LOGIN"ประธานเหลียง ฝ่ายประชาสัมพันธ์กำลังจัดการอยู่ครับ แต่เรื่องนี้ลุกลามใหญ่โตเกินไป ต่อให้พยายามปิดข่าว แต่คาดว่าคงต้องใช้เวลาหลายวันถึงจะเอาอยู่ ส่วนต้นตอของข่าวลือพวกนั้น ตอนนี้ยังตรวจสอบไม่ได้ว่ามาจากไหนครับ..."สีหน้าของเหลียงอวิ๋นเซินพลันยิ่งย่ำแย่ลงเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาพูดด้วยเสียงเย็นเยียบ "ไม่ได้เรื่อง ปีนึงฉันจ่ายเงินเดือนให้ตั้งเท่าไหร่ แค่แฮชแท็กอันเดียวยังเอาไม่ลง ไปบอกผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์เลยนะว่าก่อนเช้าพรุ่งนี้ ต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย!"ตอนนี้พอดีกับเป็นเวลาเลิกงาน คนส่วนใหญ่ต่างพากันไถหน้าจอโทรศัพท์ เรื่องนี้จึงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของเหลียงซื่อเองก็กำลังพยายามลดกระแสความร้อนแรงลงอย่างสุดความสามารถเช่นกันแม้เลขาฯ จะรู้อยู่เต็มอก แต่เวลานี้กลับไม่กล้าไปกระตุกหนวดเสืออย่างเหลียงอวิ๋นเซิน จึงได้แต่พยักหน้ารับคำ "ครับ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้"สายโทรศัพท์จากผู้เป็นพ่อโทรเข้ามาในเวลาอันรวดเร็ว น้ำเสียงเจือด้วยโทสะ "เหลียงอวิ๋นเซิน แกทำบ้าอะไรลงไป! ทำไมถึงปล่อยให้คนเอาเรื่องที่แกก่อไว้ไปโพสต์ประจานบนเน็ตแบบนั้น แกอยากให้ตระกูลเหลียงฉิบหายกันหม
โจวฉินเร่งมือขุดดินให้เร็วขึ้น ไม่นานนัก กล่องเหล็กขึ้นสนิมใบหนึ่งก็ปรากฏแก่สายตาเธอยกกล่องขึ้นมาปัดเศษดินออก และรีบเปิดดูทันทีด้านในนอกจากของจุกจิกที่สือม่านชอบเล่นในสมัยเด็กแล้ว ก็ยังมีแฟลชไดรฟ์สีดำอยู่อีกชิ้นหนึ่งเมื่อเห็นแฟลชไดรฟ์ชิ้นนั้น สีหน้าของโจวฉินก็ฉายแววตื่นเต้น ลมหายใจพลอยถี่กระชั้นขึ้นโดยไม่รู้ตัวเธอกอดกล่องใบนั้นหันหลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปที่ห้องรับแขก จัดการเปิดโน้ตบุ๊คเสียบแฟลชไดรฟ์เข้าไปครึ่งชั่วโมงต่อมา โจวฉินก็โทรหาสือหมิงฮุย"ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน? รีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย!"น้ำเสียงของโจวฉินแฝงแววร้อนรน ทำให้สือหมิงฮุยต้องขมวดคิ้วมุ่น "เป็นอะไรไป? เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ?""ใช่ คุณรีบกลับมาก่อนเถอะ ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอก"ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง สือหมิงฮุยก็บึ่งรถกลับมาถึงบ้าน"ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงต้องรีบร้อนเรียกผมกลับมาขนาดนี้?""คุณนั่งลงก่อน"สือหมิงฮุยทรุดตัวลงนั่งข้างโจวฉินด้วยสีหน้างุนงง โจวฉินหันหน้าจอโน้ตบุ๊คไปทางเขา"คุณดูสิว่านี่คืออะไร?"สือหมิงฮุยเพ่งมอง ดวงตาที่ตอนแรกฉายแววหงุดหงิดรำคาญใจพลันเบิกกว้างขึ้นในทันใด เขาขยับเข้าไปใกล้หน้
