ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต

ไฉนข้ามาอยู่ในเมืองยมทูต

last updateHuling Na-update : 2026-02-06
By:  ม่านกู่Ongoing
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
49Mga Kabanata
328views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

逆天大神 Nì tiān dàshén เจ้านครมรณาผู้มีความทะเยอทะยานดันสร้างเรื่องวุ่น ๆ ขึ้นมา หลังจับตัวปีศาจราตรีในเรือนใต้แห่งแมลงบุปผามายืดอายุขัยให้เหล่ายมทูต ยังยื่นข้อแลกเปลี่ยนเรื่องชีวิตของนางเป็นเดิมพัน...

view more

Kabanata 1

1 แดนปีศาจราตรี

The nation of Faeast was in mourning, lamenting the death of Lord Nox.

Queenie Sanders sat on the beach of Riverton. She was in a bikini, revealing all her perfect curves, but her brows were furrowed as she stared at her phone.

"Mourning? In the morning? And the whole Internet does it? Who's the deceased? Why's everyone going so far for him?"

Queenie stared at the screen for five minutes before she clicked on the headlines. She was met with a big title in red, but all of them talked of the same thing across different news outlets.

"Today, we mourn the death of a god of war. The day before, our Lord fell into the ambush of ten nations' warriors, and he was felled in the Ocean of Death.

"So great was the battle it drenched the ocean crimson. So terrible was the battle that corpses decorated the ocean's surface.

"Even though Lord Nox has fallen, he took down a million soldiers from the enemies' nations all by himself."

Queenie's jaw dropped, her eyes still glued to the headlines. She thought, 'Lord Nox? That's a living legend. Grandpa always told me he was invincible. How did he die?' A moment later, she added, "That explains the Internet's mourning in silence. The god of war is dead."

She skimmed through the biggest news of the day before putting her phone down. Lord Nox was incredible, yes. He was the hero of Faeast, but he was not someone close to Queenie's life. He was out of her reach, not to mention she had her own troubles to tend to.

She lay on the chair, musing over her family's matter, and sadness flickered on her face.

Queenie's phone rang. It was from Lara Durant, her best friend, so she took the call. "Yes?"

A hurried voice asked, "Where have you been, Queenie? Why couldn't I get through to you?"

"What's wrong, Lara? I'm on vacation at the old home," said Queenie nonchalantly, sipping on her drink.

"You're getting married in two days, girl. How can you even have time for vacation?"

Queenie smirked. "Just because I'm getting married doesn't mean I can't go on a vacation. Besides, they're using me as a chip for a marriage of convenience. Why can't I at least have a chance to go around to vent my frustration?"

Lara paused for a moment. "You don't want to marry Centersea's heir, do you?"

"He's an infamous playboy who gets accused of sexual assault every year for three years running. You think I'd marry that scum?"

Lara was silent, but then she asked, "If you didn't want to marry him, why didn't you tell your grandpa? You know he dotes on you."

"He's been in a coma for more than a year. My uncle, curse his soul, is now in charge of the family. I can't do anything about this."

Lara heaved a long sigh. "I'm sorry, Queenie. I never knew things were this complicated with your family."

"It's nothing. I've always been a chip for bargains anyway. I'm used to it." Resignation welled up in Queenie's eyes.

"So, when are you coming back?" Lara asked.

"After tomorrow."

"Tell me when you get back. Bye."

Queenie hung up and got up from the recliner. Sunlight shone on her glimmering skin, draping a sheen of gold over her perfect body, but she cared not for its glory. She raised her head, staring at the endless sea ahead of her.

"I'd rather be a fish. At least I would have freedom." She sighed again and tossed her towel away. Then, she leaped into the sea. The waves crashed on her, and Queenie swam into the deep end.

While Queenie was aimlessly swimming in the sea, she saw a silhouette floating in the distance.

"What's that?" Queenie took a closer look, her eyes wide. "Wait, that's a human. What's he doing in the deep sea?"

