บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก

บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก

Oleh:  อาเป่าBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
9
7 Peringkat. 7 Ulasan-ulasan
192Bab
9.4KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

“ต้องการงั้นเหรอ?” ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองหญิงสาวที่มีใบหน้าแดงก่ำโผเข้าสู่อ้อมอกของเขา กล่าวด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน อาการของเวินหร่านกำเริบ เธอกัดฟันพยักหน้า แต่งงานมาหนึ่งปี ฟู่จิ่งเฉิงผู้เป็นสามีกลับไม่เคยแตะต้องตัวเธอเลย ด้วยเหตุนี้ เวินหร่านจึงป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย เมื่อไหร่ที่อาการกำเริบก็จะมีความต้องการอย่างรุนแรง จนกระทั่งบังเอิญไปเห็นสามีแอบจูบรูปถ่ายพี่สาวของเธอกลางดึก ถึงได้รู้ว่าตัวเองเป็นแค่ตัวแทนของพี่สาวเท่านั้น เมื่ออาการหนักขึ้น เธอทำได้เพียงไปโรงพยาบาล แต่กลับต้องมาเจอกับหมอหนุ่มสุดหล่อ เธอแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ เกือบจะจับเขา... เสียตรงนั้น คิดไม่ถึงเลยว่าวันรุ่งขึ้นเวลาไปทำงาน หมอหนุ่มที่เพิ่งจะตรวจร่างกายให้เธออย่างใกล้ชิดเมื่อวาน กลับกลายเป็นท่านประธานคนใหม่ที่เพิ่งมารับตำแหน่ง? เวินหร่านตั้งใจจะทำเป็นไม่รู้จัก แต่กลับถูกเลื่อนขั้นให้เป็นผู้ช่วยส่วนตัวข้างกายประธานคนใหม่เสียอย่างนั้น ...... “ท่านประธานคะ ฉันมีสามีแล้วนะคะ หรือว่าคุณอยากจะเป็นมือที่สาม?” ภายในห้องทำงาน เวินหร่านถูกบังคับให้นั่งคร่อมอยู่บนตักของเขา ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความโกรธ ชายหนุ่มรวบเอวของเธอไว้แล้วจูบลงไป “ที่รัก คุณลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อคืนคุณเพิ่งจะเรียกผมว่าสามีทั้งคืนน่ะ?” หลังจากนั้นเวินหร่านก็แต่งงานใหม่โดยไม่หันหลังกลับไปมอง อดีตสามีกลับคิดเสียใจภายหลัง เขาอ้อนวอนด้วยดวงตาแดงก่ำ “หร่านหร่าน เรามาเริ่มต้นใหม่กันเถอะนะ! ขอแค่เราไม่หย่ากัน คุณต้องการอะไรก็ได้ทั้งนั้น!” เวินหร่านตอบกลับอย่างเย็นชา “ขอโทษที ฉันไม่สนใจขันทีหรอกนะ”

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”

ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่ม

หัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบ

เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่

พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมาก

จนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก

เวินหร่านถูกรบกวนจากอาการนี้จนทนไม่ไหว จึงรวบรวมความกล้ามาจองคิวแผนกสูตินรีเวชที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้

เพราะเห็นว่าที่นี่เก็บรักษาความลับได้อย่างดีเยี่ยม เพียงแต่ค่าตรวจรักษาจะแพงกว่าโรงพยาบาลทั่วไปหลายเท่า

แต่คนที่เธอจองคิวไว้คือแพทย์หญิงหัวหน้าแผนกสูตินรีเวชวัยสี่สิบกว่านี่ แล้วทำไมคนที่มาตรวจเธอกลับกลายเป็นหมอหนุ่มร่างสูงไปได้ล่ะ?

“จะ... จำเป็นต้องถอดกางเกงด้วยเหรอคะ?”

เวินหร่านตื่นเต้นอย่างมาก ถามออกไปอย่างระมัดระวัง

การที่เธอต้องมาถอดกางเกงต่อหน้าผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ถึงแม้จะรู้ว่าเขาเป็นหมอก็เถอะ เธอก็ยังรู้สึกกระดากอายจนพูดไม่ออกอยู่ดี

ซางเลี่ยรุ่ยแสดงท่าทีจริงจัง “ถ้าไม่ถอดกางเกง แล้วผมจะตรวจให้คุณได้อย่างไรครับ?”

“แต่ว่า ฉัน...”

