บุปผาพันธนาการ

บุปผาพันธนาการ

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-09-08
Oleh:  BosskerrOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
37Bab
549Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ ทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ถูกขังในเรือนจำลับที่ไม่มีใครเคยได้กลับออกมา นางคือบุปผาที่ถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยโชคชะตา

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1 บุปผาต้องคดี

เสียงพิณพลิ้วไหวคลอเคลียไปกับสำเนียงขลุ่ยอันอ่อนหวาน กลิ่นหอมของดอกเหมยที่ประดับทั่วท้องพระโรงลอยปะปนกับควันธูปอันเงียบงัน แสงโคมแดงประดับเรียงรายทอดเงาอาบพื้นหยกให้วาววับราวกับประกายระยับของหิมะกลางราตรี

ค่ำคืนนี้เป็นงานเลี้ยงใหญ่เฉลิมพระชนมพรรษาของฮ่องเต้ผู้เป็นจักรพรรดิแห่งแคว้น ทั้งขุนนางผู้ใหญ่และตระกูลผู้ทรงอำนาจต่างมารวมตัวกันเพื่อถวายเครื่องบรรณาการและแสดงความจงรักภักดี เสียงหัวเราะและรอยยิ้มเจืออยู่บนริมฝีปากของทุกคน หรืออย่างน้อยก็เฉพาะผู้ที่รู้จักซ่อนคมมีดไว้ในน้ำเสียงและสายตา

ซูฮวาอิ๋น สตรีในอาภรณ์แพรไหมสีชมพูอ่อนปักลายดอกเหมยสีเงิน ใบหน้าสะท้อนแสงโคมราวเกล็ดน้ำแข็งที่กักเก็บประกายตะวัน นางนั่งเรียบร้อยอยู่ข้างผู้เป็นบิดา ท่านอัครเสนาบดีผู้ทรงอิทธิพลแห่งราชสำนัก แววตาของซูฮวาอิ๋นสงบเยือกเย็นดังบึงน้ำในฤดูหนาว ทว่าภายในกลับซ่อนพายุที่พร้อมจะซัดสาดได้ทุกเมื่อ

“ลำดับต่อไปจะเป็นการร่วมดื่มสุราเพื่ออวยพรแด่ฝ่าบาท”

เสียงของขันทีรับใช้ฝ่าบาทดังขึ้นพลางยกถ้วยสุราประดับทองคำขึ้นสูง แล้วจึงส่งให้ขันทีอีกคนเวียนยกส่งไปยังโต๊ะของขุนนางระดับสูง

สุราหยกขาวในถ้วยแก้วงดงามยิ่ง ทว่ากลิ่นหอมอ่อนนั้นกลับทำให้สัญชาตญาณบางอย่างของซูฮวาอิ๋นเต้นแรง นางเพียงมองถ้วยสุราแวบเดียว ก่อนจะยกขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสร้งจิบ

ทันใดนั้น ...

เพล้ง!

เสียงถ้วยสุราของฮ่องเต้ร่วงลงแตกกระจายบนพื้น ใบหน้าของพระองค์ซีดเผือด ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านก่อนจะทรุดฮวบลง เหล่าขุนนางและขันทีตื่นตระหนกกันโกลาหล

“หมอหลวง! เรียกหมอหลวงมาเดี๋ยวนี้!” เสียงขันทีใหญ่ตะโกนลั่น

เพียงอึดใจเดียว กลิ่นฉุนคล้ายสมุนไพรผสมโลหิตก็แผ่กระจายออกมา แววตาของผู้คนเปลี่ยนไปทันที จากความตระหนกเป็นความหวาดระแวง และในวินาทีนั้นเอง สายตาหลายคู่ก็หันขวับมาที่ซูฮวาอิ๋น

“ซูฮวาอิ๋น! เจ้าวางยาพิษในสุราฝ่าบาทใช่หรือไม่!”

เสียงของพระสนมเฉินกุ้ยเฟยแหลมสูงดังขึ้นราวกับคมมีดกรีดกลางอากาศ นางยกมือชี้ตรงมาที่ซูฮวาอิ๋นด้วยท่าทีมั่นใจ

หัวใจของซูฮวาอิ๋นกระตุกวูบ แต่นางเพียงยกคิ้วเล็กน้อย

“พระสนมกำลังกล่าวหาหม่อมฉันว่าเป็นกบฏหรือเพคะ”

ยังไม่ทันมีผู้ใดเอ่ยตอบ เสียงฝีเท้าของทหารองครักษ์ก็ดังก้องเข้ามา

“กระหม่อมพร้อมน้อมรับพระบัญชา! จับกุมซูฮวาอิ๋น บุตรีอัครเสนาบดีซู ในข้อหาวางยาพิษลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาท!”

