แชร์

7

ผู้เขียน: Cassian Morrow
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-10 14:31:52

"พวกคุณรู้ไหมครับว่าผมรู้สึกยังไงตอนเห็นโมเดลนั่น" เบนหันไปมองคิวแล้วหันกลับมาถามยูด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แต่เขาไม่ได้รอคำตอบ "นี่มันของขวัญแห่งโชคชะตาชัดๆ !!" เขาพูดเสียงดังพร้อมกับกำปั้นทุบลงบนเคาน์เตอร์ "และมันก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้ไม่มีผิด"

"ยังไงเหรอครับ?" ยูถาม

"วันต่อมา...ลูกค้าแน่นร้านจนผมไม่มีเวลากินข้าวเลย และโมเดลที่เขาถือมาวันนั้นทั้งสองตัวก็ถูกขายไปในวันนั้น"

"สองตัวเหรอครับ?" ยูเอียงศีรษะ

"ใช่ครับ ครั้งแรกที่เขามาที่ร้านเขาเพิ่งเริ่มทำแค่โมเดลจิ้งจอกน้ำเงินและส้ม ตอนเย็นวันนั้นผมโทรไปหาเขา แล้วเล่าให้เขาฟังว่าลูกค้าชอบมากและยังถามหาอยากจะซื้อมันเพิ่มอีกด้วย พอเขาฟังจบผมได้ยินเสียงเขาดีใจมาก ผมก็รู้สึกมีความสุขไม่ต่างจากเขาหรอกครับ"

"แสดงว่า...คุณมีที่อยู่หรือเบอร์โทรเขาด้วยใช่ไหมครับ?" คิวพูด

"นายใจเย็นๆ สิ ฉันกำลังสนุกกับเรื่องที่เขากำลังเล่าเลย" ยูขมวดคิ้วหันมาที่คิว

"ขอโทษครับ" 

"ผมมีครับ ที่อยู่ เบอร์โทร ถึงแม้ผมจะไม่มีโอกาสได้ไปเจอเขาตามที่อยู่ก็เถอะ แล้วเราก็ไม่ได้คุยกันบ่อยๆ ด้วย เพราะจริงๆ แล้วตัวเขาเองก็ไม่ใช่คนชอบคุย หรือเป็นประเภทชอบเข้าสังคมสักเท่าไหร่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเก็บตัวขนาดนั้นนะครับ" เบนโบกมือปฏิเสธเบาๆ "เขาเป็นคนคุยสนุก คุยเก่ง ถ้าคุยภาษาเดียวกันกับเขานะครับ" คิวเอียงศีรษะ ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย "ก็หมายถึง คุยหรือถามในเรื่องที่ไม่น่าเบื่อ หรือไม่มีประโยชน์นั่นแหละครับ หรือเอาง่ายๆ ว่า อย่างเช่นการถามอะไรโง่ๆ เพราะเขาจะหยุดพูดแล้วไม่อยากคุยต่อทันที พวกคุณพอเข้าใจไหมครับ"

"อ้อ! เข้าใจครับ เพราะผมก็มีคนรู้จักอยู่คนหนึ่ง เป็นคนประเภทนี้แหละ" ยูยิ้มบางๆ "แล้วหลังจากนั้นเป็นยังไงต่อเหรอครับ"

