บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก

บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก

โดย:  อาเป่าอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
30บท
0views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

“ต้องการงั้นเหรอ?” ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองหญิงสาวที่มีใบหน้าแดงก่ำโผเข้าสู่อ้อมอกของเขา กล่าวด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน อาการของเวินหร่านกำเริบ เธอกัดฟันพยักหน้า แต่งงานมาหนึ่งปี ฟู่จิ่งเฉิงผู้เป็นสามีกลับไม่เคยแตะต้องตัวเธอเลย ด้วยเหตุนี้ เวินหร่านจึงป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย เมื่อไหร่ที่อาการกำเริบก็จะมีความต้องการอย่างรุนแรง จนกระทั่งบังเอิญไปเห็นสามีแอบจูบรูปถ่ายพี่สาวของเธอกลางดึก ถึงได้รู้ว่าตัวเองเป็นแค่ตัวแทนของพี่สาวเท่านั้น เมื่ออาการหนักขึ้น เธอทำได้เพียงไปโรงพยาบาล แต่กลับต้องมาเจอกับหมอหนุ่มสุดหล่อ เธอแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ เกือบจะจับเขา... เสียตรงนั้น คิดไม่ถึงเลยว่าวันรุ่งขึ้นเวลาไปทำงาน หมอหนุ่มที่เพิ่งจะตรวจร่างกายให้เธออย่างใกล้ชิดเมื่อวาน กลับกลายเป็นท่านประธานคนใหม่ที่เพิ่งมารับตำแหน่ง? เวินหร่านตั้งใจจะทำเป็นไม่รู้จัก แต่กลับถูกเลื่อนขั้นให้เป็นผู้ช่วยส่วนตัวข้างกายประธานคนใหม่เสียอย่างนั้น ...... “ท่านประธานคะ ฉันมีสามีแล้วนะคะ หรือว่าคุณอยากจะเป็นมือที่สาม?” ภายในห้องทำงาน เวินหร่านถูกบังคับให้นั่งคร่อมอยู่บนตักของเขา ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความโกรธ ชายหนุ่มรวบเอวของเธอไว้แล้วจูบลงไป “ที่รัก คุณลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อคืนคุณเพิ่งจะเรียกผมว่าสามีทั้งคืนน่ะ?” หลังจากนั้นเวินหร่านก็แต่งงานใหม่โดยไม่หันหลังกลับไปมอง อดีตสามีกลับคิดเสียใจภายหลัง เขาอ้อนวอนด้วยดวงตาแดงก่ำ “หร่านหร่าน เรามาเริ่มต้นใหม่กันเถอะนะ! ขอแค่เราไม่หย่ากัน คุณต้องการอะไรก็ได้ทั้งนั้น!” เวินหร่านตอบกลับอย่างเย็นชา “ขอโทษที ฉันไม่สนใจขันทีหรอกนะ”

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”

ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่ม

หัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบ

เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่

พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมาก

จนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก

เวินหร่านถูกรบกวนจากอาการนี้จนทนไม่ไหว จึงรวบรวมความกล้ามาจองคิวแผนกสูตินรีเวชที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้

เพราะเห็นว่าที่นี่เก็บรักษาความลับได้อย่างดีเยี่ยม เพียงแต่ค่าตรวจรักษาจะแพงกว่าโรงพยาบาลทั่วไปหลายเท่า

แต่คนที่เธอจองคิวไว้คือแพทย์หญิงหัวหน้าแผนกสูตินรีเวชวัยสี่สิบกว่านี่ แล้วทำไมคนที่มาตรวจเธอกลับกลายเป็นหมอหนุ่มร่างสูงไปได้ล่ะ?

“จะ... จำเป็นต้องถอดกางเกงด้วยเหรอคะ?”

เวินหร่านตื่นเต้นอย่างมาก ถามออกไปอย่างระมัดระวัง

การที่เธอต้องมาถอดกางเกงต่อหน้าผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ถึงแม้จะรู้ว่าเขาเป็นหมอก็เถอะ เธอก็ยังรู้สึกกระดากอายจนพูดไม่ออกอยู่ดี

ซางเลี่ยรุ่ยแสดงท่าทีจริงจัง “ถ้าไม่ถอดกางเกง แล้วผมจะตรวจให้คุณได้อย่างไรครับ?”

“แต่ว่า ฉัน...”

