Accueil / LGBTQ+ / คุณนายมธุสร / บทที่ 3 มุมน่ารักของคุณนาย

Partager

บทที่ 3 มุมน่ารักของคุณนาย

last update Date de publication: 2026-03-04 03:55:55

เมื่อปราณเดินลงมายังชั้นล่างของร้านทอง ซึ่งมีเหล่าบอดี้การ์ดร่างกำยำในชุดสูทสีดำยืนเฝ้าอยู่อย่างเคร่งขรึม เธอก็เตรียมจะเดินผ่านออกไปตามปกติ แต่ทว่า พี่เข้ม หัวหน้าบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่หน้าประตู กลับก้าวเข้ามาขวางทางเธอไว้

ปราณชะงักไปนิดหน่อย ก่อนจะส่งยิ้มเจื่อน ๆ

“มีอะไรรึเปล่าคะพี่คนหล่อ”

พี่เข้มไม่ตอบ แต่กลับพยักหน้าให้ลูกน้องอีกสองคนเดินไปหยิบถุงกระดาษใบใหญ่หลายใบและกล่องสานอย่างประณีตออกมาจากเคาน์เตอร์ด้านใน

ปราณมองตาค้างเมื่อเห็นกองทัพขนมไทยมากมายถูกนำมาวางตรงหน้า

“คุณนายสั่งไว้” พี่เข้มเอ่ยเสียงเรียบตามสไตล์คนพูดน้อย “ให้เอาของทั้งหมดนี่ให้คุณปราณด้วย”

ปราณก้มลงดูในถุงและกล่องที่เปิดแง้มออก กลิ่นหอมของน้ำลอยดอกมะลิและควันเทียนโชยแตะจมูกทันที มีทั้ง ด้านในเต็มไปด้วยขนมไทยหลากหลายชนิด

ทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ที่เส้นละเอียดเหมือนไหม ขนมจ่ามงกุฎ ที่ปั้นอย่างวิจิตร ขนมเปียกปูนใบเตยสีเขียวสด ไปจนถึง ลูกชุบ ที่ปั้นเป็นรูปผลไม้จิ๋วน่ารักน่าเอ็นดู

“โห เยอะขนาดนี้เลยเหรอคะ ปราณกินได้เป็นอาทิตย์เลยนะ” ปราณอุทานพลางหยิบลูกชุบรูปมะม่วงจิ๋วขึ้นมาดู “คุณนายสั่งมาจากเจ้าไหนเนี่ย สวยขนาดนี้”

“แม่ครัวชาววังที่บ้านคุณนายทำเองครับ” บอดี้การ์ดอีกคนเสริม “คุณนายกำชับว่า...ต้องส่งขนมทุกอย่างให้ถึงมือคุณปราณ”

ปราณเงยหน้าขึ้นมองไปยังบันไดชั้นสองที่มุ่งสู่ห้องทำงานของคุณนายร้านทอง รอยยิ้มกว้างค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กรับจ้างสาว

เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่ขนม แต่มันคือนิสัยที่แท้จริงของผู้หญิงคนนี้ ก่อนหน้านี้ปราณเคยได้ยินมาจากปากของชาวบ้านแถววัดหลายรายว่า คุณนายมธุสรคนนี้สุดแสนจะใจดี ขี้สงสาร แถมยังชอบช่วยเหลือผู้อื่น

สงสัยงานนี้ ปราณคงต้องพิสูจน์คำกล่าวที่ว่านั้นด้วยตัวเธอเองซะแล้ว

“ฝากไปบอกคุณนายด้วยนะคะ...ว่าปราณชอบมาก แต่ขนมพวกนี้หวานสู้ใบหน้าสวย ๆ ของคุณนายไม่ได้หรอกค่ะ”

พูดจบปราณก็หอบหิ้วถุงขนมพะรุงพะรังเดินออกจากร้านไปด้วยท่าทางอารมณ์ดี ทิ้งให้บอดี้การ์ดชุดดำยืนมองตามด้วยสายตาแปลก ๆ