ลมหายใจรอบกายเหมือนถูกดูดหายไปพร้อมกันในชั่วพริบตา เสียงเกราะเหล็กกระทบกันดังเป็นจังหวะ ฝีเท้าทหารองครักษ์หนักหน่วงราวโซ่ตรวนที่ลากหัวใจลงเหวลึก

ซูฮวาอิ๋นถูกพันธนาการด้วยกุญแจเหล็กเย็นเฉียบ ข้อมือบางถูกดึงไปข้างหน้าอย่างไร้ความปรานี แม้นางจะก้าวอย่างสง่าดังเดิม แต่ความเย็นจากเหล็กกลับไหลซึมเข้าสู่กระดูก

ขุนนางทั้งหลายต่างลุกฮือ เสียงซุบซิบดังคล้ายฝูงผึ้งโหมบิน

“นางกล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ เป็นบุตรีอัครเสนาบดีแท้ ๆ เป็นคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ แต่กลับทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้ได้”

“แบบนี้มิใช่ว่าตระกูลซูจะคิดก่อการกบฏหรือ”

บิดาของนาง ท่านอัครเสนาบดีซู ซูเจิ้นหาน นั่งแข็งค้างราวกับรูปสลัก เขามองบุตรีของตนเพียงครู่ ก่อนจะเบือนหน้าหนีโดยไม่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมาแม้แต่น้อย

ซูฮวาอิ๋นหัวเราะเย้ยหยันในลำคอแผ่วเบา เสียงนั้นมีเพียงนางเท่านั้นที่ได้ยินในยามที่ทุกคนชี้ดาบใส่นาง กลับมิอาจเห็นแม้แต่เงาของผู้ที่จะยืนเคียงข้างสักคน

“นำตัวไปที่เรือนจำเงาหยก!” คำสั่งจากขันทีใหญ่ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

เรือนจำเงาหยก สถานที่ลับที่ผู้ต้องหาสำคัญของทางราชสำนักถูกกักขัง ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตกลับออกมาเล่าเรื่องราวในนั้นได้สักคน แม้จะอยู่ในเมืองเดียวกัน แต่สำหรับผู้คนทั้งหลายแล้ว ที่แห่งนั้นมันคือขุมนรกซึ่งลบตัวตนผู้คนให้หายวับไปจากโลก

ค่ำคืนนั้น รถคุมขังที่มีซูฮวาอิ๋นนั่งในกรงเหล็กแล่นไปบนถนนปูหินกลางเงามืด แสงโคมสองข้างทางสั่นไหวจากลมหนาวที่พัดต้อง ราวกับคบไฟกำลังร่ำไห้ให้กับสตรีที่ถูกพรากสู่ความอับจน

ภายในรถคุมขังแคบคับ กลิ่นอับชื้นและสนิมเกาะแน่นอยู่บนกรงเหล็กที่กักขังนาง ซูฮวาอิ๋นหลับตาลงชั่วครู่เพื่อกักเก็บความสงบ

แม้จะถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ ข้าก็ไม่อาจสูญเสียสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ คือศักดิ์ศรีของข้า!

เมื่อรถหยุด เสียงประตูเหล็กครืดคราดเปิดออก เบื้องหน้าคือประตูไม้หนาทึบประดับเหล็กดำ ทหารเฝ้าประตูสวมเกราะเต็มยศถือหอกปลายแหลม จ้องนางราวกับมองสัตว์ป่าที่ถูกขังไว้เพื่อรอวันตัดหัว

“เข้ามา!” เสียงนายทหารเอ่ยสั้น ๆ ห้วน ๆ

ซูฮวาอิ๋นก้าวเข้าสู่เรือนจำเงาหยกอากาศภายในเย็นยะเยือกราวน้ำแข็ง หลอดน้ำตาในดวงตาหลายคู่ที่เหล่านักโทษมองนาง เหมือนจะบอกเพียงประโยคเดียวว่าเจ้าจะไม่มีวันได้กลับออกไปอีก

