Share

บทที่ 5

Author: จิบสุรารำลึกความหลัง
งานวันเกิดของเจียงรั่วหลีมีเหล่าคนดังและผู้มีหน้ามีตาแทบครึ่งเมืองก่างเฉิงมาร่วมงาน

ฉันยืนอยู่ตรงทางเข้า ยังสวมชุดกระโปรงเก่าตัวเดิมจากงานเลี้ยงรับกลับเข้าตระกูลครั้งก่อน

ไม่มีใครเตรียมชุดใหม่ไว้ให้ฉันเลย

ส่วนเจียงรั่วหลีกลับสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวงาช้างประดับลูกปัด เกล้าผมเป็นมวยต่ำ และสวมต่างหูทับทิมรูปหยดน้ำสองเม็ด

ฉันจำต่างหูคู่นั้นได้

ในข้อมูลของระบบระบุไว้ว่า นั่นเป็นสมบัติประจำตระกูลที่คุณย่าตระกูลเจียงทิ้งไว้ให้ลูกสาวคนโตของตระกูล

พ่อพาเจียงรั่วหลีเดินชนแก้วทักทายแขกไปทีละโต๊ะ

ทุกครั้งที่ไปถึงแต่ละโต๊ะ เขาจะขยับหลบไปครึ่งก้าว แล้วดันเจียงรั่วหลีให้ก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่ปิดบังความภูมิใจไว้ไม่มิด

“นี่อาหลีของบ้านเรา เจ้าของงานวันเกิดวันนี้”

คุณป้าคนหนึ่งเหลือบมองฉันที่ยืนอยู่ตรงมุมห้อง ก่อนลดเสียงถามพ่อว่า “คนนั้นคือลูกแท้ ๆ ที่พวกคุณเพิ่งตามกลับมาเจอใช่ไหม?”

“เหมียนเหมียนเพิ่งกลับมาอยู่บ้าน ยังอยู่ในช่วงปรับตัว อารมณ์ก็ออกจะ...ไม่ค่อยคงที่เท่าไหร่”

คุณป้าคนนั้นพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะหันมามองฉันอีกครั้ง

แขกในงานต่างพากันซุบซิบ

“เชยชะมัด!”

“ยังไงก็ดูไม่เป็นคุณหนูตัวจริงเท่าอาหลี”

เจียงซวี่ไป๋เดินออกมาจากห้องรับรองด้านข้าง ตรงไปหาเจียงรั่วหลี ก่อนหยิบสร้อยคอทับทิมเส้นหนึ่งออกมา

มันเป็นชุดเดียวกับต่างหูที่เจียงรั่วหลีสวมอยู่

“สุขสันต์วันเกิด อาหลี”

เสียงปรบมือดังขึ้นรอบ ๆ มีคนแซวว่า “คุณชายเจียงเอาใจน้องสาวจริง ๆ”

ฉันวางแก้วน้ำผลไม้ลงบนโต๊ะที่ใกล้ที่สุด แล้วหันหลังเตรียมหาที่เงียบ ๆ อยู่คนเดียว

ฉันสังเกตเห็นเรื่องหนึ่ง

วันนี้บอดี้การ์ดที่คอยจับตาดูฉันหายไปสองคน

ก่อนหน้านี้ตอนอยู่บ้านตระกูลเจียง พ่อกับแม่จัดบอดี้การ์ดไว้สี่คนคอยผลัดเวรกันเฝ้าฉัน แม้แต่ตอนเข้าห้องน้ำก็ยังมีคนเฝ้าอยู่หน้าประตู

แต่วันนี้เป็นวันเกิดของเจียงรั่วหลี กำลังรักษาความปลอดภัยส่วนใหญ่จึงถูกโยกไปดูแลความเรียบร้อยภายในงานและต้อนรับแขก

เหลือคนที่ถูกแบ่งมาเฝ้าฉันแค่คนเดียว

ฉันพูดกับระบบในใจว่า “โอกาสมาถึงแล้ว”

