Masuk“อา...ขนาดตรงนี้ยังหอม” แดนสรวงตั้งใจกดใบหน้าลงตรงเนินเนื้ออูมเร้นลับ หนวดแข็งๆ ของเขาทิ่มแทงทะลุชั้นในตัวจิ๋วสัมผัสถูกไปกับความบอบบางของวัยสาว
มือของเธอที่ผลักไสเขาไม่มีแรงพอจะหยุดยั้งอันตรายที่กำลังคืบคลานครอบงำอยู่ทุกขณะ ริมฝีปากหนาค่อยๆ จูบตรงขอบแพนตี้แล้วกัดลากร่นลงมาจนแพเส้นไหมบางๆ โผล่พ้นให้เห็น ใจของเขาเต้นแรงพอๆ กับจังหวะการหายใจที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ สองมือใหญ่จับมั่นตรงต้นขากึ่งสะโพกผายแล้วยกขึ้นสูงในขณะที่ฝากฝังใบหน้าซุกลงระหว่างใจกลางของเธอ มาเรียมหวีดร้องเสียงหลง...สองขายกขึ้นหนีบศีรษะของเขา แต่เหมือนเป็นการอำนวยให้ชายหนุ่มสามารถสัมผัสสู่ระหว่างขาได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ลิ้นสากอุ่นชิ้นลากผ่านผิวผ้าลงมาถึงร่องเนื้อ ซุกตวัดละเลงเลียส่วนนั้นจนเปียกชื้น... “อย่า!” “อืม...แค่ลิ้นยังสั่นขนาดนี้ ถ้าเป็นดุ้นใหญ่ๆ ของฉันเธอคงดิ้นพล่านเพราะความเสียวสินะมาเรียม หึ หึ” กลิ่นกรุ่นของวัยแรกสาวอบอวลลสะกดให้ภมรหนุ่มลุ่มหลง เขาตวัดลิ้นคายความชื้นพร่างพรมปรนเปรอซอกเนื้อนุ่มบอบบางนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเปียกฉ่ำ เธอเกร็งตัวแข็งทื่อ มือที่ผลักไสจิกกำผมดกหนาของเขา น้ำตายิ่งจะไหลปริ่มพร้อมเสียงสะอื้นเบาๆ ยังกระซิกซ้อนเป็นระยะ ความอัปยศอดสูที่สุดของชีวิตลูกผู้หญิงก็คือการถูกข่มเหงขืนใจ และแม้จะเติบโตในต่างประเทศ ถูกหล่อหลอมจากสังคมฝรั่งแต่เธอก็ยังซึมซับวิถีชีวิตแบบไทยๆ จากคนรอบข้าง เรื่องความสัมพันธ์สำหรับเธอจึงไม่ใช่แค่ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น แต่มันสำคัญ...หากจะสูญเสียความสาวให้ใครสักคน อย่างน้อยๆ ก็ควรเป็นคนที่เธอมอบใจและเต็มใจ มาเรียมในนามนี้หมดสิ้นเรี่ยวแรงสมประดี หมดกำลังจะต่อต้านผู้มีกำลังเหนือกว่าได้แต่นอนตัวเกร็งหายใจหอบให้เขาจู่โจมตามแต่ใจ มือใหญ่ของเขาถ่างขาสองข้างของเธอให้อ้ากว้างขึ้น ลิ้นร้ายชอนไชเลียตรงโคนขาแล้วเสือกสอดแหวกขอบชั้นในเข้าหาผิวเนื้อซ่อนเร้น “อืม...” กลีบเนื้ออวบสัมผัสกับเรียวลิ้นชื้น เจ้าของร่างนั้นสะดุ้งเล็กน้อยแต่แดนสรวงกดตรงต้นขาเอาไว้ไม่ให้เธอดิ้นได้มากนัก จุดพึงสงวนไว้สั่นระริกกับสัมผัสแรกเมื่อลิ้นสากแตะต้อง ใบหน้าคมกร้านดุนดันสำรวจแก่นแท้ของร่องสวาทซึ่งแฉะชื้นปริ่มเปร่อให้เขาได้ดื่มด่ำอย่างเต็มที่ไม่บ่อยนักหรอกที่จะมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขากระหายถึงกับยอมสยบแทบกลางระหว่างขาได้เช่นนี้ แต่มาเรียมช่างงดงามทุกกระเบียดนิ้ว
