Accueil / LGBTQ+ / คุณนายมธุสร / บทที่ 4 ลาขาด

Partager

บทที่ 4 ลาขาด

last update Date de publication: 2026-03-04 03:56:20

หลังจากเหตุการณ์ที่บ้านสวน มธุสรพบว่าตัวเองเริ่ม เสพติด ข้อความรายงานตัวของปราณอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เธอจะคอยจ้องหน้าจอโทรศัพท์แทบทุกชั่วโมง จนบอดี้การ์ดคนสนิทอย่างเข้มมักจะลอบมองเจ้านายเขาบ่อย ๆ ด้วยความสงสัย และในตอนนี้ก็ด้วย ที่สายตาของมธุสรยังไม่ละไปจากหน้าจอมือถือของตัวเองแม้แต่วินาทีเดียว

และในเช้าวันเสาร์ที่ควรจะเป็นวันพักผ่อนที่เงียบสงบ เสียงกริ่งหน้าคฤหาสน์ศรีรักษ์สวัสดิกุลกลับดังขึ้นติดกันหลายครั้ง

มธุสรในชุดคลุมผ้าไหมเดินลงมาที่โถงด้านล่างด้วยความหงุดหงิด

“วันหยุดทั้งที ใครมากดกริ่งแต่เช้า ไม่รู้จักเวล่ำเวลา”

และเมื่อประตูเปิดออก เธอก็ต้องยืนอึ้ง เพราะคนที่มาหาคือบุคคลที่เธอกำลังรอข้อความด้วยใจจดจ่อ

ปราณในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนขาสั้น และสะพายกล้องฟิล์มไว้ที่คอ ยืนยิ้มแฉ่งชูถุงปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้ขึ้นเหนือหัว

“มอนิ่งเช้าวันเสาร์ค่ะคุณน้า ปราณซื้อปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้มาฝากค่ะ”

รอยยิ้มสดใสส่งมาพร้อมกับมื้อเช้าแบบง่าย ๆ ตามฉบับของปราณ แต่มธุสรไม่ได้สนใจถุงหิ้วในมือคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย

“เธอมาที่นี่ได้ไง มาทำไม แล้วแต่งตัวอะไรของเธอ เหมือนเด็กกะโปโลจริง ๆ เลย”

มธุสรกอดอก พยายามปั้นหน้านิ่งทั้งที่หัวใจเต้นโครมคราม

“โหย รัยเนี่ย หนูอุตส่าห์ตั้งใจมาหาเลยนะคะ วันหยุดทั้งที ตั้งใจว่าจะมาชวนคุณน้าออกไปเที่ยวค่ะ วันนี้หนูว่าง”

“ว่าง?” มธุสรขมวดคิ้วอย่างหนัก

“ใช่ค่ะ วันนี้ปราณว่างมาก มากแบบกอไก่ล้านตัวเลยค่ะคุณน้า ไม่มีงานจ้างที่ไหนค่ะ”

“เธอว่างแต่ฉันไม่ว่าง และถึงว่างฉันก็ไม่ไปด้วยหรอก”

มธุสรเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษามาดนางพญาเอาไว้ ทั้งที่ในใจแอบหวั่นไหวกับลูกตื๊อของเด็กตรงหน้า

กริ๊งงงง

ยังไม่ทันที่ปราณจะอ้าปากเถียง เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน ปราณรีบกดรับสายทันทีเมื่อเห็นชื่อหน้าจอ

“สวัสดีค่ะพี่วิ งานด่วนเหรอคะ ได้ค่ะ ๆ ปราณว่างพอดีเลย อ๋อ จะให้ไปเป็นเพื่อนส่งดอกไม้ที่นนทบุรีเหรอคะ ได้สิคะ ไปกับพี่วิทีไรได้กินแต่ของอร่อย ๆ ปราณชอบไปมากเลยค่ะ เดี๋ยวเจอกันนะคะ”

มธุสรยืนนิ่ง ฟังบทสนทนาที่เต็มไปด้วยความระริกระรี้และคำหวานที่พ่นออกมาจากปากของปราณอย่างไม่หยุดหย่อน คิ้วสวยขมวดเข้าหากันจนแทบชนกัน

