เข้าสู่ระบบเธอหายไปพร้อมกับคำถามที่เกิดขึ้นในหัวของเขาว่า เรื่องของเราเกิดจากความ"ผิดพลาด"หรือ"ตั้งใจ"
ดูเพิ่มเติมนับหนึ่งนั่งพิงพนักโซฟาในคาเฟ่เล็ก ๆ ริมถนนสายหนึ่งในตัวเมืองของเชียงใหม่ แสงแดดสาดส่องเข้ามาผ่านกระจก แต่ทว่าอากาศภายในร้านกลับหนาวเหน็บเพราะเครื่องปรับอากาศที่ถูกเปิด อีกทั้งเชียงใหม่ตอนนี้กำลังเข้าสู่หน้าหนาวอย่างเป็นทางการ
บนโต๊ะมีแก้วกาแฟเย็นกับขนมเค้กในจานเล็กหนึ่งชิ้น ที่ถูกเธอตัดทานไปหนึ่งคำ ก่อนจะได้รับข้อความจากเพื่อนสนิทคือใยไหม แชตกลุ่มสี่สาวสวยเกินต้าน ใยไหม: งานเลี้ยงรุ่นวันเสาร์นี้ ร้านเหล้าtwo ใยไหม: @นับหนึ่ง มึงต้องมานะนับ เอวา: เออ อย่าให้กูไปลากมึงมาจากเชียงใหม่นะ มึงด้วยอีหม่อน @ใบหม่อน ติดผัวเกินไปแล้ว ใบหม่อน: แท็กด่ากันแบบนี้เลยเหรอว่ะ อีเพื่อนเวร เธอทำเพียงอ่านข้อความเหล่านั้น ด้วยหัวใจห่อเหี่ยวทันที ราวกับมีอะไรบางอย่างมาบีบเค้นมันเบา ๆ หนึ่งปีที่ผ่านมาเธอไม่ได้กลับไปหาเพื่อนเลย ช่วงแรกก่อนจะมาที่นี่ เธอเป็นเพื่อนเจ้าสาวตอนงานแต่งใยไหม แวบไปหาเพื่อนที่โรงพยาบาลตอนเพื่อนท้อง ครั้งนั้นโซลเข้าโรงพยาบาลเพราะแพ้ท้องแทนเพื่อนของเธอ ต่อมาสองเดือนเธอก็ไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวงานแต่งเอวา ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าเธอต้องมาทำงานที่เชียงใหม่ ปกติฐานะที่บ้านเธอก็ไม่ได้ถึงขั้นร่ำรวย แต่ก็ไม่ได้ลำบาก แต่ทว่าช่วงก่อนจะเรียนจบ บริษัทของพ่อเธอถูกพิษเศรษฐกิจเล่นงาน จนขาดสภาพคล่องในบริษัทต้องไปควบรวมกิจการกับอีกบริษัทหนึ่ง ซึ่งก็เป็นบริษัทที่ส่งเธอมาประจำสาขาที่นี่ เรียกได้ว่าหลังเรียนจบ เธอได้ใช้ชีวิตอิสระกับเพื่อนได้ไม่นาน เธอก็เก็บกระเป๋าโดยไม่ได้บอกเพื่อนคนไหน ซื้อตั๋วเครื่องบินมาเชียงใหม่ทันที ทุกคนเพิ่งมารู้ตอนเธอหายไปได้สองเดือน ว่าเธอมาทำงานที่เชียงใหม่แล้ว ตอนนั้นก็ถูกเพื่อนต่อว่าหนักอยู่พอสมควร ยิ่งเป็นใยไหมที่ตอนวันเพื่อนคลอดลูก เธอก็ได้แค่ส่งของขวัญไปให้ อ้างว่างานยุ่งไม่สามารถปลีกตัวไปได้ ทั้งที่จริงแล้ว เธอกลัวว่าจะเจอใครบางคนมากกว่า ชีวิตใหม่ที่เธอสร้างขึ้นมาที่นี่ มันเต็มไปด้วยความเงียบเหงา ตื่นเช้าทำงาน เที่ยงนั่งกินข้าวคนเดียว กลับบ้านพักตอนเย็นนอนดูซีรีย์จนหลับไปโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่นิสัยปกติของเธอค่อนข้างจะติดเพื่อนและรักสนุก