Partager

Chapter9. ท่าทางคุกคาม

last update Date de publication: 2024-11-04 23:41:38

เสียงหวังหมิ่นตะโกนเรียกทำให้บุรุษในชุดดำชะงักไป เขาปล่อยมือจากลกคอของนางแล้วกระโดดหายไปอย่างรวดเร็ว  หญิงสาวเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้น  นางหอบหายใจแรงจนต้องยกมือขึ้นกุมอก

“คุณหนู!”  หวังหมิ่นตะโกนแล้วรีบวิ่งเข้ามาหาเขาประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้นยืน  “คุณหนูมาทำอะไรที่นี่เจ้าคะ”

“เมื่อครู่...” หลินอวี้เจินพูดตะกุกตะกักแต่พอเหลียวมองรอบข้างก็ไม่เห็นชายในชุดดำคนนั้นแล้ว

“คุณหนูหลงทางหรือเจ้าคะ”  หวังหมิ่นโอบหญิงสาวมากอดและปลอบโยน

หลินอวี้เจิงพยายามจะอธิบายแต่นางรู้สึกหวาดกลัวหนักขึ้น 

“ตัวสั่นเชียว...คุณหนูคงเสียขวัญมากเลย รีบกลับบ้านเถิดเจ้าค่ะ”    

หวังหมิ่นประคองหญิงสามออกมาจากตรอกเล็กๆ นั่น  แต่หลินอวี้เจินอดเหลียวมองไปอีกครั้งไม่ได้       แววตาเมื่อครู่เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน         เรื่องนี้ต้องไม่ใช่ความบังเอิญเป็นแน่ราวกับว่ามีความแค้นที่ยากจะให้อภัย

แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ? เรื่องอะไรกัน!

            ในที่สุดหลินเหิงอี้ก็ล้มป่วยจริงๆ 

หลินเหิงอี้เป็นคนแข็งแรงแทบไม่เคยล้มป่วยเลย แต่คราวนี้ถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อ  โชคดีที่พ่อบ้านหานตงกลับมาจากไปฝั่งศพมารดาและยังมีหลินอวี้เจินที่คอยดูแลกิจการแทนหลินเหิงอี้ชั่วคราว

            “ไม่ได้พบคุณหนูนานแล้ว สบายดีหรือขอรับ”  พ่อบ้านหานตงทักทาย เขาเคยพบหญิงสาวหลายครั้ง ด้วยบางคราวหลินเหิงอี้ใช้ให้เขาไปทำธุระที่จู้หยาง 

            “ข้าสบายดี”  นางส่งยิ้มเล็กน้อย

            “โชคดีที่มีคุณหนูอยู่ดูแลงานต่างๆ แทนนายท่าน”   แม้เคยพบกันไม่บ่อยครั้ง แต่เคยอธิบายเรื่องการค้าขายกับนาง หญิงสาวเป็นคนหัวไว อธิบายเพียงครั้งเดียวก็เข้าใจ และแม้บิดาจะเป็นอาจารย์สั่งสอนศิษย์ในสำนักศึกษาของตนเอง  แต่สำหรับหลินอวี้เจินนั้นมีชอบการค้าขาย นายเคยแต่งกายเป็นชายมายืนเคียงข้างหลินเหิงอี้เพื่อดูคนงานขนถ่ายสินค้า

หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจเบาๆ เหลือบตามองท่านลุงใหญ่ที่หลับสนิทเพราะฤทธิ์ยา แม้มีบ่าวไพร่คอยรับใช้แต่ก็เหมือนอยู่คนเดียว ไม่มีภรรยาหรือบุตรอยู่เคียงข้าง ยามเจ็บป่วยอยู่ไกลบ้านเช่นนี้ช่างโดดเดี่ยวยิ่งนัก 

“ออกไปคุยกันข้างนอกเถิด พี่หวังหมิ่น รบกวนดูท่านลุงใหญ่แทนข้าด้วย”

“เจ้าค่ะคุณหนู”