“แฮะ ๆ โทษทีนะคะคุณน้า ลูกค้าเจ้าประจำโทรมาจ้างงานด่วนน่ะค่ะ งั้น...ปราณขอเลือกเงินก่อนนะคะ ไว้วันหลังปราณจะมาชวนไปเที่ยวใหม่ น้ำเต้าหู้ฝากไว้ที่พี่บอดี้การ์ดนะ ปราณไปก่อนค่ะ”

ไม่ทันที่มธุสรจะได้ตอบอะไร ปราณรีบวิ่งกลับไปที่มอเตอร์ไซค์คู่ใจ สตาร์ทรถแล้วพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เจ้าของบ้านยืนเคว้งอยู่หน้าบ้านเพียงลำพัง

มธุสรจ้องมองตามแผ่นหลังของเด็กสาวไป แววตาที่เคยสั่นไหวกลับกลายเป็นความเย็นชา และความคิดบางอย่างก็ฟุ้งซ่านในหัวของเธอไม่หยุดหย่อน

คุยเสียงหวานอ้อนแขกขนาดนั้น...กับลูกค้าคนอื่นคงอ้อนแบบนี้ทุกคนสินะ

ความรู้สึกดี ๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นก่อนหน้านี้ถูกกระชากกลับด้วยความหวาดระแวงในอดีต มธุสรเดินกลับเข้าบ้านด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เธอเดินไปที่หน้าตู้กระจกซึ่งมีกรอบรูปของเธอตั้งแต่วัยเด็กจนถึงปัจจุบัน

แต่ละภาพถ่าย แต่ละช่วงวัย บ่งบอกได้ดีว่ามธุสรประสบความสำเร็จในเรื่องเรียนมากแค่ไหน ไหนจะเกียรติบัตรแข่งขันวิชาการ รวมถึงเหรียญทอง และโล่รางวัลมากมายที่วางอยู่ข้างกัน

จนมาถึงตอนนี้ที่เธอเป็นลูกสาวร้านทอง สืบทอดกิจการต่อจากที่บ้าน ทุกอย่างที่มธุสรมี สามารถใช้คำว่าเพียบพร้อมอย่างไม่มีที่ติได้เลย

ไม่น่าเลย...ฉันไม่น่าไปหลงรอยยิ้มบ้า ๆ ของเธอเลยปราณ สุดท้ายเธอก็คงเข้าหาฉันเพราะผลประโยชน์เหมือนคนอื่นนั่นแหละ...พอกันที

มธุสรตัดสินใจปิดตายประตูหัวใจอีกครั้ง เธอเลือกที่จะยึดมั่นในความคิดเดิมของตัวเองที่เชื่อมาตลอดหลายปีว่า การใช้ชีวิตโดยไม่มีความรัก ไม่มีแฟน ไม่ตายสักหน่อย และเธอก็อยู่ได้สบายดี

หลังจากความคิดนี้กลับมาชัดเจน มธุสรก็ตัดสินใจลบไลน์ของปราณทิ้ง

และอีกฝ่ายเองก็ขาดการติดต่อไปจากเธอตลอดทั้งวันเช่นกัน...

“เข้ม หาคนดูแลคนใหม่มาดูแลเจ้าหมาสามตัวที่บ้านสวนด้วยนะ”

ตกเย็นวันนั้นมธุสรรีบจัดการเรื่องราวที่กวนใจเธอมาตลอดทั้งวัน หลายครั้งที่เผลอไปมองหน้าจอมือถือเพราะหวังว่าจะเจอข้อความของปราณที่ส่งมารายงานเกี่ยวกับเจ้าหมาที่บ้านสวน แต่เมื่ออีกฝ่ายเงียบหายไป มธุสรเลยตัดสินใจในทันที

“หาคนดูแลใหม่เหรอครับคุณนาย แล้วเด็กคนนั้นล่ะครับ” เสียงของบอดี้การ์ดที่ลอดมาตามสายดูแปลกใจไม่น้อย

