LOGINสรุปแล้ววิธีแก้คำสาปก็คือมีอะไรกับผู้ชาย แค่นี้ง่ายๆ? ง่ายกับผีสิยะ! พรมจรรย์ของฉันที่เก็บรักษาไว้ก็ต้องมาหายไป เอาเถอะใช่ว่าฉันจะไม่ชอบ เอาล่ะหนุ่มๆ มาคุกเข่าต่อหน้าฉันซะ เพราะฉันคือจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร
View More“อึก อ๊าส์”
แจะ แจะ
เสียงลามกที่ปล่อยออกมา เมื่อพบว่าเกวลินกำลังช่วยตัวเองอยู่บนที่นอน
นิ้วมือที่สอดเข้าออกอย่างว่องไวไม่ค่อยช่ำชอง เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอก็เพิ่งจะเคยมีอารมณ์ทางเพศและช่วยเหลือตัวเองแบบนี้แหละ
“อ๊ะ ไม่ไหวแล้ว”
ก่อนที่จะเสร็จไปด้วยมือของตัวเอง น้ำขาวใสไหลออกมาทางร่องสวาท เกวลินหายใจหอบเนื่องจากเมื่อกี้เธอใช้พลังงานชีวิตไปมากซะเหลือเกิน ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ได้ยังไงกันนะ เธอไม่เคยมีอาการแบบนี้เลย เพราะยัยแก่ขอทานนั่นคนเดียวที่ทำให้เธอต้องกลายมาเป็นแบบนี้
ย้อนกลับไปเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน
“เดินระวังนะครับคุณหนู”
เคน บอดี้การ์ดคนสนิทของพี่ชายเธอที่ให้มาดูแล แน่นอนว่าตอนนี้เขาได้กลายเป็นคนรับใช้ที่เกวลินหิ้วไปไหนมาไหนด้วยตลอด
“ชุดนี้ก็สวยเหมาะกับฉันมากเลย นายว่าแบบนั้นไหมเคน?”
เกวลินหันมามองลูกน้องคนสนิทของพี่ชายที่ตอนนี้กลายเป็นลูกน้องของเธอแบบเต็มตัว เคนที่มีหน้าที่เพียงแค่ถือของที่เกวลินซื้อกลับมาเท่านั้น แต่เขาไม่คิดว่ามันจะเยอะมากขนาดนี้ สมแล้วกับการเป็นลูกคนรวยที่เห็นของถูกใจก็จะซื้อไปซะหมด
เคนพยักหน้าตอบรับก่อนจะยื่นคีย์การ์ดบัตรเครดิตให้กับพนักงานไป แล้วเขาก็ต้องรีบเก็บของที่คุณหนูซื้อมาหิ้วไว้ให้เต็มมือ บอกตามตรงว่าถ้าเธอยังซื้ออีก เขาก็ไม่มีที่จะถือให้แล้ว นอกเสียจากเอาของในมือพวกนี้ทิ้งไปให้หมดนั่นแหละ ถึงจะมีความคิดแบบนั้นแต่เคนก็ไม่คิดที่จะทำมันจริงๆ ถ้าเอาทิ้งยังไงก็โดนด่าจนหูชา และถูกเจ้านายตัวจริงไล่ออกอีก
“จะให้ผมเอาของพวกนี้ไปไว้ที่รถเลยไหมครับ” เขาถามทันทีเมื่อเห็นเธอเดินมายังทางออกของห้างใหญ่
“โอเค แล้ววนกลับมารับฉันด้วยล่ะ ฉันจะรออยู่นี่”
“เอ่อ...ครับ”
‘ไปด้วยกันจะไม่เปลืองน้ำมันน้อยกว่าเหรอ’ เคนคิดในใจและหันหลังกลับไปยังที่จอดรถและเอาของทุกอย่างที่เกวลินซื้อใส่ไว้ที่ใต้ท้องรถทันที เขาวางมันอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์ บอกตามตรงว่าโคตรไม่ชอบที่เธอจิกหัวใช้เขาเหมือนคนรับใช้ส่วนตัว ทั้งที่เขามาดูแลเธอตามคำสั่งของพี่ชายที่เป็นหัวหน้าเขาตรงๆ ด้วยซ้ำ
“ดูมันไว้ล่ะเคน ถ้าเห็นว่ามีพฤติกรรมที่จะรับมรดกต่อจากคุณพ่อเมื่อไหร่ก็ฆ่าทิ้งเลย”
คำสั่งของเจ้านายดังขึ้นมาในหัว เขาพยายามระงับอารมณ์เพื่อที่จะไม่ฆ่าเธอเพียงเพราะเธอยังทำตัวเหมือนคุณหนูตามประสาเด็กที่เห็นอะไรก็จะอยากได้ไปหมด
ทางด้านของเกวลิน ที่ยืนรอเคนขับรถมา ซึ่งมันก็นานมากแล้วเหมือนว่าเธอจะอารมณ์ไม่ค่อยจะดีอยู่ด้วย
“ไอ้บ้านั่น! แกล้งให้ฉันยืนรองั้นเหรอ!”
