Beranda / รักโบราณ / คุณหนูสี่ไป๋เกิดใหม่ครานี้ขอเลือกสามีเอง / บทที่ 3 คำสัญญาที่ไป๋เล่อฉิงให้กับครอบครัว

Share

บทที่ 3 คำสัญญาที่ไป๋เล่อฉิงให้กับครอบครัว

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-11 02:45:10

จิ่งฟางเร่งฝีเท้าของตนรีบไปพบมารดาของไป๋เล่อฉิง เพื่อรายงานเรื่องที่เจ้านายฟื้นจากอาการไข้ขึ้นสูง

ก๊อก ๆ ๆ “ฮูหยินบ่าวจิ่งฟางเจ้าค่ะ”

หวังกุ้ยฉินมารดาของไป๋เล่อฉิงที่นั่งอยู่กับสามีของตนอย่างไป๋หมิงอัน พอได้ยินว่าคนที่เคาะประตูคือสาวใช้ข้างกายของบุตรสาวก็อนุญาตทันที

“เข้ามาเถิดจิ่งฟาง”

“นายท่าน ฮูหยิน บ่าวจะมารายงานว่าเมื่อหนึ่งเค่อที่ผ่านมาคุณหนูได้สติแล้วเจ้าค่ะ”

“จิ่งฟางเจ้าบอกว่าฉิงเอ๋อร์นางฟื้นแล้วงั้นรึ ท่านพี่ได้ยินหรือไม่ในที่สุดฉิงเอ๋อร์ของเราก็ปลอดภัยแล้วนะเจ้าคะ”

ใต้เท้าไป๋แม้จะดีใจที่บุตรสาวปลอดภัย แต่ยังคงรู้สึกแย่เกี่ยวกับเรื่องที่บุตรสาวทำเอาไว้ “เฮ้อ จิ่งฟางบุตรสาวของข้านางฟื้นขึ้นมา คงไม่ได้ถามถึงเส้าเหยี่ยนเสียงเป็นคนแรกหรอกนะ” 

“เรียนนายท่านจะว่าไปก็แปลกมากนะเจ้าคะ ท่าทางยามที่คุณหนูตื่นขึ้นมาคล้ายกับว่าได้พบเจอเรื่องเลวร้าย นอกจากนี้ยังพูดขอโทษบ่าวและยังสมน้ำหน้าที่คุณชายใหญ่เส้าได้รับบาดเจ็บด้วยเจ้าค่ะ”

หวังฮูหยินมองหน้าสามีที่ทำสีหน้างุนงงสงสัยกับคำพูดที่จิ่งฟางได้บอกกับพวกตน ที่ผ่านมาบุตรสาวคนนี้เอาแต่พูดถึงคุณชายตระกูลเส้าอยู่ทุกเช้าค่ำ

“นี่...ฟังดูก็น่าแปลกอย่างที่จิ่งฟางว่ามานะเจ้าคะท่านพี่ ก่อนหน้านี้ไม่มีวันไหนที่ฉิงเอ๋อร์ไม่เอ่ยถึงคุณชายใหญ่ตระกูลเส้า”

“อืม น่าแปลกจริง ๆ ยังมีอย่างอื่นที่นางพูดอีกหรือไม่จิ่งฟาง”

จิ่งฟางไม่รอช้ารีบเล่าให้สองสามีภรรยาฟังถึงคำสั่งที่ไป๋เล่อฉิงสั่งกับนางเอาไว้

“อ้อ ใช่แล้วเจ้าค่ะมีอีกเรื่องหนึ่งที่คุณหนูพูดด้วยตนเองว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคุณชายใหญ่เส้าอีก หากมีบ่าวไพร่จากตระกูลเส้ามาเชิญคุณหนูไปที่จวน ก็ให้ไล่กลับไปอย่าได้รับคำฝากฝังอันใดทั้งสิ้นเจ้าค่ะ”

ใต้เท้าไป๋ฟังมาถึงจุดนี้ก็แทบไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นคำพูดของบุตรสาว “จริงรึ! นี่ใช่ความคิดของบุตรสาวข้าจริง ๆ งั้นหรือ”

