Masuk“เฮ้ย.. น..น้องแม่งร้องไห้แล้วว่ะ”
“ไอ้วิน นี่มึงแกล้งน้องเขาแรงเกินไปหรือเปล่าวะ?”
จากที่แก๊งคนเถื่อนพวกนี้จะดีใจที่ได้แกล้งรุ่นน้องสำเร็จ ทุกคนกลับยืนหน้าเสียเพราะเห็นน้ำตาจากใบหน้าสวย โดยเฉพาะหัวหน้าแก๊งที่เริ่มหรี่ตาลง อัศวินกัดฟันแน่นกับความเงียบงันภายในใจ เขาจ้องมองไปยังสาวน้อยเฟรชชี่ที่ยืนตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“ก็แค่แกล้งเล่นเอง เธอจะร้องไห้ทำไม”
“ฮะฮึก..”
คำถามนั้นดังขึ้นในระยะที่ใกล้ขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าหล่อไร้ที่ติโน้มเข้ามาหาหนูดีทีละนิด ในขณะที่เธอถูกเขาบีบบังคับให้แผ่นหลังแนบชิดกับกำแพง มีสายตาของผู้ชายมากมายจ้องมองเธอ แต่น่าแปลกที่ร่างล่ำๆของอัศวินบังเธอจากทุกคนหมดเลย
เธอจึงเห็นแค่เพียงสายตาของเขาคนเดียว..
“ก..แกล้งเหรอคะ?”
“เฮ้อ อืม”
“พี่เอาเรื่องทะลึ่งแบบนี้มาแกล้งผู้หญิงเล่นๆเหรอคะ”
หนูดีถามย้ำอีกครั้งด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป ในใจเธอก็กลัวเขาจะตายอยู่แล้ว แต่ความโกรธที่มีมันทำให้เธอกล้าทำบางอย่าง เธอแค่ไม่อยากเป็นตัวตลกของใคร
ผลั่กกกกกก!!!!
ก่อนสองมืออันน้อยนิดจะจัดการผลักร่างหนาออกจากตัว ท่ามกลางสีหน้าตกใจของอัศวินกับพวกพ้อง เขาขมวดคิ้วจ้องมองสาวสวยผมลอนยาวที่ตาแดงก่ำ หนูดีเหมือนกับลูกแมวน้อยที่พยายามจะสู้เสือกลับยังไงยังงั้น
“พวกพี่นี่มันชั่วที่สุดเลยค่ะ! โดยเฉพาะพี่!!”
“อ้าวน้อง ทำไมพูดงี้อะ”
“เฮ้ย..”
อัศวินที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะต้องโดนด่า เขาก็รีบเอามือหนาปรามธีมที่กำลังพุ่งตัวเข้าใส่รุ่นน้อง ซึ่งคำพูดสั้นๆของหนุ่มขาโหดก็ทำให้เพื่อนสนิทยอมเชื่อฟัง ในขณะที่หนูดีเองก็ยืนลอบกลืนน้ำลายลงคอ
เธอรู้สึกแย่กับคำพูดที่ตัวเองเพิ่งเอ่ยออกไป แต่อีกใจก็ได้ระบายความโกรธนั้นด้วย ตอนนี้เธอจึงไม่มีทางเลือก..
ตึกๆๆๆ!!!
“เวรเอ๊ย!! จะหนีไปไหนวะน้อง!!!”
เพียงเสี้ยววินาทีลูกแมวน้อยก็รีบวิ่งหนีออกไปจากดงเสือ ขาทั้งสองที่เร่งความเร็วแทบไม่รู้สึกอะไรด้วยซ้ำ เธอได้ยินเสียงทุ้มของรุ่นพี่ตะโกนไล่หลังมาเรื่อยๆ โดยมีเสียงของอัศวินเอ่ยขึ้นเป็นคนสุดท้าย
“พวกมึงไม่ต้องตาม”
เสียงนั้นเยือกเย็นจนเธอขนหัวลุกไปหมด แม้จะไม่ได้หันกลับไปมองเขา แต่เธอก็สัมผัสได้ว่าเขากำลังมองเธออยู่..