ส่วนที่ชั้นสอง หลังม่านลูกไม้สีนวล มธุสรที่แอบยืนมองอยู่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะจิ๊ปากแก้เขินเมื่อเห็นปราณชูถุงขนมขึ้นโบกไปมาทางหน้าต่าง แถมยังส่งยิ้มกว้างให้เธอปิดท้าย ก่อนจะขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจแล้วขับออกไป

จิ๊...ยัยเด็กคนนี้ ได้ใจใหญ่แล้วนะ

ปราณขับรถกลับไปยังบ้านเช่าหลังเล็กของเธอด้วยหัวใจพองโต แน่นอนว่าเธอชอบขนมที่คุณนายให้มา แต่ก็อดขำไม่ได้เมื่อคิดว่า

เจอกันครั้งแรก ของฝากคือขนมไทย

สมกับเป็นคุณนายผู้ใจบุญวัยสี่สิบหกจริง ๆ สงสัยหลังจากนี้คงอดกินพวกเบเกอรี มาการอง หรือขนมวัยรุ่นแล้วล่ะปราณ ทำใจไว้ล่วงหน้าเลย

บ่ายวันนั้น ณ บ้านสวนชานเมือง

บรรยากาศแดดร่มลมตก ทำให้บ้านสวนของมธุสรดูร่มรื่นกว่าที่คิด ปราณกำลังนั่งขลุกอยู่บนพื้นหญ้ากับลูกหมาสามสี่ตัวที่ดูสุขภาพดีเกินกว่าจะเป็นหมาจร (ซึ่งปราณเองก็แอบสงสัย) เธอวุ่นอยู่กับการเช็ดตัวและป้อนอาหารเม็ดเกรดพรีเมียมที่วางรออยู่แล้วอย่างดี

ส่วนทางด้านของมธุสรก็เฝ้ารอข้อความจากคนเด็กกว่าด้วยใจจดจ่อ เมื่อได้ยินเสียงเตือนข้อความ เธอก็รีบคว้ามือถือมากดดูทันที

แล้วก็คลี่ยิ้มมุมปากออกมาอย่างไม่รู้ตัว

[ปราณ : เด็กๆ กินอิ่มแล้ว นอนหลับปุ๋ยเลย ส่วนหนูก็กำลังจะละลายเพราะอากาศร้อนค่ะ แฮ่!]

ส่งรูปเซลฟีตัวเองทำหน้าทะเล้นคู่กับลูกหมา

มธุสรถึงกับหลุดยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ รอยยิ้มของปราณในรูปนั้นมันช่างดูสดใสและอบอุ่นจนเธออยากจะไปนั่งอยู่ตรงนั้นด้วย

แล้วความคิดของเธอก็ไวกว่าแสง มธุสรรีบต่อสายตรงหาบอดี้การ์ดของเธอทันที

“เข้ม...เตรียมรถ ฉันจะไปตรวจงานที่บ้านสวน”

“แต่คุณนายมีนัดคุยงานกับลูกค้าตอนบ่ายสามนะครับ”

“เลื่อนไป! บอกว่าฉันปวดหัวกะทันหัน อยากพักผ่อน” มธุสรสั่งเสียงเข้ม พลางรีบคว้ากระเป๋าถือเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น รถยุโรปคันหรูก็มาจอดที่หน้าบ้านสวน มธุสรก้าวลงจากรถด้วยชุดเดรสสีฟ้าอ่อนดูสบายตา เธอพยายามปรับสีหน้าให้ดูราบเรียบเหมือนเดิมเมื่อเห็นปราณวิ่งหน้าตั้งมาต้อนรับ

“อ้าวคุณน้า ไหนบอกว่ายุ่งไงคะ มาตรวจงานเร็วเกินคาดนะเนี่ย” ปราณทักทายพลางปาดเหงื่อบนหน้าผาก

“ฉัน...ฉันแค่ผ่านมาแถวนี้พอดี เลยแวะมาดูว่าเงินที่เสียไปมันคุ้มค่าไหม” มธุสรพูดพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะสะดุดที่ใบหน้าแดงก่ำของปราณเพราะความร้อน “โอ๊ย! ทำไมเธอหน้าแดงแบบนั้น แดดมันร้อนก็รู้จักหลบสิ ยัยเด็กบื้อ”