“ฉันไม่จ้างแล้ว บอกให้หาคนใหม่ก็แค่ไปทำตามที่ฉันสั่ง ไม่ต้องถามอะไรมาก”

“รับทราบครับ”

เมื่อสั่งงานลูกน้องเรียบร้อยแล้ว มือถือราคาแพงก็ถูกโยนลงบนโซฟาเบาะหนังในห้องนั่งเล่นของคุณนายอย่างไม่ไยดี

มธุสรเอนตัวพิงพนักโซฟา หลับตาพริ้ม ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความคิดมากมายฟุ้งซ่านอยู่ในหัวพร้อม ๆ กับภาพวันวานในอดีตที่ตามหลอกหลอนเธอไม่หยุด

บนโลกนี้มันไม่มีสินะ...ความรักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนน่ะ ประโยคสวยหรูก็มีแต่ในนิยายเท่านั้น

1 อาทิตย์ต่อมา

วันนี้เป็นวันงานแต่งงานสุดอลังการของ เอมอร เพื่อนสนิทของมธุสร เธอจึงได้รับหน้าที่สำคัญคือการดูแลลำดับพิธีการในงานแต่งงาน แน่นอนว่ามธุสรทำได้ดีอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

บรรยากาศในงานแต่งของเอมอรอบอวลไปด้วยความสุข มีเฉพาะแขกสำคัญและเพื่อนสนิท แต่ใครจะรู้ว่าภายในใจของคุณนายมธุสรที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม แววตากลับปนไปด้วยความเศร้า

จริงอยู่ว่าเธอตั้งใจแน่วแน่เรื่องไม่อยากมีความรักอีกแล้ว แต่เมื่อคิดถึงรอยยิ้มสดใสนั้น หัวใจของเธอกลับเรียกร้องมันเหลือเกิน

“ขอบคุณนะอรที่ให้ฉันมาเป็นพยานในวันนี้ เธอโชคดีมากนะที่มีกนก ประคับประคองกันไปจนแก่เฒ่าเลยนะ นอกจากกนกคงไม่มีใครรับมือเธอได้แล้วล่ะ”

มธุสรอวยพรให้เพื่อนรักที่เป็นฝั่งเป็นฝาอย่างจริงใจ สายตาเต็มไปด้วยความยินดีอย่างสุดซึ้ง ทว่าเอมอรผู้เป็นเจ้าสาวในวันนี้กลับสังเกตเห็นความเศร้าในแววตาของเพื่อนตัวเองที่ปิดไม่มิด

ยิ่งตอนที่ สายสมร เพื่อนรักอีกคนของมธุสร เดินเข้ามาสมทบวงสนทนาพร้อมกับตะวัน แฟนเด็กของเธอ สายตาของมธุสรก็ยิ่งเศร้ามากขึ้นมากกว่าเดิม

ผู้หญิงสี่คนพูดคุยกันอย่างมีความสุข รอบตัวรายล้อมไปด้วยความรักหวานหอม หากวันนี้จะมีใครสักคนที่หัวใจกำลังห่อเหี่ยวอย่างรุนแรงก็คงหนีไม่พ้นคนที่ขอตัวเดินออกมานอกงานด้วยเหตุผลว่าจะไปเข้าห้องน้ำ

แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้นเลย...มธุสรถอยห่างออกมามองภาพของเพื่อนเธอในมุมไกล ๆ ต่างหาก เธอไม่ได้มองด้วยความอิจฉา แต่มองด้วยความรู้สึกยินดีจากหัวใจ แม้ว่าลึก ๆ จะอดย้อนมองตัวเองไม่ได้

รักแรกและรักเดียวของมธุสร ความรักครั้งนั้นคือบาดแผลที่ติดอยู่ในใจมธุสร เวลาสิบปีของเธอที่ทุ่มเทให้ความรัก ให้คนรัก สุดท้ายมธุสรไม่เคยได้อะไรกลับมาเลย

ไม่เคยได้แม้แต่ดอกไม้เล็ก ๆ สักหนึ่งดอก...