“น้องเขาด่าพวกเราว่าชั่วเลยนะเว้ย เฮ้อ.. ปากจัดชิบ”
ธีม หนุ่มหล่อที่มีนิสัยโหดตัวพ่อเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย เขาชอบพูดจาโผงผางกับทุกคน โดยเฉพาะกับเพศแม่ ก่อนจะถอนหายใจแล้วเดินไปเอาฝ่าเท้าวางนาบตรงอกศัตรู
“เออ น้องเขาก็คงจะกลัวมากแหละ หึๆ ก็ไอ้อัศวินมันไปพูดจาแบบนั้นใส่ เป็นใครใครก็ต้องด่างี้แหละ”
“มึงนี่มันเข้าข้างทุกคนยกเว้นเพื่อนจริงๆนะไอ้ตะวัน!”
“เพราะกูไม่ชอบด่าเพศแม่เหมือนมึงไงไอ้ธีม หึ..”
ตะวัน เพื่อนสนิทของอัศวินอีกคนที่นิสัยต่างกับธีมสุดขั้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนเขาจะเบ้ปากแล้วหันไปมองทางเพื่อนรักหน้าหล่อที่อยู่ไม่ไกล อัศวินยังคงมองไปที่ตรอกซอยเล็กๆติดกับโรงยิม ที่มันเคยมีร่างบางของสาวน้อยคนนั้นวิ่งหนีออกไปเมื่อชั่วครู่
“มึงคิดอะไรอยู่ไอ้วิน”
“นั่นดิ นี่มึง.. ถูกชะตาน้องเขาแล้วเหรอวะ?”
ธีมเย้าแหย่เพราะรู้ว่าเพื่อนรักจะต้องตอบอีกแบบ คนอย่างไอ้อัศวินนี่น่ะเหรอจะสนใจผู้หญิงจริงจัง วันๆมันก็เอาแต่ออกกำลังกาย ตั้งใจอ่านเรื่องการลงทุน มีแค่สาวๆที่วิ่งเร่ตามมันเหมือนกับฝูงผึ้งตอมดอกไม้
“เออ”
“ห๊ะ”
“กูคิด”
“คิดว่า?”
ธีมเลิกคิ้วขึ้นพลางมองร่างสูงโปร่งของอัศวินที่เดินเข้ามาใกล้ มีดที่เคยอยู่ในมือหนานั้นถูกเก็บไปเรียบร้อย คบกันมาตั้งนานทำไมจะไม่รู้ว่าไอ้เวรนี่มันชอบแกล้งคน
“ก็คิดว่ายัยนั่นจะต้องเอาเรื่องที่กูเป็นฆาตกรไปบอกเพื่อนไง เฮ้อ.. รีบเอาตัวไอ้เวรนี่ไปส่งโรงพยาบาลเหอะ แม่งเป็นลมไปแล้ว แค่แกล้งเล่นเองไอ้สัด..”
มหาวิทยาลัยนอร์ทเอเชีย
(คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบแฟชั่น)
“กุหลาบละเด้อ ฮักไป ช้ำไป เจ็บมาจนหัวใจเซเว.. มาหลอกให้ฮักแล้วน้องก็โดนเท…”
“โอ๊ยยยย เบาๆหน่อยอีตุ้ยนุ้ย! ฉันจะดูซีรีส์!! แกร้องเพลงดังลั่นห้องมาสามชั่วโมงกว่าแล้วนะย๊ะ! ฉันไม่ได้ยินเสียงพี่จุนโฮเลยเนี่ย จุ๊ๆ เสียงดังตลอด!!”
หนุ่มหล่อร่างสูงโปร่งที่มีจริตสาวเต็มร้อยตะโกนด้วยความโมโห หนึ่ง เขาถลึงตาใส่เพื่อนสนิทที่เพิ่งกดลดระดับเสียงเพลงลง ก่อนจะก้มลงอ่านซับไทยบนจอไอแพดต่อ ซึ่งภายในห้องเรียนแฟชั่นนี้ก็มีนักศึกษานั่งพูดคุยกันอยู่บ้างประปราย
“ฟุดฟิดๆๆ หืม.. กลิ่นอะไรวะ”
ตุ้ยนุ้ย กะเทยร่างตุ้ยนุ้ยสมชื่อเริ่มทำจมูกฟุดฟิดกับกลิ่นบางอย่างในห้อง เพราะเขาเป็นคนที่ได้กลิ่นก่อนใคร เหตุผลก็เพราะนั่งใกล้สถานที่เกิดเหตุมากที่สุด
“แกได้กลิ่นไหมหนึ่ง?”
“กลิ่นอะไร”
“กลิ่นเหมือนแบบอะไรไหม้ๆอะ”
“อะไรมันจะมาไหม้ในนี้วะ..”
