Short
คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย

คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย

โดย:  จิบสุรารำลึกความหลังจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
21บท
80views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

หลังจากถูกสามีภรรยาตระกูลมหาเศรษฐีคู่ที่แปดรับกลับบ้านในฐานะลูกสาวแท้ ๆ สภาพจิตใจของฉันก็พังยับ แถมยังแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ในงานเลี้ยงประกาศรับฉันกลับเข้าตระกูล ลูกสาวตัวปลอมใส่ร้ายว่าฉันโยนกำไลของเธอลงสระว่ายน้ำ เมื่อถูกพ่อแม่คาดคั้นเอาคำตอบ จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกอยากตายขึ้นมา วินาทีต่อมา ฉันจึงหันตัวพุ่งลงสระว่ายน้ำทันที เพียงพริบตาเดียวก็จมหายลงไปถึงก้นสระ พ่อแม่ตกใจแทบเสียสติ รีบช่วยกันงมฉันขึ้นมาด้วยความลนลาน ใบหน้าของทั้งคู่ซีดเผือด เมื่อเห็นลูกสาวตัวปลอมโมโหจนร้องไห้ พี่ชายก็มีสีหน้ามืดครึ้มพลางเตือนฉันว่า “ถ้ายังกล้าเล่นใหญ่เรียกร้องความสนใจอีก ก็ไสหัวออกจากบ้านนี้ไปซะ!” ได้ยินดังนั้น ฉันก็ยันตัวลุกขึ้นแล้วพุ่งตรงเข้าไปหารถที่กำลังวิ่งขวักไขว่ “ได้เลยพี่ ฉันจะออกไปให้รถชนตายเดี๋ยวนี้!” พี่ชายถึงกับตะลึงงัน ก่อนจะรีบดึงฉันกลับมาจากทางด่วนด้วยความตื่นตระหนก มองฉันราวกับกำลังมองตัวประหลาด คืนนั้น ลูกสาวตัวปลอมยืนอยู่บนดาดฟ้า ทำท่าจะกระโดดตึก “ฉันไม่ควรยึดฐานะของพี่สาวไว้ตั้งแต่แรก ฉันจะคืนให้พี่เดี๋ยวนี้!” สิ้นเสียง ฉันมองท่าทางจะกระโดดก็ไม่กระโดดของเธออย่างหมดความอดทน ก่อนจะเดินเข้าไปผลักเธอให้พ้นทาง “มัวแต่ยึกยักอยู่ได้ ให้ฉันทำเองดีกว่า” พูดจบ ฉันก็กระโดดลงจากดาดฟ้าอย่างเด็ดขาด ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกตะลึงของทุกคน

ดูเพิ่มเติม

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
21
บทที่ 1
เสียงลมหวีดหวิวอยู่ข้างหู ก่อนที่ฉันจะหมดสติไปอย่างสมบูรณ์เมื่อฉันค่อย ๆ ได้สติขึ้นมาอีกครั้ง เสียงร้องไห้กระซิก ๆ ของเจียงรั่วหลีก็ดังอยู่ข้างหู“ฉันไม่ได้พูดอะไรจริง ๆ นะ พี่สาวกระโดดลงไปเอง ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอเป็นอะไร”พี่ชายเจียงซวี่ไป๋เห็นดังนั้นก็รีบก้าวเข้ามา เอาตัวบังเจียงรั่วหลีไว้ด้านหลัง แสดงท่าทีปกป้องเธอเต็มที่“พ่อ แม่ นี่ต้องเป็นละครที่เจียงเหมียนจัดฉากขึ้นเองแน่ ๆ ผมว่าเธอก็แค่อยากใช้เรื่องนี้ใส่ร้ายอาหลี!”“ถ้าเธอไม่อยากมีชีวิตอยู่จริง ๆ ทำไมถึงจงใจเลือกกระโดดตรงที่มีชานรองรับด้วยล่ะ?”