เข้าสู่ระบบเจ้าหน้าที่พิเศษอย่างเขาตกบันไดตายระหว่างวิ่งไล่สุนัขตำรวจ รู้ตัวอีกทีก็ต้องมาแต่งงานกับผู้ชายที่ได้ชื่อว่าโหดร้ายที่สุดในอาณาจักร
ดูเพิ่มเติมكايدن درافن
لم أكن الشخص الذي كان يجب أن يقف أمام المذبح اليوم.
ولا الشخص الذي كان يجب أن يمدّ يده ليضع خاتمًا في إصبع امرأة لا أحبها.
لكنّي كنت هنا. واقفتنا أمام القس كانت أشبه بوقوف شخصين أمام حكم بالإعدام، وليس أمام بداية زواج.
“سيد كايدن، هل تقبل بالسيدة لارا ويلسون زوجة لك؟”
“أقبل.”
التفتت لارا نحوي من طرف عينها… كانت جميلة. بريئة. مذعورة. وكل هذا لم يغيّر شيئًا داخلي.
“سيدة لارا، هل تقبلين بالسيد كايدن زوجًا لك؟”
شهقت بخفوت قبل أن تقول: “أقبل.”
ابتسم الكاهن.
أما أنا لم أجد ما أبتسم لأجله.
“يمكنك تقبيل العروس.”
وضعتُ يدي على خصرها. كانت ترتجف.
وضعتُ الأخرى على عنقها لأجذبها نحوي.
قبلتُها… قبلة خالية من كل شيء.
|جزر المالديف — 12:24 منتصف الليل|
كنت أتنفس بصعوبة وأنا أنظر إلى المرأة الممددة على السرير.
بشرتها تحمل آثار أصابعي، شفتاها متورمتان، وجسدها منهك بسبب ما منحتني إياه برغبتها.
تركتها، ودخلت الحمام لأغسل عن جسدي رائحة الشهوة التي ارتكبتها بساعاتي الأولى كزوج جديد.
فتحت الباب وخرجت إلى الشرفة، أخرجت الكمان من حقيبتي، لم ألمسه منذ أسابيع. عدت إلى الشاطئ، حافي القدمين، رفعت الكمان على كتفي، وبمجرد أن كنت على وشك أن أعزف.
سمعتها.
صوت فتاة… تغني.
ملاك يمشي حافيًا على الرمال.
ثوب أبيض خفيف يكشف أكثر مما يستر.
توقفت على مسافة بسيطة مني.
نظرت إلي بخجل بريء…
وتلك اللحظة بالذات… شعرت بشيء لم أشعر به أمام أي امرأة.
الشعور الذي لم أشعر به أمام زوجتي. طفئتُ السيجارة وقذفتها بعيدًا. لم أستطع حرفيًا أن أزيح عيني عنها.
اقتربتُ خطوة… ثم خطوة أخرى.
التفتت نحوي بهدوء: “أهلاً.”
يا الله… صوتها.
قلت بصوت منخفض: “مرحبا.”
رفعت نظرها إلي ببراءة جعلت رغبتي تهتز وسألت بفضول: “لوحدك هنا؟”
ابتسمت: “لا، أنا مع خطيبي… لكنه نائم.”
خطيب.
شعرت بوخزة غريبة في صدري.
أعدت الكلمة بنبرة استنكار لطيفة: “نائم؟”
“نعم، لِمَ؟”
اقتربت قليلًا، وقلت: “من المفترض أن تكوني أنتِ النائمة، أليس كذلك؟”
لم تفهم في البداية… ثم احمر خدّاها بشدة.… كم كان ذلك مثيرًا.
قالت بتوتر: “لا… لا نحن… لم نفعل ذلك.”
أجمل شيء فيها كان هذا الخجل الطريء.
براءة لا تشبه أي امرأة رأيتها.
حين نظرتُ نحو عنقها، رأيت وشمًا رقيقًا قرب الترقوة: “الأميرة تارا.”
رأت الكمان في يدي: “هل… هل تجيد العزف؟”
أجبت بثقة: “نعم.”
ترددت… ثم قالتها: “هل… يمكنك أن تعزف لي؟”
أجل، كان بإمكاني.
ولم أكن لأرفض لها شيئًا.
