Share

บทที่ 4

Author: จิบสุรารำลึกความหลัง
หามีดไม่เจอ

พ่อกับแม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจึงรีบเข้ามา ก่อนจะทั้งปลอบทั้งลากฉันกลับไปที่บ้านตระกูลเจียง

พอกลับถึงบ้าน ฉันก็รื้อค้นทั่วทั้งวิลล่าจนแทบพลิกบ้าน แต่ทั้งที่วิลล่าใหญ่โตขนาดนี้ ฉันกลับหามีดที่เข้าข่ายอาวุธสักเล่มไม่เจอเลย

ฉันคิดจะกระโดดตึกอีก แต่ไม่คิดเลยว่าหน้าต่างทุกบานทั่วทั้งบ้านจะถูกปิดตายหมดแล้ว

แม้แต่บันไดก็ยังถูกปูด้วยพรมหนา ๆ

นักจิตวิทยาถูกเรียกมาคนแล้วคนเล่า

พ่อกับแม่เริ่มเฝ้าอยู่ข้างฉันทั้งวันทั้งคืน ไม่ยอมห่างแม้แต่ก้าวเดียว

ทุกวันแม่จะคอยทำแผลให้ฉันด้วยดวงตาแดงก่ำ

ส่วนพ่อ เพื่อให้ฉันอารมณ์ดี ถึงกับเอาภาพครอบครัวที่จิตรกรเคยวาดให้พวกเราเมื่อหลายปีก่อนออกมาให้ดู

“หึ”

เจียงซวี่ไป๋บังเอิญเดินผ่านหน้าประตู พอเห็นภาพนี้ก็แค่นหัวเราะเยาะออกมา

“แสดงเก่งจริง ๆ”

“ก็แค่อยากใช้แผนทำร้ายตัวเองเพื่อบีบให้อาหลีออกจากบ้านนี้ไม่ใช่หรือไง?”

“ฉันจะบอกให้นะ เจียงเหมียน ตราบใดที่ยังมีฉันอยู่ เธออย่าหวังเลย”

พูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไป

สายตาของฉันหยุดอยู่บนใบหน้าของพี่ชายในภาพที่กำลังยิ้มและแบกฉันไว้บนบ่า ฉันเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง

วันรุ่งขึ้น เจียงรั่วหลีมาที่ห้องเพื่อ “เยี่ยม” ฉัน

ในมือเธอถือชามซุป พอเดินเข้ามาก็พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบานุ่มนวล ราวกับกลัวว่าจะทำให้สัตว์ตัวเล็ก ๆ สักตัวตกใจ

“พี่ นี่เป็นซุปที่ฉันให้คนในครัวตุ๋นไว้ ฉันตั้งใจเก็บไว้ให้พี่ชามหนึ่ง”

เธอวางชามซุปไว้บนโต๊ะข้างเตียง เหลือบมองออกไปนอกประตู พอแน่ใจว่าไม่มีใครเดินผ่าน จึงนั่งลงข้างเตียงฉัน

ความอ่อนโยนบนใบหน้าของเธอค่อย ๆ เลือนหายไปจนหมด

เธอก้มหน้าลูบสร้อยข้อมือเล่นไปมา พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกับกำลังคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ

“ตอนนี้พ่อกับแม่เฝ้าพี่ ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงพี่หรอก แต่เพราะกลัวพี่ตายในบ้านแล้วพวกเขาต้องรับผิดชอบ”

เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้นมองฉัน

“พี่รู้ไหมว่าเมื่อคืนพ่อกับแม่คุยอะไรกันในห้องทำงาน?”

ฉันไม่สนใจเธอ

เธอจึงพูดต่อไปเอง

“แม่บอกว่า ‘เด็กคนนี้มีปัญหาทางสภาพจิตใจหนักเกินไป หรือจะส่งไปอยู่สถานพักฟื้นสักระยะดี?’”

“พ่อบอกว่า ‘ดูอาการอีกสักสองสามวันก่อน อย่าให้คนนอกรู้ เดี๋ยวจะกระทบชื่อเสียงของตระกูลเจียง’”

เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย ก่อนยิ้มให้ฉัน

“พี่ ในสายตาพวกเขา พี่ก็เป็นแค่ระเบิดเวลา”

“ต่อให้ไม่กำจัดระเบิด อย่างน้อยก็ต้องย้ายมันไปไว้ที่อื่น จริงไหม?”