เธอหอมกรุ่นเหมือนกุหลาบแรกแย้มในยามรุ่งอรุณ สด สะอาด และเย้ายวนท้าทาย หากเธอไม่ใช่ศัตรูเขาอาจเสน่หาในตัวเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น ได้สักพัก... “อา...มาเรียม เธอยังปิดสนิทจริงๆ ด้วย อืม...” ซอกกลีบสวาทเต้นเร่าขับคายความชื้นไม่วางวายเพราะถูกกระตุ้นดุนดันถี่ยิบ แดนสรวงจรดโคนลิ้นตรงรอยแยกด้านบนพาดลากผ่านปุ่มเนื้อกระสันสาวแล้วตวัดสะกิดกดเน้นเหมือนกำลังได้กลืนกินของหวาน หนวดเคราที่ประดับไว้ในใบหน้าครูดลากสร้างความระคายให้เนื้ออ่อนไม่น้อย หยาดทิพย์พร่างพราวรสชาติเลิศล้ำเกินจะหักห้ามใจไม่ให้ดื่มกิน เธอหยัดแอ่นตัวในบางครั้งพยายามหนี แต่...มันกลับเหมือนเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่เขา แดนสรวงลากลิ้นสากระรัวไปตามซอกบอบบางอุ่นชื้น เผลอดันรุกเข้าสู่โพรงสวาทแล้วก็ต้องครางฮือในลำคอกับความคับแน่นรัดกระตุกเขาอยู่ตลอดเวลา หญิงสาวอ่อนระทวยเพราะสิ้นแรงสมประดี อีกทั้งยังถูกกระตุ้นให้ความรู้สึกสับสนปั่นป่วนไปหมด ร่างใหญ่ผละออกด้วยความรีบเร่งเมื่อเห็นว่าเธอหยุดดิ้นรนปัดป้อง เสื้อยืดตัวใหญ่หลุดหายไปจากร่างบึกบึนโชว์แผงอกและหน้าท้องที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและแพขนเป็นระเบียบ มาเรียมมองภาพนั้นแล้วปิดเปลือกตาขับไล่หยาดน้ำตาไหลรินเป็นทางอาบขมับ เธอคงหนีความอดสูครั้งนี้ไม่ได้แล้วจริงๆ เธอกัดริมฝีปากที่ช้ำบวมซ้ำระบายความเครียดและกดดันในใจ และคิดการณ์บางอย่างเพื่อจะได้หลุดพ้นจากขุมนรกอันดำมืดหลังจากนี้... “อืม...อยู่ในป่านานๆ ได้เธอมาแก้ขัดก็พอได้หายเสี้ยนสักหน่อย ฉันคงติดใจความสดของเธอไปสักพักใหญ่ๆ แหละมาเรียม เพราะฉันเปลี่ยนใจไม่อยากให้ใครมาเอาเธอแบบที่ฉันกำลังทำจนกว่า...ฉันจะเบื่อ” เสียงกระเส่ากระท่อนกระแท่นค่อยๆ ใกล้เข้ามาจนริมฝีปากหยักหนาทาบลงบนทรวงอกอวบหยุ่นอีกครั้ง “อ๊า!! ฉัน...