แต่จังหวะนั้นเองที่หนึ่งได้เหลือบสายตามองไปทางอีกฝั่ง แววตาคู่นั้นก็ได้ไปสะดุดเข้ากับหญิงสาวในชุดนักศึกษา เธอคนนั้นใส่ผ้าคลุมผมสีชมพูพริ้ง ใบหน้าสวยเหม่อลอยราวกับคนที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“ว๊ากกกกกกกก!!! ยัยหนูดี!!!!”
“ผ้าไหม้แล้วโว้ยยยยยยยย!!!!”
“กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!!!”
ก่อนที่เพื่อนรักร่างใหญ่ทั้งสองคนจะรีบกระโจนเข้าไปหาตัวคนก่อคดี พวกเขาก็ดึงร่างของหนูดีให้ถอยออกมา เพราะตอนนี้ควันสีขาวมันลอยโขมงไปทั่วทั้งห้อง เล่นเอาเพื่อนๆทุกคนต้องยกมือมาปิดจมูกเพราะหายใจไม่ออก
ส่วนผ้าสีขาวที่เธอกำลังรีดอยู่นั้นก็ไหม้เกรียมเป็นกุ้งเผา กลิ่นไหม้ยังคงคละคลุ้งไปทั่วพร้อมกับรอยยิ้มแห้งๆ
“แกเป็นอะไรเนี่ย!!! ยืนเหม่ออะไรย๊ะ!! โชคดีแค่ไหนแล้วที่ไฟไม่ไหม้!! อยากเป็นฆาตกรฆ่าเพื่อนทั้งห้องหรือไง!!!”
กึก
ฆาตกรเหรอ..
ทว่าคำพูดของตุ้ยนุ้ยก็ทำให้เธอหวนคิดถึงเรื่องบางอย่าง มันเป็นเหตุการณ์เมื่อกลางวันที่เธอเพิ่งรอดตายมา หนูดียังไม่อยากเล่าให้เพื่อนรักทั้งสองของเธอฟัง แต่ตอนนี้เธอแค่อยากจะลืมๆเรื่องนั้นไปจากหัว
“พ..พวกแก..”
“อะไรย๊ะ?”
หนึ่งเลิกคิ้วถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนรักยืนหน้าซีด ตั้งแต่กลับมาจากโรงยิมกลางก็ทำตัวแปลกไป หนูดีพูดน้อยลง แถมยังนิ่งเหมือนกับว่าคิดอะไรมากมายอยู่ในหัว
“พวกแกรู้จักรุ่นพี่ที่ชื่อว่าอัศวินใช่ไหม”
“อาห๊ะ รู้สิย๊ะ! พี่อัศวินสุดหล่อของฉัน~ พี่เขาเป็นถึงหนุ่มฮอตของวิศวะโยธา แถมยังเป็นพี่ว๊ากรับน้องโหดอีกด้วย แค่เห็นพี่เขาเดินผ่านก็ขนลุกแล้วอะ ไม่ได้ขนลุกที่พี่เขาน่ากลัวอย่างเดียวนะ ขนลุกในความหล่อด้วย คนบ้าอะไรโคตรหล่อ!!”
“จริง!! ฉันเห็นด้วยกับยัยหนึ่ง!! โคตรจะหล่ออออ”
ตุ้ยนุ้ยสมทบกับเพื่อนกะเทยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หนุ่มใจสาวทั้งสองต่างก็วาดฝันภาพที่ได้เดินเคียงคู่รุ่นพี่อัศวิน แต่ใครจะไปรู้ว่าเพื่อนรักของเธอได้เกือบตายเพราะเขา
“เมื่อกี๊.. ฉันไปเจอพี่เขากับพวกแก๊งเพื่อนมา”
“ห๊ะ ม..เมื่อกี๊ คือที่ไหน?” ตุ้ยนุ้ยเลิกคิ้ว
“หลังโรงยิมอะ ที่ฉันบอกพวกแกว่าจะไปเข้าห้องน้ำ แล้วพอดีว่าฉันได้ยินเสียงผู้ชายร้องขอความช่วยเหลือ ฉ..ฉันเลยเดินตามเสียงนั้นไปเพราะคิดว่าต้องเกิดเรื่องแน่”
“……..”
