Masuk“โอ๊ย!” คมฟันขบลงบนทรวงอกด้านซ้ายจนร่างเล็กสะดุ้ง เต้าอวบอีกข้างถูกขยำขยี้จนเนื้อแน่นเล็ดรอดออกมาตามร่องนิ้ว ยอดถันสีชมพูเข้มประดับอยู่เหนือปานสีชมพูอ่อนโผล่พ้นชูชันอยู่ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลางของเขา
มาเรียมแหงนเงยหน้าร้องครางเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด “อืม...ผู้ชายที่เคยเอาเธอ คงทำให้ไม่ถึงใจสินะ ถึงได้สั่นเหมือนไม่เคยขนาดนี้ ไม่เป็นไรมาเรียม ฉันสาบานว่าเธอจะได้เรียนรู้รสชาติอย่างถึงใจแน่” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเครือ สรีระอันสะโอดสะองของเหยื่อช่วยกระตุ้นกำหนัดต่ำช้าได้ไม่ยาก อันที่จริง...เขาเป็นผู้ชาย เรื่องแบบนี้มันก็แค่การปลดปล่อย มีแค่ความรู้สึกต้องการก็เพียงพอแล้วไม่จำเป็นต้องมีความรู้สึกใดๆ นอกจากความใคร่กระหายยิ่งเป็นมาเรียมคนนี้เขาแทบจะอดใจรอความย่อยยับของเธอแทบไม่ไหว
“อย่า...อย่าทำแบบนี้”
“อยากให้ทำแบบไหน ท่าไหนก็บอกสิ อืม...” เสียงทุ้มครางฮือในลำคอเมื่ออุ้งปากงาบงับสัมผัสกับเนื้ออุ่นนุ่มตรงทรวงเต้า เขาขบกัดบ้าคลั่งย่ามใจ ลากลิ้นสำรวจด้วยความตะกละตะกลาม มืออีกข้างละจากการพันธนาการ ปล่อยสองมือเล็กให้เป็นอิสระ เธอกำหมัดทุบตีเขาทั้งหวีดร้องดีดดิ้นขัดขืน แต่ชายหนุ่มกลับหัวเราะคำรามด้วยความพออกพอใจ เขาตวัดลิ้นลงบนยอดอกสะพรั่ง ดูดดึงโลมเลียด้วยความกระหาย แรงจากกำปั้นน้อยๆ ไม่ได้ระคายผิวเนื้อของแดนสรวงเลย เขาปล่อยให้เธอดิ้นรนจนกระทั่งเรี่ยวแรงล่าถอยไปเอง แล้วได้แต่นั่งสะอื้นรอรับทัณฑ์บนที่เขากำลังยัดเยียดให้ มือใหญ่ขยำเคล้นเต้าอวบแต่ละที อุ้งปากอุ่นร้อนที่กำลังดื่มกินเธออยู่ทั้งขบกัดดูดเม้มไม่ได้ปรานี สร้างความเจ็บปวดร้าวไปทั้งกายและใจ “ฆ่า...ฆ่าฉันเสียเถอะ” “ฉันไม่ปล่อยเธอไว้นานหรอกทูนหัว อืม แต่ชักติดใจแล้วสิ เธอมันทั้งหอม ทั้งหวานขนาดนี้อาจได้อยู่ต่อนานอีกหน่อย” ร่างใหญ่ตอบกลับเสียงกระเส่า ผละออกห่างจากมาเรียมเล็กน้อยสายตาจ้องมองริ้วรอยแดงปื้นบนผิวเนื้อขาวนวลของเธอ แล้วยิ่งทำให้รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว... นานแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกกระสันซ่านจนยากจะควบคุมตัวเองเช่นนี้ “กรี๊ด!” เธอถูกจับพลิกตัวให้ตะแคงข้างโดยไม่ทันระวัง เสียงกางเกงถูกของมีคมบางอย่างกรีดจนช่วงเอวขาดยาวมาจนถึงสะโพกผาย ก่อนจะถูกกระชากออกจากตัว แล้วชายหนุ่มก็ดึงให้เธอหันหน้ามาเผชิญกับเขาดังเดิม นัยน์แววตาของเขามันเป็นไป จากสัตว์ร้ายดุดันเหี้ยมเกรียม บัดนี้ในดวงตานั้นเต็มไปด้วยความต้องการ “อย่าบอกนะว่าไม่เคย...” เขาถาม