INICIAR SESIÓNมาเฟียสาวใจกล้าลูบคมยากูซ่าหนุ่มถึงถิ่น หวังใช้ความสวยล่อลวงให้เขาตกหลุมรักจนมอบทุกอย่างให้ แต่งานนี้ไม่มีหมู มีแต่งูและเป็น ‘งูยักษ์’ ต้องมาวัดกันสักตั้ง ว่าเหลี่ยมกับร้ายใครจะ ‘รัก’ ก่อนกัน เธอใช้ความสวยของเธอให้ผู้ชายยอมศิโรราบใต้ฝ่าเท้า คนที่เข้าหามีเป้าหมายเดียวคือการครอบครองเธอซึ่งเป็นทายาท V Group ไข่หวานจึงใช้ความสวยของตนเองให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เธอต้องการ เม็ดเงินมหาศาลถูกวางใส่พานไว้แทบเท้า เพียงเพราะอยากลิ้มลองของที่ 'ไม่เคยมีใครได้สัมผัส' . . เขาถูกลูบคมเพราะหลงระเริงกับความสวยไร้ที่ติและรสชาติหอมหวานจากร่างกายแสนเย้ายวน การปล่อยเธอหนีไปได้หนึ่งครั้ง แลกกับความอับอายไม่ต่างจากการถูกรองเท้าส้นสูงเหยียบหน้า ไม่ว่าเธอจะหนีไปซ่อนที่ไหน เขาจะตามหา แล้วอย่าหวังว่าเขาจะปรานีเหมือนรอบแรก “ฉะ ฉันตายได้จริงๆ นะ” “ตายเพราะโดน...เขาบอกว่าจะได้ขึ้นสวรรค์” “มะ ไม่เอา เพื่อนฉันตกนรกกันหมด ฉันไม่อยากเหงา”
Ver más“ผมไม่นึกเลย ว่ามิสวิรัลวีร์จะจัดห้องต้อนรับเป็นการส่วนตัวขนาดนี้”
เสียงนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ ซึ่งได้รับฉายาว่าเป็นเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์เบอร์หนึ่งในฮ่องกงกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น หลังจากลิฟต์โดยสารพามาหยุดที่ชั้นบนสุดของโรงแรมหรูกลางกรุงเทพมหานคร มาเฟียสาวผู้เดินตามหลังเบ้ปากกับคำพูดของอีกฝ่าย มองการกระทำที่ขัดกับคำพูดนั่นด้วยสายตารังเกียจ แทบจะถอดกางเกงรอเธออยู่แล้ว...ตอแหล ทันทีที่ชายวัยกลางคนหย่อนกายนั่งลงบนโซฟาหนังเนื้อดี ร่างระหงในชุดเดรสสีเบอร์กันดีจึงค่อยๆ หย่อนสะโพกผายได้สัดส่วนลงบนโซฟาตัวเดียวกันอย่างมีจุดประสงค์แอบแฝง ลูกน้องคนสนิทซึ่งเป็นคู่แฝดที่ติดตามนายหญิงก็รู้งานเป็นอย่างดี คนหนึ่งหยิบขวดไวน์สีชาดเปิดออกและรินเสิร์ฟ ในขณะที่อีกคนหรี่แสงไฟภายในห้องเป็นโทนสีส้มโรแมนติกและเปิดเพลงคลาสสิคเคล้าคลอเสริมบรรยากาศ จากนั้นจึงพากันออกไปรอด้านนอก ไม่รบกวนเวลาส่วนตัวของเจ้านายกับ...