เวินหร่านหน้าแดงก่ำ บิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย

ผู้ชายตรงหน้าแม้จะสวมหน้ากากอนามัยอยู่ แต่สายตาที่เฉียบคมของเขากลับดูลึกล้ำยากจะคาดเดา

จู่ ๆ เธอก็มีความรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกเขากระโจนเข้าใส่แล้วจับกดลงบนเตียง เพื่อทำอะไรตามอำเภอใจซะอย่างนั้น

เวินหร่านรีบส่ายหัวไปมา

ให้ตายสิ!

เธอมีความคิดแบบนี้ได้อย่างไร?

เขาเป็นแค่หมอ วัน ๆ หนึ่งต้องตรวจคนไข้แบบเธอตั้งหลายสิบคน

นี่เป็นงานประจำวันของเขา

เวินหร่านปลอบใจตัวเองเรื่อย ๆ เธอฝืนข่มความอับอายเอาไว้ ค่อย ๆ ดึงกางเกงลงแล้วเอนตัวลงนอนบนเตียงคนไข้

“ไม่สบายตรงไหนครับ?”

ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยถามพลางเตรียมอุปกรณ์ฆ่าเชื้อ

ใบหน้าของเวินหร่านแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้งด้วยความอับอาย “ฉัน... ตรงนั้น...”

เมื่อเห็นว่าเธอพูดต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ ซางเลี่ยรุ่ยจึงถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “มีเพศสัมพันธ์มากเกินไป? ได้รับบาดเจ็บหรือครับ?”

หญิงสาวอายุน้อยอย่างเธอที่มาตรวจแผนกสูตินรีเวช ส่วนใหญ่ก็มักจะมีปัญหาพวกนี้

แต่ผลปรากฏว่าเวินหร่านกลับหน้าแดง ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่ใช่ค่ะ ฉันไม่เคยมีเพศสัมพันธ์...”

ซางเลี่ยรุ่ยชะงักมือ หันไปมองเธอด้วยความประหลาดใจและสงสัยแวบหนึ่ง

หญิงสาวตรงหน้ามีใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ผิวพรรณเนียนนุ่มราวกับจะบีบน้ำออกมาได้ ทั้งอ่อนหวานและมีเสน่ห์เย้ายวน เป็นความงามที่ผสมผสานระหว่างความเซ็กซี่และความไร้เดียงสาเอาไว้

ทำให้คนที่ได้มองเพียงครั้งเดียวก็รู้สึกประทับใจจนยากจะลืมเลือน

สาวสวยระดับนี้ รอบตัวน่าจะมีคนตามจีบเป็นพรวน แต่เธอกลับบอกว่าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เนี่ยนะ?

“ฉัน... คือว่า... ตรงนั้น... มันทรมาน... นิดหน่อยค่ะ...”

ภายใต้สายตาที่ลึกล้ำของชายหนุ่ม เธอหน้าแดงก่ำแล้วตอบตะกุกตะกัก

นิ้วของซางเลี่ยรุ่ยที่กำลังคีบสำลีฆ่าเชื้อเผลอเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย

แต่ภายนอกกลับดูไม่ออกถึงความผิดปกติอะไร สายตาของเขาจับจ้องไปที่เธอ “ทรมาน?”

เวินหร่าน “...”

เธอควรจะอธิบายอย่างไรดีล่ะ?

“ก็ ก็คือ...”

เธอกัดริมฝีปากสีแดงระเรื่อ เหมือนอยากจะพูดแต่ก็เงียบไป

ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความเขินอายของหญิงสาว ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงเล็กน้อย

ร่างกายเกิดความร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม

เขาสะกดกลั้นความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ “สาเหตุเกิดจากอะไรครับ?”

เวินหร่านพูดตะกุกตะกัก เธออายเกินกว่าจะพูดออกไปจริง ๆ “ก็ ก็คือ... ฉัน...”

จะให้เธอบอกได้อย่างไรล่ะว่าตัวเองมีความต้องการสูงมาก และจริง ๆ แล้วก็อยากมาก ๆ ด้วย?

แต่แต่งงานมาปีกว่าแล้ว ฟู่จิ่งเฉิง สามีของเธอไม่เคยแตะต้องเธอเลย

อีกทั้งเมื่อความต้องการของเธอเพิ่มสูงขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกต้องการมากขึ้น

ฟู่จิ่งเฉิงกลับเอาแต่หลบหน้าเธอ

ถึงขนาดกลัวเป็นพิเศษว่าเธอจะเรียกร้องเรื่องนั้น

ด้วยความจนใจ เวินหร่านจึงต้องหาวิธีจัดการกับตัวเอง

แต่แค่นั้นเห็นได้ชัดว่ายังไม่พอ

เธอต้องการ

ต้องการมากกว่านี้

ซางเลี่ยรุ่ยสังเกตปฏิกิริยาของเธอ “แต่งงานหรือยังครับ?”

เวินหร่านพยักหน้าตามสัญชาตญาณ

ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ เขาจึงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

แววตาของซางเลี่ยรุ่ยหม่นลง “นอนลงก่อนครับ ผมขอตรวจดูหน่อย”

เวินหร่านเอนตัวลงนอนอย่างว่าง่าย

มือเรียวเล็กกำหมัดแน่น

รู้สึกแค่ว่าใบหน้าร้อนผ่าวราวกับถูกไฟสุม ร้อนรุ่มอย่างมาก

ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองเธอ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างบอกไม่ถูก “อย่าขยับนะครับ!”

“...”

เดิมทีเวินหร่านก็อายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว

ประกอบกับโรคที่เธอเป็นอยู่ จะให้เธอนอนนิ่ง ๆ ให้เขาตรวจแต่โดยดีได้อย่างไร?

“เปลี่ยนเป็นหมอผู้หญิงให้ฉันแทนได้ไหมคะ?”

เธอเอ่ยปากร้องขอด้วยความขัดอาย

สายตาของซางเลี่ยรุ่ยมืดมนลง “ไม่พอใจผมเหรอครับ?”

“มะ... ไม่ใช่ค่ะ...” เวินหร่านรีบอธิบาย

แต่เธอยังไม่ทันพูดจบ เขาก็ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คิวตรวจที่คุณจองวันนี้คือคิวของผม ถ้าไม่อยากรักษาก็เชิญครับ!”

ผู้ชายคนนี้ดุจัง

ไว้ตรวจเสร็จเธอจะไปร้องเรียนเขาแน่

แต่โรคของเธอ จะปล่อยให้ล่าช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

ลองเชื่อฝีมือการรักษาของเขาสักครั้งก็แล้วกัน

“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะคะ รบกวนคุณหมอช่วยรักษาฉันให้หายด้วยนะคะ” เวินหร่านเอ่ยปากขอร้องเขา

นี่เป็นครั้งแรกที่ซางเลี่ยรุ่ยมาเข้าเวรแทน

ใครจะคิดว่าต้องมาเจอคนไข้หญิงที่พิเศษขนาดนี้?

โรคของเธอช่าง... แล้วเธอดันสวยขนาดนี้อีก...

นี่มันท้าทายความอดทนของเขาในฐานะผู้ชายชัด ๆ

“เลิกพูดมากได้แล้วครับ!”

เขาตวาดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอีกครั้ง

เขาสวมถุงมือ หยิบก้านสำลีฆ่าเชื้อขึ้นมา แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้เธอ...

เวินหร่านอับอายจนทนไม่ไหวต้องหลับตาปี๋

ฟู่จิ่งเฉิง สามีของเธอยังไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ

แต่ตอนนี้เธอกลับต้องมาให้ผู้ชายอีกคนดูเนี่ยนะ

ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายเป็นหมอ แต่ในใจเธอก็ยังรู้สึกว่ามันผ่านไปได้ยากอยู่ดี

“อ๊ะ!”

เวินหร่านเผลอหลุดเสียงครางออกมา

เสียงของเธอทั้งอ่อนหวานและเย้ายวน

ซางเลี่ยรุ่ยรู้สึกชาวาบไปทั้งศีรษะ ร่างกายตึงเครียด เขาชะงักมือเล็กน้อย

“ผมทำคุณเจ็บเหรอครับ?”

ดวงตาคู่สวยของเวินหร่านคลอไปด้วยหยาดน้ำตา

เธอเผยอริมฝีปากสีแดง แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายออกไปอย่างไรดี

สติสัมปชัญญะบอกเธอว่าเวลานี้ควรจะอดกลั้นไว้ แต่โรคของเธอทำให้เธอควบคุมตัวเองไม่ได้...

ท่าทางอ่อนแอน่าทะนุถนอมแบบนี้ของเธอ ทำให้คนอดใจไม่ไหวจริง ๆ

“งั้นผมจะเบามือลงหน่อย”

ซางเลี่ยรุ่ยกระแอมไอ เบือนหน้าหนีไปทางอื่น แล้วตั้งสมาธิจดจ่ออยู่กับการตรวจ...