เกวลินย่ำเท้าอยู่กับที่เพื่อระบายอารมณ์ เพราะตอนนี้เธออารมณ์เสียจนอยากจะหยิกหัวผู้คนที่เดินผ่านไปมาเพื่อตบได้เลย เธอรู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะงั้นเธอจึงทำได้แค่ย่ำเท้าเท่านั้น
ตุ๊บ!
“ว้าย!”
“กรี๊ดดด”
เสียงกรี๊ดของเกวลินทำให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว
“ตายแล้วเกิดอะไรขึ้นน่ะ” มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งมามองก่อนจะช่วยคนแก่หัวหงอกลุกขึ้นมา
“นี่คุณคะ เดินชนคนแก่แบบนี้ยังทำตัวเสียมารยาทอีก” เธอพูดขึ้นมาเพื่อให้คนอื่นที่มองสถานการณ์พวกนั้นเป็นพยาน
“ไม่เป็นอะไรนะคะคุณยาย”
“จ้ะๆ ขอบใจแม่หนูมากนะ”
เกวลินกอดอกมองก่อนจะแสยะยิ้ม “ฉันชนเหรอ ฉันก็ยืนอยู่เฉยๆ เองนะ อีแก่นี่มันมาชนฉันเองซะมากกว่า”
เธอที่ระงับอารมณ์มานานเพราะบอดี้การ์ดบ้านั่นแกล้งให้รอยังไม่พอ ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก อารมณ์ที่ระงับเอาไว้ก็ถูกปล่อยออกมา
“แต่ถึงอย่างนั้นคุณก็ต้องขอโทษนะคะ คุณยายก็แก่แล้วจะไปเห็นได้ไงว่าคุณยืนอยู่”
“เหอะ ขอโทษเหรอ?” เกวลินเดินเข้ามาพยักยายแก่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ผู้หญิงคนนั้นล้มก่อนจะจิกผมไปยังผู้หญิงที่ปากดีและตบสั่งสอนสักสองสามที
เพี้ยะ!!
“พอเถอะแม่หนู ยายผิดเองยายมองไม่เห็นทาง ยายขอโทษนะ”
“อย่านะคะคุณยาย” พอยายแก่คนนั้นจะยกมือขึ้นไหว้เพื่อขอโทษเกวลิน แต่ยัยผู้หญิงปากดีที่โดนเธอตบไปเมื่อกี้ห้ามเอาไว้
“ยังไม่เข็ดเหรอห๊ะ!”
“คุณจะตบฉันสักกี่ครั้งก็ได้ตามใจคุณเลยค่ะ แต่คุณจะมาให้คนแก่รุ่นราวคราวทวดแบบนี้ขอโทษ คุณต้องเป็นคนยังไงเนี้ย”
พอยัยนั่นพูดจบ ทุกคนที่มองสถานการณ์พวกนี้ก็พยักหน้าตาม จนเกวลินกรี๊ดออกมาเสียงดัง
“กรี๊ดดดด! ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ มันผิดรึไง แก่ก็อยู่ส่วนแก่ จนก็อยู่ส่วนจน ฉันเป็นถึงลูกคุณหนูไฮโซเลยนะ ทำไมต้องมาขอโทษอีแก่หนังเหี่ยวคนนี้ด้วย”
“ตายแล้วดูพูดเข้าสิคะ ลูกคุณหนูบ้านไหนเนี้ย ถ่ายคลิปไว้เลย ดังแน่”
เสียงผู้คนกระซิบกันอย่างล้นหลาม ทำให้เกวลินรู้สึกอับอายขายขี้หน้า
“อีแก่ทุกอย่างมันเป็นเพราะแกคนเดียว มันเป็นเพราะแกไม่ยอมขอโทษ”
เธอยังคงพยายามเข้าไปหาเรื่องแต่ก็ถูกเคนเข้ามาห้ามซะก่อน
“พอเถอะครับคุณเกวลิน!”