~ ครืดดดดด ~

ระหว่างที่กำลังยืนมองภาพของเพื่อน ๆ หัวเราะและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน มือถือราคาแพงในกระเป๋าก็สั่นขึ้นมา และเมื่อหยิบออกมาดูหน้าจอ หัวใจของมธุสรก็เต้นโครมครามในทันที

จริงอยู่ว่าลบไลน์ไปแล้ว...แต่ไม่ได้ลบเบอร์

หน้าจอไม่แสดงชื่อ มีเพียงสัญลักษณ์รูปยิ้ม : ) ที่มธุสรเมมไว้แทนชื่อ ปลายนิ้วลังเลอยู่บนหน้าจอชั่วครู่ เหมือนกำลังชั่งใจว่าจะกดรับดีไหม

หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เธอและปราณไม่ได้ติดต่อกันเลย ทว่าความคิดถึงในรอยยิ้มและสายตาของเด็กคนนั้นไม่เคยจางหายไปแม้แต่น้อย ต่อให้มธุสรพยายามจะสลัดความคิดนั้นออกไป แต่เธอกลับรู้สึกว่า

ยิ่งพยายามจะหยุดคิดถึง

กลับกลายเป็นคิดถึงทุกครั้ง

และความคิดถึงนั้นก็ยิ่งรบกวนหัวใจเธอมากขึ้นทุกวัน...

“มีอะไร”

สุดท้ายคุณนายมธุสรก็ตัดสินใจรับสายด้วยหัวใจที่เต้นแรงมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนปลายสายที่โทรเข้ามาก็ยกยิ้มมุมปากเบา ๆ เพราะแอบลุ้นแทบแย่ว่าคนที่เธอคิดถึงจะรับสายกันรึเปล่า

“คุณน้า อยู่ไหนคะเนี่ย”

น้ำเสียงจากปลายสายฟังออกชัดว่าตื่นเต้นจนปิดไม่มิด

“หนิ พูดจากับฉันให้มันดี ๆ หน่อย เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น และการที่เธอมีเบอร์ติดต่อของฉัน เพราะฉันเคยจ้างงานเธอ แต่ตอนนี้ฉันไม่จ้างแล้ว”

“เรื่องนั้นหนูทราบค่ะคุณน้า คุณน้าบอกหนูตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว หนูจำได้ค่ะ ยังไม่แก่ ยังไม่เลอะเลือนเนอะ”

ปลายสายหัวเราะคิกคัก แต่มธุสรกลับไม่ร่าเริงไปกับน้ำเสียงนั้นเลยแม้แต่น้อย

“รู้แล้วโทรมาทำไมอีก”

น้ำเสียงที่ส่งไปดูขัดกับใบหน้าสวยหวานอย่างสิ้นเชิง มุมดุ ๆ ของคุณนายคนนี้ใช่ว่าไม่มี แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะได้เห็น

และดูเหมือนว่า ปราณจะเป็นผู้โชคดีคนนั้น...

“คุณน้าไม่มาทำบุญที่วัดหลายวันแล้ว พระอาจารย์ถามหาแหนะ”

“ช่วงนี้งานฉันเยอะ วันนี้ก็มางานแต่งเพื่อนด้วย ฝากบอกพระอาจารย์ด้วยละกันว่าจะเข้าไปวันพระหน้า”

มธุสรตอบกลับไปอย่างนั้น ทั้งที่รู้ดีว่า ต่อจากนี้เธอคงไม่ไปที่วัดแห่งนั้นอีกสักพัก เธอตั้งใจแล้วว่า จะหนีเจ้าเด็กคนนี้และตัดขาดจากปราณให้ได้

“อ้อออออ ถึงว่าช่วงนี้ไม่เห็นคุณน้าที่วัดเลย แต่เอ๊ะ คุณน้าไปงานแต่งเพื่อนเหรอคะ แบบนี้ก็แปลว่าวันนี้คุณน้าต้องแต่งตัวสวยแน่เลย ถ่ายรูปส่งมาให้ดูหน่อยสิคะ อยากเห็น”

มธุสรนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินแบบนั้น เธอก้มลงมองการแต่งกายของตัวเองในวันนี้ เป็นชุดผ้าไทยสีครีมที่เธอตั้งใจเลือกอย่างดี เลือกโดยที่ไม่มีใครช่วยออกความเห็นว่าชุดนี้เป็นอย่างไร สวยหรือไม่สวย เข้ากับเธอรึเปล่า และที่ผ่านมามันก็เป็นแบบนั้นมาตลอด

จะไปไหน ทำอะไร ใส่ชุดไหน แต่งหน้ายังไง ก็ไม่เห็นต้องคอยรายงานใคร

“ไม่ให้ดู!!”

