เข้าสู่ระบบเรื่องมันเริ่มมาจาก...หนึ่งปีกว่าที่แล้ว
ท่าเรือประจำเกาะมันตรา
ปิ่นมุกในวัยสิบเจ็ดปีกำลังเรียนมัธยมปลายชั้นปีที่หก วันนั้นเธอลงจากเรือข้ามฟากประจำเกาะแล้วก็เร่งรีบวิ่งขึ้นรถโดยสารในตอนเช้าเหมือนทุก ๆ วัน กระเป๋านักเรียนใบใหญ่แกว่งไปมา และหนังสือบางเล่มหลุดร่วงลงพื้นโดยไม่รู้ตัว
“น้องครับ หนังสือหล่น”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง ดวงตากลมโตหันไปมองและเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับครึ่งแขนคู่กับกางเกงสแล็กสีเทาดูสะอาดตา ใบหน้าหล่อเหลามีรอยยิ้มบาง ๆ ทำให้ปิ่นมุกเผลอมองหยุดนิ่ง มือของเขากำลังหยิบหนังสือของเธอขึ้นมาให้ ในมืออีกข้างมีโทรศัพท์ที่กำลังง่วนกับการโทรหาใครสักคน
“เอ่อ ขอบคุณค่ะ” เด็กสาวในชุดนักเรียนพูดตะกุกตะกักยื่นมือไปรับหนังสือมาอย่างประหม่า
“รถมาแล้วรีบขึ้นรถเถอะ” แม้ประโยคที่พูดออกมาจะไม่กี่คำ แต่เธอกลับจำน้ำเสียงนั้นได้ไม่เคยลืม
ปิ่นมุกพยักหน้าหงึก ๆ แล้วรีบก้าวขึ้นรถโดยมีเขาก้าวขึ้นตามมา บนรถสองแถวเก่า ๆ มีผู้โดยสารเพียงไม่กี่คน เขาหย่อนตัวลงนั่งตรงข้ามพร้อมทั้งคุยโทรศัพท์ไปด้วย
"รถเสียจอดอยู่ในลานจอดท่าเรือมันตรา แค่หารถเช่าดี ๆ สักคัน งานง่าย ๆ แทบไม่ต้องใช้สมองยังทำกันไม่ได้"
ตลอดการเดินทางปิ่นมุกนั่งตัวแข็งทื่อ เธอพยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองชายหนุ่มตรงข้าม ครั้งแล้วครั้งเล่า น้ำเสียงเวลาที่เขาพูดกับปลายสายฟังดูน่ากลัวกว่าตอนที่พูดกับเธอ อาจจะเพราะความหงุดหงิดเรื่องรถ
ดูท่าทางเขาก็ไม่ใช่คนแถวนี้ ขณะที่คุยโทรศัพท์สายตาของเขาก็สอดส่ายมองหาสถานที่ตามที่ปลายสายบอก
"รถเช่าคันใหม่จะมากี่โมง ผมนั่งรถโดยสารเข้าเมืองมาแล้ว วันนี้ช่วงเย็นผมมีนัดสำคัญ ถ้าผมตกเครื่องผมเอาเรื่องพวกคุณแน่"
(...)
"หน้าโรงแรมสีครามใช่ไหม"
พลันสายตาของเขาก็มองเห็นป้ายโรงแรมที่นัดกับปลายสายพอดี ปิ่นมุกไม่ได้เสียมารยาทแอบฟังแต่เขาคุยเสียงดังพอสมควร เธอจึงอาสาลุกขึ้นไปกดกริ่งให้
เจ้าของร่างสูงหันมายิ้มให้เธอเล็กน้อยก่อนจะเดินลงจากรถไปทั้งที่ยังคุยโทรศัพท์อยู่ แล้วเดินอ้อมไปหน้ารถเพื่อจ่ายค่าโดยสาร
"สองคนครับ น้องคนนั้นด้วยที่ใส่ชุดนักเรียน"
เขาชี้มาที่เธอแล้วก็รับเงินทอนมายัดใส่กระเป๋าเดินออกไปโดยไม่ได้สนใจเธออีกเลย การนั่งอยู่ใกล้ ๆ เขาทำให้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ ผิวหน้ารู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด ความรู้สึกแปลกประหลาดพวกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มันคือความสุขหรือเปล่านะ เพราะมันทำให้เธอยิ้มได้
ทั้งน้ำเสียงทั้งใบหน้าของเขาปิ่นมุกจำได้ทั้งหมด แม้กระทั่งกลิ่นตัวหอม ๆ ผสมเหงื่อในตอนนั้น เขาไม่ได้หันมามองเธอสักนิด แต่กลับกลายเป็นเธอเองที่มองเขาจนสุดสายตา