เจ็บ...” เธอครางหอบด้วยความเจ็บปวดในยามที่คมฟันกดกัดก้อนเนื้อนุ่มอย่างเมามัน ดูดกลืนแล้วดึงเม้นเสียงดังแข่งกับเสียงครางด้วยความพึงพอใจของเขา มือใหญ่สอดเข้าใต้เข่าแล้วยกขึ้นทั้งสองข้าง กดร่างเปลือยกำยำที่ปราศจากเสื้อผ้าของตนเองเข้าหาระหว่างขาด้วยความพิศวาส กดแนบแล้วถูไถระบายความใคร่ที่กำลังเดือดพล่านอยู่ในกาย แรงชายขยับเน้นไม่อาทร ลำรักแข็งขึงของเขาครูดไปกับเนินเนื้อแบบบางซ้ำๆ มือข้างหนึ่งลูบไล้มาแหวกชั้นในตัวน้อยแล้วดันลำสวาทสู่เนื้อแท้พึงสงวน เสียงทุ้มครางระงมในขณะที่อมดูดเต้าอวบสลับข้างไปมาด้วยความกักขฬะเมามันในอารมณ์ มาเรียมขัดขืนใจเต้นระทึกเมื่อความเป็นสาวถูกคุกคามหนักหน่วง ชายหนุ่มกดลำรักสู่ร่องสวาทอุ่นชื้นของเธอแล้วถูไถเนื้อแนบเนื้อ เธอไม่เคยถูกชายใดกล้ำกรายถึงขั้นนี้มาก่อน อีกทั้งเขายังไม่ใช่คนรู้จักหรือมีความรู้สึกดีงามต่อกัน เธอจึงไม่ต่างอะไรกับการถูกขืนใจให้ตายทั้งเป็น แดนสรวงกดลำสวาทที่พร้อมพรั่งสอดใส่เข้าหาความล้ำลึกในกายเธอ เพียงกดหน่วงเข้าไปเล็กน้อยชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงความสดใหม่ที่รัดส่วนหัวของเขาจนแน่น เธอยังพยายามดิ้นแต่เขาก็ใช้แรงกดตรึงเอาไว้ “บอกลาความบริสุทธิ์ของเธอได้เลยมาเรียม อา...” “กรี๊ด!!” ร่างเล็กกรีดร้องพร้อมน้ำตาที่พรั่งพรู ริมฝีปากสั่นระริกใบหน้าแหงนหงายรองรับความเจ็บปวดในขณะที่สะเอวสอบกดหนักหน่วงลงบนตัวเธอ ลำสวาทของบุรุษเพศขนาดไม่ธรรมดาจมลึกแทรกความคับแน่นจนเกือบมิดด้าม ตัวเขาเองก็หอบฮักไม่ต่างกัน พลางพร่ำพรรณนาไม่เป็นสรรพด้วยความเสียวซ่านไปทั้งกาย “ดีใจไหมที่ได้ผัวคนแรกกลางป่ากลางดง หืม มีไม่กี่คนหรอกที่ได้เปิดบริสุทธิ์ในบรรยากาศแบบนี้ อา...เสียวจริงๆ รัดซะแน่นจนแทบหายใจไม่ออกเลย” ชายหนุ่มกล่าวเสียงกระเส่าในขณะที่หยุดการเคลื่อนไหวเพื่อทำความคุ้นเคยกับความสดใหม่ที่กำลังลิ้มลอง “เจ็บ...ฉันเจ็บ...” เธอเอ่ยเสียงสั่นแผ่วเบา ความร้าวระบมตรงส่วนพึงสงวนไว้ทำให้เจ็บชาไปทั้งร่าง ขาสองข้างที่ถูกเขายกขนาบข้างลำตัวเกร็งค้างกระตุก หญิงสาวกรีดร้องอีกครั้งเมื่อชายหนุ่มเหนือร่างเริ่มขยับ เขากระแทกกระทั้นเข้าออกหนักหน่วงแต่ไม่เร็วนักในครั้งแรก ลำสวาทเสียดสีกับเนื้ออ่อนแสนบอบบางจนเธอเจ็บแสบไปหมด แดนสรวงผละใบหน้าออกจากทรวงอกอวบเด้งตรงหน้า เขาปล่อยเสียงครางระงมราวกับสัตว์ในป่านั้นเพราะความรัญจวนในเสน่หา หยาดทิพย์ในกายเธอขับคายออกมาอำนวยแต่การสอดเสียบให้คล่องตัวมากขึ้น กระนั้นโพรงสวาทของเธอก็ยังรัดแกนกายของเขาไม่ได้ผ่อนคลาย เขากำลังควบคุมความบ้าคลั่งในตัวไม่ได้ ความกระหายกำลังบัญชาให้เขากระหน่ำใส่โดยไม่สนเลยว่าร่างเล็กที่กำลังโยกคลอนนั้นเจ็บปวดมากมายแค่ไหน “อา...