พ่อบ้านหานตงเดินออกมาพร้อมกับหลินอวี้เจิน  หญิงสาวเดินมาถึงห้องทำงานของท่านลุงใหญ่ พ่อบ้านรอจนเด็กรับใช้นำน้ำชาเข้ามาแล้วออกไปแล้วจึงเอ่ยกับหญิงสาว

“ดีจริงที่ครั้งนี้มีคุณหนูอยู่ที่นี่”

“ท่านลุงใหญ่เคยล้มป่วยมาเช่นนี้มาก่อนหรือไม่”  นางถามเพราะปกติท่านลุงใหญ่ไม่ค่อยได้กลับไปจู้หยาง  แต่ทุกครั้งที่พบหน้าก็ไม่เคยเห็นแววอ่อนล้าเช่นนี้  แม้ท่านหมอจะแจ้งว่าล้มป่วยครั้งนี้เพราะโหมงานหนักจนร่างกายรับไม่ไหว  แต่หลินอวี้เจินอดกังวลไม่ได้ว่าจะมีโรคแทรกซ้อน  คนไม่เคยล้มป่วย เมื่อเจ็บป่วยครั้งหนึ่งมันทรุดลงหนักและรักษาหลายวัน นางจึงสั่งให้คนเชิญหมอมาตรวจอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ

“ไม่มีขอรับ อาจมีอ่อนเพลียบ้างแต่ไม่เคยถึงกับล้มป่วยเช่นนี้”   พ่อบ้านหานตงก็กังวลใจไม่แพ้กัน

“ดีแล้วที่พ่อบ้านกลับมาพอดี ข้าคนเดียวเกรงจะดูแลกิจการแทนท่านลุงใหญ่ไม่ไหว” 

นางได้แต่โคลงศีรษะไปมา  หากไม่ได้มานั่งดีดลูกคิดทำบัญชีซื้อขายด้วยตนเอง นางคงไม่รู้ว่าท่านลุงมีเงินมากเพียงใด มิน่าเล่าท่านลุงรองถึงพยายามให้ท่านลุงใหญ่แต่งงานใหม่กับญาติทางฝั่งภรรยาของท่านลุงรอง  ซ้ำยังเพียรส่งหญิงสาวมาปรนนิบัติรับใช้ แต่ท่านลุงใหญ่ปฏิเสธไปเสียหมดสิ้น  แท้จริงกิจการของลุงรองนั้นเป็นของท่านลุงใหญ่ทั้งหมด  ท่านลุงรองเพียงแค่ดูแลคุมสาขาทางจู้หยางเท่านั้น

มีทรัพย์มากหากแต่ไม่รู้จักทำให้งอกเงย สักวันย่อมหมดไป

หลินอวี้เจินตระหนักถึงข้อนี้แล้วก็ถอนหายใจอีกครั้งครา

“ขอถามพ่อบ้านหานตงสักเรื่องเถิด”  นางตัดสินใจเอ่ยปากออกไป “ท่านลุงมีใครในใจหรือไม่”

“คุณหนูถามเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรขอรับ”  พ่อบ้านหานตงออกจะประหลาดใจกับคำถามนี้นัก

“โดยส่วนใหญ่ บุรุษจะสร้างเนื้อสร้างตัวก็เพื่อครอบครัวหรือคนรัก แต่หลังจากภรรยาของท่านลุงใหญ่ตายจากก็สิบกว่าปีแล้ว ไม่เห็นวี่แววจะแต่งงานใหม่  แต่ท่านลุงใหญ่กลับทุ่มเทแรงกายและใจให้กับการสร้างกิจการของตน  ซ้ำยังแทบไม่กลับบ้านที่จู้หยาง  ปล่อยท่านลุงรองเก็บเกี่ยวผลประโยชน์แทบหมดสิ้น  ข้าอดคิดไม่ได้ว่าแท้จริงแล้วท่านลุงใหญ่อาจมีใครในใจที่ไม่อาจเอื้อมอยู่ที่ตันหยางนี้ก็เป็นได้”

