LOGINสรุปแล้ววิธีแก้คำสาปก็คือมีอะไรกับผู้ชาย แค่นี้ง่ายๆ? ง่ายกับผีสิยะ! พรมจรรย์ของฉันที่เก็บรักษาไว้ก็ต้องมาหายไป เอาเถอะใช่ว่าฉันจะไม่ชอบ เอาล่ะหนุ่มๆ มาคุกเข่าต่อหน้าฉันซะ เพราะฉันคือจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร
View More“อึก อ๊าส์”
แจะ แจะ
เสียงลามกที่ปล่อยออกมา เมื่อพบว่าเกวลินกำลังช่วยตัวเองอยู่บนที่นอน
นิ้วมือที่สอดเข้าออกอย่างว่องไวไม่ค่อยช่ำชอง เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอก็เพิ่งจะเคยมีอารมณ์ทางเพศและช่วยเหลือตัวเองแบบนี้แหละ
“อ๊ะ ไม่ไหวแล้ว”
ก่อนที่จะเสร็จไปด้วยมือของตัวเอง น้ำขาวใสไหลออกมาทางร่องสวาท เกวลินหายใจหอบเนื่องจากเมื่อกี้เธอใช้พลังงานชีวิตไปมากซะเหลือเกิน ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ได้ยังไงกันนะ เธอไม่เคยมีอาการแบบนี้เลย เพราะยัยแก่ขอทานนั่นคนเดียวที่ทำให้เธอต้องกลายมาเป็นแบบนี้
ย้อนกลับไปเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน
“เดินระวังนะครับคุณหนู”
เคน บอดี้การ์ดคนสนิทของพี่ชายเธอที่ให้มาดูแล แน่นอนว่าตอนนี้เขาได้กลายเป็นคนรับใช้ที่เกวลินหิ้วไปไหนมาไหนด้วยตลอด
“ชุดนี้ก็สวยเหมาะกับฉันมากเลย นายว่าแบบนั้นไหมเคน?”
เกวลินหันมามองลูกน้องคนสนิทของพี่ชายที่ตอนนี้กลายเป็นลูกน้องของเธอแบบเต็มตัว เคนที่มีหน้าที่เพียงแค่ถือของที่เกวลินซื้อกลับมาเท่านั้น แต่เขาไม่คิดว่ามันจะเยอะมากขนาดนี้ สมแล้วกับการเป็นลูกคนรวยที่เห็นของถูกใจก็จะซื้อไปซะหมด
เคนพยักหน้าตอบรับก่อนจะยื่นคีย์การ์ดบัตรเครดิตให้กับพนักงานไป แล้วเขาก็ต้องรีบเก็บของที่คุณหนูซื้อมาหิ้วไว้ให้เต็มมือ บอกตามตรงว่าถ้าเธอยังซื้ออีก เขาก็ไม่มีที่จะถือให้แล้ว นอกเสียจากเอาของในมือพวกนี้ทิ้งไปให้หมดนั่นแหละ ถึงจะมีความคิดแบบนั้นแต่เคนก็ไม่คิดที่จะทำมันจริงๆ ถ้าเอาทิ้งยังไงก็โดนด่าจนหูชา และถูกเจ้านายตัวจริงไล่ออกอีก
“จะให้ผมเอาของพวกนี้ไปไว้ที่รถเลยไหมครับ” เขาถามทันทีเมื่อเห็นเธอเดินมายังทางออกของห้างใหญ่
“โอเค แล้ววนกลับมารับฉันด้วยล่ะ ฉันจะรออยู่นี่”
“เอ่อ...ครับ”
‘ไปด้วยกันจะไม่เปลืองน้ำมันน้อยกว่าเหรอ’ เคนคิดในใจและหันหลังกลับไปยังที่จอดรถและเอาของทุกอย่างที่เกวลินซื้อใส่ไว้ที่ใต้ท้องรถทันที เขาวางมันอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์ บอกตามตรงว่าโคตรไม่ชอบที่เธอจิกหัวใช้เขาเหมือนคนรับใช้ส่วนตัว ทั้งที่เขามาดูแลเธอตามคำสั่งของพี่ชายที่เป็นหัวหน้าเขาตรงๆ ด้วยซ้ำ
“ดูมันไว้ล่ะเคน ถ้าเห็นว่ามีพฤติกรรมที่จะรับมรดกต่อจากคุณพ่อเมื่อไหร่ก็ฆ่าทิ้งเลย”
คำสั่งของเจ้านายดังขึ้นมาในหัว เขาพยายามระงับอารมณ์เพื่อที่จะไม่ฆ่าเธอเพียงเพราะเธอยังทำตัวเหมือนคุณหนูตามประสาเด็กที่เห็นอะไรก็จะอยากได้ไปหมด
ทางด้านของเกวลิน ที่ยืนรอเคนขับรถมา ซึ่งมันก็นานมากแล้วเหมือนว่าเธอจะอารมณ์ไม่ค่อยจะดีอยู่ด้วย
“ไอ้บ้านั่น! แกล้งให้ฉันยืนรองั้นเหรอ!”
เกวลินย่ำเท้าอยู่กับที่เพื่อระบายอารมณ์ เพราะตอนนี้เธออารมณ์เสียจนอยากจะหยิกหัวผู้คนที่เดินผ่านไปมาเพื่อตบได้เลย เธอรู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะงั้นเธอจึงทำได้แค่ย่ำเท้าเท่านั้น
ตุ๊บ!
“ว้าย!”
“กรี๊ดดด”
เสียงกรี๊ดของเกวลินทำให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว
“ตายแล้วเกิดอะไรขึ้นน่ะ” มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งมามองก่อนจะช่วยคนแก่หัวหงอกลุกขึ้นมา
“นี่คุณคะ เดินชนคนแก่แบบนี้ยังทำตัวเสียมารยาทอีก” เธอพูดขึ้นมาเพื่อให้คนอื่นที่มองสถานการณ์พวกนั้นเป็นพยาน
“ไม่เป็นอะไรนะคะคุณยาย”
“จ้ะๆ ขอบใจแม่หนูมากนะ”
เกวลินกอดอกมองก่อนจะแสยะยิ้ม “ฉันชนเหรอ ฉันก็ยืนอยู่เฉยๆ เองนะ อีแก่นี่มันมาชนฉันเองซะมากกว่า”
เธอที่ระงับอารมณ์มานานเพราะบอดี้การ์ดบ้านั่นแกล้งให้รอยังไม่พอ ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก อารมณ์ที่ระงับเอาไว้ก็ถูกปล่อยออกมา
“แต่ถึงอย่างนั้นคุณก็ต้องขอโทษนะคะ คุณยายก็แก่แล้วจะไปเห็นได้ไงว่าคุณยืนอยู่”
“เหอะ ขอโทษเหรอ?” เกวลินเดินเข้ามาพยักยายแก่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ผู้หญิงคนนั้นล้มก่อนจะจิกผมไปยังผู้หญิงที่ปากดีและตบสั่งสอนสักสองสามที
เพี้ยะ!!
“พอเถอะแม่หนู ยายผิดเองยายมองไม่เห็นทาง ยายขอโทษนะ”
“อย่านะคะคุณยาย” พอยายแก่คนนั้นจะยกมือขึ้นไหว้เพื่อขอโทษเกวลิน แต่ยัยผู้หญิงปากดีที่โดนเธอตบไปเมื่อกี้ห้ามเอาไว้
“ยังไม่เข็ดเหรอห๊ะ!”
“คุณจะตบฉันสักกี่ครั้งก็ได้ตามใจคุณเลยค่ะ แต่คุณจะมาให้คนแก่รุ่นราวคราวทวดแบบนี้ขอโทษ คุณต้องเป็นคนยังไงเนี้ย”
พอยัยนั่นพูดจบ ทุกคนที่มองสถานการณ์พวกนี้ก็พยักหน้าตาม จนเกวลินกรี๊ดออกมาเสียงดัง
“กรี๊ดดดด! ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ มันผิดรึไง แก่ก็อยู่ส่วนแก่ จนก็อยู่ส่วนจน ฉันเป็นถึงลูกคุณหนูไฮโซเลยนะ ทำไมต้องมาขอโทษอีแก่หนังเหี่ยวคนนี้ด้วย”
“ตายแล้วดูพูดเข้าสิคะ ลูกคุณหนูบ้านไหนเนี้ย ถ่ายคลิปไว้เลย ดังแน่”
เสียงผู้คนกระซิบกันอย่างล้นหลาม ทำให้เกวลินรู้สึกอับอายขายขี้หน้า
“อีแก่ทุกอย่างมันเป็นเพราะแกคนเดียว มันเป็นเพราะแกไม่ยอมขอโทษ”
เธอยังคงพยายามเข้าไปหาเรื่องแต่ก็ถูกเคนเข้ามาห้ามซะก่อน
“พอเถอะครับคุณเกวลิน!”