เวินหร่านหน้าแดงก่ำ บิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย

ผู้ชายตรงหน้าแม้จะสวมหน้ากากอนามัยอยู่ แต่สายตาที่เฉียบคมของเขากลับดูลึกล้ำยากจะคาดเดา

จู่ ๆ เธอก็มีความรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกเขากระโจนเข้าใส่แล้วจับกดลงบนเตียง เพื่อทำอะไรตามอำเภอใจซะอย่างนั้น

เวินหร่านรีบส่ายหัวไปมา

ให้ตายสิ!

เธอมีความคิดแบบนี้ได้อย่างไร?

เขาเป็นแค่หมอ วัน ๆ หนึ่งต้องตรวจคนไข้แบบเธอตั้งหลายสิบคน

นี่เป็นงานประจำวันของเขา

เวินหร่านปลอบใจตัวเองเรื่อย ๆ เธอฝืนข่มความอับอายเอาไว้ ค่อย ๆ ดึงกางเกงลงแล้วเอนตัวลงนอนบนเตียงคนไข้

“ไม่สบายตรงไหนครับ?”

ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยถามพลางเตรียมอุปกรณ์ฆ่าเชื้อ

ใบหน้าของเวินหร่านแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้งด้วยความอับอาย “ฉัน... ตรงนั้น...”

เมื่อเห็นว่าเธอพูดต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ ซางเลี่ยรุ่ยจึงถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “มีเพศสัมพันธ์มากเกินไป? ได้รับบาดเจ็บหรือครับ?”

หญิงสาวอายุน้อยอย่างเธอที่มาตรวจแผนกสูตินรีเวช ส่วนใหญ่ก็มักจะมีปัญหาพวกนี้

แต่ผลปรากฏว่าเวินหร่านกลับหน้าแดง ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่ใช่ค่ะ ฉันไม่เคยมีเพศสัมพันธ์...”

ซางเลี่ยรุ่ยชะงักมือ หันไปมองเธอด้วยความประหลาดใจและสงสัยแวบหนึ่ง

หญิงสาวตรงหน้ามีใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ผิวพรรณเนียนนุ่มราวกับจะบีบน้ำออกมาได้ ทั้งอ่อนหวานและมีเสน่ห์เย้ายวน เป็นความงามที่ผสมผสานระหว่างความเซ็กซี่และความไร้เดียงสาเอาไว้

ทำให้คนที่ได้มองเพียงครั้งเดียวก็รู้สึกประทับใจจนยากจะลืมเลือน

สาวสวยระดับนี้ รอบตัวน่าจะมีคนตามจีบเป็นพรวน แต่เธอกลับบอกว่าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เนี่ยนะ?

“ฉัน... คือว่า... ตรงนั้น... มันทรมาน... นิดหน่อยค่ะ...”

ภายใต้สายตาที่ลึกล้ำของชายหนุ่ม เธอหน้าแดงก่ำแล้วตอบตะกุกตะกัก

นิ้วของซางเลี่ยรุ่ยที่กำลังคีบสำลีฆ่าเชื้อเผลอเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย

แต่ภายนอกกลับดูไม่ออกถึงความผิดปกติอะไร สายตาของเขาจับจ้องไปที่เธอ “ทรมาน?”

เวินหร่าน “...”

เธอควรจะอธิบายอย่างไรดีล่ะ?

“ก็ ก็คือ...”

เธอกัดริมฝีปากสีแดงระเรื่อ เหมือนอยากจะพูดแต่ก็เงียบไป

ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความเขินอายของหญิงสาว ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงเล็กน้อย

ร่างกายเกิดความร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม

เขาสะกดกลั้นความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ “สาเหตุเกิดจากอะไรครับ?”

เวินหร่านพูดตะกุกตะกัก เธออายเกินกว่าจะพูดออกไปจริง ๆ “ก็ ก็คือ... ฉัน...”

จะให้เธอบอกได้อย่างไรล่ะว่าตัวเองมีความต้องการสูงมาก และจริง ๆ แล้วก็อยากมาก ๆ ด้วย?

แต่แต่งงานมาปีกว่าแล้ว ฟู่จิ่งเฉิง สามีของเธอไม่เคยแตะต้องเธอเลย

อีกทั้งเมื่อความต้องการของเธอเพิ่มสูงขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกต้องการมากขึ้น

ฟู่จิ่งเฉิงกลับเอาแต่หลบหน้าเธอ

ถึงขนาดกลัวเป็นพิเศษว่าเธอจะเรียกร้องเรื่องนั้น

ด้วยความจนใจ เวินหร่านจึงต้องหาวิธีจัดการกับตัวเอง

แต่แค่นั้นเห็นได้ชัดว่ายังไม่พอ

เธอต้องการ

ต้องการมากกว่านี้

ซางเลี่ยรุ่ยสังเกตปฏิกิริยาของเธอ “แต่งงานหรือยังครับ?”