Without thinking, Queenie swam toward the silhouette, and it didn't take her long before she reached it. It was a man dressed in all black.
Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
49 Kabanata
1 แดนปีศาจราตรี
ใต้แสงนวลสลัวจากตะเกียงในยามอิ๋น[1] กลุ่มเมฆาทึบทะมึนก่อตัวขึ้นกลางหอนอน ‘ถิงถิง’ เฝ้ามองการขยับไหวของหมอกเมฆา แปรเปลี่ยนเป็นบุรุษร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีนิล ร่างโปร่งใสนี้สามารถมองทะลุผ่าน เห็นประตูไม้บานเลื่อนสลักลายท้องนภาในห้องนอนนางนั่นใคร!? วิญญาณหรือ?ปีศาจสาวขมวดคิ้วทำหน้ายุ่ง นางจ้องหน้าจ้องตาชายแปลกหน้าอยู่ครู่ด้วยความรู้สึกประหลาด เปลวเทียนที่พัดปลิวข้างตั่งนอนส่องสะท้อนเข้ากับนัยน์ตาของเขาและนาง พริบตาเดียว พื้นไม้เป็นเงามันในห้องกลับมาว่างเปล่า คงเหลือไว้เพียงกลิ่นหอมอ่อนของดอกปี่อั้นหายไปแล้ว!“ท่านแม่ ๆ ช่วยข้าด้วย ๆ ผีหลอกข้า!” นางตะโกนเสียงดัง ปลายเท้าเปลือยเปล่าวิ่งออกไปด้านนอกระเบียงเรือนอย่างลืมกิริยาสตรี อาภรณ์สีชาดสะบัดปลิว ท่ามกลางหยาดน้ำฟ้าที่ร่วงหล่นลงไม่ขาดสายทันใดนั้นเอง ปีกผีเสื้อสีทองพลันพุ่งเข้ามาประหนึ่งแสงของดวงไฟ สตรีปีศาจในอาภรณ์สีนิลกระแทกเท้าใส่พื้นเรือน ท่าทางก้าวร้าวดุดัน“เจ้าเสียสติไปแล้วรึ! ข้าสั่งเจ้าให้ทำอะไรว่องไว บ่าวในเรือนใต้แจ้งข้าว่าแต่งตัวให้เจ้าเรียบร้อยดีแล้ว ไยเจ้ายังไม่ไปเรือนพิธี?”“ก็ข้า ๆ เจอชายแปลกหน้า... น่าจะผีกระมังท่านแม่ ข้
Magbasa pa
2 งานวิวาห์ที่พลาดพลั้ง
‘คนพี่งามเท่าไร ผีเสื้อน้องเล็กในเรือนใต้เป็นที่หนึ่งในใจข้า ข้าจะแต่งงานกับนางผู้เดียว...’บุตรชายคนโตของตระกูลจิ้งจอกขัดความประสงค์ของบรรดาผู้อาวุโสซึ่งอยากให้ผีเสื้อคนโตสุดออกเรือนก่อน แต่ในเมื่อเขายืนกรานหนักแน่นว่าปรารถนาเพียงถิงถิง เผ่าพันธุ์จิ้งจอกใจร้อนดื้อดึง ไม่มีใครอยากให้เกิดการต่อสู้ระหว่างพันธมิตรร่างบางในอาภรณ์เนื้อผ้าเบาบางทับซ้อนกันหลายชั้น ปักทอด้วยด้ายทองลวดลายผีเสื้อแวววาว ราวแสงของหิ่งห้อย นางหยุดยืนข้างบุรุษปีศาจในอาภรณ์สง่า เรือนผมสีเงินพลิ้วไหวตามสายลมเยียบเย็นเป็นเรื่องยากเกินห้ามใจ โดยเฉพาะจิ้งจอกตนอื่นซึ่งติดตามมาด้วยถึงเจ็ด แววตาดำขลับเมื่อครู่นี้กลับกลายเป็นแววตาหิวกระหายตามสัญชาตญาณ นับตั้งแต่เจ้าสาวในอาภรณ์สีชาดเข้ามาในห้องโถงกว้าง“อันที่จริงข้าควรได้ออกเรือนก่อนเจ้าเสียอีกฮู่โหมว ก็น่าเสียดาย”“ใช่แล้วล่ะ เป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับเจ้า ข้าดันแข็งแกร่งที่สุดตระกูล...”ฮู่โหมวชำเลืองมองจิ้งจอกเงินที่มีอายุมากกว่าถึงสองพันปี รังสีเข่นฆ่าแผ่อยู่รอบกาย จนอีกฝ่ายหลบเลี่ยงสายตา มีท่าทีอ่อนน้อมลงเหมือนสุนัขที่เชื่อฟังจ่าฝูงธรรมดาเขาย่อมรู้ดีว่าเผ่าจิ้งจอกเงิ
Magbasa pa
3 จิตวิญญาณที่เสียสละ
‘สิ้นหนึ่งก้านธูปนี้ เป็นเวลาตายของเจ้า แต่เจ้าจะเป็นกรณียกเว้นในแดนมรณา...’สิ้นเสียงอันน่าเกรงขาม มิได้ไถ่ถามนางว่ายินยอมไปกับท่านหรือไม่อย่างไร เป็นผีเสื้อตัวน้อยเสียเอง กระโจนกายเข้าหาบุรุษร่างสูงสง่าใต้กลุ่มควัน นางยอมให้กลุ่มเมฆามืดมิดเยือกเย็นห้อมล้อมอาภรณ์เจ้าสาว เดินทางข้ามภพภูมิในชั่วอึดใจ แทนที่จะรอดูพวกเขาต่อสู้กันท่ามกลางกลุ่มพลังหยินหยางที่ครอบคลุมไปทั่วบริเวณ นางสังเกตเห็นนัยน์ตาสีชาดเปล่งประกายเจิดจรัส อาภรณ์สีนิลปักทอด้วยด้ายสีทองเป็นลวดลายเมฆา ผ้าคาดเอวทั้งสองฝั่งผูกรวบไว้ข้างหน้า ทิ้งชายยาวลงไปต่ำกว่าข้อเข่า สลักด้วยด้ายสลับสีกันอ่านว่า ‘สีขาว[1]’ และ ‘สีดำ[2]’ปีศาจน้อยเช่นนางท่องเที่ยวไปทั่ว อย่างไรก็มีประสบการณ์ จากคำบอกเล่าผ่านสหายเทพของนาง บุรุษเทพผู้นี้ควรเป็นเทพมรณา มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับความเป็นและความตายเมื่อเขาปล่อยนางให้เป็นอิสระ นางคุกเข่าเอาศีรษะโขกพื้นคำนับเทพ ไร้เกียรติปีศาจสิ้นดี!“ถิงถิงคำนับท่าน... เทพมรณา จะเรียกว่าเป็นเกียรติของข้าหรืออย่างไรดี ท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่ ข้าตายอย่างไร?”“บอกไม่ได้”“ไหนท่านว่าข้าเป็นกรณียกเว้นไงเจ้าคะ?”“เจ้าจะกล
Magbasa pa
4 จิตวิญญาณที่เสียสละ