"หมายถึงหลังจากวันที่ผมโทรหาเขาใช่ไหมครับ?" เบนหยิบโมเดลจิ้งจอกสีเทาขึ้นมาวางลงบนฝ่ามือของเขา นิ้วลูบไปที่ตัวโมเดลอย่างอ่อนโยน ราวกับมันมีชีวิต ก่อนจะเล่าต่อ "ผมขอให้เขาส่งโมเดลมาให้เพิ่ม และก่อนเปิดร้านในเช้าวันต่อมา เขาก็เอามาให้ผมทั้งคอลเลคชั่น มีทั้งหมดห้าตัว เขาบอกอย่างนั้น ซึ่งดูหน้าตาเขาแล้วคงยังไม่ได้นอนมาทั้งคืนผมเลยไม่ได้เซ้าซี้อะไรมาก แค่บอกให้เขาส่งมาให้เรื่อยๆ ได้เลยนะ ก่อนที่ผมจะยื่นเงินให้เขา พร้อมกับบอกว่ารวมทั้งสองตัวที่เขายกให้ผมก่อนหน้าด้วย เขาทำหน้าอึดอัด แต่ผมบอกไปว่า เรามาทำให้ทุกคนรู้จักโมเดลคอลเลคชั่นนี้ด้วยกันนะ

เขายิ้มอย่างมีความสุข ต่างจากที่เจอกันวันแรกมาก"

"แล้วนานไหมครับ กว่าจะทำให้งานมีชื่อเสียงและมีราคาสูงขนาดนี้" ยูถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

"สองสัปดาห์ครับ สองสัปดาห์"

"ห๊ะ!! สองสัปดาห์ "

"ใช่ครับ ราคาเริ่มพุ่งขึ้นไปหลักพัน และมีคนถามหาเยอะขึ้น จนเขาเองก็ทำมันไม่ทันเหมือนกัน แต่ผมว่าส่วนหนึ่งที่มีความต้องการมากขึ้นก็คงเพราะเขาไม่สามารถทำมันออกมาได้ทีละมากๆ ถึงแม้ผมจะรู้ว่าเขาทำงานแทบไม่ได้นอน ไม่มีวันหยุด ไม่เคยบ่น และยังเห็นรอยยิ้มเขาทุกครั้ง แต่หลังจากผ่านไปสามเดือนผมก็ไม่ได้เจอหน้าเขาอีก"

"ทำไมล่ะครับ?" ยูถามพลางยกกาแฟขึ้นจิบ

เบนเปิดขวดน้ำเปล่าขึ้นกระดก ก่อนวางลงบนเคาน์เตอร์และเริ่มเล่าต่อ "เขาฝากขนส่งเอกชนมาส่งให้แทน แต่ผมก็คิดว่าแบบนี้มันก็ดีสำหรับเขาเหมือนกัน จะได้มีเวลาทำงานมากขึ้น แล้วก็ไม่ต้องเหนื่อยเดินทางมาที่นี่ด้วย"

"แล้ว...ทำไมโมเดลจิ้งจอกน้ำเงินถึงราคาสูงกว่าตัวอื่นล่ะครับ" คิวถาม

"ราคามันเริ่มสูงขึ้นหลังจากผ่านไปหนึ่งหรือสองปีได้..."

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   58

    “ไม่ได้เจอคุณยูเป็นเดือนเลยนะครับ” คิวเอ่ยทักก่อนลุกขยับโต๊ะเล็กน้อย ในบาร์แจ๊ซที่กลายเป็นร้านประจำของพวกเขาเวลานัดเจอกัน หลังจากคดี ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน ปิดลง ทั้งสองคนก็ยังไม่ได้เจอกันอีกเลย แม้แต่โทรหาหรือส่งข้อความเองก็ตาม“ฉันก็เพิ่งว่างวันนี้แหละ มีงานเอกสารให้ทำเยอะเลย” ยูกระดกเครื่องดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว ราวกับน้ำเปล่า“ยังไม่ได้กลับมาทำคดีอีกเหรอครับ?” คิวเทเครื่องดื่มสีเหลืองทองลงในแก้วของยูจนครึ่งแก้ว“เขายังไม่อนุญาตให้ฉันทำคดีเลย ตั้งแต่ขัดคำสั่งไปช่วยนายเรื่องคดีนั่นแหละ” ยูดื่มจนหมดแก้วอีกครั้ง“คุณยูสั่งน้ำเปล่าแทนไหมครับ?” ทั้งสองคนหัวเราะพร้อมกัน “ว่าแต่…ทำไมเขาถึงรู้เรื่องที่คุณยูช่วยผมทำคดีล่ะครับ”“ไม่รู้เหมือนกัน แล้วฉันก็ไม่ได้ใส่ใจด้วย ถือว่าได้พักผ่อนแล้วกัน อีกอย่างช่วงนี้ก็ไม่มีคดีน่าสนใจด้วย ฉันไม่เก็บเอามาคิดหรอก” ยูหยุดเทเหล้าให้ตัวเอง “ว่าแต่…นายได้ข่าวผู้กองเนทบ้างไหม?”“ไม่เลยครับ แต่ผมเพิ่งรู้มาอย่างหนึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ไม่รู้จริงหรือเปล่านะครับ แต่เหตุผลที่เขาสั่งให้เราหยุดทำคดี เพราะคนร้ายคือผู้กองเนท มีข่าวว่าเหยื่อคนนั้นรอด และเป็นคนชี้ตัวว

