เข้าสู่ระบบถึงจะรู้ว่าเขาแค่ต้องการปลอบโยน ทว่าทุกคำพูด ทุกสัมผัสก็ส่งผลให้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าวรัชญา เธอพยักหน้าหงึกหงักแล้วแนบพวงแก้มแดงระเรื่อลงบนแผงอกกว้าง หัวใจพองโตคับอกเพิ่งรู้ว่าการมีใครให้อ้อน มีใครให้บ่นให้แชร์สิ่งที่อยู่ในใจนี่ มันทำให้มีความสุขและรู้สึกอบอุ่นหัวใจได้ถึงขนาดนี้อิงแอบรับกำลังใจจนเต็มหลอดแล้ววรัชญาก็ตัดสินใจจะลองเสี่ยงดวงกับเขาดูอีกสักหน เธอกดเปิดจดหมายแนะนำตัวของตนขึ้นมาใหม่ เอียงคอมองมันอย่างครุ่นคิดหรือบางทีที่ยังไม่มีใครเรียกเธอไปสัมภาษณ์ มันจะเป็นเพราะเจ้านี่ยังไม่ดึงดูดใจมากพอ ถ้าอย่างนั้น ... ลองจัดหน้าใหม่ดูแล้วกัน“ว่านมีแค่เวอร์ชันภาษาไทยเหรอครับ?”“อ้อ มีสองเวอร์ชันค่ะ ไทยกับอิ้ง”วรัชญาเอ่ยตอบทั้งที่สายตายังจ้องหน้าจอ ง่วนอยู่กับการขยับ ย้ายกรอบข้อความตรงนั้นตรงนี้ไปเรื่อย กระทั่งพอใจแล้วจึงเลื่อนลงไปยังหน้าด้านล่าง“นี่ค่ะ ว่านไม่ค่อยเก่งอิ้งเท่าไรเลยให้เพื่อนช่วยทำให้ พี่เลย์ว่าว่านควรปรับอะไรเพิ่มดีไหมอะ มันดูสั้น ๆ เรียบ ๆ ยังไงก็ไม่รู้เนอะ”“อืม ตรงทักษะกับประสบการณ์ที่เคยทำพี่ว่าเพิ่มได้ก็ควรเพิ่ม เพราะสิ่งแรกที่พวกเขาอยากรู้คือคนคนนี้ทำอะไรเป็น
“คิดมากเหรอครับ?”เห็นหญิงสาวหวนกลับมาทำหน้ายุ่งเหยิงอีกครั้งวิญญาณหนุ่มก็อดห่วงไม่ได้ พร้อมกันนั้นก็พานหงุดหงิดตัวเองที่เป็นแค่พลังงานไร้ประโยชน์ วัน ๆ ทำได้เพียงแค่ลอยไปลอยมา ไม่อาจช่วยเหลืออะไรเธอได้มากไปกว่างานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ“ไม่เชิงค่ะ ว่านแค่กำลังคำนวณว่าตังที่มี มันจะทำให้ว่านอยู่รอดไปได้ถึงเดือนไหน”วรัชญาตอบตามตรง มือก็เอื้อมไปขยับเม้าส์เก่า ๆ ซึ่งพ่วงต่อกับคอมพิวเตอร์พกพารุ่นเดอะเพื่อเปิดหาตำแหน่งงานที่ตนสนใจไปด้วยอยากรีบส่งรีบได้งาน เพราะกว่าจะถูกเรียกสัมภาษณ์ กว่าจะได้เริ่มงาน ไปจนถึงวันที่ได้เงินเดือนเดือนแรกคงใช้ระยะเวลานานโข ตีต่ำก็สักสองเดือนได้พลันมือเรียวก็ชะงัก ดวงตาทอประกายระยิบระยับในตอนสะดุดเข้ากับกรอบเล็ก ๆ ที่ระบุชื่อบริษัทและตำแหน่งงานที่ต้องการ แต่เพียงครู่เดียวมันก็มอดดับ หม่นแสงเศร้าสร้อย‘Tour Operation จำนวน 1 ตำแหน่ง - N. Worldwide travel’วรัชญายังจดจำได้แม่นยำ เธออยู่สาขาธุรกิจทั่วไป แต่เพราะมีนัดไปทำธุระด้วยกันในช่วงบ่ายจึงถูกนลินี เพื่อนสนิทจากต่างสาขาลากให้เข้าไปนั่งเรียนด้วยกัน ซึ่งมหาวิทยาลัยได้เชิญคนจากที่นี่มาเป็นวิทยากรพิเศษในคลาสเรียนวันน
