ログイン“ต้องการงั้นเหรอ?” ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองหญิงสาวที่มีใบหน้าแดงก่ำโผเข้าสู่อ้อมอกของเขา กล่าวด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน อาการของเวินหร่านกำเริบ เธอกัดฟันพยักหน้า แต่งงานมาหนึ่งปี ฟู่จิ่งเฉิงผู้เป็นสามีกลับไม่เคยแตะต้องตัวเธอเลย ด้วยเหตุนี้ เวินหร่านจึงป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย เมื่อไหร่ที่อาการกำเริบก็จะมีความต้องการอย่างรุนแรง จนกระทั่งบังเอิญไปเห็นสามีแอบจูบรูปถ่ายพี่สาวของเธอกลางดึก ถึงได้รู้ว่าตัวเองเป็นแค่ตัวแทนของพี่สาวเท่านั้น เมื่ออาการหนักขึ้น เธอทำได้เพียงไปโรงพยาบาล แต่กลับต้องมาเจอกับหมอหนุ่มสุดหล่อ เธอแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ เกือบจะจับเขา... เสียตรงนั้น คิดไม่ถึงเลยว่าวันรุ่งขึ้นเวลาไปทำงาน หมอหนุ่มที่เพิ่งจะตรวจร่างกายให้เธออย่างใกล้ชิดเมื่อวาน กลับกลายเป็นท่านประธานคนใหม่ที่เพิ่งมารับตำแหน่ง? เวินหร่านตั้งใจจะทำเป็นไม่รู้จัก แต่กลับถูกเลื่อนขั้นให้เป็นผู้ช่วยส่วนตัวข้างกายประธานคนใหม่เสียอย่างนั้น ...... “ท่านประธานคะ ฉันมีสามีแล้วนะคะ หรือว่าคุณอยากจะเป็นมือที่สาม?” ภายในห้องทำงาน เวินหร่านถูกบังคับให้นั่งคร่อมอยู่บนตักของเขา ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความโกรธ ชายหนุ่มรวบเอวของเธอไว้แล้วจูบลงไป “ที่รัก คุณลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อคืนคุณเพิ่งจะเรียกผมว่าสามีทั้งคืนน่ะ?” หลังจากนั้นเวินหร่านก็แต่งงานใหม่โดยไม่หันหลังกลับไปมอง อดีตสามีกลับคิดเสียใจภายหลัง เขาอ้อนวอนด้วยดวงตาแดงก่ำ “หร่านหร่าน เรามาเริ่มต้นใหม่กันเถอะนะ! ขอแค่เราไม่หย่ากัน คุณต้องการอะไรก็ได้ทั้งนั้น!” เวินหร่านตอบกลับอย่างเย็นชา “ขอโทษที ฉันไม่สนใจขันทีหรอกนะ”
もっと見るต่อให้จะอธิบายไม่เคลียร์ยังไงก็ต้องอธิบายอยู่ดีไม่ใช่หรือไงเวินหร่านไม่อยากจะต้องมาโดนข้อหาหนักอึ้งอย่างการไปยั่วอ่อยประธานในห้องทำงานกลางวันแสก ๆ หรอกนะทั้งหมดเป็นความผิดของเขาที่จงใจล่อลวงเธอก่อนแท้ ๆ “คุณปล่อยฉันนะ!”เวินหร่านดิ้นรนขัดขืนอยู่ในอ้อมแขนของเขาด้วยความโกรธ“ทั้งหมดเป็นความผิดของคุณ!”เธอกำหมัดทุบตีลงบนแผงอกของเขาด้วยความแค้นเคือง“ใครใช้ให้คุณแอบไปนัดเดตกับผู้ชายอื่นลับหลังผมกันล่ะ” ซางเลี่ยรุ่ยขมวดคิ้วยุ่งเข้าหากัน“ฉันไปนัดเดตกับใครที่ไหนคะ?”เวินหร่านแทบจะพูดไม่เป็นภาษา อดไม่ได้ที่จะเถียงกลับไปว่า“อีกอย่าง ฟู่จิ่งเฉิงก็ไม่ใช่ผู้ชายอื่นที่ไหนซะหน่อย เขาเป็นสามีฉันนะคะ!”