เสียวไปหมดเลยมาเรียม อูว...” ความสดใหม่ของมาเรียมครอบงำให้เขาเป็นเหมือนเดรัจฉานตัวหนึ่งที่ต้องการเพียงสมสู่และปลดปล่อย คนใต้ร่างจับจิกแขนเขาจนเล็บฝังเข้าไปในเนื้อแต่เขากลับไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย สะเอวสอบยังคงกระเด้าซอยถี่ยิบ กะซวกสอดใส่เธอครั้งแล้วครั้งเล่า หนักหน่วงและรุนแรงขึ้นทุกขณะจิต หญิงสาวหายใจไม่ทันกับจังหวะที่กระหน่ำหนักเข้าหาอย่างไม่บันยะบันยัง เสียงเนื้อระหว่างขากระแทกดังรัวเร็วและทุกครั้งเธอเหมือนกำลังถูกคมหอกคมดาบแหลมคมทิ่มแทงให้บาดเจ็บสาหัส เจ็บระบมไปทั้งตัว “ซี๊ด...เธอนี่มันเอามันจริงๆ เลยมาเรียม” คำผรุสวาทยังหลุดออกมาด้วยความใคร่ สองมือที่สอดอยู่ใต้เข่าล้วงดันขึ้นไปขยำเต้าสล้าง ทำให้ลำตัวของเธอยกโย้ขึ้นสูงจากพื้น รองรับจังหวะสอดเสียบของเขาได้แนบแน่นยิ่งขึ้น ร่างใหญ่เกร็งจนเส้นเลือดปูดนูน เหงื่อกาฬผุดพรายจนชื้นไปทั้งตัว ความเสียวซ่านกำลังไหลวนอยู่ในกระแสเลือด ใบหน้ากร้านก้มลงประกบริมฝีปากกับเธอในจังหวะสุดท้ายนั้น มือที่ขยำทรวงอกเผลอบีบสุดแรง สะเอวสอบกดลึกจ้วงล้ำจนลำเนื้อจมหายเข้าสู่ความสาว ก่อนจะปลดปล่อยความใคร่ออกมาจนหมดสิ้น ของเหลวขาวขุ่นทะลักล้นออกมาจากส่วนที่เชื่อมต่อแนบแน่นกันอยู่ ร่างสองร่างยังคงสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว แดนสรวงครางฮือในลำคอในขณะที่ยังจูบดูดกลีบปากบวมเจ่อใต้ร่าง เวลานิ่งงันไปหลายวินาทีก่อนที่ชายหนุ่มจะถอนจูบแล้วฟุบลงบนร่างแน่นิ่งของมาเรียม ความเสียวซ่านยังคืบคลานอยู่ในตัวเขาไม่ได้ผ่อนคลาย แต่หญิงสาวหมดสติไปแล้วและเขาไม่ชอบของเล่นที่ดิ้นไม่ได้เสียด้วย “หึ...แค่นี้ไม่ตายหรอกมาเรียม” เขาถอดถอนลำสวาทออกจากตัวเธอทั้งที่ยังหอบเหนื่อยไม่สร่าง ชายหนุ่มเป่าลมหายใจทางปากแล้วก้มดูหลักฐานความใคร่ของตนเอง โลหิตที่เจือปนออกมากับน้ำรักของเขาเป็นหลักฐานยืนยันได้อย่างดี ว่าเขา...