เพราะไม่ต้องการให้หัวใจทำงานหนักไปกว่าที่เป็นอยู่ วรัชญาจึงปล่อยให้ผีหนุ่มจัดการเคลียร์เรื่องจานชามคนเดียว ส่วนเธอก็ปลีกตัวมาเปิดเจ้าแก่ คอมพิวเตอร์คู่ใจที่อยู่กันมานานระหว่างรอตัวเครื่องรัน ปลายนิ้วก็จรดเข้าไปดูช่องแชทของพี่ชายแล้วพิมพ์ข้อความส่งไปให้อย่างที่มักทำในทุกวัน แม้สุดท้ายแล้วปลายทางจะต้องเจอกับผลลัพธ์เดิม ๆไม่อ่าน ไม่ตอบ และโทรไม่ติด จนถึงตอนนี้เธอก็ยังนึกไม่ออกว่าพี่ชายหลบไปอยู่ที่ไหน หนีเจ้าหนี้หรืออย่างไรถึงได้หายเข้ากลีบเมฆไปเฉย ๆไปตามเรื่องกับทางหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ไม่มีข่าวความคืบหน้าใด ๆหรือแม้กระทั่งโลกโซเซียลที่หวังจะให้มันเป็นที่พึ่งทางสุดท้าย มันก็ยังไร้วี่แววของเบาะแสเฮ้อ พี่วุฒิ พี่ไปอยู่ที่ไหนของพี่กัน รู้ไหมว่าว่านเป็นห่วง อย่างน้อย ๆ ช่วยอ่านแล้วตอบกันสั้น ๆ ก็ได้ แค่คำว่า อืม ก็ยังดีรำพึงรำพันในใจ จมอยู่กับความคิดถึงที่ส่งไปไม่ถึงพี่ชายเพียงคนเดียวครู่หนึ่งวรัชญาก็ตัดใจกดปิดโปรแกรมแชท หันไปดึงกระดาษใบหนึ่งมาวางใกล้ ๆ คอมพิวเตอร์ใช่แล้ว มันคือรหัส Wi-Fi ที่เพิ่งค้นเจอจากลิ้นชักหัวเตียงตอนจัดของเมื่อวันก่อนซึ่งนี่เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของเธ
ไม่นานกลิ่นหอมของไข่ตุ๋นทรงเครื่องก็ลอยฟุ้งไปทั่วห้อง ดึงดูดให้วิญญาณหนุ่มลอยกลับเข้ามาเสนอหน้าในครัวอีกครั้ง“ฮึ”วรัชญาเหล่ตาไปมองเพียงนิดก็ดึงสายตากลับ ซ้ำยังจงใจแค่นเสียงในลำคอ สะบัดหน้าใส่ให้เขารู้ชัด ๆ ไปเลยว่าเธองอน แต่แล้ววินาทีต่อมาเธอก็สะดุ้งตาโต เมื่อมีสัมผัสเย็น ๆ กดเข้าที่พวงแก้ม“ง้อนะครับ”จากนั้นผีซึ่งทั้งหื่น ทั้งเจ้าเล่ห์ แถมด้วยความหน้ามึนก็ฉวยเอาจานข้าวในมือเธอไปถือไว้ ก่อนเดินลอยหน้าลอยตากลับไปที่โซฟาตัวเดิมทำเอาคนโดนง้ออ้าปากค้าง กระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ความยียวนกวนโอ๊ยของเขามันส่งผลต่อหัวใจอย่างมหาศาล จนในหัวดันมีความคิดบ้าบอผุดขึ้นมาเธออยากโดนเขาง้อแบบนี้ไปทุกวันเลยอะ“โอ๊ย พอ ๆ ตั้งสติ”วรัชญาพึมพำตำหนิตัวเองเสียงแผ่ว ครั้นพอรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้เข้าที่ได้แล้วก็เดินถือชามไข่ตุ๋นตามไปสมทบ โดยไม่ลืมหยิบเอาน้ำพริกกากหมูของโปรดที่แม่โชว์ฝีมือทำเพื่อเธอโดยเฉพาะติดมือมาด้วยหลังจัดแจงตักอาหารใส่จาน ปักธูปหนึ่งดอกลงกลางข้าวสวยร้อน ๆ ให้เรียบร้อยแล้ว ผีหื่นก็อุ้มจานข้าวมานั่งเบียดกระแซะใกล้ ๆ มือตักข้าวเข้าปากอย่างสุขอุรา ตาเหล่มองเธอสลับกับส่งยิ้มหวานเชื่อมทำเอ