ในเมื่อเธอจะไปเดตกับสามีของตัวเองจริง ๆ มันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาไม่ใช่หรือไงกัน?แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยเล่า?“สามีก็ไม่ได้เหมือนกัน” น้ำเสียงของซางเลี่ยรุ่ยเจือกลิ่นอายความหึงหวงเวินหร่านค้อนควับใส่เขาหนึ่งครั้ง “คุณก้าวก่ายเกินไปแล้วนะคะ!”เขาเป็นแค่บอสของเธอเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์มาถามไถ่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวอย่างการไปเดตกับสามีของเธอสักหน่อยทว่าซางเลี่ยรุ่ยกลับจ้องลึกเข้าไปใ
ซางเลี่ยรุ่ยเอียงใบหน้าเข้าหาเธอ กระซิบชิดริมฝีปาก “จุ๊บทีนึงแล้วจะคืนให้!”เวินหร่านแทบจะหมดความอดทนแล้วเธอถลึงตาใส่เขาด้วยความโกรธจัด “อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามนะคะ”เมื่อครู่ตอนเธอกำลังคุยโทรศัพท์ เขาลวนลามฉวยโอกาสกับเนื้อตัวเธอสารพัดบัญชีแค้นนี้เธอยังไม่ได้สะสางกับเขาเลยสักนิดเขายังจะหน้าด้านหน้าทนมาขอให้เธอจูบอีกเหรอ?เอาความหน้าหนามาจากไหนกัน?“เสียวไหมล่ะ?”ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองเธอด้วยแววตาร้อนแรงสีหน้าของเวินหร่านเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ “ไม่เห็นจะเสียวตรงไหนเลย...”เธอถูกเขาแกล้งจนขวัญหนีดีฝ่อแทบตาย จะไปเสียวได้อย่างไงกันเล่า?ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยประโยคที่ทำเอาคนฟังต้องอึ้ง “งั้นคุณกดโทรกลับไปหาไอ้หมอนั่นอีกรอบ แล้วเรามาต่อกันดีไหม?”เปลือกตาของเวินหร่านกระตุกยิก ๆ “ฉันไม่ได้อยากบ้าจี้ไปกับคุณหรอกนะคะ เอาโทรศัพท์ฉันคืนมาเดี๋ยวนี้...”ซางเลี่ยรุ่ย “ผมบอกแล้วไงว่า จุ๊บทีนึงแล้วจะคืนให้!”เวินหร่านไม่มีทางยอมจูบเขาเป็นอันขาดในเมื่อเขาไม่ยอมยื่นให้ดี ๆ เธอก็เลยพุ่งเข้าไปแย่งมันมาดื้อ ๆ ซางเลี่ยรุ่ยจงใจชูโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นสูงเสียดฟ้า ไม่ยอมส่งให้ง่าย ๆ ล่อลวงให้เวิ
หัวใจของเวินหร่านร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผาในจังหวะที่กำลังสับสนทำอะไรไม่ถูกนั้น ซางเลี่ยรุ่ยกลับยอมผละริมฝีปากออกไปเสียดื้อ ๆ ทว่าหน้าผากของเขายังคงแนบชิดติดกับหน้าผากของเธอ พร้อมกับหอบหายใจถี่กระชั้นเสียงดังนัยน์ตาสีดำสนิทจ้องมองตรงมาที่เธอเขม็ง แววตาเข้มข้นลึกล้ำเต็มไปด้วยความรุกไล่และความกระหายอยากที่จะครอบครองเวินหร่านถูกสายตาคู่นั้นจ้องมองจนหัวใจเต้นระรัว ใบหูร้อนผ่าวจนแทบไหม้แต่เธอก็ยังไม่ลืมว่ามีฟู่จิ่งเฉิงที่กำลังรอคอยคำตอบอยู่ที่ปลายสายจึงต้องพยายามฝืนรักษาสติและน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด“ไม่มีอะไร พอดีเมื่อกี้โดนแมลงสาบกัดเข้าตัวหนึ่ง ก็เลยตกใจน่ะ!”