“ท่านพี่หรือว่าการที่ฉิงเอ๋อร์ต้องเจ็บตัวครั้งนี้ ทำให้นางคิดได้ในที่สุดหรือไม่เจ้าคะว่าไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับคนตระกูลเส้าอีก” หวังฮูหยินเอ่ยถึงความคิดของตนเกี่ยวกับคำพูดของบุตรสาวที่จิ่งฟางได้บอกเล่าออกมา

“นายท่าน ฮูหยิน พรุ่งนี้เช้าคุณหนูจะมารับมื้อเช้ากับพวกท่าน หากไม่เชื่อสิ่งที่บ่าวพูดละก็ค่อยถามกับคุณหนูอีกครั้งก็ได้เจ้าค่ะ”

“ไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อเจ้าหรอกนะจิ่งฟาง แต่เรื่องนี้มันเหลือจะเชื่อมากเกินไปก็เท่านั้นเอง เจ้ายังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่” ใต้เท้าไป๋กล่าวอย่างคนปลงตก

“ไม่มีแล้วเจ้าค่ะนายท่าน เช่นนั้นบ่าวขอตัวไปดูสำรับมื้อเย็นให้คุณหนูก่อนนะเจ้าคะ”

“ไปเถิด ฝากเจ้าช่วยดูแลฉิงเอ๋อร์ให้ดีด้วยเล่า”

“เจ้าค่ะฮูหยิน”

หลังจากจิ่งฟางพ้นไปประตูโถงรับรองสองสามีภรรยาได้แต่มองหน้ากันไปมา พวกเขาไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับบุตรสาว นางถึงได้กล่าวคำที่ทุกคนอยากฟังมาเนิ่นนานในยามนี้ ถ้าหากอยากได้คำตอบที่แน่ชัดนั่นต้องรอถามกับบุตรสาวด้วยตนเองเท่านั้น

เมื่อร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และได้รับยารักษาได้ทันท่วงที ไป๋เล่อฉิงจึงตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ด้วยสีหน้าที่เริ่มมีเลือดฝาดเล็กน้อย และนางก็ทำตามที่บอกกับจิ่งฟางไว้ว่าจะไปรับสำรับเช้าพร้อมทุกคนในครอบครัว

ภายในห้องอาหารของเรือนใหญ่นอกจากบิดามารดาของไป๋เล่อฉิงแล้ว ยังมีพี่ชายกับพี่สาวร่วมอุทรรวมถึงอนุของบิดาและพี่สาวอีกสองคน ในตระกูลอื่นอาจเกิดการแก่งแย่งเพราะความริษยา แต่ตระกูลไป๋นี้หาได้เป็นเช่นนั้นไม่

เพราะถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ว่าเกิดเรื่องดีหรือร้ายย่อมได้รับสิ่งเหล่านั้นร่วมกันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ บุตรชายบุตรสาวของจวนไป๋จึงรักใคร่ห่วงใยคอยช่วยเหลือกันเสมอ เมื่อทุกคนเห็นไป๋เล่อฉิงเดินเข้ามาในห้องอาหาร ต่างส่งสายตาที่แสดงถึงความเป็นห่วง เกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยของนางที่เกิดจากบุรุษตระกูลเส้าผู้นั้น

ไป๋เจิ้งหยูผู้เป็นพี่ชายคนโตรีบลุกไปช่วยประคองน้องสาวจากจิ่งฟาง และพานางมานั่งประจำตำแหน่งอย่างเบามือ ก่อนจะเอ่ยถามเรื่องอาการป่วยด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“ฉิงเอ๋อร์เหตุใดไม่ให้จิ่งฟางไปบอกพี่ใหญ่หรือพี่รองของเจ้าล่ะ เจ้าเพิ่งจะฟื้นยังฝืนเดินจากเรือนมาที่นี่อีก ไม่ดีกว่าหรือถ้าพี่ใหญ่จะไปรับเจ้าที่เรือน”

“ขอบคุณพี่ใหญ่เจ้าค่ะ แต่ฉิงเอ๋อร์อยากเดินมาเองให้ร่างกายได้ขยับมากสักหน่อย นอนเป็นผักมาหลายวันเมื่อยตัวจะแย่”

