ログインคล้อยหลังธิปติพัศไปอาบน้ำปรียาดานอนมองเพดานห้องตาปริบพลางคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ตลอดเวลา เธอนอนมองเพดานอยู่แบบนั้นจนหนังตาเธอเริ่มหย่อนจะหลับเต็มทนแต่ก็พยายามฝืนตัวเองไว้เพื่อรอใครอีกคนที่ผ่านไปแล้วหนึ่งชั่วโมงก็ไม่ยอมออกมาจากห้องน้ำสักที
จะให้ไปเคาะประตูเรียกปรียาดาก็ไม่กล้าทำได้เพียงนอนรอเขาอยู่อย่างนี้ แกร่ก ในจังหวะที่ดวงตากลมจะปิดสนิทเสียงสวรรค์ที่เธอรอคอยก็ถูกเปิดด้วยฝีมือของคนที่เธอรอ ปรียาดาไม่ได้ลืมตามองธิปติพัศเธอยังคงนอนหลับตาอยู่อย่างนั้น ธิปติพัศที่ยืนเช็ดผมอยู่หน้าห้องน้ำเขามองมาทางปรียาดาที่กำลังหลับตาพริ้มพลางคิดว่าเขาแช่น้ำนานขนาดนั้นเลยหรือไงออกมาอีกทีปรียาดาถึงได้หลับไปแล้ว ธิปติพัศยืนมองปรียาดาอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อไปแต่งตัวในห้องแต่งตัวที่อยู่อีกด้านหนึ่งของเตียงนอนเขาใช้เวลาแต่งตัวไม่นานก็เดินมาล้มตัวลงนอนข้าง ๆ ปรียาดา เขาลังเลอยู่นานมากว่าจะทำยังไงกับหญิงสาวที่กำลังนอนหลับอยู่ดี จะย้ายตัวเองไปนอนที่อื่น หรือนอนตรงนี้แบบไม่แตะต้องกัน แต่คำพูดที่เขาพูดกับปรียาดาก่อนไปอาบน้ำก็แวบเข้ามาในโสตประสาทและใช่คนอย่างธิปติพัศไม่เคยผิดคำพูดกับใครแม้แต่เรื่องไร้สาระพวกนี้ก็ตามแต่ ธิปติพัศยกศีรษะปรียาดาหนุนแขนตัวเองและซุกหน้าเข้าหาลำคอขาวของหญิงสาว กลิ่นกายหอมจากเรือนร่างบางลอยมาแตะจมูก ชายหนุ่มสูดดมกลิ่นของเธอเข้าไปเต็มปอด กลิ่นแป้งเด็กจากปรียาดาไม่เคยจางหายและไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนมันก็ยังคงกลิ่นนี้เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ธิปติพัศเหมือนคนโดนมนต์สะกดเขาจมอยู่กับกลิ่นหอมบนเรือนร่างของปรียาดา เขาสูดดมกลิ่นกายจากตัวเธออย่างคนหื่นกระหายทั้งที่พยายามหักห้ามใจและบอกตัวเองให้หยุดแต่เขากลับทำไม่ได้ ธิปติพัศเหมือนคนเดินอยู่ในเขาวงกตไร้ซึ่งทางออก เขาลุ่มหลงและมัวเมาไปกับเรือนร่างนี้เสียแล้ว แรงซุกไซร้ของชายหนุ่มส่งผลให้คนที่กำลังนอนหลับอยู่รู้สึกตัว พอเห็นว่าปรียาดาตื่นธิปติพัศไม่รอช้ารีบจับหญิงสาวพลิกตัวนอนหงายและพาตัวเองขึ้นคร่อมร่างของหญิงสาวไว้ทันที "อื้อ พี่ภีม" ปรียาดายอมรับว่าตกใจมากเมื่อจู่ ๆ ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นมาคร่อมตัวเธอไว้พร้อมทั้งจับแขนของเธอทั้งสองข้างขึงไว้กับที่นอน ถึงจะยังไม่ทันได้ตั้งตัวแต่ปรียาดาก็ไม่กล้าจะโวยวาย แต่งงานกันมาสองอาทิตย์แล้วเข้าหอสักครั้งยังไม่เคย และถ้าเกิดพี่ภีมของเธอจะทำอะไรเธอขึ้นมาจริง ๆ เธอก็ไม่คิดจะขัดขืนออกจะยินดีด้วยซ้ำ เธออยากให้พี่ภีมเป็นของเธอ อยากให้ร่างกายของเราเป็นของกันและกัน และทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นเพราะเธอรักเขา รักเขามากเขาจริง ๆ "ปันครับ" ธิปติพัศเรียกชื่อหญิงสาวเสียงนิ่งจ้องหน้าเธอตาเป็นประกาย "คะ" ด้านปรียาดาที่ตื่นเต็มตาแล้วและกำลังรู้สึกตื่นเต้นแปลก ๆ กับท่าทีของธิปติพัศ เธอมองหน้าเขาไม่แพ้กันและรอฟังว่าเขาจะพูดว่าอะไร "พี่ขอมีอะไรกับปันได้ไหม" ธิปติพัศเอ่ยขอโต้ง ๆ เขาไม่ได้รู้สึกเขินอายหรือประหม่าที่จะขอมีอะไรกับผู้หญิงใต้ร่างต่างจากปรียาดาที่ทำตัวไม่ถูกและไม่รู้ว่าจะวางสีหน้าแบบไหนดี "มะ มันจะเจ็บไหมคะ" คำถามแสนซื่อถูกเปล่งออกมา ธิปติพัศหัวเราะออกมาอย่างนึกขัน "ปะ ปันไม่เคย" เพราะที่ผ่านมาปรียาดาที่เคยต้องใจกับชายใดเลยสักคน เธอรอแค่พี่ภีมและรักแค่เขามาตลอด ต่างจากธิปติพัศที่ผ่านผู้หญิงมานับไม่ถ้วนและมันน่าเหลือเชื่อจริง ๆ ที่ผู้หญิงเพรียบพร้อมอย่างปรียาดาจะไม่เคยผ่านมือชายใด แต่นั่นมันไม่ใช่สิ่งที่ธิปติพัศจะให้ความสนใจเพราะไม่ว่าเธอจะผ่านมือใครหรือไม่เคยผ่านมือใครเขาก็ไม่ได้รู้สึกพิเศษกับเธอไปมากกว่านี้อยู่แล้ว และการที่เขาจะมีอะไรกันกับภรรยาในทะเบียนก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด มันเป็นเรื่องธรรมดา และเป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็ต่างทำกัน แค่มีอะไรกัน ไม่จำเป็นต้องรักกัน เขาไม่ซีเรียสอยู่แล้วธิปติพัศถึงปรียาดา หลังจากที่ปรียาดามาส่งเขาที่บ้านวันนั้น ธิปติพัศก็ได้ปรับความเข้าใจกับครอบครัวและกลับมาใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป กลับมาบริหารงานที่เขารัก ทุ่มเทเวลาทั้งหมดที่มีไปกับการทำงาน เขาทำงานหนักเพื่อไม่ให้จิตใจคิดฟุ้งซ่าน ธิปติพัศยังคงรู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำไว้กับปรียาดาอยู่ทุกวัน ไม่เคยมีเลยสักวันที่เขาจะลืมเลือนสิ่งที่เขาทำกับเธอไว้ เมื่อย้อนกลับไปมองในสิ่งที่เขาทำมันช่างผิดมหันต์จนไม่น่าให้อภัยเลยด้วยซ้ำ แต่ปรียาดาก็คือปรียาดาจิตใจของเธออ่อนโยนยิ่งกว่าสิ่งใด ไม่เคยคิดโกรธหรือเกลียดใครเพราะเธอเป็นแบบนั้นธิปติพัศจึงยิ่งรู้สึกผิดที่ทำร้ายเธอ ถ้าย้อนเวลากลับไปตอนนั้นได้ธิปติพัศคงไม่ทำแบบนั้น และถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาก็จะไม่แต่งงานกับเธอ และถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาก็จะไม่บอกให้เธอรอ และถ้าย้อนเวลากลับไปได้อีกธิปติพัศก็อยากจะบอกกับปรียาดาว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดเกินเลยกับเธอเกินกว่าพี่ชายและน้องสาวเลย ในตอนนั้นธิปติพัศกับปรียาดาสนิทกันมาก ครอบครัวทั้งสองฝ่ายไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ อีกทั้งเขาและเธอยังเรียนอยู่ที่เดียวกัน ความสนิทระหว่างเขากับเธอในตอนนั้นมันเพิ่มทวีคูณขึ้นทุก
วันนี้รัชชานนท์พาปรียาดามาลองชุดเจ้าสาวพร้อมกับถ่ายพรีเวดดิ้งแบบครอบครัว ทุกอย่างเกิดขึ้นแบบปุบปับมากเพราะจากวันขอแต่งงาน อีกวันชายหนุ่มก็พาเธอมาลองชุดแต่งงานเลย เนื่องจากงานแต่งของเขาและเธอจะถูกจัดขึ้นอีกในหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า ปรียาดาไม่รู้เลยว่ารัชชานนท์เตรียมการเรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้วเพราะทุกอย่างมันดูพร้อมไปหมดจนเธอแปลกใจ ไหนจะฤกษ์แต่งงานที่ไม่รู้รัชชานนท์แอบไปดูมาตอนไหน ไหนจะสถานที่จัดงานบลา ๆ รัชชานนท์จัดการเอาไว้อย่างเสร็จสรรพหมดแล้ว