หลังจากตรวจเสร็จ เวินหร่านกลับรู้สึกว่างเปล่าและทรมานยิ่งกว่าเดิม

“คุณหมอคะ อาการของฉันหนักมากใช่ไหมคะ?”

น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย

ซางเลี่ยรุ่ยควบคุมอารมณ์ของตัวเอง แล้วค่อย ๆ ถอดถุงมือออก

“นี่เป็นโรคฮิสทีเรียที่เกิดจากภาวะความไม่สมดุลของฮอร์โมน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่คุณขาดการมีเพศสัมพันธ์มาเป็นเวลานานครับ”

ขาดการมีเพศสัมพันธ์งั้นเหรอ?

เวินหร่านหลุบตาลง ใบหน้าสวยหวานแสดงความอับอายวูบหนึ่ง

เธอไม่ได้ขาดการมีเพศสัมพันธ์ แต่เธอไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลยต่างหาก

สามีของเธอ ฟู่จิ่งเฉิงเป็นโรครักความสะอาดขั้นรุนแรง ตั้งแต่คบกันจนแต่งงาน พวกเขาแทบจะไม่เคยได้ใกล้ชิดกันเลย

แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ เธอกลับยิ่งโหยหา

ราวกับว่าเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายแทบจะรอไม่ไหว ต้องการที่จะได้รับการโอบกอด และสัมผัส...

“เดี๋ยวผมจะจ่ายยาแก้อักเสบให้คุณสักหน่อย เพื่อปรับสมดุลฮอร์โมนนะครับ!”

ซางเลี่ยรุ่ยนั่งลงหน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์และสั่งยาให้เธอ

“แต่ผมขอแนะนำให้คุณกลับไป... ทำเรื่องอย่างนั้นกับสามีให้บ่อยขึ้นหน่อย แล้วโรคของคุณก็จะทุเลาลงมากครับ!”

ใบหน้าของเวินหร่านแดงก่ำจนแทบจะมีเลือดหยดออกมาแล้ว

เธอสวมกางเกงให้เรียบร้อย แล้วลงจากเตียงคนไข้

รับใบสั่งยาจากมือของซางเลี่ยรุ่ย “ขอบคุณค่ะคุณหมอ”

ทันทีที่เธอเดินออกจากห้องตรวจไป ก็มีแพทย์หญิงในชุดกาวน์สีขาวคนหนึ่ง เดินเข้ามาทางประตูหลัง

“ซางเลี่ยรุ่ย นี่นายฉวยโอกาสตอนที่ฉันไม่อยู่ มาตรวจคนไข้ของฉันงั้นเหรอ?!”

ซางหยวนที่มาถึงได้ทันเวลา ตวาดใส่น้องชายตัวเองด้วยความโมโห

ซางเลี่ยรุ่ยตอบกลับอย่างไม่รีบร้อน “อย่าลืมสิว่าตอนเรียนหมอ ผลการเรียนของผมอยู่อันดับหนึ่งมาตลอด ส่วนพี่ก็เป็นได้แค่ที่สอง ตอนนี้ผมมาตรวจคนไข้ให้ฟรี ๆ ถือว่าเป็นบุญของคนไข้พี่แล้ว! อีกอย่าง ตอนนี้ทั้งโรงพยาบาลก็เป็นของผมแล้วด้วย!”

“นาย!” ซางหยวนถลึงตาใส่เขา

ไอ้เด็กนี่มันเถียงข้าง ๆ คู ๆ

แต่น้องชายของเธอคนนี้ปกติก็เป็นพวกรักความสะอาด ไม่เฉียดเข้าใกล้ผู้หญิง วันนี้กลับยอมเป็นฝ่ายตรวจคนไข้หญิงเองแบบนี้ มันน่าแปลกจริง ๆ!

“ในเมื่อพี่ไม่ต้อนรับผมขนาดนี้ งั้นผมไปล่ะ” ซางเลี่ยรุ่ยล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยมือข้างหนึ่ง สายตาจับจ้องไปทางที่เวินหร่านเพิ่งจะเดินหายไป

“จะไปไหน? วันนี้ฉันเรียกนายมา เพื่อให้มาทำความรู้จักกับหมอหวัง แผนกโรคหัวใจที่เพิ่งย้ายมาใหม่ต่างหาก เธอทั้งสาวทั้งสวย แถมฝีมือการรักษาก็ยอดเยี่ยม เป็นถึงดาวประจำโรงพยาบาลเราเลยนะ ที่สำคัญคือตอนนี้เธอยังโสด ไม่มีแฟน...” ซางหยวนรีบเรียกน้องชายเอาไว้ และพยายามแนะนำอย่างสุดความสามารถ