น้ำเสียงที่ดุจนดูไม่เหมือนเคนที่เธอเคยรู้จัก ทำให้เธอหยุดการกระทำทุกอย่างลง และมองไปยังยัยแก่คนนั้นด้วยสายตาเคียดแค้น
“ผมต้องขอโทษแทนคุณหนูของผมด้วยนะครับคุณยาย เดี๋ยวผมจะจ่ายค่าทำขวัญให้”
เขาพูดและก้มไหว้ต่ำเพื่อขอโทษทั้งที่คนขอโทษต้องเป็นเกวลิน ผู้คนยังคนกระซิบกับการกระทำนี้ไม่หยุดหย่อน
คุณยายส่ายหน้าเพื่อไม่รับค่าทำขวัญ ก่อนจะมองมายังเกวลินและพูดบางอย่างขึ้นมา
“ตั้งแต่ฉันอยู่มาจนถึงตอนนี้ ฉันไม่เคยเจอเด็กมารยาทแย่แบบเธอมาก่อนเลยสักนิด คำขอโทษไม่มียังไม่พอ คำพูดคำจาและท่าทางการแสดงออกนี่มันไม่ใช่คนเลยสักนิด ฉันขอสาปให้เธอมีแต่ความทุกข์ทรมาน และทรมานมันยิ่งขึ้นไปอีก ให้ตายไปเลยก็ยิ่งดี”
พอคำพูดของยายแก่จบลงผู้คนรอบข้างก็เห็นด้วยพร้อมกับโห่ไล่ปาของใส่ทันที
“ใช่ๆ ขอให้คำสาปที่คุณยายพูดเป็นจริง”
เกวลินกระฟัดกระเฟียดจะตอบโต้ แต่ก็ถูกเคนจับแขนเธอมาเพื่อที่จะขึ้นรถหนีกลับทันที
“ห้ามไว้ทำไม?”
เธอพูดออกมาอย่างอารมณ์เสีย ถ้าไม่ตอบโต้ภาพลักษณ์เธอก็เสียหายหมด
“แค่นี้ก็ภาพลักษณ์ก็เสียหายมากพอแล้วครับคุณหนู คุณอยากให้คุณ ณัฐวิน เป็นห่วงงั้นเหรอครับ?”
เคนพูดขึ้นมาก่อนจะหันไปขับรถมองทาง ทำให้เกวลินหันมองไปที่อื่นเพื่อสงบสติอารมณ์
ณัฐวินก็คือพี่ชายเธอเอง พี่ชายคนละแม่ที่ไม่ค่อยได้เจอหน้าบ่อยสักเท่าไหร่ ตั้งแต่พ่อเสียเขาก็ยุ่งกับงานเจอกันครั้งล่าสุดก็ตอนงานศพพ่อแค่นั้นเลย ก็ยังดีที่เขาส่งคนมาเพื่อดูแลรับใช้ ไม่อย่างนั้นในบ้านหลังนี้ก็ไม่มีใครสนใจเธอเลย เพียงเพราะเห็นว่าเธอคือลูกเมียน้อยที่พ่อรับเข้ามา
ช่างมันเถอะคิดไปก็หนักหัวเปล่าๆ
ในปัจจุบันก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้ว ดูเหมือนคำสาปของอีแก่ขอทานนั้นจะได้ผลซะทีเดียว
เธอไม่เคยดูถูกเทพองค์ไหนเลยนะ แค่เพราะอีแก่คนนั้นก็ทำให้คำสาปนี้ออกฤทธิ์ได้ขนาดนี้
ถ้าเธอไม่เสร็จความใคร่ตัวเอง เธอก็จะตายได้ นี่น่ะเหรอ ความทุกข์ทรมานที่มันพูดไว้
แต่ความทรมานยังไม่หมดแค่นั้น มันยังมีบางอย่างที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในชีวิตเธอในแต่ละวัน...
อย่างแรกคือ...กลิ่น!
จู่ๆ เกวลินก็เริ่มได้กลิ่นแปลกๆ ที่ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดและกระสับกระส่ายตลอดเวลา มันไม่ใช่กลิ่นเหม็น แต่เป็นกลิ่นที่ปลุกเร้าและชวนให้เธอเกิดอารมณ์ทางเพศ กลิ่นนั้นมาจากทุกที่... จากเสื้อผ้าที่สวมใส่ จากอาหารที่กิน หรือแม้กระทั่งจากอากาศรอบตัว
และอีกอย่างคือ...ความฝัน
เกวลินเริ่มฝันถึงเรื่องแปลกๆ ทุกคืน เธอฝันว่าถูกผู้ชายหลายคนเข้ามาห้อมล้อม และต่างคนต่างปลุกเร้าเธอด้วยวิธีที่แตกต่างกันออกไป บางคนใช้มือ บางคนใช้ปาก และบางคนใช้... ความเป็นชาย
ความฝันนั้นทำให้เธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกวาบหวามและเปียกชื้นที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า ความกระหายในความสุขทางเพศของเธอเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ จนเธอต้องหาทางระบายมันออกมาด้วยตัวเอง
นั่นทำให้เธอมั่นใจว่า ยัยแก่ขอทานคนนั้นไม่ได้แค่สาปให้เธอทรมานทางกาย แต่ยังสาปให้เธอทรมานทางใจ และทาง สัญชาตญาณ อีกด้วย
เกวลินได้แต่คิดว่า...ความทรมานนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่? หรือเธอจะต้องกลายเป็นทาสของความใคร่ไปตลอดชีวิต?