เหยื่อ “แล้วคุณอีริคชอบห้องนี้ไหมคะ?” น้ำเสียงหวานเชื่อมเอ่ยถามความเห็นของคู่ค้าคนสำคัญด้วยใบหน้าทรงเสน่ห์เหลือล้น สายตาคมเฉี่ยวราวกับนางจิ้งจอกปรายตาไปยังห้องนอนใหญ่ด้านใน หลอกล่อให้อีกฝ่ายจินตนาการจนหน้าแดงหูแดงไปถึงไหนต่อไหน “ชะ ชอบมาครับ ผมไม่คิดว่ากรุงเทพตอนกลางคืนจะสวยขนาดนี้” ปากของนักธุรกิจชายเอ่ยชมความงามยามราตรีของเมืองหลวง แต่กระนั้นสายตากลับเอาแต่จับจ้องเรียวขาขาวที่โผล่พ้นเดรสยาวสีไวน์ของเธออย่างหื่นกระหาย “ผมอยากรู้จริงๆ ว่าคืนนี้จะได้เห็นอะไรที่สวยกว่าวิวกรุงเทพหรือเปล่า...” แก้วไวน์เปล่าถูกยกกระดกดื่มและวางลงบนโต๊ะ ก่อนที่มือหนาจะค่อยๆ ปลดเสื้อสูทพาดวางไว้บนที่พักแขนของโซฟาอวดมัดกล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าให้ฝ่ายตรงข้ามเห็น “ผมเซ็นให้แล้ว เปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งที่คุณขอสูงกว่าคนอื่นที่ลงทุนด้วยเม็ดเงินเท่ากันพอตัว หวังว่าคุณจะไม่...” “ชิ่ง?” “มิสวิรัลวีร์ต้องเข้าใจ ข่าวลือเรื่องนี้ของคุณหนาหู ผมไม่อยากพลาดเหมือนคนที่ผ่านๆ มา” “หึ คนพูดไม่ได้กิน ส่วนคนกินเขาไม่เอาไปพูดหรอกนะคะ...” ริมฝีปากเคลือบลิปสติกเผยอขึ้นอย่างยั่วยวน พลอยให้คนมองจินตนาการถึงรสรักร้อนแรง หากถูกเธอก้มปรนเปรอด้วยริมฝีปากกลางหว่างขา “งั้นเอาแบบนี้ดีไหมคะ?” ร่างระหงหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินทิ้งสะโพกหายเข้าไปในห้องนอนและกลับมาอีกครั้งพร้อมกับของบางอย่างในมือ จีสตริงชิ้นน้อยสีเดียวกับเดรสที่เธอกำลังสวมใส่ มาเฟียสาวโน้มตัวลงมาสบตานักธุรกิจหนุ่มใหญ่ ก่อนจะสอดมันเข้าไปเก็บในกระเป๋าเสื้อสูทของอีกฝ่ายที่ถอดทิ้งเอาไว้ “คิดซะว่านี่เป็นมัดจำ ส่วนต้นกับดอก หลังจากอาบน้ำล้างเหงื่อออกแล้วค่อยมารับที่ฉัน” ปลายนิ้วเรียวเชยคางของอีกฝ่ายให้ละสายตาจากหน้าอกคู่ใหญ่ของตนเองขึ้นมาสบตา “หรืออยากให้ฉันไปอาบน้ำด้วยกันคะ?” “มะ ไม่ ผมชอบตัวหอมๆ ของคุณตอนนี้” ไวน์อีกแก้วของมาเฟียสาวถูกอีริคคว้าขึ้นมากระดกจนหมดแก้ว ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของอีกฝ่ายจะเดินหายเข้าในห้องนอนพร้อมกับจีสตริงสีเบอร์กันดี ไข่หวานนั่งรอที่โซฟาอย่างใจเย็น กระทั่งได้ยินเสียงสายน้ำจากเรนชาวเวอร์กระทบพื้นกระเบื้อง จึงรีบคว้ากระเป๋าสะพายของตนเองวิ่งแจ้นออกจากห้องพักชั้นบนสุดของโรงแรมทันที! หนึ่งในลูกน้องคนสนิทยืนรอที่หน้าห้องพักหากเกิดกรณีไม่คาดฝัน