ฉันนอนอยู่บนเตียง จ้องมองเพดาน

“เธอพูดจบหรือยัง?”

“อืม เกือบแล้ว”

“งั้นเธอก็ไสหัวไปได้แล้ว”

เธอลุกขึ้น กลับมามีสีหน้าเรียบร้อยว่าง่ายเหมือนเดิม ก่อนยกชามซุปที่ยังไม่ถูกแตะต้องเดินออกจากห้องไป

ตอนเดินผ่านโถงทางเดิน เสียงของเธอลอยผ่านช่องประตูเข้ามา เป็นคำพูดที่เธอพูดให้แม่บ้านฟัง

“พี่สาวอารมณ์ไม่ดี ซุปก็ไม่ยอมดื่ม...ฉันเป็นห่วงพี่จริง ๆ”

ไม่นาน เจียงซวี่ไป๋ก็มาหาฉันอีกครั้ง

คราวนี้เขาไม่ได้บังเอิญเดินผ่านมา แต่ตั้งใจมาหาโดยเฉพาะ

เขายืนอยู่หน้าประตูห้องฉัน พิงกรอบประตู กอดอกมองฉัน

ฉันกำลังนอนคว่ำอยู่บนเตียง ใช้เล็บแคะผิวผนังเล่น ไม่มีมีด ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีแม้แต่บันไดให้ใช้ตกลงไปตาย ตอนนี้ความบันเทิงอย่างเดียวของฉันจึงเหลือแค่แคะผิวผนังเล่น

“เจียงเหมียน”

ฉันไม่เงยหน้า

“งานวันเกิดของอาหลีจะจัดมะรืนนี้ พ่อกับแม่อยากให้เธอไปด้วย”

ฉันยังคงแคะต่อ

เขาถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนพูดว่า “ถ้าเธอไปก็อยู่เงียบ ๆ อย่าก่อเรื่อง”

“ถ้าเธอกล้าก่อเรื่องอะไรขึ้นมาในงานวันเกิดของอาหลี...”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลดเสียงลง

“ฉันจะไม่ห้ามเธอเหมือนตอนอยู่โรงพยาบาลอีกแล้ว”

คำพูดนี้ทำให้มือฉันหยุดชะงัก

ฉันหันไปมองเขา

สีหน้าของเขาจริงจังมาก

จริงจังราวกับกำลังบอกฉันว่า...ถ้ายังอยากรนหาที่ตาย คราวหน้าฉันจะไม่ช่วยเธอแล้ว

ฉันจ้องเขาอยู่สองสามวินาที ก่อนจะยิ้มออกมา

“ได้”

“จำไว้นะ ห้ามขวางฉันเด็ดขาด”

เขาชะงักไป คงไม่คิดว่าฉันจะตอบตกลงอย่างไม่ลังเลขนาดนี้

เขาด่าฉันอย่างไม่เข้าใจว่า “ประสาทหรือไง” ก่อนหันหลังเดินจากไป

หลายวันหลังจากนั้น ฉันก็หาโอกาสฆ่าตัวตายไม่ได้อีกเลย

บางทีเยื่อใยสุดท้ายที่ฉันยังหลงเหลือให้พวกเขา หลังจากได้รู้ว่าพวกเขาผลักไสฉันออกไปถึงเจ็ดครั้งติดต่อกัน ก็ดับสลายลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว

ฉันยิ่งอยากตายให้เร็ว ๆ เข้าไปอีก

ในที่สุดก็มาถึงงานวันเกิดของเจียงรั่วหลี

โอกาสของฉันมาถึงแล้ว...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย   บทที่ 21