คือคนแรกที่ได้ตีตราเป็นเจ้าของมาเรียม“สองคนจะคุยดีกันไม่ได้เลยจริงๆ เหรอคะ” มาเรียมกอดอกรั้งผ้าคลุมไหล่สีขาวเอาไว้แล้วก้าวเข้ามายืนข้างๆ เขา แดนสรวงยิ้มให้แล้วประคองเธอกอดพาหันไปทางด้านทะเล เดินไปจนชิดติดรั้วไม้ “เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว” “พี่พจน์ดูจะรักคุณริกามากนะคะ ฉันก็ไม่เคยเห็นเขาเอาใจใครเท่านี้มาก่อนเหมือนกัน” “ผู้ชายแบบมันก็ปากหวานก้นเปรี้ยวไปทั่ว” “นั่นพี่ชายฉันนะแดน แล้วฉันก็มั่นใจว่ารักครั้งนี้ของพี่พจน์เป็นรักที่จริงจัง คุณริกาน้ำใจงามน่านับถือมาก ถ้าพี่พจน์เสียเธอไปฉันก็ไม่ยอมเหมือนกัน” มาเรียมเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาของเธอจับจ้องอยู่ตรงผืนทะเลที่ดวงอาทิตย์กำลังจมลับลงไปทีละน้อย แสงสีแดงสีส้มระบายฝืนฟ้าและฝืนน้ำเป็นปรากฏการทางธรรมชาติที่ชวนมองจนไม่อยากละสายตา “ที่ฉันปล่อยให้มันคบกับริกาก็เพราะน้องฉันโตแล้ว คิดเองเลือกเองดูแลตัวเองได้แล้ว เราถูกเลี้ยงมาแบบให้อิสระในการตัดสินใจกัน แต่ถ้ามันทิ้งริกาไปอีกคน มันได้ตายด้วยมือฉันแน่ๆ” “ค่ะ...พ่อคนเก่ง พ่อคนโหด พ่อจอมโจร” หญิงสาวล้อเลียน เขาจึงรั้งเธอมากอดเอาไว้เต็มอ้อมแขน ให้ร่างเล็กพิงพักแผ่นหลังของเธอลง
“พี่เรียม!!” ร่างเล็กในชุดใหม่ที่เธอไม่เคยมีวิ่งตัวลิ่วพร้อมตะโกนเรียกมาเรียมเสียงดัง เธอจำได้แม้จะเห็นเพียงด้านหลังในขณะที่หญิงสาวกำลังปิ้งบาบีคิวอยู่ริมสระว่ายน้ำ “อูซา...อูซาจริงๆ ด้วย มาได้ยังไงเนี่ย” มาเรียมหันกลับไปอ้าแขนรับอูซาเข้ามากอดด้วยความคิดถึงและแปลกใจปนเปกัน เด็กสาวดูซูบผอมลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีรอยยิ้มที่สดใสเหมือนเดิม “นายแดนให้ลุงแสงพามาส่งค่ะ หนูคิดถึงพี่เรียมมากๆ ร้องไห้ทุกวันเลย” “พี่ก็คิดถึงอูซาที่สุด พี่ตั้งใจว่าจะให้แดนไปรับอูซามาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ ไม่คิดว่าเขาจะรู้ใจพี่ขนาดนี้” “คงเหลือแต่เดือนกับดาวแล้วล่ะค่ะ ที่พี่เรียมยังไม่ได้” เด็กสาวเอ่ยปากหยอกล้อ จนอีกฝ่ายหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี “เด็กแก่แดดนี่...ออ กินอะไรมาหรือยัง อูซามากับใคร แล้วลุงแสงล่ะ” “ลุงแสงพามาส่งขึ้นเครื่องบินที่เชียงใหม่ค่ะ หนูกลัวเกือบตายแล้วนายแดนก็ให้คนไปรับมาจากสนามบินดอนเมืองพามาส่งที่นี่แหละ” เด็กสาวผละออกจากร
