로그인เจ้าหน้าที่พิเศษอย่างเขาตกบันไดตายระหว่างวิ่งไล่สุนัขตำรวจ รู้ตัวอีกทีก็ต้องมาแต่งงานกับผู้ชายที่ได้ชื่อว่าโหดร้ายที่สุดในอาณาจักร
더 보기Hujan turun deras malam itu. Lampu jalan memantulkan cahaya kekuningan di aspal basah, membentuk bayangan-bayangan panjang yang tampak hidup. Di lantai 17 sebuah apartemen mewah, Alex Reynard duduk di depan jendela lebar, menatap kota yang tak pernah tidur dengan tatapan kosong. Cangkir kopi di tangannya sudah dingin sejak satu jam lalu.
Ponselnya terus berbunyi—email dari investor yang kecewa, pesan dari tim manajemen yang meminta keputusan, hingga panggilan tak terjawab dari ibunya. Semua diabaikan. Perusahaan startup-nya, Nexotech, berada di ujung tanduk. Setelah tiga tahun bekerja siang-malam, menggali ide-ide brilian, membangun tim, membakar tabungan… hasilnya hanya utang dan keputusasaan. "Aku sudah melakukan segalanya,” gumam Alex lirih, lebih pada dirinya sendiri. Tepat pukul 00:00, listrik di apartemen itu tiba-tiba mati. Gelap. Hanya suara hujan yang terdengar, dan sesekali kilat menyambar langit. Lalu, terdengar ketukan di pintu. Satu... dua... tiga kali. Lembut, tapi ritmenya aneh. Seolah sudah ditentukan sebelumnya. Alex ragu, tapi rasa penasaran menuntunnya untuk membuka pintu. Di depan sana berdiri seorang pria tinggi dengan setelan jas hitam elegan dan senyum tenang—terlalu tenang. “Selamat malam, Tuan Reynard,” ucapnya. Suaranya dalam dan halus, seperti sutra yang diseret di atas kaca. “Bolehkah saya masuk? Saya datang membawa tawaran.” Alex menatapnya curiga. “Siapa kau?” Pria itu tersenyum. “Namaku Dante. Dan aku tahu kau sedang berada di ujung tali. Satu tarikan napas lagi, dan semuanya jatuh.” Darah Alex membeku. “Aku tak menjual apapun,” lanjut Dante. “Tapi aku menawarkan... kemungkinan.” Sebelum Alex bisa menutup pintu, Dante sudah ada di dalam. Seolah waktu melompat. Ia duduk santai di sofa, membuka map kulit hitam dan mengeluarkan selembar kertas bersimbol aneh. “Kontrak ini sederhana. Tandatangani, dan dalam waktu tujuh hari, hidupmu akan berubah. Kekuasaan, kejayaan, uang—semua akan datang. Tapi sebagai gantinya, kau menyerahkan... sesuatu.” Alex menatap kontrak itu. Tulisan-tulisannya seperti bergoyang, seakan hidup. Nafasnya tercekat. “Apa yang harus aku serahkan?” Dante tersenyum. “Itu akan terlihat nanti. Tapi percayalah, kau tak akan menyesalinya... pada awalnya.” Lalu Dante