เวินหร่านพยักหน้าตามสัญชาตญาณ

ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ เขาจึงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

แววตาของซางเลี่ยรุ่ยหม่นลง “นอนลงก่อนครับ ผมขอตรวจดูหน่อย”

เวินหร่านเอนตัวลงนอนอย่างว่าง่าย

มือเรียวเล็กกำหมัดแน่น

รู้สึกแค่ว่าใบหน้าร้อนผ่าวราวกับถูกไฟสุม ร้อนรุ่มอย่างมาก

ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองเธอ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างบอกไม่ถูก “อย่าขยับนะครับ!”

“...”

เดิมทีเวินหร่านก็อายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว

ประกอบกับโรคที่เธอเป็นอยู่ จะให้เธอนอนนิ่ง ๆ ให้เขาตรวจแต่โดยดีได้อย่างไร?

“เปลี่ยนเป็นหมอผู้หญิงให้ฉันแทนได้ไหมคะ?”

เธอเอ่ยปากร้องขอด้วยความขัดอาย

สายตาของซางเลี่ยรุ่ยมืดมนลง “ไม่พอใจผมเหรอครับ?”

“มะ... ไม่ใช่ค่ะ...” เวินหร่านรีบอธิบาย

แต่เธอยังไม่ทันพูดจบ เขาก็ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คิวตรวจที่คุณจองวันนี้คือคิวของผม ถ้าไม่อยากรักษาก็เชิญครับ!”

ผู้ชายคนนี้ดุจัง

ไว้ตรวจเสร็จเธอจะไปร้องเรียนเขาแน่

แต่โรคของเธอ จะปล่อยให้ล่าช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

ลองเชื่อฝีมือการรักษาของเขาสักครั้งก็แล้วกัน

“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะคะ รบกวนคุณหมอช่วยรักษาฉันให้หายด้วยนะคะ” เวินหร่านเอ่ยปากขอร้องเขา

นี่เป็นครั้งแรกที่ซางเลี่ยรุ่ยมาเข้าเวรแทน

ใครจะคิดว่าต้องมาเจอคนไข้หญิงที่พิเศษขนาดนี้?

โรคของเธอช่าง... แล้วเธอดันสวยขนาดนี้อีก...

นี่มันท้าทายความอดทนของเขาในฐานะผู้ชายชัด ๆ

“เลิกพูดมากได้แล้วครับ!”

เขาตวาดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอีกครั้ง

เขาสวมถุงมือ หยิบก้านสำลีฆ่าเชื้อขึ้นมา แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้เธอ...

เวินหร่านอับอายจนทนไม่ไหวต้องหลับตาปี๋

ฟู่จิ่งเฉิง สามีของเธอยังไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ

แต่ตอนนี้เธอกลับต้องมาให้ผู้ชายอีกคนดูเนี่ยนะ

ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายเป็นหมอ แต่ในใจเธอก็ยังรู้สึกว่ามันผ่านไปได้ยากอยู่ดี

“อ๊ะ!”

เวินหร่านเผลอหลุดเสียงครางออกมา

เสียงของเธอทั้งอ่อนหวานและเย้ายวน

ซางเลี่ยรุ่ยรู้สึกชาวาบไปทั้งศีรษะ ร่างกายตึงเครียด เขาชะงักมือเล็กน้อย

“ผมทำคุณเจ็บเหรอครับ?”

ดวงตาคู่สวยของเวินหร่านคลอไปด้วยหยาดน้ำตา

เธอเผยอริมฝีปากสีแดง แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายออกไปอย่างไรดี

สติสัมปชัญญะบอกเธอว่าเวลานี้ควรจะอดกลั้นไว้ แต่โรคของเธอทำให้เธอควบคุมตัวเองไม่ได้...

ท่าทางอ่อนแอน่าทะนุถนอมแบบนี้ของเธอ ทำให้คนอดใจไม่ไหวจริง ๆ

“งั้นผมจะเบามือลงหน่อย”

ซางเลี่ยรุ่ยกระแอมไอ เบือนหน้าหนีไปทางอื่น แล้วตั้งสมาธิจดจ่ออยู่กับการตรวจ...

หลังจากตรวจเสร็จ เวินหร่านกลับรู้สึกว่างเปล่าและทรมานยิ่งกว่าเดิม

“คุณหมอคะ อาการของฉันหนักมากใช่ไหมคะ?”