“แดน...นายกลับมาแล้ว ฉันรอนายทุกวัน” มาเรียมโผเข้ามากอดเขาหลังจากหมอและพยาบาลตรวจอะไรต่อมิอะไรเสร็จแล้วในวันที่ตื่นขึ้นมาครั้งแรก เธอร้องไห้ตัวโยนซบอยู่บนแผงอกเขาจนน้ำตาเปียกชื้นเสื้อที่สวมอยู่ เขายังขยับตัวไม่ได้มาก ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ทั้งร่างปวดระบมไปหมด เขาดีใจ...ที่สัมผัสแรกเป็นของเธอ อยากกอดอยากปลอบโยนเธอบางแต่ก็ทำไม่ได้ นึกย้อนถึงความฝันประหลาดได้พบกับวาเลนเซียร์ ไม่แน่ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ช่วงหนึ่งเขาอาจจะตายไปแล้วจริง แต่เพราะสำนึกฝังใจเรื่องลูกนี่แหละที่ผลักดันให้เขาไม่ยอมแพ้... “นายต้องปลอดภัยนะ...ลูกกับฉันจะไม่ไปไหนจนกว่านายจะหายดี” เธอกล่าวย้ำ และผละห่างเล็กน้อยดึงมือเขาไปกุมเอาไว้ ในขณะที่เขาพยายามเหลือบมองไปที่หน้าท้องของเธอและกระตุกมืออยากไปจับตรงส่วนนั้นด้วยความเป็นห่วง มาเรียมจึงวางมือของเขาแนบทาบไปที่ท้องน้อย “ลูกของเรา...” มาเรียมเอยได้เพียงเท่านั้น เธอยิ้มให้กับเขา “...” มันคือความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่มาก ชีวิตน้อยๆ ที่กำลังเติบโตอยู่ในครรภ์ของมาเรียมคือโลกทั้งใบของเขา น้ำตาลูกผู้ชายเอ่อล้นออกมาเองโด
สองเท้าก้าวเหยียบลงบนความว่างเปล่า...รอบตัวขาวโพลนไปหมดไม่มีจุดสิ้นสุด ชายหนุ่มก้มมองตัวเองในชุดสีขาวสะอาดตาแล้วลูบแรงๆ ไปตามหน้าท้อง แขนและส่วนต่างๆ...ไม่เจ็บ ไม่ปวด บาดแผลที่มีอยู่เต็มตัวก็หายไปเขาตายแล้วใช่ไหม...ความงุนงงปนเปเข้ามาในสภาวะที่ไม่คุ้นเคย เขาไม่แน่ใจนักหรอกว่าที่นี่คือที่ไหนถ้าหากว่าเขาหมดลมหายใจไปแล้วจริงๆ นี่ควรจะเป็นสวรรค์หรือนรกดีล่ะ “พี่แดน...” “มาลัย!” เขาหันรอบตัวทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงคุ้นเคย แต่ไม่เห็นใคร ชายหนุ่มขมวดคิ้วสงสัยว่าใยเขายังได้ยินเสียงเรียกที่เคยฝันถึงทุกๆ คืนหากว่าเขาตายไปแล้ว “!!” แดนสรวงผงะเมื่อร่างบางในชุดขาวฟูฟ่องมายืนอยู่ตรงหน้าแล้วค่อยๆ เลือนรางหายไปปรากฏอยู่ห่างกันเล็กน้อย หญิงสาวในชุดสีขาวยิ้มเศร้าให้กับเขาชายกระโปรงของเธอยาวระพื้นจนปิดเท้า สองมือขนาบข้างลำตัว รอบๆ ตัวเธอมีหมอกจางๆ ลอยฟุ้งจนมองเห็นได้ไม่ชัดเจน “พี่แดน...” เธอเรียกเขา แต่แดนสรวงไม่เห็นริมฝีปากบางนั้นขยับ “มาลัย...มาลัยมาทำอะไรที่นี่ พี่ตายไปแล้วใช่ไหม” เขาถาม...และพยายามเดินไปหาร่างแบบบางระหง ทว่า...เธอกลับห่าง
