تسجيل الدخولนอกจาก จาคอบ ออสติน หัวหน้ามาเฟียกลุ่มปลาวาฬเพชฌฆาตจะกลัวเข็ม แต่ก็ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการฝังเข็มแล้ว เขายังมีอาการแพ้เสื้อกาวน์เป็นเหตุสังเกตได้ หมอบัว แพทย์ฝังเข็ม เวชศาสตร์ฟื้นฟูเฉพาะทาง ที่จาคอบอยากจะหนีเอาเธอไปรักษาแค่เฉพาะเขาคนเดียวเท่านั้น เธอถนัดฝังเข็ม แต่เขาน่ะหรือ...อยากจะฝังรักลงกลางหัวใจคุณหมอคนสวย จีบหมออย่ารอช้า...เดี๋ยวจะถูกใครคว้าไปกิน รีบจีบ รีบอ่อย รีบฉุด เอ๊ย! รีบบุก ก็มาเฟียอยากได้หมอเป็นเมียละนะ คนเขาดูออก!
عرض المزيدทางเดินทอดยาวภายในอาคารสีขาวสะอาดตา มีเสียงเปียโนคลอเคล้าดังแว่วจากนักเล่นที่นั่งบรรเลงอยู่ตรงโถงกลางห้องกว้าง มีสวนหย่อมจัดอยู่โดยรอบตลอดไปจนถึงห้องตรวจ ถ้าไม่บอกว่าสถานที่แห่งนี้คือโรงพยาบาล ใครหลายคนคงคิดว่าเป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาวมากกว่า
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก้าวลงไปบนทางเดิน คนที่เดินนำหน้าสุดอยู่ในชุดสูทเรียบหรูสีเทา ใบหน้าหล่อเหลาสวมแว่นตากันแดดสีดำแต่ไม่สามารถปกปิดความหล่อเหลาเอาไว้ได้
เจ้าของความสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร คือ ‘จาคอป ออสติน’ มาเฟียหนุ่มรูปงามที่สาวๆ ในโรงพยาบาลต่างเหลียวมองเป็นตาเดียว ไม่ใช่แค่เพียงความหล่อที่พกมาเต็มร้อย แต่เขามีขบวนติดตามที่เฝ้าอารักขาเกือบสิบคน นั่นเรียกสายตาสนใจจากคนทั่วไปได้เป็นอย่างดี หากแต่ว่านี่คือโรงพยาบาลเอกชนที่ดีที่สุดและแพงที่สุด การได้เห็นภาพของสุภาพบุรุษคนหนึ่งมีทีมบอดีการ์ดรายล้อมจึงไม่สร้างความประหลาดใจมากนัก เพราะที่โรงพยาบาลแห่งนี้มีแต่คนระดับเศรษฐีมาใช้บริการ อีกทั้งยังรับคนป่วยกระเป๋าหนักที่เดินทางจากต่างประเทศเพื่อมารักษาที่เมืองไทยโดยเฉพาะ เพราะต่างประเทศนั้นมีข้อจำกัดทางด้านการรักษามากกว่าเมืองไทย
“มิสเตอร์ออสตินเชิญเข้าห้องตรวจได้เลยค่ะ”
เสียงพยาบาลที่พูดภาษาอังกฤษได้อย่างดีสมกับเป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำดังขึ้นพร้อมกับเดินมาผายมือเชิญ จาคอปเดินนำเข้าห้องตรวจพร้อมกับทีมอารักขาเต็มอัตราที่เดินตามผู้เป็นนายไปอย่างรู้หน้าที่ พยาบาลสาวจะร้องทักแต่พวกเขาเหล่านั้นก็เดินตามเจ้านายเข้าไปโดยไม่สนใจสีหน้าเหวอๆ ของพยาบาลสาวชาวไทย
การเข้ามาแบบครบทีมของผู้ป่วยทำให้คุณหมอคนสวยเงยหน้าจากแฟ้มประวัติคนไข้ขึ้นมอง ดวงตาคู่กลมโตกะพริบปริบๆ