หายใจหอบไม่ได้ต่างจากอีกฝ่ายแม้ความรู้สึกจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง “...” เธอไม่ตอบได้แต่ปล่อยให้น้ำตานองหน้า รู้ชะตาตัวเองดีว่า ทุกคำตอบไม่ได้มีความหมายสำหรับชายแปลกหน้าคนนี้ หากเป็นคนจิตใจปกติ คงไม่ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้อย่างเธอมาตั้งแต่แรกแล้ว “ฮะ ๆ ๆ ถือว่าเด็ด ที่ฉันได้เป็นผัวคนแรกของคุณหนูมาเรียมผู้สูงส่ง” “อื้อ!!” สิ้นเสียงหัวเราะสาแก่ใจนั้นเขาก็ทับร่างเข้าหาเธออีกครั้ง ประกบจูบแนบริมฝีปากชิดแล้วบดเบียดพร้อมแทรกเรียวลิ้นสำรวจความหวานจากตัวเธอ มาเรียมรู้สึกเหนื่อยและเจ็บร้าวไปทั้งร่าง ทรวงอกทั้งสองข้างถูกอุ้งมือมารครอบครองเอาไว้อีกครั้ง เธอถูกรุกรานอย่างเต็มรูปแบบ ขาสองข้างแยกออกจากกันจากการที่เขาแทรกตัวกดเข้าหา ชั้นในตัวบางจิ๋วที่เหลือติดกายเพียงตัวเดียวไม่ได้ช่วยปกป้องการเสียดสีอันหนักหน่วงได้เลย เธอแทบจะแหลกยับคามือเขาในขณะที่เพิ่งจะเริ่มต้นความเลวร้ายอย่างแท้จริง “อา...” เสียงครางหวีดร้องนั้นไม่ได้เกิดจากร่างกายที่อยากตอบสนองความใคร่กระหายของเขา แต่แดนสรวงไม่ได้แยแส เขามุ่งหวังแต่จะดับความร้อนรุ่มในตัวให้เสร็จสิ้นเท่านั้น และไม่มีอะไรจะมาหยุดความบ้าคลั่งในตอนนี้ได้อีกแล้ว ท่อนล่างที่อยู่ระหว่างขาขาวเนียนเบียดเข้าหาส่วนพึงสงวนที่ยังมีชั้นในตัวน้อยปกปิดเอาไว้ เขาถูกลากขึ้นลงไปพร้อมๆ กับสองมือที่ขย้ำเคล้นเต้างามจนบัดนี้แดงช้ำไปทุกตารางนิ้ว นิ้วหัวแม่มือกดบี้ยอดถันสีสวยที่เกร็งเครียดชูชัน กลีบปากบอบบางถูกดูดดึงรุกรานและปล่อยให้เธอได้หายใจเป็นครั้งคราวเท่านั้น มาเรียมเหมือนจะสำลักในบทสวาทอันรุนแรง เขามองเธอเป็นแค่เหยื่อที่อยากย่ำยีให้สาแก่ใจ ทั้งที่เธอยังไม่เคยรู้เหตุผลนั้นเลย “อืม...เสียวจนทนไม่ไหวแล้วมาเรียม” กลิ่นสาวที่สดใหม่หอมกรุ่นเย้ายวนยิ่งนัก สัญชาตญาณนักล่าเหิมเกริมไปด้วยเลือดหนุ่มที่ฉีดพล่านรอการปลดปล่อย ปทุมถันที่กำลังอูมสะพรั่งแดงปลั่งเพราะถูกรุกรานอย่างไม่คิดถนอมยังตรึงสายตาเขาชายหนุ่มก้มลงพรมจูบตรงซอกคอแล้ววนมาอีกด้าน ลากลิ้นยาวไปตามผิวเนื้อสั่นระริกเย็นเฉียบมาจนถึงเนินอกผุดผ่อง เขาขบฟันลงบนเนื้ออวบได้รูปอีกครั้ง ตวัดลิ้นงับยอดอกดูดดื่มกลืนกินราวกับได้ลิ้มรสอาหารอันโอชะ
ร่างของเธอกระตุกแอ่นรับสัมผัสทารุณ เสียงร้องไห้กระซิกปนเสียงครางในยามปวดร้าวกล่อมเกลาปีศาจร้ายให้ลำพองใจในอำนาจที่เหนือกว่า “ดิ้นรนไปก็เท่านั้น...