ผ่านลำแสงสีทองบนสันตำรา ดวงตาสีชาดขนาดมหึมากลางท้องนภามองลงไปยังสตรีร่างเล็กจิ๋ว เฝ้ามองนางต่อกรกับอสุรกายหน้าตาของมันเหมือนลิงที่มีเขี้ยวแหลมคม เขี้ยวทั้งสองยื่นพ้นออกมาจากมุมปากหนาใหญ่ ผิวกายขรุขระแข็งแกร่งปานหินผา ลำตัวห้อมล้อมด้วยหมอกดำ ในขณะที่มันสามารถถูกทำลายได้ด้วยเวทปีศาจ‘ท่านอาจารย์ไม่ได้พูดเปล่า เป็นเรื่องจริงหรือนี่?’นอกเสียจากเรื่องราวจากปากท่านอาจารย์ เคยยกประเด็นประหลาดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ตำราสีชาดได้กล่าวเรื่องธาราแห่งจิต ดวงวิญญาณบริสุทธิ์ ดวงจิตแห่งความเสียสละยากจะพานพบในวัฏสงสารใบหน้าหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้ม เทพมรณาพึงพอใจปีศาจผีเสื้อผู้หาญกล้า นางไม่ขลาดกลัวเหมือนก่อนหน้า เมื่อนางเริ่มคุ้นชินกับการต่อสู้กับผู้พิทักษ์ในตำราความสำเร็จเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองมรณา เขาคงอยากจะรู้นักว่ากองทัพยมทูตจะยิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงไหน การนำทัพไปเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณคงง่ายดายขึ้นนับพันเท่า“ท่านผู้ยิ่งใหญ่... เปรียบเทียบกับตัวท่านแล้วข้าคงเป็นเพียงเศษดิน ทำไมท่านไม่มาทำเองเล่า?”“มีเพียงเจ้าที่เปลี่ยนแปลงกำหนดในตำรานี้ได้ จิตวิญญาณที่เสียสละ...”“ไยท่านช่างไร้มารยาทนักเจ้าคะ ข้าช
Magbasa pa
5 นครมรณา
‘ได้โปรดข้าฆ่าที... ท่านเทพ ข้าไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ... ฮือ...’ เสียงคร่ำครวญของปีศาจสาวที่ดังไปถึงนอกเรือนเรียกกลุ่มดวงไฟหยินหยางให้มารวมตัวกัน ลอบดูนางด้วยความอยากรู้อยากเห็นท่ามกลางบรรยากาศเยียบเย็น เหมันต์ขาวโพลนได้รับอิทธิพลจากหมอกแห่งความตาย เมืองมรณาไม่เคยปรากฏสิ่งมีชีวิต ไม่มีแม้กระทั่งต้นไม้ใบหญ้าหรือแมลงตัวเล็ก ๆ จะมีผีเสื้อสีอำพันทอแสงอร่ามงามได้อย่างไร?ถิงถิงฉงนใจไม่แพ้อีกฝ่าย นางชะโงกคอมองหาดวงไฟยมทูต เพื่อสังเกตว่าย่ำเข้ารุ่งอรุณเมื่อใด นั่นเป็นช่วงที่ยมทูตเดินทางกลับมาจากการเก็บดวงวิญญาณ พวกเขามีร่างบุรุษสตรี บางคราก็เป็นกลุ่มเมฆล่องลอยในเวหานางไม่เคยประสบพบเหตุการณ์เช่นนี้ ไยทิวากรลาลับชั่วนิจนิรันดร์ ทั่วทุกแห่งหนในนครมืดมิดไร้ซึ่งแสงดารา ไม่เหมือนเมืองปีศาจที่มีแสงอรุณอยู่บ้าง แม้มีกลางคืนมากกว่ากลางวัน อย่างไรเสียนางก็จะไม่เหนื่อยล้าอ่อนแรงมากนัก ยามนี้นางตกอยู่ในเลวร้ายที่สุด ปีกของนางต้องการแสง!‘เทพใจดำ หลอกใช้ปีศาจ ข้าทำงานแทบตาย ไม่มีข้าวให้กินสักเม็ด ชาอร่อย ๆ ก็ไม่มีให้ข้า จะแสงอรุณหรือแสงจันทราไม่ส่องมาถึงข้าเลย’หลังจากที่เทพมรณาเข้ามาพบนางเมื่อวานก่อน นางก็