“ไว้ค่อยว่ากัน”

ซางเลี่ยรุ่ยไม่มีความสนใจ เขาตอบส่ง ๆ ไปประโยคหนึ่งแล้วเดินจากไป
แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
30
บทที่ 1
“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่มหัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบเธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมากจนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนักเวินหร่านถูกรบกวนจากอาการนี้จนทนไม่ไหว จึงรวบรวมความกล้ามาจองคิวแผนกสูตินรีเวชที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้เพราะเห็นว่าที่นี่เก็บรักษาความลับได้อย่างดีเยี่ยม เพียงแต่ค่าตรวจรักษาจะแพงกว่าโรงพยาบาลทั่วไปหลายเท่าแต่คนที่เธอจองคิวไว้คือแพทย์หญิงหัวหน้าแผนกสูตินรีเวชวัยสี่สิบกว่านี่ แล้วทำไมคนที่มาตรวจเธอกลับกลายเป็นหมอหนุ่มร่างสูงไปได้ล่ะ?“จะ... จำเป็นต้องถอดกางเกงด้วยเหรอคะ?”เวินหร่านตื่นเต้นอย่างมาก ถามออกไปอย่างระมัดระวังการที่เธอต้องมาถอดกางเกงต่อหน้าผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ถึงแม้จะรู้ว่าเขาเป็นหมอก็เถอะ เธอก็ยังรู้สึกกระดากอายจนพูดไม่ออกอยู่ดีซางเลี่ยรุ่ยแสดงท่าทีจริงจัง “ถ้าไม่ถอดกางเกง แล้วผมจะตรวจให้คุณได้อย่างไรครับ?”“แต่ว่า ฉัน...”เวินหร่านหน้าแดงก่ำ บิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
เวินหร่านเดินออกจากห้องตรวจ รับยา แล้วรีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปพอนึกถึงภาพในห้องตรวจเมื่อครู่ ที่ถูกหมอผู้ชายคนหนึ่งสั่งให้ถอดกางเกง เพื่อตรวจให้เธอเธอก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เธอคงไม่มีหน้าไปพบใครแน่ ๆวันหลังเธอต้องหาหมอผู้หญิงเท่านั้น จะไม่ยอมให้ผู้ชายแปลกหน้ามาตรวจช่วงล่างของเธออีกเด็ดขาดในตอนนั้นเอง รถเบนท์ลีย์สีดำคันหนึ่งก็ค่อย ๆ แล่นมาจอดตรงหน้าเธอเวินหร่านยังนึกว่าเป็นรถที่เธอเรียกไว้มาถึงแล้ว พอเหลือบมองผ่านกระจกรถเข้าไปกลับกลายเป็นใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายราวกับผลงานประติมากรรมชั้นเลิศ สมบูรณ์แบบจนไร้ที่ติ!สายตาของเวินหร่านสบเข้ากับอีกฝ่ายเพียงชั่วครู่ ก็รู้สึกคุ้นตาอยู่บ้างสายตาแบบนี้ของเขา...เหมือนจะเป็นหมอผู้ชายที่เพิ่งตรวจเธอในห้องตรวจเมื่อกี้เลยไม่ใช่เหรอ?เวินหร่านลมหายใจสะดุดหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันทีทำไมถึงบังเอิญมาเจอกันที่หน้าโรงพยาบาลอีกแล้วเนี่ย?ซางเลี่ยรุ่ย “ขึ้นรถสิ เดี๋ยวผมไปส่ง!”เวินหร่านรีบส่ายหน้าเป็นพัลวัน “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ”เธอไม่ได้สนิทกับเขาสักหน่อย จะกล้าติดรถเขาไปได้อย่างไร?ยิ่งไปกว่านั