“ก็เพราะกะไว้แล้วว่าตกลงไปยังไงก็ไม่ตายไม่ใช่หรือไง? เห็นชัด ๆ ว่าเธอมีเจตนาไม่ดี!”เจียงซวี่ไป๋เห็นว่าสายตาของพ่อแม่เริ่มคล้อยตาม พอหันกลับมาก็สบเข้ากับดวงตาของฉันที่เพิ่งลืมขึ้นพอดีดวงตาของเขาเป็นประกาย ราวกับจู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ โดยไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้พูด เขาก็กระชากฉันลงจากเตียง ก่อนจะทั้งลากทั้งดึงไปกดไว้ข้างหน้าต่าง“พ่อ แม่ ดูสิครับ นี่ชั้นสามสิบเลยนะ ข้างล่างไม่มีอะไรช่วยรองรับเลย”“ถ้าเธอตั้งใจจะตายจริง ๆ แล้วทำไมตอนนี้ถึงไม่กระโดดล่ะ?”“ผมว่าเธอก็แค่เสแ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
เขาบอกว่า เพราะเมื่อกี้ฉันกระโดดตึก เจียงรั่วหลีเป็นห่วงจนโรคเก่ากำเริบ หมอบอกว่าต้องเปลี่ยนเลือดทั้งตัว“ป่วยนิดหน่อยก็ไปรักษา ป่วยหนักก็ไปตาย แล้วมาหาฉันทำไม?”“อ้อ ถ้าเธอตายไม่เป็นจริง ๆ ฉันจะสอนให้ก็ได้นะ”พอได้ยินแบบนั้น เจียงซวี่ไป๋เห็นว่าพ่อแม่ไม่อยู่ ก็โมโหจนตบหน้าฉันทันที“เพราะเธอทั้งนั้น อาหลีถึงได้โรคเก่ากำเริบ! เพราะงั้นเธอต้องเป็นคนถ่ายเลือดให้อาหลี! เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ!”เจียงรั่วหลีที่อยู่ข้าง ๆ พูดไปร้องไห้ไป “ช่างเถอะพี่ พี่สาวเกลียดฉันขนาดนี้ ยังไงก็คงไม่ยอมถ่ายเลือดให้ฉันหรอก ปล่อยฉันไปตามยถากรรมเถอะ!”พอเธอร้องไห้ เจียงซวี่ไป๋ก็ยิ่งเดือดดาล เขากระชากคอเสื้อฉันไว้ทันที“เจียงเหมียน ถ้าเธอยังอยากกลับเข้ามาอยู่ในครอบครัวนี้ วันนี้ไม่อยากถ่ายเลือดก็ต้องถ่าย!”เขาเขย่าฉันจนภาพตรงหน้ามืดวูบเป็นพัก ๆฉันกำลังจะไอ ก็ถูกเขาเหวี่ยงกลับลงบนเตียงอย่างแรงเสียก่อน“เจียงเหมียน อย่าบังคับให้ฉันต้องใช้วิธีอื่น ถ้ารู้ว่าอะไรดีต่อตัวเอง ก็เซ็นหนังสือยินยอมรับการรักษาซะ...”เขายังพูดไม่ทันจบ ฉันก็ลุกขึ้นด้วยความรำคาญ ก่อนรีบเซ็นชื่อทันทีฉันโยนปากกาทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ โดยไ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
ฉันฝันไปเรื่องหนึ่งในฝัน ฉันยังอายุน้อย นิสัยร้อนแรง และทนไม่ได้แม้แต่น้อยหากต้องถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมทุกครั้งที่ถูกเจียงรั่วหลีใส่ร้าย ฉันจะตะโกนแก้ต่างให้ตัวเองจนเสียงแหบแห้งทะเลาะ กระโดดตึก กรีดข้อมือ หนีออกจากบ้าน ฉันใช้ทุกวิธีสุดโต่งเพื่อพิสูจน์ตัวเองนานวันเข้า ท่ามกลางสายตาที่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความผิดหวังของคนในครอบครัว ฉันก็กลายเป็น “คนบ้า”ครั้งสุดท้าย เจียงซวี่ไป๋พูดขู่ฉันอย่างรุนแรงว่า “ถ้ายังสร้างเรื่องอีก ก็ไสหัวออกจากตระกูลเจียงไปตลอดกาล!”