น้ำเสียงที่ดุจนดูไม่เหมือนเคนที่เธอเคยรู้จัก ทำให้เธอหยุดการกระทำทุกอย่างลง และมองไปยังยัยแก่คนนั้นด้วยสายตาเคียดแค้น
“ผมต้องขอโทษแทนคุณหนูของผมด้วยนะครับคุณยาย เดี๋ยวผมจะจ่ายค่าทำขวัญให้”
เขาพูดและก้มไหว้ต่ำเพื่อขอโทษทั้งที่คนขอโทษต้องเป็นเกวลิน ผู้คนยังคนกระซิบกับการกระทำนี้ไม่หยุดหย่อน
คุณยายส่ายหน้าเพื่อไม่รับค่าทำขวัญ ก่อนจะมองมายังเกวลินและพูดบางอย่างขึ้นมา
“ตั้งแต่ฉันอยู่มาจนถึงตอนนี้ ฉันไม่เคยเจอเด็กมารยาทแย่แบบเธอมาก่อนเลยสักนิด คำขอโทษไม่มียังไม่พอ คำพูดคำจาและท่าทางการแสดงออกนี่มันไม่ใช่คนเลยสักนิด ฉันขอสาปให้เธอมีแต่ความทุกข์ทรมาน และทรมานมันยิ่งขึ้นไปอีก ให้ตายไปเลยก็ยิ่งดี”
พอคำพูดของยายแก่จบลงผู้คนรอบข้างก็เห็นด้วยพร้อมกับโห่ไล่ปาของใส่ทันที
“ใช่ๆ ขอให้คำสาปที่คุณยายพูดเป็นจริง”
เกวลินกระฟัดกระเฟียดจะตอบโต้ แต่ก็ถูกเคนจับแขนเธอมาเพื่อที่จะขึ้นรถหนีกลับทันที
“ห้ามไว้ทำไม?”
เธอพูดออกมาอย่างอารมณ์เสีย ถ้าไม่ตอบโต้ภาพลักษณ์เธอก็เสียหายหมด
“แค่นี้ก็ภาพลักษณ์ก็เสียหายมากพอแล้วครับคุณหนู คุณอยากให้คุณ ณัฐวิน เป็นห่วงงั้นเหรอครับ?”
เคนพูดขึ้นมาก่อนจะหันไปขับรถมองทาง ทำให้เกวลินหันมองไปที่อื่นเพื่อสงบสติอารมณ์
ณัฐวินก็คือพี่ชายเธอเอง พี่ชายคนละแม่ที่ไม่ค่อยได้เจอหน้าบ่อยสักเท่าไหร่ ตั้งแต่พ่อเสียเขาก็ยุ่งกับงานเจอกันครั้งล่าสุดก็ตอนงานศพพ่อแค่นั้นเลย ก็ยังดีที่เขาส่งคนมาเพื่อดูแลรับใช้ ไม่อย่างนั้นในบ้านหลังนี้ก็ไม่มีใครสนใจเธอเลย เพียงเพราะเห็นว่าเธอคือลูกเมียน้อยที่พ่อรับเข้ามา
ช่างมันเถอะคิดไปก็หนักหัวเปล่าๆ
ในปัจจุบันก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้ว ดูเหมือนคำสาปของอีแก่ขอทานนั้นจะได้ผลซะทีเดียว
เธอไม่เคยดูถูกเทพองค์ไหนเลยนะ แค่เพราะอีแก่คนนั้นก็ทำให้คำสาปนี้ออกฤทธิ์ได้ขนาดนี้
ถ้าเธอไม่เสร็จความใคร่ตัวเอง เธอก็จะตายได้ นี่น่ะเหรอ ความทุกข์ทรมานที่มันพูดไว้
แต่ความทรมานยังไม่หมดแค่นั้น มันยังมีบางอย่างที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในชีวิตเธอในแต่ละวัน...