Magbasa pa
6 ปากท้องสำคัญเท่าฟ้า
ปีศาจสาวในอาภรณ์สีชาดลุกขึ้นจากฟูก สยายปีกหงิกงอดูไม่เป็นโครงร่าง หลังเปลี่ยนชุดจากหีบอาภรณ์ด้วยการสะบัดมือเพียงครั้ง นางเดินโซเซไปทางบริเวณด้านหลังเรือนไม้“หิวจะตายอยู่แล้ว นี่เขาจะฆ่าข้าหรือยังไง”ปีศาจน้อยโอดครวญใต้เวหาเยียบเย็น ร่างบอบบางแทบปลิวไปกับสายลม เมื่อไม่มีอะไรตกถึงท้องมาร่วมอาทิตย์ยิ่งอ่อนแอก็ยิ่งเหน็บหนาว ถึงบาดแผลจากไฟกัลป์ในตำราจะดีขึ้นมาก ความเจ็บปวดบรรเทาลง เทพมรณาอนุญาตให้นางนอนหลับพักผ่อนสักสองราตรีเบื้องหน้าปรากฏเพียงความมืดมิด นางยกสองมือกอดกุมตน ริมฝีปากสีชาดสั่นระริก นางใช้เวทแห่งแสงจากฝ่ามือเป็นเครื่องนำทางแทนโคมไฟและเพื่อบรรเทาความหนาวนัยน์ตาสีอำพันของปีศาจมองเห็นได้ไกลแม้ในความมืด นางชะเง้อคอมองถัดไปจากสวนพฤกษาขนาดเล็ก ทิวทัศน์ภูเขาทิศตะวันออกทอดยาวสุดตา เมืองกว้างใหญ่ไพศาลแบ่งออกเป็นแดนเหนือแดนใต้ นางพอมองเห็นเป็นเค้าโครงบ้านเรือน น่าจะเป็นที่พำนักอาศัยของเหล่ายมทูต“เจ้าจะไปไหน?” น้ำเสียงที่ดังขึ้นจากข้างหลังเรียกนาง ถิงถิงหน้าตาตื่นตระหนก ก่อนจะตั้งสติได้ว่านางไม่จำเป็นต้องหวาดกลัว เขาไม่มีทางทำร้ายนางแน่ ตราบใดที่นางยังมีประโยชน์“ข้ามาเดินเล่น ดูข้า
Magbasa pa
7 ผีเสื้อผู้น่าสงสาร
เมื่อแสงเทียนนวลอ่อนปรากฏในเรือนไม้สว่างไสว ผีเสื้อตัวน้อยบินวนเวียนอยู่บริเวณด้านนอกระเบียง ถัดจากหน้าต่างไม้สลักลายท้องนภา ยมทูตทั้งสามที่กำลังพูดคุยกันในห้องสัมผัสถึงดวงจิตปีศาจ ร่างผีเสื้อก็พลันหายไป‘วันหมดอายุขัยของยมทูตเท่านั้น ที่จะไม่มีทางเปลี่ยนแปลง แต่ข้าเพิ่งเห็นนางเปลี่ยนมัน ด้วยสองตาของข้า’โชคเข้าข้างนาง! ดันล่วงรู้ความลับสำคัญ นางน่ะมีประโยชน์มากสำหรับท่านเทพ นางเป็นหนึ่งในล้านของเหล่าดวงวิญญาณเลยก็ว่าได้ใบหน้างามลอบยิ้มมีเลศนัย เจ้าของร่างบางยังคงประสานมือไว้บนหน้าท้อง แสร้งหลับตานอนบนฟูกเหมือนกับว่านางไม่ได้ก้าวขาออกจากห้อง