LOGIN"เรามามีความสุขด้วยกันเถอะนะ" เมื่อเห็นสีหน้าลังเลของคนใต้ร่าง ธิปติพัศไม่รอช้าเอ่ยพูดตะล่อมหญิงสาวก่อนที่เธอจะเปลี่ยนใจ กลิ่นกายหอมจากร่างของหญิงสาวมันทำให้เขากำลังจะตบะแตกความอดทนของเขากำลังขาดสะบั้น ส่วนกลางกายตื่นตัวขึ้นเต็มลำจนรู้สึกปวดหนึบตรงส่วนนั้นไปหมด
"มันจะไม่เจ็บใช่ไหมคะ" ปรียาดาที่มองเห็นสีหน้าที่ทรมานของคนบนร่างก็เกิดอาการใจอ่อน เธอลังเลเล็กน้อยพอเป็นพิธี "พี่จะทำเบา ๆ " "ปันตกลงค่ะ" แค่ได้ยินว่าเขาจะทะนุถนอมเธอใจของเธอก็อ่อนยวบไปหมด ยอมเปิดทางให้เขาได้เชยชมร่างกายอันหอมหวานของเธอที่ไม่เคยผ่านมือชายใดได้ตามอำเภอใจ "อื้อ" ริมฝีปากเล็กครางเครือกับสัมผัสแปลกใหม่ที่เธอได้รับ มันรู้สึกวาบวามไปทั่วทั้งร่างท้องน้อยของเธอปั่นป่วนไปหมดราวกับมีผีเสื้อนับร้อยบินวนอยู่ในนั้น ในยามที่ริมฝีปากของคนบนร่างจูบซึบซับบนผิวเนื้อของเธอ ธิปติพัศลากลิ้นสัมผัสร่างกายของปรียาดาทั่วทั้งร่าง ร่างกายของเธอมันช่างหอมหวานราวกับน้ำผึ้งก็ไม่ปาน ธิปติพัศอยากกลืนกินเธอไปทั้งร่าง ยิ่งเสียงครางหวานของหญิงสาวดังทบกับโสตประสาทอารมณ์ของเขาก็ยิ่งเตลิดจนฉุดไม่อยู่ เขาอยากเสียบเธอจะแย่ แต่ติดที่ว่าต้องทะนุถนอมเธอ ทั้งที่ไม่อยากทำ ธิปติพัศไม่ชอบการเล้าโลมใคร ที่ผ่านมาเขาแค่สอดแค่ใส่เสร็จก็แยกย้ายกันไปทางใครทางมัน ไม่เคยต้องมานั่งประนีประนอมแบบที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ แต่ก็เอาเถอะชิ้นเนื้ออันโอชะอยู่ตรงหน้าแล้วเขาจะลองเสียเวลาดูก็แล้วกันและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะไม่เสียเวลาเปล่ากับมัน "อ่าส์ พี่ภีมขา" ปรียาดาครางเสียงหวานฉ่ำในยามที่ริมฝีปากเรียวหยักครอบงำยอดปทุมถันของเธอสลับกันทั้งสองข้าง ธิปติพัศดูดดื่มเต้านมงามของปรียาดาอย่างหื่นกระหายราวกับเด็กน้อยหิวนมแม่ก็ไม่ปาน มือหนึ่งข้างเคลื่อนลงต่ำสอดเข้าไปใต้ชุดนอนกระโปรงของปรียาดากรีดนิ้วเรียวไปตามร่องเสียวผ่านเนื้อผ้าชิ้นบางกระนั้นก็ทำให้ปรียาดาวาบวามจนเก็บความเสียวซ่านไว้ไม่อยู่ ปากของธิปติพัศยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดีเขาดูดดื่มเต้านมอวบอิ่มของปรียาดาอย่างไม่หยุดพัก ในขณะที่ส่วนล่างก็ส่งนิ้วเรียวยาวเข้าไปทักทายร่องรักคับแน่นของปรียาดา เพียงแค่สอดนิ้วเข้าไปเขาก็รู้สึกถึงความคับแน่นและบีบรัดจากส่วนภายใน