คมพจน์นึกย้อนกลับไป สมัยที่เขาเพิ่งได้รับตำแหน่งประธานบริษัทใหม่ๆ แทนบิดาซึ่งโรคภัยรุมเร้าและกลับไปปักหลักที่ต่างประเทศบ้านเกิดอย่างเป็นทางการ เหตุผลอีกอย่างหนึ่งก็คือบิดาอยากมีเวลาดูแลมารดากับน้องสาวของเขาอย่างเต็มที่ด้วย หลังจากปล่อยให้สองคนนั้นอยู่กันตามลำพังเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนเขาและบิดาก็บินไปบินมาสลับกันด้วยเพราะต่างก็มีภาระหน้าที่เขารู้สึกกับพอวา...ในตอนที่ยังเป็นผู้ช่วยแพทย์ เธอทั้งสวยทั้งเก่ง ดูเป็นผู้หญิงทันสมัยมีความมั่นใจสูง ด้วยความเป็นนักรักผู้ช่ำชอง และบริษัทของเขาได้ทำสัญญาประกันสุขภาพกับโรงพยาบาลที่พอวาทำงานอยู่ในตอนนั้น จึงไม่ใช่เรื่องยากเมื่อต้องการจะเข้าถึงตัวคุณหมอสาวการที่พอวานิสัยไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เคยผ่านมา มันดึงดูดให้เขาหลงใหลในตัวเธอมาก ถึงกับถอดเขี้ยวเล็บและคบหากันอย่างจริงจังอยู่นานแต่เมื่อเวลาล่วงเลยไป...ความหลง ความแปลกใหม่ก็เริ่มชาชิน พอวาจริงจังกับหน้าที่การงานมากจนเขาแทบไม่มีตัวตน เธอเป็นสาวมั่นที่ตัดสินใจเอง ทำอะไรได้ด้วยตัวเองทุกอย่างจนเหมือนเขาไม่ได้มีความหมายเขาเป็นผู้ชาย...ในขณะที่เธอเป็นผู้หญิงแต่กลับมีภาวะความเ
“คุณไม่ควรพาเด็กมาในที่แบบนี้...”“...” ชายหนุ่มวางเด็กชายในอ้อมให้ยืนลงบนพื้น ละสายตาจากภาพทิวทัศน์ตรงหน้าจากหน้าผาสูงสู่เบื้องล่างอันเวิ้งว้าง เต็มไปด้วยร่องรอยความเสียหายจากภัยธรรมชาติ เขาหันกลับไปมองเจ้าของเสียงเรียกทัก ที่ในอดีต...เขาคุ้นเคยกับน้ำเสียงนี้เป็นอย่างดี“ผมไม่อยากห่างกับเขา...แล้วริกาก็ต้องดูแลมาเรียม”“บนดอยยังอันตราย เรายังฟื้นฟูพื้นที่ไม่ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ” เธอกล่าว...สีหน้าเคร่งเครียดเมื่อเหลือบมองเด็กน้อยไร้เดียงสาที่ยืนเกาะขาของเขาไว้แน่นแม้ว่าคมพจน์จะมีเงินสร้างที่อยู่ชั่วคราวได้อย่างสะดวกสบายในระดับหนึ่ง แต่บนดอยที่เพิ่งถูกภัยธรรมชาติกระหน่ำไปหมาดๆ แห่งนี้ก็ไม่ได้เหมาะสมกับเด็กเล็กๆ อยู่ดี“ผมกับลูกไม่ได้ทำตัวเป็นภาระใคร แล้วก็ไม่ได้ขัดขวางการทำงานของคุณด้วย เจอตัวไอ้แดนเมื่อไหร่เราก็จะกลับกันทันที”“ตามใจ...ฉันเตือนด้วยความหวังดี เพราะถ้าเด็กมันป่วยขึ้นมามันจะลำบาก บุคลากรเราไม่พอ การเดินทางก็ลำบากแสนเข็ญ” เธอถอนหายใจแล้วส่ายหน้า พร้อมกับหันหลังกลับ เพื่อจะไปทำงานของตัวเองต่