แมลงสาบที่เธออ้างถึงนี้ เห็นได้ชัดว่ากำลังเหน็บแนมซางเลี่ยรุ่ยอยู่กลาย ๆ นัยน์ตาของซางเลี่ยรุ่ยเข้มวับลงทันทีจู่ ๆ เขาก็โน้มตัวลงมาแล้วฝังเขี้ยวลงบนต้นคอขาวเนียนของเธอเข้าจริง ๆ หมับหนึ่งเวินหร่านเกือบจะหลุดอุทานออกมาเป็นรอบที่สองโชคดีที่เธอยั้งปากเอาไว้ได้ทันเวลาเธอส่งสายตาตัดพ้อต่อว่าถลึงมองใส่ซางเลี่ยรุ่ยครั้งนี้เขาต้องจงใจกลั่นแกล้งกันชัด ๆ !ผู้ชายสารเลวคนนี้!กล้าดีอย่างไรถึงมาฉวยโอกาสลวนลามเธอบ
เธอทำได้เพียงยกมือขึ้นปิดริมฝีปากสีแดงก่ำของตัวเองไว้ เพื่อกลืนเสียงอุทานที่กำลังจะเล็ดลอดออกมากลับลงไปซางเลี่ยรุ่ยรู้แล้วว่าตอนนี้เวินหร่านกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับฟู่จิ่งเฉิง สามีของเธอแต่เนื่องจากเวินหร่านไม่ได้เปิดลำโพง แม้ว่าเขาจะยืนอยู่ไม่ห่างนัก แต่ก็ฟังได้ยินไม่ชัดเจนเท่าไรนักจึงไม่รู้ว่าวันนี้พวกเขานัดหมายกันจะไปจดทะเบียนหย่าที่สำนักงานเขตเพียงแต่คาดเดาคร่าว ๆ ได้จากคำตอบของเวินหร่านว่า เธอกับฟู่จิ่งเฉิงน่าจะมีนัดพบกันในตอนเที่ยงวันนี้ทว่าเธอมัวแต่ห่วงแผลของเขาที่ยอมเสี่ยงช่วยเธอ จึงทำให้เดินทางไปตามนัดไม่ทันโทรศัพท์สายนี้จากสามีของเธอจึงโทรมาเพื่อเร่งรัดให้เธอรีบไปโดยสัญชาตญาณแล้ว ซางเลี่ยรุ่ยไม่ต้องการปล่อยให้เธอไปพบอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อยจะหาว่าเขาเห็นแก่ตัวก็ได้ หรือจะบอกว่าเขากำลังหึงหวงอยู่ก็ดีเวลานี้เขาไม่ต้องการให้เธอไปเจอหน้าฟู่จิ่งเฉิงเลยดังนั้น ซางเลี่ยรุ่ยจึงจงใจสวมกอดเธอจากทางด้านหลังฝ่ามือหนาที่ปกคลุมด้วยรอยด้านบาง ๆ เคลื่อนไหวลูบไล้ไปมาบนเรือนร่างของเธออย่างกึ่งจงใจกึ่งไม่ได้ตั้งใจทั้งลูบคลำและหยอกเย้าปลุกเร้าอารมณ์ลมหายใจของเวินหร่านสะดุดกึ
เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่
เวินหร่านเดินออกจากห้องตรวจ รับยา แล้วรีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปพอนึกถึงภาพในห้องตรวจเมื่อครู่ ที่ถูกหมอผู้ชายคนหนึ่งสั่งให้ถอดกางเกง เพื่อตรวจให้เธอเธอก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เธอคงไม่มีหน้าไปพบใครแน่ ๆวันหลังเธอต้องหาหมอผู้หญิงเท่านั้น จะไม่ยอมให้ผู้ชายแปล
“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่มหัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบเธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมากจนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส
レビューもっと