“ฉิงเอ๋อร์ของพี่รองเป็นคนเก่งอีกไม่กี่วันก็หายดีแล้ว ไว้พี่รองจะพาเจ้าไปกินขนมที่เจ้าชอบดีไหม” ไป๋เซียวหยาผู้ตามใจน้องสาวคนนี้มากกว่าใคร ได้ทีก็พูดเอาใจก่อนพี่น้องคนอื่น ๆ

ไป๋เล่อฉิงส่งยิ้มบางให้พี่ชายคนรองและเห็นดีเห็นงามกับคำพูดของเขา “ย่อมดีอยู่แล้วเจ้าค่ะพี่รอง”

“เอาล่ะ ๆ อย่าเพิ่งชวนฉิงเอ๋อร์คุยเลยนะ มากินข้าวให้เรียบร้อยแล้วค่อยไปนั่งพูดคุยกันทีหลัง ประเดี๋ยวอาหารจะเย็นชืดเสียก่อน” หวังฮูหยินเห็นสีหน้าของบุตรสาวดูสดใสก็โล่งอก และกล่าวตัดบทสนทนาของพี่น้องเพื่อให้ทุกคนได้กินอาหารมื้อเช้า

“ขอรับท่านแม่ /เจ้าค่ะท่านแม่”

ฮูหยินรองหลี่หรูซินที่เอ็นดูไป๋เล่อฉิงก็เอ่ยสำทับคำพูดของหวังฮูหยินด้วยอีกคน “ใช่แล้วล่ะ ฉิงเอ๋อร์ต้องกินให้มากหน่อยนะจะได้แข็งแรงไว ๆ”

“ขอบคุณฮูหยินรองที่เป็นห่วงฉิงเอ๋อร์เจ้าค่ะ”

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่น ชามในมือของไป๋เล่อฉิงเต็มไปด้วยอาหารที่ทุกคนคีบให้นาง จนท้องน้อย ๆ กินต่อไปไม่ไหวจึงได้วางตะเกียบลง และนั่งรอคนอื่น ๆ อย่างเงียบ ๆ

เมื่อทุกคนกินจนอิ่มจึงย้ายไปยังห้องโถงใหญ่ เพื่อพูดคุยกับไป๋เล่อฉิงเกี่ยวกับเรื่องของเส้าเหยี่ยนเสียง ซึ่งท่าทีที่ไป๋เล่อฉิงแสดงออกมารวมถึงแววตาที่เรียบนิ่ง เป็นสิ่งที่คนในตระกูลไป๋คล้ายกับยกภูเขาออกจากอก

ใต้เท้าไป๋จึงเป็นคนเอ่ยกับบุตรสาวเพราะไม่อยากให้การพูดคุยยืดเยื้อจนเกินไป

“ฉิงเอ๋อร์เจ้าคงรู้ดีว่าทุกคนรักและเป็นห่วงเจ้ามาก เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ทำให้พวกเราเจ็บปวดกับการล้มป่วยของเจ้า ฉิงเอ๋อร์เป็นไปได้หรือไม่ถ้าพ่อจะขอให้เจ้า...”

ไป๋เล่อฉิงไม่รอให้บิดาถามจนจบเพราะนางรู้ว่าบิดาต้องการจะพูดถึงเรื่องอันใด ดังนั้นการพูดสิ่งที่นางได้ตัดสินใจต่อหน้าทุกคนด้วยตนเองย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

“ท่านพ่อเจ้าคะฉิงเอ๋อร์ขอโทษที่ทำให้ท่านพ่อกับทุกคนต้องเป็นห่วง และทำเรื่องที่ไม่สมควรหลายอย่าง เพราะดวงตามืดบอดมองคนแค่เปลือกนอก ไม่เชื่อฟังคำทัดทานของคนในครอบครัวจนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

หลังจากฉิงเอ๋อร์ตื่นจากการหมดสติขึ้นมา ก็ได้ทบทวนทุกอย่างและรู้ว่าคนที่รักฉิงเอ๋อร์มากที่สุดก็คือพวกท่าน จากนี้ไปฉิงเอ๋อร์ขอสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเส้าเหยี่ยนเสียงอีกแล้วเจ้าค่ะ