ฉันนิ่งอึ้งอยู่นาน ก่อนจะวิ่งฝ่าลมและหิมะกลางดึกออกไปโดยไม่สนอะไรทั้งนั้นความทรงจำสุดท้ายคือแสงไฟหน้ารถที่สาดจ้าจนพร่าตา กับเสียงทึบตอนร่างกระแทกพื้นเมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ในหัวฉันว่างเปล่าไร้ความทรงจำ และฉันก็ตอบตกลงเชื่อมต่อกับระบบฉันเร่ร่อนอยู่นาน ตอนที่สามีภรรยาจากตระกูลมหาเศรษฐีคู่แรกมารับฉันกลับบ้าน ฉันดีใจจนล้นอก คิดว่าในที่สุดก็ได้พบครอบครัวและมีบ้านเป็นของตัวเองเสียทีแต่ฉันไม่คิดเลยว่า หลังจากนั้นจะมีคู่ที่สอง คู่ที่สาม...ตามมาเรื่อย ๆพอถึงคู่ที่ห้า ฉันมองบรรดาสามีภรรยาตระกูลมหาเศรษฐีที่ซ้อนกันมาเป็นชั้
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
หามีดไม่เจอพ่อกับแม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจึงรีบเข้ามา ก่อนจะทั้งปลอบทั้งลากฉันกลับไปที่บ้านตระกูลเจียงพอกลับถึงบ้าน ฉันก็รื้อค้นทั่วทั้งวิลล่าจนแทบพลิกบ้าน แต่ทั้งที่วิลล่าใหญ่โตขนาดนี้ ฉันกลับหามีดที่เข้าข่ายอาวุธสักเล่มไม่เจอเลยฉันคิดจะกระโดดตึกอีก แต่ไม่คิดเลยว่าหน้าต่างทุกบานทั่วทั้งบ้านจะถูกปิดตายหมดแล้วแม้แต่บันไดก็ยังถูกปูด้วยพรมหนา ๆนักจิตวิทยาถูกเรียกมาคนแล้วคนเล่าพ่อกับแม่เริ่มเฝ้าอยู่ข้างฉันทั้งวันทั้งคืน ไม่ยอมห่างแม้แต่ก้าวเดียวทุกวันแม่จะคอยทำแผลให้ฉันด้วยดวงตาแดงก่ำส่วนพ่อ เพื่อให้ฉันอารมณ์ดี ถึงกับเอาภาพครอบครัวที่จิตรกรเคยวาดให้พวกเราเมื่อหลายปีก่อนออกมาให้ดู“หึ”เจียงซวี่ไป๋บังเอิญเดินผ่านหน้าประตู พอเห็นภาพนี้ก็แค่นหัวเราะเยาะออกมา“แสดงเก่งจริง ๆ”“ก็แค่อยากใช้แผนทำร้ายตัวเองเพื่อบีบให้อาหลีออกจากบ้านนี้ไม่ใช่หรือไง?”“ฉันจะบอกให้นะ เจียงเหมียน ตราบใดที่ยังมีฉันอยู่ เธออย่าหวังเลย”พูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไปสายตาของฉันหยุดอยู่บนใบหน้าของพี่ชายในภาพที่กำลังยิ้มและแบกฉันไว้บนบ่า ฉันเหม่อลอยไปครู่หนึ่งวันรุ่งขึ้น เจียงรั่วหลีมาที่ห้องเพื
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