อย่างน้อยการเอาปืนจ่อหัวข่มขู่อาจจะเวิร์กในบางกรณี “วินซ์อยู่ไหน” เจ้านายสาวเอ่ยถามแฝดพี่ของเขาในขณะที่สับฝีเท้าเดินเข้าลิฟต์ “เอารถไปจอดรอด้านหลังโรงแรมครับ” วิคเตอร์รายงานความคืบหน้าที่ได้รับจากคู่แฝดตนเองให้เจ้านายสาวทราบ ตามด้วยการถามความเห็นเกี่ยวกับคู่ค้า ที่ถูกเธอหลอกให้อาบน้ำรอเก้ออยู่ชั้นบนของโรงแรม “เรื่องของคุณอีริคเราจะจัดการยังไงดีครับ” หากไม่มีอะไรมาปิดปาก เขาต้องโวยวายฟ้องพ่อของเธออย่างแน่นอน “เรียกดารากับนางแบบมาดูแลแทน” การแก้ปัญหาด้วยวิธีเดิมๆ ถูกเอ่ยออกไปอย่างไม่คิดมาก "อย่าลืมเก็บหลักฐาน" สัญญาก็เซ็นแล้ว และเธอให้ผู้หญิงถึงสองคนมาอยู่เป็นเพื่อนคืนนี้ หากยังไม่พอใจก็ยกเลิกและจ่ายเป็นค่าปรับสิบเท่า พร้อมกับเตรียมแถลงข่าวคลิปหลุดก็แล้วกัน “จัดการเรียบร้อยครับ” โทรศัพท์ส่วนตัวถูกยัดเก็บลงในกระเป๋ากางเกง หลังจากทำงานตามที่นายหญิงสั่งเรียบร้อย ทั้งคู่เดินซิกแซก หลบลูกน้องของอีริคไม่กี่นาทีก็ถึงรถที่วินซ์จอดติดเครื่องรอโดยสวัสดิภาพ “นายด่าแน่เลยครับ” แฝดคนพี่ผู้ทำหน้าที่ขับรถเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล เวกัส ผู้เป็นบิดาของไข่หวานทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาและกล้าได้กล้าเสีย เงินที่ลงทุนไม่มีคำว่าตระหนี่ให้อับอายมาถึงม้าเพกาซัสบนโลโก้บริษัท แตกต่างจากลูกสาวที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำวีกรุปในอีกไม่ช้า เพราะไข่หวานถือคติ 'กอบโกยคือกำไร' ลงทุนน้อยได้เยอะ ยิ่งลงทุนไปเยอะยิ่งต้องได้ การเจรจาธุรกิจบ่อยครั้ง เธอใช้วาทศิลป์โน้มน้าวอีกฝ่ายให้คล้อยตามสำเร็จ จบที่ต่างฝ่ายต่างเซ็น และได้รับผลประโยชน์เป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย นานๆ ครั้งถึงจะมีพวกอยากลองของ ชอบเล่นท่ายาก อยากได้ทั้งเงินของบริษัทและเธอที่เป็นลูกสาวคนโตไปนอนกกด้วย การเสนอส่วนแบ่งที่สูงลิบลิ่วผิดปกติจึงตามมา จากนั้นก็แล้วแต่บุญทำกรรมแต่งของแต่ละคน ซึ่งที่ผ่านมามีแต่พวกคนบาป...