จะไม่พบเจอหรือติดต่อใด ๆ กับคนเช่นนั้นอีก คนที่คู่ควรกับความรักของฉิงเอ๋อร์ต้องเป็นบุรุษที่มั่นคงในรัก และพร้อมจะปกป้องฉิงเอ๋อร์ไปตลอดชีวิตเจ้าค่ะ”

“ฉิงเอ๋อร์ลูกแม่เจ้าไม่ต้องขอโทษหรอกนะ พวกเราดีใจเสียอีกที่ลูกคิดได้และไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนตระกูลเส้าอีก จากนี้เจ้าจะเป็นฉิงเอ๋อร์ที่สดใสร่าเริงเช่นเมื่อก่อนเสียที” หวังฮูหยินจับมือของบุตรสาวเอาไว้แน่น และพูดจาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเพราะดีใจที่บุตรสาวตัดใจจากเส้าเหยี่ยนเสียง

ไป๋เฟิงฮวาพี่สาวคนโตที่นิสัยห้าวหาญก็กล่าวกับน้องสาวเกี่ยวกับเส้าเหยี่ยนเสียงเช่นกัน

“ฉิงเอ๋อร์เจ้าไม่ต้องห่วงหากต้องออกจากจวน พี่หญิงใหญ่คนนี้จะปกป้องเจ้าจากบุรุษใจร้ายผู้นั้นเอง”

ไป๋เหม่ยหลินและไป๋เหลียงซินคุณหนูรองและคุณหนูสาม ก็เห็นด้วยกับสิ่งที่พี่สาวคนโตเอ่ยกับไป๋เล่อฉิง

“ยังมีพี่หญิงรองกับพี่หญิงสามของเจ้านะฉิงเอ๋อร์ ต่อไปหากใครคิดจะรังแกเจ้าพวกพี่จะช่วยจัดการให้เจ้าเอง”

“น่าเสียดายที่พี่รองต้องกลับไปชายแดน ไม่รู้จะได้กลับมาเมืองหลวงเมื่อใดน่ะสิ” ไป๋เซียวหยาเห็นพี่น้องคนอื่น ๆ แสดงท่าทีปกป้องน้องสาวแต่เขาไม่อาจรั้งอยู่ที่นี่ได้

ไป๋เจิ้งหยูไม่อยากให้น้องชายต้องกังวลเรื่องของไป๋เล่อฉิงเขาจึงกำชับด้วยตนเอง “หึ เจ้าอย่าคิดมากเลยน้องรองทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีก็พอ อย่าลืมว่ายังมีพี่ใหญ่อยู่ทั้งคนจะปล่อยให้ฉิงเอ๋อร์ถูกรังแกได้อย่างไรจริงไหม” 

“ข้าเชื่อว่าหลังจากนี้พี่ใหญ่ไม่ปล่อยให้เกิดเรื่องไม่ดีกับฉิงเอ๋อร์ได้อีกแน่นอนขอรับ”

ไป๋เล่อฉิงมองคนในครอบครัวที่รักและห่วงใยตนเองด้วยดวงตาแดงก่ำ ได้แต่คิดว่าชาติก่อนนางมองข้ามความรู้สึกของพวกเขาไปได้อย่างไร แค่เพียงนางมีสติและคิดไต่ตรองให้ดีสักหน่อย คงไม่ตกตายอย่างทรมานด้วยน้ำมือของบุรุษที่บอกว่ารักนางเป็นแน่

“ขอบคุณพวกท่านมากเจ้าค่ะ ถ้าหายดีแล้วฉิงเอ๋อร์จะช่วยพี่หญิงทั้งสามดูแลเรื่องการค้านะเจ้าคะ”

“ได้สิจ๊ะ ฉิงเอ๋อร์อยากดูแลร้านใดก็บอกพวกพี่ได้เลยนะ”

“เจ้าค่ะพี่หญิงใหญ่”

หลังจากนั่งพูดคุยกันได้พอประมาณก็เป็นใต้เท้าไป๋ที่หยุดทุกคนไว้เพียงเท่านั้น และสั่งให้จิ่งฟางพาบุตรสาวกลับไปพักผ่อนที่เรือน