رفعت الكمان، ضبطته على كتفي، وسألت: “أي لحن تريدينه؟”
قالت فورًا: “Carol of the Bells.”
همهمت… أغنية سهلة.
ثم بدأت.
حركت القوس بخفة فوق الأوتار، وترًا بعد وتر…
حين انتهيت، فتحت عينيها ببطء: “أنت… تعزف بشكل جميل جدًا.”
ابتسمتُ رغماً عني.ورفعتُ بصري إليها…
فوجدت عينيها متعلقين بي.
تلاقت أعيننا، وتحدثت أعيننا بلغة لا أفهمها لكنها اخترقتني.
كنت أرى جاذبيتي ترتسم في حدقتيها.
صفعة داخلية ضربت رأسي حين خطر اسم: لارا.... زوجتي التي تركتها نائمة في الداخل، جسدها يحمل آثار لمساتي وخطاياي.
نظرت إلى الفتاة أمامي… تراجعت خطوة.
أخفضت الكمان.
قالت الفتاة بخفوت:
“ما… ما بك؟”
رددت اسم زوجتي بصوت لا يكاد يُسمع، حينا رأيت الخاتم يلمع في يدي.
رفعت وجهها إلي تمامًا، وهنا فقط…أدركت أن كايدن القاسي أحب حقا، والمؤلم في ليلة زفافه عثر على امرأة يحبها.
شهر ونصف بعد إيطاليا.
جئت إلى إيطاليا بدعوة من إدواردو بلايكوود.
المرة الماضية هو من زار نيويورك، والآن حان دوري.
رغم اختلاف جنسياتنا، ورغم بعد المسافة… إلا أنّ الرجل أقرب إليّ من إخوتي الثلاثة.
وقفتُ أمام الباب الخشبي الضخم الذي يحمل اسمه.
مدّدت يدي لأطرق، لكن سكرتيرته وصلت قبل أن ألمس الباب.
"أخبريه أنه أنا كايدن درافن."
هزّت رأسها بسرعة.
"نعم، لكنه… بالداخل مع زوجته."
قلّبت عينيّ بملل.
بالطبع. إدواردو وزوجته…ثنائي لا يعرف الحدود.
أخرجت هاتفي واتصلت به.
تجاهل أول ثلاث رنّات، وهذا وحده كافٍ لإغضابي… لكنه أخيرًا رد.
"هل كان يجب أن أضيّع كل هذا الوقت في الخارج؟"
ضحك بلا خجل:
"كايدن… أنت تعلم ما تريده النساء."
"وأنت تعلم أنني لا أهتم."
فتح الباب بعد لحظات، وجهه المتورّد من الواضح أنه خرج من لحظة حميمية… لكنه احتفظ بوقاره قدر المستطاع.
"آسف على التأخير. كان يجب أن أقدّر وقتك."
"بالفعل… كان يجب."
وضع يده على ظهري، ودفعني للخروج.
ذهبنا لمقهى قريب، وطلبنا قهوة مُرّة.
سألني بنبرة ساخرة:
"كيف حال زوجتك الجديدة؟ وهل أعمالك ما زالت تسحقك؟"
تنهدت.. كان يعرف السبب يعرف ما ينتج عن زواج مرتب…
زواج بلا حب.
"لارا بخير. وعملي؟ مرهق كالعادة."
أنا محامي نيويورك الأول.. لا أخسر القضايا.
لكن الشيء الذي لا يعلمه الجميع… أنني خسرت نفسي كثيرًا في الطريق.
سألته:
"وأنت؟ تبدو شارداً منذ الصباح."
اختفت ابتسامته.
"عائلتي بخير بإستثناء ابنتي تارا"
"تعرضت لحادثة… أثرت عليها نفسيًا. جعلتها تخاف من الرجال. خضعت لعلاج لست سنوات…"
"لا بأس. ليس عليك أن تخبرني الآن."
رفع رأسه، ابتسم بتقدير.
ثم عرض عليّ أن أزوره مساءً في منزله.
في المساء
دخلنا المنزل محمّلين بالأكياس.
دفع الأكياس في يدي وقال:
"اذهب إلى غرفة الجلوس، سأبدّل ملابسي."
طبعًا… هو "لن يتأخر".
كلمته المعتادة التي أثبتت الحياة أنها كذبة.