จนกลุ่มเมฆาเยือกเย็นก่อตัวขึ้นกลางหอนอน“ยมทูตสิบตน ข้าขออีกสิบ ได้หรือไม่? ถ้าได้มากกว่านั้นก็ดี...” น้ำเสียงกระตือรือร้นเอ่ยกับสตรีบนฟูกนอน ตาคมหลุบมองร่างบอบบางในอาภรณ์สีม่วงสดใส นางดูอ่อนแอเสียจนไม่น่าขยับตัวได้ ริมฝีปากสีชาดบัดนี้ซีดขาวราวคนป่วย“ทุกค่ำคืนข้าเหน็บหนาวถึงขั้วกระดูก เส้นปีกของข้ายังแสบร้อนจากพิษแห่งเพลิงกัลป์จากตำรานั่น ท่านคิดว่าข้าไหวหรือไม่?”“ข้ามีงานต้องทำอีกมาก เจ้าไม่เข้าใจ งานหลายอย่างข้าไม่สามารถทำได้หากออกไปนอกแดนมรณา
Magbasa pa
8 เทพมรณา
ความคิดของเทพมรณายามนี้ มิได้จะนำพานางไปยังต้นไม้วิญญาณเพื่อการเยียวยารักษาเพียงอย่างเดียว เขาเกิดความเมตตาดวงวิญญาณที่น่าสงสาร เมื่อร่างผีเสื้อแสนบอบบางแทบพัดปลิวไปกับสายลม นางไม่สามารถที่จะอันตรธานหายไปในกลุ่มเมฆาได้ด้วยการใช้เวทหยินหยาง‘เจ้าถิงถิงบาดเจ็บสาหัส ข้าเองก็ไม่ทันสนใจสักเรื่องหนึ่งของเจ้า’ สาเหตุที่เขาไม่อาจพานางออกจากนครมรณาเพราะจะเป็นที่สงสัย นครมรณาไม่ได้มีแค่แห่งเดียว อีกสองเทพมรณากำลังจับตาดูว่าเขาทำอะไร เรื่องนี้จะแพร่งพรายไปมิได้เป็นอันขาดนีเทียนต้าเซินใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง หลังเงื้อมมือมัจจุราชจับร่างกระง่อนกระแง่นใส่กรงเหล็ก เหน็บไว้เหนือผ้าคาดเอวบนอาภรณ์สีนิล ควบขี่อาชาแห่งความมืดจากภพภูมิแห่งยมทูตสู่ภพภูมิปีศาจ ดินแดนแห่งพรรณพฤกษา เขายอมพานางมา แต่นางไม่เลิกต่อว่าเขาขังนางเป็นสัตว์เลี้ยง กระทั่งปีกสีม่วงอ่อนแรงขยับผ่านเวหาอันเยียบเย็น ฝังร่างอร่ามงามไว้กับผลไม้สีแดงสดบนต้นไม้สูงตระหง่าน“ขอบคุณท่านเทพ! ข้าเป็นหนี้บุญคุณท่านแล้ว ฮ่า ๆ”ผีเสื้อตัวใหญ่ห้อมล้อมด้วยลูกสมุน แสงม่วงอร่ามทอประกายใต้จันทรากลมโตสว่างไสว นางคืนร่างสตรี หน้าตาแย้มยิ้มแลดูไร้กังวล
Magbasa pa
9 สตรีอาภัพ
นีเทียนต้าเซินตัดสินใจไปถามเรื่องการรักษาปีศาจจากยมทูตในเขตแดนที่สิบสาม ได้ยินว่ามี ‘ท่านลุง’ เคยเป็นแพทย์หลวงผู้ชอบรับสินบนในแคว้นต้าเหลียง ท่านลุงห้าหมื่นห้าสิบเคยเป็นเทพแห่งการรักษายมทูตมีอีกร่างเป็นบุรุษหรือสตรี สวมอาภรณ์สีนิล ไม่มีรูปลักษณ์ที่แน่ชัด เหนือศีรษะปรากฏอักขระว่าเป็นยมทูตตนที่เท่าไร ใช้เวทวิชาได้ทั้งสองแขนง