เหมือนเรื่องนี้มีแค่ปรียาดาเท่านั้นที่ไม่รู้อะไรเลย ก่อนถึงวันงานปรียาดากับรัชชานนท์ก็ต้องแยกกันอยู่ตามความเชื่อของผู้หลักผู้ใหญ่ รัชชานนท์ไปนอนที่บ้านของเขา ส่วนปรียาดาก็อยู่ที่บ้านปัจจุบันกับลูกน้อย จวบจนถึงวันแต่งงานปรียาดาตื่นตั้งแต่ตีสามเพื่อลุกขึ้นมาอาบน้ำและรอช่างแต่งหน้ามาเนรมิตตัวเธอให้เป็นเจ้าสาวที่สวยสะพรั่งที่สุดในวันนี้ ถึงจะเป็นการแต่งงานครั้งที่สองแล้ว แต่ทว่าความรู้สึกครั้งนี้มันกลับแตกต่างไปจากตอนนั้นอย่างสิ้นเชิง…. ปรียาดามองภาพตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกก่อนจะฉีกยิ้มออกมาเบา ๆ วันนี้เธอในชุดเจ้าสาวสวยมาก และลู
หนึ่งปีต่อมา… ผ่านมาหนึ่งปีแล้วกับชีวิตแม่ลูกอ่อน พิมาลาในวัยหนึ่งขวบกำลังหัดพูดหัดจาและค่อนข้างจะซนมากเลยทีเดียว เธอเป็นเด็กสดใสยิ้มเก่ง หัวเราะง่ายเป็นที่รักของทุกคน พิมาดาเป็นเด็กที่ชอบเที่ยวมากในทุก ๆ วันหยุดรัชชานนท์เลยมักจะพาแม่ลูกไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ในหนึ่งปีที่ผ่านมาชีวิตของปรียาดาเป็นไปอย่างเรียบง่าย เช่นเดียวกันกับชีวิตคู่ของเธอที่ไม่ดูหวือหวามากกว่าตอนเป็นแฟนกันสักนิด รัชชานนท์ก็ยังคงเป็นรัชชานนท์เคยดูแลเธอยังไงก็ยังดูแลเธออยู่อย่างนั้น จากวันแรกที่เริ่มรู้จักกันจรดจนถึงวันนี้เขาก็ยังคงเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน วันนี้ที่บ้านค่อนข้างจะวุ่นวาย เต็มไปด้วยเสียงเจี๊ยวจ๊าวของปู่ย่า ตายาย ลุงป้า น้า อา ที่พากันมาช่วยกันจัดงานฉลองวันเกิดปีแรกให้กับหนูน้อยพิมาลา บรรยากาศในงานถูกประดับประดาไปด้วยลูกโป่งหลากหลายสีอย่างสวยมาก มีเค้กก้อนโตวางอยู่ตรงกลาง รอบ ๆ ด้านรายล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย รัชชานนท์ยืนอุ้มลูกอยู่ตรงกลาง ข้าง ๆ เขาเป็นภรรยาสาวสวยอย่างปรียาดา เพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ถูกขับกล่อมไปอย่างเชื่องช้า ก่อนที่สามคนพ่อลูกจะก้มลงเป่าเทียนวันเกิดพร้อมกัน จากนั้นรัชชานนท
กลางดึกคืนหนึ่งแสนวุ่นวายเมื่อปรียาดาเจ็บท้องคลอดกะทันหัน บ้านทั้งบ้านวุ่นวายกันไปหมดเนื่องจากพากันตื่นเต้นจนทำอะไรไม่พูด กว่าจะพาปรียาดาส่งโรงพยาบาลได้ก็ใช้เวลาไปไม่น้อยเลยทีเดียว รัชชานนท์ที่เห็นสีหน้าเจ็บปวดของภรรยาเขาก็รู้สึกสงสารปรียาดาจับใจ เสียงร้องไห้ด้วยเจ็บปวดของเธอมันบาดลึกลงไปถึงขั้วหัวใจของเขา ความรู้สึกอยากเจ็บปวดแทนภรรยาเกิดขึ้นกับผู้ชายที่ชื่อว่ารัชชานนท์อีกครั้ง ในขณะที่รอหมอพาปรียาดาเข้าห้องคลอดรัชชานนท์คอยจับมือหญิงสาวไม่ห่าง ยอมให้หญิงสาวใช้เล็บจิกมือเขาเพื่อระบายความเจ็บโดยที่เขาไม่คิดทักท้วงสิ่งใดออกมา “อดทนหน่อยนะครับ” บอกกับภรรยาพร้อมจรดริมฝีปากจุมพิตหน้าผากมนซ้ำ ๆ อย่างต้องการปลอบประโลมเธอ “อื้อ เจ็บอะเขื่อน ฮือออ” ปรียาดาบีบมือรัชชานนท์แน่นพลางร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด มันเจ็บมาก เจ็บเหมือนร่างกายของเธอจะแตกออกจากกันเป็นเสี่ยง ๆ เจ็บเหมือนจะตายเสียให้ได้ เธอไม่คาดคิดเลยว่าการเจ็บท้องคลอดมันจะทรมานมากขนาดนี้วันนี้เธอรู้ซึ้งแล้ว รู้ซึ้งทุกอย่างแล้วจริง ๆ ปรียาดาหลั่งน้ำตาออกมาไม่หยุด ในขณะที่รัชชานนท์ก็คอยยืนข้าง ๆ ไม่ไปไหน รอบ ๆ ห้องแห่งนี้เต็มไป