แต่ทว่าความทรงจำที่ไม่หายไปจากสมองเธอเลยคือความทรงจำของคืนนั้น คืนงานเลี้ยงส่งนักศึกษาฝึกงานของรุ่นพี่ที่แผนกของบริษัทที่เธอฝึกงาน คืนนั้นเธอดื่มแอลกอฮอล์ของโปรดแบบจัดเต็ม ปล่อยตัวเองจนเมามายขาดสติ โดยมีเขาคนนั้นอยู่กับเธอด้วย เขาคือสกายเพื่อนร่วมคณะที่ฝึกงานที่เดียวกับเธอ เราสองคนนั่งข้างกัน ในมือถือแก้วเหล้า อยู่ในชุดเสื้อช็อปสีเลือดหมู เสียงพูดคุยของเขายังดังก้องกังวานอยู่ในหูของเธอ ช่วงแรกของงานเลี้ยงมีตะวันกับคีรินอยู่ด้วยกัน ทว่าผ่านไปถึงสี่ทุ่ม ตะวันกับคีรินก็ขอตัวกลับไปก่อน เหลือเพียงเธอกับสกายที่นั่งดื่มกับรุ่นพี่อีกหลายคน เธอดื่มหนักจนเมา ไม่สามารถขับรถกลับเองได้ สกายที่กรึ่ม ๆ อาสาไปส่งเธอที่คอนโดของพี่สาว ตลอดทางเราสองคนนั่งเงียบ มีเพียงเสียงเพลงเบา ๆ ที่เขาเปิดคลอเอาไว้ เพราะเจ้าตัวกลัวว่าจะหลับใน เธอได้ยินเสียงเขาถามว่าคอนโดเธออยู่ที่ไหน ทว่าไม่รู้ทำไมตอนนั้นเธอถึงไม่ได้ตอบคำถามของเขาออกไป รู้สึกตัวอีกทีในตอนเช้า เธอตื่นขึ้นมาด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่า ในผ้าห่มผืนหนาที่ไม่ใช่ห้องของตัวเอง ร่างกายรู้สึกเมื่อยล้าและเจ็บปวดกลางกาย มีสกายนอนหลับอยู่ข้าง ๆ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ริมฝีปากหนาเผยออ้าออกเล็กน้อย แขนแกร่งของเขาพาดอยู่ตรงหน้าท้องของเธอ พลันภาพในหัวของเธอก็หลั่งไหลออกมา ความทรงจำเร่าร้อนของเมื่อคืนย้ำเตือนให้เธอต้องหันไปมองผ้าปูที่มีรอยเลือดจางเป็นวงกว้างว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเธอไม่ได้ฝันไป หัวใจเธอกระหน่ำเต้นรัวจนหายใจแทบไม่ออก เธอไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายที่เสียครั้งแรกไป แต่ทว่าความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามา เพราะเธอรู้อยู่เต็มอกว่าเผลอทำเรื่องน่าบัดสีลงไป สกายมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เธอไม่รู้หรอกว่าทั้งสองคนคบกันหรือยัง แต่ที่รู้คือเขาชอบผู้หญิงคนนั้นมาก และกำลังพัฒนาความสัมพันธ์กันอยู่ แล้วเธอเป็นบ้าอะไร ถึงได้ทำเรื่องน่าอาย ขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีขนาดนี้ได้ เมื่อเห็นว่าหมดประโยชน์ที่จะมานั่งคิดมากถึงสิ่งที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีก เธอจึงเอาแขนของเขาออกด้วยความเบามือ หยัดตัวลุกขึ้นจากที่นอน เก็บเสื้อผ้าที่กระจายเกลื่อนพื้นขึ้นสวมใส่อย่างรีบร้อน และรีบออกจากห้องของเขาทันที เธอไม่รับโทรศัพท์ ไม่โทรกลับหาสกายที่โทรมาหาเธอมากว่าสิบสาย กลัวว่าเขาจะต่อว่าเธอที่เมาแล้วทำตัวแบบนี้ ไม่กล้าเจอหน้าเขาเลยหาข้ออ้างลาการฝึกงานอีกสามวันที่เหลือ ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอป่วย ตอนวันแต่งงานของใยไหมกับโซล เธอต้องไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวของใยไหม มันไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ระยะเวลาตอนนั้นห่างจากคืนที่เกิดเรื่องประมาณสองเดือน ตอนนั้นเธอยังไม่ได้ไปเชียงใหม่ เธอพยายามหลบเลี่ยงเขาตลอดทั้งงาน ซึ่งเขาเองก็มองมาที่เธอตลอด สายตาของเขามีคำถามอยู่ตลอดเวลา เธอจำได้ว่าพอจบพิธีช่วงค่ำ เธออยู่ดื่มกับเพื่อนช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ไม่ถึงชั่วโมง เธอก็ขอตัวกลับทันที และนั่นคือวันสุดท้ายที่เราสองคนเจอหน้ากัน เธอบล็อกเบอร์ บล็อกไลน์ของเขา จนถึงทุกวันนี้ เธอก็ไม่รู้ข่าวเกี่ยวกับเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ที่มั่นใจอย่างหนึ่งคือเขายังไม่แต่งงาน ยังไม่มีครอบครัว เพราะถ้าเขาแต่งงานจริง เธอต้องรู้ข่าวจากใยไหมเพื่อนสนิทของเธอแน่นอน ที่หนีทุกอย่างไม่ใช่เพราะรู้สึกผิดเพียงอย่างเดียว แต่เธอกลัวว่าตัวเองจะรู้สึกมากกว่าที่เขารู้สึก กลัวตัวเองจะต้องเจ็บปวดหากเขาต่อว่าเธอแรง ๆ ที่ทำแบบนั้นลงไป นับหนึ่งยกแก้วขึ้นดูดกาแฟสีดำ รสชาติความขมซึมลึกเข้าไปในลำคอ เหม่อมองออกไปนอกกระจกของร้าน เห็นผู้คนเดินผ่านไปมา ยังคงมีเสียงแจ้งเตือนจากข้อความโทรศัพท์ดังขึ้นตลอด แต่ทว่าเธอไม่ได้สนใจที่จะอ่านมันอีก ตอนนี้ในหัวเธอเอาแต่คิดว่า ตัวเองควรจะไปงานเลี้ยงรุ่นดีหรือเปล่า ในใจเธอรู้ดีว่าหากเธอไป ครั้งนี้เธอจะต้องเจอเขา และเธอคงไม่มีข้ออ้างที่จะหนีได้อีก หรือว่ามันถึงเวลาที่เราสองคนจะต้องเจอหน้ากันแล้ว“หม่ำ หม่ำ”เสียงอ้อแอ้ที่ดังขึ้นทำให้นับหนึ่งเอ็นดูเป็นที่สุด ได้แต่คิดว่าเธอหายไปนานจนหลานโตขนาดนี้ได้ยังไง "กูคิดถึงมึง"ใยไหมยิ้มทั้งน้ำตา“กูจะไม่ถามว่าที่ผ่านมามึงหายไปทำไม แต่หลังจากนี้อย่าทำแบบนี้อีกได้ไหมว่ะ” "เออ กูไม่ไปไหนแล้ว จะอยู่เกาะติดมึง จนมึงเบื่อกูเลยดีไหม"นับหนึ่งเอ่ยออกมา พลางหัวเราะเบา ๆ รับหลานตัวน้อยมาอุ้ม