Masuk“ต้องการงั้นเหรอ?” ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองหญิงสาวที่มีใบหน้าแดงก่ำโผเข้าสู่อ้อมอกของเขา กล่าวด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน อาการของเวินหร่านกำเริบ เธอกัดฟันพยักหน้า แต่งงานมาหนึ่งปี ฟู่จิ่งเฉิงผู้เป็นสามีกลับไม่เคยแตะต้องตัวเธอเลย ด้วยเหตุนี้ เวินหร่านจึงป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย เมื่อไหร่ที่อาการกำเริบก็จะมีความต้องการอย่างรุนแรง จนกระทั่งบังเอิญไปเห็นสามีแอบจูบรูปถ่ายพี่สาวของเธอกลางดึก ถึงได้รู้ว่าตัวเองเป็นแค่ตัวแทนของพี่สาวเท่านั้น เมื่ออาการหนักขึ้น เธอทำได้เพียงไปโรงพยาบาล แต่กลับต้องมาเจอกับหมอหนุ่มสุดหล่อ เธอแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ เกือบจะจับเขา... เสียตรงนั้น คิดไม่ถึงเลยว่าวันรุ่งขึ้นเวลาไปทำงาน หมอหนุ่มที่เพิ่งจะตรวจร่างกายให้เธออย่างใกล้ชิดเมื่อวาน กลับกลายเป็นท่านประธานคนใหม่ที่เพิ่งมารับตำแหน่ง? เวินหร่านตั้งใจจะทำเป็นไม่รู้จัก แต่กลับถูกเลื่อนขั้นให้เป็นผู้ช่วยส่วนตัวข้างกายประธานคนใหม่เสียอย่างนั้น ...... “ท่านประธานคะ ฉันมีสามีแล้วนะคะ หรือว่าคุณอยากจะเป็นมือที่สาม?” ภายในห้องทำงาน เวินหร่านถูกบังคับให้นั่งคร่อมอยู่บนตักของเขา ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความโกรธ ชายหนุ่มรวบเอวของเธอไว้แล้วจูบลงไป “ที่รัก คุณลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อคืนคุณเพิ่งจะเรียกผมว่าสามีทั้งคืนน่ะ?” หลังจากนั้นเวินหร่านก็แต่งงานใหม่โดยไม่หันหลังกลับไปมอง อดีตสามีกลับคิดเสียใจภายหลัง เขาอ้อนวอนด้วยดวงตาแดงก่ำ “หร่านหร่าน เรามาเริ่มต้นใหม่กันเถอะนะ! ขอแค่เราไม่หย่ากัน คุณต้องการอะไรก็ได้ทั้งนั้น!” เวินหร่านตอบกลับอย่างเย็นชา “ขอโทษที ฉันไม่สนใจขันทีหรอกนะ”
Lihat lebih banyak“ไม่เอาค่ะ!”เวินหร่านใบหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย ก่อนจะมุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันทีเธอลงกลอนประตูห้องน้ำ แล้วยืนหอบหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เนิ่นนานครู่ใหญ่กว่าจังหวะหัวใจจะค่อย ๆ กลับคืนสู่ความสงบเธอถอดเสื้อผ้าออกแล้วเริ่มชำระล้างร่างกายทว่าอาบน้ำเสร็จแล้วเธอกลับเพิ่งตระหนักได้ว่า ตนเองไม่ได้หยิบชุดสำหรับเปลี่ยนเข้ามาด้วยไม่เพียงเท่านั้น บนราวแขวนผ้าเช็ดตัวยังมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียว ไม่มีผืนอื่นสำรองไว้เลยเวินหร่านไม่อยากใช้ผ้าขนหนูผืนเดียวกันกับซางเลี่ยรุ่ยจึงเดินไปที่ประตูห้องน้ำ แล้วค่อย ๆ แง้มประตูเปิดออกเป็นรอยแยกแคบ ๆ อย่างระมัดระวัง“คือว่า... ซางเลี่ยรุ่ย...”เธอเอ่ยเรียกเขาออกไปคำหนึ่งเดิมทีไม่ได้หวังว่าเขาจะได้ยินคาดไม่ถึงว่าซางเลี่ยรุ่ยจะยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องน้ำอยู่แล้ว“มีอะไร?”เขาตอบกลับอย่างรวดเร็วใบหน้างามของเวินหร่านยิ่งแดงซ่านหนักกว่าเดิมผู้ชายคนนี้ คงไม่ได้ยืนแอบฟังเธออาบน้ำอยู่หน้าประตูห้องน้ำตลอดเวลาหรอกนะ?เธอสูดหายใจเข้าลึก พยายามรักษาน้ำเสียงให้เป็นปกติ “ที่บ้านคุณมีผ้าเช็ดตัวแบบใช้แล้วทิ้งไหมคะ?”ซางเลี่ยรุ่ย “ไม่มี คุณใช้ของผมได้