“เรื่องนั้น...บ่าวเองก็ไม่แน่ใจนัก”  เอ่ยจบตามด้วยเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วล้วงมือไปหยิบกุญแจวางลงบนโต๊ะหน้าหญิงสาว  “นี่เป็นกุญแจห้องคลังของนายท่าน  ระหว่างที่นายท่านพักรักษาตัว คุณหนูรับไปดูแลเถิดขอรับ”

“พ่อบ้านหานตง!”  หลินอวี้เจินส่ายหน้าไปมา “ข้ามิได้ไม่เชื่อใจพ่อบ้าน เพียงแค่สงสัยจึงสอบถามเท่านั้น”

“บ่าวเพียงแค่...”  พ่อบ้านหยุดไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยต่อ “...ถ้าคุณหนูเข้าไปดูในห้องคลังของนายท่าน  อาจจะพบคำตอบก็ได้ขอรับ”

“เช่นนั้น”  นางเม้มริมฝีปากครุ่นคิด “ข้าขอรับกุญแจนี้ไว้จนกว่าท่านลุงใหญ่จะแข็งแรงดีก็แล้วกัน”

“ขอรับคุณหนู”

หญิงสาวมองจนพ่อบ้านออกไปพ้นสายตาแล้ว นางจึงหยิบกุญแจขึ้นมาพลิกดูไปมา  หลินอวี้เจินไม่ได้บอกผู้ใดเรื่องที่เกิดขึ้นกับนางในตรอกเล็กๆ นั่น  เพราะหลังจากกลับมาก็พบว่าท่านลุงใหญ่ล้มป่วย นางไม่ต้องการสร้างความกังวลให้ผู้อื่น   นางมาเมืองตันหยางเป็นแรกแทบไม่รู้จักผู้ใดเลย อาจเป็นการเข้าใจผิดก็เป็นได้

ท่าทางคุกคามของชายผู้นั้นทำให้ร่างบอบบางสั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่  พยายามข่มความหวาดกลัวที่คุกคามจิตใจ  นางต้องหาสิ่งอื่นทำเพื่อหยุดความคิดของตนเอง

หลินอวี้เจินยื่นมือไปกำกุญแจแล้วลุกขึ้นยืน  นางเดินอย่างไม่เร่งร้อนไปที่ห้องคลังของท่านลุงใหญ่  เสียงไขกุญแจดังขึ้นก่อนที่นางจะผลักบานประตูหนาหนักเข้าไป  นางกวาดตามองไปรอบๆ  หญิงสาวไม่คิดว่าท่านลุงใหญ่ที่โผงผางจะชอบสะสมแจกันหยกหรือเครื่องประดับนัก   

แต่นางจำได้ว่าหลายปีก่อนนั้น หลังจากท่านลุงใหญ่รู้ว่านางชอบวาดภาพ เมื่อใดที่เดินทางไปต่างถิ่นมักซื้อสมุดภาพหรือภาพวาดมาฝากนางเสมอ หลายครั้งที่เป็นสมุดภาพแปลกตา ท่านลุงใหญ่เล่าว่าขอแลกเปลี่ยนกับคนในคาราวานค้าขายที่เดินทางมาจากดินแดนต่างๆ เช่นฝอหลิน,ปอซือ  ท่านลุงใหญ่ไม่รู้เรื่องงานศิลปะนัก   จะว่าไปการที่ลูกหลานชาวนาพยายามอย่างสุดความสามารถ  จนเป็นพ่อค้าที่มีทรัพย์สมบัติได้อย่างนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย  บิดาของนางแม้ไม่ค่อยพูดถึงท่านลุงใหญ่นัก แต่ก็เปรยกับนางอยู่เสมอว่าท่านลุงใหญ่ใหญ่เป็นคนมุมานะและอดทน  ครอบครัวของเราเป็นหนี้บุญคุณท่านลุงใหญ่