มาเรียม เก็บแรงไว้รับตอนฉันเอาดุ้นกระแทกใส่เธอดีกว่า” “...” เธอไม่ได้ฟังเขา ไม่อยากรับรู้สารใดจากผู้ชายโฉดชั่วคนนี้แม้แต่น้อย เธอยังคงพยายามปัดป้องกันตัวเองจากการล่วงล้ำ ยอดอกแข็งเป็นไตกำลังถูกระรัวลิ้นกระทุ้งอยู่ในอุ้งปากร้อนระอุของเขา คนหยาบช้าละเลงเล่นเต้าทั้งสองข้างสลับกัน ไม่อินังต่อกิริยาต่อต้านใดๆ ใบหน้าคมสันครูดลากลงมาเรื่อยๆ หลังจากนั้น หนวดเคราแข็งคมขูดบาดผิวเนื้อให้เจ็บแสบเป็นทาง ลิ้นสากลากละเลงพลางขบริมฝีปากเม้มดูดผิวสาวจนเกิดเป็นรอยจ้ำช้ำเลือด ร่างเล็กแอ่นหยัดดิ้นพรวดในขณะที่เขาซุกลิ้นลงสู่สะดือบุ๋มของเธอ หน้าท้องหดเกร็งเมื่อสัมผัสจากเรียวลิ้นและริมฝีปากพรมจูบอยู่เหนือใจกลางระหว่างขาเพียงเล็กน้อย เธอกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งฝืด กลั้นหายใจนิ่งงัน แล้วทำได้เพียงปล่อยน้ำตาให้รินไหลพร้อมเสียงกระซิกสะอื้น สองมือพยายามผลักดันศีรษะของเขาให้ไกลออกจากตัว สองขาถีบพื้นดันตัวเองให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือมารร้ายนี้เสียที แต่ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง... “อ๊า!! เจ็บ อย่า...อย่าทำ”“สองคนจะคุยดีกันไม่ได้เลยจริงๆ เหรอคะ” มาเรียมกอดอกรั้งผ้าคลุมไหล่สีขาวเอาไว้แล้วก้าวเข้ามายืนข้างๆ เขา แดนสรวงยิ้มให้แล้วประคองเธอกอดพาหันไปทางด้านทะเล เดินไปจนชิดติดรั้วไม้ “เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว” “พี่พจน์ดูจะรักคุณริกามากนะคะ ฉันก็ไม่เคยเห็นเขาเอาใจใครเท่านี้มาก่อนเหมือนกัน” “ผู้ชายแบบมันก็ปากหวานก้นเปรี้ยวไปทั่ว” “นั่นพี่ชายฉันนะแดน แล้วฉันก็มั่นใจว่ารักครั้งนี้ของพี่พจน์เป็นรักที่จริงจัง คุณริกาน้ำใจงามน่านับถือมาก ถ้าพี่พจน์เสียเธอไปฉันก็ไม่ยอมเหมือนกัน” มาเรียมเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาของเธอจับจ้องอยู่ตรงผืนทะเลที่ดวงอาทิตย์กำลังจมลับลงไปทีละน้อย แสงสีแดงสีส้มระบายฝืนฟ้าและฝืนน้ำเป็นปรากฏการทางธรรมชาติที่ชวนมองจนไม่อยากละสายตา “ที่ฉันปล่อยให้มันคบกับริกาก็เพราะน้องฉันโตแล้ว คิดเองเลือกเองดูแลตัวเองได้แล้ว เราถูกเลี้ยงมาแบบให้อิสระในการตัดสินใจกัน แต่ถ้ามันทิ้งริกาไปอีกคน มันได้ตายด้วยมือฉันแน่ๆ” “ค่ะ...พ่อคนเก่ง พ่อคนโหด พ่อจอมโจร” หญิงสาวล้อเลียน เขาจึงรั้งเธอมากอดเอาไว้เต็มอ้อมแขน ให้ร่างเล็กพิงพักแผ่นหลังของเธอลง
“พี่เรียม!!” ร่างเล็กในชุดใหม่ที่เธอไม่เคยมีวิ่งตัวลิ่วพร้อมตะโกนเรียกมาเรียมเสียงดัง เธอจำได้แม้จะเห็นเพียงด้านหลังในขณะที่หญิงสาวกำลังปิ้งบาบีคิวอยู่ริมสระว่ายน้ำ “อูซา...อูซาจริงๆ ด้วย มาได้ยังไงเนี่ย” มาเรียมหันกลับไปอ้าแขนรับอูซาเข้ามากอดด้วยความคิดถึงและแปลกใจปนเปกัน เด็กสาวดูซูบผอมลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีรอยยิ้มที่สดใสเหมือนเดิม “นายแดนให้ลุงแสงพามาส่งค่ะ หนูคิดถึงพี่เรียมมากๆ ร้องไห้ทุกวันเลย” “พี่ก็คิดถึงอูซาที่สุด พี่ตั้งใจว่าจะให้แดนไปรับอูซามาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ ไม่คิดว่าเขาจะรู้ใจพี่ขนาดนี้” “คงเหลือแต่เดือนกับดาวแล้วล่ะค่ะ ที่พี่เรียมยังไม่ได้” เด็กสาวเอ่ยปากหยอกล้อ จนอีกฝ่ายหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี “เด็กแก่แดดนี่...