berdiri, menyodorkan pulpen hitam panjang dengan ukiran tengkorak di ujungnya. “Waktu hanya sebentar, Tuan Reynard. Tawaran ini... tidak datang dua kali.” Dan di tengah kegelapan dan badai malam, dengan tangan bergetar dan pikiran kacau, Alex Reynard menandatangani kontrak itu. Tanpa sadar... ia baru saja menjual nasibnya sendiri. Pagi itu, Alex bangun lebih awal dari biasanya. Aneh, mengingat malam sebelumnya ia hanya tidur tiga jam setelah menandatangani kontrak aneh itu. Tapi tubuhnya terasa segar, dan kepalanya lebih jernih dari sebelumnya. Ia berjalan ke dapur, dan yang pertama menarik perhatiannya adalah... ponselnya. Puluhan notifikasi masuk. Bukan keluhan, bukan tekanan. Tapi kabar baik. “Investor utama menyetujui dana tambahan.” “Proyek yang sempat ditolak disetujui oleh pemerintah.” “Nama Nexotech masuk dalam daftar startup potensial 2025 oleh majalah bisnis nasional.” Alex nyaris tak bisa mempercayai matanya. Tangannya gemetar saat menggulir layar. Satu per satu pesan masuk dari orang-orang yang biasanya hanya mendiamkannya—kini memujinya, mengajaknya bertemu, bahkan menawarkan kolaborasi besar. Dia tertawa kecil, gugup. “Gila. Ini nggak mungkin. Ini... terlalu cepat.” Tapi semuanya nyata. Ketika ia keluar apartemen, petugas keamanan menyapanya dengan ramah dan bahkan memuji jam tangan yang dipakainya—padahal itu hadiah dari perusahaan yang ia lupakan. Di jalan, taksi yang biasanya sulit didapat langsung berhenti tanpa ia acungkan tangan. Saat makan siang, seorang CEO yang pernah menghina ide bisnisnya kini duduk di meja yang sama, menawarkan kemitraan eksklusif. Alex merasa berada dalam mimpi. Namun, di tengah semua keberuntungan itu... ada sesuatu yang terasa janggal. Seorang pengemis tua yang duduk di dekat stasiun sempat menatapnya lama—terlalu lama. Matanya kosong, tapi mulutnya bergerak, seperti menggumamkan sesuatu. Saat Alex menoleh, pria itu sudah menghilang. Di tempat lain, layar televisi di kafe yang ia lewati tiba-tiba menampilkan berita kecelakaan beruntun. Salah satu mobil di gambar itu... tampak persis seperti milik mantan co-founder-nya yang pernah mengkhianatinya. Alex mengabaikannya. “Kebetulan,” pikirnya. Namun, ketika malam tiba dan ia kembali ke apartemen, ia menemukan sesuatu di mejanya—map hitam dengan simbol yang sama seperti semalam. Tak ada yang masuk ke apartemen itu. Tak ada tanda pintu dibobol. Tapi map itu ada di sana. Di dalamnya: selembar kertas baru. Isinya hanya satu kalimat: “Satu sudah dibayar. Enam lagi tersisa.” Alex membeku. Apa maksudnya? Enam apa? Dan kenapa... perasaan tak nyaman mulai tumbuh di dadanya?