สือหมิงฮุยทอดสายตามองใบหน้าอันซีดเซียวของคุณย่าสือพลางขมวดคิ้วมุ่น “ไม่มีอะไรต้องกังวลจริง ๆ ครับ ตอนผมไปเจอแกที่สถานีตำรวจ แกยังฝากบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ให้คุณแม่รักษาตัวให้ดี”“จริงรึ? แน่ใจนะว่าแกไม่ได้โกหกฉัน?”สือหมิงฮุยพยักหน้า “แน่ใจสิครับ ผมไม่ได้โกหก คุณแม่พักผ่อนเถอะ เรื่องอื่นเดี๋ยวพวกผมจัดการเอง”เมื่อเห็นว่าสือหมิงฮุยไม่ได้มีท่าทีเหมือนคนโกหก คุณย่าสือจึงเบาใจลงได้เปลาะหนึ่ง “ตกลง งั้นถ้าสืออวี๋ออกมาเมื่อไหร่ แกต้องรีบโทรบอกฉันทันทีนะ”“ทราบแล้วครับ คุณแม่พักผ่อนเถอะ พอดีที่บริษัทยังมีธุระต้องสะสาง เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมาเยี่ยมใหม่”โจวฉินลุกขึ้นยืน “เดี๋ยวฉันเดินไปส่ง”ทั้งสองคนเดินออกมาจากห้องพักผู้ป่วย โจวฉินเดินตามสือหมิงฮุยไปจนถึงหน้าลิฟต์“เรื่องทางโรงพักคงแย่เลยสินะคะ?”ถึงอย่างไรโจวฉินก็ใช้ชีวิตร่วมกับสือหมิงฮุยมากว่ายี่สิบปี เมื่อครู่ตอนที่สือหมิงฮุยโกหก เธอย่อมดูออกตั้งแต่แรกสือหมิงฮุยเองก็ไม่คิดปิดบัง “ใช่ เพราะโครงการกวนหลานฝู่น่ะ ก่อนหน้านี้ผมให้สือม่านเข้ามาร่วมทำด้วย นึกไม่ถึงว่าแกจะเริ่มวางแผนเล่นงานสือซื่อตั้งแต่ตอนนั้น มีเงินหลายก้อนที่ระบุที่มาที่ไป
แต่สิ่งที่เธอมั่นใจได้ก็คือ เรื่องราวในครั้งนี้ต้องเป็นฝีมือเหลียงอวิ๋นเซินแน่นอนขณะกำลังครุ่นคิด ประตูห้องสอบสวนพลันเปิดออกสืออวี๋เงยหน้ามองไป พบว่าเป็นสวีหน่า ดวงตาจึงฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง"พี่หน่า มาที่นี่ได้ยังไงคะ?"สวีหน่าเดินมานั่งลงฝั่งตรงข้าม ก่อนเปิดกระเป๋าเอกสาร หยิบแฟ้มข้อมูลออกมา "ตอนนี้พี่เป็นทนายของเธอ"สืออวี๋ชะงักไปเล็กน้อย "ใครไปตามพี่มาเหรอ?"ตระกูลสือมีที่ปรึกษาทางกฎหมายเป็นของตัวเอง โดยปกติแล้วแทบไม่จ้างทนายความข้างนอกมาจัดการข้อพิพาททางกฎหมายแทนแบบนี้"พี่เห็นข่าวเธอในอินเทอร์เน็ต ก็เลยแวะไปหาพ่อเธอ บอกว่าจะขอเป็นทนายให้เธอ พี่เป็นคนเสนอตัวเข้ามาเองนี่แหละ"สืออวี๋กระพริบตาปริบ ๆ มองดูสวีหน่าแล้วกล่าวว่า "นึกไม่ถึงจริง ๆ ... ว่าจะมีวันที่ต้องให้พี่มาช่วยว่าความแก้ต่างให้ฉันด้วย""ไม่เป็นไร งั้นพี่ขอทำความเข้าใจเรื่องราวในคดีคร่าว ๆ ก่อนนะ..."หนึ่งชั่วโมงให้หลัง สวีหน่าก็เดินออกจากสถานีตำรวจ เมื่อมาถึงหน้าประตู สือหมิงฮุยก็รีบปรี่เข้ามาหา"ทนายสวี เป็นยังไงบ้าง? ทางตำรวจเขาว่ายังไง?"สีหน้าของสวีหน่าดูหนักใจเล็กน้อย "คุณสือคะ จากข้อมูลที่ฉันได้ทราบ