น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย

ซางเลี่ยรุ่ยควบคุมอารมณ์ของตัวเอง แล้วค่อย ๆ ถอดถุงมือออก

“นี่เป็นโรคฮิสทีเรียที่เกิดจากภาวะความไม่สมดุลของฮอร์โมน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่คุณขาดการมีเพศสัมพันธ์มาเป็นเวลานานครับ”

ขาดการมีเพศสัมพันธ์งั้นเหรอ?

เวินหร่านหลุบตาลง ใบหน้าสวยหวานแสดงความอับอายวูบหนึ่ง

เธอไม่ได้ขาดการมีเพศสัมพันธ์ แต่เธอไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลยต่างหาก

สามีของเธอ ฟู่จิ่งเฉิงเป็นโรครักความสะอาดขั้นรุนแรง ตั้งแต่คบกันจนแต่งงาน พวกเขาแทบจะไม่เคยได้ใกล้ชิดกันเลย

แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ เธอกลับยิ่งโหยหา

ราวกับว่าเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายแทบจะรอไม่ไหว ต้องการที่จะได้รับการโอบกอด และสัมผัส...

“เดี๋ยวผมจะจ่ายยาแก้อักเสบให้คุณสักหน่อย เพื่อปรับสมดุลฮอร์โมนนะครับ!”

ซางเลี่ยรุ่ยนั่งลงหน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์และสั่งยาให้เธอ

“แต่ผมขอแนะนำให้คุณกลับไป... ทำเรื่องอย่างนั้นกับสามีให้บ่อยขึ้นหน่อย แล้วโรคของคุณก็จะทุเลาลงมากครับ!”

ใบหน้าของเวินหร่านแดงก่ำจนแทบจะมีเลือดหยดออกมาแล้ว

เธอสวมกางเกงให้เรียบร้อย แล้วลงจากเตียงคนไข้

รับใบสั่งยาจากมือของซางเลี่ยรุ่ย “ขอบคุณค่ะคุณหมอ”

ทันทีที่เธอเดินออกจากห้องตรวจไป ก็มีแพทย์หญิงในชุดกาวน์สีขาวคนหนึ่ง เดินเข้ามาทางประตูหลัง

“ซางเลี่ยรุ่ย นี่นายฉวยโอกาสตอนที่ฉันไม่อยู่ มาตรวจคนไข้ของฉันงั้นเหรอ?!”

ซางหยวนที่มาถึงได้ทันเวลา ตวาดใส่น้องชายตัวเองด้วยความโมโห

ซางเลี่ยรุ่ยตอบกลับอย่างไม่รีบร้อน “อย่าลืมสิว่าตอนเรียนหมอ ผลการเรียนของผมอยู่อันดับหนึ่งมาตลอด ส่วนพี่ก็เป็นได้แค่ที่สอง ตอนนี้ผมมาตรวจคนไข้ให้ฟรี ๆ ถือว่าเป็นบุญของคนไข้พี่แล้ว! อีกอย่าง ตอนนี้ทั้งโรงพยาบาลก็เป็นของผมแล้วด้วย!”

“นาย!” ซางหยวนถลึงตาใส่เขา

ไอ้เด็กนี่มันเถียงข้าง ๆ คู ๆ

แต่น้องชายของเธอคนนี้ปกติก็เป็นพวกรักความสะอาด ไม่เฉียดเข้าใกล้ผู้หญิง วันนี้กลับยอมเป็นฝ่ายตรวจคนไข้หญิงเองแบบนี้ มันน่าแปลกจริง ๆ!

“ในเมื่อพี่ไม่ต้อนรับผมขนาดนี้ งั้นผมไปล่ะ” ซางเลี่ยรุ่ยล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยมือข้างหนึ่ง สายตาจับจ้องไปทางที่เวินหร่านเพิ่งจะเดินหายไป

“จะไปไหน? วันนี้ฉันเรียกนายมา เพื่อให้มาทำความรู้จักกับหมอหวัง แผนกโรคหัวใจที่เพิ่งย้ายมาใหม่ต่างหาก เธอทั้งสาวทั้งสวย แถมฝีมือการรักษาก็ยอดเยี่ยม เป็นถึงดาวประจำโรงพยาบาลเราเลยนะ ที่สำคัญคือตอนนี้เธอยังโสด ไม่มีแฟน...” ซางหยวนรีบเรียกน้องชายเอาไว้ และพยายามแนะนำอย่างสุดความสามารถ

“ไว้ค่อยว่ากัน”