มธุสรหันไปหาบอดี้การ์ด “พี่เข้ม ไปเอาพัดลมเคลื่อนที่ในรถมา แล้วก็เอาน้ำส้มคั้นสดที่สั่งไว้มาให้เด็กนี่ด้วย”

ปราณยืนอึ้ง มองบอดี้การ์ดร่างยักษ์ที่รีบวิ่งไปยกพัดลมและกระติกน้ำแข็งมาวางให้เธอราวกับเธอเป็นแขกวีไอพี

“คุณน้าทำอะไรคะเนี่ย หนูหน้าแดงเพราะตากแดดมันเรื่องปกติค่ะ คุณน้าจะหอบพัดลมมาทำไมเนี่ย”

ปราณแอบเหวอเล็กน้อยกับการกระทำของมธุสร เธอรู้ว่าคุณนายเป็นคนใจดี แต่ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้

“ฉันแค่ไม่อยากให้คนงานของฉันเป็นลมตายในบ้านฉันเฉย ๆ” มธุสรสะบัดหน้าหนีแล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้ม้านั่งใต้ร่มไม้

ปราณหัวเราะเบา ๆ เดินตามไปนั่งลงบนพื้นหญ้าข้าง ๆ เก้าอี้ของมธุสร เธอหยิบน้ำส้มขึ้นมาดื่มพลางมองหน้าคุณนายที่แสร้งทำเป็นดูบรรยากาศรอบตัว

“คุณน้าใจดีอย่างที่เค้าบอกกันจริง ๆ ด้วย”

ปราณเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับแฝงความรู้สึกบางอย่างไว้ในนั้น

มธุสรชะงัก นิ้วที่กำลังเลื่อนหน้าจอแท็บเล็ตหยุดนิ่ง เธอเหลือบมองเด็กสาวที่นั่งยิ้มอยู่ข้างเท้าของเธอ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านใบไม้ลงมากระทบใบหน้าของปราณ ทำให้มธุสรรู้สึกว่าเรื่องราวหนัก ๆ ในใจที่เธอแบกมาตลอดชีวิต กลับเบาบางลงไป เพียงแค่ได้เห็นความสดใสตรงหน้า

แค่ได้อยู่กับเจ้าเด็กคนนี้...

“ปราณ...” มธุสรเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆ น้ำเสียงหวานนุ่มกว่าปกติ

“คะ?” ปราณเงยหน้ามองคนข้าง ๆ

“ทำไม...เธอถึงเลือกทำงานรับจ้างแบบนี้ล่ะ ทั้งที่เธอออกจะเก่ง น่าจะหางานที่สบายกว่านี้ได้”

ปราณเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยทะเล้นเปลี่ยนเป็นจริงจัง

“เหตุผลของหนูไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรหรอกค่ะ หนูแค่ชอบเห็นคนอื่นยิ้ม โดยเฉพาะคนที่โดดเดี่ยว หรือแม้แต่สัตว์ หนูว่ามันก็มีหัวใจเหมือนกัน ใคร ๆ ก็อยากได้รับการดูแลกันทั้งนั้น ไม่ว่าเราจะเก่งแค่ไหนก็ตาม”

ปราณเงยหน้าขึ้นสบตามธุสร “คุณน้าก็ด้วยนะคะ หนูอยากเห็นคุณน้ายิ้มบ่อย ๆ รอยยิ้มคุณน้าสวยมากเลย”

มธุสรนิ่งค้าง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เธอรีบยกพัดขึ้นมาปิดใบหน้าครึ่งล่างเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะกลั้นไว้ไม่อยู่

“พูดจาเลอะเทอะ! งานของเธอเสร็จรึยัง รีบไปจัดการเลย ล้างกรงให้สะอาดด้วย”

“แหม เขินแล้วรีบไล่เลยนะ แต่คุณน้าสวยจริง ๆ นะคะ”

“ปราณ!!”