เสียงโซ่เหล็กเสียดสีกับพื้นหินก้องสะท้อนในโถงแคบยาว พนักงานคุมเรือนจำจูงซูฮวาอิ๋นเดินผ่านนักโทษคนแล้วคนเล่า กลิ่นอับและกลิ่นชื้นของเชื้อราจากผนังหินชวนให้คลื่นไส้ เสียงน้ำหยดลงพื้นเป็นจังหวะราวกับนับถอยหลังชะตากรรมของผู้ที่ถูกกักขังไว้

เรือนจำเงาหยกถูกสร้างลึกลงใต้ดิน กำแพงหินหนาและประตูเหล็กทุกบานดูราวกับสามารถกลืนวิญญาณผู้คนให้หายไปได้ในความมืด ด้านบนมีเพียงตะเกียงน้ำมันส่องแสงรำไร ทำให้ทุกเงาดูยาวเหยียดบิดเบี้ยวผิดรูป

“นี่ห้องของเจ้า” เสียงคุมขังพูดอย่างไร้อารมณ์ ก่อนผลักนางเข้าไปด้านใน

ประตูเหล็กปิดลงด้วยเสียงดัง ปัง! ก้องสะท้อนในโสตประสาท ซูฮวาอิ๋นเหลือบมองไปรอบห้อง มันแคบจนแทบจะกางแขนไม่ได้ ผนังชื้นแฉะมีคราบน้ำไหลซึมอยู่ตลอดเวลา มุมห้องมีเพียงฟางเก่า ๆ กองหนึ่งเป็นที่นอน และขันน้ำสนิมเขรอะใบเดียววางอยู่ข้างผนัง

นางก้าวไปหย่อนกายนั่งบนฟาง กลิ่นฝุ่นผสมกลิ่นอับชื้นทำให้หายใจติดขัด แต่ดวงตากลับยังคงนิ่งเยือก ที่นี่หรือ ที่ซึ่งผู้คนกล่าวขานว่ามิอาจหลุดพ้น?

เสียงฝีเท้าหนักและสม่ำเสมอดังใกล้เข้ามา ซูฮวาอิ๋นหันมองผ่านช่องเหล็กเล็ก ๆ บนประตู บนระเบียงหินด้านนอก ปรากฏร่างสูงในชุดขุนนางสีเข้ม ก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามแต่แฝงความกดดัน แม้ใบหน้านั้นจะยังอยู่ใต้เงาตะเกียง แต่แววตาคมกริบที่ทอดมองมานั้นเย็นเยียบจนรู้สึกราวกับคมดาบจ่ออยู่ที่ลำคอ

“เจ้าคือ ซูฮวาอิ๋นหรือ?” เสียงทุ้มเย็นถาม แฝงแววอำนาจที่ไม่ต้องตะโกนก็ทำให้คนต้องเงียบลง

ซูฮวาอิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงไม่ไหวเอน

“และท่านคือผู้ที่จะมาตัดสินว่าข้าคือกบฏ หรือเป็นเพียงตัวหมากที่ถูกวางในกระดานใช่หรือไม่?”

ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แสงตะเกียงจะเผยให้เห็นใบหน้า คมคาย เยือกเย็น และน่าเกรงขาม นั่นคือ เจิ้งหลินอวี่ ขุนนางกรมสอบสวนแห่งราชสำนัก

ดวงตาของเขาจับจ้องนางอย่างอ่านไม่ออกว่าเป็นการมองเหยียดหยาม หรือเพียงกำลังชั่งน้ำหนักว่าหญิงสาวตรงหน้านี้ คือศัตรู หรือคือผู้ที่เขาไม่อาจทำลายได้ด้วยหัวใจตนเองกันแน่