อยู่โรงพยาบาลต่อสองสามวันคุณหมอก็ให้กลับบ้านได้พร้อมให้ยามาบำรุงมาทานอีกเยอะแยะมากมายรวมถึงยาแก้แพ้ท้องที่หญิงสาวเป็นอยู่ หลังจากออกจากโรงพยาบาลพ่อกับแม่ปรียาดาที่รู้ว่าลูกสาวตั้งครรภ์และแพ้ท้องหนักก็ให้เธอกลับไปอยู่ที่บ้านเพื่อที่จะได้มีคนคอยดูแลระหว่างรอรัชชานนท์จัดการปัญหาเรื่องงานทางนี้ให้เสร็จ ครอบครัวทั้งสองฝ่ายต่างรับรู้แล้วว่าปรียาดาตั้งครรภ์ มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีและทุกคนก็ดีใจกันมาก อย่างที่บอกว่าทั้งสองฝ่ายอยากให้รัชชานนท์กับปรียาดาแต่งงานและมีลูกด้วยกันมาตั้งนานมากแล้ว ถึงตอนนี้ปรียาดาจะท้องก่อนแต่งมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร นอกจากปู่ย่า ตายาย ที่ดีใจ ปรียาดากับรัชชานนท์เองก็ดีใจมากเหมือนกัน ความกลัวที่ปรียาดาเคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้นเมื่อรับรู้ว่าทุกคนดีใจมากแค่ไหนที่รู้ว่าจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาในครอบครัว ระหว่างรอรัชชานนท์เคลียร์งานที่กรุงเทพ ปรียาดาก็ย้ายกลับมาอยู่บ้านตามคำสั่งของพ่อกับแม่ เธอยังคงแพ้ท้องหนักนอนซมอยู่แต่บนที่นอน ทานอะไรเข้าไปนิดหน่อยก็อาเจียนออกมาจนหมด น้ำหนักของปรียาดาลดลงไปหลายกิโลเลยทีเดียว จากร่างกายที่เคยดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวลก็กลับผอมลงถนัดตา
ในกลางดึกของคืนหนึ่ง หญิงสาวที่กำลังนอนหลับซุกอกกว้างของคนเป็นแฟนก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางคันพลางตะเกียกตะกายพาตัวเองวิ่งเข้าห้องน้ำด้วยความเร็วพลันเมื่อจู่ ๆ ก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมากะทันหันจนต้องอาเจียนออกมา “อ้วก” ปรียาดากอดชักโครกอ้วกออกมาอย่างหมดสภาพเธอรู้สึกมวลท้องไปหมด รู้สึกหมดแรงไปเสียดื้อ ๆ และเสียงโครกครากที่ดังมาจากในห้องน้ำทำให้คนที่กำลังนอนหลับอยู่อย่างรัชชานนท์สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ เขากวาดสายตาของหาร่างแบบบางอย่างเหลอหลาก่อนจะขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อได้ยินเสียงดังมาจากห้องน้ำ รัชชานนท์ไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องสงสัยนานเขารีบพาตัวเองมาหาปรียาดายังห้องน้ำผลักประตูเข้าไปด้วยความร้อนใจ ก่อนจะผงะเล็กน้อยที่เห็นร่างคนตัวเล็กกำลังชะโงกหน้าอ้วกอยู่ ชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปใช้มือลูบแผ่นหลังให้ “ไหวไหม” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดห่วงใย คิ้วของเขาทั้งสองข้างขมวดเข้ากันเป็นปม ตอนตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอปรียาดานอนอยู่ข้าง ๆ เขาแทบบ้า ยิ่งมาเห็นเธอในสภาพแบบนี้รัชชานนท์ก็ยิ่งใจไม่ดี “ฮืออ” ปรียาดาส่ายหน้าพัลวันตอบรัชชานนท์ก่อนจะสะอื้นไห้ออกมาอย่างหนัก เธอทรมานมาก ๆ เนื่องจากอาเจียนมาเป็นเว