LOGINณ โรงแรมอลิซาเบธ กรุงเทพฯ
(ห้องอาหารเฉพาะแขกวีไอพี)
(ยังไงเราก็ขอโทษนะหนูดี คือว่าเราไม่ได้ตั้งใจปล่อยข่าวลือพวกนั้นเลย ตอนแรกก็แค่พูดขำๆกันในห้องเรียนอะ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าข่าวมันหลุดออกไปได้ยังไง)
(ใช่ๆ พวกเราไม่รู้เลยว่าจะทำให้แกต้องเดือดร้อน ขอโทษอีกครั้งจริงๆนะแก ยกโทษให้พวกเราเถอะ..)
คำขอโทษจากปากของเพื่อนร่วมห้องผ่านสายโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นระยะ หลังจากที่หนูดีเป็นฝ่ายเงียบใส่พวกหล่อนมานานพอควร มันก็ถึงเวลาแล้วที่เธอจะเอ่ยปากพูดในสิ่งที่ตัวเองย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้
เฮ้อ.. ถ้ารู้แบบนี้เธอจะไม่เล่าเรื่องอัศวินแม้แต่คำเดียว
“อื้ม ไม่เป็นไรหรอกพวกแก ตอนนี้ฉันโอเคแล้วล่ะ ยังไงพี่อัศวินเขาคงไม่มายุ่งกับฉันแล้ว พวกแกอย่าคิดมากเลย”
(เอ่อ โอเคๆ แล้วนี่แกอยู่ไหนเนี่ยหนูดี)
“ฉันมาดินเนอร์กับครอบครัวน่ะ พ่อแม่ฉันนัดคนรู้จักเอาไว้ ยังไงแค่นี้ก่อนนะ เจอกันที่มอพรุ่งนี้”
(โอเคจ้า)
ติ๊ด
ก่อนหญิงสาวในชุดเดรสลุคคุณหนูจะเป็นฝ่ายกดสายเพื่อนร่วมชั้นไป เธอก็ถอนหายใจแล้วเหลือบมองไปทางผู้ใหญ่ที่กำลังพูดคุยกันอยู่ โดยฝั่งของเธอก็มีพ่อแม่ที่นั่งประกบข้าง ส่วนอีกฝั่งนั่นก็คือ..
“จริงครับคุณอาทิตย์ หึๆ ธุรกิจของผมก็ไม่ต่างกันเลยครับ ช่วงนี้คุมพนักงานยากเป็นพิเศษ แถมเศรษฐกิจในประเทศก็เริ่มแย่ลงมากเหมือนกัน”
“จริงด้วยครับ”
“ร้านนั้นใช่ไหมคะ ฉันเป็นลูกค้าวีไอพีเลยค่ะ คิกๆ”
“ใช่ค่ะคุณวิภา อ๋อ.. นี่คุณวิภาไปทำสปาที่นั่นบ่อยเลยเหรอคะเนี่ย ฉันเองก็เคยไปนะคะ แต่ช่วงนี้ไม่ได้ไปแล้ว”
คุณอาทิตย์ กับ คุณหญิงวิภา พวกเขาเป็นตัวแทนของตระกูล ‘อัครเมธา’ ตระกูลชื่อดังที่มีฐานะเทียบเท่ากับตระกูลจันทร์ไพศาลของเธอ ซึ่งหนูดีมารู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่าเธอกำลังจะต้องหมั้นหมายกับผู้ชายคนหนึ่ง
ฟังดูเหมือนละครน้ำเน่าหลังข่าวก็ไม่ปาน เพราะยุคสมัยนี้คงไม่มีพ่อแม่คนไหนจับลูกคลุมถุงชน แต่สำหรับตระกูลคนรวยแล้วคงเป็นข้อยกเว้น พวกเขาแค่อยากจะรักษาผลประโยชน์ระหว่างตระกูลไว้ให้มากที่สุด
แค่ไม่อยากให้ลูกตัวเองแต่งงานกับตระกูลที่ต่ำกว่าตน..
‘ว..ว่าไงนะคะพ่อแม่!? คุณปู่เขียนพินัยกรรมเอาไว้เลยเหรอคะ แล้วทำไมคุณปู่ต้องอยากให้หนูหมั้นกับอีกตระกูลด้วยล่ะ ถ..ถ้าหนูไม่..’