ผ่านมาแล้วหลายเดือนจนกระทั่งได้พบเขาอีกครั้งที่รีสอร์ตของคุณธีร์ จึงได้รู้ว่าพี่คนนั้นชื่อเขื่อนเป็นหลานชายของคุณธีร์เพิ่งจบกลับมาเมืองนอกและทำธุรกิจอยู่กรุงเทพ
"เขาคือรักแรกของเธอ"
และแล้ววันที่เป็นจุดพลิกผันของทุกอย่างก็มาถึง เมื่อปิ่นมุกได้เจอกับคนที่ไม่ควรจะเจอ
"นิรณา" แฟนสาวของผู้ชายที่เธอตกหลุมรักจนหมดหัวใจ
เรือข้ามฟากของเกาะมันตราค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากฝั่งมุ่งหน้ายังไปยังเกาะสวยเหมือนอยู่ในสวรรค์ โดยมี "คุณธีร์" เป็นผู้ครอบครองที่ดินบนเกาะถึงหนึ่งในสามและเป็นเจ้าของ "มันตรารีสอร์ต" ที่พักหรูระดับห้าดาวอันเลื่องชื่อในหมู่นักท่องเที่ยวเขื่อนนั่งกอดภรรยาร่างเล็กเอาไว้ในอ้อมกอดไม่ยอมปล่อย และไม่สนสายตาของนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ที่เหล่มองในบางครั้ง เพียงสี่สิบนาทีเกาะมันตราก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว ใจของเขื่อนเต้นตุบรัวเร็วด้วยความตื่นเต้น นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้เจอน้องป้องในฐานะพ่ออย่างเปิดเผย สองสามีภรรยาที่ดูเหมือนข้าวใหม่ปลามันเดินลงจากท่า โอบกอดคุยกันกะหนุงกะหนิงจนไปถึงบ้านสามชั้นสีขาวหลังใหญ่ เขื่อนสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะปล่อยออกมาอย่างช้า ๆ ด้วยความตื่นเต้น"คุณเขื่อน คุณปิ่น เชิญชั้นสองได้เลยค่ะ คุณธีร์แจ้งไว้แล้วค่ะ"รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏตรงหน้าพร้อมกับความประหม่า จนปิ่นมุกต้องลูบหลังเขาเบา ๆ ให้กำลังใจ"พี่เขื่อนจะกลัวเด็กสามขวบทำไมคะ""พี่กลัวไม่ได้เป็นพ่อ"เสียงหัวเราะดังคิกคักออกมาจากร่างเล็ก จนเขาต้องจับเธอมาจูบสั่งสอน ก่อนจะเดินจูงมือกันขึ้นไปที่ห้องรับแขกชั้นสอง"อาป๋า ฮ
ปิ่นมุกรู้สึกถึงไออุ่นที่โอบกอดเธอจากด้านหลัง พอนึกขึ้นได้ว่าเป็นไออุ่นของใคร ใบหน้าสวยหวานเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ร่างเล็กพลิกกลับเบา ๆ หันไปมองสามีของเธอที่กำลังนอนหลับสนิทท่าทางเหมือนน้องป้องไม่มีผิดผ่านมาสี่ปีคุณเขื่อนดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจนเธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เขาใจเย็นมากขึ้น มีเหตุผล รับผิดชอบมากขึ้น ไม่ใช้แต่อารมณ์เหมือนเมื่อก่อน นิ้วก้อยเรียวเล็กเกลี่ยไปตามขนคิ้วดกดำเบา ๆ จนเปลือกตาหนาเริ่มขยับ“หลงรักพี่ใช่ไหมคะ”“พี่เขื่อนยังไม่เลิกนิสัยเข้าข้างตัวเองอีกเหรอคะ”ปากหนาหยักคลี่ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะลืมตามองร่างเล็กตรงหน้า ปิ่นมุกเมื่อก่อนเธอดูน่ารักและใสซื่อ แต่ปิ่นมุกในวันนี้เธอดูสวยและมั่นใจมากขึ้น“ปิ่นรู้อะไรไหมว่า พี่ชอบอะไรเกี่ยวกับปิ่นมากที่สุด”“อะไรคะ?”