‘อะไรกัน มาหาหมอหรือจะมาอุ้มหมอ’
‘แพทย์หญิง บัวบุษยา ศิริกุล’ หรือหมอบัว ขมวดคิ้วทันทีที่เห็นภาพนี้ เธอเป็นแพทย์ที่ดูแลการฝังเข็มให้กับผู้ป่วยที่เข้ามารักษาที่ศูนย์เวชศาสตร์การฟื้นและกายภาพบำบัดภายในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งนี้ แม้จะเพิ่งเรียนจบมาได้ไม่นาน แต่เธอก็ได้รับการยกย่องว่ามีความสามารถในด้านการฝังเข็มเป็นอย่างมาก
ผู้ป่วยรายนี้เป็นคนที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยกโทรศัพท์สายตรงมาให้เธอช่วยรับหน้าที่ตรวจเป็นพิเศษ เพราะเขาเป็นลูกชายของเพื่อนสนิทผู้อำนวยการ แต่นางพยาบาลลือกันว่าคนกลุ่มนี้เป็นพวกมาเฟียที่มีอิทธิพลมาก
เธอไม่เคยรู้จักพวกมาเฟีย เคยดูผ่านภาพยนตร์ กับช่วงเรียนมหาวิทยาลัยเคยอ่านผ่านตามาบ้างในนิยายพาฝัน แต่ไม่คิดว่าเดี๋ยวนี้จะยังมีพวกกลุ่มคนที่ตั้งตนเป็นมาเฟียอยู่อีก ท่านผู้อำนวยการบอกเธอว่า เขาต้องการได้รับการรักษาที่ตรงจุด และเธอคือแพทย์เฉพาะทางคนเดียวที่ทางโรงพยาบาลไว้ใจให้ทำหน้าที่รักษาคนสำคัญคนนี้
ใบหน้าน่ารักในชุดเสื้อกาวน์ขาวสะอาดมองจ้องเขม็งมาทำให้จาคอปจ้องกลับ ไม่เคยมีใครสบตาเขาอย่างท้าทายเช่นนี้มาก่อน นั่นคือความคิดที่ทำให้มาเฟียหนุ่มอดประหลาดใจไม่ได้ จนถึงกับต้องถอดแว่นกันแดดออกเพื่อมองคนสวย
สายตาสองคู่สบกัน ขณะที่บัวบุษยาก็ไม่ได้ยอมแพ้ มาเฟียหนุ่มยกยิ้มน้อยๆ อย่างพึงพอใจ และรอยยิ้มน่าประหลาดนั้นก็ทำให้บัวบุษยาได้สติ อดต่อว่าตัวเองไม่ได้ที่เผลอมองเขานานเกินไป
“มิสเตอร์ออสตินเชิญนั่งค่ะ แต่ก่อนนั่งช่วยเชิญผู้ติดตามของคุณออกไปรอด้านนอกด้วยค่ะ หมอต้องการทำงานอย่างมีสมาธิ”
ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วหันกลับไปสั่งผู้ติดตามรูปร่างกำยำ พูดเป็นภาษาอังกฤษ “พวกมึงได้ยินไหม ไปรอข้างนอก”
“ครับเจ้านาย” พวกเขาไม่เคยชินกับการมาโรงพยาบาล เพราะหากผู้เป็นเจ้านายต้องการพบแพทย์ แพทย์ควรเข้าไปหาเจ้านาย ไม่ใช่ให้เจ้านายต้องเดินทางมาถึงโรงพยาบาล
“คราวนี้ คุณหมอคนสวยพร้อมจะตรวจผมแล้วใช่ไหมครับ” เสียงทุ้มตอบกลับแต่ดวงตายังไม่ละไปจากดวงหน้าหวาน
“วันนี้ป่วยเป็นอะไรมาคะ”
“ผมปวดข้อมือข้างขวา”
ออสตินยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ไม่รู้เป็นอะไร เขาชอบมองผู้หญิงใส่เสื้อกาวน์ คงเพราะอาชีพหมอเป็นอาชีพในฝันของมาเฟียหนุ่มเมื่อครั้งเป็นวัยรุ่น
“แต่ตอนนี้อาจต้องเพิ่มโรคหัวใจเต้นแรงผิดปกติอีกโรคครับหมอ”