การชดเชยตามคำขอของเธอสักข้อหนึ่งย่อมเป็นสิ่งที่สมควรทำเวินหร่านสบตาเธอตรง ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับ “พูดกันตามตรงนะคะ หนูก็เกลียดคุณมากเหมือนกัน! คราวก่อนหากไม่ใช่เพราะคลังเลือดของโรงพยาบาลไม่มีเลือดสำรองกรุ๊ปเดียวกับคุณ หนูก็คงไม่มีทางบริจาคเลือดให้คุณเด็ดขาด! คุณก็คิดซะว่าถือซะว่าฉันใจบุญสุนทาน บริจาคให้ฟรี ๆ ก็แล้วกันค่ะ”คำพูดของเธอ กลับทำให้เสิ่นอ้าวหลันต้องมองเธอใหม่อีกสองสามหนที่ผ่านมาเสิ่นอ้าวหลันดูแคลนเวินหร่าน ลูกสาวที่เกิดจากเมียน้อยคนนี้มาโดยตลอดคิดว่าเวินหร่านก็คงจะมักมากโลภมากเหมือนกับเฉิงหว่านอี๋แม่ของเธอแน่ ๆ ยามนี้เธอมอบโอกาสให้อีกฝ่ายเอ่ยปากแท้ ๆ ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ต้องการอะไรเลยเสียอย่างนั้นทว่าเสิ่นอ้าวหลันกลับไม่ได้คิดว่าเวินหร่านจะไม่ต้องการสิ่งใดจริง ๆ ในสายตาของเธอ การที่เวินหร่านปากบอกว่าไม่เอา แท้จริงแล้วคืออยากได้มากกว่าเดิมต่างหากแล้วเธอจะยอมมอบโอกาสนั้นให้อีกฝ่ายได้อย่างไรกัน?เสิ่นอ้าวหลันหยิบเช็คที่เซ็นรายละเอียดเรียบร้อยนานแล้วออกมา ยื่นส่งให้เธอ“นี่คือสิ่งที่แกสมควรได้รับ”เวินหร่านไม่ได้ปรายตามองเลยแม้แต่แวบเดียว“แม่ใหญ่คะ นี่คุณกำลังดูถู
เวินหร่านใบหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายทว่าพอดีว่าเธอเองก็มีความต้องการในเรื่องนั้นอยู่เหมือนกันไม่มีอะไรต้องเสแสร้งเล่นตัว【ตกลง】เธอตอบตกลงไปทันทีวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่ต้องไปทำงานหลังจากเวินหร่านตื่นนอน เดิมทีตั้งใจว่าจะออกไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตสักหน่อยคาดไม่ถึงว่าจะได้รับโทรศัพท์จากแม่ใหญ่อย่างเสิ่นอ้าวหลันบอกให้เธอไปที่บ้านตระกูลเวินสักหน่อยนี่นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เธอเติบโตมาที่แม่ใหญ่ติดต่อหาเธอด้วยตัวเองเวินหร่านไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังวางแผนอะไรอยู่ในใจแต่เมื่อนึกถึงตอนห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาลครั้งก่อน แม่ใหญ่ก็เป็นเลือดกรุ๊ป Rh-A เหมือนกันแถมเธอยังเป็นคนที่บริจาคเลือดให้อีกฝ่ายหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเวินหร่านก็ตัดสินใจว่าจะกลับไปบ้านตระกูลเวินสักเที่ยว...พอไปถึงที่นั่น ก็ประจวบเหมาะกับเห็นหมอประจำตัวกำลังเดินลงมาจากชั้นบนพอดีแม่ของเธออย่างเฉิงหว่านอี๋กับแม่ใหญ่อย่างเสิ่นอ้าวหลันต่างยืนรุมล้อมอยู่ข้างกายหมอประจำตัว“อาการของคุณหนูเวินในตอนนี้ ทางที่ดีควรเชิญจิตแพทย์มาตรวจดูสักหน่อยจะดีกว่าครับ”หมอประจำตัวเอ่ยให้คำแนะนำอย่างมือ
ฟู่ตานฉิงเบะปากลงเล็กน้อยก่อนจะรีบเอ่ยปลอบใจตัวเองในใจอย่างรวดเร็วอย่างน้อยข้อมูลที่ซางเลี่ยรุ่ยเผยออกมานั้น...เขายังจีบไม่ติด!“ตราบใดที่คุณยังจีบเธอไม่ติด แสดงว่าฉันก็ยังมีโอกาส!”ริมฝีปากสีแดงของฟู่ตานฉิงยกยิ้มขึ้น “ฉันกล้าเดิมพันเลยว่า มีเพียงฉันเท่านั้นที่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ”ชายหนุ่มในสังคมชั้นสูง ยามเลือกคู่ครองล้วนให้ความสำคัญกับการจับมือของสองตระกูลใหญ่เพื่อเกื้อหนุนกันและกันหากเขายินยอมเลือกเธอ ย่อมกลายเป็นกำลังอันยิ่งใหญ่ที่ช่วยส่งเสริมเขาได้อย่างแน่นอนหญิงสาวเพียบพร้อมทั้งตระกูล รูปร่างหน้าตา และทรัพย์สินอย่างเธอ ถือเป็นตัวเลือกสะใภ้ที่บรรดาตระกูลใหญ่ต่างปรารถนาอยากได้ตัวมากที่สุดซางเลี่ยรุ่ยไม่มีทางมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเธอได้เลยซางเลี่ยรุ่ยตวัดสายตาเย็นชาปรายมองเธอแวบหนึ่ง มุมปากเหยียดยิ้มหยันด้วยความเหยียดหยาม “คุณหนูฟู่ การมีความมั่นใจในตัวเองเป็นเรื่องที่ดี แต่หากมั่นใจมากเกินไป มันก็กลายเป็นความทะนงตนหลงตัวเอง ซึ่งผมไม่เคยมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับผู้หญิงที่ทะนงตนหลงตัวเองเลยสักนิด”สีหน้าของฟู่ตานฉิงพลันย่ำแย่ลงทันตา “ฉัน...”เธอยังไม่ทันไ
เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ
Ulasan-ulasanLebih banyak