دفعت باب غرفة الجلوس بقدمي، يداي مشغولتان بالأكياس…لكن ما رأيته جعلني أتوقف، بلا نفس، بلا حركة.
فتاة… مستلقية على بطنها، تشاهد فيلماً.
ترتدي قطعة وردية صغيرة… أقرب لخيطين.
رفعت رأسي، ألتقط أنفاسي، وأخفي ارتباكي غير المعتاد.
ثم أصدرت صوتًا خافتًا لأعلن وجودي.
شهقت، التفتت بسرعة، ووضعت وسادة على صدرها، وكأنها طفل خائف. لكنّني كنت أنا من فقد توازنه لوهلة…
لأسباب لم أفهمها.
مرتجفة… جميلة…وعفويتها خطيرة جدًا.
كانت عيناها أول ما صفعني. يا للعنة…إنها هي.
هي نفس الفتاة التي رأيتها على شاطئ المالديف ليلة زفافي.
تلك الفتاة التي ظلّت صورتها عالقة في ذهني
لكنها الآن.. أجمل، وأخطر.
"لا تنظر إلي…"
قالتها بصوت صغير، يرتجف.
تقدّمت ببطء، وضعت الأكياس على الطاولة، ثم التفت إليها.
"انظري إلي."
خفضت صوتي، جعلته أكثر دفئًا مما يجب:
"لن أفعل شيئًا. فقط… انظري إلي."
رفعت رأسها أخيرًا.
عيناها واسعتان…بريئتان…
تجعلانك ترتكب خطيئة فقط لأنك رأيتهما.
جلستُ أمامها على ركبتيّ، تاركًا مسافة محسوبة بدقة.
اقتربت يدي من يدها…ارتجفت.
لم أتوقف.
مررت أصابعي على أصابعها المرتعشة.
خفتُ من نفسي، لا منها... ارتخت قبضتها.
"هل ما زلتِ خائفة مني؟"
"نوعًا ما…"
قالتها بخجل…
لم تعجبني الإجابة، لكن صوتها عالق في حلقي منذ اللحظة الأولى.
"من أنتِ؟"
رفعت حاجبًا عندما ردّت بخجل:
"أليس من المفترض أن أسألك أنا هذا؟… أيها العم."
"أنا كايدن دراڤـن صديق إدوارد بلايكود."
"وأنا… تارا بلايكوود."
ابتسمت، ضحكت بخفة.
ونسيت أنها شبه عارية أمام رجل غريب.
"تارا…؟ أنا صديق والدك المقرب."
تارا.
ابنة صديقي.
الطفلة التي كانت تركض في حدائق هذا المنزل قبل عشر سنوات.
ولم تعرفني.
ولم تتذكر تلك الليلة، بينما أنا…لم أنسَ حتى طريقة وقوفها قرب الماء.زاللحظة التي جعلتني أتوقف عن التنفس.
هذه ابنة الرجل الذي حارب إلى جانبي في أصعب سنواتي.
ابنة الصديق الذي أهداني ولائه دون سؤال.
والآن…
اللعنة تجري في دمي لأنني رأيتها امرأة، وليس مجرد امرأة…بل امرأة جميلة بما يكفي لإسقاط حروقي كلها.
رفعت نظرها إليّ مرة أخرى.
ابتسمت.ابتسامة بريئة… نظيفة…قاتلة.
وقالت بصوت جميل يصمت الضجيج داخلي:
"تشرفنا، سيد دراڤن."
تجاهلتُ الرعشة التي مرت في ظهري.
تجاهلتُ رغبة غبيّة بأن أقول لها.. "لقد تقابلنا من قبل."