“ตอนนี้ก็ไม่เช้าแล้วทุกคนแยกย้ายไปทำงานเถิด ส่วนฉิงเอ๋อร์ก็กลับเรือนไปพักผ่อนอย่าได้ตากลมนาน ๆ ประเดี๋ยวไข้กลับขึ้นมาจะอดไปช่วยพี่สาวของเจ้าได้นะ”

“เช่นนั้นฉิงเอ๋อร์ขอตัวกลับเรือนก่อนนะเจ้าคะ”

“พวกข้าเองก็ต้องไปจัดการเรื่องงานที่ค้างอยู่เช่นกัน และจะแวะไปส่งน้องสาวที่ร้านค้าด้วยขอรับท่านพ่อ” ไป๋เจิ้งหยูเอ่ยกับบิดาแทนน้องชายน้องสาว เพราะร้านค้าของมารดาเป็นทางผ่านของตนอยู่แล้ว

“อืม ไปเถิดดูแลน้อง ๆ ให้ดีล่ะ”

“ขอรับท่านพ่อ”

และแล้ววันนี้เรื่องที่ทำให้คนตระกูลไป๋รู้สึกหม่นหมองก็ถูกปลดเปลื้อง เมื่อคำสัญญาที่ออกจากปากของไป๋เล่อฉิง ทำให้ความสุขกลับมาสู่ตระกูลไป๋อีกครั้ง

แต่กลับมีบางคนที่ทำให้เส้าเหยี่ยนเสียงต้องเจ็บตัวไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปง่าย ๆ ความเจ็บปวดยามต้องเห็นสตรีที่ตนพึงใจมานานเกิดล้มป่วย เพียงเพราะคำสัญญาจากปากพล่อย ๆ ของเส้าเหยี่ยนเสียง เขาอยากสังหารบุรุษเช่นนี้ทิ้งไปเสียด้วยซ้ำ พอคิดอีกทีการค่อย ๆ ทรมานต่อไปย่อมดีกว่าเป็นไหน ๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณหนูสี่ไป๋เกิดใหม่ครานี้ขอเลือกสามีเอง   ตอนพิเศษ 2 ข้ายินดีคบหาแต่เรื่องอนาคตค่อยว่ากัน (2)

    “ขอบคุณคุณชายที่ออกหน้าช่วยจัดการปัญหานี้แทนข้าเจ้าค่ะ”“คุณหนูใหญ่ไป๋อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลย เมื่อพบเจอเรื่องไม่เป็นธรรมการยื่นมือช่วยเหลือย่อมเป็นเรื่องปกติ”“มิได้หรอกเจ้าค่ะหากทำเช่นนั้นข้าอาจถูกผู้อื่นตำหนิเอาได้ ว่าแต่คุณชายชื่อแซ่ว่าอันใดหรือข้าจะได้เรียกถูกเจ้าค่ะ”“อ้อ ขออภัยคุณหนูใหญ่ไป๋ข้าลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท ข้าฝูอวิ้นมู่เป็นสหายของโจวเหวินหลง น้องเขยของท่าน พวกเราเคยพบกันวันงานมงคลแต่มิได้ทักทายอย่างเป็นทางการ”“ยินดีที่ได้รู้จักคุณชายฝู แล้วนี่ท่านกำลังจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ”“ข้าน่ะหรือเพิ่งกลับจากไปเยี่ยมสหายที่จวนน่ะ พอผ่านมาทางนี้เห็นว่ามีผู้คนมุงดูบางอย่างจึงแวะเข้ามาดู ไม่คิดว่าจะมีคนกล้ามาสร้างปัญหาให้คุณหนูใหญ่ไป๋เสียได้” ฝูอวิ้นมู่ที่ยามนี้ได้พูดคุยกับไป๋เฟิงฮวาก็พยายามกดข่มความตื่นเต้นเอาไว้ไป๋เฟิงฮวาแอบกลั้นขำกับท่าทีของฝูอวิ้นมู่ แต่นางก็เก็บสีหน้าได้ดีและไม่อยากทำให้อีกฝ่ายเสียความมั่นใจ นางจึงกล่าวขอบคุณอีกครั้งและไม่ลืมบอกบางอย่างที่ทำเอาฝูอวิ้นมู่ถึงกับพยักหน้าตอบรับรัว ๆ“คุณชายฝูขอบคุณท่านอีกครั้งกับความช่วยเหลือในวันนี้ เพียงแต่ข้ายังมีงานที่ต้องทำค้าง