ออ กินอะไรมาหรือยัง อูซามากับใคร แล้วลุงแสงล่ะ” “ลุงแสงพามาส่งขึ้นเครื่องบินที่เชียงใหม่ค่ะ หนูกลัวเกือบตายแล้วนายแดนก็ให้คนไปรับมาจากสนามบินดอนเมืองพามาส่งที่นี่แหละ” เด็กสาวผละออกจากร
“แดน...นายกลับมาแล้ว ฉันรอนายทุกวัน” มาเรียมโผเข้ามากอดเขาหลังจากหมอและพยาบาลตรวจอะไรต่อมิอะไรเสร็จแล้วในวันที่ตื่นขึ้นมาครั้งแรก เธอร้องไห้ตัวโยนซบอยู่บนแผงอกเขาจนน้ำตาเปียกชื้นเสื้อที่สวมอยู่ เขายังขยับตัวไม่ได้มาก ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ทั้งร่างปวดระบมไปหมด เขาดีใจ...ที่สัมผัสแรกเป็นของเธอ อยากกอดอยากปลอบโยนเธอบางแต่ก็ทำไม่ได้ นึกย้อนถึงความฝันประหลาดได้พบกับวาเลนเซียร์ ไม่แน่ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ช่วงหนึ่งเขาอาจจะตายไปแล้วจริง แต่เพราะสำนึกฝังใจเรื่องลูกนี่แหละที่ผลักดันให้เขาไม่ยอมแพ้... “นายต้องปลอดภัยนะ...ลูกกับฉันจะไม่ไปไหนจนกว่านายจะหายดี” เธอกล่าวย้ำ และผละห่างเล็กน้อยดึงมือเขาไปกุมเอาไว้ ในขณะที่เขาพยายามเหลือบมองไปที่หน้าท้องของเธอและกระตุกมืออยากไปจับตรงส่วนนั้นด้วยความเป็นห่วง มาเรียมจึงวางมือของเขาแนบทาบไปที่ท้องน้อย “ลูกของเรา...” มาเรียมเอยได้เพียงเท่านั้น เธอยิ้มให้กับเขา “...” มันคือความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่มาก ชีวิตน้อยๆ ที่กำลังเติบโตอยู่ในครรภ์ของมาเรียมคือโลกทั้งใบของเขา น้ำตาลูกผู้ชายเอ่อล้นออกมาเองโด
สองเท้าก้าวเหยียบลงบนความว่างเปล่า...รอบตัวขาวโพลนไปหมดไม่มีจุดสิ้นสุด ชายหนุ่มก้มมองตัวเองในชุดสีขาวสะอาดตาแล้วลูบแรงๆ ไปตามหน้าท้อง แขนและส่วนต่างๆ...ไม่เจ็บ ไม่ปวด บาดแผลที่มีอยู่เต็มตัวก็หายไปเขาตายแล้วใช่ไหม...ความงุนงงปนเปเข้ามาในสภาวะที่ไม่คุ้นเคย เขาไม่แน่ใจนักหรอกว่าที่นี่คือที่ไหนถ้าหากว่าเขาหมดลมหายใจไปแล้วจริงๆ นี่ควรจะเป็นสวรรค์หรือนรกดีล่ะ “พี่แดน...” “มาลัย!” เขาหันรอบตัวทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงคุ้นเคย แต่ไม่เห็นใคร ชายหนุ่มขมวดคิ้วสงสัยว่าใยเขายังได้ยินเสียงเรียกที่เคยฝันถึงทุกๆ คืนหากว่าเขาตายไปแล้ว “!!” แดนสรวงผงะเมื่อร่างบางในชุดขาวฟูฟ่องมายืนอยู่ตรงหน้าแล้วค่อยๆ เลือนรางหายไปปรากฏอยู่ห่างกันเล็กน้อย หญิงสาวในชุดสีขาวยิ้มเศร้าให้กับเขาชายกระโปรงของเธอยาวระพื้นจนปิดเท้า สองมือขนาบข้างลำตัว รอบๆ ตัวเธอมีหมอกจางๆ ลอยฟุ้งจนมองเห็นได้ไม่ชัดเจน “พี่แดน...” เธอเรียกเขา แต่แดนสรวงไม่เห็นริมฝีปากบางนั้นขยับ “มาลัย...มาลัยมาทำอะไรที่นี่ พี่ตายไปแล้วใช่ไหม” เขาถาม...และพยายามเดินไปหาร่างแบบบางระหง ทว่า...เธอกลับห่าง