ซางเลี่ยรุ่ยไม่มีความสนใจ เขาตอบส่ง ๆ ไปประโยคหนึ่งแล้วเดินจากไป

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasanLebih banyak

Sarintorn Phadungpongwattana
Sarintorn Phadungpongwattana
มีกี่ตอนหรอคะ
2026-07-25 02:44:26
0
0
สุพิญญา สว่างอารมณ์
สุพิญญา สว่างอารมณ์
รอตอนต่อไปนะคะ
2026-07-06 20:48:12
0
0
ชัชชญา อุปธรรม
ชัชชญา อุปธรรม
มีแต่เรื่องน่าอ่านเยอะแยะเลยค่ะ
2026-07-06 15:49:41
0
0
Arouijunk Aroui
Arouijunk Aroui
อยากอ่านต่อแล้วค่า รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
2026-06-26 12:27:43
0
0
Pachcha Nabee
Pachcha Nabee
ต่อเลยค่าาาาาา รอออออออออ
2026-06-20 01:28:53
0
0
192 Bab
บทที่ 1
“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่มหัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบเธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมากจนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนักเวินหร่านถูกรบกวนจากอาการนี้จนทนไม่ไหว จึงรวบรวมความกล้ามาจองคิวแผนกสูตินรีเวชที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้เพราะเห็นว่าที่นี่เก็บรักษาความลับได้อย่างดีเยี่ยม เพียงแต่ค่าตรวจรักษาจะแพงกว่าโรงพยาบาลทั่วไปหลายเท่าแต่คนที่เธอจองคิวไว้คือแพทย์หญิงหัวหน้าแผนกสูตินรีเวชวัยสี่สิบกว่านี่ แล้วทำไมคนที่มาตรวจเธอกลับกลายเป็นหมอหนุ่มร่างสูงไปได้ล่ะ?“จะ... จำเป็นต้องถอดกางเกงด้วยเหรอคะ?”เวินหร่านตื่นเต้นอย่างมาก ถามออกไปอย่างระมัดระวังการที่เธอต้องมาถอดกางเกงต่อหน้าผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ถึงแม้จะรู้ว่าเขาเป็นหมอก็เถอะ เธอก็ยังรู้สึกกระดากอายจนพูดไม่ออกอยู่ดีซางเลี่ยรุ่ยแสดงท่าทีจริงจัง “ถ้าไม่ถอดกางเกง แล้วผมจะตรวจให้คุณได้อย่างไรครับ?”“แต่ว่า ฉัน...”เวินหร่านหน้าแดงก่ำ บิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย
Baca selengkapnya
บทที่ 2
เวินหร่านเดินออกจากห้องตรวจ รับยา แล้วรีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปพอนึกถึงภาพในห้องตรวจเมื่อครู่ ที่ถูกหมอผู้ชายคนหนึ่งสั่งให้ถอดกางเกง เพื่อตรวจให้เธอเธอก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เธอคงไม่มีหน้าไปพบใครแน่ ๆวันหลังเธอต้องหาหมอผู้หญิงเท่านั้น จะไม่ยอมให้ผู้ชายแปลกหน้ามาตรวจช่วงล่างของเธออีกเด็ดขาดในตอนนั้นเอง รถเบนท์ลีย์สีดำคันหนึ่งก็ค่อย ๆ แล่นมาจอดตรงหน้าเธอเวินหร่านยังนึกว่าเป็นรถที่เธอเรียกไว้มาถึงแล้ว พอเหลือบมองผ่านกระจกรถเข้าไปกลับกลายเป็นใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายราวกับผลงานประติมากรรมชั้นเลิศ สมบูรณ์แบบจนไร้ที่ติ!สายตาของเวินหร่านสบเข้ากับอีกฝ่ายเพียงชั่วครู่ ก็รู้สึกคุ้นตาอยู่บ้างสายตาแบบนี้ของเขา...เหมือนจะเป็นหมอผู้ชายที่เพิ่งตรวจเธอในห้องตรวจเมื่อกี้เลยไม่ใช่เหรอ?เวินหร่านลมหายใจสะดุดหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันทีทำไมถึงบังเอิญมาเจอกันที่หน้าโรงพยาบาลอีกแล้วเนี่ย?ซางเลี่ยรุ่ย “ขึ้นรถสิ เดี๋ยวผมไปส่ง!”เวินหร่านรีบส่ายหน้าเป็นพัลวัน “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ”เธอไม่ได้สนิทกับเขาสักหน่อย จะกล้าติดรถเขาไปได้อย่างไร?ยิ่งไปกว่านั