เด็กน้อยเกาะคอของเธอแน่น“ไหนน้องเซ้นต์ของน้าครับ ดื้อกับแม่หรือเปล่าเอ๋ย” ทั้งสองคนเดินออกจากสนามบิน ใยไหมเป็นคนเข็นกระเป๋าให้เพื่อน ส่วนนับหนึ่งอุ้มหลานชายตัวอ้วนที่หลับตาพริ้มในอ้อมแขน จากที่คิดว่ากลับมาแล้ว บรรยากาศระหว่างเพื่อนคงแปลกไป กลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น เธอกับใยไหมยังคงต่อกันติด มีเรื่องเล่าให้ฟังกันไปตลอดทาง จนถึงบ้านหลังโตของเพื่อน “พ่อแม่ผัวมึงไม่อยู่เหรอ”นับหนึ่งถามพลาง มองสำรวจไปรอบบ้าน ที่ดูเงียบผิดปกติ นอกจากมีแค่แม่บ้านที่เดินมาช่วยเข็นกระเป๋าของเธอ “พ่อกับแม่ไปพักผ่อนที่ลำปาง ส่วนยีนส์กับมิลลิไปนอนคอนโดนะ" "ปกติมึงอยู่คนเดียวแบบนี้เหรอ ถ้าผัวมึงไปทำงาน" ใยไหมพยักหน้า รับเอาลูกชายที่กำลังหลับมาวางบนที่นอนอย่างเบามือ นับหนึ่งที่เห็นภาพนั
“ถ้ามึงไม่ได้คิดแบบที่กูว่า งั้นกูจีบนับหนึ่งนะ” “ไอ้เหี้ย! มึงหยุดพูดสักที” “งั้นก็บอกกูมาว่าระหว่างมึงกับนับหนึ่งมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น” “แม่ง!! ขี้เสือกว่ะ”สกายแกล้งต่อว่าเพื่อนออกไป ทั้งที่ในใจคือเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าให้เพื่อนฟังตั้งแต่ตอนไหน อีกทั้งมีเหตุผลอะไรที่เขาจะไปหวงเธอ ไม่อยากให้เพื่อนจีบ ในเมื่อเขากับเธอตอนนี้ไม่ได้เป็นอะไรกัน และยอมรับว่าความรู้สึกในใจเขา มันไม่ถึงขั้นชอบหรือรัก เพียงแต่เป็นความไม่เข้าใจที่ยังไม่ได้รับคำตอบ ทุกอย่างมันเลยหนักอึ้งอยู่ในอกของเขาจนถึงตอนนี้ “ถ้ามึงไม่ถือเรื่องได้ผู้หญิงคนเดียวกับเพื่อน กูก็ไม่มีอะไรจะพูด” “สัดกาย ทำไมปากหมาจังว่ะ ว่าแต่คืนงานเลี้ยงส่งของรุ่นพี่ใช่ไหมว่ะ กูเห็นหลังจากวันนั้นนับหนึ่งก็หายไปเลย” “…..” สกายไม่ตอบ คีรินก็เลยทึกทักเอาเองว่าต้องเป็นคืนนั้นแน่นอน ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้เพื่อนหัวร้อนออกมาทันที“ได้แล้วไม่รัก ได้แล้วไม่ชอบ จะหวงทำเหี้ยไรว่ะ จะมองเขาตาเป็นมันขนาดนั้นทำไม” “กูไม่ได้หวง แค่ไม่เข้าใจ ว่าเขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง” “อ้าว เขาไม่พูด มึงไม่พูด ก็แค่คิดว่ามันเป็นวันไนต์สแตนด์สิว่ะ จะไปยากอะ
สกายทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียง มือหนากุมศีรษะแน่น ความทรงจำเมื่อคืนพรั่งพรูออกมา ทั้งเสียงครางของเธอที่เรียกชื่อเขาหลุดออกมาจากปากเธอหลายครั้ง แต่ทว่าตอนนี้ กลับมีเพียงความเงียบ และความสงสัยในหัวของเขา ว่าเธอทิ้งเขาไว้แบบนี้ได้ยังไง หรือเมื่อคืนเธอจะจำไม่ได้ว่าเราสองคนทำอะไรกัน และเพิ่งมารู้สึกตัวตอนตื่น เลยหนีเขาไปแบบนี้ สองเดือนต่อมา งานแต่งงานของโซลกับใยไหมถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สมฐานะลูกชายบริษัทรับเหมาก่อสร้างใหญ่ติดอันดับของประเทศ ทุกอย่างถูกเนรมิตออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อนเจ้าสาว อย่างนับหนึ่ง เอวา และใบหม่อน แต่งตัวแต่งหน้าจัดเต็ม ด้วยธีมชุดเพื่อนเจ้าสาว เดรสเกาะอกสีชมพูหวาน ส่วนเพื่อนเจ้าบ่าวก็ไม่น้อยหน้า ทั้งยีนส์ คาเตอร์ สกาย คีริน ตะวัน อยู่ในชุดทักซิโด้แบรนด์ดัง “มึงมองใครนักหนาไอ้กาย กูเห็นมองอยู่นานแล้ว”ตะวันหันมาถามไถ่เพื่อน เขาสังเกตุเห็นว่าตั้งแต่พิธีหมั้นตอนเช้า จนถึงงานเลี้ยงตอนเย็น สกายเอาแต่มองไปยังกลุ่มเพื่อนเจ้าสาวตลอดเวลา “มันคงตะลึงที่เห็นเพื่อนเจ้าสาวสวยล่ะมั้ง แต่ว่าก็ว่าเถอะ นับหนึ่งสวยฉิบหายเลยว่ะ แม่ง!!! ไม่คิดว่าจะแต่งแนวหวานแบบนี้แล้วสวยจับใจข
สกายยกศีรษะขึ้นมองหน้าเธอ ดวงตาแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และความปรารถนาที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในกายของเขา จนร้อนรุ่มกลางกาย ไม่อาจทานทนไหว “อยากให้หยุดไหม?”เขาถามเสียงแหบพร่า ทว่าคำตอบของเธอ คือดึงใบหน้าหล่อเหลาของเขาลงมาจูบอย่างดุเดือด กางเกงในของทั้งสองคนถูกถอดออกในพริบตา คนตัวสูงก้มลงจูบที่หน้าอกอวบอิ่มของเธอ ดูดเม้มจุกยอดสีหวานที่แข็งคัด ชูชันขึ้นมาจนเธอร้องครางดังลั่น มือหนาอีกข้างของเขาลูบไล้เนินอกข้างที่ว่าง สลับกับปากที่ดูดเม้มไม่หยุด นับหนึ่งเกร็งตัว มือจิกผมหนาของเขาแน่น ก่อนเขาจะลากเลียความเปียกชื้นลงไปตามหน้าท้องแบนราบ "อื้อ~ อ๊าสส" นับหนึ่งครางเสียงแผ่วเมื่อริมฝีปากหนาของเขาแตะผิวเนื้อต้นขาด้านใน ร่างกายของเธอสั่นระริก ลมหายใจร้อนผ่าวขึ้นทุกขณะ สกายยกยิ้มมุมปาก มองขึ้นไปเห็นใบหน้าหวานที่บิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเสียวซ่าน เขาตวัดลิ้นร้อนออกมาแตะเบา ๆ ที่ร่องรักชุ่มชื้นของเธอ ซึ่งกำลังอ้าออกเล็กน้อย เหมือนกำลังรอคอยอะไรบางอย่างเข้ามาเติมเต็ม “อ๊าส กะ กาย”นับหนึ่งร้องครวญคราง มือเล็กจิกผ้าปูที่นอนแน่น ทว่าสกายไม่รอช้า ลิ้นร้อนของเขาดูดเลียร่องรักนั้นอย่างช่ำชอง เริ่มจากกล