ปิ่นมุกถามด้วยความสงสัย เพราะปกติคุณเขื่อนจะเป็นคนไม่ชอบเปิดเผยเกี่ยวกับสิ่งที่เขาคิดให้คนอื่นรู้มากจนเกินไป“พี่ชอบที่ปิ่นรักพี่ก่อน”“แล้วยังไงคะ พี่เขื่อนก็เลยเห็นปิ่นเป็นของตาย จะทำอะไรปิ่นก็ได้ใช่ไหมคะ”“ไม่ใช่ครับ แต่มันทำให้พี่รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า พี่อยากเป็นของมีค่าที่ถูกมองเห็น”ภรรยาตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาเ
สองมือหนารั้งร่างบางเข้ามาให้แนบชิดมากกว่าเดิม เขาจะไม่ปล่อยเธอไปอีกแล้วไม่มีทางริมฝีปากหนาประกบจูบปากเล็กจิ้มลิ้มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยเรียวลิ้นหนาแทรกซอนเข้าไปตวัดปลายลิ้นเล็กเอาไว้ดูดเลียรสชาติหวานของเธอที่เขาแทบไม่เคยได้สัมผัสตอนที่สติยังครบสมบูรณ์ปิ่นมุกหลับตาพริ้มโอบรัดรอบคอของเขื่อนเอาไว้ปล่อยให้เขาได้ทำตามใจปรารถนา ครั้งนี้เธอเต็มใจให้เขาตักตวงความสุขจากเรือนร่างของเธอริมฝีปากหนาดูดรัดเรียวลิ้นเล็กไม่ยอมปล่อย เขื่อนครางในลำคอด้วยความกระหายอยาก เขาไม่เคยมีสติเลยสักครั้งที่นอนกับปิ่นมุก นี่ถือเป็นครั้งแรกเขาอยากตักตวงความหวาน จดจำความสุขทุกนาทีที่ได้สัมผัสร่างกายของเธอมือเรียวเล็กเลื่อนลงมาจับชายเสื้อหนาของชายตรงหน้าแล้วค่อย ๆ ถอดออกไปให้พ้นร่างกายของเขา เขื่อนยอมให้เธอทำตามใจตัวเองทุกอย่าง เรือนร่างสมบูรณ์แบบปรากฏตรงหน้าปิ่นมุก เขาเป็นคนชอบออกกำลังกาย กล้ามเนื้อแขนแน่นจนปิ่นมุกนึกซนลองกัดฝากรอยฟันเอาไว้“โอ๊ย”“พี่เขื่อนเจ็บด้วยเหรอคะ”“ปิ่นอยากลองอะไรที่เจ็บกว่านี้ไหม”“อยากลองสิคะ”ใบหน้าหล่อเหลายิ้มอย่างพอใจพลางช้อนอุ้มร่างเล็กในท่าเจ้าหญิง ก้มลงจูบเธออย่างอ่อนโยนพาเดินไปยั
“มาหาอาเพราะเรื่องเขื่อนใช่ไหม”“ใช่ค่ะ”ปิ่นมุกตอบเสียงอ้อมแอ้มพลางก้มหน้าลงเพราะรู้สึกอายนิด ๆ“ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่อาจะพยายามประสานรอยร้าวของเราสองคน ปิ่นเก็บไปคิดและตัดสินใจให้ดี หลังจากวันนี้แล้วอาจะไม่เข้าไปยุ่งอีก”“ค่ะอาธีร์”“อาเพิ่งกลับจากงานศพคุณหญิงฉาย”“แม่พี่เขื่อน!”“อืมมมใช่ ปิ่นเคยเจอเหรอ”“ใช่ค่ะ”“คุณหญิงฉายเป็นโรคมะเร็งเสียกะทันหันไม่ทันได้ล่ำลา อาเองก็คาดไม่ถึงว่าคุณหญิงจะเสียชีวิตเร็วขนาดนี้ ยิ่งเจ้าเขื่อนยิ่งช็อก เพราะแผลใจที่คุณหญิงทิ้งไว้ตั้งแต่เจ้านั่นเล็ก ๆ ไม่เคยได้รับการขอโทษเลยสักครั้ง”“แผลใจอะไรคะ”“พ่อกับแม่ของเจ้าเขื่อนเขาแต่งงานกันเพราะธุรกิจ ชีวิตในครอบครัวก็ไม่ค่อยราบรื่น คุณหญิงฉายเขามีคนรักอยู่ก่อนแล้ว หลังแต่งงานก็แอบคบหากันมาตลอด เจ้าเขื่อนก็เลยดูเหมือนเป็นส่วนเกินที่แม่ไม่ค่อยสนใจ พอพ่อเจ้าเขื่อนตายคุณหญิงฉายก็ออกไปอยู่กับคนรักเก่า จนคุณย่าต้องออกจากเกาะไปดูแลเพราะเจ้าเขื่อนถูกทิ้งไว้คนเดียว”“ช่วงที่คุณย่าไม่อยู่สามสี่ปีนั่นใช่ไหมคะ”“ใช่ คุณหญิงฉายพอกลับมาก็คุยแต่เรื่องเงิน ไม่มีเรื่องอื่น ไม่มีคำขอโทษแม้กระทั่งตอนตายก็ยังไม่เรียกหาเ