Baca selengkapnya
บทที่ 3
เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่ไหวแล้ว!“คุณถือซะว่าช่วยฉัน...ที่รัก...ฉันทรมานจริง ๆ นะคะ...”เธอกัดริมฝีปากล่าง ดวงตารื้นน้ำคู่นั้นมองเขาอย่างน่าสงสารลมหายใจเปลี่ยนเป็นกระชั้นขึ้นมาเธอต้องการมันจริง ๆในหัวมีแต่เรื่องแบบนั้นหยุดคิดไม่ได้เลยฟู่จิ่งเฉิงขมวดคิ้วรังเกียจท่าทางร่านราคะที่เธอมักแสดงออกมาต่อหน้าเขาเขาตวาดอย่างเย็นชา “ถ้าคุณกระสันขนาดนั้นก็ไปหาวิธีจัดการเองเถอะ”น้ำเสียงที่ทั้งเย็นชาและดูถูกทิ่มแทงจุดเปราะบางที่สุดในหัวใจของเวินหร่านแต่ฟู่จิ่งเฉิงกลับทำเหมือนมองไม่เห็นสีหน้าเจ็บปวดของเธอเขาเตือนอย่างเย็นชา “ต่อไปอย่าแต่งตัวแบบนี้ต่อหน้าผมอีก!”ดวงตาเป็นประกายของเวินหร่านหม่นแสงลงในทันใดระลอกความขมขื่นแผ่ขยายออกไปในใจสุดท้ายสามีก็ไม่ยินดีแตะต้องเธอเช่นเคย“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”เธอก้มหน้าต
Baca selengkapnya
บทที่ 4
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับเธอที่แท้ก็มีท่านประธานคนใหม่มานั่นเองมิน่าวันนี้ตอนเธอมาถึงบริษัทก็พบว่าเพื่อนร่วมงานหญิงต่างถือกระจกเติมเครื่องสำอางกันอยู่“เวินหร่าน ทำไมเธอยังไม่รีบแต่งตัวอีก?”หลีลี่เห็นเธอได้ยินข่าวแล้วยังเฉยอยู่จึงรีบดึงเธอนั่งลง “เธอแต่งหน้าอ่อนเกินไป เดี๋ยวฉันช่วยเติมให้เธอสวยขึ้นเอง”เวินหร่านหลบหลีกเป็นพัลวัน พูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “ท่านประธานมารับตำแหน่ง เกี่ยวอะไรกับฉัน? ฉันยังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะนะ!”เธอเรียนจบมหาวิทยาลัยก็ถูกแม่ใหญ่ส่งมาทำงานที่บริษัทแห่งนี้พูดเสียน่าฟังว่า ให้เธอมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่บริษัทอื่นความจริงก็คือกีดกันไม่ให้เธอเข้าไปมีตำแหน่งสำคัญในกิจการของตระกูลเวินส่วนกิจการของตระกูลเวินเก็บไว้ให้เวินจ้าวเหลียงพี่ชายและเวินฉีพี่สาวสืบทอดลูกสาวที่เกิดจากแม่เล็ก
Baca selengkapnya
บทที่ 5
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไม่พ้นเสียจริง ๆ!หวงอี้อันเตือนเธออย่างดุดัน “เธอทำผิดก็รับผิดชอบเอง อย่าดึงฉันเข้าไปเกี่ยวด้วยเข้าใจไหม?”เขาเป็นคนของแม่ใหญ่ของเธอสองปีมานี้ที่เวินหร่านถูกส่งมาเป็นลูกน้องของหวงอี้อันเขาได้รับคำสั่งจากแม่ใหญ่ให้จงใจกลั่นแกล้งเธอหลายต่อหลายครั้งตอนนี้บอสใหญ่มาที่บริษัทวันแรกก็ข้ามลำดับชั้นเรียกเธอเข้าพบ ในสายตาหวงอี้อัน จะต้องเป็นเพราะเวินหร่านไปล่วงเกินบอสใหญ่มาแน่ ๆแต่ถ้าเธอถูกลงโทษจริง ๆ เขาก็จะได้มีเรื่องไปรายงานคุณนายใหญ่เวินพอดีเขาได้รับคำสั่งจากคุณนายใหญ่เวินให้หาวิธีทำให้เวินหร่านทำผิดพลาดแต่ตลอดสองปีที่เวินหร่านเป็นลูกน้องของเขา เธอก็ระมัดระวังตัวมาโดยตลอด ไม่เคยทำอะไรผิดพลาดเขากำลังกลุ้มใจอยู่ว่าจะ ‘ยัดความผิด’ ให้เธออย่างไรดี คิดไม่ถึงว่าเธอจะเอาตัวเองใส่ตะกร