เมื่อมธุสรแยกเขี้ยว ปราณก็รีบลุกทันที แล้วก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของคนเด็กกว่าที่สะท้อนไปทั้งบ้านสวน

มธุสรเองก็เผลอยิ้มตามอย่างไม่รู้ตัว บ้านหลังนี้เคยเงียบเหงา เงียบจนเธอแทบไม่อยากย่างกรายมาบ่อยนัก แต่เพียงเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่ปราณเข้ามาที่นี่ ทุกอย่างรอบตัวกลับดูสดใสขึ้นทันตา

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (5) 20 years later

    กาลเวลาคือสายน้ำที่ไม่เคยไหลย้อนกลับ แต่มันทำหน้าที่ขัดเกลาให้ความรักที่เคยร้อนแรงและเต็มไปด้วยการพิสูจน์ กลายเป็นความผูกพันที่นิ่งสงบและมั่นคงดั่งขุนเขายี่สิบปีผ่านไป...บ้านสวน ที่เคยเป็นเพียงที่พักใจในวันว่าง ตอนนี้ได้กลายเป็นบ้านหลังหลักที่บรรจุความทรงจำนับหมื่นแสนของคนสองคนไว้ ดอกเดซี่สีขาวบริสุทธิ์ยังคงเบ่งบานเต็มทุ่งหลังบ้าน เพราะมันได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้าของบ้านทั้งสองคนที่ผลัดกันรดน้ำพรวนดินมาตลอดสองทศวรรษปราณในวัย 46 ปี ตอนนี้ไม่ได้เป็นเพียงเด็กสาวร่างสูงโปร่งที่ชอบทำบุญและช่วยเหลือสัตว์อีกต่อไป ตอนนี้เธอคือผู้บริหารสาวมาดสุขุมผู้ดูแลร้านทองของมธุสร และประธานมูลนิธิเดซี่ช่วยเหลือสัตว์ ที่ขยายสาขาไปทั่วประเทศวันนี้ปราณสวมชุดสูทสีเข้มคัตติ้งเนี้ยบ ใบหน้าที่เคยสดใสถูกแต่งแต้มด้วยร่องรอยแห่งประสบการณ์และความมั่นใจ ทว่าเมื่อก้าวเท้าพ้นประตูรถตู้หรูที่แล่นเข้าสู่เขตบ้านสวน ท่าทางที่ดูเคร่งขรึมเหล่านั้นกลับละลายหายไปในทันที“พี่สรคะ...ปราณกลับมาแล้วค่ะ”เสียงเรียกนั้นยังคงสดใสไม่ต่างจากวันแรกที่เธอทักทายคุณนายมธุสร ปราณรีบเดินมุ่งหน้าไปยังระเบียงไม้หน้าบ้าน ที่ซึ่ง มธุสรในวั

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (4) ขอพรแดนไกล

    “พี่สรคะ...นี่มันเกินไปรึเปล่าคะ”ปราณยืนอ้าปากค้างอยู่หน้าทางเข้าพิเศษของอาคารผู้โดยสารส่วนบุคคล (Private Jet Terminal) ในเช้ามืดวันพฤหัสบดี เธออยู่ในชุดเดินทางที่ดูเรียบง่ายแต่ทะมัดทะแมง ผิดกับมธุสรที่ก้าวลงจากรถตู้หรูในชุดเดรสยาวผ้าไหมเนื้อละเอียดสีครีม สวมแว่นกันแดดแบรนด์เนม และมีพนักงานต้อนรับในชุดเครื่องแบบยืนรอรับกระเป๋าอยู่ถึงสี่คน“ไม่เกินไปหรอกค่ะเด็กดี พี่บอกแล้วไงว่าทริปนี้พี่จะพาหนูไปเปิดหูเปิดตา แล้วคนที่เป็นแฟนกับคุณนายมธุสร จะให้ไปเบียดกับใครบนเครื่องบินพาณิชย์ได้ยังไงกัน” มธุสรเอ่ยกลั้วหัวเราะพลางยื่นแขนให้เด็กสาวกุมปราณมองไปยังเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวลำเล็กที่จอดตระหง่านอยู่บนรันเวย์ส่วนตัว ตัวเครื่องสีขาวสะอาดตัดด้วยแถบสีทองอร่ามที่มีสัญลักษณ์เล็ก ๆ ของตระกูลมธุสรติดอยู่ นี่คือการให้ที่ปราณไม่เคยคาดคิดมาก่อน จากเด็กสาวที่เคยนั่งแต่รถทัวร์ไปทำบุญตามวัดต่างจังหวัด วันนี้เธอกำลังจะได้เหินฟ้าสู่ฮ่องกงด้วยเครื่องบินเหมาลำที่มีเพียงเธอและมธุสรเท่านั้นภายในเครื่องบินเจ็ตถูกตกแต่งราวกับห้องนั่งเล่นสุดหรูในโรงแรมห้าดาว เบาะหนังแท้ปรับนอนได้หนึ่งร้อยแปดสิบองศา พร้อมเชฟส่วนตัวท