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   57

    เสียงโลหะเสียดสีกับกระจกดังก้องอยู่ในห้องอันดำมืด กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อคละคลุ้ง ผสมกับกลิ่นเหล็กอ่อนๆ ที่ฉันคุ้นเคยดี แสงนีออนส่องกระทบกับพื้นผิวสเตนเลสของเครื่องมือที่จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ความสมบูรณ์แบบของทุกอย่างทำให้ชายในชุดหมีสีขาวสำหรับป้องกันเชื้อโรคทางการแพทย์แสยะยิ้มอย่างพอใจ "รู้สึกอะไรไหม?" เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย มองดูร่างที่ถูกตรึงอยู่บนโต๊ะชันสูตร พันธนาการแน่นหนาจนแม้แต่กล้ามเนื้อก็แทบจะกระตุกไม่ได้ ดวงตาของเขาสั่นไหว แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ริมฝีปากขยับเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ร่างกายของเขาไม่ตอบสนอง ชายในชุดหมียิ้ม ยาของเขาได้ผลอย่างที่คิด อัมพาตโดยสมบูรณ์ แต่ความเจ็บปวด? ยังอยู่ครบทุกส่วน เขาเอื้อมมือไปแตะใบหน้าของเหยื่อ ลูบไล้เบาๆ ก่อนใช้นิ้วโป้งเกลี่ยไปตามขอบเปลือกตาที่ถูกกรีดออก เผยให้เห็นดวงตาสีแดงก่ำที่ไม่มีทางปิดลงได้อีกต่อไป "อย่ากลัวเลย" เขากระซิบ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ่อนโยนแต่เย็นยะเยือก "ฉันแค่อยากให้แกเห็นตัวเองชัดๆ" เขาเหลือบมองกระจกเหนือเตียง นั่นคือสิ่งที่ฉันออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้แกได้เห็นตัวเอง ในทุกวินาที ทุกความเปลี่ยนแปลง ทุกร่องร