“ถ้างั้นเชิญคุณไปพบแพทย์ที่แผนกอายุรกรรมโรคหัวใจก่อนดีไหมคะ ถ้าหัวใจเต้นปกติแล้วค่อยกลับมาให้หมอตรวจดูอาการของคุณ”
จาคอปนิ่งอึ้งที่ถูกคุณหมอคนสวยไล่ออกจากห้องทางอ้อม
“เอาละค่ะ ตอบที่หมอถามนะคะ มีอาการอะไรอีกบ้างคะ เล่าให้หมอฟังให้หมด”
“ก็ปวดข้อมืออย่างเดียวครับ”
“ปวดตั้งแต่เมื่อไร อย่างไรคะ ช่วยเล่าอย่างละเอียดด้วยค่ะ หมอจะได้วิเคราะห์ถูกว่าคุณป่วยเป็นอะไร และควรจะรักษาอย่างไรดี”
“ผมปวดข้อมือตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่ว่าเพิ่งปวดมากเมื่ออาทิตย์ก่อน เวลาที่ปวดมากๆ...” จาคอปหยุดไปนิด เอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม จ้องหน้าคนสวยก่อนจะพูดต่อ “ก็ตอนที่จับปืน มันจะเสียวแปลบที่นิ้วมือและข้อมือ”
“จับปืน?” คุณหมอสาวทวนคำ
“ใช่ครับ”
“คุณทำอาชีพอะไรหรือคะ” บัวบุษยาถามต่อ ไม่ได้มีความหวาดหวั่นกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดถึงว่านั่นคือวัตถุอันตราย อีกทั้งใบหน้าหล่อเหลาที่พยายามทำเหมือนข่มขู่ให้เธอกลัวกลายๆ นั่นอีก มันทำให้เธอนึกหมั่นไส้เขามากกว่า
“ผมเป็น...อืม...ตำรวจ”
“ตำรวจ แต่ทำไมในแฟ้มประวัติบอกว่าคุณเป็นนักธุรกิจ”
“ผมยังพูดไม่จบ ผมเป็นคนที่ตำรวจต้องการตัวต่างหากครับ”
“...”
บัวบุษยาหน้าซีดเหมือนถูกขู่กลับกลายๆ ว่าอย่าลวดลายกับเขาขณะตรวจ
“ผมล้อเล่น ผมว่าคุณหมอรักษาให้ผมได้แล้ว เรื่องที่ว่าทำไมผมถึงต้องใช้ปืนคงไม่จำเป็นต้องรู้เยอะหรอก หมอไม่ใช่เมียผม” เขาหยุดมองหน้าสวยๆ “หรือว่า...”
สายตาของเขาทำให้บัวบุษยาแทบจะเอาสันแฟ้มประวัติการรักษาผู้ป่วยฟาดใส่ใส่เขา “นี่คุณ”
ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อย “ผมเป็นนักธุรกิจ ทำอาชีพสุจริตและ ตอนนี้ ผมปวดข้อมือและนิ้วมาก ผมบอกข้อมูลส่วนตัวแล้ว คุณหมอจะรักษาผมได้หรือยัง”
“การรักษาคุณคือหน้าที่ของหมออยู่แล้ว” บัวบุษยาตอบอย่างข่มอารมณ์ ตกลง เขาต้องกวนประสาทเธออย่างนั้นใช่ไหม แต่ตอนนี้ เขาคือคนไข้ของเธอ บัวบุษยาจึงต้องระงับความไม่ชอบใจเอาไว้ “ถ้าอย่างนั้น หมอขอดูมือหน่อยค่ะ”
“ขอดูแค่มือหรือครับ นึกว่าจะขอดูใจด้วย”
จาคอปยื่นมือไปให้ด้วยแววตาวิบวับที่ทำให้บัวบุษยารู้สึกเริ่มเหลือทน
“ถ้าคุณยังรบกวนการตรวจของหมออีก หมอจะไม่ตรวจอาการคุณแล้วนะคะ”