  • คุณหนูสี่ไป๋เกิดใหม่ครานี้ขอเลือกสามีเอง   ตอนพิเศษ 2 ข้ายินดีคบหาแต่เรื่องอนาคตค่อยว่ากัน (1)

    ส่วนคนเจ้าเล่ห์ที่ยืนรอไป๋เฟิงฮวาอยู่หน้าร้าน ก็มีบ่าวไพร่ที่ติดตามมายกเก้าอี้มาให้นั่งอย่างสบายอารมณ์ หลี่เฉียงฮุยไม่เชื่อว่าการที่เขาตามเกี้ยวพาไป๋เฟิงฮวาต่อหน้าชาวบ้านอย่างโจ่งแจ้ง ประหนึ่งว่าเขามีความจริงใจจะทำให้นางยินดีรับปากแต่งเป็นฮูหยินรองของเขาถึงจะถูกปฏิเสธมาหลายครั้งหลายคราแต่หลี่เฉียงฮุยกลับคิดไปว่า นี่คือแผนการเรียกร้องความสนใจเพื่อสร้างคุณค่าให้ตนเองของไป๋เฟิงฮวาเท่านั้น เมื่อเห็นหญิงสาวที่ตนอยากได้มาครอบครองเดินออกมา หลี่เฉียงฮุยรีบเอ่ยทักทายอย่างเอาอกเอาใจไป๋เฟิงฮวาทันที“คุณหนูใหญ่ไป๋ในที่สุดท่านก็ยอมมาพบข้าเสียที แต่ถึงข้าจะต้องรออีกนานเพียงใดขอเพียงเป็นความพอใจของท่านข้าก็รอได้ ที่สำคัญวันนี้ข้ามีของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ มามอบให้ท่านด้วยนะ”“คุณชายรองหลี่ท่านนี่ช่างหน้าด้านหน้าทนจริง ๆ เลยนะ ทุกวันนี้สตรีในเรือนของท่านยังมีไม่พอให้ท่านใช้ระบายความใคร่อีกหรือ”“โธ่ คุณหนูใหญ่ไป๋ท่านอย่าได้ฟังคำคนที่พูดกันไปเรื่อยเปื่อยสิ หญิงสาวพวกนั้นวิ่งตามมาร้องขอข้าเองพวกนางจะมีค่าอันใด มีเพียงท่านที่ข้าให้ความสำคัญและอยากใช้ชีวิตร่วมกันเท่านั้น”“หึ ในสายตาของคุณชายรองหลี่สตรีที่หม

  • คุณหนูสี่ไป๋เกิดใหม่ครานี้ขอเลือกสามีเอง   ตอนพิเศษ 1 สหายสามีอยากเป็นพี่เขยของข้า (2)

    “บอกเจ้าตามตรงนะเล่อฉิง ข้าตกหลุมรักคุณหนูใหญ่ไป๋ตั้งแต่แรกพบนางในวันงานมงคลของเจ้ากับอาหลง พี่สาวคนนี้ของเจ้านางมีเสน่ห์ที่น่าดึงดูดใจของข้าอย่างแปลกประหลาดนางเป็นสตรีที่มีกริยาเรียบร้อยอ่อนหวาน แต่ในดวงตากลับมีความเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวซ่อนอยู่ ถึงแม้นางจะเก่งกาจแต่ข้าก็อยากเป็นคนปกป้องนางจากอันตรายทั้งหมดอยู่ดี”“อืม ที่ท่านพูดมาก็ถูกเจ้าค่ะพี่หญิงใหญ่แม้ภายนอกจะดูเรียบร้อยใจดี แต่ยามต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญก็เด็ดขาดมาก พี่หญิงใหญ่ไม่ชอบบุรุษเจ้าชู้มากรักนางถึงขั้นเกลียดคนเช่นนี้ที่สุดสิ่งที่พี่หญิงใหญ่ชอบเป็นการศึกษาเรื่องใบชาและการค้าขาย สีที่นางชอบจะเป็นสีที่ให้ความรู้สึกสะอาดและสงบ หากคุณชายฝูคิดจะเกี้ยวพาพี่สาวของข้าละก็ ท่านลองใช้สิ่งที่นางชอบเป็นสื่อกลางเพื่อทำความรู้จักก็ได้เจ้าค่ะ”“โอ้ นี่ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่าคุณหนูใหญ่ไป๋จะมีความชอบคล้าย ๆ กับข้าในเรื่องของใบชา ช่างเป็นเรื่องบังเอิญยิ่งนักที่บ้านเดิมของมารดาข้าก็ปลูกใบชาหลายชนิดไว้ขาย” เรื่องความชอบเกี่ยวกับใบชาเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของฝูอวิ้นมู่ไปมากจู่ ๆ ไป๋เล่อฉิงก็นึกบางเรื่องขึ้นมาได้นางจึงรีบเล่าให้สามีและฝ

