เข้าสู่ระบบหลังจากถูกสามีภรรยาตระกูลมหาเศรษฐีคู่ที่แปดรับกลับบ้านในฐานะลูกสาวแท้ ๆ สภาพจิตใจของฉันก็พังยับ แถมยังแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ในงานเลี้ยงประกาศรับฉันกลับเข้าตระกูล ลูกสาวตัวปลอมใส่ร้ายว่าฉันโยนกำไลของเธอลงสระว่ายน้ำ เมื่อถูกพ่อแม่คาดคั้นเอาคำตอบ จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกอยากตายขึ้นมา วินาทีต่อมา ฉันจึงหันตัวพุ่งลงสระว่ายน้ำทันที เพียงพริบตาเดียวก็จมหายลงไปถึงก้นสระ พ่อแม่ตกใจแทบเสียสติ รีบช่วยกันงมฉันขึ้นมาด้วยความลนลาน ใบหน้าของทั้งคู่ซีดเผือด เมื่อเห็นลูกสาวตัวปลอมโมโหจนร้องไห้ พี่ชายก็มีสีหน้ามืดครึ้มพลางเตือนฉันว่า “ถ้ายังกล้าเล่นใหญ่เรียกร้องความสนใจอีก ก็ไสหัวออกจากบ้านนี้ไปซะ!” ได้ยินดังนั้น ฉันก็ยันตัวลุกขึ้นแล้วพุ่งตรงเข้าไปหารถที่กำลังวิ่งขวักไขว่ “ได้เลยพี่ ฉันจะออกไปให้รถชนตายเดี๋ยวนี้!” พี่ชายถึงกับตะลึงงัน ก่อนจะรีบดึงฉันกลับมาจากทางด่วนด้วยความตื่นตระหนก มองฉันราวกับกำลังมองตัวประหลาด คืนนั้น ลูกสาวตัวปลอมยืนอยู่บนดาดฟ้า ทำท่าจะกระโดดตึก “ฉันไม่ควรยึดฐานะของพี่สาวไว้ตั้งแต่แรก ฉันจะคืนให้พี่เดี๋ยวนี้!” สิ้นเสียง ฉันมองท่าทางจะกระโดดก็ไม่กระโดดของเธออย่างหมดความอดทน ก่อนจะเดินเข้าไปผลักเธอให้พ้นทาง “มัวแต่ยึกยักอยู่ได้ ให้ฉันทำเองดีกว่า” พูดจบ ฉันก็กระโดดลงจากดาดฟ้าอย่างเด็ดขาด ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกตะลึงของทุกคน
ดูเพิ่มเติมเขาหลับตาลง เอาหน้าผากพิงกรอบประตูเย็นเฉียบคืนนั้น แม่นั่งอยู่ข้างเตียงของเจียงซวี่ไป๋เพียงลำพังเธอเปิดดูรูปในโทรศัพท์ของเขาจนเจอรูปเก่าเมื่อหลายปีก่อน...เจียงซวี่ไป๋ในช่วงวัยรุ่นกับเจียงเหมียนตอนยังเด็กทั้งคู่นั่งอยู่ในกระเช้าชิงช้าสวรรค์ เจียงซวี่ไป๋ถือสายไหมก้อนใหญ่ยักษ์ ส่วนเจียงเหมียนขี่คอเขา หัวเราะจนเห็นเหงือกตรงช่องที่ฟันหน้าหายไปหนึ่งซี่ตรงมุมรูปมีข้อความบันทึกไว้ เป็นข้อความที่เจียงซวี่ไป๋เขียนเพิ่มไว้เอง...“เหมียนเหมียนบอกว่าอยากได้ก้อนที่ใหญ่ที่สุด ฉันบอกว่าได้”แม่มองรูปนั้นอยู่นานมากจากนั้นเธอก็เปิดอ่านข้อความกว่าหนึ่งพันข้อความที่เจียงซวี่ไป๋ส่งหาเจียงเหมียนอ่านทีละข้อความจากคำขอโทษ เปลี่ยนเป็นประโยคบอกเล่า แล้วกลายเป็นประโยคคำถามจนกระทั่งถึงข้อความสุดท้ายที่ไม่ได้ส่งออกไป...“ถ้าเธอไม่อยู่แล้วจริง ๆ มาเข้าฝันพี่สักครั้งได้ไหม”“พี่อยากรู้ว่าตอนสุดท้ายเธอเจ็บหรือเปล่า”แม่คว่ำโทรศัพท์แนบไว้กับอกในห้องผู้ป่วยเงียบสงัดมีเพียงเสียงติ๊ด ๆ จากเครื่องมอนิเตอร์เธอหลับตาลง ริมฝีปากขยับเล็กน้อยไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดกับเจียงซวี่ไป๋ หรือกับลูกสาวที่ไม่
เขาเริ่มตบหน้าตัวเองแต่ละครั้งใช้แรงเต็มที่ ไม่นานแก้มก็บวมขึ้น เลือดซึมออกจากมุมปากคนที่เดินผ่านไปมาต่างหยุดมอง บางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิป บางคนกระซิบว่า “เป็นบ้าหรือเปล่า”เขาไม่ได้ยินเขาตบหน้าตัวเองไปพลาง พูดไปพลางเสียงแหบพร่าจนแทบฟังไม่ออก“เจียงเหมียน”ตบหนึ่งครั้ง“พี่ผิดไปแล้ว”ตบหนึ่งครั้ง“กลับมาเถอะ”ตบหนึ่งครั้ง“ขอร้องล่ะ”“บ้านตระกูลเจียงขาดเธอไม่ได้”ไม่มีใครตอบเขาหน้าจอโทรศัพท์ดับลงเขากำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วซีดขาวจู่ ๆ เขาก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาฤดูหนาวตอนอายุสิบสาม เจียงเหมียนมีไข้สูงถึงสี่สิบองศา เขาปีนหน้าต่างออกไปกลางดึกเพื่อซื้อยาลดไข้ให้เธอร้านขายยาปิดแล้ว เขาวิ่งตระเวนหาอยู่ถึงสี่ช่วงถนน สุดท้ายถึงซื้อยามาได้หนึ่งกล่องจากร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงตอนวิ่งกลับมา เขาเองก็หนาวจนเป็นหวัดแต่ตอนยื่นยาให้แม่ เขากลับยิ้มอย่างมีความสุขเขาพูดว่า “น้องสาวผมจะป่วยไม่ได้ เธอป่วยที ผมทรมานยิ่งกว่าเธออีก”เจียงซวี่ไป๋ในวัยยี่สิบสามยืนอยู่กลางถนน นึกถึงตัวเองในวัยสิบสามตัวเขาในวัยสิบสามคงไม่มีวันเข้าใจว่า ทำไมสิบปีต่อมา เขาถ
ก่างเฉิงที่อยู่ห่างออกไปสามพันกิโลเมตรไฟในคฤหาสน์ตระกูลเจียงดับไปเกินครึ่งแม่นั่งอยู่ในห้องที่เจียงเหมียนเคยพัก ลูบผ้าปูเตียงอันว่างเปล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเธอพบของบางอย่างอยู่ใต้ที่นอนเศษปูนสีขาวอมเทากองเล็ก ๆเป็นเศษปูนจากผนังช่วงหลายวันที่เจียงเหมียนถูกขังอยู่ในบ้าน ไม่มีมีด ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีบันได สิ่งเดียวที่เธอทำแก้เบื่อได้คือใช้เล็บแคะผิวผนังบนผนังข้างกองเศษปูน มีข้อความอยู่หนึ่งบรรทัดไม่ได้เขียน แต่ใช้เล็บขีดสลักลงไปทีละขีดตัวอักษรบิดเบี้ยว บางตัวถูกสลักลึกเสียจนผิวผนังถูกเซาะเป็นร่อง“ครั้งที่แปดแล้ว พอสักที”แม่มองข้อความบรรทัดนั้น ก่อนทรุดนั่งลงกับพื้น ร้องไห้จนแทบหายใจไม่ออกพ่อจ้างนักสืบเอกชนทั้งโรงแรม เกสต์เฮาส์ และที่พักรายย่อยทุกแห่งในก่างเฉิง ถูกไล่ตรวจสอบทีละแห่งประวัติการเข้าออกสนามบิน ตรวจระบบจำหน่ายตั๋วของสถานีรถไฟและสถานีขนส่งทางไกล ตรวจภาพย้อนหลังสามเดือนจากกล้องวงจรปิดทั่วทั้งเมืองก็ถูกเรียกมาตรวจสอบไม่มีไม่มีบันทึกใด ๆ เลยไม่มีประวัติเข้าพัก ไม่มีประวัติเดินทาง ไม่มีประวัติใช้จ่ายไม่มีกล้องตัวไหนจับภาพเธอได้เลยราวกับคนคนนี้ไม่เ
ห้องพักในโรงแรมเชนมีขนาดเล็กมากมีเตียงหนึ่งหลัง โต๊ะหนึ่งตัว เก้าอี้หนึ่งตัว และห้องน้ำที่ถือว่าสะอาดใช้ได้พอเปิดม่านออก ก็เห็นถนนธรรมดาสายหนึ่ง ด้านล่างมีร้านผลไม้กับจุดรับส่งพัสดุฉันนั่งลงริมเตียง หยิบของในถุงพลาสติกออกมาทีละชิ้นชุดเก่าหนึ่งตัว ด้ายที่รุ่ยตรงคอเสื้อเพิ่งถูกตัดออกเมื่อสองวันก่อนเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนสองชุด พ่อบ้านเป็นคนให้มา แต่ใหญ่กว่าตัวฉันหนึ่งไซซ์รองเท้าแตะหนึ่งคู่ พื้นรองเท้าสึกจนบางแล้วสร้อยคอหนึ่งเส้นฉันหยิบสร้อยจี้ดาวดวงเล็กออกมาวางบนโต๊ะข้างเตียงสายสร้อยเงินขดอยู่บนพื้นโต๊ะสีขาว จี้รูปดาวดวงเล็กหงายขึ้น แฉกทั้งห้ายื่นเด่นออกมา โดยมีหนึ่งแฉกยาวกว่าอีกสี่แฉกเล็กน้อยระบบพูดว่า “เงินหนึ่งพันล้านบาทเข้าบัญชีแล้ว ตัวตนใหม่เปิดใช้งานแล้ว คุณยืนยันว่าจะออกจากโลกปัจจุบันหรือไม่?”ฉันยังไม่กดยืนยันทันที“โฮสต์?”“อืม”“คุณกำลังคิดอะไรอยู่?”ฉันจ้องดาวดวงเล็กนั้น“สร้อยเส้นนี้เอาไปด้วยได้ไหม?”ระบบเงียบไปครู่หนึ่ง“ไม่ได้ หลังออกจากโลกนี้แล้ว สิ่งของทั้งหมดในโลกนี้จะยังคงอยู่ที่เดิม”“รวมถึงเสื้อผ้าที่คุณสวมอยู่ ก็จะถูกเปลี่ยนเป็นชุดมาตรฐานขอ