‘ถ้าลูกไม่หมั้นกับตระกูลนั้น พวกเราก็จะไม่ได้มรดกไงลูก เงินทุกบาททุกสตางค์ของคุณปู่จะถูกบริจาคให้มูลนิธิ’
‘อะไรนะคะ!!’
‘เฮ้อ.. พ่อแม่รู้มานานแล้วล่ะ แต่แค่ยังไม่ถึงเวลาที่จะบอกลูกนะหนูดี ลูกต้องฟังพ่อกับแม่นะรู้ไหม’
‘…….’
ไม่จริง.. นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน..
ทำไมคุณปู่ถึงต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะ ทำไม?
‘คุณปู่ของเรามีเพื่อนที่รักที่สุดในชีวิตอยู่คนหนึ่ง แต่ทั้งสองก็ดันมาทะเลาะกันใหญ่โตเพราะเรื่องธุรกิจ พวกเขาเลิกคบกันไปจนถึงวันที่เขียนพินัยกรรมก่อนตาย คุณปู่ของเรากับคุณปู่ของตระกูลนั้นจึงอยากให้สองตระกูลกลับมาดีกัน แม้ตัวเองจะไม่ได้อยู่เห็นภาพฝันนั้นก็ตาม โดยให้.. หลานสาวกับหลานชายมาหมั้นหมายกัน..’
และความจริงนั้นก็ทำให้หนูดีแทบช็อก
เพราะเธอคือหลานสาวคนเดียวของตระกูล เป็นความหวังสุดท้ายของพ่อแม่ที่จะได้รับมรดกของคุณปู่
“เฮ้อ.. ชีวิตฉันทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ”
หนูดีกัดฟันพึมพำกับตัวเองด้วยท่าทีน่าสงสาร เธอพยายามมองโลกในแง่ดีแล้วเอื้อมไปหยิบน้ำมาดื่ม เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผู้ใหญ่อีกฝ่ายได้หันมามองเธอ
“แล้วนี่ลูกมาถึงหรือยังคะคุณ ทำไมช้าแบบนี้ล่ะ”
“คุณยังไม่ชินอีกหรือไงวิภา แต่เชื่อเถอะว่ามันจะมา”
“ต้องมาสิคะที่รัก ลูกรับปากเราไว้แล้วนี่..”
สามีภรรยาที่อยู่ในลุคเศรษฐีหัวจรดเท้าต่างกระซิบคุยกันด้วยสีหน้าจริงจัง เพราะคุณหญิงวิภาเห็นว่าที่ลูกสะใภ้นั่งรออยู่นานแล้ว เธอเองก็ไม่อยากให้ลูกชายเสียมารยาทในการดูตัวครั้งแรกด้วย
แอ๊ดดดด…
แต่ทว่า
เสียงเปิดประตูนั้นกลับทำให้หนูดีละสายตาออกจากโต๊ะอาหาร เธอหรี่ตามองความว่างเปล่าที่ไม่มีแม้แต่เงาของใคร คล้ายคลึงกับว่ามีคนเปิดประตูเข้ามาแล้ว แต่เขาคนนั้นก็เดินหายออกไปจากห้องนี้ภายในชั่วพริบตา
หนูดีจึงได้แต่หันหน้ากลับมาสนใจอาหารบนโต๊ะต่อราวกับไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเมื่อกี้นี้ก็คงจะเป็นพนักงานเสิร์ฟของโรงแรมที่เดินเข้าห้องผิด
ตึกๆๆๆ
แอ๊ดดดดดด..
“อ้าวนั่นไง! ลูกเรามา..”
กึก
แต่ภายในเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่เสียงของคุณอาทิตย์แผ่วเบาลง สีหน้าของเขากับภรรยาก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ดวงตากลมเบิกกว้างราวกับประหลาดใจกับภาพนี้ ยกเว้นเพียงแต่หนูดีกับครอบครัวที่จ้องมองผู้ชายคนนั้น
“อาร์ท! น..นี่ลูกมาที่นี่ได้ยังไง!?”
คุณอาทิตย์ที่อ้าปากค้างลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อถามลูกชาย ซึ่งทางคุณหญิงวิภาเองก็นั่งไม่ติดที่ เธอถอนหายใจแล้วรีบเดินออกไปคว้าตัวลูกชายด้วยความโมโห
“แล้วพี่ชายเราอยู่ไหนอาร์ท! พี่อัศวินล่ะ!?”