เพี้ยะ!“ซนอีกแล้วนะคะ”วรัชญามีแถมสายตาดุ ๆ ไปให้ด้วยในตอนพูดจบ แต่แทนที่อีกคนจะสลดหรือสำนึก กลับอาศัยจังหวะที่เธอเอี้ยวหน้ามาหมายจะบ่นต่อ เคลื่อนมายืนซ้อนหลังก่อนโน้มลงมาบดจูบเธอหนัก ๆ พลางใช้ลำตัวกดเธอเข้ากับเคาน์เตอร์ ในขณะที่สองมือบีบขยำบั้นเอวเธอย้ำ ๆ ราวกับมันเขี้ยวกันนักหนา“อื้อ”ด้วยท่วงท่าทำให้วรัชญาไม่สามารถผลักไสเขาออกได้ดั่งใจคิด แถมริมฝีปากยังถูกครอบครองอย่างเร่าร้อนหลังส่งเสียงครางประท้วงในลำคอครู่หนึ่งเธอก็ตัวอ่อนระทดระทวย พ่ายแพ้ให้กับเรียวลิ้นพลิ้วไหวที่สอดเข้าล่อลวง ทำเธอหลงเคลิ้มไปกับสัมผัสหวามหวานอีกตามเคยเสียงครางพร่าเคล้าคลอไปกับเสียงหอบหายใจกระเส่าดังก้อง กว่าชายหนุ่มจะอิ่มเอมแล้วคืนอิสระให้อีกที ริมฝีปากของเธอก็บวมเจ่อ รู้สึกเมื่อยคอไปทั้งแถบ“หื่น!”คำแรกที่หลุดมาจากปากคนหน้าง้ำงอทำเอาวิญญาณหนุ่มหัวเราะร่า สองแขนเปลี่ยนมาเป็นประคองกอดเธอไว้หลวม ๆ แล้วกดปลายจมูกเข้าที่พวงแก้มแดงก่ำ“ยอมรับ แต่พี่ก็หื่นแค่กับว่านนะครับ”วรัชญามุ่ยหน้าให้กับข้ออ้างแสนหวานหูทันควัน "ใช่สิ ก็ตอนนี้มันมีแค่ว่านคนเดียวหนิคะที่มองเห็นพี่ แตะตัวพี่ได้น่ะ"“ใครว่า ต่อให้คนอื่นจะแตะ
“ตื่นเช้าจัง”คำทักทายที่มาพร้อมรอยยิ้มหวาน ๆ ในทุกเช้าที่ลืมตาตื่น ส่งผลให้คนเพิ่งตื่นสะดุ้งน้อย ๆ ครั้นพอตั้งสติได้วรัชญาก็ลนลานดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมครึ่งใบหน้าด้านล่าง แม้มันจะไม่สามารถปกปิดพวงแก้มแดงระเรื่อได้มิด“เช้าแค่ไหนว่านก็ยังช้ากว่าพี่เลย์อยู่ดีเถอะ”ส่งเสียงประท้วงจากใต้ผ้าห่มแล้วกระถดกายออกให้ห่างจากใบหน้าทะเล้นที่วางคางเกยบนเตียงในขณะที่ลำตัวของเขานั้นนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นห้อง พร้อมกันนั้นก็แอบเช็กลมหายใจของตัวเองอื้อหื้อ นึกว่ามีรถขยะเปียกมาคว่ำในปาก!คนมีกลิ่นปากในตอนเช้าเบ้หน้า ยิ่งสบสายตายิ้ม ๆ คล้ายรู้ทันของเขาเธอก็ยิ่งรู้สึกอยากร้องไห้ อุตส่าห์ตั้งใจจะรีบตื่นเพราะไม่อยากให้เขาได้เห็นเธอในสภาพหัวยุ่งเหยิง หน้าไม่ล้าง ฟันไม่แปรง แต่สุดท้ายก็ไม่เคยทัน ตื่นมาทีไรได้เจอเขานั่งมองเธออยู่ก่อนตลอดเสียงหัวเราะทุ้มห้าวดังขึ้นในลำคอของวิญญาณหนุ่ม มือหนาวางทาบบนศีรษะที่โผล่พ้นผ้าห่มขึ้นมาแล้วลูบเบา ๆ ทอดมองคนเขินจนหน้าแดงหูแดงด้วยแววตาเอ็นดูครู่หนึ่งก็ตัดใจผละจาก“พี่ปรับน้ำอุ่นไว้ให้แล้วนะ เช้านี้ทำไข่ตุ๋นแล้วกันเนอะ เดี๋ยวพี่ไปเตรียมของรอ”พูดจบวิญญาณหนุ่มก็เดินตรงไปยังโซน







