอยู่ๆ ก็ตื่นขึ้นมา..ก็มาอยู่ตรงนี้ แล้วก็กำลังคุยกับเธออยู่นี่ไง ฮิฮิ”เด็กหญิงส่งยิ้มทะเล้นให้เขา ใบหน้าสดใสทำให้เขาหน้าแดงใจเต้นตึกตักไม่เป็นส่ำ“อ๊ะ! แย่ล่ะ ฉันต้องไปแล้วล่ะ แม่ฉันจะเป็นห่วงน่ะ”“อืม” เด็กหญิงมีสีหน้าหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด“แล้วฉันจะมาเยี่ยมเธออีกนะ”“สัญญานะ”เด็กหญิงฉีกยิ้มสดใส และยกนิ้วก้อยขึ้นมาเพื่อให้เด็กชายเกี่ยวก้อยสัญญากับเธอ“สัญญาเลย”ตั้งแต่วันน
“ออก...ไม่ได้ออก...ออก...ไม่ได้ออก...”“ว้า! ทำไมได้แต่แบบเดิมล่ะ!” เด็กหญิงคนหนึ่งร้องออกมาอย่างฉุนเฉียว ก่อนจะขยำดอกไม้ในมือทิ้งลงกับพื้นดิน“อ้าว ทำแบบนั้นไม่ดีนะจ๊ะ ดอกไม้เจ็บหมด” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดุแกมเอ็นดู“ก็หนูไม่เข้าใจว่า ทำไมมันถึงได้คำตอบแบบเดิมซ้ำๆ กันนี่คะ” เด็กหญิงบ่นพึมพำด้วยความน้อยใจ“ก็หนูใช้ทำนายผิดเรื่องนี่จ๊ะ”“!!”“หึหึ ดอกเดซี่เป็นดอกไม้สำหรับเสี่ยงทายรักน่ะจ้ะ”“เสี่ยงทายรัก??” เด็กหญิงเอียงคอมองอย่างงุนงง“ใช่จ้ะ หนูต้องหลับตาหยิบดอกไม้ แล้วลืมตานับจำนวนดอกเดซี่ เมื่อได้จำนวนเท่าไหร่ ก็ถือว่าเป็นอายุก่อนที่จะแต่งงาน และทำนายรักโดยการเด็ดกลีบของดอกเดซี่ทีละกลีบ เพื่อให้รู้ว่าคนที่หนูชอบมีใจให้รึเปล่า”หญิงสาวอธิบายพร้อมกับแสดงวิธีให้เด็กหญิงดูด้วยเด็กหญิงเบิกตาโพลงกับความรู้ใหม่ ก่อนจะกลอกตาไปมาอย่างครุ่นคิด“เอาไว้ โตขึ้นแล้วเดี๋ยวหนูก็รู้เองล่ะจ้ะ”“แต่....”เด็กหญิงอ้าปากจะถาม ก่อนจะมีสีหน้าบิดเบี้ยว เหยเกด้วยความเจ็บปวด เอามือกุมหน้าอก ก่อนจะคว่ำหน้าลงกับพื้นดินหมดสติไป“ใครก็ได้ มานี่ที!!!!!”หญิงสาวกรีดร้องขอความช่วยเหลือด้วยความตกใจ....โรงพยาบาล Sa