Masukสรุปแล้ววิธีแก้คำสาปก็คือมีอะไรกับผู้ชาย แค่นี้ง่ายๆ? ง่ายกับผีสิยะ! พรมจรรย์ของฉันที่เก็บรักษาไว้ก็ต้องมาหายไป เอาเถอะใช่ว่าฉันจะไม่ชอบ เอาล่ะหนุ่มๆ มาคุกเข่าต่อหน้าฉันซะ เพราะฉันคือจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร
Lihat lebih banyakالفصل الأول
لم أكن أتخيل أن يوم زفافي سيكون بداية قصة لم أفهم فصولها بعد. اسمي صبا، أبلغ من العمر سبعة وعشرين عاماً، فتاة عادية الملامح لكنني أؤمن أن لكل إنسان شيئاً يميّزه. أعمل خبيرة في مجال الطاقة المتجددة، وكان عملي دائماً ملجأي الذي أجد فيه نفسي الحقيقية. عندما رأيت سليم لأول مرة شعرت أن قلبي قرر أن يتمرد على عقلي. كان وسيماً بطريقة تجعل الحضور يلتفتون إليه دون أن يحاول حتى. عيناه كانتا هادئتين لكنهما تحملان بروداً لم أفهمه في حينها. أحببته من النظرة الأولى، دون أن أسمع صوته أو أعرف طباعه. زواجنا لم يكن قصة حب تقليدية، بل كان قراراً فرضته الظروف والعائلات. والدته نسرين كانت صديقة والدتي المقربة منذ سنوات طويلة، وكانت تعاملني كابنتها دائماً. بعد أن عادت العلاقة بين العائلتين، أصرت نسرين على أن أصبح زوجة سليم. علمت لاحقاً أنها هددته بحرمانه من الميراث إن رفض الزواج مني. لم أكن أعلم أنني سأكون سبب صراع داخلي في حياته. في يوم الزفاف كان يقف بجانبي بهدوء، يؤدي دوره وكأنه ينجز صفقة عمل لا أكثر. حاولت أن أبحث في ملامحه عن أي إشارة تدل على قبوله بي، لكنني لم أجد سوى المجاملة. رغم ذلك، كنت أبتسم وأقنع نفسي أن الحب يمكن أن يولد مع الوقت. لم أكن أعلم أن هذا الزواج سيكون بداية رحلة طويلة بين قلب يحب وقلب يرفض الاعتراف بمشاعره. وقفت في المطبخ أتفقد الأطباق للمرة الأخيرة، كنت قد أعددت العشاء بعناية وكأنني أجهز لاحتفال صغير بيني وبينه. كانت الساعة تقترب من التاسعة مساءً، وسليم لم يعد بعد، كعادته في التأخر دون اعتذار. حاولت إقناع نفسي بأنه مشغول بالعمل، كما أفعل دائماً. فجأة، وصلني إشعار على هاتفي من صديقتي المقربة ندى. فتحت الرسالة مبتسمة، لكن ابتسامتي تلاشت فور تشغيل الفيديو. كان سليم يظهر فيه داخل حفل فاخر، يقف بجانب فتاة جميلة تضحك معه بانسجام واضح. شعرت أن قلبي سقط في صدري، وبدأت أعيد مشاهدة الفيديو مراراً لأتأكد أنني لم أتوهم. عندما ركزت جيداً على ملامح الفتاة، أدركت الحقيقة التي كنت أخشاها. كانت سلمى… الاسم الذي سمعته يخرج من شفتيه أكثر من مرة وهو نائم بجانبي. تجمدت في مكاني، وكأن ذكريات العامين الماضيين قررت أن تهاجمني دفعة واحدة. تذكرت كيف كان يعاملني ببرود، لا يسأل عن يومي ولا عن عملي. لم يحاول يوماً أن يعرف ماذا أفعل في الشركة التي أعمل بها. كان يظن أنني مجرد سكرتيرة عادية، بينما كنت أقود فريق تطوير كامل في مجال الطاقة المتجددة. كنت أعود للمنزل متعبة وفخورة بإنجازاتي، لكنه لم يكن يلاحظ شيئاً. في المناسبات العامة، كان يتصرف وكأنه لا يعرفني، حتى أن معظم الناس لا يعلمون أنه متزوج أساساً. كنت أبرر تصرفاته دائماً وأقنع نفسي أن الوقت سيغيره. لكن رؤية سليم مع سلمى كسرت كل الأعذار التي صنعتها له. جلست أمام طاولة