แล้วถ้าหากว่า... เธออยากจะทำให้คำสาปนี้สิ้นสุดลง เธอจะต้องทำอะไรบ้าง
แสงไฟวับวาบสีแดงน้ำเงินจากรถตำรวจข้างหน้าทำเอาเกวลินเบรกตัวโก่ง ตำรวจหนุ่มคนหนึ่งเดินตรงมาที่กระจกรถพร้อมเคาะเรียกด้วยท่าทางขึงขัง"ขออนุญาตตรวจใบขับขี่ด้วยครับคุณผู้หญิง" ตำรวจหนุ่มพูดพลางส่องไฟฉายเข้ามาในรถจนเห็นร่างของเคนที่นอนคอพับอยู่ข้างๆ "แล้วนั่น... เพื่อนเป็นอะไรครับ?""อ๋อ... เขาแค่สลบจากศึกหนักน่ะค่ะคุณตำรวจ" เกวลินตอบเสียงจิกกัดพลางจ้องมองตำรวจหนุ่มด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป คำสาปในกายที่ยังค้างคาจากในบาร์เริ่มทำงานทันทีที่เธอเห็นชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบที่ดูบุคลิกดี"ขอใบขับขี่ด้วยครับ อย่าเปลี่ยนเรื่อง" ตำรวจย้ำเสียงเข้มเกวลินแค่นยิ้มร้าย เธอแกล้งขยับตัวบิดไปมาจนเสื้อผ้าที่หมิ่นเหม่แทบจะปิดอะไรไม่มิด "ใบขับขี่เหรอคะ? ฉันไม่ได้พกมาเป็นใบๆ หรอกค่ะ... แต่มันซ่อนอยู่ในตัวฉันนี่แหละ ถ้าคุณตำรวจอยากได้... ก็ลองเข้ามา ค้นดูสิคะ"พูดจบเธอก็คว้ามือของตำรวจหนุ่มที่วางอยู่ขอบหน้าต่างมาวางลงบนหน้าขาเนียนละเอียดของเธออย่างจงใจ ตำรวจหนุ่มถึงกับชะงัก หน้าแดงซ่านด้วยความตกใจและสับสนในมนต์เสน่ห์ที่แผ่ออกมา"คุณ... คุณทำอะไรครับ! นี่มันที่สาธารณะนะ!" ถึงปากจะห้าม แต่สายตาของเขากลับจ้องมอ
เคนนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมมืดของบาร์ สายตาคมกริบจ้องมองเกวลินที่กำลังเยื้องกรายอยู่กลางฟลอร์เต้นรำ เธอจงใจเบียดเสียดร่างกายกับชายหนุ่มแปลกหน้าคนแล้วคนเล่า ทุกครั้งที่เธอส่งยิ้มหวานหรือยอมให้ชายพวกนั้นแตะต้องเอวบาง เคนจะกระดกเหล้าเข้าปากราวกับมันคือน้ำเปล่า"แกมันโง่เองเคน... ปากหมาจนเสียเรื่อง..." เขาสบถกับตัวเอง เสียงหัวใจมันเต้นโครมครามด้วยความริษยาที่แทบจะระเบิดออกมาเหล้าขวดแล้วขวดเล่าถูกสั่งมาไม่หยุด จนกระทั่งสติสัมปชัญญะของเคนเริ่มพร่าเลือน แต่ความโกรธกลับชัดเจนขึ้น เขาเห็นชายคนหนึ่งเริ่มเลื่อนมือต่ำลงไปใต้กระโปรงของเกวลิน และเธอก็แกล้งทำเป็นเคลิบเคลิ้มเพื่อยั่วโมโหเขาปึก!เคนกระแทกแก้วลงบนโต๊ะจนร้าว เขาพยุงร่างกายที่โซเซแต่เต็มไปด้วยมวลกล้ามเนื้อพุ่งตรงไปที่ฟลอร์เต้นรำทันที"เห้ย! แกเป็นใครวะ?" ชายคนนั้นร้องลั่นเมื่อถูกมือหนาของเคนกระชากไหล่จนล้มคว่ำเคนไม่ตอบ แต่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเกวลิน แรงบีบจากความเมาและความหวงทำให้เธอถึงกับอุทานออกมา "เคน! นายเมาแล้วนะ ปล่อยฉัน!""ใช่! ผมเมา! และผมก็กำลังจะบ้าเพราะคุณด้วย!"เคนไม่ฟังคำทัดทาน เขาไม่พาเธอไปที่รถ แต่กลับลากเธอตรงไปย