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
37 Bab
ตอนที่ 1 บุปผาต้องคดี
เสียงพิณพลิ้วไหวคลอเคลียไปกับสำเนียงขลุ่ยอันอ่อนหวาน กลิ่นหอมของดอกเหมยที่ประดับทั่วท้องพระโรงลอยปะปนกับควันธูปอันเงียบงัน แสงโคมแดงประดับเรียงรายทอดเงาอาบพื้นหยกให้วาววับราวกับประกายระยับของหิมะกลางราตรีค่ำคืนนี้เป็นงานเลี้ยงใหญ่เฉลิมพระชนมพรรษาของฮ่องเต้ผู้เป็นจักรพรรดิแห่งแคว้น ทั้งขุนนางผู้ใหญ่และตระกูลผู้ทรงอำนาจต่างมารวมตัวกันเพื่อถวายเครื่องบรรณาการและแสดงความจงรักภักดี เสียงหัวเราะและรอยยิ้มเจืออยู่บนริมฝีปากของทุกคน หรืออย่างน้อยก็เฉพาะผู้ที่รู้จักซ่อนคมมีดไว้ในน้ำเสียงและสายตาซูฮวาอิ๋น สตรีในอาภรณ์แพรไหมสีชมพูอ่อนปักลายดอกเหมยสีเงิน ใบหน้าสะท้อนแสงโคมราวเกล็ดน้ำแข็งที่กักเก็บประกายตะวัน นางนั่งเรียบร้อยอยู่ข้างผู้เป็นบิดา ท่านอัครเสนาบดีผู้ทรงอิทธิพลแห่งราชสำนัก แววตาของซูฮวาอิ๋นสงบเยือกเย็นดังบึงน้ำในฤดูหนาว ทว่าภายในกลับซ่อนพายุที่พร้อมจะซัดสาดได้ทุกเมื่อ“ลำดับต่อไปจะเป็นการร่วมดื่มสุราเพื่ออวยพรแด่ฝ่าบาท”เสียงของขันทีรับใช้ฝ่าบาทดังขึ้นพลางยกถ้วยสุราประดับทองคำขึ้นสูง แล้วจึงส่งให้ขันทีอีกคนเวียนยกส่งไปยังโต๊ะของขุนนางระดับสูงสุราหยกขาวในถ้วยแก้วงดงามยิ่ง ทว่ากลิ่นหอ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2 เรือนจำใจ
ความเงียบของเรือนจำใต้ดินนั้นหนักหน่วงจนราวกับกดทับทุกสรรพชีวิตให้หายใจลำบาก ทุกก้าวเดินของเจิ้งหลินอวี่ดังก้องสะท้อนในโถงหิน ราวกับจังหวะที่คอยชี้วัดชะตากรรมของนักโทษตรงหน้าซูฮวาอิ๋นมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่หลังประตูเหล็กด้วยแววตาเย้ยหยันเล็กน้อย นางมิได้ยกมือไหว้อ้อนวอนหรือแสดงความหวาดกลัวเหมือนนักโทษทั่วไป แต่ตรงกันข้าม ร่างบางนั่งพิงผนังห้องขังอย่างสง่างาม แววตาอ่อนช้อยกลับเฉียบคม“ขุนนางกรมสอบสวนผู้เลื่องชื่อแห่งราชสำนักอย่างท่าน จะลดตัวมาถามไถ่สตรีอับโชคอย่างข้าถึงเพียงนี้เลยหรือ” เสียงของนางนุ่มละมุนแต่ปนกลิ่นปรามาสเจิ้งหลินอวี่ปรายตามองเพียงครู่ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “เจ้าถูกกล่าวหาว่าวางยาพิษในสุราของฝ่าบาท คำให้การของเจ้าจะตัดสินว่าตระกูลของเจ้าจะถูกกวาดล้างจนสิ้น หรือยังมีโอกาสรักษาไว้ซึ่งเงาของเกียรติยศ”คำพูดของเขาคมชัดราวกับดาบสั้นที่แทงเข้าตรงเข้าอก ทว่าใบหน้าของซูฮวาอิ๋นกลับไม่ไหวเอนแม้เพียงเสี้ยว นางเพียงหัวเราะเบา ๆ จนสะท้อนก้องในกำแพงหิน“หากสิ่งที่ท่านต้องการคือคำสารภาพ เกรงว่าเรือนจำนี้คงได้ขังข้าไปจนสิ้นอายุขัยแล้วกระมัง”ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง สายตาของทั้งสองประสานก