ถึงเขาจะดูไม่ได้ยินดียินร้ายกับการที่จะได้เป็นคนแรกของเธอแต่พอเจอแบบนี้เขาก็อดที่จะพึงพอใจไม่ได้และจินตนาการไปว่า ในตอนที่ยัดส่วนนั้นของเขาเข้าไปมันคงคับแน่นจนแทบปริแตกน่าดู "เสียวจังเลยค่ะ" ชายหนุ่มกระตุกยิ้มหยันเมื่อได้ยินคนใต้ร่างว่าอย่างนั้น เขางอปลายนิ้วกระดกเร็วขึ้นให้ครูดกับผนังส่วนนั้นของเธอ ปรียาดาที่โดนชายหนุ่มขยับนิ้วรัวเร็วก็ออกอาการเกร็งด้วยความเสียว เธอร้องครางปากสั่นอย่างลืมอาย มันเสียวมาก สิ่งที่ชายหนุ่มทำให้มันกำลังทำเธอตาย ปรียาดาหายใจรัวเร็วสมองเธอขาวโพลนไปหมดก่อนที่ตัวเธอจะเกร็งกระตุกปล่อยลำธารใสชะโลมเรียวมือของธิปติพัศ "แตกเต็มมือพี่เลยนะครับ" ธิปติพัศเย้าแหย่อย่างไม่จริงจังมากนักในขณะที่ริมฝีปากกำลังเหยียดยิ้มเย้ยหยันให้คนใต้ร่าง "พี่ภีมอ่า พูดอะไรแบบนั้นกันคะ" คำพูดของธิปติพัศทำปรียาดารู้สึกเขินอายเป็นยากมากจนต้องยกมือขึ้นปิดหน้าแต่แค่ครู่เดียวเท่านั้นเธอก็ต้องหวีดร้องออกมาเสียงดังเมื่อคนที่จ้องส่วนนั้นของเธอตาเป็นมันก้มลงโลมเลียส่วนนั้นของเธออย่างหื่นกระหาย ส่งปลายลิ้นเข้าไปชอนไชในร่องรักคับแคบสลับกับดูดดึงปุ่มกระสันของเธอ การกระทำของเขาส่งผลให้เอวบางลอยละลิ่วกลางอากาศความเสียวซ่านที่ได้รับไม่สามารถทำให้เอวของเธออยู่ติดกับที่นอนได้ ปรียาดาแทบร้องขอชีวิตเธอเสร็จคาลิ้นธิปติพัศครั้งแล้วครั้งเล่าและโดนเขาดูดกินน้ำธารหวานไม่เหลือสักหยาดหยด "รู้ไหมว่าตัวปันหวานขนาดไหน" เพียงครั้งแรกที่ได้ชิมธิปติพัศก็เหมือนหลงอยู่ในเขาวงกต เขาไม่มีทางออกและรู้สึกไม่อยากออกมาจากเขาวงกตลูกนี้ด้วยซ้ำ อยากกระแทกกระทั้นกายบางให้ตายใต้ร่างจะแย่อยู่แล้ว เมื่อใส่เกาะป้องกันให้กับส่วนนั้นเสร็จธิปติพัศก็หันมาจับขาทั้งสองข้างของปรียาดาอ้าออก เขาช้อนสายตามองเธอเพียงนิดทำให้เขาเห็นความกังวลที่ฉายผ่านดวงตาของเธอ "ไม่ต้องกลัวนะครับ มันเจ็บแป๊บเดียวเท่านั้นหลังจากนั้นปันจะเสียว เสียวมาก เสียวเหมือนตอนที่พี่ใช้ลิ้นให้ปันไง" เขาเอ่ยปลอบประโลมเธอด้วยคำพูดสิบแปดบวกก่อนจะก้มลงจูบปิดปากเรียวบางของเธอโดยไม่รอฟังว่าเธอจะพูดอะไร ส่งเรียวลิ้นกระหวัดควานหาความหวานในโพรงปากนุ่ม ในขณะที่ส่วนล่างกำลังดันแก่นกายเข้าร่องรักของเธออยู่ แม้จะเพลิดเพลินกับรสจูบดูดดื่มของธิปติพัศมากแค่ไหนแต่เมื่อสัมผัสได้ว่าส่วนล่างกำลังโดนรุกล้ำจากของใหญ่ความเจ็บปวดแล่นพล่าน เธอหวีดร้องอยู่ในลำคอเนื่องจากโดนเขาจูบปิดปากไม่ปล่อย ปรียาดาระบายความเจ็บด้วยการจิกเล็บลงกับต้นแขนของชายหนุ่ม