แต่เพิ่งเดินไปได้สองก้าว ก็มีมือข้างหนึ่งคว้าข้อมือฉันไว้จากด้านหลัง

เจียงรั่วหลี

เธอขยับเข้ามาหาด้วยสีหน้าเป็นห่วง น้ำเสียงหวานเลี่ยน “พี่มายืนอยู่ตรงนี้คนเดียวทำไมล่ะ? รีบมานั่งด้วยกันสิ ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าเลย”

สายตาหลายคู่รอบข้างหันมามองพร้อมกัน

ฉันไม่ได้ขยับ

เธอดึงฉันอีกครั้ง พลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิม “พี่ไม่ต้องเขินคนแปลกหน้าหรอก เดี๋ยวฉันพาไปทำความรู้จักกับทุกคนเอง”

พูดพลาง เธอก็ดึงฉันไปที่โต๊ะใกล้ที่สุด ก่อนเพิ่มระดับเสียงขึ้นเล็กน้อยอย่างพอเหมาะ

“พี่ลำบากมามากตอนอยู่ข้างนอก ก็เลยดู...”

เธอเว้นจังหวะโดยไม่พูดต่อ แต่ทุกคนที่นั่งอยู่ต่างรู้ดีว่าหลังคำว่า “ก็เลย” เธอต้องการจะพูดอะไร

ก็เลยเชยขนาดนี้

ก็เลยดูไม่เข้าพวกขนาดนี้

ก็เลยดูไม่เข้ากับทุกอย่างที่นี่เลย

ฉันกระตุกมุมปากเล็กน้อยโดยไม่พูดอะไร ก่อนหันหลังเดินออกไป

เธอร้องตามหลังมาว่า “พี่เป็นอะไรไป? อย่าโกรธสิ”

น้ำเสียงแฝงความน้อยใจอยู่เล็กน้อย ดังพอให้คนข้าง ๆ ได้ยิน และพอจะทำให้พวกเขาคิดว่าฉันไม่รู้จักรับน้ำใจ

เจียงรั่วหลีมาปรากฏตัวตรงหน้าฉันอีกครั้ง

ครั้งนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ราวกับเป็นคนละคน

“พี่”

เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย ก่อนยื่นมือมาจับแขนฉัน ปลายนิ้วค่อย ๆ ออกแรงบีบแน่นขึ้น

“พี่มาร่วมงานวันเกิดของฉันทั้งที จะไม่มีชุดดี ๆ ใส่ได้ยังไง? ฉันมีอยู่หลายชุด ตามฉันมาเลือกสักชุดสิ”

น้ำเสียงฟังดูสนิทสนม ทว่าแรงที่จับกลับไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ

“พี่มางานวันเกิดฉันทั้งที จะไม่มีชุดดี ๆ ใส่ได้ยังไง?”

ฉันปล่อยให้เธอกึ่งลากกึ่งดึง พาออกจากกลุ่มคนไป

พอเดินมาถึงข้างสระว่ายน้ำ เธอก็หยุดฝีเท้ากะทันหัน ก่อนโน้มมากระซิบข้างหูฉันอย่างเหี้ยมเกรียม

“อย่าคิดว่าพี่จะแย่งทุกอย่างที่ฉันมีตอนนี้ไปได้”

“ยังไงพี่ก็เอาแต่จะเป็นจะตายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

“ตรงนี้ไม่มีกล้องวงจรปิด ต่อให้พี่จมน้ำตายที่นี่จริง ๆ...ก็ไม่มีใครสงสัยฉันหรอก”

เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดเน้นทีละคำ “เพราะงั้น ไปตายซะ”

ยังไม่ทันสิ้นเสียง แรงมหาศาลก็พุ่งกระแทกเข้าที่แผ่นหลังฉันอย่างจัง

เสียง “ตูม” ดังขึ้น น้ำเย็นจัดในสระกลืนร่างฉันลงไปในพริบตา

ฉันไม่ดิ้นรน แต่ปล่อยให้น้ำในสระท่วมร่างจนมิด

ความรู้สึกขาดอากาศถาโถมเข้ามา สติค่อย ๆ เลือนราง

เสียงนับถอยหลังของระบบดังขึ้นข้างหู

“ห้า สี่ สาม...”