Baca selengkapnya
บทที่ 6
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้ช่วย ต่อไปได้เจอเขาทุกวัน เธอจะรับมือไหวได้อย่างไรกัน?ดวงตาลุ่มลึกของซางเลี่ยรุ่ยจับจ้องเธอ “ไม่พอใจที่ได้เลื่อนตำแหน่ง?”เวินหร่านเลียริมฝีปากแดง “ฉันคิดว่า...”ซางเลี่ยรุ่ยตัดบทเธอ “คุณเป็นประธาน หรือว่าผมเป็นกันล่ะ?”รอยยิ้มบนใบหน้าเวินหร่านแข็งทื่อ “ย่อมเป็นคุณอยู่แล้วสิคะ!”ซางเลี่ยรุ่ยออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด “กลับไปส่งมอบงาน แล้วพรุ่งนี้ก็มาทำงานที่ออฟฟิศประธาน!”“แต่...” เวินหร่านลังเลเขาไม่กลัวเธอคิดมิดีมิร้ายเลยเหรอ?ถ้าเธออดไม่ไหว จับกดเขาขึ้นมาจะทำอย่างไร?สีหน้าซางเลี่ยรุ่ยดูจะเริ่มหมดความอดทน “ไม่อยากทำก็ลาออกได้!”เวินหร่าน “...”เธอพยักหน้าเบา ๆ “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ!”ซางเลี่ยรุ่ยปรายตามองเธอ คิดว่าเธอตกลงแล้วจึงเดินกลับไปที่เก้าอี้ผู้บริหารเพื่อสะสางงานต่อเ
Baca selengkapnya
บทที่ 7
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่สายฟ้าแลบที่บริษัทของเธอเลยล่ะ?เธอลอบยินดีอยู่ชั่วขณะ แต่ก็ถูกประสาทสัมผัสซัดหายไปอย่างรวดเร็วใบหน้าหล่อเหลาสง่างามของซางเลี่ยรุ่ยพลันเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง“สายขนาดนี้แล้วคุณยังไม่มาทำงาน? แต่กลับทำเรื่องแบบนั้นอยู่ที่บ้านเนี่ยนะ?”ใบหน้าสวยของเวินหร่านร้อนฉ่าไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเธอคิดไม่ถึงเลยว่าจะกดรับสายบอสใหญ่โดยบังเอิญในขณะที่กำลังช่วยตัวเองอยู่? ทั้งยังถูกเขาได้ยินเข้าพอดีอีกด้วย?แต่เธออดไม่ไหวแล้วจริง ๆโรคฮิสทีเรียของเธอกำเริบขึ้นมาทีไรก็ไม่อาจควบคุมได้เลย“ฉัน... ฉันลาออกแล้วนะคะ...” เวินหร่านส่งเสียงตะกุกตะกักซางเลี่ยรุ่ยขมวดคิ้ว “ลาออก? ผมไม่เห็นรู้เลย? พนักงานต้องแจ้งลาออกล่วงหน้าหนึ่งเดือน ทั้งยังต้องให้ความร่วมมือกับฝ่ายกฎหมายในการตรวจสอบและส่งมอบงาน มิฉะนั้นจ
Baca selengkapnya
บทที่ 8
อะไรนะ?มารับตำแหน่งวันแรกก็ให้เธอไปทำความสะอาดเนี่ยนะ?แล้วผู้ช่วยอย่างเธอจะต่างจากแม่บ้านตรงไหน?เวินหร่านคิดจะประท้วง แต่เมื่อสบสายตาที่เปี่ยมแรงกดดันของซางเลี่ยรุ่ยก็จำต้องกัดฟันตอบรับ “ค่ะ!”เธอหันหลังเดินตรงไปที่ห้องรับรอง เสียงซางเลี่ยรุ่ยดังไล่หลังมา “อย่าลืมถอดรองเท้าล่ะ!”แม่เจ้า กฎเยอะขนาดนี้เลย?เธอถอดรองเท้าส้นสูง เมื่อเปิดประตูห้องรับรองเข้าไปก็ต้องตกใจกว้างกว่าบ้านเธออีกเหรอเนี่ย?เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้านำเข้ามีครบครันทุกอย่างประเด็นสำคัญที่สุดคือไม่มีฝุ่นจับเลยแม้แต่นิดเดียวเวินหร่านไม่เข้าใจเลยว่าห้องรับรองแบบนี้มีอะไรให้ทำความสะอาดด้วย?หรือว่าซางเลี่ยรุ่ยเป็นโรครักความสะอาดเหมือนกับฟู่จิ่งเฉิงอย่างนั้นเหรอ?เห็นทีจะมีแค่ความเป็นไปได้ข้อนี้แล้วเวินหร่านหยิบเครื่องดูดฝุ่นขึ้นมาอย่างยอมรับชะตากรรม แล้วเริ่มทำความสะอาดพื้นและเฟอร์นิเจอร์ได้รับการเช็ดทำความสะอาดทั้งหมดอีกรอบเวลาล่วงเลยถึงตอนเที่ยงโดยไม่รู้ตัวเวินหร่านยังไม่ทันได้กินมื้อเช้าก็ถูกเขาเรียกมาทำงาน จากนั้นก็ง่วนอยู่กับการทำความสะอาดห้องรับรองมาตลอดช่วงเช้า จึงทั้งเหนื่อยและหิวเธ