บทที่ 4สนามฝึกซ้อมของเหล่าพลทหาร“ท่านโนเอล! พยายามเข้า!!”“อึก... สี่สิบห้า... สี่สิบหก... สี่สิบเก้า”“สี่สิบเจ็ดต่างหากเพคะ”“อืม... สี่สิบเจ็ด... สี่สิบแปด... สี่สิบเก้า…”“สี่สิบ!!”“สี่สิบ... ส... สี่สิบเอ็ด... เดี๋ยวนะ... โอ๊ย” โนเอลนอนแผ่อยู่กับพื้น ขณะที่ร่างกายส่วนบนเปลือยเปล่า ไร้สิ่งใดคลุม“เธอแกล้งฉันเหรอ?” โนเอลถามด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก“เปล่านะเพคะ หม่อมฉันเพียงบอกกล่าวจำนวนตามจริง”“เฮ้อ...” โนเอลถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เลวี่ชอบแกล้งเขาอยู่เป็นประจำนับจากเหตุการณ์ที่เขาเสียชีวิตจากชาติก่อน แล้วมาเกิดใหม่ในร่างของโนเอล มันก็ผ่านมาราว ๆ หนึ่งเดือนเต็มโชคยังดีที่ระหว่างนั้นไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นแน่นอนว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ชายหนุ่มไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด เขาใช้เวลาส่วนมากอยู่กับการเรียนรู้วัฒนธรรม เรียนรู้ศาสตร์เวท และการต่อสู้โดยมีเลวี่เป็นคู่มือคราแรกเขาคิดว่าเธอจะเป็นสาวใช้ธรรมดา แต่ฝีมือที่แท้จริงกลับแข็งแกร่งมาก แม้จะน้อยกว่าเดวิก็ตามเธอคอยเป็นอาจารย์สอนและคู่ประลองให้ จนเริ่มปรับตัวเข้ากับโลกใหม่ได้อย่างราบรื่น กระทั่งหลังออกกำลังกายเสร็จ โนเอลก็ยังต้อง
บทที่ 3อาณาจักรไม่รู้ร้อนเถาวัลย์พาดตามไม้สูงระโยงระยาง พืชมากสี พรรณไม้ต่างพันธ์ุมองดูชวนรู้สึกแปลกตา ทั่วทั้งผืนป่าถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนาภูมิอากาศหนาวเหน็บจนทั่วตัวสั่นไหว แม้กระทั่งน้ำจากทะเลหากได้ไหลผ่านที่นี่แล้วต่างก็กลายเป็นทะเลน้ำแข็งไปเสียหมด สภาพแวดล้อมช่างดูปั่นป่วนน่าประหลาดนี่คือป่าแถวล่างเขา อันเป็นจุดหมายหลังวาร์ปจากดาเลียมายังอัชลิงอัชลิงถูกเล่าขานกันโดยทั่วถึงเรื่องความเย็นยะเยือก ครั้นเมื่อสมัยราชินีวิโอล่ายังคงอยู่ สภาพอากาศสามารถแปรเปลี่ยนไปตามการควบคุมด้วยพลังของพระองค์เอง แต่หลังสิ้นพระชนม์ ชาวอัชลิงก็ไม่เคยได้สัมผัสถึงความอบอุ่นอีกเลยกระทั่งถนนหนทางบางสายก็ยังมีน้ำแข็งประดับ หรือถูกใช้แทนไม้กั้นเนื่องด้วยความพิเศษบางประการ หากน้ำแข็งถูกปั้นแต่งโดยนักเวทของทางราชวงศ์ ก็จะไม่มีทางละลายได้โดยง่าย และสะพานของที่นี่เองก็ยังถูกปั้นแต่งโดยนักเวท‘มันจะแตกไหมเนี่ย?’ โนเอลหวาดหวั่นในใจ ขบวนรถม้ามีน้ำหนักไม่น้อย เกรงว่าผ่านไปไม่ถึงครึ่ง มันจะแตกเอาเสียก่อนขบวนรถม้าขนาดเล็กค่อย ๆ ข้ามผ่านสะพานเคลือบเงากลางป่าใหญ่ เสียงล้อรถดังเอี๊ยดอ๊าดทำเอาสัตว์น้อยใหญ่ต่างพากันคอย