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 ผู้ตรวจสอบหน้านิ่ง
รุ่งเช้าในเรือนจำเงาหยกยังคงมืดสลัว แม้แสงตะวันด้านนอกจะส่องแรงเพียงใด แต่กำแพงหินหนาทึบก็กลืนทุกแสงสว่างให้หายวับไป เหลือไว้เพียงไอเย็นและกลิ่นอับที่ไม่มีวันจางเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นอีกครั้ง ซูฮวาอิ๋นที่เพิ่งหลับตาพักผ่อนกลับลืมตาขึ้นทันที ร่างสูงในชุดขุนนางสีกรมท่าก้าวเข้ามาพร้อมกับบันทึกมากมายในมือ“วันนี้ก็มาแต่เช้าเชียวนะ ท่านขุนนาง” ซูฮวาอิ๋นเอ่ยขึ้น เสียงของนางนุ่มนวลแต่แฝงรอยล้อเลียนเล็กน้อยเจิ้งหลินอวี่วางบันทึกลงบนโต๊ะไม้หน้าห้องขัง ดวงตาคมเรียวทอดมองนางอย่างนิ่งงัน ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีอารมณ์ไหววูบใด ๆ ให้จับได้ ราวกับใบหน้าของเขาเป็นหน้ากากหิน“อย่าได้คิดว่าคำพูดเล่นลิ้นเช่นนี้จะช่วยเจ้าได้” เขากล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะค่อย ๆ เปิดบันทึกในมือ“ในคืนงานเลี้ยง มีพยานสองคนยืนยันว่าเห็นเจ้าถือถาดสุราเข้าใกล้โต๊ะของฝ่าบาท”ซูฮวาอิ๋นหัวเราะเบา ๆ “พยาน? หรือผู้ที่ถูกซื้อตัวมาให้เป็นพยานกันแน่”เจิ้งหลินอวี่ไม่ตอบ เขาเพียงหยิบแผ่นบันทึกอีกฉบับขึ้นมาอ่านต่อ น้ำเสียงมั่นคงไม่ต่างจากกระดิ่งเหล็ก“นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานระบุว่า ข้ารับใช้ในจวนสกุลซูหลายคนหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนเดียว
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4 สอบสวน
เมื่อเขาเดินผ่านห้องขัง ซูฮวาอิ๋นก็เงยหน้าขึ้น แววตาไม่ได้ท้าทายดังเช่นยามเช้า แต่หากนิ่งลึกและประเมิน“วันของผู้ชนะ เป็นอย่างไรบ้างเล่าท่านขุนนางเจิ้ง”“เจ้าอยากให้ข้าชนะหรืออยากให้ความจริงชนะเล่า” เขาถามกลับซูฮวาอิ๋นยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก “ความจริงมิได้ชนะทุกครั้งที่ปรากฏ แต่ผู้คนมักเชื่อในสิ่งที่ถูกจัดวางให้เชื่อ” นางเอ่ยช้า ๆ ราวกำลังสาธยายบทกวี“แล้วท่านเล่า เชื่อในสิ่งใดมากกว่ากัน”เจิ้งหลินอวี่ไม่ตอบ เขาวางห่อผ้าขาวเล็ก ๆ ผ่านช่องเหล็กด้านล่าง“ข้าวต้มร้อนกับบ๊วยเกลือเล็กน้อย กินเสีย จะได้มีแรงตอบคำถามในวันพรุ่งนี้”ซูฮวาอิ๋นมองห่อผ้า ความอบอุ่นจากไอร้อนลูบไล้ปลายนิ้ว โสตประสาทของนางได้ยินก้องอยู่เพียงเสียงที่เบาเสียจนคล้ายกระซิบ เสียงทุ้มเรียบของเขาเมื่อครู่ เชื่อในสิ่งใด? คำถามนั้นพาดผ่านโซ่ตรวนในอกของนางไปชั่ววูบนางค่อย ๆ รับห่อผ้า “ขอบคุณท่านขุนนางเจิ้ง” เสียงของนางเบาจนแทบเป็นลมหายใจเจิ้งหลินอวี่ขยับมุมเสื้อคลุม “พรุ่งนี้ ยามเฉิน ข้าจะมาถามต่อ” เขาหันหลังเดินจากไป เงายาวของเขาทอดผ่านเปลวตะเกียง ริมกระดาษในใจที่เขาเพิ่งเปิดอ่าน ในนั้นเขียนด้วยลายมือที่คุ้นตาของผู้มีอำนาจที