บัวบุษยาประหลาดใจ สองวันนี้ ชีวิตเล่นตลก ทำให้เธอต้องเจอคนกวนประสาทติดๆ วันแรกเจอกันหมอนั่นก็แอบจับบั้นท้ายเธออ้างว่ากลัวเข็ม แต่วันนี้หนักกว่าเมื่อวานบัวบุษยาหัวใจกระตุก ยกมือขึ้นลูบแก้ม “คนบ้า อย่าให้เจออีกนะ จะฝังเข็มให้พูดไม่ได้ แขนขาอ่อนแรง ไม่รู้จักหมอบัวซะแล้ว” เธอก็พูดไปแบบนั้นด้วยจรรยาบรรณแพทย์ ถึงจะโกรธ โมโห ไม่ชอบใจ หมอไม่มีสิทธิ์ทำร้ายคนไข้ที่สำคัญอาการของเขายังต้องฝังเข็มอีกหลายครั้ง อาทิตย์หน้า เขาเองก็ต้องมาฝังเข็มครั้งที่สอง ไม่รู้ว่าเจอกันครั้งหน้า เธอจะวางหน้ายังไง“เกลียด เกลียดนาย ไอ้คนบ้า”ร่างสวย สูงประมาณร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร เกล้าผมสูง เผยให้เห็นวงหน้ารูปไข่ สวย หวาน เดินมาหยุดข้างหลังหมอบัว พอเห็นอาการที่พี่หมอคนสวยยืนบ่นคนเดียว ‘นารา’ ก็กะพริบตาถี่ๆ เธอกับหมอบัวเป็นทั้งลูกพี่ลูกน้องกัน หมอบัวแก่กว่าเธอสองปี เรียนจบจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่คนละคณะ นาราจบนิเทศศาสตร์ หลังเรียนจบไม่ได้ทำงานเบื้องหลังในวงการบันเทิงอย่างที่ปรารถนา แต่ชีวิตหันเหไปทำงานเป็นมัคคุเทศก์“เกลียดใครคะพี่หมอ”เสียงทักทายอันคุ้นเคยทำให้บัวบุษยาหันหลังกลับมามอง คนที่ยืนส่งยิ้มน่ารักมาให้
ขวัญดาวก็ออกแรงดึงแย่งคืน “ฉันรีบ ลูกฉันหิวแล้ว จะพาไปกินนมค่ะ”“แน่ใจหรือว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของคุณ”พ่อหนูน้อยกลับหัวเราะชอบใจเพราะรถเข็นนั้นถูกยื้อไปมา แล้วในที่สุด ชายฉกรรจ์ก็แย่งรถเข็นไปได้ คราวนี้ เจ้าหนูตัวกลมในรถเข็นสนุกใหญ่ ราวกับตื่นเต้นเร้าใจเสียงหัวเราะดังเอิ๊กอ๊ากขึ้นอีกอย่างไม่หยุด แถมยังปรบมือเหมือนถูกใจ ครั้งนี้ดังยาวจนทำให้ชายในชุดสูทสีดำยกยิ้มบางๆ“เจ้านายจะให้ผมจัดการพาคุณหนูไปด้วยเลยไหมครับ”จาคอปยกมือห้าม “ไม่ต้อง วันนี้ ฉันแค่อยากมาดูหน้าหลานเท่านั้นกลับกันเถอะ”เพราะบิดาของเขาตัวตั้งตัวตีที่อยากมาเจอหลาน ไปรอเสียอีกทาง แต่ให้ลูกน้องแอบถ่ายภาพและอัดคลิปน้องปลาวาฬเอาไว้หมดแล้ว ที่แด๊ดต้องระมัดระวังตัวมากเช่นนี้เพราะได้ข่าวว่าอริเก่าก็เดินทางมาเมืองไทยเช่นกัน ท่านไม่อยากเป็นตัวชี้เป้า แล้วทำให้หลานต้องตกอยู่ในอันตรายจาคอปมองหน้าหลาน แรกๆ ตั้งแต่บิดารับรู้ว่าลูกสาวที่จากไปให้กำเนิดสายเลือดของพวกเขาครึ่งหนึ่ง เขาก็ไม่คิดว่า เด็กคนนึ่งทำไมถึงเป็นสาเหตุให้ผู้ใหญ่แย่งกันนัก แต่เวลานี้ เขาก้มลงมองหนุ่มน้อยน่ารัก ที่เจ้านั่นฉายความแสบออกมาตั้งแต่เล็ก ปลาวาฬมองหน้าเขา แล้