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   56

    “ผมเสียใจกับเรื่องภรรยา และลูกสาวของคุณด้วยนะครับ ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณ ถ้ามีใครทำอะไรกับครอบครัว หรือคนที่ผมรัก ผมเอง…ก็คงทำทุกอย่าง เพื่อให้มันได้ชดใช้อย่างที่มันควรได้รับ”ยูนั่งอยู่ข้างเตียงห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลเอกชน ภายในห้องเงียบสนิทจนได้ยินเสียงลมหายใจจากร่างบนเตียงที่นอนแน่นิ่ง แสงไฟบนเพดานส่องกระทบผ้าปูสีขาวสะอาดตา หน้าต่างปิดสนิท แต่ลมจากเครื่องปรับอากาศยังพัดผ่านเบาๆ ทำให้ผ้าม่านสีขาววูบไหวไปมา เสียงของเหลวจากขวดเหนือหัวเตียงดังเป็นจังหวะ ติ๊ก… ติ๊ก…เมื่อมันหยดลงจากขวด เครื่องวัดสัญญาณชีพที่ยังมีจังหวะสม่ำเสมอ หมอแจ้งว่า คนไข้ปลอดภัยแล้ว แต่ยังไม่ได้สติ คงเพราะเสียเลือดมาก เลยต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่“ผมไม่ได้มาในฐานะนักสืบ หรือทีมสืบสวน เพราะหน้าที่นั้นของผมมันจบลงแล้ว ผมมาในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง…ผมคิดว่านะ” ยูพูดเสียงเรียบ ก่อนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง“ผมดูวิดีโอเหตุการณ์ในวันนั้นเกือบยี่สิบรอบได้ นึกไม่ออกเลยว่าตลอดห้าปีมานี้ คุณดูซ้ำไปซ้ำมากี่ร้อยกี่พันครั้ง และผมก็คง…ไม่กล้าพอที่จะทำได้แบบคุณ”ร่างบนเตียงยังคงนอนนิ่ง ราวกับจมลึกลงไปในห้วงความฝัน ยูสูดลมหายใจลึกก่อนจะพูดต่อ

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   55

    คิวกวาดสายตาไปรอบห้อง แฟลชมือถือส่องกระทบตุ๊กตาตัวเล็กที่นั่งเรียงรายอยู่บนชั้นไม้ติดผนัง ตุ๊กตาทุกตัวสะอาดราวกับไม่เคยมีใครสัมผัสมาก่อน ดวงตาวาวของพวกมันสะท้อนแสงไฟจากมือถือไหววูบวาบราวกับกำลังจ้องกลับมาหาคิว เขาขยับตัวถอยหลังออกมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว“ผมเริ่มไม่ค่อยชอบตุ๊กตาพวกนี้แล้วสิ” คิวฝืนกลืนน้ำลายลงคอ มือที่ถือสมาร์ตโฟนแน่น เริ่มมีเหงื่อชื้นขึ้นมา และยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ เขาสะดุ้ง! เพราะเสียงมือถือดังขึ้น มันเป็นเสียงแจ้งเตือนว่าสายถูกตัดไป พอเขาดูหน้าจอของมือถือตัวเอง ก็พบว่าสัญญาณไม่มี “คงเพราะไฟดับนี่ล่ะมั้ง” เขาตัดสินใจบันทึกเป็นวิดีโอไว้แทน ถ้ามีสัญญาณค่อยส่งให้ยูอีกทีของตกแต่งภายในห้องแตกต่างจากห้องที่ผ่านมา เพราะความสดใสและสีสันของห้องนี้ สามารถมองออกได้ทันที ว่าเจ้าของห้องคงเป็นผู้หญิง และขนาดของเตียงที่ไม่ได้ใหญ่มาก ทำให้คิวมองว่าเธอน่าจะอายุไม่เกินสิบขวบ และยิ่งเปิดดูด้านในตู้เสื้อผ้าที่จัดเข้าชิดผนังอีกด้าน ยิ่งยืนยันชัดว่าการสันนิษฐานของเขาถูกต้อง เสื้อผ้าในตู้มีคุณภาพดี ส่วนใหญ่ยังมีป้ายราคาแขวนอยู่ ซึ่งราคาค่อนข้างสูงไม่ต่างจากตู้เสื้อผ้าของอีกห้อง จ