บทที่ 2ภัยร้ายกำลังคืบคลานเหมันต์ซึ่งปัจจุบันอยู่ในร่างของโนเอล หลังจากออกมาจากคฤหาสน์ เขายังคงเดินต่อไปเรื่อย ๆ ไปตามทางเดินที่สาวใช้กำหนดไว้ให้ ก่อนจะหยุดฝีเท้าลงเมื่ออยู่ต่อหน้าหน้าใครบางคนเขาโค้งคำนับ แล้วเริ่มกล่าว“ข้ามีนามว่าเดวิ เป็นองครักษ์ส่วนตัวขององค์ชาย ยินดีที่ได้พบขอรับ” ทางฝ่ายนั้นเริ่มแนะนำตัวก่อน ทางด้านหลังของเขามีรถม้าแกะสลัก สีขาวเงาวับอยู่สองถึงสามคัน มาพร้อมกับเหล่าทหารของราชวงศ์อีกราว ๆ ห้าสิบคนชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มเปรียบดั่งเมล็ดกาแฟค่อย ๆ คุกเข่าลง ก่อนจะประทับริมฝีปากที่หลังมือของโนเอลเพื่อแสดงถึงการให้เกียรติและยกย่องโนเอลไม่คุ้นชินกับวัฒนธรรมของที่นี่จนเผลอทำหน้าเหยเกออกมาอย่างไม่ตั้งใจ พอรู้ตัวก็รีบเก็บสีหน้าทันทีพอเดวิลุกขึ้น ก็รับรู้ได้เลยว่าอีกฝ่ายมีขนาดตัวแตกต่างจากเขามากเพียงใด รูปร่างสูงโปร่งพร้อมกับร่างกายกำยำ ยิ่งเทียบกับทหารคนอื่น ๆ แล้วก็ดูแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงต่อให้เจ้าตัวจะไม่แนะนำว่าตนเป็นใคร โนเอลก็สามารถรับรู้ได้ว่าคนคนนี้ไม่มีทางเป็นเพียงลิ่วล้ออย่างแน่นอน“ผมทราบแล้วขอรับ... เอ้ย ข้าทราบแล้ว แล้วก็อยากรู้เรื่องอะไรนิดหน่อย ช่วยรบก
บทที่ 1ใครอีกคนราวกับความเจ็บปวดหายเป็นปลิดทิ้ง สองตาเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะเริ่มใช้มือลูบไปยังท้ายทอย แม้ส่วนหัวควรจะขาดออกจากร่างไปแล้ว ทว่าตอนนี้กลับไม่มีรอยแผลหรือแม้แต่เลือดสักหยดเหมันต์เริ่มสังเกตรอบกายตนด้วยความว้าวุ่นใจ ก่อนจะรู้สึกเจ็บจี๊ดที่สมองราวกับถูกไฟฟ้าช็อตภาพความทรงจำประหลาดจำนวนนับไม่ถ้วนเริ่มไหลเข้ามาในหัว ใบหน้าของผู้คนซึ่งดูไม่คุ้นหน้ามากมายถูกบันทึกไว้ภายในสมอง รวมถึงเรื่องราว เหตุการณ์ หรือแม้กระทั่งหนังสือและอักขระแปลกตาทุกอย่างที่เกิดขึ้น ตัวเขารับรู้ถึงมัน เสมือนกับได้เกิดขึ้นจริงกับตนเจ็บปวด ท้อแท้ สิ้นหวัง เสียใจ ปวดร้าว ทุกสิ่งถาโถมเข้ามาภายในตัวเขาจนแทบชา ก่อนทุกอย่างจะจบลงด้วยภาพที่เขาเคยเห็นก่อนหน้า ชายที่ถูกใครบางคนเรียกว่าโนเอล ถูกศัตรูปลิดชีพด้วยการลงดาบเพียงครั้งเดียวทั้งที่ให้ความรู้สึกคล้ายกับถูกดูดไปยังอีกโลกหนึ่ง เวลาในความทรงจำช่างแสนยาวนาน ราวกับได้สัมผัสชีวิตใหม่แต่นาฬิกาทรายข้างเตียงยังคงไหลลงอีกด้านได้เพียงน้อยนิด ทำให้ทราบว่าเวลาแห่งโลกความเป็นจริงกลับผ่านไปไม่กี่นาที“อะไรกัน... เนี่ย... แล้วฉันอยู่ที่ไหนกัน” เหมันต์กวาดสายตาไป
บทนำประสบการณ์เสมือนจริงร่างกายล่องลอย มองไม่เห็นแม้กระทั่งแสงสว่าง ข้อสงสัยที่คนมักจะถามกันเองอยู่บ่อย ๆ ว่าตายแล้วไปไหน เป็นสิ่งเดียวที่วกวนเข้ามาภายในโสตประสาทขณะนี้เหมันต์วัยยี่สิบหกปี เจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ ตายอย่างมีเกียรติระหว่างทำภารกิจทว่าเขาไม่ได้โดนลูกปืนฝังหรือโดนมีด