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่ไหวแล้ว!“คุณถือซะว่าช่วยฉัน...ที่รัก...ฉันทรมานจริง ๆ นะคะ...”เธอกัดริมฝีปากล่าง ดวงตารื้นน้ำคู่นั้นมองเขาอย่างน่าสงสารลมหายใจเปลี่ยนเป็นกระชั้นขึ้นมาเธอต้องการมันจริง ๆในหัวมีแต่เรื่องแบบนั้นหยุดคิดไม่ได้เลยฟู่จิ่งเฉิงขมวดคิ้วรังเกียจท่าทางร่านราคะที่เธอมักแสดงออกมาต่อหน้าเขาเขาตวาดอย่างเย็นชา “ถ้าคุณกระสันขนาดนั้นก็ไปหาวิธีจัดการเองเถอะ”น้ำเสียงที่ทั้งเย็นชาและดูถูกทิ่มแทงจุดเปราะบางที่สุดในหัวใจของเวินหร่านแต่ฟู่จิ่งเฉิงกลับทำเหมือนมองไม่เห็นสีหน้าเจ็บปวดของเธอเขาเตือนอย่างเย็นชา “ต่อไปอย่าแต่งตัวแบบนี้ต่อหน้าผมอีก!”ดวงตาเป็นประกายของเวินหร่านหม่นแสงลงในทันใดระลอกความขมขื่นแผ่ขยายออกไปในใจสุดท้ายสามีก็ไม่ยินดีแตะต้องเธอเช่นเคย“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”เธอก้มหน้าต
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับเธอที่แท้ก็มีท่านประธานคนใหม่มานั่นเองมิน่าวันนี้ตอนเธอมาถึงบริษัทก็พบว่าเพื่อนร่วมงานหญิงต่างถือกระจกเติมเครื่องสำอางกันอยู่“เวินหร่าน ทำไมเธอยังไม่รีบแต่งตัวอีก?”หลีลี่เห็นเธอได้ยินข่าวแล้วยังเฉยอยู่จึงรีบดึงเธอนั่งลง “เธอแต่งหน้าอ่อนเกินไป เดี๋ยวฉันช่วยเติมให้เธอสวยขึ้นเอง”เวินหร่านหลบหลีกเป็นพัลวัน พูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “ท่านประธานมารับตำแหน่ง เกี่ยวอะไรกับฉัน? ฉันยังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะนะ!”เธอเรียนจบมหาวิทยาลัยก็ถูกแม่ใหญ่ส่งมาทำงานที่บริษัทแห่งนี้พูดเสียน่าฟังว่า ให้เธอมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่บริษัทอื่นความจริงก็คือกีดกันไม่ให้เธอเข้าไปมีตำแหน่งสำคัญในกิจการของตระกูลเวินส่วนกิจการของตระกูลเวินเก็บไว้ให้เวินจ้าวเหลียงพี่ชายและเวินฉีพี่สาวสืบทอดลูกสาวที่เกิดจากแม่เล็ก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไม่พ้นเสียจริง ๆ!หวงอี้อันเตือนเธออย่างดุดัน “เธอทำผิดก็รับผิดชอบเอง อย่าดึงฉันเข้าไปเกี่ยวด้วยเข้าใจไหม?”เขาเป็นคนของแม่ใหญ่ของเธอสองปีมานี้ที่เวินหร่านถูกส่งมาเป็นลูกน้องของหวงอี้อันเขาได้รับคำสั่งจากแม่ใหญ่ให้จงใจกลั่นแกล้งเธอหลายต่อหลายครั้งตอนนี้บอสใหญ่มาที่บริษัทวันแรกก็ข้ามลำดับชั้นเรียกเธอเข้าพบ ในสายตาหวงอี้อัน จะต้องเป็นเพราะเวินหร่านไปล่วงเกินบอสใหญ่มาแน่ ๆแต่ถ้าเธอถูกลงโทษจริง ๆ เขาก็จะได้มีเรื่องไปรายงานคุณนายใหญ่เวินพอดีเขาได้รับคำสั่งจากคุณนายใหญ่เวินให้หาวิธีทำให้เวินหร่านทำผิดพลาดแต่ตลอดสองปีที่เวินหร่านเป็นลูกน้องของเขา เธอก็ระมัดระวังตัวมาโดยตลอด ไม่เคยทำอะไรผิดพลาดเขากำลังกลุ้มใจอยู่ว่าจะ ‘ยัดความผิด’ ให้เธออย่างไรดี คิดไม่ถึงว่าเธอจะเอาตัวเองใส่ตะกร