“เอ่อ.. พี่เขา..”
“โอ้โห.. นี่คือลูกชายที่จะมาหมั้นกับหนูดีเหรอคะเนี่ย หน้าตาหล่อไม่เบาเลยนะคะคุณวิภา ถึงจะดูเด็กไปหน่อย ต..แต่ดิฉันว่าก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร..”
คุณดุจดาวซึ่งเป็นแม่ของหนูดีที่ไม่อยากให้เสียบรรยากาศ เธอจึงรีบปรี่เข้าไปกลางวงสนทนาด้วยความไม่รู้เรื่องราว เธอแสร้งฉีกยิ้มส่งไปให้กับลูกชายคนเล็กของอีกฝ่าย ก่อนจะหันมามองหนูดีที่นั่งหน้าเหวอ
เพราะไม่ใช่แค่เด็กไปหน่อย.. แต่ผู้ชายคนนี้สวมใส่ชุดมอปลายเดินโทงๆเข้ามาเลย แถมหัวก็ยังเกรียนเหมือนกับเพิ่งไปเรียน รด.(นักศึกษาวิชาทหาร) มายังไงยังงั้น
“ไม่ใช่ค่ะคุณดุจดาว! เฮ้อ.. คนนี้เป็นลูกชายคนเล็กสุดของดิฉันเองค่ะ อย่างที่ฉันบอกไปว่าฉันมีลูกชายทั้งหมดสามคน หนูดีต้องหมั้นกับลูกชายคนโตของฉันค่ะ แต่จนป่านนี้แล้วเขาก็ยังไม่มา”
“คะ? คนนี้ยังไม่ใช่เหรอคะ” คุณดุจดาวขมวดคิ้วยุ่งพลางหรี่ตาสำรวจเด็กหนุ่มในลุคนักเรียนมอปลาย
“ยังไม่ใช่ค่ะ งั้นเดี๋ยวฉันโทรตามลูกชายก่อนนะคะ รีบสั่งให้คนไปตามเจ้าอัศวินเดี๋ยวนี้เลยคุณ!”
“ด..ได้ครับที่รัก..”
คุณหญิงวิภาพูดจบก็หันไปสั่งการสามีเสียงแข็ง ท่าทีโกรธจัดของภรรยาทำให้ทางสามีหวาดกลัวไม่เบา จนความเงียบของทั้งห้องกว้างเริ่มทำให้ทางหนูดีประหม่า
นี่หมายความว่าลูกชายคนโตของบ้านนี้.. ตั้งใจที่จะมาช้า หรือไม่ก็เบี้ยวนัดดูตัวงั้นเหรอ?
เขาไม่อยากจะหมั้นกับผู้หญิงอย่างฉันสินะเนี่ย..
“ฮึ่ม.. สวัสดีครับพี่สาวคนสวย พี่ชื่อว่าพี่หนูดีใช่ไหม ผมชื่อว่าอาร์ทนะครับ”
เสียงทุ้มใหญ่ของเด็กวัยมอสี่เอ่ยขึ้นในระยะใกล้ ก่อนที่ทางหนูดีจะหยุดคิดบางอย่างในหัวชั่วขณะ เธอเงยหน้ามองผู้ชายที่เปรยยิ้มหวานส่งมา เหมือนกับว่าเด็กคนนี้รู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับความจริง
“เอ่อ ค่ะ.. พี่ชื่อว่าหนูดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก..”
“พี่นี่เองที่จะได้แต่งงานกับพี่ชายของผม”
“…….”
“ยังไงก็สู้ๆนะครับ”
“ค..คะ?”
“จริงๆแล้วพี่ชายผมเขาไม่ใช่คนไม่ดีหรอกครับ แต่เขาแค่เป็นคนแปลกแล้วก็น่ากลัวไปหน่อย ยังไงอย่าถือสาพี่ชายผมเลยนะพี่คนสวย หึ.. ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรานะครับ พี่สะใภ้..”