วินาทีนี้เองที่ตุ้ยนุ้ยกับหนึ่งต่างหยุดนิ่งอย่างพร้อมเพรียง ทั้งสองหรี่ตารับฟังในสิ่งที่หนูดีพูดด้วยความตั้งใจ เพราะมันเกี่ยวกับเรื่องของอัศวินที่พวกเขาโปรดปราน
“ฉัน.. อึ่ก.. ฉันเห็นว่าพี่อัศวินกำลังใช้มีดจะแทงผู้ชายคนหนึ่ง แล้วผู้ชายคนนั้นก็เลือดท่วมหน้าท่วมตัวไปหมดเลย สภาพของเขาคนนั้นดูไม่ได้เลยแก ถ้าปล่อยไว้เขาต้องตายแน่..”
“ว..ว่าไงนะยัยหนูดี”
“จริงๆแล้วพี่ชายผมเขาไม่ใช่คนไม่ดีหรอกครับ แต่เขาแค่เป็นคนแปลกแล้วก็น่ากลัวไปหน่อย ยังไงอย่าถือสาพี่ชายผมเลยนะพี่คนสวย หึ.. ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรานะครับ พี่สะใภ้..”กึกคำทักทายจากลูกชายคนเล็กของบ้านเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ซึ่งมันก็เป็นรอยยิ้มโรคจิตที่คุ้นตาไม่น้อย ไม่รู้ว่าเธอจะตกใจเรื่องอะไรก่อนดี เพราะพวกผู้ใหญ่ต่างไม่ได้หันมาสนใจเธอกับเด็กผู้ชายคนนี้เลยพึ่บ!“เอ่อ หนูขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ!”ก่อนที่หญิงสาวจะอดทนกับความรู้สึกประหลาดในใจไม่ไหว เธอก็รีบลุกออกจากเก้าอี้ในห้องอาหารทันที ร่างบางรีบหนีออกมาต่อหน้าทุกคน โดยเฉพาะกับเด็กหนุ่มที่กระตุกยิ้มร้ายเมื่อเห็นหนูดีเดินออกไปจากห้องตึกๆๆๆๆ“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย น่ากลัวชะมัด.. เด็กผู้ชายคนเมื่อกี๊คือใคร? แล้วพี่ชายของเขาเป็นใครกัน?”เสียงพึมพำดังขึ้นบริเวณโถงทางเดินที่ห่างจากห้องอาหารพอสมควร เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังจะเดินออกไปที่ไหน แค่มองเห็นป้ายห้องน้ำที่อยู่อีกฝั่งเท่านั้น“เฮ้อ.. ถ้าไม่อยากหมั้นก็บอกกันตรงๆก็ได้ ไม่เห็นจะต้องเอาน้องชายมาแทนเลย ไอ้คนบ้า..”แม้เธอจะไม่รู้ว่าผู้ชายที่เธอต้องหมั้นหมายด้วยเป็นใคร แต่เธอก
ณ โรงแรมอลิซาเบธ กรุงเทพฯ(ห้องอาหารเฉพาะแขกวีไอพี)(ยังไงเราก็ขอโทษนะหนูดี คือว่าเราไม่ได้ตั้งใจปล่อยข่าวลือพวกนั้นเลย ตอนแรกก็แค่พูดขำๆกันในห้องเรียนอะ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าข่าวมันหลุดออกไปได้ยังไง)(ใช่ๆ พวกเราไม่รู้เลยว่าจะทำให้แกต้องเดือดร้อน ขอโทษอีกครั้งจริงๆนะแก ยกโทษให้พวกเราเถอะ..)คำขอโทษจากปากของเพื่อนร่วมห้องผ่านสายโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นระยะ หลังจากที่หนูดีเป็นฝ่ายเงียบใส่พวกหล่อนมานานพอควร มันก็ถึงเวลาแล้วที่เธอจะเอ่ยปากพูดในสิ่งที่ตัวเองย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้เฮ้อ.. ถ้ารู้แบบนี้เธอจะไม่เล่าเรื่องอัศวินแม้แต่คำเดียว“อื้ม ไม่เป็นไรหรอกพวกแก ตอนนี้ฉันโอเคแล้วล่ะ ยังไงพี่อัศวินเขาคงไม่มายุ่งกับฉันแล้ว พวกแกอย่าคิดมากเลย”(เอ่อ โอเคๆ แล้วนี่แกอยู่ไหนเนี่ยหนูดี)“ฉันมาดินเนอร์กับครอบครัวน่ะ พ่อแม่ฉันนัดคนรู้จักเอาไว้ ยังไงแค่นี้ก่อนนะ เจอกันที่มอพรุ่งนี้”(โอเคจ้า)ติ๊ดก่อนหญิงสาวในชุดเดรสลุคคุณหนูจะเป็นฝ่ายกดสายเพื่อนร่วมชั้นไป เธอก็ถอนหายใจแล้วเหลือบมองไปทางผู้ใหญ่ที่กำลังพูดคุยกันอยู่ โดยฝั่งของเธอก็มีพ่อแม่ที่นั่งประกบข้าง ส่วนอีกฝั่งนั่นก็คือ..“จริงครับคุณอาทิตย์ หึๆ