กว่าเขาจะดันแก่นกายเข้ามาสุดลำเธอก็เสียเลือดไปแล้วไม่รู้ตั้งเท่าไร ไหนใครก็ต่างพากันบอกว่าเซ็กซ์มันดีมาก เธอไม่เห็นจะรู้สึกแบบนั้นเลย ตอนนี้เธอเจ็บจะตายอยู่แล้ว! แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นจากความเจ็บก็แปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่าน ท้องน้อยวูบโหวง สมองเธอขาวโพลนเหมือนกำลังลอยอยู่ที่ไหนสักที่ ดวงตาของเธอปรือฉ่ำในขณะที่ริมฝีปากเปล่งเสียงครางหวาน ๆ ออกมาไม่หยุด ความคับแน่นจากร่องรักส่งผลให้ธิปติพัศแทบปริแตก ยิ่งเห็นใบหน้าเหยเกของหญิงสาว ยิ่งได้ฟังเสียงร้องครางหวาน ๆ ของเธอ เขาแม่งจะแตก "ฉิบ" ธิปติพัศสบถคำหยาบเร่งกระแทกกระทั้นเอวสอบส่งกายใหญ่อัดกระแทกร่องรักของปรียาดาแบบเอาเป็นเอาตาย ในยามที่เขาสอดนิ้วเข้าปากของเธอหญิงสาวก็ดูดเลียนิ้วของเขาเหมือนกับรู้งาน ธิปตืพัศมองการกระทำของปรียาดาราวกับต้องมนต์สะกด เขาสบถคำหยาบนับครั้งไม่ถ้วนในใจ "แรง ๆ ได้ไหมคะพี่ภีม ได้โปรดเอาปันแรง ๆ " และยิ่งหญิงสาวร้องขอออกมาแบบนั้น อารมณ์ที่พยายามกลั้นไว้ก็ขาดสะบั้นทันที นาทีนี้ไร้ซึ่งความอ่อนโยนและประนีประนอมแล้ว ธิปติพัศทำทุกอย่างตามอารมณ์ของตัวเองในขณะที่ตัวของปรียาดาก็รองรับอารมณ์ของเขาดีโดยไม่บ่นคำ ไม่ว่าเขาจะสั่งให้เธอนั่งหรือให้เธอนอน เรียกได้ว่าครั้งแรกของเราเขาไม่เสียเวลาเปล่า ปรียาดาเด็ดกว่าที่เขาคิดไว้เยอะเลยธิปติพัศถึงปรียาดา หลังจากที่ปรียาดามาส่งเขาที่บ้านวันนั้น ธิปติพัศก็ได้ปรับความเข้าใจกับครอบครัวและกลับมาใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป กลับมาบริหารงานที่เขารัก ทุ่มเทเวลาทั้งหมดที่มีไปกับการทำงาน เขาทำงานหนักเพื่อไม่ให้จิตใจคิดฟุ้งซ่าน ธิปติพัศยังคงรู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำไว้กับปรียาดาอยู่ทุกวัน ไม่เคยมีเลยสักวันที่เขาจะลืมเลือนสิ่งที่เขาทำกับเธอไว้ เมื่อย้อนกลับไปมองในสิ่งที่เขาทำมันช่างผิดมหันต์จนไม่น่าให้อภัยเลยด้วยซ้ำ แต่ปรียาดาก็คือปรียาดาจิตใจของเธออ่อนโยนยิ่งกว่าสิ่งใด ไม่เคยคิดโกรธหรือเกลียดใครเพราะเธอเป็นแบบนั้นธิปติพัศจึงยิ่งรู้สึกผิดที่ทำร้ายเธอ ถ้าย้อนเวลากลับไปตอนนั้นได้ธิปติพัศคงไม่ทำแบบนั้น และถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาก็จะไม่แต่งงานกับเธอ และถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาก็จะไม่บอกให้เธอรอ และถ้าย้อนเวลากลับไปได้อีกธิปติพัศก็อยากจะบอกกับปรียาดาว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดเกินเลยกับเธอเกินกว่าพี่ชายและน้องสาวเลย ในตอนนั้นธิปติพัศกับปรียาดาสนิทกันมาก ครอบครัวทั้งสองฝ่ายไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ อีกทั้งเขาและเธอยังเรียนอยู่ที่เดียวกัน ความสนิทระหว่างเขากับเธอในตอนนั้นมันเพิ่มทวีคูณขึ้นทุก
วันนี้รัชชานนท์พาปรียาดามาลองชุดเจ้าสาวพร้อมกับถ่ายพรีเวดดิ้งแบบครอบครัว ทุกอย่างเกิดขึ้นแบบปุบปับมากเพราะจากวันขอแต่งงาน อีกวันชายหนุ่มก็พาเธอมาลองชุดแต่งงานเลย เนื่องจากงานแต่งของเขาและเธอจะถูกจัดขึ้นอีกในหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า ปรียาดาไม่รู้เลยว่ารัชชานนท์เตรียมการเรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้วเพราะทุกอย่างมันดูพร้อมไปหมดจนเธอแปลกใจ ไหนจะฤกษ์แต่งงานที่ไม่รู้รัชชานนท์แอบไปดูมาตอนไหน ไหนจะสถานที่จัดงานบลา ๆ รัชชานนท์จัดการเอาไว้อย่างเสร็จสรรพหมดแล้ว เหมือนเรื่องนี้มีแค่ปรียาดาเท่านั้นที่ไม่รู้อะไรเลย ก่อนถึงวันงานปรียาดากับรัชชานนท์ก็ต้องแยกกันอยู่ตามความเชื่อของผู้หลักผู้ใหญ่ รัชชานนท์ไปนอนที่บ้านของเขา ส่วนปรียาดาก็อยู่ที่บ้านปัจจุบันกับลูกน้อย จวบจนถึงวันแต่งงานปรียาดาตื่นตั้งแต่ตีสามเพื่อลุกขึ้นมาอาบน้ำและรอช่างแต่งหน้ามาเนรมิตตัวเธอให้เป็นเจ้าสาวที่สวยสะพรั่งที่สุดในวันนี้ ถึงจะเป็นการแต่งงานครั้งที่สองแล้ว แต่ทว่าความรู้สึกครั้งนี้มันกลับแตกต่างไปจากตอนนั้นอย่างสิ้นเชิง…. ปรียาดามองภาพตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกก่อนจะฉีกยิ้มออกมาเบา ๆ วันนี้เธอในชุดเจ้าสาวสวยมาก และลู
หนึ่งปีต่อมา… ผ่านมาหนึ่งปีแล้วกับชีวิตแม่ลูกอ่อน พิมาลาในวัยหนึ่งขวบกำลังหัดพูดหัดจาและค่อนข้างจะซนมากเลยทีเดียว เธอเป็นเด็กสดใสยิ้มเก่ง หัวเราะง่ายเป็นที่รักของทุกคน พิมาดาเป็นเด็กที่ชอบเที่ยวมากในทุก ๆ วันหยุดรัชชานนท์เลยมักจะพาแม่ลูกไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ในหนึ่งปีที่ผ่านมาชีวิตของปรียาดาเป็นไปอย่างเรียบง่าย เช่นเดียวกันกับชีวิตคู่ของเธอที่ไม่ดูหวือหวามากกว่าตอนเป็นแฟนกันสักนิด รัชชานนท์ก็ยังคงเป็นรัชชานนท์เคยดูแลเธอยังไงก็ยังดูแลเธออยู่อย่างนั้น จากวันแรกที่เริ่มรู้จักกันจรดจนถึงวันนี้เขาก็ยังคงเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน วันนี้ที่บ้านค่อนข้างจะวุ่นวาย เต็มไปด้วยเสียงเจี๊ยวจ๊าวของปู่ย่า ตายาย ลุงป้า น้า อา ที่พากันมาช่วยกันจัดงานฉลองวันเกิดปีแรกให้กับหนูน้อยพิมาลา บรรยากาศในงานถูกประดับประดาไปด้วยลูกโป่งหลากหลายสีอย่างสวยมาก มีเค้กก้อนโตวางอยู่ตรงกลาง รอบ ๆ ด้านรายล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย รัชชานนท์ยืนอุ้มลูกอยู่ตรงกลาง ข้าง ๆ เขาเป็นภรรยาสาวสวยอย่างปรียาดา เพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ถูกขับกล่อมไปอย่างเชื่องช้า ก่อนที่สามคนพ่อลูกจะก้มลงเป่าเทียนวันเกิดพร้อมกัน จากนั้นรัชชานนท
กลางดึกคืนหนึ่งแสนวุ่นวายเมื่อปรียาดาเจ็บท้องคลอดกะทันหัน บ้านทั้งบ้านวุ่นวายกันไปหมดเนื่องจากพากันตื่นเต้นจนทำอะไรไม่พูด กว่าจะพาปรียาดาส่งโรงพยาบาลได้ก็ใช้เวลาไปไม่น้อยเลยทีเดียว รัชชานนท์ที่เห็นสีหน้าเจ็บปวดของภรรยาเขาก็รู้สึกสงสารปรียาดาจับใจ เสียงร้องไห้ด้วยเจ็บปวดของเธอมันบาดลึกลงไปถึงขั้วหัวใจของเขา ความรู้สึกอยากเจ็บปวดแทนภรรยาเกิดขึ้นกับผู้ชายที่ชื่อว่ารัชชานนท์อีกครั้ง ในขณะที่รอหมอพาปรียาดาเข้าห้องคลอดรัชชานนท์คอยจับมือหญิงสาวไม่ห่าง ยอมให้หญิงสาวใช้เล็บจิกมือเขาเพื่อระบายความเจ็บโดยที่เขาไม่คิดทักท้วงสิ่งใดออกมา “อดทนหน่อยนะครับ” บอกกับภรรยาพร้อมจรดริมฝีปากจุมพิตหน้าผากมนซ้ำ ๆ อย่างต้องการปลอบประโลมเธอ “อื้อ เจ็บอะเขื่อน ฮือออ” ปรียาดาบีบมือรัชชานนท์แน่นพลางร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด มันเจ็บมาก เจ็บเหมือนร่างกายของเธอจะแตกออกจากกันเป็นเสี่ยง ๆ เจ็บเหมือนจะตายเสียให้ได้ เธอไม่คาดคิดเลยว่าการเจ็บท้องคลอดมันจะทรมานมากขนาดนี้วันนี้เธอรู้ซึ้งแล้ว รู้ซึ้งทุกอย่างแล้วจริง ๆ ปรียาดาหลั่งน้ำตาออกมาไม่หยุด ในขณะที่รัชชานนท์ก็คอยยืนข้าง ๆ ไม่ไปไหน รอบ ๆ ห้องแห่งนี้เต็มไป
อยู่โรงพยาบาลต่อสองสามวันคุณหมอก็ให้กลับบ้านได้พร้อมให้ยามาบำรุงมาทานอีกเยอะแยะมากมายรวมถึงยาแก้แพ้ท้องที่หญิงสาวเป็นอยู่ หลังจากออกจากโรงพยาบาลพ่อกับแม่ปรียาดาที่รู้ว่าลูกสาวตั้งครรภ์และแพ้ท้องหนักก็ให้เธอกลับไปอยู่ที่บ้านเพื่อที่จะได้มีคนคอยดูแลระหว่างรอรัชชานนท์จัดการปัญหาเรื่องงานทางนี้ให้เสร็จ ครอบครัวทั้งสองฝ่ายต่างรับรู้แล้วว่าปรียาดาตั้งครรภ์ มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีและทุกคนก็ดีใจกันมาก