จู่ ๆ ก็มีแรงหนึ่งดึงฉันขึ้นไป

เสียงของเจียงซวี่ไป๋ระเบิดดังขึ้นข้างหู

“อาหลีบอกว่าเธอขโมยเครื่องประดับของเธอ! ทำให้อาหลีเสียหน้าต่อหน้าทุกคน!”

“พูดมา! เธอเอาของไปซ่อนไว้ที่ไหน?”

เมื่อเห็นฉันขดตัวสั่นไม่หยุดอยู่บนพื้น แรงมือของเขาก็คลายลงชั่วขณะโดยไม่รู้ตัว

ครู่ต่อมา ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ แววตาของเขาก็กลับมาเย็นชาและดุดันอีกครั้ง

“เจียงเหมียน ได้ยินที่ฉันพูดไหม? เอาของมาคืน!”

“แค่จะยึดเครื่องประดับชุดเดียวไว้ไม่ยอมคืน เธอถึงกับเล่นละครกระโดดน้ำซ้ำอีกรอบ ไม่เบื่อบ้างหรือไง?”

เมื่อเห็นฉันไม่ตอบ เขาก็หมดความอดทนโดยสิ้นเชิง

“เธอแม่งติดใจเล่นละครนักใช่ไหม?! จะไม่จบไม่สิ้นใช่ไหมวะ?!”

เขาตะคอกพลางกระชากคว้าข้อมือของฉันที่ชีพจรหยุดเต้นไปแล้วอย่างแรง หมายจะลากฉันขึ้นจากพื้น

วินาทีต่อมา การเคลื่อนไหวของเขาก็ชะงักค้าง สีหน้าซีดเผือดลงในพริบตา

จังหวะนั้นเอง พ่อกับแม่ที่ได้รับคลิปวิดีโอจากกล้องจิ๋วของฉันก็ผลักประตูพรวดเข้ามาพอดี

เจียงซวี่ไป๋หันไปมองพ่อกับแม่อย่างแข็งทื่อ ก่อนค่อย ๆ หันกลับมามองฉันที่นอนแน่นิ่งไร้สัญญาณชีวิตอยู่บนพื้น

เขาเซถอยหลังไปสองก้าว เบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนทรุดก้นลงนั่งกับพื้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย   บทที่ 21

    เขาหลับตาลง เอาหน้าผากพิงกรอบประตูเย็นเฉียบคืนนั้น แม่นั่งอยู่ข้างเตียงของเจียงซวี่ไป๋เพียงลำพังเธอเปิดดูรูปในโทรศัพท์ของเขาจนเจอรูปเก่าเมื่อหลายปีก่อน...เจียงซวี่ไป๋ในช่วงวัยรุ่นกับเจียงเหมียนตอนยังเด็กทั้งคู่นั่งอยู่ในกระเช้าชิงช้าสวรรค์ เจียงซวี่ไป๋ถือสายไหมก้อนใหญ่ยักษ์ ส่วนเจียงเหมียนขี่คอเขา หัวเราะจนเห็นเหงือกตรงช่องที่ฟันหน้าหายไปหนึ่งซี่ตรงมุมรูปมีข้อความบันทึกไว้ เป็นข้อความที่เจียงซวี่ไป๋เขียนเพิ่มไว้เอง...“เหมียนเหมียนบอกว่าอยากได้ก้อนที่ใหญ่ที่สุด ฉันบอกว่าได้”แม่มองรูปนั้นอยู่นานมากจากนั้นเธอก็เปิดอ่านข้อความกว่าหนึ่งพันข้อความที่เจียงซวี่ไป๋ส่งหาเจียงเหมียนอ่านทีละข้อความจากคำขอโทษ เปลี่ยนเป็นประโยคบอกเล่า แล้วกลายเป็นประโยคคำถามจนกระทั่งถึงข้อความสุดท้ายที่ไม่ได้ส่งออกไป...“ถ้าเธอไม่อยู่แล้วจริง ๆ มาเข้าฝันพี่สักครั้งได้ไหม”“พี่อยากรู้ว่าตอนสุดท้ายเธอเจ็บหรือเปล่า”แม่คว่ำโทรศัพท์แนบไว้กับอกในห้องผู้ป่วยเงียบสงัดมีเพียงเสียงติ๊ด ๆ จากเครื่องมอนิเตอร์เธอหลับตาลง ริมฝีปากขยับเล็กน้อยไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดกับเจียงซวี่ไป๋ หรือกับลูกสาวที่ไม่

  • คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย   บทที่ 20

    เขาเริ่มตบหน้าตัวเองแต่ละครั้งใช้แรงเต็มที่ ไม่นานแก้มก็บวมขึ้น เลือดซึมออกจากมุมปากคนที่เดินผ่านไปมาต่างหยุดมอง บางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิป บางคนกระซิบว่า “เป็นบ้าหรือเปล่า”เขาไม่ได้ยินเขาตบหน้าตัวเองไปพลาง พูดไปพลางเสียงแหบพร่าจนแทบฟังไม่ออก“เจียงเหมียน”ตบหนึ่งครั้ง“พี่ผิดไปแล้ว”ตบหนึ่งครั้ง“กลับมาเถอะ”ตบหนึ่งครั้ง“ขอร้องล่ะ”“บ้านตระกูลเจียงขาดเธอไม่ได้”ไม่มีใครตอบเขาหน้าจอโทรศัพท์ดับลงเขากำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วซีดขาวจู่ ๆ เขาก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาฤดูหนาวตอนอายุสิบสาม เจียงเหมียนมีไข้สูงถึงสี่สิบองศา เขาปีนหน้าต่างออกไปกลางดึกเพื่อซื้อยาลดไข้ให้เธอร้านขายยาปิดแล้ว เขาวิ่งตระเวนหาอยู่ถึงสี่ช่วงถนน สุดท้ายถึงซื้อยามาได้หนึ่งกล่องจากร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงตอนวิ่งกลับมา เขาเองก็หนาวจนเป็นหวัดแต่ตอนยื่นยาให้แม่ เขากลับยิ้มอย่างมีความสุขเขาพูดว่า “น้องสาวผมจะป่วยไม่ได้ เธอป่วยที ผมทรมานยิ่งกว่าเธออีก”เจียงซวี่ไป๋ในวัยยี่สิบสามยืนอยู่กลางถนน นึกถึงตัวเองในวัยสิบสามตัวเขาในวัยสิบสามคงไม่มีวันเข้าใจว่า ทำไมสิบปีต่อมา เขาถ

  • คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย   บทที่ 19

    ก่างเฉิงที่อยู่ห่างออกไปสามพันกิโลเมตรไฟในคฤหาสน์ตระกูลเจียงดับไปเกินครึ่งแม่นั่งอยู่ในห้องที่เจียงเหมียนเคยพัก ลูบผ้าปูเตียงอันว่างเปล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเธอพบของบางอย่างอยู่ใต้ที่นอนเศษปูนสีขาวอมเทากองเล็ก ๆเป็นเศษปูนจากผนังช่วงหลายวันที่เจียงเหมียนถูกขังอยู่ในบ้าน ไม่มีมีด ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีบันได สิ่งเดียวที่เธอทำแก้เบื่อได้คือใช้เล็บแคะผิวผนังบนผนังข้างกองเศษปูน มีข้อความอยู่หนึ่งบรรทัดไม่ได้เขียน แต่ใช้เล็บขีดสลักลงไปทีละขีดตัวอักษรบิดเบี้ยว บางตัวถูกสลักลึกเสียจนผิวผนังถูกเซาะเป็นร่อง“ครั้งที่แปดแล้ว พอสักที”แม่มองข้อความบรรทัดนั้น ก่อนทรุดนั่งลงกับพื้น ร้องไห้จนแทบหายใจไม่ออกพ่อจ้างนักสืบเอกชนทั้งโรงแรม เกสต์เฮาส์ และที่พักรายย่อยทุกแห่งในก่างเฉิง ถูกไล่ตรวจสอบทีละแห่งประวัติการเข้าออกสนามบิน ตรวจระบบจำหน่ายตั๋วของสถานีรถไฟและสถานีขนส่งทางไกล ตรวจภาพย้อนหลังสามเดือนจากกล้องวงจรปิดทั่วทั้งเมืองก็ถูกเรียกมาตรวจสอบไม่มีไม่มีบันทึกใด ๆ เลยไม่มีประวัติเข้าพัก ไม่มีประวัติเดินทาง ไม่มีประวัติใช้จ่ายไม่มีกล้องตัวไหนจับภาพเธอได้เลยราวกับคนคนนี้ไม่เ

  • คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย   บทที่ 18

    ห้องพักในโรงแรมเชนมีขนาดเล็กมากมีเตียงหนึ่งหลัง โต๊ะหนึ่งตัว เก้าอี้หนึ่งตัว และห้องน้ำที่ถือว่าสะอาดใช้ได้พอเปิดม่านออก ก็เห็นถนนธรรมดาสายหนึ่ง ด้านล่างมีร้านผลไม้กับจุดรับส่งพัสดุฉันนั่งลงริมเตียง หยิบของในถุงพลาสติกออกมาทีละชิ้นชุดเก่าหนึ่งตัว ด้ายที่รุ่ยตรงคอเสื้อเพิ่งถูกตัดออกเมื่อสองวันก่อนเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนสองชุด พ่อบ้านเป็นคนให้มา แต่ใหญ่กว่าตัวฉันหนึ่งไซซ์รองเท้าแตะหนึ่งคู่ พื้นรองเท้าสึกจนบางแล้วสร้อยคอหนึ่งเส้นฉันหยิบสร้อยจี้ดาวดวงเล็กออกมาวางบนโต๊ะข้างเตียงสายสร้อยเงินขดอยู่บนพื้นโต๊ะสีขาว จี้รูปดาวดวงเล็กหงายขึ้น แฉกทั้งห้ายื่นเด่นออกมา โดยมีหนึ่งแฉกยาวกว่าอีกสี่แฉกเล็กน้อยระบบพูดว่า “เงินหนึ่งพันล้านบาทเข้าบัญชีแล้ว ตัวตนใหม่เปิดใช้งานแล้ว คุณยืนยันว่าจะออกจากโลกปัจจุบันหรือไม่?”ฉันยังไม่กดยืนยันทันที“โฮสต์?”“อืม”“คุณกำลังคิดอะไรอยู่?”ฉันจ้องดาวดวงเล็กนั้น“สร้อยเส้นนี้เอาไปด้วยได้ไหม?”ระบบเงียบไปครู่หนึ่ง“ไม่ได้ หลังออกจากโลกนี้แล้ว สิ่งของทั้งหมดในโลกนี้จะยังคงอยู่ที่เดิม”“รวมถึงเสื้อผ้าที่คุณสวมอยู่ ก็จะถูกเปลี่ยนเป็นชุดมาตรฐานขอ

  • คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย   บทที่ 17

    เขาพิงกรอบประตูอยู่ ราวกับยืนตรงนั้นมานานแล้วผ้าก๊อซที่มือขวาถูกเปลี่ยนใหม่ แต่ยังคงมีเลือดซึมออกมา...เขากำหมัดแน่นอยู่ตลอดเมื่อเห็นฉันหิ้วถุงพลาสติกเดินลงมา เขาก็ไม่ขยับไม่ขวาง ไม่ด่า ไม่ซักถามแค่ยืนมองฉันอยู่ตรงนั้นฉันหยุดอยู่ห่างจากเขาสามก้าวเราสบตากันอยู่หลายวินาทีเขาหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าสร้อยคอเส้นหนึ่งมันเก่ามากแล้ว เป็นสร้อยเงินที่หมองจนดำ สายสร้อยบางราวกับพร้อมจะขาดได้ทุกเมื่อจี้เป็นรูปดาวดวงเล็ก ๆมีห้าแฉก ขัดแต่งด้วยมือจนรูปทรงไม่ค่อยสมมาตร หนึ่งแฉกยาวกว่าอีกสี่แฉกเล็กน้อยฉันจำมันได้ทันทีไม่ใช่เพราะฉันจำได้เองแต่เพราะในข้อมูลของระบบมีบันทึกไว้ตอนเจียงซวี่ไป๋อายุสิบสาม เขาเก็บเงินค่าขนมอยู่นานครึ่งปี ตระเวนหาร้านเครื่องประดับทั่วก่างเฉิง ก่อนจะซื้อสร้อยเส้นนี้มาได้จากแผงลอยข้างถนนแห่งหนึ่งเขามอบมันให้เจียงเหมียนในวัยสิบขวบมันเป็นเครื่องประดับชิ้นแรกที่เจียงเหมียนเคยได้รับต่อมาเจียงรั่วหลีก็เข้ามาวันหนึ่ง จู่ ๆ สร้อยเส้นนี้ก็หายไปเจียงเหมียนค้นจนทั่วทั้งห้อง และถามทุกคนจนหมดเจียงรั่วหลีขอบตาแดง พูดว่า “พี่ ขอโทษนะ ตอนฉันทำความสะ

  • คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย   บทที่ 16

    เจ้าหน้าที่ศาลจับแขนเจียงรั่วหลีลากตัวออกไปเล็บของเธอครูดกับพื้น ส่งเสียงแหลมบาดหูเสียงร้องไห้โวยวายดังจากห้องพิจารณาคดีไปถึงทางเดิน ลามออกไปนอกอาคาร ก่อนจะถูกประตูรถที่ปิดลงกั้นจนขาดหายไปฉันแทะไก่ทอดจนหมด แล้วเช็ดมือระบบพูดว่า “การพิจารณาคดีจบแล้ว”ฉันตอบ “อืม รสชาติไม่เลว”ระบบ “...ฉันหมายถึงการพิจารณาคดี”“อ๋อ”ฉันยกถาดไปเก็บตรงจุดคืนถาด แล้วเดินออกจากร้านฟาสต์ฟู้ดระบบพูดว่า “ระดับความสำเร็จในการพิชิตเป้าหมาย 99%”เหลืออีกแค่ขั้นตอนสุดท้ายคนตระกูลเจียงทั้งสามกลับถึงคฤหาสน์ตอนสี่โมงเย็นฉันรู้ เพราะฉันมาถึงตั้งแต่บ่ายสามครึ่งแล้วฉันกำลังเก็บของจริง ๆ ก็ไม่มีอะไรให้เก็บมากนักตอนมาบ้านตระกูลเจียง ฉันแทบไม่มีของของตัวเองอยู่แล้วชุดเก่าตัวนั้น เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนสองชุดที่พ่อบ้านให้มา แล้วก็รองเท้าแตะหนึ่งคู่ยังมีกระเป๋าเป้ใบนั้น...มีดกับสารกำจัดศัตรูพืชข้างในถูกตำรวจยึดไปแล้ว ตอนนี้จึงว่างเปล่าฉันพับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วยัดลงในถุงพลาสติกจากซูเปอร์มาร์เก็ตภาพครอบครัวที่พ่อยกมาให้วางพิงอยู่ตรงมุมห้องในภาพ พ่อกับแม่สมัยยังหนุ่มสาวยิ้มอย่างมีความสุข ตร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status