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   54

    ฝนเริ่มกระหน่ำลงมาแรงขึ้น เสียงประตูม้วนเหล็กกระทบกระจกด้านหน้าอาคารเสียงดัง ปัง! ปัง!คล้ายมันกำลังพยายามพังกระจกด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด ตำรวจสายตรวจหนุ่มวิ่งฝ่าสายฝนกลับเข้ามา หลังจากไปสอบถามเพื่อนบ้านเผื่อมีใครจะได้ยินหรือเห็นอะไรที่พอจะเป็นประโยชน์กับคดีได้บ้าง ซึ่งคิวก็ค่อนข้างมั่นใจว่าต้องได้อยู่แล้ว เพราะจากสภาพแวดล้อมของสถานที่เกิดเหตุพังยับเยินจากการต่อสู้ขนาดนี้ แม้เพื่อนบ้านจะอยู่ไกลออกไปห้าร้อยเมตรก็ต้องได้ยิน“ไม่มีใครได้ยินอะไร หรือเห็นอะไรผิดปกติเลยครับ!” ตำรวจหนุ่มรายงานอย่างหนักแน่น ยืนตัวตรงเหมือนพวกตำรวจที่เคร่งระเบียบวินัย แม้ว่าเสื้อผ้าเขาจะเปียกชุ่มไปทั้งตัวคิวกัดริมฝีปากล่างอย่างแรงพร้อมย่นจมูก เพราะรู้สึกไม่เชื่อว่ามันจะเป็นไปได้ ที่ใครจะไม่เห็นหรือได้ยินอะไรเลย“ผมว่า…อาจเพราะเสียงฝนหรือเปล่าครับ เลยไม่มีใครสนใจเท่าไหร่” ตำรวจสายตรวจหนุ่มออกความเห็น ซึ่งคิวก็ไม่ได้แย้งอะไร แม้เขาจะมั่นใจว่าเสียงฝนไม่ได้ดังมากพอจะกลบเสียงความวุ่นวายขนาดนี้ได้“เอาเถอะ! เอาไว้รอทีมพิสูจน์หลักฐานมาก่อนแล้วกันค่อยว่าอีกที ฝนตกแบบนี้อาจจะช้าหน่อย ยังไงผมฝากคุณรออยู่ตรงนี้แล้วกัน ผมข

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   53

    เมื่อคิวได้ฟังข้อสันนิษฐานจากยู ในช่วงบ่ายของวันที่สิบห้า คือวันที่พวกเขายังเชื่อว่าการฆาตกรรมต่อเนื่องยังไม่จบ และอาจจะยังมีใครที่เป็นเป้าหมายอยู่อีกก็ได้ คิวรีบขับรถซีวิคสีดำเก่าๆ ของเขาฝ่าสายฝน ที่ปกคลุมด้วยความมืดทั่วท้องฟ้าไม่ต่างจากเวลากลางคืน จนเขาต้องเปิดไฟหน้ารถส่องสว่าง และลดความเร็วลงเหลือเพียงหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงตั้งแต่กลางดึกเมื่อคืนคิวเองก็ยังวุ่นอยู่กับที่เกิดเหตุไฟไหม้ แม้ว่ายูจะโทรมาพูดถึงข้อสันนิษฐานที่ได้จากมือถือของเหยื่อตั้งแต่ตีห้า และเขาเองก็ยังอยากตามคดีนี้ให้ถึงที่สุดก็ตาม แต่ถ้าขัดคำสั่งหัวหน้าคนใหม่ แล้วเข้าไปยุ่งกับคดีนี้อีก แม้แต่อำนาจที่มีของพ่อเขาเอง ก็คงจะช่วยรักษาอาชีพเขาอีกครั้งไม่ได้เสียงไซเรนดังแหวกอากาศแซงรถของคิวที่ขะลอความเร็วพร้อมกับชิดไหล่ทาง ไปด้วยความเร่งรีบ จนกระทั่งสองนาทีต่อมา คิวก็ตามรถตำรวจคันนั้นทัน แต่เมื่อคิวจอดรถริมถนนต่อท้ายรถตำรวจที่แซงเขาเมื่อครู่ คิวก็เริ่มรู้สึกหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก เพราะสถานที่ที่ตำรวจและรถพยาบาลจอดอยู่ คือสถานที่เดียวกันกับปลายทางที่เขาจะมา “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันอีกวะ!” คิวสบถ ก่อนรีบเปิดประตูรถสาวเท้า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status