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5 พยานปากสำคัญถูกพบเป็นศพ
ค่ำมืดโปรยคลุมเหนือหลังคาอิฐสีครามของกองคลังตำหนัก กลิ่นยางสนจากตะเกียงน้ำมันผสานกลิ่นกระดาษเก่าลอยแตะจมูก เจิ้งหลินอวี่ขอ บันทึกป้ายตรา ของไหสุราทั้งหมดในเดือนนี้ ทหารนำสมุดบัญชีหน้าหนาออกมาวาง บรรทัดลายมือเรียบร้อยตรึงตราเขียนไว้ตามกฎพิธีเขากวาดดูทีละหน้า แล้วหยุดนิ่งตรงรายการหนึ่ง ป้ายตราไหสำรองสีแดง ชุดเดียวกับที่พบว่า ชำรุด ในคืนงานเลี้ยง บรรทัดระบุผู้รับผิดชอบว่าคือ ซิ่นกงกง แต่หมึกช่วงชื่อตรงท้าย สีซีดผิดกว่าบรรทัดข้างเคียง ราวลงหมึกคนละเวลาเจิ้งหลินอวี่เชิดคางน้อย ๆ “ไปเรียกซิ่นกงกงมา”ชายชราเดินโก่งหลังถือพัดกระดูกงูค่อย ๆ เข้ามา ค้อมศีรษะ“ใต้เท้าเจิ้งเรียกคนแก่คนหนึ่งมามีอันใดหรือขอรับ”“บันทึกบรรทัดนี้ เจ้าลงบันทึกไว้เมื่อใด”ซิ่นกงกงกะพริบตาช้า ๆ “หลายวันก่อน ข้าน้อยแก่แล้วความจำสั้นนัก จำวันที่ชัดเจนไม่ได้”“หมึกในบรรทัดนี้ใหม่กว่าบรรทัดอื่น นั่นหมายความว่า ไม่ได้ลงพร้อมกัน” เสียงของเจิ้งหลินอวี่นิ่ง แต่บาดผิว“เหตุผล”ซิ่นกงกงยิ้มแห้ง ปาดเหงื่อ “ข้าน้อยคงเติมชื่อหลังจากตรวจสอบใหม่อีกครา”“ตรวจสอบหรือแก้ชื่อ” เจิ้งหลินอวี่ปิดสมุด แววตาเย็นเฉียบ“ดูแลตัวเองให้ดีด้วยซิ่น
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6 ถาม 3 คำถาม
เรือนจำเงาหยกในยามย่ำค่ำคืนนั้นเงียบงันผิดธรรมดา ความเงียบที่เหมือนจะกลืนทุกเสียงให้จมหายอยู่ใต้ผืนดิน ทั้งที่ตะเกียงถูกจุดเรียงรายเหมือนดวงไฟเล็ก ๆ คอยค้ำยันท้องฟ้ามืดเหนือหัว แต่คล้ายหัวใจของคนในที่แห่งนี้กลับมืดกว่านั้น ราวกับมีมือใครกำลังปิดทับไม่ให้มันเต้นซูฮวาอิ๋นลืมตามองเงาไฟบนผนังหินที่ไหวระริก เงานั้นเหมือนกิ่งไผ่ยามลมหนาวสะบัดเบา ๆ แล้วกลับยืนนิ่ง จังหวะไหววูบเล็กน้อยพาให้ความทรงจำจมหายไปสู่บ่อเงียบยามเมื่อผู้คนรอบกายผลักไส นางเคยถามตัวเองกี่หนว่าความเงียบมีเสียงหรือไม่ กระทั่งคืนนี้นางได้คำตอบ ความเงียบมีเสียง และเสียงนั้นคือเสียงของใจที่ยังไม่ยอมแพ้เสียงฝีเท้ามั่นคงเท่ากันทุกก้าวค่อย ๆ ดังขึ้นจากปลายระเบียง เหมือนจังหวะพิณที่เดินเข้าใกล้ทีละคอร์ด เมื่อเงาร่างสูงปรากฏหลังแสงตะเกียง ซูฮวาอิ๋นก็รู้ได้โดยไม่ต้องเห็นหน้า ว่าเป็นเขา เจิ้งหลินอวี่เขาหยุดยืนหน้าห้องขัง ริมตะเกียงสะท้อนสีเข้มของชุดขุนนางให้ขอบสาบเสื้อดูคมขึ้น ดวงหน้าเยือกเย็นอย่างที่เคย หากแววตากลับลึกจนยากจะอ่าน ลึกเหมือนบ่อน้ำในสวนหลวงที่ไม่รู้ว่าก้นอยู่ห่างเพียงใด“ยามที่อยู่เงียบ ๆ เจ้าร้องเพลงไหม”เขาเอ่ยข