ท่ามกลางความมืดมิดในนิมิต เกวลินเห็นยายแก่คนเดิมยืนยิ้มแสยะอยู่ท่ามกลางเปลวไฟสีดอกตะแบก รอยยิ้มนั้นมันช่างเยือกเย็นจนเกวลินต้องกอดตัวเองไว้แน่น"สนุกไหมล่ะคุณหนู... รสสวาทที่เจ้าได้รับ มันดับร้อนได้เพียงชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้นแหละ" หญิงชราหัวเราะร่วน "อยากรู้ทางแก้แล้วใช่ไหม? ข้าจะบอกให้ก็ได้... คำสาปนี้จะสลายไป ก็ต่อเมื่อเจ้าได้รับสัมผัสที่มาจากความรักบริสุทธิ์เท่านั้น สัมผัสจากคนที่รักเจ้าที่หัวใจ ไม่ใช่หวังเพียงร่างกายเจ้าเพื่อระบายความใคร่""รักแท้งั้นเหรอ? คนอย่างฉันเนี่ยนะจะมีใครมารักจริงๆ!" เกวลินตะโกนก้องทั้งน้ำตา"นั่นคือบทพิสูจน์ของเจ้า... หากหาไม่ได้ เจ้าก็ต้องเป็นทาสราคะ รุ่มร้อนจนตัวตายไปกับชายที่ไม่ได้รักเจ้าจริง!"เฮือก!เกวลินสะดุ้งสุดตัวตื่นขึ้นมาบนเตียงกว้างในห้องนอนของเธอเอง หยาดเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม เธอหอบหายใจถี่กระชั้นจนทรวงอกกระเพื่อมไหว และเมื่อหันไปมองข้างเตียง เธอก็พบกับเคนที่นั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่างเคนจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อน เขาเห็นเธอละเมอเรียกชื่อใครบางคนและสะอื้นไห้ในฝัน ใจที่เคยแข็งกระด้างของบอดี้การ์ดหนุ่มเริ่มสั่นคลอน เขาจำสัมผัสที่บ้านร้างได
เคนหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ถนนดินลูกรังที่สองข้างทางเต็มไปด้วยแมกไม้ครึ้ม ก่อนจะมาหยุดสนิทหน้าบ้านพักหลังเก่าที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าขนลุก แต่สำหรับคนที่อารมณ์กำลังเดือดพล่านอย่างเคน... ผีที่ไหนเขาก็ไม่สนทั้งนั้น!"ลงมา!" เคนเดินมาเปิดประตูรถแล้วกระชากแขนเกวลินให้ลงจากรถอย่างแรง"โอ๊ย! เคน ฉันเจ็บนะ! นายพาฉันมาที่นี่ทำไม บอกแล้วไงว่าฉันอยากพัก!" เกวลินพยายามขัดขืน แต่แรงบีบที่ข้อมือทำเอาเธอหน้าเหยเก"พักเหรอ? เมื่อกี้ที่โรงพยาบาลยังดูสดชื่นอยู่เลยไม่ใช่หรือไง!" เคนเหวี่ยงร่างบางเข้าไปในตัวบ้านที่เต็มไปด้วยฝุ่นจางๆ แสงแดดยามเย็นที่ลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างไม้ทำให้เห็นฝุ่นที่ลอยฟุ้งเคนดันเกวลินจนแผ่นหลังเธอแนบติดกับผนังไม้เก่าๆ เขาโน้มตัวลงมาจนเกวลินสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนรุ่มและกลิ่นอายความโกรธ"หมอนั่นทำท่าไหนบ้างล่ะ... หืม? มันถึงทำให้คุณหนูดูพอใจขนาดนี้""นายมันบ้าไปแล้วเคน! อ๊ะ..."ยังไม่ทันที่เกวลินจะด่าจบ เคนก็บดขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างรุนแรง มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลเหมือนคุณหมอ แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและต้องการประกาศความเป็นเจ้าของ เขาจงใจข