“กึ่ด.. เวรเอ๊ย..”ผลั่กกกกก!!!จนคนที่ไม่อยากจะรับฟังอะไรต้องยอมจำนน อัศวินผลักร่างของรุ่นพี่ใจดีอย่างยอร์ชให้ถอยห่าง ก่อนที่เขาจะถอนหายใจแล้วจ้องมองไปยังตัวต้นเหตุอย่างหนูดี“ฮะฮึก…”“ยัยหนูดี ย..อย่าร้องไห้เลยนะ”“ชู่วววว ยัยหนูดี..”ตอนนี้แม่สาวน้อยคนนั้นได้ยืนตัวสั่นเทาอย่างน่าสงสาร แววตากลมแป๋วคู่นั้นมีแต่ความรู้สึกผิดเต็มไปหมด เธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตาร้องไห้ โดยมีเพื่อนกะเทยทั้งสองคอยปลอบใจอยู่ข้างๆ ซึ่งภาพนี้ก็ได้ทำให้หัวอกผู้ชายทั้งแท่งทำอะไรไม่ถูก“เฮ้อ…”อัศวินไม่ได้พูดอะไรนอกจากยกมือขึ้นมาเสยหน้าม้าอย่างเซ็งๆ เขาขบกรามแน่นโดยที่จ้องมองไปยังคู่อริคนใหม่ ซึ่งนั่นก็คือรุ่นพี่ปีสามของคณะศิลปกรรม“ไปเว้ยพวกมึง..”เพียงไม่นานแก๊งวิศวะที่ร่างสูงโปร่งราวกับนายแบบ พวกเขาต่างก็ทยอยกันเดินออกไปจากคณะนี้ทันที ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของนักศึกษาที่ยืนรายล้อม เสียงสะอื้นของหนูดีกำลังทำให้ใครบางคนใจเสียตามไปด้วย“น้องไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ โอเคใช่ไหม?”“อ..เอ่อ.. ค่ะ.. ฮึก.. หนูแค่กลัวค่ะ” หนูดีรีบตอบรับยอร์ชที่เดินเข้ามาใกล้“เพื่อนหนูไม่เป็นอะไรหรอกค่ะพี่ยอร์ช ยัยหนูดีน่ะเข้มแข็งจะตาย แกหยุดร้
ย้อนกลับไปเมื่อชั่วโมงก่อน..(ตึกอธิการบดี มหาวิทยาลัยนอร์ทเอเชีย)ปึก!!!“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น? มีใครตอบอาจารย์ได้ไหม?”ผู้ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าโมโห แววตาผิดหวังคู่นั้นจ้องมองไปที่หัวหน้าแก๊งนักเลงอย่างอัศวิน ตอนนี้เขาได้แต่นั่งก้มหน้าพลางกัดกรามแน่น เพราะรู้อยู่แล้วว่าข่าวนั้นจะต้องหลุดไปถึงหูคนทั้งมหาลัย แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะหนักขนาดนี้..“ผมไม่ได้ตั้งใจครับท่านอธิการ”“ไม่ได้ตั้งใจแต่ถือมีดจะฆ่าจะแกงกันเนี่ยนะ”“…….”“ที่นี่มันรั้วมหาลัยนะอัศวิน! เธอเองก็เป็นถึงลูกชายของตระกูลดัง เฮ้อ.. ทำไมถึงได้ทำตัวแบบนี้ล่ะ”คำพูดที่ตอกย้ำถึงความผิดพลาดเริ่มทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ ด้านหลังแก๊งวิศวะที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกาย มันก็ได้มีเหล่าอาจารย์ยืนเรียงรายกันหนาแน่นทุกคนล้วนรู้จักอัศวินกับเพื่อนพ้องของเขาดี พวกเขาเกเรกันตั้งแต่อยู่ปีหนึ่งแล้ว คงเป็นเพราะฐานะทางบ้านที่ร่ำรวย บางคนก็เป็นถึงลูกนักการเมือง และผู้มีอิทธิพลระดับประเทศ ไม่ว่าจะทำความผิดก็มีพ่อแม่คอยให้ท้าย“แต่พวกผมไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าไอ้เวรนั่นเลยนะครับท่านอธิการ! ก็มันไปลวนลามรุ่นน้องผู้หญิงข