“จริงๆแล้วพี่ชายผมเขาไม่ใช่คนไม่ดีหรอกครับ แต่เขาแค่เป็นคนแปลกแล้วก็น่ากลัวไปหน่อย ยังไงอย่าถือสาพี่ชายผมเลยนะพี่คนสวย หึ.. ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรานะครับ พี่สะใภ้..”กึกคำทักทายจากลูกชายคนเล็กของบ้านเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ซึ่งมันก็เป็นรอยยิ้มโรคจิตที่คุ้นตาไม่น้อย ไม่รู้ว่าเธอจะตกใจเรื่องอะไรก่อนดี เพราะพวกผู้ใหญ่ต่างไม่ได้หันมาสนใจเธอกับเด็กผู้ชายคนนี้เลยพึ่บ!“เอ่อ หนูขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ!”ก่อนที่หญิงสาวจะอดทนกับความรู้สึกประหลาดในใจไม่ไหว เธอก็รีบลุกออกจากเก้าอี้ในห้องอาหารทันที ร่างบางรีบหนีออกมาต่อหน้าทุกคน โดยเฉพาะกับเด็กหนุ่มที่กระตุกยิ้มร้ายเมื่อเห็นหนูดีเดินออกไปจากห้องตึกๆๆๆๆ“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย น่ากลัวชะมัด.. เด็กผู้ชายคนเมื่อกี๊คือใคร? แล้วพี่ชายของเขาเป็นใครกัน?”เสียงพึมพำดังขึ้นบริเวณโถงทางเดินที่ห่างจากห้องอาหารพอสมควร เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังจะเดินออกไปที่ไหน แค่มองเห็นป้ายห้องน้ำที่อยู่อีกฝั่งเท่านั้น“เฮ้อ.. ถ้าไม่อยากหมั้นก็บอกกันตรงๆก็ได้ ไม่เห็นจะต้องเอาน้องชายมาแทนเลย ไอ้คนบ้า..”แม้เธอจะไม่รู้ว่าผู้ชายที่เธอต้องหมั้นหมายด้วยเป็นใคร แต่เธอก
ณ โรงแรมอลิซาเบธ กรุงเทพฯ(ห้องอาหารเฉพาะแขกวีไอพี)(ยังไงเราก็ขอโทษนะหนูดี คือว่าเราไม่ได้ตั้งใจปล่อยข่าวลือพวกนั้นเลย ตอนแรกก็แค่พูดขำๆกันในห้องเรียนอะ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าข่าวมันหลุดออกไปได้ยังไง)(ใช่ๆ พวกเราไม่รู้เลยว่าจะทำให้แกต้องเดือดร้อน ขอโทษอีกครั้งจริงๆนะแก ยกโทษให้พวกเราเถอะ..)คำขอโทษจากปากของเพื่อนร่วมห้องผ่านสายโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นระยะ หลังจากที่หนูดีเป็นฝ่ายเงียบใส่พวกหล่อนมานานพอควร มันก็ถึงเวลาแล้วที่เธอจะเอ่ยปากพูดในสิ่งที่ตัวเองย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้เฮ้อ.. ถ้ารู้แบบนี้เธอจะไม่เล่าเรื่องอัศวินแม้แต่คำเดียว“อื้ม ไม่เป็นไรหรอกพวกแก ตอนนี้ฉันโอเคแล้วล่ะ ยังไงพี่อัศวินเขาคงไม่มายุ่งกับฉันแล้ว พวกแกอย่าคิดมากเลย”(เอ่อ โอเคๆ แล้วนี่แกอยู่ไหนเนี่ยหนูดี)“ฉันมาดินเนอร์กับครอบครัวน่ะ พ่อแม่ฉันนัดคนรู้จักเอาไว้ ยังไงแค่นี้ก่อนนะ เจอกันที่มอพรุ่งนี้”(โอเคจ้า)ติ๊ดก่อนหญิงสาวในชุดเดรสลุคคุณหนูจะเป็นฝ่ายกดสายเพื่อนร่วมชั้นไป เธอก็ถอนหายใจแล้วเหลือบมองไปทางผู้ใหญ่ที่กำลังพูดคุยกันอยู่ โดยฝั่งของเธอก็มีพ่อแม่ที่นั่งประกบข้าง ส่วนอีกฝั่งนั่นก็คือ..“จริงครับคุณอาทิตย์ หึๆ