العشاء التي أعددتها بحب، وشعرت أنها تسخر من سذاجتي. في تلك اللحظة، أدركت أنني كنت أعيش حباً من طرف واحد فقط. مسحت دموعي بهدوء، وقررت أن أبدأ التفكير في مستقبلي… مستقبلي الذي قد لا يكون فيه سليم بعد الآن. ظلت صبا جالسة أمام مائدة الطعام، غارقة في أفكارها، حتى فقدت الإحساس بالوقت تماماً. كانت تحدق في الأطباق التي بردت منذ ساعات، وكأنها ترى فيها انعكاس خيبتها. لم تنتبه لمرور الدقائق، ولا لتسلل الليل بهدوء إلى أرجاء المنزل. عندما رفعت عينيها نحو الساعة، اكتشفت أن الوقت تجاوز الواحدة بعد منتصف الليل. في تلك اللحظة، سمعت صوت باب المنزل يُفتح. دخل سليم بخطوات متعبة، يخلع سترته وهو يتنفس ببطء. رغم علامات الإرهاق التي بدت عليه، ظل محتفظاً بوسامته المعتادة التي كانت تربك قلبها دائماً. لمح صبا جالسة على الطاولة، ساكنة كتمثال يحيط به الصمت. نظر إليها لثلاث ثوانٍ فقط، كانت نظرته غامضة لا يمكن تفسيرها. ثم تجاوزها دون أن ينطق بكلمة، متجهاً نحو غرفتهما. سمعت صبا صوت باب الغرفة يُغلق، فاستفاقت من شرودها وكأنها عادت إلى الواقع فجأة. نهضت بهدوء وبدأت تجمع أطباق الطعام التي لم تُمس. وضعتها في المطبخ ببطء، محاولة تجاهل الألم الذي يضغط على صدرها. بعدها توجهت إلى الغرفة واستلقت بجانب سليم الذي كان قد انتهى من الاستحمام وغط في نوم عميق. أغمضت عينيها محاولة النوم، لكنها لم تستطع إيقاف سيل الأفكار داخل رأسها. عادت ذاكرتها إلى موقف حدث بعد أشهر قليلة من زواجهما، عندما أعدت له حفلة صغيرة بمناسبة نجاح أحد مشاريعه. يومها قدمت له هدية اختارتها بعناية، لكنه اكتفى بشكر بارد وانشغل بالرد على مكالمات العمل طوال المساء. تذكرت مرة أخرى عندما حاولت مشاركته إنجازها في العمل بعد حصول فريقها على تكريم مهم. تحدثت بحماس، لكنه قاطعها بسؤال سريع عن العشاء، وكأن كلماتها لم تعنِ له شيئاً. أما الموقف الذي بقي محفوراً في قلبها، فكان عندما طلبت منه مرافقتها إلى حفل خاص بشركتها. رفض ببرود بحجة انشغاله، لكنها رأته في نفس الليلة يحضر مناسبة أخرى مع أصدقائه. تنهدت بصمت وهي تستعيد تلك اللحظات التي كانت تحاول فيها الاقتراب منه. التفتت نحوه وهو نائم، تراقب ملامحه الهادئة التي طالما أحبتها. تساءلت في سرها كيف يمكن لشخص أن يكون قريباً منها جسداً وبعيداً عنها روحاً. شعرت بوخزة حزن عميقة، لكنها حاولت التماسك حتى لا تنهار. بقيت مستيقظة تحدق في سقف الغرفة، مدركة أن قلبها بدأ يتعب من الانتظار.ในขณะที่เค้กกำลังเคลิ้มไปกับรสสวาทบนเตียงนุ่มๆ ในคอนโดหรูของเคน เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูของเขาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เคนขมวดคิ้วก่อนจะผละออกจากร่างของเค้กไปรับสายที่ระเบียง"ครับคุณแม่... ผมรอดมาได้ครับ... ใช่ครับ ผมกำลังจะเข้าไปที่บริษัท... เรื่อง งานแต่งงาน ผมทราบครับ ผมไม่ลืมสัญญา"เค้กที่แอบฟังอยู่หลังประตูถึงกับตัวชาไปทั้งแถบ ‘งานแต่งงานงั้นเหรอ? สัญญาอะไรกัน?’ ความสุขที่พุ่งปรี๊ดเมื่อครู่ร่วงดิ่งลงเหวทันทีเคนเดินกลับเข้ามาในห้อง ใบหน้าเขาดูเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "เค้ก... ผมมีเรื่องต้องรีบไปจัดการ คุณอยู่ที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวผมจะให้คนรถเอาเสื้อผ้าและของใช้มาให้""เคนคะ... เมื่อกี้คุณคุยเรื่องงานแต่งงานเหรอ?" เค้กถามเสียงสั่นเคนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามากอดเค้กไว้แน่น "มันเป็นเรื่องธุรกิจน่ะเค้ก คุณอย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ ผมจัดการได้... ผมเลือกคุณแล้ว"แต่คำพูดนั้นมันกลับดูไม่มั่นคงเอาเสียเลย เมื่อเค้กเหลือบไปเห็นรูปถ่ายใบหนึ่งในลิ้นชักที่เปิดค้างไว้... มันคือรูปของเคนคู่กับผู้หญิงสวยสง่าคนหนึ่งในชุดหมั้น!ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ในขณะที่เคนไม่อยู่ ประตูห้องพักก็ถูกเปิด
"เค้ก! จับขอบเรือไว้แน่นๆ!" เคนตะโกนก้องในขณะที่เจ้าฉลามยักษ์พุ่งเข้าชนกราบเรือชูชีพจนเอียงกระเท่่เร่ เสียงฟันคมกริบครูดกับยางสังเคราะห์ดัง แคร่ก! จนน่าสยดสยองเคนคว้าพายขึ้นมาด้วยแววตาดุดัน เขาใช้จังหวะที่มันโผล่หัวขึ้นมาฟาดลงไปที่จมูกมันสุดแรง "ไปตายซะไอ้ลูกหมา!" แรงปะทะทำให้เรือสั่นคลอนจนฉันที่สภาพยังกึ่งเปลือยล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นเรือแต่ทว่า... ความซวยยังไม่จบ เจ้าฉลามนั่นงับเข้าที่ขอบยางด้านล่างจนทะลุ! เสียงลมรั่วดัง ฟู่... พร้อมกับน้ำทะเลที่เริ่มพุ่งทะลักเข้ามาในตัวเรือ"เคน! เรือรั่ว! น้ำเข้าแล้วค่ะ!" ฉันร้องลั่นด้วยความกลัว แต่ในจังหวะที่ฉันคลานไปหาเขา ชุดหมีที่ถลกลงมามันทำให้บั้นท้ายขาวนวลของฉันเด่นหราอยู่กลางลำเรือเคนหันมามองเรือที่เริ่มจมลงทีละนิดสลับกับมองร่างของฉัน ความตื่นเต้นจากการสู้กับมัจจุราชบวกกับภาพตรงหน้าทำให้อารมณ์ดิบในตัวเขาพุ่งพล่านถึงขีดสุด เขาโยนพายทิ้งแล้วโผเข้าหาฉันทันที!"ในเมื่อเรือจะล่ม... งั้นเราก็มา 'ลงนรก' ไปพร้อมกันเถอะเค้ก!"เขากระชากชุดหมีฉันออกจนขาดวิ่น แล้วจับฉันกดลงกับพื้นที่น้ำกำลังนองขึ้นมาจนถึงหน้าอก ความเย็นของน้ำทะเลที่ซึมเข้ามาตัด
ในขณะที่เคนกำลังโหมกายเข้าใส่ฉันอย่างบ้าคลั่งบนเรือชูชีพที่ติดอยู่ริมชายหาด จู่ๆ ลมทะเลก็เปลี่ยนทิศทาง พายุลูกใหม่ที่ไม่มีใครตั้งตัวพัดกระหน่ำเข้ามา คลื่นยักษ์ซัดเปรี้ยงเข้าที่กราบเรือจนมันหลุดออกจากโขดหินแล้วไหลลอยละลิ่วออกสู่ทะเลลึก!"เฮ้ย! เรือหลุด!" เคนสบถออกมาแต่เขายังไม่ยอมถอนกายออกจากตัวฉัน"เคน! เรือลอยออกไปแล้ว... อ๊ะ! อ๊าาาาา!" ฉันกรีดร้องไม่ใช่เพราะกลัวเรือลอย แต่เพราะจังหวะที่เรือกระแทกกับคลื่น มันส่งให้ตัวตนของเคนกระแทกเข้ามาลึกจนถึงจุดกระสันที่สุด"ช่างมันเค้ก! ตอนนี้ผมหยุดไม่ได้แล้ว... ซี๊ดดดด! อื้อออออ!" เคนกัดฟันกรอด เขาใช้แขนแกร่งยึดขอบเรือไว้มั่น ส่วนช่วงล่างยังคงทำงานอย่างดุดันแข่งกับแรงโยกของคลื่นทะเลเรือชูชีพลำน้อยถูกคลื่นซัดโยนไปมากลางทะเลที่เริ่มปั่นป่วน ฝนเริ่มเทกระหน่ำลงมาอีกรอบ แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นกามารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้น เสียงครางหวานลั่นของเราดังระงมแข่งกับเสียงฟ้าร้อง"อ๊ะ... อ๊ะ... อื้อออออ! เคน... มันเสียว... เสียวจนจะขาดใจแล้ว! อ๊าาาาาา!" ฉันบิดเร้ากายไปมา ผิวเหงื่อผสมหยาดฝนจนลื่นปรึ๊ดไปหมด ทุกครั้งที่คลื่นซัดเรือให้ดิ่งลง ลำกายแกร่งของเคนก็ยิ่งฝั