เลยอดขึ้นสวรรค์กับคนสวยอย่างเธอ “เงียบไว้สิ” คนที่นั่งเบาะหลังสั่งลูกน้องด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่สามารถปิดบังหูตาของท่านได้ก็ตาม “นายหญิงเพลาๆ วิธีนี้บ้างนะครับ เงินเดือนพวกผมจะไม่เหลือกันอยู่แล้ว” เพราะนายใหญ่ไม่กล้าลงโทษลูกสาว คนซวยจึงเป็นลิ่วล้ออย่างพวกเขาสองคน “พูดมากจังพวกแฝดเนี่ย” ริมฝีปากอวบอิ่มจิ๊ปากอย่างไม่ชอบใจ เปิดกระเป๋าหยิบเช็คสีขาวออกไปฟาดไหล่ของวิคเตอร์อย่างไม่แรงนัก “เอาไปแบ่งกันแล้วหุบปาก” เช็คจำนวนหนึ่งล้านบาททำเอาสองแฝดทำตาโตเหล่มองกันและกัน จากนั้นจึงพากันโห่ร้องด้วยความดีใจก้องรถ แต่เพียงได้ยินคำถามถัดมาจากผู้เป็นนาย เสียงโห่ก้องนั้นกลับค่อยๆ เงียบลงพร้อมกับบรรยากาศมาคุคืบคลานเข้ามา “แล้วกางเกงในซื้อไปเท่าไหร่ ฉันจะได้จ่ายคืน” แน่นอนว่าจีสตริงก็ของปลอมที่สั่งให้ลูกน้องไปหามาแบบสดๆ ร้อนๆ เตรียมเอาไว้ในห้องนอนของโรงแรม ไม่มีใครเป็นบ้าถอดกางเกงในตนเองให้คนแปลกหน้าถือแบบนั้น “ร้านเจ๊ศรีเจ้าเดิมครับ ตัวละร้อยเก้าสิบเก้าบาท” เสียงห้าวของวิคเตอร์รายงาน พร้อมกับลอบมองหน้าพี่ชายฝาแฝด “เดี๋ยวนะ... คราวก่อนร้านเจ๊ศรีขายเก้าสิบเก้าบาทนี่” ราคาแพงกว่ารอบก่อนหนึ่งร้อยบาท เป็นเรื่องที่เธอรับไม่ได้ เครื่องคิดเลขในหัวของไข่หวานตอนนี้กำลังบวกลบคูณหารค่าใช้จ่าย ทั้งค่าโรงแรม ค่าไวน์ และค่าตัวดารากับนางแบบที่จ้างมาคืนนี้จนหัวหมุน “เจ๊ศรีบอกว่ากดสั่งไม่ทันโพรโมชันวันที่ 6 เดือน 6 ครับ ล็อตนี้เลยราคาแพงหน่อย” คำตอบเป็นเหตุเป็นผลถูกวินซ์อธิบายให้ฟัง แม้รู้ดีว่าเจ้านายสาวของพวกตนไม่รับรู้ และไม่รับทราบ “เอาเช็คไปขึ้นเงิน แล้วโอนคืนมาด้วยหนึ่งร้อยบาท บัญชีเดิม!!” ลูกน้องแฝดถอนหายใจพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เงยหน้ามองผ่านกระจกหลัง เห็นเจ้านายตนเองนั่งกอดอกไม่สบอารมณ์ก็ถึงกับท้อใจ “คะ ครับนายหญิง -_-;” ขี้งกฉิบหาย... ❁————❁“ของเอรินะ!!” “เธอกินก้ามปูไปแล้วเอรินะ!!” ไข่หวานนั่งเท้าศีรษะกับพนักพิงเก้าอี้ มองลูกสองคนกำลังแย่งกันกินอาหารทะเลที่สามีเป็นคนแกะให้ เธอหัวเราะเมื่อเห็นเอรินะชี้นิ้วหลอกเบี่ยงเบนความสนใจของอากิระให้หันไปมองทางอื่น และรีบฉวยก้ามปูชิ้นสุดท้ายจากมือบิดาเข้าปาก “ยัยโจร!!” อากิระตะโกนใส่น้องสาวด้วยความไม่พอใจ เงยหน้ามองบิดาด้วยแววตาสิ้นหวัง จนยากูซ่าหนุ่มหัวเราะกับสายตาเสียอกเสียใจเรื่องของกินของลูกชาย “ไปขอน้าออสโลมาอีกสิ ปะป๊าแกะให้อีก” ใบหน้าหล่อเหลาบุ้ยใบ้ไปทางน้องเขยและลูกน้องของเขา กันภัยกับออสโลอยู่หน้าเตาคอยเสิร์ฟอาหารทะเลไม่ขาด ปล่อยให้ภรรยาและผู้ใหญ่คนอื่นๆ ช่วยกันดูแลลูกหลาน ไข่หวานมองน้องสาวตนเองพยายามป้อนกุ้งให้ทันหลานชายสองคน มองซิดนีย์ที่พยายามพร่ำสอนลูกสาวตัวเองให้เคี้ยวอาหารช้าลงพร้อมกับดูแลลูกอีกสองคนซึ่งยังเด็ก โดยมีมาเฟียใหญ่อย่างเซนคอยช่วยเหลืออีกแรง จากนั้นจึงจบด้วยการกลับมามองลูกและสามีของตนเอง เผลอแป๊บเดียวไก่หวานของทุกคนก็มีผัวหล่อๆ และกลายเป็นแม่คนแล้ว แถมยังเป็นลูกและผัวที่ไข่หวานแสนจะภูมิใจ ติ๊ดๆ เสียงข้อความจากโทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้น ลูกชายคนโตผู้เงี
ประตูบานคู่ห้องทำงานเก่าของไข่หวานถูกเปิดออกหนึ่งข้าง ร่างระหงเดินเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวซึ่งเคยเป็นของตนเอง แต่ตอนนี้กลายเป็นของน้องสาวไปแล้วการประชุมกลางปีในไทยเสร็จสิ้นไปด้วยความเรียบร้อย ตั้งแต่มิรินเลิกเล่นเป็นเลขาหน้าห้องบิดาและขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดแทนตนเอง งานทุกอย่างก็รุดหน้าไปได้ด้วยดี“เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเดินหน้ามุ่ยกลับมา” สามีหนุ่มหยัดกายลุกจากโซฟาสีเบจเดินเข้าหาพร้อมกางแขนรอโอบกอดไข่หวานโผเข้าหาไออุ่นของสามี ซุกหน้าฟัดกับแผ่นอกแน่นหนันผ่านเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำทั้งตัวอย่างเหลืออด เขาเป็นคนที่แต่งออลแบล็กได้หล่อมาก ไข่หวานอยากปลดกระดุมบนตัวเรย์ทีละเม็ดในขณะโยกย้ายสะโพกบนตักแกร่งไปด้วยเมื่อกี้เขาถามอะไรนะ... อ้อ!“เปล่าค่ะ งานเรียบร้อยดี แค่กาแฟในห้องประชุมไม่อร่อย” ใบหน้างามเงยหน้าขึ้นสบตาสามีหนุ่มรู้สึกหลงใหลทุกครั้งในยามที่ได้สบตากับนัยน์ตาสีดอกไอริสทรงเสน่ห์ตรงหน้า“มองหน้าทำไม อยากถูกจูบ?”“อย่าพูดเฉยๆ สิ อื้อ~!”ริมฝีปากประดับห่วงสีดำประกบป้อนจูบเสียงดังจ๊วบ ร่างเล็กถูกเขาดันถอยหลังช้าๆ กระทั่งแผ่นหลังสัมผัสกับประตูบานคู่ที่เพิ่งผลักเข้ามาเมื่อกี้นี้