“กึ่ด.. เวรเอ๊ย..”ผลั่กกกกก!!!จนคนที่ไม่อยากจะรับฟังอะไรต้องยอมจำนน อัศวินผลักร่างของรุ่นพี่ใจดีอย่างยอร์ชให้ถอยห่าง ก่อนที่เขาจะถอนหายใจแล้วจ้องมองไปยังตัวต้นเหตุอย่างหนูดี“ฮะฮึก…”“ยัยหนูดี ย..อย่าร้องไห้เลยนะ”“ชู่วววว ยัยหนูดี..”ตอนนี้แม่สาวน้อยคนนั้นได้ยืนตัวสั่นเทาอย่างน่าสงสาร แววตากลมแป๋วคู่นั้นมีแต่ความรู้สึกผิดเต็มไปหมด เธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตาร้องไห้ โดยมีเพื่อนกะเทยทั้งสองคอยปลอบใจอยู่ข้างๆ ซึ่งภาพนี้ก็ได้ทำให้หัวอกผู้ชายทั้งแท่งทำอะไรไม่ถูก“เฮ้อ…”อัศวินไม่ได้พูดอะไรนอกจากยกมือขึ้นมาเสยหน้าม้าอย่างเซ็งๆ เขาขบกรามแน่นโดยที่จ้องมองไปยังคู่อริคนใหม่ ซึ่งนั่นก็คือรุ่นพี่ปีสามของคณะศิลปกรรม“ไปเว้ยพวกมึง..”เพียงไม่นานแก๊งวิศวะที่ร่างสูงโปร่งราวกับนายแบบ พวกเขาต่างก็ทยอยกันเดินออกไปจากคณะนี้ทันที ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของนักศึกษาที่ยืนรายล้อม เสียงสะอื้นของหนูดีกำลังทำให้ใครบางคนใจเสียตามไปด้วย“น้องไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ โอเคใช่ไหม?”“อ..เอ่อ.. ค่ะ.. ฮึก.. หนูแค่กลัวค่ะ” หนูดีรีบตอบรับยอร์ชที่เดินเข้ามาใกล้“เพื่อนหนูไม่เป็นอะไรหรอกค่ะพี่ยอร์ช ยัยหนูดีน่ะเข้มแข็งจะตาย แกหยุดร้
ย้อนกลับไปเมื่อชั่วโมงก่อน..(ตึกอธิการบดี มหาวิทยาลัยนอร์ทเอเชีย)ปึก!!!“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น? มีใครตอบอาจารย์ได้ไหม?”ผู้ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าโมโห แววตาผิดหวังคู่นั้นจ้องมองไปที่หัวหน้าแก๊งนักเลงอย่างอัศวิน ตอนนี้เขาได้แต่นั่งก้มหน้าพลางกัดกรามแน่น เพราะรู้อยู่แล้วว่าข่าวนั้นจะต้องหลุดไปถึงหูคนทั้งมหาลัย แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะหนักขนาดนี้..“ผมไม่ได้ตั้งใจครับท่านอธิการ”“ไม่ได้ตั้งใจแต่ถือมีดจะฆ่าจะแกงกันเนี่ยนะ”“…….”“ที่นี่มันรั้วมหาลัยนะอัศวิน! เธอเองก็เป็นถึงลูกชายของตระกูลดัง เฮ้อ.. ทำไมถึงได้ทำตัวแบบนี้ล่ะ”คำพูดที่ตอกย้ำถึงความผิดพลาดเริ่มทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ ด้านหลังแก๊งวิศวะที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกาย มันก็ได้มีเหล่าอาจารย์ยืนเรียงรายกันหนาแน่นทุกคนล้วนรู้จักอัศวินกับเพื่อนพ้องของเขาดี พวกเขาเกเรกันตั้งแต่อยู่ปีหนึ่งแล้ว คงเป็นเพราะฐานะทางบ้านที่ร่ำรวย บางคนก็เป็นถึงลูกนักการเมือง และผู้มีอิทธิพลระดับประเทศ ไม่ว่าจะทำความผิดก็มีพ่อแม่คอยให้ท้าย“แต่พวกผมไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าไอ้เวรนั่นเลยนะครับท่านอธิการ! ก็มันไปลวนลามรุ่นน้องผู้หญิงข