พายุฝนสงบลงทิ้งไว้เพียงความหนาวเหน็บที่กัดกินผิวหนัง กองไฟที่เป็นความหวังเดียวถูกน้ำฝนชะล้างจนเหลือเพียงเถ้าถ่านสีดำสนิท ความเงียบสงัดกลับเข้าปกคลุมเกาะร้างอีกครั้ง พร้อมกับอุณหภูมิที่ลดฮวบจนฉันสั่นสะท้านไปทั้งทรวง"หนาว... หนาวมากเลยค่ะเคน" ฉันพึมพำ ฟันกระทบกันดังกอดตัวเองแน่นในสภาพที่เสื้อเชิ้ตตัวบางเปียกชุ่มแนบไปกับผิว"มานี่เค้ก รีบกลับไปที่เพิงพักก่อน" เคนกวาดร่างฉันขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาว แม้ตัวเขาเองจะสั่นไม่แพ้กันแต่เขาก็ยังกัดฟันพาฉันกลับมายังที่พักชั่วคราวที่เป็นเพียงหลังคาใบปาล์มที่พักของเรายังพอแห้งอยู่บ้าง เคนวางฉันลงบนกองใบปาล์มก่อนจะรีบถอดเสื้อเชิ้ตที่เปียกโชกของฉันออก "ถ้าใส่ไว้แบบนี้คุณปอดบวมแน่ ถอดออกซะ"ตอนนี้เราทั้งคู่เปลือยเปล่าท่ามกลางความมืดมิดและลมพายุที่ยังพัดหวีดหวิว เคนแทรกตัวเข้ามาสวมกอดฉันจากด้านหลัง ใช้ร่างกายกำยำของเขาเป็นผ้าห่มผืนหนาถ่ายเทความร้อนให้ฉัน"อื้อออ... ดีขึ้นไหม?" เสียงเขาทุ้มต่ำสั่นพร่าอยู่ชิดต้นคอ"ยังสั่นอยู่เลยค่ะเคน... ฉันรู้สึกเหมือนข้างในมันเย็นไปหมด" ฉันเบียดกายเข้าหาความอบอุ่นจากแผงอกเขาอย่างโหยหาเคนไม่ตอบ แต่เขาเริ่มขยับมือ
เคนก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอนใหญ่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อจากการไปทำงานด่วน แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาหยุดชะงัก ภาคินกำลังคร่อมร่างที่สะบักสะบอมของเกวลินอยู่บนเตียง พร้อมกับรอยช้ำใหม่ที่แดงก่ำไปทั่วตัว"นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ? ทำไมคุณหนูถึงอยู่ในสภาพนี้?" เคนถามเสียงเข้ม แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
สองวันที่เคนไม่อยู่ ภาคินเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาเอาใจเกวลินทุกอย่างราวกับจะชดเชยเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมา ภาคินพาเกวลินที่ห้างดังเชียงใหม่ และตอนนี้ทั้งคู่กำลังเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าที่หรูหราที่สุดใจกลางเมือง"อยากได้อะไรอีกไหมเกวลิน?" ภาคินเอ่ยพลางโอบเอวบางไว้แน่น มืออีกข้างถือถุงแบรนด์เนมนับสิบใบท
ในขณะที่บรรยากาศบนเตียงกำลังคุกรุ่นไปด้วยแรงอารมณ์ เสียงโทรศัพท์ของเคนก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน เคนสบถเบาๆ ก่อนจะกดรับสาย เมื่อปลายสายคือพี่ชายของเกวลินที่สั่งงานด่วนให้เขาต้องไปจัดการทันที เคนจึงทำได้เพียงส่งสายตาเสียดายมาที่เกวลิน"ฝากไว้ก่อนนะครับคุณหนู... เดี๋ยวผมกลับมาต่อ" เคนกระซิบที่ข้า
ท่ามกลางเสียงกระแทกกระทั้นที่หยาบโลนและเสียงครางที่สุขสมปนทรมานของเกวลิน จู่ๆ ร่างของ ภาคิน ที่นั่งอยู่บนโซฟาก็แข็งทื่อไป สายตาที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างรุนแรงภาพของเกวลินที่กำลังถูกเคนรุกรานในท่าที่ประจันหน้ากับเขา มันดันไปซ้อนทับกับภาพเหตุการณ์สะเทือนใจในอดีตภาพผู้