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7 ในห้องขังอันเงียบงัน
เสียงเหล็กกระทบกันดังขึ้นอีกครั้ง ขณะที่ทหารพาตัวเจียงเต๋อออกไป ความเงียบที่ทิ้งค้างไว้ไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่หนักแน่น เหมือนศิลาที่วางลงในกระดานหมากเจิ้งหลินอวี่หันกลับมาหาซูฮวาอิ๋น ดวงตาเย็นจัดกลับอุ่นแผ่วเพียงเส้นด้าย“เจ้าทำได้ดี”ซูฮวาอิ๋นยิ้มช้า ๆ “ข้าเพียงถามในสิ่งที่บันทึกไม่เคยตอบ คนโกหกมักจำโครงได้แต่จะพลาดกลิ่นของเรื่องเล่า”“ใช่” เขาพึมพำ ราวกับพูดกับตัวเองมากกว่านาง“และกลิ่นของเรื่องนี้ ไม่ใช่กลิ่นผงซักล้าง”เขาขยับจะไป แต่หยุดเมื่อเห็นผ้าคลุมของตนพาดอยู่กับตักนาง“หนาวหรือไม่”“ไม่หนาวแล้ว” ซูฮวาอิ๋นเอ่ยเบา ๆ “ข้าคิดว่า ในยามเงียบงัน คนเราไม่จำเป็นต้องมีคำพูดมากนัก แค่รู้ว่าความจริงยังเดินเข้าหาเราอยู่ก็อุ่นพอแล้ว”เจิ้งหลินอวี่นิ่งไปวารหนึ่ง ก่อนพยักหน้า “คืนนี้พอแล้ว พักผ่อนเสีย พรุ่งนี้ยามอวิ๋น ข้าจะกลับมา”เขาผละกายไป เงาที่ทอดยาวของเขาซ้อนทับกับเงาราวเหล็ก บิดเบี้ยวเป็นรูปทรงที่ดูเหมือนกรง และในชั่วครู่ ซูฮวาอิ๋นเพิ่งสังเกตว่ากรงนั้นมี ช่องเล็ก ๆ อยู่ช่องหนึ่ง ช่องที่อาจพอให้ลมหายใจของคนสองคนเดินทางไปถึงกันได้นางก้มลงคลี่กระดาษในมืออีกครั้ง ลมหายใจค่อย ๆ ช้าลงตาม
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8 กลิ่นบุปผาในคืนฝนตก
ฟ้าเหนือเมืองมืดครึ้มตั้งแต่ยามบ่าย เมฆหนาหนักปกคลุมจนตะวันแทบไม่อาจแทรกผ่านได้ ลมเย็นพัดโบกเป็นสัญญาณว่าฝนแรกแห่งปลายฤดูร้อนกำลังมาเยือนเรือนจำเงาหยกซึ่งอยู่ใต้พื้นดินเย็นยะเยือกอยู่แล้ว เมื่อฝนพรำก็ยิ่งชื้นและอับ เสียงหยดน้ำซึมผ่านรอยแตกร้าวบนเพดานตกกระทบพื้นหินดังเป็นจังหวะผสมกับเสียงสายฝนที่สาดซัดด้านนอก บรรยากาศคล้ายกำลังเล่นบทเพลงเศร้าที่ไม่มีผู้ใดอยากฟังซูฮวาอิ๋นนั่งพิงผนังห้องขังอย่างสงบ ดวงตาสะท้อนเปลวตะเกียงที่สั่นไหว ริมฝีปากนางค่อย ๆ ขยับเปล่งเสียงทำนองเก่าแก่ เพลงที่เคยขับกล่อมให้เด็กน้อยหลับไหลในค่ำคืนอันหนาวเหน็บเสียงนั้นแผ่วเบา ทว่ามีเสน่ห์อ่อนหวานราวกลีบเหมยที่โปรยกลางหิมะ ทำนองพลิ้วไหวไม่รีบร้อน คล้ายสายน้ำเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านซอกหินและหญ้า แม้เป็นเพียงเสียงเบา ๆ แต่กลับดังชัดในยามเงียบเช่นนี้เจิ้งหลินอวี่ที่เพิ่งกลับมาจากตรวจพื้นที่กองคลังหยุดเท้าทันทีเมื่อเสียงเพลงนั้นลอดออกมาจากห้องขัง เขายืนนิ่งอยู่ในเงามืด ปล่อยให้สายฝนด้านนอกประสานกับเสียงร้องในเรือนจำ จนเกิดเป็นภาพที่พาเขาย้อนกลับไปสู่คืนหนึ่งเมื่อสิบปีก่อนคืนที่หิมะโปรยปราย เด็กชายวัยสิบขวบถูกโจรป่าล้อมกลางป
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9 สตรีที่เคยช่วยชีวิต