“ว..ว่าไงนะยัยหนูดี”“เชี้ยยยยย..”“เฮ้อ.. ฉันเพิ่งหนีรอดจากเพื่อนของเขามาได้อะ เพราะรุ่นพี่พวกนั้นกลัวว่าฉันจะปากโป้งก็เลยจับตัวฉันไว้ แต่โชคดีที่ฉันวิ่งหนีออกมาทัน ไม่งั้น.. ฉันต้องตายแน่ๆเลย”หนูดีอธิบายไปก็กลืนน้ำลายลงคอไป ความหวาดกลัวเริ่มทำให้เธอใจเต้นระรัวมากขึ้นกว่าเดิม ไม่เว้นแม้แต่ทางตุ้ยนุ้ยกับหนึ่ง พวกเขาทั้งสองต่างอ้าปากค้างกับความจริงนั้น ก่อนจะค่อยๆยกมือขึ้นมาปิดปากพร้อมกับเบิกตาโพลงเหมือนเห็นผีพี่อัศวินสุดหล่อของพวกเขา.. จะฆ่าคนงั้นเหรอ?“ก..แกเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับก่อนนะยัยหนูดี! อย่าเพิ่งบอกใครเด็ดขาดนะ อะอึ่ก..”“นั่นสิ.. นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะเว้ย..”“อืม ฉันก็คิดว่าจะไม่บอกนั่นแหละ เฮ้อ..”“กรี๊ดดดดดดดดดด!!!! พี่อัศวินวิศวะเป็นฆาตกรเหรอ!!! เขากำลังจะฆ่าคนในมหาลัยเนี่ยนะ!!!”ผ่าง!แต่แล้วความลับที่หนูดีตั้งใจจะปกปิดไว้ และอยากให้เพื่อนสนิทสองคนเท่านั้นที่รู้ มันก็ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งห้องอย่างรวดเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง เพื่อนมากหน้าหลายตาต่างหยุดทุกอย่างแล้วมองมาที่ตัวต้นเหตุทันทีเพราะตอนที่เธอเล่าความจริงให้เพื่อนรักฟัง มันได้มีเพื่อนสาวที่กำลังนอนหลับอยู่ใต้โ
“เฮ้ย.. น..น้องแม่งร้องไห้แล้วว่ะ”“ไอ้วิน นี่มึงแกล้งน้องเขาแรงเกินไปหรือเปล่าวะ?”จากที่แก๊งคนเถื่อนพวกนี้จะดีใจที่ได้แกล้งรุ่นน้องสำเร็จ ทุกคนกลับยืนหน้าเสียเพราะเห็นน้ำตาจากใบหน้าสวย โดยเฉพาะหัวหน้าแก๊งที่เริ่มหรี่ตาลง อัศวินกัดฟันแน่นกับความเงียบงันภายในใจ เขาจ้องมองไปยังสาวน้อยเฟรชชี่ที่ยืนตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว“ก็แค่แกล้งเล่นเอง เธอจะร้องไห้ทำไม”“ฮะฮึก..”คำถามนั้นดังขึ้นในระยะที่ใกล้ขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าหล่อไร้ที่ติโน้มเข้ามาหาหนูดีทีละนิด ในขณะที่เธอถูกเขาบีบบังคับให้แผ่นหลังแนบชิดกับกำแพง มีสายตาของผู้ชายมากมายจ้องมองเธอ แต่น่าแปลกที่ร่างล่ำๆของอัศวินบังเธอจากทุกคนหมดเลยเธอจึงเห็นแค่เพียงสายตาของเขาคนเดียว..“ก..แกล้งเหรอคะ?”“เฮ้อ อืม”“พี่เอาเรื่องทะลึ่งแบบนี้มาแกล้งผู้หญิงเล่นๆเหรอคะ”หนูดีถามย้ำอีกครั้งด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป ในใจเธอก็กลัวเขาจะตายอยู่แล้ว แต่ความโกรธที่มีมันทำให้เธอกล้าทำบางอย่าง เธอแค่ไม่อยากเป็นตัวตลกของใครผลั่กกกกกก!!!!ก่อนสองมืออันน้อยนิดจะจัดการผลักร่างหนาออกจากตัว ท่ามกลางสีหน้าตกใจของอัศวินกับพวกพ้อง เขาขมวดคิ้วจ้องมองสาวสวยผมลอนยาวที่ตาแดงก่