คมพจน์นึกย้อนกลับไป สมัยที่เขาเพิ่งได้รับตำแหน่งประธานบริษัทใหม่ๆ แทนบิดาซึ่งโรคภัยรุมเร้าและกลับไปปักหลักที่ต่างประเทศบ้านเกิดอย่างเป็นทางการ เหตุผลอีกอย่างหนึ่งก็คือบิดาอยากมีเวลาดูแลมารดากับน้องสาวของเขาอย่างเต็มที่ด้วย หลังจากปล่อยให้สองคนนั้นอยู่กันตามลำพังเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนเขาและบิดาก็บินไปบินมาสลับกันด้วยเพราะต่างก็มีภาระหน้าที่เขารู้สึกกับพอวา...ในตอนที่ยังเป็นผู้ช่วยแพทย์ เธอทั้งสวยทั้งเก่ง ดูเป็นผู้หญิงทันสมัยมีความมั่นใจสูง ด้วยความเป็นนักรักผู้ช่ำชอง และบริษัทของเขาได้ทำสัญญาประกันสุขภาพกับโรงพยาบาลที่พอวาทำงานอยู่ในตอนนั้น จึงไม่ใช่เรื่องยากเมื่อต้องการจะเข้าถึงตัวคุณหมอสาวการที่พอวานิสัยไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เคยผ่านมา มันดึงดูดให้เขาหลงใหลในตัวเธอมาก ถึงกับถอดเขี้ยวเล็บและคบหากันอย่างจริงจังอยู่นานแต่เมื่อเวลาล่วงเลยไป...ความหลง ความแปลกใหม่ก็เริ่มชาชิน พอวาจริงจังกับหน้าที่การงานมากจนเขาแทบไม่มีตัวตน เธอเป็นสาวมั่นที่ตัดสินใจเอง ทำอะไรได้ด้วยตัวเองทุกอย่างจนเหมือนเขาไม่ได้มีความหมายเขาเป็นผู้ชาย...ในขณะที่เธอเป็นผู้หญิงแต่กลับมีภาวะความเ
“คุณไม่ควรพาเด็กมาในที่แบบนี้...”“...” ชายหนุ่มวางเด็กชายในอ้อมให้ยืนลงบนพื้น ละสายตาจากภาพทิวทัศน์ตรงหน้าจากหน้าผาสูงสู่เบื้องล่างอันเวิ้งว้าง เต็มไปด้วยร่องรอยความเสียหายจากภัยธรรมชาติ เขาหันกลับไปมองเจ้าของเสียงเรียกทัก ที่ในอดีต...เขาคุ้นเคยกับน้ำเสียงนี้เป็นอย่างดี“ผมไม่อยากห่างกับเขา...แล้วริกาก็ต้องดูแลมาเรียม”“บนดอยยังอันตราย เรายังฟื้นฟูพื้นที่ไม่ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ” เธอกล่าว...สีหน้าเคร่งเครียดเมื่อเหลือบมองเด็กน้อยไร้เดียงสาที่ยืนเกาะขาของเขาไว้แน่นแม้ว่าคมพจน์จะมีเงินสร้างที่อยู่ชั่วคราวได้อย่างสะดวกสบายในระดับหนึ่ง แต่บนดอยที่เพิ่งถูกภัยธรรมชาติกระหน่ำไปหมาดๆ แห่งนี้ก็ไม่ได้เหมาะสมกับเด็กเล็กๆ อยู่ดี“ผมกับลูกไม่ได้ทำตัวเป็นภาระใคร แล้วก็ไม่ได้ขัดขวางการทำงานของคุณด้วย เจอตัวไอ้แดนเมื่อไหร่เราก็จะกลับกันทันที”“ตามใจ...ฉันเตือนด้วยความหวังดี เพราะถ้าเด็กมันป่วยขึ้นมามันจะลำบาก บุคลากรเราไม่พอ การเดินทางก็ลำบากแสนเข็ญ” เธอถอนหายใจแล้วส่ายหน้า พร้อมกับหันหลังกลับ เพื่อจะไปทำงานของตัวเองต่