เช้าของเดือนมีนาคมซึ่งเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ เสียงมีดกระทบเขียงไม้ดังไม่ขาดสายมาจากห้องครัวภายในบ้านทรงญี่ปุ่น ซึ่งถูกรีโนเวทเป็นเรือนหอหลังงาม ผู้นำตระกูลหนุ่มเดินเอามือไพล่หลังโผล่หน้าเข้าไปดูในครัว เห็นภรรยาสาวกำลังตั้งใจทำมื้อเช้าให้คนในบ้านด้วยความตั้งใจเปี่ยมล้นเข้าปีที่สิบสองของการใช้ชีวิตคู่ ไข่หวานพยายามอย่างมากที่จะเป็นแม่ในอุดมคติตามแบบแผนคนที่นี่ เธอละทิ้งความเป็นตัวเองหลายอย่างเพื่อไม่ให้ลูกรู้สึกว่าครอบครัวตนเองแตกต่างจากบ้านอื่น ไม่ให้แม่บ้านทำอาหารให้ลูก อาหารอร่อยบ้างไม่อร่อยบ้างแต่ไข่หวานตั้งใจฝึกทำทุกเมนูเขายังจำช่วงปีแรกๆ ที่แต่งงานกันได้ เธอตื่นไปวอแวแม่ในครัวทุกเช้าขอให้ท่านสอนงาน คนความอดทนต่ำกลับมาถึงบ้านบ่นนั่นบ่นนี่ไม่หยุด แต่ตื่นไปบ้านใหญ่ทุกเช้าทั้งที่เขาไม่เคยขอให้เธอทำแบบนั้น เรย์ไม่มีปัญหาหากภรรยาไม่ทำอาหาร ในเมื่อมีแม่บ้านก็ควรจะใช้ทุ่นแรง แต่ไข่หวานไม่ยอม ดื้อดึง ดื้อรั้นคือนิสัยที่คนตัวเล็กเป็นและเขารักมันมากร่างสูงใหญ่ของสามีเข้าไปสวมกอดภรรยาจากด้านหลัง คนตัวเล็กสะดุ้งน้อยๆ วางมีดทำครัวลง ก่อนจะตีแขนเขาที่เข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียงหนึ่งทีเต็มๆ“อย
วันนี้เอรินะในชุดนอนแขนยาวตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้ามืด เปิดประตูออกไปนอกห้องนอนยังไม่เห็นคนในบ้านตื่นขึ้นมาด้วยซ้ำ ฮารุกิกับอากิระคงเหนื่อยจากการเดินทางไกล ส่วนห้องพ่อกับแม่นั้น เด็กหญิงตัวน้อยลองเอาหูแนบประตูฟังเสียงแล้ว ได้ยินแค่เสียงเอี๊ยดอ๊าดบางอย่างดังออกมาปะป๊ากับหม่าม้าคงกำลังจัดห้องกันอยู่ ('_')สาวน้อยตัวเล็กของบ้านสูงหนึ่งร้อยกับอีกสี่เซนติเมตรเท่านั้น มือน้อยๆ ของเอรินะถือโทรศัพท์ส่วนตัวสำหรับติดต่อกับผู้ปกครองเวลาไปโรงเรียนเดินออกมานั่งระเบียงนอกบ้าน'หงิงๆ'เสียงน่ารักของคุโระจังดังขึ้นมาทันทีหลังจากสังเกตเห็นเธอ ชิบะสีดำเดินขึ้นมานั่งบนชานระเบียงหย่อนขาที่ประจำ เอาตัวมาเบียดมอบความอบอุ่นให้ลูกเจ้านาย“หลับสบายหรือเปล่าคุโระ”เจ้าสุนัขสีดำที่เริ่มมีเส้นขนสีขาวแซมขึ้นบนใบหน้าครางหงิงๆ ตอบรับ เอรินะสวมกอดคุโระ ลูบหลังให้ก่อนจะพูดเรื่องสำคัญให้มันรับทราบเสียงใส“เอรินะกับพี่อากิระจะไปอยู่ที่ไทยกับคุณตา คุโระจังอยู่ที่นี่ต้องกินข้าวเยอะๆ นะ”มือเล็กสีชมพูแบมือออกไปขอคำมั่นสัญญา ทันทีที่อุ้งเท้าสีดำวางลงกลางฝ่ามือรับทราบ คนตัวเล็กก็หัวเราะชอบใจ โผเข้ากอดมันเต็มแรงเป็นครั้งที่สอง