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (3) กลัว

    ค่ำคืนที่บ้านสวนวันนี้เงียบสงบกว่าปกติ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดที่ขับขานสลับกับเสียงลมพัดใบไม้ไหว มธุสรนั่งทิ้งตัวอยู่ตรงระเบียงไม้หน้าบ้าน ในมือมีแก้วชาร้อนที่เริ่มจางความร้อนไปนานแล้ว สายตาของเธอเหม่อมองไปยังแปลงดอกเดซี่ที่ตอนนี้ดูพร่ามัวภายใต้แสงจันทร์แม้ภายนอกจะดูนิ่งสงบ แต่ภายในใจของมธุสรกลับกำลังเผชิญกับพายุลูกเล็ก ๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงเย็น เหตุการณ์ที่ร้านทองในวันนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวลูกค้ารุ่นราวคราวเดียวกับปราณคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายปราณที่แวะไปรับเธอที่ร้าน ทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอด้วยภาษาและหัวข้อที่มธุสรเข้าไม่ถึง เสียงหัวเราะที่ดูสดใสและเป็นธรรมชาติของปราณในตอนนั้น ทำให้มธุสรรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น คนนอกอย่างประหลาดความต่างของอายุที่เธอเคยบอกว่าไม่ใช่อุปสรรค ตอนนี้มันเริ่มกลับมาหลอกหลอนเธอในรูปแบบของความไม่มั่นใจ“พี่สรคะ มานั่งทำไมตรงนี้คนเดียวคะเนี่ย ยุงกัดหมดแล้วนะ”เสียงใส ๆ ของปราณดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่น ๆ ของผ้าห่มผืนบางที่ถูกนำมาคลุมลงบนไหล่ มธุสรสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ“พี่แค่อยากรับลมน่ะค่ะ ปราณล้างจานเสร็จแล้วเหรอคะ” มธุส