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน   Chapter 54 จบ

    ค่ำคืนก่อนที่กัวจื่อหรานจะนำไข่มุกน้ำตาจันทรามาถอนพิษร้ายให้หลินอวี้เจิน เขาได้พูดสู่ขอหลินอวี้เจินเป็นภรรยาและสัญญาว่าจะมีนางเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของเขา แน่นอนว่าบุรุษด้วยกันย่อมมองออกว่า กัวจื่อหรานจริงใจกับหลินอวี้เจินมากเพียงใด ชีวิตของนางแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งโชคชะตา ทั้งสองยินยอมให้กัวจื่อหรานแต่งงานกับหลินอวี้เจิน กัวจื่อหรานจึงสวมชุดสีแดงเข้าไปพร้อมไข่มุกน้ำตาจันทรา แต่หลังจากที่กัวจื่อหรานปิดบานประตูลง ไม่นาน เสียงที่รอดผ่านบานประตูก็ทำเอาคนที่ยืนเฝ้าด้านนอกทำสีหน้าไม่ถูก เป็นจางหยวนที่ขับไล่บ่าวรับใช้ออกไปจนหมด และเชิญให้บุรุษสกุลหลินพักผ่อนในห้องรับรองก่อน ได้ยินเสียงแว่วครวญหวานจากในห้อง ผู้เป็นพ่อก็แอบร้อนใจ แม้รู้ว่าอีกฝ่ายทำเพื่อกำจัดพิษร้ายแรง แต่ก็เกรงว่าบุตรสาวที่รักปานแก้วตาดวงใจจะบอบช้ำไปเสียก่อน เป็นเหตุผลที่ทำให้พ่อตาอย่างหลินยี่ห้านมีสีหน้ามึนตึงทุกครั้งที่คิดถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น หนึ่งเดือนให้หลังจากเหตุการณ์คืนนั้น ก็คืองานมงคลอันยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองตันหยาง เล่าลือกันว่าเพราะนางสามารถรักษาอาการป่วยของกัวอี้เซียวได้ แม้การแ

  • จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน   Chapter 53.  รู้สึกเป็นหนึ่งเดียว

    เมื่อได้กอดเขาแล้ว นางกลับรู้สึกว่าตนเองได้ครอบครองช่วงเวลาอันแสนอัศจรรย์ นุ่มนวลและเร่าร้อนราวกับจะหลอมละลายคนสองคนให้เป็นหนึ่งเดียวนางรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับเขาเขารู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับนาง “เจ็บหรือไม่” เขากระซิบถามให้ช่องทางคับแน่นและฉ่ำร้อนของนางปรับตัวรับกับแก่นกายที่แข็งแกร่งของเขา“ไม่...ไม่เจ็บแล้ว” นางตอบด้วยท่าทีเขินอาย ร่างกายเหมือนหิวกระหายในสิ่งที่นางไม่รู้จัก“ท่าน...ช่วย...ได้หรือไม่ ...”แต่เขาชื่นชอบความซื่อตรงของนาง นางไม่เคยปิดบังความรู้สึกตนเอง ตั้งแต่พบกันครั้งแรก นางเป็นอย่างนี้เสมอมา และเมื่ออยู่ร่วมเตียง นางไม่ปกปิดอารมณ์ของตน ซึ่งปลุกเร้าความปรารถนาให้แผดเผาเขาจนต้องทำตามความต้องการของนางและเป็นความต้องการเดียวของเขาเช่นนั้นนางอ้อนวอนอย่างไม่รู้ว่าสิ่งที่ร้องขอนั้นคือสิ่งใด นางต้องการเขา ต้องการมากกว่านี้ นางบดเบียดเรือนร่างเข้าหา เชื้อเชิญให้เขาดื่มกินนางอีกครั้ง เขาขยับสะโพกช้าๆ ทว่าลึกล้ำ ดอกไม้งามเย้ายวนจนเขาไม่อาจฝืนกลั้น ความเสียวซ่านระลอกแล้วระลอกเล่าทำให้เขาใช้สองมือจับเอวคอดกิ่วไว้มั่นแล้วเริ่มแรงควบทะยาน ความซ่านเสียวทำให้หญิงสาวไปแตะข

  • จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน   Chapter 52 เจ้าไม่อยากได้ข้าเป็นสามีหรือไร

    นางงุนงง แต่ชายหนุ่มไม่ยอมให้สมองของนางคิดเรื่องอื่นใด เขาขมเม้มริมฝีปากของนางอีกครั้ง เรียกร้องและเว้าวอนจนนางครางในลำคอ คราแรกนางผลักไสเขาแต่เพราะร่างกายของเขาใหญ่โตเกินไป มือนางนั้นก็ไร้เรี่ยวแรง หรือเพราะแผ่นอกกำยำนั้นเย้ายวนนาง ฝ่ามือของนางอ้อยอิ่งอยู่ที่สาบเสื้อของเขา ดวงตาของเขาที่จ้องมองนางนั้นแสนร้อนแรงจนนางต้องหลับตาลง และโดยไม่รู้ตัวนิ้วมือของเขาบีบกรามของนางเบาๆ เพื่อให้นางเปิดปากแล้ว ‘บางสิ่ง’ ก็เข้ามาในโพลงปากของนาง นางลืมตาขึ้นอย่างตกใจแต่เขาไม่ยอมให้นางดื้อดึง ปลายลิ้นอุกอาจดุนดัน ‘บางสิ่ง’ ให้อยู่บนลิ้นของนาง‘บางสิ่ง’ นั้นเป็นทรงกลม ให้ความรู้สึกอุ่นและเรียบลื่นหรือนี่จะเป็น‘ไข่มุกน้ำตาจันทรา’เมื่อรู้ว่านางกำลัง ‘อม’ ไข่มุกล้ำค่าของตระกูลกัวอยู่ นางขยับตัวขัดขืน นางไม่รู้ว่าเขาได้ ‘สิ่งนี้’ กลับคืนมาได้อย่างไร แต่เขาไม่ควรนำมาใช้กับนาง นางมิใช่สะใภ้เอกสกุลกัว นางไม่ได้เป็นภรรยาของเขาภรรยา…แววตาของนางที่จ้องมองเขานั้นทึมทือและสับสน ฝ่ามือของเขาเลื่อนผ่านเรือนร่างอรชรของหญิงสาว เขาไม่เคยเห็นนางสวมเสื้อผ้าสีสันสดใสเลยสักครั้งครา นางเหมาะกับสีแดงเช่นนี้นัก

  • จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน   Chapter 51 ลงอาญาใด

    “พี่ใหญ่ ท่านใช้สิ่งนี้รักษาแม่นางหลินเถิด ที่นางตั้งเงื่อนไขให้พี่ใหญ่แต่งนางเป็นภรรยาก็เพื่อนำไข่มุกจากข้าไปมอบให้ท่าน บีบบังคับทั้งข้าและพี่ใหญ่ สตรีร้ายกาจเช่นนี้ใครได้นางเป็นภรรยาชีวิตต้องพบกับคามหายนะเป็นแน่” “เจ้า! เจ้าเด็กปัญญาอ่อน!” “พูดได้ดี พูดได้ดี” ปี่จื้อหัวเราะออกมา “สตรีร้ายกาจเช่นนี้ใครได้ไปก็พบแต่หายนะ!” “ทำเป็นปากดี เจ้าคิดว่าตนเองจะรอดรึ!” เฉียนอิ๋นอิ๋นกรีดร้องเมื่อจางหยวนสั่งคนมาลากนางออกไป “ข้าไม่มีอะไรให้เป็นกังวลอีกแล้ว เชิญใต้เท้ากัวลงอาญาข้าได้” กัวจื่อหรานที่ตกตะลึงที่ได้ไข่มุกน้ำจันทรากลับคืนมาสู่มือเพิ่งได้สติ เขามองนายทหารหนุ่มแล้วแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ “ลงอาญาใดรึ นายกองจง” กัวจื่อหรานกำไข่มุกน้ำตาจันทราแน่นแล้วรีบหมุนตัวเดินออกไป ไม่สนใจสีหน้าประหลาดใจของปี่จื้อ หลันเอ๋อร์บีบไหล่ของกัวอี้เซียวแล้วหันไปส่งยิ้มเล็กน้อยให้ปี่จื่อ ประคองกัวอี้เซียวเดินออกมา ด้านนอกมีหลินเหิงอี้รอด้วยใจกระวนกระวาย เมื่อเห็นนางออกมาอย่างปลอดภัยก็ยิ้มโล่งอก นับจากนี

  • จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน   Chapter 50. คงได้ยินหมดแล้ว

    “อี้เซียว อย่าไปฟังนางนะ” เฉียนอิ๋นอิ๋นได้สติรีบปรับน้ำเสียงพูดจาหว่านล้อมเด็กหนุ่มตรงหน้า “เจ้ามีข้าเป็นญาติเพียงคนเดียว ไม่มีผู้ใดรักเจ้าเท่าข้าอีกแล้ว” กัวอี้เซียวกลอกตาไปมา คนเหล่านี้แย่งกันพูดจนเขาฟังไม่รู้เรื่องแล้วยกมือขึ้นปิดหู ไม่ต้องการได้ยินเสียงใครอีก พลันเขานึกรอยยิ้มจริงใจของหลินอวี้เจิน นางใส่ใจเขา เล่นเป็นเพื่อนเขา ไม่เคยดูแคลนเขาในสภาพนี้ และไม่คิดเปิดโปงเรื่องของเขาใช่! เขารู้ความลับของตนเองดียิ่ง“พอแล้ว!”กัวอี้เซียวตวาดเสียงดัง น้ำเสียงแข็งกร้าวสั่นเล็กน้อย แต่มิใช่น้ำเสียงของเด็กหนุ่มอ่อนแอที่มีสติของเด็กเจ็ดขวบอีกแล้วท่าทางของเขาทำให้คนทั้งหมดตื่นตะลึงไร้ถ้อยคำ มีเพียงความเงียบงันในห้องคุมขังอันหนาวเหน็บ!“พอเสียที!” เด็กหนุ่มจ้องมองเฉียนอิ๋นอิ๋น “เลิกใช้ข้าเป็นเครื่องมือของเจ้าเสียที!”“อี้เซียว” หญิงสาวละลำละลัก เหตุใดเขาไม่เป็นเด็กปัญญาอ่อนแล้ว ยามนี้สายตาของเขาดุดันจนแทบจะฉีกนางออกเป็นชิ้นๆ “ข้าทำเพื่อเจ้า เจ้าอย่าลืมซิ ว่าข้าคือญาติคนเดียวของเจ้า”“ญาติ! เจ้ายังกล้าใช้คำนี้อีกเรอะ!” กัวอี้เซียวตัวสั่นด้วยความโกรธ “สำหรับเจ้า ข้าก็คือเด็กปัญญาอ่อน

  • จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน   Chapter 49.  แค่รู้สึกผิด