อย่างแรกคือ...กลิ่น!
จู่ๆ เกวลินก็เริ่มได้กลิ่นแปลกๆ ที่ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดและกระสับกระส่ายตลอดเวลา มันไม่ใช่กลิ่นเหม็น แต่เป็นกลิ่นที่ปลุกเร้าและชวนให้เธอเกิดอารมณ์ทางเพศ กลิ่นนั้นมาจากทุกที่... จากเสื้อผ้าที่สวมใส่ จากอาหารที่กิน หรือแม้กระทั่งจากอากาศรอบตัว
และอีกอย่างคือ...ความฝัน
เกวลินเริ่มฝันถึงเรื่องแปลกๆ ทุกคืน เธอฝันว่าถูกผู้ชายหลายคนเข้ามาห้อมล้อม และต่างคนต่างปลุกเร้าเธอด้วยวิธีที่แตกต่างกันออกไป บางคนใช้มือ บางคนใช้ปาก และบางคนใช้... ความเป็นชาย
ความฝันนั้นทำให้เธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกวาบหวามและเปียกชื้นที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า ความกระหายในความสุขทางเพศของเธอเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ จนเธอต้องหาทางระบายมันออกมาด้วยตัวเอง
นั่นทำให้เธอมั่นใจว่า ยัยแก่ขอทานคนนั้นไม่ได้แค่สาปให้เธอทรมานทางกาย แต่ยังสาปให้เธอทรมานทางใจ และทาง สัญชาตญาณ อีกด้วย
เกวลินได้แต่คิดว่า...ความทรมานนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่? หรือเธอจะต้องกลายเป็นทาสของความใคร่ไปตลอดชีวิต?
แล้วถ้าหากว่า... เธออยากจะทำให้คำสาปนี้สิ้นสุดลง เธอจะต้องทำอะไรบ้าง
ในขณะที่เค้กกำลังเคลิ้มไปกับรสสวาทบนเตียงนุ่มๆ ในคอนโดหรูของเคน เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูของเขาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เคนขมวดคิ้วก่อนจะผละออกจากร่างของเค้กไปรับสายที่ระเบียง"ครับคุณแม่... ผมรอดมาได้ครับ... ใช่ครับ ผมกำลังจะเข้าไปที่บริษัท... เรื่อง งานแต่งงาน ผมทราบครับ ผมไม่ลืมสัญญา"เค้กที่แอบฟังอยู่หลังประตูถึงกับตัวชาไปทั้งแถบ ‘งานแต่งงานงั้นเหรอ? สัญญาอะไรกัน?’ ความสุขที่พุ่งปรี๊ดเมื่อครู่ร่วงดิ่งลงเหวทันทีเคนเดินกลับเข้ามาในห้อง ใบหน้าเขาดูเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "เค้ก... ผมมีเรื่องต้องรีบไปจัดการ คุณอยู่ที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวผมจะให้คนรถเอาเสื้อผ้าและของใช้มาให้""เคนคะ... เมื่อกี้คุณคุยเรื่องงานแต่งงานเหรอ?" เค้กถามเสียงสั่นเคนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามากอดเค้กไว้แน่น "มันเป็นเรื่องธุรกิจน่ะเค้ก คุณอย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ ผมจัดการได้... ผมเลือกคุณแล้ว"แต่คำพูดนั้นมันกลับดูไม่มั่นคงเอาเสียเลย เมื่อเค้กเหลือบไปเห็นรูปถ่ายใบหนึ่งในลิ้นชักที่เปิดค้างไว้... มันคือรูปของเคนคู่กับผู้หญิงสวยสง่าคนหนึ่งในชุดหมั้น!ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ในขณะที่เคนไม่อยู่ ประตูห้องพักก็ถูกเปิด