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (2) ขนมที่เคยขอ

    บรรยากาศยามบ่ายที่บ้านสวนวันนี้ดูจะวุ่นวายกว่าปกติเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่ความวุ่นวายจากเสียงเห่าของเจ้าสี่ขาหรือเสียงของคนงานที่มาเก็บผลไม้ในสวนหากแต่เป็นความวุ่นวายละเมียดละไมที่เกิดขึ้นภายในห้องครัวต่างหาก มธุสรในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมกำลังยืนอยู่หน้าหม้อทองเหลืองใบย่อม กลิ่นหอมหวานของถั่วเขียวเลาะเปลือกนึ่งสุกที่กำลังถูกกวนกับน้ำกะทิและน้ำตาลทรายควันฉุยไปทั่วบริเวณมธุสรใช้ไม้พายกวนถั่วอย่างใจเย็น เธอทำแบบนี้ซ้ำ ๆ มาเกือบชั่วโมงแล้ว เหงื่อเม็ดเล็กเกาะพราวอยู่ตามไรผม แต่ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มละไมอยู่ตลอดเวลา ภาพความทรงจำครั้งเก่าสมัยที่ทั้งคู่ยังอยู่ที่วัดป่าทางภาคใต้ ย้อนกลับมาในหัว“งั้นถ้ากลับไปกรุงเทพแล้ว ปราณขอชิมฝีมือของพี่หน่อยได้มั้ยคะ ถือเป็นรางวัลที่ปราณตามมาดูแลพี่ถึงที่นี่เลย...นะคะ น้า”“ฉันไม่รับปาก...เพราะฉันไม่ได้ขอร้องให้เธอตามมาที่นี่สักหน่อย เธออยากมาเอง ช่วยไม่ได้”วันนั้นมธุสรจำได้ว่าเธอแสร้งทำเป็นบอกปัดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ตามสไตล์คุณนายจอมหยิ่ง แต่ความจริงคือมธุสรจดบันทึกคำขอนั้นลงในใจเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วินาทีนั้น และรอคอยโอกาสที่จะได้ทำให้เด็กแสบชิมฝีมือเธออย่างจริ

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (1) ไม่มีงานแต่ง

    บ่ายวันเสาร์ที่ร้านทองของมธุสร บรรยากาศยังคงคึกคักไปด้วยลูกค้าที่แวะเวียนมาเลือกซื้อเครื่องประดับล้ำค่า แต่ภายในห้องรับรองส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยผนังบุกำมะหยี่สีแดงตัดกับขอบทองเหลืองอร่าม กลับมีความเงียบสงบที่ปกคลุมคนสองคนเอาไว้มธุสรในชุดสูทสีเบจดูภูมิฐานกำลังนั่งจิบชาสายตาเหม่อมองไปยังตู้กระจกที่โชว์คอลเลกชันแหวนเพชรน้ำงามที่สุดของร้าน“คนดีขา” มธุสรเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ขณะที่ปราณกำลังสนใจอยู่กับเจ้าสุนัขในแท็บเล็ตที่สถานพักพิงส่งรูปมาอัปเดต“คะที่รัก?” ปราณเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มตาหยีเหมือนทุกครั้ง“หนู...อยากแต่งงานมั้ยคะ?”คำถามที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้ปราณชะงักไปครู่หนึ่ง เธอวางแท็บเล็ตลงแล้วขยับเข้าไปใกล้คนรัก พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมสวยที่ตอนนี้ดูมีความกังวลปนคาดหวัง ปราณนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ“ถามจริงหรือถามเล่นคะเนี่ย?”“ตอบมาเถอะค่ะ” มธุสรยิ้มเอ็นดู“อืม...ปราณไม่เคยคิดเรื่องงานแต่งงานเลยค่ะพี่สร สำหรับปราณ พิธีรีตองพวกนั้นมันก็แค่ฉากหน้า ปราณไม่ได้ต้องการให้คนทั้งโลกมารับรู้หรือมาโห่ร้องยินดีในงานที่ต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อความหรูหราแค่ไม่

  • คุณนายมธุสร   บทที่ 30 รักก็คือรัก (จบ)

    ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองหลวง วัดป่าดาราภิรมย์ ยังคงเป็นพื้นที่สีเขียวที่ให้ความสงบทางใจอย่างประหลาด มธุสรดับเครื่องยนต์รถเก๋งสีดำที่หน้าซุ้มประตูวัดพลางมองออกไปข้างนอกด้วยหัวใจที่พองโต วันนี้เธอกลับมาที่นี่อีกครั้งในสถานะที่ต่างออกไปจากวันแรกโดยสิ้นเชิง ปราณเปิดประตูฝั่งข้างคนขับก้าวลงจากรถด้วยท่าทางที่ดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นในชุดเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เธอหันมายิ้มให้มธุสรพลางยื่นมือมาให้กุม“ไปค่ะพี่สร ไหว้พระทำบุญกัน”“ไปจ้ะ”ทั้งคู่เดินจูงมือกันเข้าไปในศาลาไม้หลังเดิมที่คุ้นเคยมธุสรและปราณเข้าไปกราบพระอาจารย์เจ้าอาวาส ท่านเงยหน้าขึ้นมองแล้วยิ้มอย่างเมตตา“ไม่แวะมานานเลยนะโยมสร เจ้าปราณก็ด้วย แล้วไปไงมาไงวันนี้ถึงได้มาด้วยกันล่ะ”มธุสรและปราณก้มกราบพระอาจารย์พร้อมกันสามครั้งด้วยกิริยาที่อ่อนน้อม ก่อนที่มธุสรจะเป็นฝ่ายขยับเข้าไปใกล้แล้วพนมมือพร้อมด้วยใบหน้าที่มีความสุขที่สุดเท่าที่พระอาจารย์เคยเห็นมา“ที่ผ่านมา สรต้องขอบพระคุณพระอาจารย์มากนะคะที่ช่วยเป็นที่พึ่งทางใจให้สรมาตลอด จนกระทั่งวันที่สรได้เจอเด็กคนนี้...” มธุสรเหลือบมองคนข้างกายด้วยแววตาซึ้งใจ“ตอนนี้สรกับปราณ เราสองคนตัดสินใจที่จ

  • คุณนายมธุสร   บทที่ 8 ข้างกัน

    บรรยากาศยามโพล้เพล้ ณ วัดป่าริมทะเลแห่งนี้ช่างดูเข้มขลังกว่าทุกวัน แสงสีส้มริบหรี่บริเวณขอบฟ้าค่อย ๆ จางหายไป แทนที่ด้วยสีน้ำเงินเข้มยามวิกาล เสียงคลื่นซัดกระทบฝั่งแว่วมาเป็นจังหวะหนักแน่นกว่าช่วงกลางวัน วันนี้ตรงกับวันพระใหญ่ ชาวบ้านนับสิบชีวิตต่างพร้อมใจกันสวมชุดขาวสะอาดตา ทยอยเดินขึ้นศาลาไม้เพื่

  • คุณนายมธุสร   บทที่ 7 แค่ไว้ใจ

    แสงแดดจัดจ้าในช่วงสายของภาคใต้แผ่รัศมีลงมายังลานวัดป่า กลิ่นอายทะเลจาง ๆ ผสมกับกลิ่นเครื่องเทศที่โชยมาจากโรงครัวทำให้บรรยากาศรอบตัวดูคึกคักเป็นพิเศษวันนี้เป็นวันพระ ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างพากันหิ้วปิ่นโตและถาดอาหารมาทำบุญที่วัดกันอย่างเนืองแน่น มธุสรในชุดขาวสะอาดตานั่งสำรวมอยู่บนศาลาไม้ มั่นคง

  • คุณนายมธุสร   บทที่ 6 หนีไม่พ้น

    มื้ออาหารค่ำที่ควรจะรื่นรมย์กลับเต็มไปด้วยความเงียบอันหนักอึ้ง มธุสรวางช้อนลงพลางมองจานอาหารที่แทบไม่ได้พร่องไปเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกสับสนที่ตีรวนอยู่ในอกทำให้เธอตัดสินใจเอ่ยปากในสิ่งที่เตรียมใจมาทั้งวัน“แม่คะ...สรมีเรื่องจะรบกวน”คุณหญิงรัศมีเงยหน้าจากจานสลัด เลิกคิ้วมองลูกสาวด้วยความสงสัย“มีอ

  • คุณนายมธุสร   บทที่ 5 ยิ่งหนียิ่งเจอ

    ตลอดชีวิตของมธุสร เธอเชื่อมาตลอดว่า ความเงียบสงบคือสิ่งเดียวที่เธอต้องการ ทว่าตอนนี้มันกลับกลายเป็นความอึดอัดที่แทรกอยู่ทุกขณะที่เธอหายใจเข้าออก พุท...โธ พุท...โธ พุท...โธ “โอ๊ย เด็กบ้า!!” ดวงตาคู่สวยเปิดกว้างในทันทีเมื่อการพยายามทำสมาธิไม่เป็นผล นับตั้งแต่เห

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status