เจ้าของมือถือกดวางสายทันทีเมื่อจบประโยค แล้วยัดมือถือราคาแพงลงกระเป๋าหลักแสน

ถ้าฉันไม่อนุญาต ใครก็ไม่มีสิทธิ์มารู้เรื่องราวของฉัน และเด็กอย่างเธอนะปราณ อย่าหวังเลยว่าจะได้เข้ามาตีสนิท...ขอลาขาด

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (5) 20 years later

    กาลเวลาคือสายน้ำที่ไม่เคยไหลย้อนกลับ แต่มันทำหน้าที่ขัดเกลาให้ความรักที่เคยร้อนแรงและเต็มไปด้วยการพิสูจน์ กลายเป็นความผูกพันที่นิ่งสงบและมั่นคงดั่งขุนเขายี่สิบปีผ่านไป...บ้านสวน ที่เคยเป็นเพียงที่พักใจในวันว่าง ตอนนี้ได้กลายเป็นบ้านหลังหลักที่บรรจุความทรงจำนับหมื่นแสนของคนสองคนไว้ ดอกเดซี่สีขาวบริสุทธิ์ยังคงเบ่งบานเต็มทุ่งหลังบ้าน เพราะมันได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้าของบ้านทั้งสองคนที่ผลัดกันรดน้ำพรวนดินมาตลอดสองทศวรรษปราณในวัย 46 ปี ตอนนี้ไม่ได้เป็นเพียงเด็กสาวร่างสูงโปร่งที่ชอบทำบุญและช่วยเหลือสัตว์อีกต่อไป ตอนนี้เธอคือผู้บริหารสาวมาดสุขุมผู้ดูแลร้านทองของมธุสร และประธานมูลนิธิเดซี่ช่วยเหลือสัตว์ ที่ขยายสาขาไปทั่วประเทศวันนี้ปราณสวมชุดสูทสีเข้มคัตติ้งเนี้ยบ ใบหน้าที่เคยสดใสถูกแต่งแต้มด้วยร่องรอยแห่งประสบการณ์และความมั่นใจ ทว่าเมื่อก้าวเท้าพ้นประตูรถตู้หรูที่แล่นเข้าสู่เขตบ้านสวน ท่าทางที่ดูเคร่งขรึมเหล่านั้นกลับละลายหายไปในทันที“พี่สรคะ...ปราณกลับมาแล้วค่ะ”เสียงเรียกนั้นยังคงสดใสไม่ต่างจากวันแรกที่เธอทักทายคุณนายมธุสร ปราณรีบเดินมุ่งหน้าไปยังระเบียงไม้หน้าบ้าน ที่ซึ่ง มธุสรในวั