  • คุณหนูสี่ไป๋เกิดใหม่ครานี้ขอเลือกสามีเอง   ตอนพิเศษ 1 สหายสามีอยากเป็นพี่เขยของข้า (1)

    ในวันงานมงคลสมรสที่ยิ่งใหญ่ของโจวเหวินหลงและไป๋เล่อฉิง ฝูอวิ้นมู่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวอย่างเต็มที่ แม้จะสวมใส่ชุดที่ด้อยกว่าเจ้าบ่าวเล็กน้อย แต่นั่นมิได้กดข่มความหล่อเหลาของคนเป็นบัณฑิตให้ลดลง ด้วยความสง่างามนี้เรียกเสียงกรีดร้องรวมถึงท่าทางเขินอายจากสตรีได้ไม่น้อยถึงจะมีสตรีพยายามส่งสายตาเย้ายวนเพียงใดฝูอวิ้นมู่ก็หาได้สนใจพวกนางไม่ เนื่องจากในหัวของเขาตอนนี้มีความต้องการเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือการได้พบเจอคุณหนูใหญ่ไป๋เฟิงฮวานั่นเองและในที่สุดความต้องการของฝูอวิ้นมู่ก็เป็นจริง เมื่อเขาเดินไปพร้อมกับโจวเหวินหลงเพื่อรับตัวเจ้าสาวยังหน้าเรือนหอ หลังจากเจ้าสาวที่งดงามโดดเด่นที่สุดถูกสหายรับตัวเดินไปแล้ว ยามนั้นคล้ายกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวของฝูอวิ้นมู่กำลังหยุดนิ่งขณะนั้นแม้แต่เสียงลมหายใจก็แทบจะไม่ได้ยิน ยามได้เห็นใบหน้าเรียวที่มีองคาพยพทั้งห้าปั้นแต่ง ไป๋เฟิงฮวาอยู่ในชุดเสื้อผ้าสีดอกท้อยิ่งเสริมให้นางดูอ่อนหวานน่ามอง แต่ดวงตาเรียวกลับมีความเด็ดเดี่ยวให้เห็นอยู่ในทีฝูอวิ้นมู่กลับมามีสติอีกครั้งจากการเรียกของกุยหยาง เพราะเขาเห็นเจ้านายยืนนิ่งอยู่นานไม่ยอมตามสหายไปเสียที แต่ถึงก

  • คุณหนูสี่ไป๋เกิดใหม่ครานี้ขอเลือกสามีเอง   บที่ 31 บทส่งท้าย (2)