รุ่งเช้าหลังคืนฝนตก อากาศเหนือเมืองสดชื่นเป็นพิเศษ กลิ่นดินเปียกยังคงลอยค้างในสายลม แสงตะวันลอดหมอกลงมาพร้อมเสียงนกร้องบางเบา ทว่าในเรือนจำเงาหยก ทุกสิ่งยังคงหม่นหมองและชื้นแฉะไม่เปลี่ยนเจิ้งหลินอวี่ยืนอยู่ริมระเบียงหิน มองสายน้ำที่รินไหลเป็นทางยาวลงสู่บ่อขังเบื้องล่าง ความคิดในใจยังหมุนวนกับเสียงเพลงเมื่อคืน เสียงที่เหมือนดึงเขาย้อนกลับไปสู่อดีตที่ไม่เคยเลือนหายใช่แล้ว นางคือสตรีคนนั้น...ความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนแจ่มชัดขึ้นทุกขณะ เด็กชายตัวเล็กในชุดขาดรุ่งริ่ง หัวแตกเลือดอาบ ถูกล้อมด้วยโจรป่าที่โหดร้าย เขาแทบจะหมดลมหายใจ หากไม่ได้ยินเสียงเพลงนั้น เสียงที่ทำให้เขายังมีแรงลืมตา และเงาร่างสตรีในชุดอ่อนสีที่ยื่นมือเข้ามาช่วย“กลิ่นบุปผาในคืนฝนตก…” เขาพึมพำเสียงต่ำกับตนเอง “มิใช่เรื่องบังเอิญ”ภายในห้องขัง ซูฮวาอิ๋นเพิ่งตื่นจากการพักผ่อน นางยกมือสัมผัสข้อมือที่ยังมีรอยโซ่ตรวนช้ำจาง ๆ แววตาสะท้อนทั้งความเหนื่อยล้าและความดื้อรั้นในเวลาเดียวกันเสียงประตูเหล็กเปิดดัง ครืดดด เจิ้งหลินอวี่ก้าวเข้ามาอย่างสง่างามตามแบบฉบับขุนนางสอบสวน แต่ครั้งนี้ในแววตานิ่งเรียบ กลับแฝงความอบอุ่นบางเบาที่ไม่เคย
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10 เบื้องหลังคดี
สายลมยามเช้าเหนือวังหลวงพัดแรงผิดปกติ ธงผืนใหญ่หน้าตำหนักพิธีโบกสะบัดราวกับกำลังเตือนว่ามีบางสิ่งไม่ชอบมาพากล ภายในห้องสอบสวนลับเจิ้งหลินอวี่นั่งอยู่ท่ามกลางกองบันทึกหนาแน่น แสงแดดลอดหน้าต่างสูงส่องลงมาบนกระดาษสีซีดเผยให้เห็นรอยขีดเขียนและตราประทับนับไม่ถ้วนเขาพลิกอ่านทีละแผ่น คำให้การของนางกำนัล อวี้เจียว ซึ่งตอนนี้กลายเป็นศพไปแล้ว รายงานบาดแผลของไป๋อี้หลาง ศิษย์จากสำนักคีตาที่ถูกทำร้ายจนปากพูดไม่ได้ และบันทึกการเปลี่ยนเวรของขันทีเจียงเต๋อ ที่เต็มไปด้วยร่องรอยแก้ไขทุกบันทึกคือเส้นเชือกที่ผูกกันอย่างแน่นหนา และปลายเชือกทั้งหมด กำลังชี้ไปยังเงามืดเพียงเงาเดียว“เฉินกุ้ยเฟย...” เจิ้งหลินอวี่เอ่ยเสียงเบาในห้องที่ไร้ผู้คน ดวงตาคมกริบสะท้อนประกายราวคมดาบ“เจ้ากำลังซ่อนมือในทุกหมาก”ในเรือนจำเงาหยก ซูฮวาอิ๋นนั่งสงบนิ่งอยู่บนฟาง นางรับรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติจากความเคลื่อนไหวของทหารยาม พวกเขาดูตึงเครียดยิ่งกว่าทุกวัน และหลายคู่สายตาจับจ้องมายังห้องขังของนางด้วยความหวาดระแวงเสียงประตูเหล็กเปิดอีกครั้ง เจิ้งหลินอวี่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มบันทึกแน่นในมือ สายตาคมนั้นมีทั้งความเหนื่อยล้าและความแน่
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status