งานวันเกิดของเจียงรั่วหลีมีเหล่าคนดังและผู้มีหน้ามีตาแทบครึ่งเมืองก่างเฉิงมาร่วมงานฉันยืนอยู่ตรงทางเข้า ยังสวมชุดกระโปรงเก่าตัวเดิมจากงานเลี้ยงรับกลับเข้าตระกูลครั้งก่อนไม่มีใครเตรียมชุดใหม่ไว้ให้ฉันเลยส่วนเจียงรั่วหลีกลับสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวงาช้างประดับลูกปัด เกล้าผมเป็นมวยต่ำ และสวมต่างหูทับทิมรูปหยดน้ำสองเม็ดฉันจำต่างหูคู่นั้นได้ในข้อมูลของระบบระบุไว้ว่า นั่นเป็นสมบัติประจำตระกูลที่คุณย่าตระกูลเจียงทิ้งไว้ให้ลูกสาวคนโตของตระกูลพ่อพาเจียงรั่วหลีเดินชนแก้วทักทายแขกไปทีละโต๊ะทุกครั้งที่ไปถึงแต่ละโต๊ะ เขาจะขยับหลบไปครึ่งก้าว แล้วดันเจียงรั่วหลีให้ก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่ปิดบังความภูมิใจไว้ไม่มิด“นี่อาหลีของบ้านเรา เจ้าของงานวันเกิดวันนี้”คุณป้าคนหนึ่งเหลือบมองฉันที่ยืนอยู่ตรงมุมห้อง ก่อนลดเสียงถามพ่อว่า “คนนั้นคือลูกแท้ ๆ ที่พวกคุณเพิ่งตามกลับมาเจอใช่ไหม?”“เหมียนเหมียนเพิ่งกลับมาอยู่บ้าน ยังอยู่ในช่วงปรับตัว อารมณ์ก็ออกจะ...ไม่ค่อยคงที่เท่าไหร่”คุณป้าคนนั้นพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะหันมามองฉันอีกครั้งแขกในงานต่างพากันซุบซิบ“เชยชะมัด!”
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงในโรงพยาบาลอีกครั้งฉันมองเพดานที่คุ้นเคยจนแทบหลุดหัวเราะออกมาด้วยความโมโหระบบเองก็โมโหจนแทบกระทืบเท้าอยู่ในหัวฉัน “ขาดอีกแค่วินาทีเดียว! ถ้าเจียงซวี่ไป๋ดึงคุณขึ้นมาช้ากว่านี้อีกแค่วินาทีเดียว พวกเราก็ออกจากโลกนี้ได้สำเร็จแล้ว!”“โฮสต์ หรือว่า...คุณลองตายอีกสักครั้งดีไหม?”ฉันไม่สนใจมัน หันหน้าไปก็สบตากับเจียงซวี่ไป๋ที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงพอดีเบ้าตาของเขาลึกโหล ใต้ตาคล้ำจัด ดูซูบโทรมราวกับไม่ได้นอนมาหลายวันพอเห็นฉันฟื้น ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นชั่วขณะ ลูกกระเดือกขยับ ก่อนเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า “เหมียนเหมียน...”คำเรียก “เหมียนเหมียน” นี้ทำให้ฉันใจลอยไปชั่วขณะความจริงแล้ว เจียงซวี่ไป๋ในความทรงจำของฉันเคยเป็นพี่ชายที่ดีมากจริง ๆอย่างน้อยก่อนที่เจียงรั่วหลีจะเข้ามาอยู่ในครอบครัวของเรา เขาก็เคยเป็นแบบนั้นเขาเคยเก็บเงินค่าขนมทั้งหมดไว้ เพียงเพื่อซื้อชุดเจ้าหญิงแสนสวยตัวนั้นให้ฉัน ทั้งที่พ่อกับแม่ยังมองว่ามันแพงและสิ้นเปลืองเกินไปเขาเคยโดดเรียนแอบพาฉันไปขึ้นชิงช้าสวรรค์ ซื้อสายไหมก้อนใหญ่ที่สุดให้ฉันทุกครั้ง พอพ่อกับแม่จับได้ เขาก็ยังยิ้มเซ่อ ๆ ทั้งที
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