แต่เวลานี้เหล่าผู้ถือหุ้นไม่รับฟังคำใดทั้งสิ้น พวกเขาปักใจเชื่อไปแล้วว่าสืออวี๋กับสือหมิงฮุยแอบยักยอกเงินบริษัทเพราะหากเป็นเรื่องจริง พวกเขาก็สามารถฟ้องร้องสืออวี๋กับสือหมิงฮุย เพื่อให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ตนเองได้ท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายของผู้คน ประตูห้องประชุมพลันเปิดออก“ส่งเสียงเอะอะอะไรกันในห้องประชุม? หนวกหูยังกะตลาดสด ใครไม่รู้คงนึกว่าเป็นพวกป้าแก่ ๆ กำลังต่อราคาผักในตลาดแล้วมั้งเนี่ย”เมื่อได้ยินเสียงนี้ ทุกคนต่างก็หันขวับไปมองทางประตูโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นสือหมิงฮุยเดินเข้ามา ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “โอ้โห ประธานสือยังรู้ตัวว่าต้องมาบริษัทด้วยเหรอครับ? ตั้งแต่โครงการเยว่หลานวานเกิดเรื่อง ก็เอาแต่มุดหัวอยู่ในบ้าน ตอนนี้สือซื่อมีปัญหาเรื่องภาษี ไม่ใช่ว่ายิ่งควรมุดหัวอยู่แต่ในบ้านหรอกเหรอ?”สิ้นเสียงนั้น ก็มีคนรับลูกต่อทันที “ยังจะมุดหัวอยู่ในบ้านอะไรกัน? ดีไม่ดีไม่เกินพรุ่งนี้คงโดนตำรวจลากตัวเข้าซังเตไปอีกรอบ แต่ประธานสือก็อายุปูนนี้แล้ว ไม่รู้ว่าเข้าไปคราวนี้จะมีโอกาสได้ออกมาอีกหรือเปล่านี่สิ”สือหมิงฮุยไม่ได้ใส่ใจเสียงถากถางเหล่านั้น หากเป็นเมื่
ทุกคนในงานแถลงข่าวต่างพากันงุนงงเมื่อได้ยินคำพูดนี้ สืออวี๋มีปัญหาเรื่องภาษีอย่างนั้นหรือ!พวกที่หัวไวและใจกล้าหน่อยรีบยื่นไมโครโฟนไปจ่อตรงหน้าสืออวี๋ ดวงตาฉายแววตื่นเต้นระคนอยากรู้อยากเห็น"คุณหนูสือ ขอถามหน่อยครับว่าการที่สือซื่อล้มละลาย เกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่องภาษีของสือซื่อหรือเปล่าครับ?""คุณหนูสือ หรือว่าคุณรู้อยู่ตั้งแต่แรกแล้วว่าสือซื่อมีปัญหาเรื่องภาษี ก็เลยรีบยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์ทันทีหลังเข้ามารับช่วงต่อสือซื่อใช่ไหมคะ?""คุณหนูสือ คุณคงไม่ได้คิดใช่ไหมครับว่าแค่สือซื่อล้มละลาย แล้ว ปัญหาเรื่องภาษีจะไม่ถูกตรวจสอบ?!"...หลังตั้งสติจากความตื่นตระหนกในช่วงแรกได้แล้ว สืออวี๋ก็ไม่ได้สนใจนักข่าวเหล่านั้นอีก เธอหันไปมองไต้เฮ่อพร้อมสั่งว่า "รบกวนคุณช่วยไปติดต่อประธานสือ ให้เขามาจัดการปัญหาต่อจากนี้ทีนะคะ"ไต้เฮ่อมีสีหน้าเคร่งเครียด "ได้ครับ"ห้องรับแขกบ้านเก่าตระกูลสือเมื่อเห็นสืออวี๋ถูกตำรวจคุมตัวไป สีหน้าของคุณย่าสือก็แปรเปลี่ยน ท่านถึงกับเป็นลมล้มพับไปด้วยความตกใจสุดขีดสือหมิงฮุยและโจวฉินที่อยู่ด้านข้างต่างก็ตกใจหน้าถอดสี รีบลุกขึ้นช่วยกันประคองเร็วไว"แม่ครับ!"สือหม




![ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