“ว..ว่าไงนะยัยหนูดี”“เชี้ยยยยย..”“เฮ้อ.. ฉันเพิ่งหนีรอดจากเพื่อนของเขามาได้อะ เพราะรุ่นพี่พวกนั้นกลัวว่าฉันจะปากโป้งก็เลยจับตัวฉันไว้ แต่โชคดีที่ฉันวิ่งหนีออกมาทัน ไม่งั้น.. ฉันต้องตายแน่ๆเลย”หนูดีอธิบายไปก็กลืนน้ำลายลงคอไป ความหวาดกลัวเริ่มทำให้เธอใจเต้นระรัวมากขึ้นกว่าเดิม ไม่เว้นแม้แต่ทางตุ้ยนุ้ยกับหนึ่ง พวกเขาทั้งสองต่างอ้าปากค้างกับความจริงนั้น ก่อนจะค่อยๆยกมือขึ้นมาปิดปากพร้อมกับเบิกตาโพลงเหมือนเห็นผีพี่อัศวินสุดหล่อของพวกเขา.. จะฆ่าคนงั้นเหรอ?“ก..แกเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับก่อนนะยัยหนูดี! อย่าเพิ่งบอกใครเด็ดขาดนะ อะอึ่ก..”“นั่นสิ.. นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะเว้ย..”“อืม ฉันก็คิดว่าจะไม่บอกนั่นแหละ เฮ้อ..”“กรี๊ดดดดดดดดดด!!!! พี่อัศวินวิศวะเป็นฆาตกรเหรอ!!! เขากำลังจะฆ่าคนในมหาลัยเนี่ยนะ!!!”ผ่าง!แต่แล้วความลับที่หนูดีตั้งใจจะปกปิดไว้ และอยากให้เพื่อนสนิทสองคนเท่านั้นที่รู้ มันก็ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งห้องอย่างรวดเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง เพื่อนมากหน้าหลายตาต่างหยุดทุกอย่างแล้วมองมาที่ตัวต้นเหตุทันทีเพราะตอนที่เธอเล่าความจริงให้เพื่อนรักฟัง มันได้มีเพื่อนสาวที่กำลังนอนหลับอยู่ใต้โ
“เฮ้ย.. น..น้องแม่งร้องไห้แล้วว่ะ”“ไอ้วิน นี่มึงแกล้งน้องเขาแรงเกินไปหรือเปล่าวะ?”จากที่แก๊งคนเถื่อนพวกนี้จะดีใจที่ได้แกล้งรุ่นน้องสำเร็จ ทุกคนกลับยืนหน้าเสียเพราะเห็นน้ำตาจากใบหน้าสวย โดยเฉพาะหัวหน้าแก๊งที่เริ่มหรี่ตาลง อัศวินกัดฟันแน่นกับความเงียบงันภายในใจ เขาจ้องมองไปยังสาวน้อยเฟรชชี่ที่ยืนตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว“ก็แค่แกล้งเล่นเอง เธอจะร้องไห้ทำไม”“ฮะฮึก..”คำถามนั้นดังขึ้นในระยะที่ใกล้ขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าหล่อไร้ที่ติโน้มเข้ามาหาหนูดีทีละนิด ในขณะที่เธอถูกเขาบีบบังคับให้แผ่นหลังแนบชิดกับกำแพง มีสายตาของผู้ชายมากมายจ้องมองเธอ แต่น่าแปลกที่ร่างล่ำๆของอัศวินบังเธอจากทุกคนหมดเลยเธอจึงเห็นแค่เพียงสายตาของเขาคนเดียว..“ก..แกล้งเหรอคะ?”“เฮ้อ อืม”“พี่เอาเรื่องทะลึ่งแบบนี้มาแกล้งผู้หญิงเล่นๆเหรอคะ”หนูดีถามย้ำอีกครั้งด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป ในใจเธอก็กลัวเขาจะตายอยู่แล้ว แต่ความโกรธที่มีมันทำให้เธอกล้าทำบางอย่าง เธอแค่ไม่อยากเป็นตัวตลกของใครผลั่กกกกกก!!!!ก่อนสองมืออันน้อยนิดจะจัดการผลักร่างหนาออกจากตัว ท่ามกลางสีหน้าตกใจของอัศวินกับพวกพ้อง เขาขมวดคิ้วจ้องมองสาวสวยผมลอนยาวที่ตาแดงก่