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้ช่วย ต่อไปได้เจอเขาทุกวัน เธอจะรับมือไหวได้อย่างไรกัน?ดวงตาลุ่มลึกของซางเลี่ยรุ่ยจับจ้องเธอ “ไม่พอใจที่ได้เลื่อนตำแหน่ง?”เวินหร่านเลียริมฝีปากแดง “ฉันคิดว่า...”ซางเลี่ยรุ่ยตัดบทเธอ “คุณเป็นประธาน หรือว่าผมเป็นกันล่ะ?”รอยยิ้มบนใบหน้าเวินหร่านแข็งทื่อ “ย่อมเป็นคุณอยู่แล้วสิคะ!”ซางเลี่ยรุ่ยออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด “กลับไปส่งมอบงาน แล้วพรุ่งนี้ก็มาทำงานที่ออฟฟิศประธาน!”“แต่...” เวินหร่านลังเลเขาไม่กลัวเธอคิดมิดีมิร้ายเลยเหรอ?ถ้าเธออดไม่ไหว จับกดเขาขึ้นมาจะทำอย่างไร?สีหน้าซางเลี่ยรุ่ยดูจะเริ่มหมดความอดทน “ไม่อยากทำก็ลาออกได้!”เวินหร่าน “...”เธอพยักหน้าเบา ๆ “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ!”ซางเลี่ยรุ่ยปรายตามองเธอ คิดว่าเธอตกลงแล้วจึงเดินกลับไปที่เก้าอี้ผู้บริหารเพื่อสะสางงานต่อเ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่สายฟ้าแลบที่บริษัทของเธอเลยล่ะ?เธอลอบยินดีอยู่ชั่วขณะ แต่ก็ถูกประสาทสัมผัสซัดหายไปอย่างรวดเร็วใบหน้าหล่อเหลาสง่างามของซางเลี่ยรุ่ยพลันเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง“สายขนาดนี้แล้วคุณยังไม่มาทำงาน? แต่กลับทำเรื่องแบบนั้นอยู่ที่บ้านเนี่ยนะ?”ใบหน้าสวยของเวินหร่านร้อนฉ่าไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเธอคิดไม่ถึงเลยว่าจะกดรับสายบอสใหญ่โดยบังเอิญในขณะที่กำลังช่วยตัวเองอยู่? ทั้งยังถูกเขาได้ยินเข้าพอดีอีกด้วย?แต่เธออดไม่ไหวแล้วจริง ๆโรคฮิสทีเรียของเธอกำเริบขึ้นมาทีไรก็ไม่อาจควบคุมได้เลย“ฉัน... ฉันลาออกแล้วนะคะ...” เวินหร่านส่งเสียงตะกุกตะกักซางเลี่ยรุ่ยขมวดคิ้ว “ลาออก? ผมไม่เห็นรู้เลย? พนักงานต้องแจ้งลาออกล่วงหน้าหนึ่งเดือน ทั้งยังต้องให้ความร่วมมือกับฝ่ายกฎหมายในการตรวจสอบและส่งมอบงาน มิฉะนั้นจ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
อะไรนะ?มารับตำแหน่งวันแรกก็ให้เธอไปทำความสะอาดเนี่ยนะ?แล้วผู้ช่วยอย่างเธอจะต่างจากแม่บ้านตรงไหน?เวินหร่านคิดจะประท้วง แต่เมื่อสบสายตาที่เปี่ยมแรงกดดันของซางเลี่ยรุ่ยก็จำต้องกัดฟันตอบรับ “ค่ะ!”เธอหันหลังเดินตรงไปที่ห้องรับรอง เสียงซางเลี่ยรุ่ยดังไล่หลังมา “อย่าลืมถอดรองเท้าล่ะ!”แม่เจ้า กฎเยอะขนาดนี้เลย?เธอถอดรองเท้าส้นสูง เมื่อเปิดประตูห้องรับรองเข้าไปก็ต้องตกใจกว้างกว่าบ้านเธออีกเหรอเนี่ย?เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้านำเข้ามีครบครันทุกอย่างประเด็นสำคัญที่สุดคือไม่มีฝุ่นจับเลยแม้แต่นิดเดียวเวินหร่านไม่เข้าใจเลยว่าห้องรับรองแบบนี้มีอะไรให้ทำความสะอาดด้วย?หรือว่าซางเลี่ยรุ่ยเป็นโรครักความสะอาดเหมือนกับฟู่จิ่งเฉิงอย่างนั้นเหรอ?เห็นทีจะมีแค่ความเป็นไปได้ข้อนี้แล้วเวินหร่านหยิบเครื่องดูดฝุ่นขึ้นมาอย่างยอมรับชะตากรรม แล้วเริ่มทำความสะอาดพื้นและเฟอร์นิเจอร์ได้รับการเช็ดทำความสะอาดทั้งหมดอีกรอบเวลาล่วงเลยถึงตอนเที่ยงโดยไม่รู้ตัวเวินหร่านยังไม่ทันได้กินมื้อเช้าก็ถูกเขาเรียกมาทำงาน จากนั้นก็ง่วนอยู่กับการทำความสะอาดห้องรับรองมาตลอดช่วงเช้า จึงทั้งเหนื่อยและหิวเธ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