หมอกระแอมเบา ๆ เคาะประตู ก่อนเดินเข้ามาในห้องผู้ป่วย“มีน้ำเข้าปอดจากการสำลัก และมีเนื้อเยื่ออ่อนฟกช้ำหลายแห่ง ต้องพักฟื้นให้ดีครับ”หลังจากหมอออกไปแล้ว พ่อกับแม่ถึงค่อย ๆ เดินเข้ามาในห้องด้วยฝีเท้าอ่อนแรงทั้งคู่หน้าซีดเผือด ราวกับแก่ลงไปสิบปีในชั่วข้ามคืนแม่แทบจะพุ่งเข้ามาข้างเตียงฉัน ก่อนยื่นมือที่สั่นเทามาหมายจะแตะตัวฉันฉันรีบหดตัวหลบไปด้านหลังอย่างว่องไวมือของแม่ชะงักค้างกลางอากาศอยู่นาน กว่าจะค่อย ๆ ลดมือลง น้ำเสียงสั่นอย่างหนัก“เหมียนเหมียน เป็นยังไงบ้าง ยังไม่สบายตรงไหนอยู่ไหม?”“แม่เกือบตกใจตายแล้ว จริง ๆ นะ เกือบตกใจตาย...”ฉันปลอบไปส่ง ๆ “อ๋อ งั้นคราวหน้าก็อย่าขี้ตกใจขนาดนี้สิ”แม่ถึงกับพูดไม่ออก พ่อตบไหล่เธอเบา ๆ แล้วพูดว่า “เอาละ ลูกไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ในที่สุดพวกเราก็โล่งอกสักที”เจียงซวี่ไป๋ยืนอยู่ด้านข้าง มองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าซับซ้อน“พ่อ แม่ อย่าตามใจเธอมากเกินไปเลย เธอเล่นอาละวาดเสียขนาดนี้ อาหลีก็ตกใจแย่แล้ว”“แกยังกล้าพูดถึงเจียงรั่วหลีอีกเหรอ!” พอเอ่ยถึงเจียงรั่วหลี พ่อก็เดือดดาลขึ้นมาทันทีเขาวางกล้องจิ๋วตัวหนึ่งลงบนโต๊ะอย่างแรง น้ำเสียงเต็มไปด้ว
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
ตอนที่ฉันกำลังนั่งยอง ๆ อยู่หน้าแผงในตลาดสด พลางชั่งใจว่ามีดเล่มไหนจับถนัดมือกว่ากัน จู่ ๆ ระบบก็พูดขึ้นในหัว“โฮสต์ เมื่อกี้ตอนอยู่ในห้องผู้ป่วย ค่าความรู้สึกผิดของพวกเขาพุ่งสูงมาก ระดับความสำเร็จในการพิชิตเป้าหมายของภารกิจครั้งนี้กระโดดขึ้นไปถึง 95% แล้ว”“คุณแน่ใจนะว่าจะยอมแพ้ตอนนี้?”“ถ้าทำเหตุการณ์สำคัญของเนื้อเรื่องสำเร็จได้อีกสักจุด ไม่แน่ว่าอาจดันระดับความสำเร็จจนเต็ม 100% ได้เลย แล้วตอนนั้นยังรับโบนัสสูงสุดได้อีกครั้งด้วย”“ตั้งห้าร้อยล้านบาทเลยนะ!”พอมันพูดจบ ฉันก็รีบวางมีดสับกระดูกหนักอึ้งในมือลงบนเขียง แล้วหมุนตัวเดินออกไปทันทีพอได้ยินแบบนั้น ฉันก็เหมือนจะคิดอะไรออกขึ้นมาทันที รู้สึกว่างานนี้ดูท่าจะยังทำต่อได้อยู่ฉันเพิ่งเรียกรถข้างทางได้ มือยังไม่ทันแตะประตูรถ ก็ถูกแรงหนึ่งกระชากไปอีกทางอย่างแรงบอดี้การ์ดชุดดำสองคนเข้ามาล็อกแขนฉันไว้คนละข้างอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วพอเห็นชายชราที่ยืนอยู่ข้างรถชัด ๆ ฉันก็เลิกดิ้นรนเขาคือพ่อบ้านอาวุโสประจำบ้านตระกูลเจียงตลอดทางไม่มีใครพูดอะไรเลยรถแล่นกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเจียงสามีภรรยาตระกูลเจียงที่เมื่อครู่ในห้องผู้ป่ว
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