วันถัดมาอาการเห่อหลานชายตัวน้อยของคุณตากับคุณลุงยังหนุ่มและหล่อมาก ที่อยากเห็นหน้าหลาน แต่ไม่ยื่นมือเข้าไปแย่งเพื่อขอเป็นผู้เลี้ยง เพราะรู้ว่าวิถีมาเฟียอันตรายแค่ไหน พวกเขาไม่อยากเอาหลานมาเสี่ยงในเมื่อประเมินแล้วว่าคุณลุงซึ่งเป็นพี่ชายของพ่อแกดูแลแกได้อย่างดี ถึงเวลานี้ วิถีของมาเฟียได้เปลี่ยนไป พวกเขาเริ่มหันมาจับธุรกิจสีขาว เบามือจากธุรกิจสีเทาแล้วแต่ก็ไม่อาจไว้วางใจได้ว่าศัตรูเก่าจะโผล่มาเมื่อไหร่ การปล่อยให้น้องปลาวาฬอยู่กับญาติฝั่งพ่อที่ฐานะมั่นคง แต่ทางนั้นก็ไม่ได้กีดกันหากพวกเขาต้องการพบหลานคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายพอตกลงกันได้แล้วทำให้ทั้งจาคอปและบิดาตัดสินใจหาเช่าบ้านที่เมืองไทยอยู่สักระยะหนึ่ง ที่จริง จาคอปบอกบิดาว่าอยากซื้อบ้านทิ้งไว้สักหลัง เผื่อไว้ในอนาคตที่อยากจะมาก็จะได้มีบ้านพัก แต่ติดตรงที่ว่าบ้านหรูๆ ดีๆ สักหลังที่จะติดกับบ้านของหลานนั้นช่างหายาก‘เขามันกระเป๋าหนัก สายเป เงินถึง แต่เลือกเยอะนิดนึง’ข้อแรก เขาไม่อยากหาซื้อบ้านใหม่ให้ไกลจากบ้านของหลานชายนักเพราะไม่ชอบการเดินทาง ไม่ชอบเสียเวลาบนท้องถนนไปเปล่าๆข้อสอง เขายังโลกส่วนตัวสูงเกิน ไม่ชอ
“หมายความว่ายังไง” บัวบุษยากำลังลังเล เธอไม่เข้าใจความหมายของเขาสักนิด หากแต่ใบหน้าขาวเผือดทีละนิดของชายหนุ่มนั่นทำให้บัวบุษยาขมวดคิ้ว‘ตัวโตยังกับเสาไฟฟ้า มาร้องว่ากลัวเข็ม’“ผมไม่ชอบเข็ม” เขาทวนคำซ้ำอีกครั้ง บัวบุษยาเลยหยิบเข็มขึ้นมาให้เขาดูต่อหน้าจาคอปเบือนหน้าหนี พร้อมกับมือหนาที่วางลงบนสะโพกของเธอก็เกร็งแน่นขึ้น “หมอเอาเข็มออกไปห่างๆ ระยะสายตาของผมได้ไหม”“ตกลงคุณกลัวเข็มจริงๆ หรือคะ”“ผมไม่ชอบ ไม่ใช่กลัว”ยิ่งบัวบุษยายื่นเข็มมาตรงหน้าก็ยิ่งทำให้จาคอปตัวเกร็งขึ้น “ฉันไม่อยากเชื่อว่าคุณจะกลัวเข็ม แล้วทำไมตอนแรกไม่บอกฉันคะ”“ผมแค่รู้สึกไม่ชอบมัน”เขายืนยันเสียงเข้ม คนอย่างเขาเคยกลัวอะไรด้วยเหรอ ในโลกนี้มีอะไรที่ทำให้คนอย่างจาคอป ออสตินกลัว ไม่มีหรอก แค่ไม่ชอบเท่านั้น“ถ้าคุณไม่หยิบมันขึ้นมาให้ผมเห็นต่อหน้าผมก็ไม่กลัว ถ้าคุณหมอจะรีบฝังเข็มก็รีบทำเข้าเถอะ อย่าพูดมาก”บัวบุษยากลอกตาไปมา ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนตัวโตแบบเขาจะกลัวแค่เข็มเล่มเล็กๆ แต่ก็ดี ถ้าลองพูดมากอีก จะเอาเข็มมาขู่ให้หยุดพูด คุณหมอคนสวยถอนใจเฮือก เธอมองมือหนาของเขาที่ยังอยู่วางบนสะโพกด้วยสายตาไม่ชอบใจ“คุณจะจับสะโพกของฉั