    เมื่อคิดว่าตนเล้าโลมเตรียมความพร้อมให้นางมากพอแล้ว ก็ถึงเวลาที่ทั้งสองจะหล่อหลอมรวมเข้าด้วยกัน“ฉิงเอ๋อร์เจ้าอดทนหน่อยนะมันอาจจะเจ็บอยู่บ้าง แต่พี่จะพยายามเบาแรงให้มากที่สุด”“อื้ออ ท่านพี่ท่านช่วยทำให้มันผ่านไปโดยเร็วเถิดเจ้าค่ะ ฉิงเอ๋อร์เข้าใจและไม่คิดโกรธเคืองท่านแน่นอน”โจวเหวินหลงฉวยโอกาสขณะที่ไป๋เล่อฉิงกำลังถูกดึงความสนใจ เขาสอดแทรกแท่งหยกที่ไม่เล็กเข้าไปในช่องทางอ่อนนุ่มของนางอย่างรวดเร็ว ด้วยความเจ็บส่งผลให้ไป๋เล่อฉิงส่งเสียงร้องออกมา แต่เสียงนั้นก็ต้องเงียบหายไปเมื่อถูกริมฝีปากหนาจุมพิตเอาไว้ ทั้งยังใช้มือทั้งสองข้างกระตุ้นความเสียวซ่านให้นางลืมความเจ็บปวด หลังจากนั้นจึงเสียงที่เปล่งออกมาจึงกลายเป็นเสียงที่ทำให้นางไม่ได้นอนจนเกือบรุ่งสางหลังจากรังแกฮูหยินตัวน้อยจนนางหมดแรงและหลับไปก่อนที่โจวเหวินหลงจะสุขสมในรอบสุดท้าย ไป๋เล่อฉิงก็ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากสามีหมาด ๆ อย่างดีเขาให้บ่าวไพร่นำน้ำอุ่นพร้อมผ้าสะอาดเข้ามาส่ง จากนั้นลงมือเช็ดทำความสะอาดให้ร่างบางที่ยามนี้ตามร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยที่เขาทิ้งไว้ เมื่อจัดการสวมเสื้อผ้าให้คนที่หลับสนิทแล้ว โจวเหวินหลงจึงจัดการตนเองและกล

  • คุณหนูสี่ไป๋เกิดใหม่ครานี้ขอเลือกสามีเอง   บที่ 31 บทส่งท้าย (1)

    ชาตินี้ข้าเลือกเขาเป็นสามีระหว่างทางกลับโจวเหวินหลงถูกฝูอวิ้นมู่บ่นให้เล็กน้อยเรื่องที่ยอมให้ตนติดตามมา โดยหวังว่าวันนี้เขาจะได้เห็นหน้าของคุณหนูใหญ่ไป๋เสียหน่อย แต่จนแล้วจนรอดนางก็ไม่ยอมออกมาต้อนรับ ทำให้ฝูอวิ้นมู่รู้สึกผิดหวังอยู่เล็กน้อย“เฮ้อ อาหลงเจ้าว่าข้าไม่มีดวงเรื่องเนื้อคู่หรือไม่นะ”“หึ ๆ ๆ ทำไมเจ้าผิดหวังมากหรือที่คุณหนูใหญ่ไป๋ไม่ออกมาต้อนรับร่วมกับใต้เท้าไป๋”“ไอหยา ข้าก็แค่อยากเห็นนางชัด ๆ สักครั้ง เผื่อว่าระหว่างข้ากับนางจะมีวาสนาต่อกันทันทีที่ได้พบหน้าก็เท่านั้นเอง”โจวเหวินหลงตอบคำถามโดยไม่มองสหายเกี่ยวกับเรื่องของไป๋เฟิงฮวา “ใช่ว่าเจ้าจะไม่มีโอกาสเสียเมื่อไหร่ ในวันที่ข้ามารับตัวฉิงเอ๋อร์คุณหนูใหญ่ไป๋นางต้องออกมาช่วยต้อนรับแขก เจ้าย่อมได้เห็นนางหรือบางทีอาจได้พูดคุยกันก็เป็นได้นะอามู่”“ใช่ เจ้าพูดไม่ผิดในวันนั้นนางต้องมาช่วยครอบครัวต้อนรับแขก ขอบใจเจ้ามากนะอาหลงที่ช่วยเตือนข้าเรื่องนี้ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนก็แล้วกันดูเหมือนว่าเสื้อผ้าที่มีอยู่ของข้าคงต้องตัดใหม่ จะได้ไม่ทำให้เจ้ากับท่านลุงท่านป้าขายหน้าในวันงาน ข้าไปล่ะ” ฝูอวิ้นมู่เมื่อได้รับคำชี้แนะจากสหายก็กลับมาม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status