"เค้ก! จับขอบเรือไว้แน่นๆ!" เคนตะโกนก้องในขณะที่เจ้าฉลามยักษ์พุ่งเข้าชนกราบเรือชูชีพจนเอียงกระเท่่เร่ เสียงฟันคมกริบครูดกับยางสังเคราะห์ดัง แคร่ก! จนน่าสยดสยองเคนคว้าพายขึ้นมาด้วยแววตาดุดัน เขาใช้จังหวะที่มันโผล่หัวขึ้นมาฟาดลงไปที่จมูกมันสุดแรง "ไปตายซะไอ้ลูกหมา!" แรงปะทะทำให้เรือสั่นคลอนจนฉันที่สภาพยังกึ่งเปลือยล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นเรือแต่ทว่า... ความซวยยังไม่จบ เจ้าฉลามนั่นงับเข้าที่ขอบยางด้านล่างจนทะลุ! เสียงลมรั่วดัง ฟู่... พร้อมกับน้ำทะเลที่เริ่มพุ่งทะลักเข้ามาในตัวเรือ"เคน! เรือรั่ว! น้ำเข้าแล้วค่ะ!" ฉันร้องลั่นด้วยความกลัว แต่ในจังหวะที่ฉันคลานไปหาเขา ชุดหมีที่ถลกลงมามันทำให้บั้นท้ายขาวนวลของฉันเด่นหราอยู่กลางลำเรือเคนหันมามองเรือที่เริ่มจมลงทีละนิดสลับกับมองร่างของฉัน ความตื่นเต้นจากการสู้กับมัจจุราชบวกกับภาพตรงหน้าทำให้อารมณ์ดิบในตัวเขาพุ่งพล่านถึงขีดสุด เขาโยนพายทิ้งแล้วโผเข้าหาฉันทันที!"ในเมื่อเรือจะล่ม... งั้นเราก็มา 'ลงนรก' ไปพร้อมกันเถอะเค้ก!"เขากระชากชุดหมีฉันออกจนขาดวิ่น แล้วจับฉันกดลงกับพื้นที่น้ำกำลังนองขึ้นมาจนถึงหน้าอก ความเย็นของน้ำทะเลที่ซึมเข้ามาตัด
ในขณะที่เคนกำลังโหมกายเข้าใส่ฉันอย่างบ้าคลั่งบนเรือชูชีพที่ติดอยู่ริมชายหาด จู่ๆ ลมทะเลก็เปลี่ยนทิศทาง พายุลูกใหม่ที่ไม่มีใครตั้งตัวพัดกระหน่ำเข้ามา คลื่นยักษ์ซัดเปรี้ยงเข้าที่กราบเรือจนมันหลุดออกจากโขดหินแล้วไหลลอยละลิ่วออกสู่ทะเลลึก!"เฮ้ย! เรือหลุด!" เคนสบถออกมาแต่เขายังไม่ยอมถอนกายออกจากตัวฉัน"เคน! เรือลอยออกไปแล้ว... อ๊ะ! อ๊าาาาา!" ฉันกรีดร้องไม่ใช่เพราะกลัวเรือลอย แต่เพราะจังหวะที่เรือกระแทกกับคลื่น มันส่งให้ตัวตนของเคนกระแทกเข้ามาลึกจนถึงจุดกระสันที่สุด"ช่างมันเค้ก! ตอนนี้ผมหยุดไม่ได้แล้ว... ซี๊ดดดด! อื้อออออ!" เคนกัดฟันกรอด เขาใช้แขนแกร่งยึดขอบเรือไว้มั่น ส่วนช่วงล่างยังคงทำงานอย่างดุดันแข่งกับแรงโยกของคลื่นทะเลเรือชูชีพลำน้อยถูกคลื่นซัดโยนไปมากลางทะเลที่เริ่มปั่นป่วน ฝนเริ่มเทกระหน่ำลงมาอีกรอบ แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นกามารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้น เสียงครางหวานลั่นของเราดังระงมแข่งกับเสียงฟ้าร้อง"อ๊ะ... อ๊ะ... อื้อออออ! เคน... มันเสียว... เสียวจนจะขาดใจแล้ว! อ๊าาาาาา!" ฉันบิดเร้ากายไปมา ผิวเหงื่อผสมหยาดฝนจนลื่นปรึ๊ดไปหมด ทุกครั้งที่คลื่นซัดเรือให้ดิ่งลง ลำกายแกร่งของเคนก็ยิ่งฝั
พายุฝนสงบลงทิ้งไว้เพียงความหนาวเหน็บที่กัดกินผิวหนัง กองไฟที่เป็นความหวังเดียวถูกน้ำฝนชะล้างจนเหลือเพียงเถ้าถ่านสีดำสนิท ความเงียบสงัดกลับเข้าปกคลุมเกาะร้างอีกครั้ง พร้อมกับอุณหภูมิที่ลดฮวบจนฉันสั่นสะท้านไปทั้งทรวง"หนาว... หนาวมากเลยค่ะเคน" ฉันพึมพำ ฟันกระทบกันดังกอดตัวเองแน่นในสภาพที่เสื้อเชิ้ตตัวบางเปียกชุ่มแนบไปกับผิว"มานี่เค้ก รีบกลับไปที่เพิงพักก่อน" เคนกวาดร่างฉันขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาว แม้ตัวเขาเองจะสั่นไม่แพ้กันแต่เขาก็ยังกัดฟันพาฉันกลับมายังที่พักชั่วคราวที่เป็นเพียงหลังคาใบปาล์มที่พักของเรายังพอแห้งอยู่บ้าง เคนวางฉันลงบนกองใบปาล์มก่อนจะรีบถอดเสื้อเชิ้ตที่เปียกโชกของฉันออก "ถ้าใส่ไว้แบบนี้คุณปอดบวมแน่ ถอดออกซะ"ตอนนี้เราทั้งคู่เปลือยเปล่าท่ามกลางความมืดมิดและลมพายุที่ยังพัดหวีดหวิว เคนแทรกตัวเข้ามาสวมกอดฉันจากด้านหลัง ใช้ร่างกายกำยำของเขาเป็นผ้าห่มผืนหนาถ่ายเทความร้อนให้ฉัน"อื้อออ... ดีขึ้นไหม?" เสียงเขาทุ้มต่ำสั่นพร่าอยู่ชิดต้นคอ"ยังสั่นอยู่เลยค่ะเคน... ฉันรู้สึกเหมือนข้างในมันเย็นไปหมด" ฉันเบียดกายเข้าหาความอบอุ่นจากแผงอกเขาอย่างโหยหาเคนไม่ตอบ แต่เขาเริ่มขยับมือ
เคนก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอนใหญ่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อจากการไปทำงานด่วน แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาหยุดชะงัก ภาคินกำลังคร่อมร่างที่สะบักสะบอมของเกวลินอยู่บนเตียง พร้อมกับรอยช้ำใหม่ที่แดงก่ำไปทั่วตัว"นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ? ทำไมคุณหนูถึงอยู่ในสภาพนี้?" เคนถามเสียงเข้ม แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
สองวันที่เคนไม่อยู่ ภาคินเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาเอาใจเกวลินทุกอย่างราวกับจะชดเชยเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมา ภาคินพาเกวลินที่ห้างดังเชียงใหม่ และตอนนี้ทั้งคู่กำลังเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าที่หรูหราที่สุดใจกลางเมือง"อยากได้อะไรอีกไหมเกวลิน?" ภาคินเอ่ยพลางโอบเอวบางไว้แน่น มืออีกข้างถือถุงแบรนด์เนมนับสิบใบท
ในขณะที่บรรยากาศบนเตียงกำลังคุกรุ่นไปด้วยแรงอารมณ์ เสียงโทรศัพท์ของเคนก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน เคนสบถเบาๆ ก่อนจะกดรับสาย เมื่อปลายสายคือพี่ชายของเกวลินที่สั่งงานด่วนให้เขาต้องไปจัดการทันที เคนจึงทำได้เพียงส่งสายตาเสียดายมาที่เกวลิน"ฝากไว้ก่อนนะครับคุณหนู... เดี๋ยวผมกลับมาต่อ" เคนกระซิบที่ข้า
ท่ามกลางเสียงกระแทกกระทั้นที่หยาบโลนและเสียงครางที่สุขสมปนทรมานของเกวลิน จู่ๆ ร่างของ ภาคิน ที่นั่งอยู่บนโซฟาก็แข็งทื่อไป สายตาที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างรุนแรงภาพของเกวลินที่กำลังถูกเคนรุกรานในท่าที่ประจันหน้ากับเขา มันดันไปซ้อนทับกับภาพเหตุการณ์สะเทือนใจในอดีตภาพผู้