    “หากท่านแค่รู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น...ไม่จำเป็น หากท่านแค่ต้องการรับผิดชอบเรื่องที่ผ่านมา...ไม่จำเป็น หากท่านเพียงสงสารเห็นใจข้า...ไม่จำเป็น ท่านไม่จำเป็นต้องแต่งข้าเป็นภรรยาเพื่อชดเชยความผิดใด เรื่องที่ผ่านมาล้วนมีเหตุผลในตัวเอง ข้าและท่านลุงใหญ่มิได้ขโมยไข่มุกน้ำตาจันทราไป ขอเพียงท่านเชื่อใจเรื่องนี้ข้าก็ยินดีมากแล้ว” สิ้นถ้อยคำของนางแล้ว กลับกลายเป็นเขาที่พูดไม่ออก คล้ายมีบางสิ่งจุกอยู่ในอก เขาต้องพูดออกไป พูดความจริงใจต่อนาง แต่คนอย่างเขาผู้ถูกเลี้ยงดูให้เป็นประมุขสกุลกัว เขาคือกัวจื่อหรานที่ก้มหัวให้ใครไม่เป็น ไม่เคยแพ้พ่ายแต่ยามนี้....เขากลายเป็นคนโง่งมที่สุดในใต้หล้าแล้ว “หากท่านต้องการทำเพื่อข้า ข้าอยากขอร้องท่านเรื่องเดียว” “เรื่องใด” “ข้าขอให้ท่านดูแลกัวอี้เซียวเช่นนี้ตลอดไป” “เขาเป็นน้องชายข้า แม้เป็นน้องชายต่างบิดา เป็นลูกอนุ แต่เขาก็เป็นคนสกุลกัว” หญิงสาวส่ายหน้าไปมา ทำให้อีกฝ่ายขมวดคิ้ว นางเผลอหัวเราะเบาๆ ยื่นมือออกจากผ้าห่มไปคลึงหัวคิ้วของเขาพลางเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน “ขอ

  • จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน   Chapter14.ริมฝีปาก

    “กินผักด้วยอย่ากินแต่เนื้ออย่างเดียว” กัวจื่อหรานหยิบตะเกียบคีบผักใส่ถ้วยข้าวให้น้องชาย “เรามิได้ยากจนเสียหน่อย” เด็กหนุ่มบนพึมพำฝืนเคี้ยวผักเพราะเขากลัวพี่ชายจะดุเอา “ได้ หากเจ้าไม่กินผักก็กินยาบำรุงแทน” เด็กหนุ่มทำหน้ามุ่ยกล้ำกลืนกินผักที่กัวจื่อหรานค

  • จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน   Chapter13. หญิงบ้า

    กลิ่นหอมราวดอกกล้วยไม้ป่าทำให้กัวจื่อหรานไม่อยากถอยห่างจากร่างนุ่มนิ่ม เขาวางนางนอนแล้วแต่ตนเองยังนั่งข้างร่างที่ขยับไม่ได้ ทรวงอกของนางสะท้อนขึ้นลงเพราะการหายใจแรง ปทุมถันคู่งามดุนดันเสื้อคลุมที่เขามัดร่างนางไว้จนเห็นเป็นทรงกลมน่าสัมผัสพบกันสองครั้งนางแต่งกายเรียบง่ายไม่สะดุดตา เขาจึงไม่คิดว่าภายใต

  • จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน   Chapter11. เหนื่อยล้า

    เด็กหนุ่มฉีกยิ้มกว้างตามด้วยอ้าปากหาวคำใหญ่แล้วค่อยๆ ผล็อยหลับไปในที่สุด กัวจื่อหรานรอจนน้องชายหลับสนิทแล้วจึงลุกขึ้นยืน เขามองสมุดภาพในที่โผล่พ้นขอบผ้าห่มของกัวอี้เซียว ใบหน้าอ่อนโยนหายไปสิ้น เหลือเพียงรอยยิ้มร้ายกาจและแววตาดุดันที่หมายมั่นจะเค้นเอาความจริงจากคนตระกูลหลินใ

  • จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน   Chapter10. เหนื่อยล้า

    นางคือหลานที่หลินเหิงอี้เอ็นดูที่สุด ถึงขนาดว่าหากเมื่อใดที่นางแต่งงาน ท่านลุงใหญ่จะเป็นคนจัดเตรียมสินเดิมด้วยตนเอง อาจเพราะเหตุนี้ครอบครัวของท่านลุงรองไม่ค่อยพอใจนัก เผลอคิดไปถึงท่านลุงรอง นางจึงอดคิดถึงหลินซูซินญาติผู้น้องที่มีความสัมพันธ์กับคู่หมั้นของนางจนตั้งครรภ์ หลินซูซินเป็นหญิงสาวอ่อนห

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status