บทที่ 4สนามฝึกซ้อมของเหล่าพลทหาร“ท่านโนเอล! พยายามเข้า!!”“อึก... สี่สิบห้า... สี่สิบหก... สี่สิบเก้า”“สี่สิบเจ็ดต่างหากเพคะ”“อืม... สี่สิบเจ็ด... สี่สิบแปด... สี่สิบเก้า…”“สี่สิบ!!”“สี่สิบ... ส... สี่สิบเอ็ด... เดี๋ยวนะ... โอ๊ย” โนเอลนอนแผ่อยู่กับพื้น ขณะที่ร่างกายส่วนบนเปลือยเปล่า ไร้สิ่งใดคลุม“เธอแกล้งฉันเหรอ?” โนเอลถามด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก“เปล่านะเพคะ หม่อมฉันเพียงบอกกล่าวจำนวนตามจริง”“เฮ้อ...” โนเอลถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เลวี่ชอบแกล้งเขาอยู่เป็นประจำนับจากเหตุการณ์ที่เขาเสียชีวิตจากชาติก่อน แล้วมาเกิดใหม่ในร่างของโนเอล มันก็ผ่านมาราว ๆ หนึ่งเดือนเต็มโชคยังดีที่ระหว่างนั้นไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นแน่นอนว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ชายหนุ่มไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด เขาใช้เวลาส่วนมากอยู่กับการเรียนรู้วัฒนธรรม เรียนรู้ศาสตร์เวท และการต่อสู้โดยมีเลวี่เป็นคู่มือคราแรกเขาคิดว่าเธอจะเป็นสาวใช้ธรรมดา แต่ฝีมือที่แท้จริงกลับแข็งแกร่งมาก แม้จะน้อยกว่าเดวิก็ตามเธอคอยเป็นอาจารย์สอนและคู่ประลองให้ จนเริ่มปรับตัวเข้ากับโลกใหม่ได้อย่างราบรื่น กระทั่งหลังออกกำลังกายเสร็จ โนเอลก็ยังต้อง
บทที่ 3อาณาจักรไม่รู้ร้อนเถาวัลย์พาดตามไม้สูงระโยงระยาง พืชมากสี พรรณไม้ต่างพันธ์ุมองดูชวนรู้สึกแปลกตา ทั่วทั้งผืนป่าถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนาภูมิอากาศหนาวเหน็บจนทั่วตัวสั่นไหว แม้กระทั่งน้ำจากทะเลหากได้ไหลผ่านที่นี่แล้วต่างก็กลายเป็นทะเลน้ำแข็งไปเสียหมด สภาพแวดล้อมช่างดูปั่นป่วนน่าประหลาดนี่คือป่าแถวล่างเขา อันเป็นจุดหมายหลังวาร์ปจากดาเลียมายังอัชลิงอัชลิงถูกเล่าขานกันโดยทั่วถึงเรื่องความเย็นยะเยือก ครั้นเมื่อสมัยราชินีวิโอล่ายังคงอยู่ สภาพอากาศสามารถแปรเปลี่ยนไปตามการควบคุมด้วยพลังของพระองค์เอง แต่หลังสิ้นพระชนม์ ชาวอัชลิงก็ไม่เคยได้สัมผัสถึงความอบอุ่นอีกเลยกระทั่งถนนหนทางบางสายก็ยังมีน้ำแข็งประดับ หรือถูกใช้แทนไม้กั้นเนื่องด้วยความพิเศษบางประการ หากน้ำแข็งถูกปั้นแต่งโดยนักเวทของทางราชวงศ์ ก็จะไม่มีทางละลายได้โดยง่าย และสะพานของที่นี่เองก็ยังถูกปั้นแต่งโดยนักเวท‘มันจะแตกไหมเนี่ย?’ โนเอลหวาดหวั่นในใจ ขบวนรถม้ามีน้ำหนักไม่น้อย เกรงว่าผ่านไปไม่ถึงครึ่ง มันจะแตกเอาเสียก่อนขบวนรถม้าขนาดเล็กค่อย ๆ ข้ามผ่านสะพานเคลือบเงากลางป่าใหญ่ เสียงล้อรถดังเอี๊ยดอ๊าดทำเอาสัตว์น้อยใหญ่ต่างพากันคอย