หยินและหยาง บางคราจำศีลเป็นลูกแก้วใต้อาภรณ์เจ้านครมรณา‘ปีศาจดำรงอยู่ได้ด้วยพลังวิญญาณ ท่านสังเกตไหมว่าทำไมปีศาจชอบสังสรรค์ ดื่มด่ำสุราอาหารอยู่เป็นนิจ ดับกระหายด้วยการสมสู่กัน ปีศาจเพิ่มพูนพลังกายด้วยอาหารและสุรา ด้วยเนื้อสัตว์ที่มาจากการประกอบอาหาร ด้วยผลสุกวิญญาณ ปีศาจสตรีเข้าหาบุรุษเมื่อหิวกระหาย…’ที่ผ่านมาเทพมรณาทั้งสามร่ำเรียนเพียงการจำแนกดวงวิญญาณแต่ละประเภท รวบรวมไปส่งปรภูมิ ไม่เคยรู้วิธีการรักษา นีเทียนต้าเซินจึงพยายามทำความเข้าใจเรื่องการเยียวยารักษาปีศาจ ทั้งจากท่านลุงและตำรายาเล่มเก่า ได้รับมาจากท่านลุงเช่นกัน‘วิญญาณดวงนี้น่าเวทนายิ่งนัก เหตุที่เป็นสีทองอร่ามเพราะเวียนว่ายตายเกิดกี่ครา จำต้องพบชะตากรรมเดิม นางมีหน้าที่เพียงอย่างเดียว...’คำปรึกษาจากท่า
Magbasa pa
10 ผลไม้วิญญาณ
การต่อสู้กับตำราแห่งความตายด้วยพลังปีศาจเต็มกาย ผลออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจ ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วปีกอันงดงามเหลือสภาพเป็นสีดำกระง่อนกระแง่น ด้วยฝีมือผู้พิทักษ์ที่หน้าตาเหมือนปีศาจงูเจ้าตำราแสบสร้างกำแพงสูงเทียมฟ้า แถมเก่งฉกาจเรื่องเพลิงกัลป์ ปีศาจสาวในอาภรณ์สีขาวสะอาดกลิ้งหลุน ๆ จากตำรา ก้นกระแทกพื้นเรือน นางร้องไห้คร่ำครวญอย่างเจ็บปวด “ฮืออ.... ปีกแสนสวยของข้าา หนวดข้า... ข้าเหลือแต่หนวด...”“เจ้าทำได้ดี... ปีศาจผีเสื้อ”“ข้าทำงานให้ท่านมาตั้งนาน ไยท่านไม่เรียกชื่อข้าเจ้าคะ? ข้า...”“ถิงถิง ข้ารู้ชื่อเจ้า เพียงพลั้งปากไปประสาข้า ขอเจ้าอย่าถือสา ข้าไม่เคยพูดจาเอาอกเอาใจใคร”“เจ้าค่ะนายท่าน เทพมรณาผู้ยิ่งใหญ่ เกลียดชังความชั่วร้าย ท่านก็เลยจะพิพากษาข้า... ถิงถิงไร้ความผิด... ข้ามาช่วยงานท่าน แลกกับการมีชีวิต...”นางตัดพ้อบุรุษเทพ การบำเพ็ญเพียรเป็นเทพมิใช่เรื่องง่าย จำต้องมีจิตใจที่เสียสละเมตตาเป็นอย่างมาก เหตุใดจึงใช้งานนางเยี่ยงทาสในเรือนใต้ เหมือนท่านปู่ปฏิบัติอย่างร้ายกาจกับพวกเขา เมื่อไร้ประโยชน์ก็ฆ่าทิ้งเสีย นีเทียนต้าเซินผ่อนลมหายใจ เขารู้สึกไม่ชอบใจเมื่อเห็นน้ำตาของนาง พักหลังมานี
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status