"พี่ขอเข้าไปกอดน้องป้องแป๊บเดียวได้หรือเปล่า""ก็ ก็ได้ค่ะ"ปิ่นมุกอาศัยแสงไฟจากถนนมองดูเสี้ยวหน้าหล่อเหลาที่ค่อนข้างหม่นหมองไร้รอยยิ้ม ตั้งแต่กลับมาจากคอนโดวันนั้นเขาก็ดูเป็นแบบนี้อยู่แล้ว แต่วันนี้กลับดูเศร้ากว่าปกติ เธอคิดแบบนั้นเจ้าของบ้านเดินนำอดีตสามีเข้าไปในบ้านเดินขึ้นชั้นสองไปยังห้องนอนของเธอ เขื่อนมองดูประตูบานนั้นที่เปิดออกช้า ๆ ใจของเขาตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เข้ามายืนในพื้นที่ส่วนตัวของปิ่นมุก แต่มันก็เป็นได้เพียงแค่ความรู้สึกที่ต้องเก็บเอาไว้ เพราะเขาหมดสิทธิ์ที่จะเข้าไปอยู่ในชีวิตของเธอแล้วห้องนี้หอมสะอาดอบอวลไปด้วยกลิ่นของแม่และลูก มันเป็นกลิ่นที่เขาโหยหามาทั้งชีวิต แต่เขาก็แทบไม่มีโอกาสนั้นเลย "พี่เขื่อนจะอยู่นานแค่ไหนก็ได้ค่ะ ปิ่นจะลงไปรอที่ห้องรับแขก""พี่ขอบคุณนะปิ่น"เธอส่งยิ้มให้เพียงบาง ๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกจากห้องไป เขื่อนลุกขึ้นเดินผ่านห้องแต่งตัวไปยังห้องน้ำเพื่อล้างมือล้างหน้าให้สะอาด เขาไม่อยากเอาเชื้อโรคมาติดเจ้าก้อนกลม ถ้าไม่สบายขึ้นมาเดี๋ยวก็ได้ลำบากทั้งแม่ทั้งลูกเจ้าของร่างสูงใหญ่เดินมาหยุดที่ข้าง ๆ เตียงเล็กสำหรับเด็กรูปรถไฟ "น้องป้อง" คงจะชอบมากถึ
เขื่อนบรรจงจูบลงที่หน้าผากเกลี้ยงเกลาอย่างบางเบาก่อนจะส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเธอ“กลับกันเถอะ พี่ไปส่ง”ปิ่นมุกไม่ได้ปฏิเสธ เธอเพียงแค่พยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะเดินนำออกไปโดยไม่หันกลับมามองเขาเลยแม้แต่นิดเดียวเขื่อนมองตามแผ่นหลังของเธอ รอยยิ้มที่เคยแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหายไป เธอแข็งแกร่งขึ้นมาก มากจนเขาแทบไม่เห็นผู้หญิงคนเดิมที่รอคอยพึ่งพาเขาเวลามีปัญหาอีกแล้วดีแล้วเขาบอกตัวเอง ถ้าปิ่นเข้มแข็งขึ้นได้ขนาดนี้ เขาก็คงไม่ต้องห่วงอะไรเธอจนมากเกินไปเขื่อนเดินไปที่รถของบริษัท เปิดประตูให้อดีตภรรยาขึ้นไปนั่งอย่างที่เคยทำเสมอ ปิ่นมุกเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ เธอเพียงก้าวขึ้นรถไปอย่างเงียบ ๆ ระหว่างทางกลับบ้าน ไม่มีใครพูดอะไรกันเลย มีเพียงเสียงเพลงคลอเบา ๆ และเสียงหายใจของทั้งสองคนปิ่นมุกอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเขื่อนผ่านกระจกหน้ารถ ครั้งแรกในชีวิตที่เขาดูเหมือนจะยอมแพ้ให้กับเธอจริง ๆ ไม่มีการโต้เถียง ไม่มีความดื้อรั้น ไม่มีแรงกดดันใด ๆ จากเขาอีก ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกลับทำให้ใจของเธอว่างเปล่าจนน่ากลัว“นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการมาตลอดหรอกเหรอ?”แต่มันกลับไม่เหมือนอย่างที่เธอคิด“พี่เขื่อน” ป







