INICIAR SESIÓNในชาติก่อนนางคือคุณหนูสี่แห่งตระกูลไป๋ที่ร่ำรวย เพราะความรักบังตาคิดว่าบุรุษที่ตนดื้อดึงเลือกมาเป็นสามีคือคนดี แต่สามีผู้นี้กลับกลายเป็นอีกคนที่นางไม่รู้จักและพรากลมหายใจของนางไปอย่างเลือดเย็น
Ver más“ขอบคุณคุณชายที่ออกหน้าช่วยจัดการปัญหานี้แทนข้าเจ้าค่ะ”“คุณหนูใหญ่ไป๋อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลย เมื่อพบเจอเรื่องไม่เป็นธรรมการยื่นมือช่วยเหลือย่อมเป็นเรื่องปกติ”“มิได้หรอกเจ้าค่ะหากทำเช่นนั้นข้าอาจถูกผู้อื่นตำหนิเอาได้ ว่าแต่คุณชายชื่อแซ่ว่าอันใดหรือข้าจะได้เรียกถูกเจ้าค่ะ”“อ้อ ขออภัยคุณหนูใหญ่ไป๋ข้าลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท ข้าฝูอวิ้นมู่เป็นสหายของโจวเหวินหลง น้องเขยของท่าน พวกเราเคยพบกันวันงานมงคลแต่มิได้ทักทายอย่างเป็นทางการ”“ยินดีที่ได้รู้จักคุณชายฝู แล้วนี่ท่านกำลังจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ”“ข้าน่ะหรือเพิ่งกลับจากไปเยี่ยมสหายที่จวนน่ะ พอผ่านมาทางนี้เห็นว่ามีผู้คนมุงดูบางอย่างจึงแวะเข้ามาดู ไม่คิดว่าจะมีคนกล้ามาสร้างปัญหาให้คุณหนูใหญ่ไป๋เสียได้” ฝูอวิ้นมู่ที่ยามนี้ได้พูดคุยกับไป๋เฟิงฮวาก็พยายามกดข่มความตื่นเต้นเอาไว้ไป๋เฟิงฮวาแอบกลั้นขำกับท่าทีของฝูอวิ้นมู่ แต่นางก็เก็บสีหน้าได้ดีและไม่อยากทำให้อีกฝ่ายเสียความมั่นใจ นางจึงกล่าวขอบคุณอีกครั้งและไม่ลืมบอกบางอย่างที่ทำเอาฝูอวิ้นมู่ถึงกับพยักหน้าตอบรับรัว ๆ“คุณชายฝูขอบคุณท่านอีกครั้งกับความช่วยเหลือในวันนี้ เพียงแต่ข้ายังมีงานที่ต้องทำค้าง
ส่วนคนเจ้าเล่ห์ที่ยืนรอไป๋เฟิงฮวาอยู่หน้าร้าน ก็มีบ่าวไพร่ที่ติดตามมายกเก้าอี้มาให้นั่งอย่างสบายอารมณ์ หลี่เฉียงฮุยไม่เชื่อว่าการที่เขาตามเกี้ยวพาไป๋เฟิงฮวาต่อหน้าชาวบ้านอย่างโจ่งแจ้ง ประหนึ่งว่าเขามีความจริงใจจะทำให้นางยินดีรับปากแต่งเป็นฮูหยินรองของเขาถึงจะถูกปฏิเสธมาหลายครั้งหลายคราแต่หลี่เฉียงฮุยกลับคิดไปว่า นี่คือแผนการเรียกร้องความสนใจเพื่อสร้างคุณค่าให้ตนเองของไป๋เฟิงฮวาเท่านั้น เมื่อเห็นหญิงสาวที่ตนอยากได้มาครอบครองเดินออกมา หลี่เฉียงฮุยรีบเอ่ยทักทายอย่างเอาอกเอาใจไป๋เฟิงฮวาทันที“คุณหนูใหญ่ไป๋ในที่สุดท่านก็ยอมมาพบข้าเสียที แต่ถึงข้าจะต้องรออีกนานเพียงใดขอเพียงเป็นความพอใจของท่านข้าก็รอได้ ที่สำคัญวันนี้ข้ามีของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ มามอบให้ท่านด้วยนะ”“คุณชายรองหลี่ท่านนี่ช่างหน้าด้านหน้าทนจริง ๆ เลยนะ ทุกวันนี้สตรีในเรือนของท่านยังมีไม่พอให้ท่านใช้ระบายความใคร่อีกหรือ”“โธ่ คุณหนูใหญ่ไป๋ท่านอย่าได้ฟังคำคนที่พูดกันไปเรื่อยเปื่อยสิ หญิงสาวพวกนั้นวิ่งตามมาร้องขอข้าเองพวกนางจะมีค่าอันใด มีเพียงท่านที่ข้าให้ความสำคัญและอยากใช้ชีวิตร่วมกันเท่านั้น”“หึ ในสายตาของคุณชายรองหลี่สตรีที่หม
“บอกเจ้าตามตรงนะเล่อฉิง ข้าตกหลุมรักคุณหนูใหญ่ไป๋ตั้งแต่แรกพบนางในวันงานมงคลของเจ้ากับอาหลง พี่สาวคนนี้ของเจ้านางมีเสน่ห์ที่น่าดึงดูดใจของข้าอย่างแปลกประหลาดนางเป็นสตรีที่มีกริยาเรียบร้อยอ่อนหวาน แต่ในดวงตากลับมีความเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวซ่อนอยู่ ถึงแม้นางจะเก่งกาจแต่ข้าก็อยากเป็นคนปกป้องนางจากอันตรายทั้งหมดอยู่ดี”“อืม ที่ท่านพูดมาก็ถูกเจ้าค่ะพี่หญิงใหญ่แม้ภายนอกจะดูเรียบร้อยใจดี แต่ยามต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญก็เด็ดขาดมาก พี่หญิงใหญ่ไม่ชอบบุรุษเจ้าชู้มากรักนางถึงขั้นเกลียดคนเช่นนี้ที่สุดสิ่งที่พี่หญิงใหญ่ชอบเป็นการศึกษาเรื่องใบชาและการค้าขาย สีที่นางชอบจะเป็นสีที่ให้ความรู้สึกสะอาดและสงบ หากคุณชายฝูคิดจะเกี้ยวพาพี่สาวของข้าละก็ ท่านลองใช้สิ่งที่นางชอบเป็นสื่อกลางเพื่อทำความรู้จักก็ได้เจ้าค่ะ”“โอ้ นี่ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่าคุณหนูใหญ่ไป๋จะมีความชอบคล้าย ๆ กับข้าในเรื่องของใบชา ช่างเป็นเรื่องบังเอิญยิ่งนักที่บ้านเดิมของมารดาข้าก็ปลูกใบชาหลายชนิดไว้ขาย” เรื่องความชอบเกี่ยวกับใบชาเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของฝูอวิ้นมู่ไปมากจู่ ๆ ไป๋เล่อฉิงก็นึกบางเรื่องขึ้นมาได้นางจึงรีบเล่าให้สามีและฝ
ในวันงานมงคลสมรสที่ยิ่งใหญ่ของโจวเหวินหลงและไป๋เล่อฉิง ฝูอวิ้นมู่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวอย่างเต็มที่ แม้จะสวมใส่ชุดที่ด้อยกว่าเจ้าบ่าวเล็กน้อย แต่นั่นมิได้กดข่มความหล่อเหลาของคนเป็นบัณฑิตให้ลดลง ด้วยความสง่างามนี้เรียกเสียงกรีดร้องรวมถึงท่าทางเขินอายจากสตรีได้ไม่น้อยถึงจะมีสตรีพยายามส่งสายตาเย้ายวนเพียงใดฝูอวิ้นมู่ก็หาได้สนใจพวกนางไม่ เนื่องจากในหัวของเขาตอนนี้มีความต้องการเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือการได้พบเจอคุณหนูใหญ่ไป๋เฟิงฮวานั่นเองและในที่สุดความต้องการของฝูอวิ้นมู่ก็เป็นจริง เมื่อเขาเดินไปพร้อมกับโจวเหวินหลงเพื่อรับตัวเจ้าสาวยังหน้าเรือนหอ หลังจากเจ้าสาวที่งดงามโดดเด่นที่สุดถูกสหายรับตัวเดินไปแล้ว ยามนั้นคล้ายกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวของฝูอวิ้นมู่กำลังหยุดนิ่งขณะนั้นแม้แต่เสียงลมหายใจก็แทบจะไม่ได้ยิน ยามได้เห็นใบหน้าเรียวที่มีองคาพยพทั้งห้าปั้นแต่ง ไป๋เฟิงฮวาอยู่ในชุดเสื้อผ้าสีดอกท้อยิ่งเสริมให้นางดูอ่อนหวานน่ามอง แต่ดวงตาเรียวกลับมีความเด็ดเดี่ยวให้เห็นอยู่ในทีฝูอวิ้นมู่กลับมามีสติอีกครั้งจากการเรียกของกุยหยาง เพราะเขาเห็นเจ้านายยืนนิ่งอยู่นานไม่ยอมตามสหายไปเสียที แต่ถึงก
ผ่านมาหลายวันตั้งแต่ล้มป่วยเพราะพิษไข้และส่งพี่ชายคนรองกลับชายแดนแล้ว วันนี้ไป๋เล่อฉิงจึงถือโอกาสออกจากจวนพร้อมพี่สาวทั้งสามไปยังร้านค้าของมารดา ซึ่งเป็นร้านขายเครื่องประดับอันดับต้น ๆ ของเมืองหลวงที่สำคัญร้านนี้ไป๋เล่อฉิงยังเคยหยิบเครื่องประดับ ที่เส้าเหยี่ยนเสียงบอกว่าชื่นชอบมอบให้เขาอย่างง่ายดา
ย้อนกลับไปในคืนวันงานโคมไฟเส้าเหยี่ยนเสียงที่ตกปากรับคำไป๋เล่อฉิงว่าจะพานางไปเดินเที่ยวชมงาน แต่เมื่อถึงเวลาที่ได้นัดหมายกลับไม่ยอมปรากฏตัวปล่อยให้ไป๋เล่อฉิงยืนรออยู่เช่นนั้น ส่วนตัวของเส้าเหยี่ยนเสียงกลับไปเดินเที่ยวอย่างสนุกสนาน กับหลัวอี้หรูบุตรสาวของใต้เท้าหลัวรองเสนาบดีกรมขุนนางเพียงแต่ในเงา
จิ่งฟางเร่งฝีเท้าของตนรีบไปพบมารดาของไป๋เล่อฉิง เพื่อรายงานเรื่องที่เจ้านายฟื้นจากอาการไข้ขึ้นสูงก๊อก ๆ ๆ “ฮูหยินบ่าวจิ่งฟางเจ้าค่ะ”หวังกุ้ยฉินมารดาของไป๋เล่อฉิงที่นั่งอยู่กับสามีของตนอย่างไป๋หมิงอัน พอได้ยินว่าคนที่เคาะประตูคือสาวใช้ข้างกายของบุตรสาวก็อนุญาตทันที“เข้ามาเถิดจิ่งฟาง”“นายท่าน ฮูห
พรึบ! ตุบ“โอ๊ย! นะ นะ นี่มันเรือนของข้า? ข้าตายไปแล้วมิใช่หรือเหตุใดถึงได้...”“คุณหนู ๆ ท่านฟื้นแล้วบ่าวดีใจเหลือเกินที่คุณหนูฟื้นขึ้นมา ฮึก ๆ ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกได้หรือไม่เจ้าคะ” จิ่งฟางที่ไปนำยาจากห้องครัวเกือบทำถ้วยยาร่วง เมื่อเดินเข้ามาในเรือนของเจ้านายและเห็นว่านางฟื้นจากอาการเจ็บป่วย









![สองขุนศึกขย่มนางพญาไม่อิ่มรัก (3p) – [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


reseñas