Baca selengkapnya
บทที่ 9
เวินหร่านแหงนคอ สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ความปรารถนาที่ไม่ได้รับการเติมเต็มทำให้เธอจวนเจียนจะเสียสติอยู่รอมร่อเวินหร่านนึกเสียใจที่ไม่ได้เอาแท่งหรรษามาด้วยเธอจะคาดคิดได้อย่างไรว่าเช้านี้อาการเพิ่งกำเริบไป แล้วจะกำเริบอีกครั้งเร็วขนาดนี้ทั้งยังเกิดขึ้นในห้องรับรองของท่านประธานอีกต่างหากแต่สิ่งที่เธอคิดไม่ถึงยิ่งกว่าคือท่านประธานกลับเดินเข้ามาในห้องเวินหร่านได้ยินเสียงเปิดประตู หัวใจก็กระดอนขึ้นมาจุกคอหอยแย่แล้ว!ถ้าซางเลี่ยรุ่ยมาเห็นเธอในสภาพแบบนี้จะทำอย่างไรดี?ความร้อนใจ ความกังวลและความกลัว อารมณ์ด้านลบต่าง ๆ พลันถาโถมเข้ามาหาเธอเวินหร่านพยายามจะยืนขึ้นมาอีกครั้งแต่ไร้ประโยชน์ขาสองข้างของเธออ่อนระทวย ยืนไม่ขึ้นเลยสักนิดเวลานั้นเอง ประตูห้องน้ำก็ถูกคนเปิดออกเงาร่างสูงใหญ่ของซางเลี่ยรุ่ยปรากฏขึ้นตรงหน้าประตูเวินหร่านราวกับถูกฟ้าผ่า!หัวสมองระเบิดตูม!ดวงตาสองคู่ประสานกันเธอพลันรู้สึกอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี“ประ...ประธานซาง?”ซางเลี่ยรุ่ยทอดสายตามองมาที่เธอดูไม่ออกว่าใบหน้าหล่อเหลานั้นอยู่ในอารมณ์แบบไหนสายตาเฉียบคมลุ่มลึกกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
Baca selengkapnya
บทที่ 10
เวินหร่านเงยหน้าขึ้นมอง เป็นไป๋หลิน เลขาของซางเลี่ยรุ่ยเธอรีบซ่อนกางเกงในตัวนั้นไว้ด้านหลัง“ผู้ช่วยเวิน ทำไมคุณถึงมายืนอยู่ข้างนอกคนเดียวล่ะคะ? ไม่เข้าไปเหรอ?”ไป๋หลินพูดพลางทำท่าจะช่วยเปิดประตูห้องทำงานของประธานให้เธอ“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันทำความสะอาดห้องรับรองเสร็จแล้วเพิ่งออกมาน่ะค่ะ!” เวินหร่านโบกมือเป็นพัลวันความสงสัยวาบผ่านดวงตาไป๋หลิน “ประธานซางให้คุณช่วยทำความสะอาดห้องรับรองเหรอคะ?”เธอทำงานกับซางเลี่ยรุ่ยมาหลายปี จึงรู้นิสัยของเขาดีห้องรับรองเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา ปกติมักไม่ให้ใครเข้าไปง่าย ๆเมื่อก่อนถึงจะเป็นการทำความสะอาด เขาก็มักทำด้วยตัวเองวันนี้ทำไมถึงให้ผู้ช่วยเวินเข้าไปทำความสะอาดกันนะ?เวินหร่านพยักหน้า “ใช่แล้วค่ะ มีอะไรเหรอคะ?”“ไม่มีอะไรค่ะ!” ไป๋หลินรีบส่ายหน้า สายตาที่มองเธอแปลกไปหลายส่วน“คุณเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่ง คงยังไม่ได้ไปที่ห้องทำงานของตัวเองใช่ไหมคะ เดี๋ยวฉันพาคุณไปเองค่ะ!” เธอออกตัวนำทางให้อย่างกระตือรือร้นเวินหร่านตามไป๋หลินมาจนถึงหน้าห้องทำงานถัดจากห้องทำงานของประธานบริษัทไป๋หลินเปิดประตู “ผู้ช่วยเวิน ต่อไปที่นี่ก็คือห้องทำงานของคุณแล้ว
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status