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (4) ขอพรแดนไกล

    “พี่สรคะ...นี่มันเกินไปรึเปล่าคะ”ปราณยืนอ้าปากค้างอยู่หน้าทางเข้าพิเศษของอาคารผู้โดยสารส่วนบุคคล (Private Jet Terminal) ในเช้ามืดวันพฤหัสบดี เธออยู่ในชุดเดินทางที่ดูเรียบง่ายแต่ทะมัดทะแมง ผิดกับมธุสรที่ก้าวลงจากรถตู้หรูในชุดเดรสยาวผ้าไหมเนื้อละเอียดสีครีม สวมแว่นกันแดดแบรนด์เนม และมีพนักงานต้อนรับในชุดเครื่องแบบยืนรอรับกระเป๋าอยู่ถึงสี่คน“ไม่เกินไปหรอกค่ะเด็กดี พี่บอกแล้วไงว่าทริปนี้พี่จะพาหนูไปเปิดหูเปิดตา แล้วคนที่เป็นแฟนกับคุณนายมธุสร จะให้ไปเบียดกับใครบนเครื่องบินพาณิชย์ได้ยังไงกัน” มธุสรเอ่ยกลั้วหัวเราะพลางยื่นแขนให้เด็กสาวกุมปราณมองไปยังเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวลำเล็กที่จอดตระหง่านอยู่บนรันเวย์ส่วนตัว ตัวเครื่องสีขาวสะอาดตัดด้วยแถบสีทองอร่ามที่มีสัญลักษณ์เล็ก ๆ ของตระกูลมธุสรติดอยู่ นี่คือการให้ที่ปราณไม่เคยคาดคิดมาก่อน จากเด็กสาวที่เคยนั่งแต่รถทัวร์ไปทำบุญตามวัดต่างจังหวัด วันนี้เธอกำลังจะได้เหินฟ้าสู่ฮ่องกงด้วยเครื่องบินเหมาลำที่มีเพียงเธอและมธุสรเท่านั้นภายในเครื่องบินเจ็ตถูกตกแต่งราวกับห้องนั่งเล่นสุดหรูในโรงแรมห้าดาว เบาะหนังแท้ปรับนอนได้หนึ่งร้อยแปดสิบองศา พร้อมเชฟส่วนตัวท

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (3) กลัว

    ค่ำคืนที่บ้านสวนวันนี้เงียบสงบกว่าปกติ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดที่ขับขานสลับกับเสียงลมพัดใบไม้ไหว มธุสรนั่งทิ้งตัวอยู่ตรงระเบียงไม้หน้าบ้าน ในมือมีแก้วชาร้อนที่เริ่มจางความร้อนไปนานแล้ว สายตาของเธอเหม่อมองไปยังแปลงดอกเดซี่ที่ตอนนี้ดูพร่ามัวภายใต้แสงจันทร์แม้ภายนอกจะดูนิ่งสงบ แต่ภายในใจของมธุสรกลับกำลังเผชิญกับพายุลูกเล็ก ๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงเย็น เหตุการณ์ที่ร้านทองในวันนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวลูกค้ารุ่นราวคราวเดียวกับปราณคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายปราณที่แวะไปรับเธอที่ร้าน ทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอด้วยภาษาและหัวข้อที่มธุสรเข้าไม่ถึง เสียงหัวเราะที่ดูสดใสและเป็นธรรมชาติของปราณในตอนนั้น ทำให้มธุสรรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น คนนอกอย่างประหลาดความต่างของอายุที่เธอเคยบอกว่าไม่ใช่อุปสรรค ตอนนี้มันเริ่มกลับมาหลอกหลอนเธอในรูปแบบของความไม่มั่นใจ“พี่สรคะ มานั่งทำไมตรงนี้คนเดียวคะเนี่ย ยุงกัดหมดแล้วนะ”เสียงใส ๆ ของปราณดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่น ๆ ของผ้าห่มผืนบางที่ถูกนำมาคลุมลงบนไหล่ มธุสรสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ“พี่แค่อยากรับลมน่ะค่ะ ปราณล้างจานเสร็จแล้วเหรอคะ” มธุส