    เขาหลับตาลง เอาหน้าผากพิงกรอบประตูเย็นเฉียบคืนนั้น แม่นั่งอยู่ข้างเตียงของเจียงซวี่ไป๋เพียงลำพังเธอเปิดดูรูปในโทรศัพท์ของเขาจนเจอรูปเก่าเมื่อหลายปีก่อน...เจียงซวี่ไป๋ในช่วงวัยรุ่นกับเจียงเหมียนตอนยังเด็กทั้งคู่นั่งอยู่ในกระเช้าชิงช้าสวรรค์ เจียงซวี่ไป๋ถือสายไหมก้อนใหญ่ยักษ์ ส่วนเจียงเหมียนขี่คอเขา หัวเราะจนเห็นเหงือกตรงช่องที่ฟันหน้าหายไปหนึ่งซี่ตรงมุมรูปมีข้อความบันทึกไว้ เป็นข้อความที่เจียงซวี่ไป๋เขียนเพิ่มไว้เอง...“เหมียนเหมียนบอกว่าอยากได้ก้อนที่ใหญ่ที่สุด ฉันบอกว่าได้”แม่มองรูปนั้นอยู่นานมากจากนั้นเธอก็เปิดอ่านข้อความกว่าหนึ่งพันข้อความที่เจียงซวี่ไป๋ส่งหาเจียงเหมียนอ่านทีละข้อความจากคำขอโทษ เปลี่ยนเป็นประโยคบอกเล่า แล้วกลายเป็นประโยคคำถามจนกระทั่งถึงข้อความสุดท้ายที่ไม่ได้ส่งออกไป...“ถ้าเธอไม่อยู่แล้วจริง ๆ มาเข้าฝันพี่สักครั้งได้ไหม”“พี่อยากรู้ว่าตอนสุดท้ายเธอเจ็บหรือเปล่า”แม่คว่ำโทรศัพท์แนบไว้กับอกในห้องผู้ป่วยเงียบสงัดมีเพียงเสียงติ๊ด ๆ จากเครื่องมอนิเตอร์เธอหลับตาลง ริมฝีปากขยับเล็กน้อยไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดกับเจียงซวี่ไป๋ หรือกับลูกสาวที่ไม่

  • คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย   บทที่ 20

    เขาเริ่มตบหน้าตัวเองแต่ละครั้งใช้แรงเต็มที่ ไม่นานแก้มก็บวมขึ้น เลือดซึมออกจากมุมปากคนที่เดินผ่านไปมาต่างหยุดมอง บางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิป บางคนกระซิบว่า “เป็นบ้าหรือเปล่า”เขาไม่ได้ยินเขาตบหน้าตัวเองไปพลาง พูดไปพลางเสียงแหบพร่าจนแทบฟังไม่ออก“เจียงเหมียน”ตบหนึ่งครั้ง“พี่ผิดไปแล้ว”ตบหนึ่งครั้ง“กลับมาเถอะ”ตบหนึ่งครั้ง“ขอร้องล่ะ”“บ้านตระกูลเจียงขาดเธอไม่ได้”ไม่มีใครตอบเขาหน้าจอโทรศัพท์ดับลงเขากำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วซีดขาวจู่ ๆ เขาก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาฤดูหนาวตอนอายุสิบสาม เจียงเหมียนมีไข้สูงถึงสี่สิบองศา เขาปีนหน้าต่างออกไปกลางดึกเพื่อซื้อยาลดไข้ให้เธอร้านขายยาปิดแล้ว เขาวิ่งตระเวนหาอยู่ถึงสี่ช่วงถนน สุดท้ายถึงซื้อยามาได้หนึ่งกล่องจากร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงตอนวิ่งกลับมา เขาเองก็หนาวจนเป็นหวัดแต่ตอนยื่นยาให้แม่ เขากลับยิ้มอย่างมีความสุขเขาพูดว่า “น้องสาวผมจะป่วยไม่ได้ เธอป่วยที ผมทรมานยิ่งกว่าเธออีก”เจียงซวี่ไป๋ในวัยยี่สิบสามยืนอยู่กลางถนน นึกถึงตัวเองในวัยสิบสามตัวเขาในวัยสิบสามคงไม่มีวันเข้าใจว่า ทำไมสิบปีต่อมา เขาถ

  • คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย   บทที่ 19

    ก่างเฉิงที่อยู่ห่างออกไปสามพันกิโลเมตรไฟในคฤหาสน์ตระกูลเจียงดับไปเกินครึ่งแม่นั่งอยู่ในห้องที่เจียงเหมียนเคยพัก ลูบผ้าปูเตียงอันว่างเปล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเธอพบของบางอย่างอยู่ใต้ที่นอนเศษปูนสีขาวอมเทากองเล็ก ๆเป็นเศษปูนจากผนังช่วงหลายวันที่เจียงเหมียนถูกขังอยู่ในบ้าน ไม่มีมีด ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีบันได สิ่งเดียวที่เธอทำแก้เบื่อได้คือใช้เล็บแคะผิวผนังบนผนังข้างกองเศษปูน มีข้อความอยู่หนึ่งบรรทัดไม่ได้เขียน แต่ใช้เล็บขีดสลักลงไปทีละขีดตัวอักษรบิดเบี้ยว บางตัวถูกสลักลึกเสียจนผิวผนังถูกเซาะเป็นร่อง“ครั้งที่แปดแล้ว พอสักที”แม่มองข้อความบรรทัดนั้น ก่อนทรุดนั่งลงกับพื้น ร้องไห้จนแทบหายใจไม่ออกพ่อจ้างนักสืบเอกชนทั้งโรงแรม เกสต์เฮาส์ และที่พักรายย่อยทุกแห่งในก่างเฉิง ถูกไล่ตรวจสอบทีละแห่งประวัติการเข้าออกสนามบิน ตรวจระบบจำหน่ายตั๋วของสถานีรถไฟและสถานีขนส่งทางไกล ตรวจภาพย้อนหลังสามเดือนจากกล้องวงจรปิดทั่วทั้งเมืองก็ถูกเรียกมาตรวจสอบไม่มีไม่มีบันทึกใด ๆ เลยไม่มีประวัติเข้าพัก ไม่มีประวัติเดินทาง ไม่มีประวัติใช้จ่ายไม่มีกล้องตัวไหนจับภาพเธอได้เลยราวกับคนคนนี้ไม่เ

  • คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย   บทที่ 18

    ห้องพักในโรงแรมเชนมีขนาดเล็กมากมีเตียงหนึ่งหลัง โต๊ะหนึ่งตัว เก้าอี้หนึ่งตัว และห้องน้ำที่ถือว่าสะอาดใช้ได้พอเปิดม่านออก ก็เห็นถนนธรรมดาสายหนึ่ง ด้านล่างมีร้านผลไม้กับจุดรับส่งพัสดุฉันนั่งลงริมเตียง หยิบของในถุงพลาสติกออกมาทีละชิ้นชุดเก่าหนึ่งตัว ด้ายที่รุ่ยตรงคอเสื้อเพิ่งถูกตัดออกเมื่อสองวันก่อนเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนสองชุด พ่อบ้านเป็นคนให้มา แต่ใหญ่กว่าตัวฉันหนึ่งไซซ์รองเท้าแตะหนึ่งคู่ พื้นรองเท้าสึกจนบางแล้วสร้อยคอหนึ่งเส้นฉันหยิบสร้อยจี้ดาวดวงเล็กออกมาวางบนโต๊ะข้างเตียงสายสร้อยเงินขดอยู่บนพื้นโต๊ะสีขาว จี้รูปดาวดวงเล็กหงายขึ้น แฉกทั้งห้ายื่นเด่นออกมา โดยมีหนึ่งแฉกยาวกว่าอีกสี่แฉกเล็กน้อยระบบพูดว่า “เงินหนึ่งพันล้านบาทเข้าบัญชีแล้ว ตัวตนใหม่เปิดใช้งานแล้ว คุณยืนยันว่าจะออกจากโลกปัจจุบันหรือไม่?”ฉันยังไม่กดยืนยันทันที“โฮสต์?”“อืม”“คุณกำลังคิดอะไรอยู่?”ฉันจ้องดาวดวงเล็กนั้น“สร้อยเส้นนี้เอาไปด้วยได้ไหม?”ระบบเงียบไปครู่หนึ่ง“ไม่ได้ หลังออกจากโลกนี้แล้ว สิ่งของทั้งหมดในโลกนี้จะยังคงอยู่ที่เดิม”“รวมถึงเสื้อผ้าที่คุณสวมอยู่ ก็จะถูกเปลี่ยนเป็นชุดมาตรฐานขอ

  • คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย   บทที่ 17

    เขาพิงกรอบประตูอยู่ ราวกับยืนตรงนั้นมานานแล้วผ้าก๊อซที่มือขวาถูกเปลี่ยนใหม่ แต่ยังคงมีเลือดซึมออกมา...เขากำหมัดแน่นอยู่ตลอดเมื่อเห็นฉันหิ้วถุงพลาสติกเดินลงมา เขาก็ไม่ขยับไม่ขวาง ไม่ด่า ไม่ซักถามแค่ยืนมองฉันอยู่ตรงนั้นฉันหยุดอยู่ห่างจากเขาสามก้าวเราสบตากันอยู่หลายวินาทีเขาหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าสร้อยคอเส้นหนึ่งมันเก่ามากแล้ว เป็นสร้อยเงินที่หมองจนดำ สายสร้อยบางราวกับพร้อมจะขาดได้ทุกเมื่อจี้เป็นรูปดาวดวงเล็ก ๆมีห้าแฉก ขัดแต่งด้วยมือจนรูปทรงไม่ค่อยสมมาตร หนึ่งแฉกยาวกว่าอีกสี่แฉกเล็กน้อยฉันจำมันได้ทันทีไม่ใช่เพราะฉันจำได้เองแต่เพราะในข้อมูลของระบบมีบันทึกไว้ตอนเจียงซวี่ไป๋อายุสิบสาม เขาเก็บเงินค่าขนมอยู่นานครึ่งปี ตระเวนหาร้านเครื่องประดับทั่วก่างเฉิง ก่อนจะซื้อสร้อยเส้นนี้มาได้จากแผงลอยข้างถนนแห่งหนึ่งเขามอบมันให้เจียงเหมียนในวัยสิบขวบมันเป็นเครื่องประดับชิ้นแรกที่เจียงเหมียนเคยได้รับต่อมาเจียงรั่วหลีก็เข้ามาวันหนึ่ง จู่ ๆ สร้อยเส้นนี้ก็หายไปเจียงเหมียนค้นจนทั่วทั้งห้อง และถามทุกคนจนหมดเจียงรั่วหลีขอบตาแดง พูดว่า “พี่ ขอโทษนะ ตอนฉันทำความสะ

  • คุณหนูตัวจริงบ้านที่แปด คราวนี้ขอปล่อยจอย   บทที่ 16

    เจ้าหน้าที่ศาลจับแขนเจียงรั่วหลีลากตัวออกไปเล็บของเธอครูดกับพื้น ส่งเสียงแหลมบาดหูเสียงร้องไห้โวยวายดังจากห้องพิจารณาคดีไปถึงทางเดิน ลามออกไปนอกอาคาร ก่อนจะถูกประตูรถที่ปิดลงกั้นจนขาดหายไปฉันแทะไก่ทอดจนหมด แล้วเช็ดมือระบบพูดว่า “การพิจารณาคดีจบแล้ว”ฉันตอบ “อืม รสชาติไม่เลว”ระบบ “...ฉันหมายถึงการพิจารณาคดี”“อ๋อ”ฉันยกถาดไปเก็บตรงจุดคืนถาด แล้วเดินออกจากร้านฟาสต์ฟู้ดระบบพูดว่า “ระดับความสำเร็จในการพิชิตเป้าหมาย 99%”เหลืออีกแค่ขั้นตอนสุดท้ายคนตระกูลเจียงทั้งสามกลับถึงคฤหาสน์ตอนสี่โมงเย็นฉันรู้ เพราะฉันมาถึงตั้งแต่บ่ายสามครึ่งแล้วฉันกำลังเก็บของจริง ๆ ก็ไม่มีอะไรให้เก็บมากนักตอนมาบ้านตระกูลเจียง ฉันแทบไม่มีของของตัวเองอยู่แล้วชุดเก่าตัวนั้น เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนสองชุดที่พ่อบ้านให้มา แล้วก็รองเท้าแตะหนึ่งคู่ยังมีกระเป๋าเป้ใบนั้น...มีดกับสารกำจัดศัตรูพืชข้างในถูกตำรวจยึดไปแล้ว ตอนนี้จึงว่างเปล่าฉันพับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วยัดลงในถุงพลาสติกจากซูเปอร์มาร์เก็ตภาพครอบครัวที่พ่อยกมาให้วางพิงอยู่ตรงมุมห้องในภาพ พ่อกับแม่สมัยยังหนุ่มสาวยิ้มอย่างมีความสุข ตร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status