เวินหร่านแหงนคอ สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ความปรารถนาที่ไม่ได้รับการเติมเต็มทำให้เธอจวนเจียนจะเสียสติอยู่รอมร่อเวินหร่านนึกเสียใจที่ไม่ได้เอาแท่งหรรษามาด้วยเธอจะคาดคิดได้อย่างไรว่าเช้านี้อาการเพิ่งกำเริบไป แล้วจะกำเริบอีกครั้งเร็วขนาดนี้ทั้งยังเกิดขึ้นในห้องรับรองของท่านประธานอีกต่างหากแต่สิ่งที่เธอคิดไม่ถึงยิ่งกว่าคือท่านประธานกลับเดินเข้ามาในห้องเวินหร่านได้ยินเสียงเปิดประตู หัวใจก็กระดอนขึ้นมาจุกคอหอยแย่แล้ว!ถ้าซางเลี่ยรุ่ยมาเห็นเธอในสภาพแบบนี้จะทำอย่างไรดี?ความร้อนใจ ความกังวลและความกลัว อารมณ์ด้านลบต่าง ๆ พลันถาโถมเข้ามาหาเธอเวินหร่านพยายามจะยืนขึ้นมาอีกครั้งแต่ไร้ประโยชน์ขาสองข้างของเธออ่อนระทวย ยืนไม่ขึ้นเลยสักนิดเวลานั้นเอง ประตูห้องน้ำก็ถูกคนเปิดออกเงาร่างสูงใหญ่ของซางเลี่ยรุ่ยปรากฏขึ้นตรงหน้าประตูเวินหร่านราวกับถูกฟ้าผ่า!หัวสมองระเบิดตูม!ดวงตาสองคู่ประสานกันเธอพลันรู้สึกอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี“ประ...ประธานซาง?”ซางเลี่ยรุ่ยทอดสายตามองมาที่เธอดูไม่ออกว่าใบหน้าหล่อเหลานั้นอยู่ในอารมณ์แบบไหนสายตาเฉียบคมลุ่มลึกกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
เวินหร่านเงยหน้าขึ้นมอง เป็นไป๋หลิน เลขาของซางเลี่ยรุ่ยเธอรีบซ่อนกางเกงในตัวนั้นไว้ด้านหลัง“ผู้ช่วยเวิน ทำไมคุณถึงมายืนอยู่ข้างนอกคนเดียวล่ะคะ? ไม่เข้าไปเหรอ?”ไป๋หลินพูดพลางทำท่าจะช่วยเปิดประตูห้องทำงานของประธานให้เธอ“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันทำความสะอาดห้องรับรองเสร็จแล้วเพิ่งออกมาน่ะค่ะ!” เวินหร่านโบกมือเป็นพัลวันความสงสัยวาบผ่านดวงตาไป๋หลิน “ประธานซางให้คุณช่วยทำความสะอาดห้องรับรองเหรอคะ?”เธอทำงานกับซางเลี่ยรุ่ยมาหลายปี จึงรู้นิสัยของเขาดีห้องรับรองเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา ปกติมักไม่ให้ใครเข้าไปง่าย ๆเมื่อก่อนถึงจะเป็นการทำความสะอาด เขาก็มักทำด้วยตัวเองวันนี้ทำไมถึงให้ผู้ช่วยเวินเข้าไปทำความสะอาดกันนะ?เวินหร่านพยักหน้า “ใช่แล้วค่ะ มีอะไรเหรอคะ?”“ไม่มีอะไรค่ะ!” ไป๋หลินรีบส่ายหน้า สายตาที่มองเธอแปลกไปหลายส่วน“คุณเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่ง คงยังไม่ได้ไปที่ห้องทำงานของตัวเองใช่ไหมคะ เดี๋ยวฉันพาคุณไปเองค่ะ!” เธอออกตัวนำทางให้อย่างกระตือรือร้นเวินหร่านตามไป๋หลินมาจนถึงหน้าห้องทำงานถัดจากห้องทำงานของประธานบริษัทไป๋หลินเปิดประตู “ผู้ช่วยเวิน ต่อไปที่นี่ก็คือห้องทำงานของคุณแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status