พวกเขาถูกพาตัวไปกันหมดพ่อกับแม่ถูกจับข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวโดยผิดกฎหมายตอนที่พวกเขาสั่งให้พ่อบ้านพาบอดี้การ์ดมาบังคับจับตัวฉันกลับไป คนขับรถคิดว่าเจอเหตุลักพาตัว จึงหวังดีโทรแจ้งตำรวจเจียงรั่วหลีถูกจับข้อหาพยายามฆ่าโดยเจตนาส่วนเจียงซวี่ไป๋ถูกจับข้อหาทำร้ายร่างกายโดยเจตนาหลายครั้งทันทีที่รถตำรวจแล่นห่างออกไป ฉันก็นั่งยอง ๆ ลงเก็บมีดบนพื้นพอตำรวจจับพวกเขาไปกันหมด ทุกอย่างก็กลับมาเงียบสงบประตูใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเจียงเปิดอ้า ลมพัดกรูเข้ามา จนข้าวของที่กระจัดกระจายเต็มพื้นห้องรับแขกส่งเสียงกรอบแกรบยาเบื่อหนู มีดทำครัว ขวดยาฆ่าแมลง ไฟแช็กฉันนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้น ค่อย ๆ เก็บของขึ้นมาทีละชิ้นระบบพูดขึ้นในหัว “โฮสต์ ตอนนี้ระดับความสำเร็จในการพิชิตเป้าหมายอยู่ที่ 97%”มือของฉันยังคงเก็บของต่อไปโดยไม่หยุด“เหลือเหตุการณ์สำคัญของเนื้อเรื่องอีกแค่จุดเดียว ก็จะทำให้ระดับความสำเร็จแตะ 100% และปลดล็อกโบนัสสูงสุดได้ ตั้งห้าร้อยล้านบาทเลยนะ!”“แบบไหนถึงเรียกว่าจุดสำคัญของเนื้อเรื่อง?”ระบบเงียบไปครู่หนึ่ง “ตามตรรกะของบท ต้องให้ครอบครัว ‘ตาสว่างและสำนึกได้อย่างถ่องแท้’ ถึงจะนับ”
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
ชุดที่สี่ ชุดที่ห้า ชุดที่หก ชุดที่เจ็ดทุกชุดมีหลักฐานการโอนเงิน และจำนวนเงินก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆจากสองล้านห้าแสนบาท เพิ่มเป็นสี่ล้านบาท หกล้านบาท จนถึงสิบล้านบาทในชุดหลัง ๆ นอกจากสลิปโอนเงินแล้ว ยังมีโน้ตบางแผ่นสอดอยู่ด้วยเป็นลายมือของเจียงรั่วหลี เป็น “คำกำชับ” ที่เขียนถึงแต่ละครอบครัว...“ไม่ต้องดีกับเธอมาก แค่ทำให้เธอไปเองก็พอ”“ถ้าเธอก่อเรื่องก็โทรหาฉัน ฉันจะจัดการเอง”“ทางที่ดีอย่าให้เธอมีชีวิตกลับมา อย่าทิ้งอะไรไว้ให้สาวถึงตัว”โน้ตแผ่นสุดท้ายสอดอยู่ล่างสุดของชุดที่เจ็ดบนนั้นเขียนไว้เพียงประโยคเดียว“ถ้าเธอตาย ก็ให้ถือว่าเป็นอุบัติเหตุ ฉันจะจ่ายเงินส่วนที่เหลือให้ครบ”ฉันเก็บทุกอย่างกลับเข้าไปในกล่องเครื่องประดับ แล้วปิดฝาลงมือฉันนิ่งมากหัวใจฉันก็เต้นอย่างสงบนิ่งเช่นกันเรื่องพวกนี้ไม่อาจทำให้ฉันโกรธได้อีกแล้วเจ็ดครั้งทุกครั้งที่ถูกรับตัวไป ทุกครั้งที่ดีใจเต็มเปี่ยมเพราะคิดว่าในที่สุดก็ได้พบครอบครัว ทุกครั้งที่ถูกทารุณ ถูกทอดทิ้ง และถูกระบบเปิดโปรแกรมตายปลอมเพื่อดึงฉันออกมาฉันเคยคิดว่าตัวเองแค่โชคร้ายระบบคิดว่าเป็นบั๊กของระบบหลักที่แท้ จุดเริ่มต้นขอ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status