อย่างที่บอกว่าทั้งสองฝ่ายอยากให้รัชชานนท์กับปรียาดาแต่งงานและมีลูกด้วยกันมาตั้งนานมากแล้ว ถึงตอนนี้ปรียาดาจะท้องก่อนแต่งมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร นอกจากปู่ย่า ตายาย ที่ดีใจ ปรียาดากับรัชชานนท์เองก็ดีใจมากเหมือนกัน ความกลัวที่ปรียาดาเคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้นเมื่อรับรู้ว่าทุกคนดีใจมากแค่ไหนที่รู้ว่าจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาในครอบครัว ระหว่างรอรัชชานนท์เคลียร์งานที่กรุงเทพ ปรียาดาก็ย้ายกลับมาอยู่บ้านตามคำสั่งของพ่อกับแม่ เธอยังคงแพ้ท้องหนักนอนซมอยู่แต่บนที่นอน ทานอะไรเข้าไปนิดหน่อยก็อาเจียนออกมาจนหมด น้ำหนักของปรียาดาลดลงไปหลายกิโลเลยทีเดียว จากร่างกายที่เคยดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวลก็กลับผอมลงถนัดตา
ในกลางดึกของคืนหนึ่ง หญิงสาวที่กำลังนอนหลับซุกอกกว้างของคนเป็นแฟนก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางคันพลางตะเกียกตะกายพาตัวเองวิ่งเข้าห้องน้ำด้วยความเร็วพลันเมื่อจู่ ๆ ก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมากะทันหันจนต้องอาเจียนออกมา “อ้วก” ปรียาดากอดชักโครกอ้วกออกมาอย่างหมดสภาพเธอรู้สึกมวลท้องไปหมด รู้สึกหมดแรงไปเสียดื้อ ๆ และเสียงโครกครากที่ดังมาจากในห้องน้ำทำให้คนที่กำลังนอนหลับอยู่อย่างรัชชานนท์สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ เขากวาดสายตาของหาร่างแบบบางอย่างเหลอหลาก่อนจะขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อได้ยินเสียงดังมาจากห้องน้ำ รัชชานนท์ไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องสงสัยนานเขารีบพาตัวเองมาหาปรียาดายังห้องน้ำผลักประตูเข้าไปด้วยความร้อนใจ ก่อนจะผงะเล็กน้อยที่เห็นร่างคนตัวเล็กกำลังชะโงกหน้าอ้วกอยู่ ชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปใช้มือลูบแผ่นหลังให้ “ไหวไหม” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดห่วงใย คิ้วของเขาทั้งสองข้างขมวดเข้ากันเป็นปม ตอนตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอปรียาดานอนอยู่ข้าง ๆ เขาแทบบ้า ยิ่งมาเห็นเธอในสภาพแบบนี้รัชชานนท์ก็ยิ่งใจไม่ดี “ฮืออ” ปรียาดาส่ายหน้าพัลวันตอบรัชชานนท์ก่อนจะสะอื้นไห้ออกมาอย่างหนัก เธอทรมานมาก ๆ เนื่องจากอาเจียนมาเป็นเว