บทที่ 2ภัยร้ายกำลังคืบคลานเหมันต์ซึ่งปัจจุบันอยู่ในร่างของโนเอล หลังจากออกมาจากคฤหาสน์ เขายังคงเดินต่อไปเรื่อย ๆ ไปตามทางเดินที่สาวใช้กำหนดไว้ให้ ก่อนจะหยุดฝีเท้าลงเมื่ออยู่ต่อหน้าหน้าใครบางคนเขาโค้งคำนับ แล้วเริ่มกล่าว“ข้ามีนามว่าเดวิ เป็นองครักษ์ส่วนตัวขององค์ชาย ยินดีที่ได้พบขอรับ” ทางฝ่ายนั้นเริ่มแนะนำตัวก่อน ทางด้านหลังของเขามีรถม้าแกะสลัก สีขาวเงาวับอยู่สองถึงสามคัน มาพร้อมกับเหล่าทหารของราชวงศ์อีกราว ๆ ห้าสิบคนชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มเปรียบดั่งเมล็ดกาแฟค่อย ๆ คุกเข่าลง ก่อนจะประทับริมฝีปากที่หลังมือของโนเอลเพื่อแสดงถึงการให้เกียรติและยกย่องโนเอลไม่คุ้นชินกับวัฒนธรรมของที่นี่จนเผลอทำหน้าเหยเกออกมาอย่างไม่ตั้งใจ พอรู้ตัวก็รีบเก็บสีหน้าทันทีพอเดวิลุกขึ้น ก็รับรู้ได้เลยว่าอีกฝ่ายมีขนาดตัวแตกต่างจากเขามากเพียงใด รูปร่างสูงโปร่งพร้อมกับร่างกายกำยำ ยิ่งเทียบกับทหารคนอื่น ๆ แล้วก็ดูแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงต่อให้เจ้าตัวจะไม่แนะนำว่าตนเป็นใคร โนเอลก็สามารถรับรู้ได้ว่าคนคนนี้ไม่มีทางเป็นเพียงลิ่วล้ออย่างแน่นอน“ผมทราบแล้วขอรับ... เอ้ย ข้าทราบแล้ว แล้วก็อยากรู้เรื่องอะไรนิดหน่อย ช่วยรบก
บทที่ 1ใครอีกคนราวกับความเจ็บปวดหายเป็นปลิดทิ้ง สองตาเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะเริ่มใช้มือลูบไปยังท้ายทอย แม้ส่วนหัวควรจะขาดออกจากร่างไปแล้ว ทว่าตอนนี้กลับไม่มีรอยแผลหรือแม้แต่เลือดสักหยดเหมันต์เริ่มสังเกตรอบกายตนด้วยความว้าวุ่นใจ ก่อนจะรู้สึกเจ็บจี๊ดที่สมองราวกับถูกไฟฟ้าช็อตภาพความทรงจำประหลาดจำนวนนับไม่ถ้วนเริ่มไหลเข้ามาในหัว ใบหน้าของผู้คนซึ่งดูไม่คุ้นหน้ามากมายถูกบันทึกไว้ภายในสมอง รวมถึงเรื่องราว เหตุการณ์ หรือแม้กระทั่งหนังสือและอักขระแปลกตาทุกอย่างที่เกิดขึ้น ตัวเขารับรู้ถึงมัน เสมือนกับได้เกิดขึ้นจริงกับตนเจ็บปวด ท้อแท้ สิ้นหวัง เสียใจ ปวดร้าว ทุกสิ่งถาโถมเข้ามาภายในตัวเขาจนแทบชา ก่อนทุกอย่างจะจบลงด้วยภาพที่เขาเคยเห็นก่อนหน้า ชายที่ถูกใครบางคนเรียกว่าโนเอล ถูกศัตรูปลิดชีพด้วยการลงดาบเพียงครั้งเดียวทั้งที่ให้ความรู้สึกคล้ายกับถูกดูดไปยังอีกโลกหนึ่ง เวลาในความทรงจำช่างแสนยาวนาน ราวกับได้สัมผัสชีวิตใหม่แต่นาฬิกาทรายข้างเตียงยังคงไหลลงอีกด้านได้เพียงน้อยนิด ทำให้ทราบว่าเวลาแห่งโลกความเป็นจริงกลับผ่านไปไม่กี่นาที“อะไรกัน... เนี่ย... แล้วฉันอยู่ที่ไหนกัน” เหมันต์กวาดสายตาไป
บทนำประสบการณ์เสมือนจริงร่างกายล่องลอย มองไม่เห็นแม้กระทั่งแสงสว่าง ข้อสงสัยที่คนมักจะถามกันเองอยู่บ่อย ๆ ว่าตายแล้วไปไหน เป็นสิ่งเดียวที่วกวนเข้ามาภายในโสตประสาทขณะนี้เหมันต์วัยยี่สิบหกปี เจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ ตายอย่างมีเกียรติระหว่างทำภารกิจทว่าเขาไม่ได้โดนลูกปืนฝังหรือโดนมีด