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (2) ขนมที่เคยขอ

    บรรยากาศยามบ่ายที่บ้านสวนวันนี้ดูจะวุ่นวายกว่าปกติเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่ความวุ่นวายจากเสียงเห่าของเจ้าสี่ขาหรือเสียงของคนงานที่มาเก็บผลไม้ในสวนหากแต่เป็นความวุ่นวายละเมียดละไมที่เกิดขึ้นภายในห้องครัวต่างหาก มธุสรในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมกำลังยืนอยู่หน้าหม้อทองเหลืองใบย่อม กลิ่นหอมหวานของถั่วเขียวเลาะเปลือกนึ่งสุกที่กำลังถูกกวนกับน้ำกะทิและน้ำตาลทรายควันฉุยไปทั่วบริเวณมธุสรใช้ไม้พายกวนถั่วอย่างใจเย็น เธอทำแบบนี้ซ้ำ ๆ มาเกือบชั่วโมงแล้ว เหงื่อเม็ดเล็กเกาะพราวอยู่ตามไรผม แต่ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มละไมอยู่ตลอดเวลา ภาพความทรงจำครั้งเก่าสมัยที่ทั้งคู่ยังอยู่ที่วัดป่าทางภาคใต้ ย้อนกลับมาในหัว“งั้นถ้ากลับไปกรุงเทพแล้ว ปราณขอชิมฝีมือของพี่หน่อยได้มั้ยคะ ถือเป็นรางวัลที่ปราณตามมาดูแลพี่ถึงที่นี่เลย...นะคะ น้า”“ฉันไม่รับปาก...เพราะฉันไม่ได้ขอร้องให้เธอตามมาที่นี่สักหน่อย เธออยากมาเอง ช่วยไม่ได้”วันนั้นมธุสรจำได้ว่าเธอแสร้งทำเป็นบอกปัดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ตามสไตล์คุณนายจอมหยิ่ง แต่ความจริงคือมธุสรจดบันทึกคำขอนั้นลงในใจเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วินาทีนั้น และรอคอยโอกาสที่จะได้ทำให้เด็กแสบชิมฝีมือเธออย่างจริ

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (1) ไม่มีงานแต่ง

    บ่ายวันเสาร์ที่ร้านทองของมธุสร บรรยากาศยังคงคึกคักไปด้วยลูกค้าที่แวะเวียนมาเลือกซื้อเครื่องประดับล้ำค่า แต่ภายในห้องรับรองส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยผนังบุกำมะหยี่สีแดงตัดกับขอบทองเหลืองอร่าม กลับมีความเงียบสงบที่ปกคลุมคนสองคนเอาไว้มธุสรในชุดสูทสีเบจดูภูมิฐานกำลังนั่งจิบชาสายตาเหม่อมองไปยังตู้กระจกที่โชว์คอลเลกชันแหวนเพชรน้ำงามที่สุดของร้าน“คนดีขา” มธุสรเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ขณะที่ปราณกำลังสนใจอยู่กับเจ้าสุนัขในแท็บเล็ตที่สถานพักพิงส่งรูปมาอัปเดต“คะที่รัก?” ปราณเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มตาหยีเหมือนทุกครั้ง“หนู...อยากแต่งงานมั้ยคะ?”คำถามที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้ปราณชะงักไปครู่หนึ่ง เธอวางแท็บเล็ตลงแล้วขยับเข้าไปใกล้คนรัก พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมสวยที่ตอนนี้ดูมีความกังวลปนคาดหวัง ปราณนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ“ถามจริงหรือถามเล่นคะเนี่ย?”“ตอบมาเถอะค่ะ” มธุสรยิ้มเอ็นดู“อืม...ปราณไม่เคยคิดเรื่องงานแต่งงานเลยค่ะพี่สร สำหรับปราณ พิธีรีตองพวกนั้นมันก็แค่ฉากหน้า ปราณไม่ได้ต้องการให้คนทั้งโลกมารับรู้หรือมาโห่ร้องยินดีในงานที่ต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อความหรูหราแค่ไม่

  • คุณนายมธุสร   บทที่ 30 รักก็คือรัก (จบ)

    ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองหลวง วัดป่าดาราภิรมย์ ยังคงเป็นพื้นที่สีเขียวที่ให้ความสงบทางใจอย่างประหลาด มธุสรดับเครื่องยนต์รถเก๋งสีดำที่หน้าซุ้มประตูวัดพลางมองออกไปข้างนอกด้วยหัวใจที่พองโต วันนี้เธอกลับมาที่นี่อีกครั้งในสถานะที่ต่างออกไปจากวันแรกโดยสิ้นเชิง ปราณเปิดประตูฝั่งข้างคนขับก้าวลงจากรถด้วยท่าทางที่ดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นในชุดเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เธอหันมายิ้มให้มธุสรพลางยื่นมือมาให้กุม“ไปค่ะพี่สร ไหว้พระทำบุญกัน”“ไปจ้ะ”ทั้งคู่เดินจูงมือกันเข้าไปในศาลาไม้หลังเดิมที่คุ้นเคยมธุสรและปราณเข้าไปกราบพระอาจารย์เจ้าอาวาส ท่านเงยหน้าขึ้นมองแล้วยิ้มอย่างเมตตา“ไม่แวะมานานเลยนะโยมสร เจ้าปราณก็ด้วย แล้วไปไงมาไงวันนี้ถึงได้มาด้วยกันล่ะ”มธุสรและปราณก้มกราบพระอาจารย์พร้อมกันสามครั้งด้วยกิริยาที่อ่อนน้อม ก่อนที่มธุสรจะเป็นฝ่ายขยับเข้าไปใกล้แล้วพนมมือพร้อมด้วยใบหน้าที่มีความสุขที่สุดเท่าที่พระอาจารย์เคยเห็นมา“ที่ผ่านมา สรต้องขอบพระคุณพระอาจารย์มากนะคะที่ช่วยเป็นที่พึ่งทางใจให้สรมาตลอด จนกระทั่งวันที่สรได้เจอเด็กคนนี้...” มธุสรเหลือบมองคนข้างกายด้วยแววตาซึ้งใจ“ตอนนี้สรกับปราณ เราสองคนตัดสินใจที่จ

  • คุณนายมธุสร   บทที่ 8 ข้างกัน

    บรรยากาศยามโพล้เพล้ ณ วัดป่าริมทะเลแห่งนี้ช่างดูเข้มขลังกว่าทุกวัน แสงสีส้มริบหรี่บริเวณขอบฟ้าค่อย ๆ จางหายไป แทนที่ด้วยสีน้ำเงินเข้มยามวิกาล เสียงคลื่นซัดกระทบฝั่งแว่วมาเป็นจังหวะหนักแน่นกว่าช่วงกลางวัน วันนี้ตรงกับวันพระใหญ่ ชาวบ้านนับสิบชีวิตต่างพร้อมใจกันสวมชุดขาวสะอาดตา ทยอยเดินขึ้นศาลาไม้เพื่

  • คุณนายมธุสร   บทที่ 7 แค่ไว้ใจ

    แสงแดดจัดจ้าในช่วงสายของภาคใต้แผ่รัศมีลงมายังลานวัดป่า กลิ่นอายทะเลจาง ๆ ผสมกับกลิ่นเครื่องเทศที่โชยมาจากโรงครัวทำให้บรรยากาศรอบตัวดูคึกคักเป็นพิเศษวันนี้เป็นวันพระ ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างพากันหิ้วปิ่นโตและถาดอาหารมาทำบุญที่วัดกันอย่างเนืองแน่น มธุสรในชุดขาวสะอาดตานั่งสำรวมอยู่บนศาลาไม้ มั่นคง

  • คุณนายมธุสร   บทที่ 6 หนีไม่พ้น

    มื้ออาหารค่ำที่ควรจะรื่นรมย์กลับเต็มไปด้วยความเงียบอันหนักอึ้ง มธุสรวางช้อนลงพลางมองจานอาหารที่แทบไม่ได้พร่องไปเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกสับสนที่ตีรวนอยู่ในอกทำให้เธอตัดสินใจเอ่ยปากในสิ่งที่เตรียมใจมาทั้งวัน“แม่คะ...สรมีเรื่องจะรบกวน”คุณหญิงรัศมีเงยหน้าจากจานสลัด เลิกคิ้วมองลูกสาวด้วยความสงสัย“มีอ

  • คุณนายมธุสร   บทที่ 5 ยิ่งหนียิ่งเจอ

    ตลอดชีวิตของมธุสร เธอเชื่อมาตลอดว่า ความเงียบสงบคือสิ่งเดียวที่เธอต้องการ ทว่าตอนนี้มันกลับกลายเป็นความอึดอัดที่แทรกอยู่ทุกขณะที่เธอหายใจเข้าออก พุท...โธ พุท...โธ พุท...โธ “โอ๊ย เด็กบ้า!!” ดวงตาคู่สวยเปิดกว้างในทันทีเมื่อการพยายามทำสมาธิไม่เป็นผล นับตั้งแต่เห

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status