LOGIN'เธอ' เป็นเพียงเด็กสาวที่มีพ่อ เป็นผีพนัน ส่วน 'เขา' ก็เป็นแค่คนธรรมดาที่อยู่ๆ ก็อยากช่วยเหลือ 'เธอ' ตั้งแต่วันแรกที่พบกันเท่านั้นเอง
View Moreหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้..
@คลับ เสียงร้องของความเจ็บปวด ดังเล็ดออกมาจากห้องๆหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโซนวีไอพี ที่มีชายฉกรรจ์สามคนนั่งอยู่เท่าไหร่นัก "ผับมึงเละเทะขนาดนี้เลยเหรอวะ เปิดห้องกระทืบคนว่างั้น?" เจ้าของคำถามตวัดสายตาไปยังห้องที่มีเสียงร้องของความเจ็บปวด ผสมผสานกับเสียงเตะต่อยดังออกมาไม่ขาดสาย เขาพ่นคันบุหรี่ออกมาจากปากหนักๆ พลางเลื่อนท่อนแขนแกร่ง วางพาดไปกับพนักโซฟา "ยังไม่ชินเหรอวะ!" เจ้าของคลับหรูร้องถามออกมา โดยที่สายตากวาดมองออกไปรอบๆคลับ เพื่อสำรวจความเรียบร้อยของสถานบันเทิง ที่เขาลงทุนสร้างมากับมือ เวลาผ่านไป.. 'อะ โอ๊ย พะ พอ พอแล้ว' ดวงตาคมสีน้ำตาลเข้ม ตวัดมองไปยังประตูห้องเดิมอีกครั้ง คิ้วหนานิ่วเข้าหากัน จากนั้นเขาก็ตวัดสายตากลับมาหาเพื่อนตัวเอง ซึ่งเป็นเจ้าของคลับอีกครั้ง "ไม่ใช่ตายแล้วเหรอวะ?" "ก็เป็นธรรมดาของพวกผีพนันปะวะ ไม่มีปัญญาจ่าย จุดจบก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วไหม" เจ้าของคลับว่าเหมือนไม่ใส่ใจ ลึกๆก็แอบกังวลว่าจะมีใครตายเหมือนกัน "น้ำเสียงแบบนั้น อายุคงเลขสี่เลขห้าแล้วมั้ง ไม่น่าจะได้แก่ตาย" คนที่นั่งเงียบมานาน ออกความเห็นบ้าง จากนั้นเจ้าของผับก็ถึงกับร้อนรน "เลขสี่เลขห้า จะเอาอะไรไปสู้กับคนพวกนั้นวะ อย่าบอกนะ ว่าจะมาฆ่ากันตายที่ผับกู เวรแล้วไง!" เจ้าของคลับกุมหัวตัวเองทันที "เข้าไปช่วยดีไหมวะ!" ชายหนุ่มคนเดิมพูดออกมาใหม่ ตาคมมองเพื่อนรักสลับกันไปหา ก่อนที่คนที่นั่งมองประตูห้องนั้นไม่วางตา จะเป็นฝ่ายปฏิเสธออกมา "ไม่ใช่เรื่องของกู ผีพนัน ก็สมควรโดนแบบนั้น!" จบคำ เขาก็ทิ้งมวลบุหรี่ที่จานรอง ก่อนจะหยัดกายลุกจากที่นั่งทันที "แล้วมึงจะไปไหนวะภาคย์!" เจ้าของคลับร้องถามอีกครั้ง "กลับไง วันนี้แดกต่อไม่ลง รำคาญฉิบหาย" แล้วในขณะที่ขายาวภายใต้กางเกงยีนส์แบรนด์ดังขยับออกไป เสียงที่ดังเข้ามาใกล้ ก็ทำให้เขาชะงักไปทันที "ปะ ปล่อยนะ อย่ามาลากหนูแบบนี้ หนูจะเดินไปหาพ่อของหนูดีๆ ฮึก.. ฮื่อ.. ใจร้าย พวกคนใจร้าย" ณัฐภาคย์กลืนน้ำลายคงคออึกใหญ่ เขาหยุดมองเด็กสาวคนนั้นไม่วางตา ก่อนที่เธอจะถูกผู้ชายสองคน ลากเข้าไปในห้องที่เขานั่งมองอยู่ตั้งนาน "ซวยแล้วไง บานปลายจนได้" "ใคร?" คนที่ตั้งท่าจะเดินออกไปในตอนแรก หันกลับมาร้องถามทันที "เรียกพ่อชัดขนาดนี้ ก็ต้องลูกสาวของผีพนันปะวะ" เจ้าของคลับเป็นฝ่ายตอบออกมา ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะขยับขาออกมาจากตรงนั้นทันที แต่ทว่า กลับตรงไปยังห้องห้องนั้นแทน . . . แกร๊ก~ เสียงปลดล็อคประตู ส่งผลให้คนที่อยู่ภายในห้องนั้น หันกลับมามองที่เขาไม่วางตา "นายครับ" ลูกน้องคนสนิทของเขาที่วิ่งตามเข้ามา แตะมือเบาๆที่แขนของเขา ซึ่งเขาไม่ได้ใส่ใจ และปัดมือนั้นออกห่างทันที ดวงตาคมสีน้ำตาลเข้ม ตวัดมองทุกคนที่อยู่ภายในห้อง ชายฉกรรจ์สามคน ที่รุมทำร้ายผู้ชายที่อายุน่าจะราวๆสี่สิบกว่าๆ ที่นั่งทรุดมีเลือดกลบปาก ส่วนของกายของผู้ชายคนนั้น มีเด็กสาวที่พึ่งจะถูกลากเข้ามา คาดว่า อายุน่าจะราวๆยี่สิบกว่าๆ ตัวเล็ก น่ารัก สเปคเขาชัดๆ "มีอะไร!" หนึ่งในชายฉกรรจ์ร้องถามมาที่เขา หน้าตาบอกว่าเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน "เท่าไหร่?" "..." ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ "ที่คุณลุงคนนี้เป็นหนี้อยู่ เท่าไหร่!" "ยี่สิบล้าน!" ทันทีที่คำนั้นหลุดออกมา เขาก็พยักหน้ารับทันที เขามองเลยไปที่เด็กสาวคนนั้นอีกครั้ง ซึ่งในขณะที่เธอเอง ก็มองมาที่เขาเหมือนกัน แต่ถึงแม้จะเป็นแบบนั้น เธอก็กอดบิดาไม่ห่างกาย ดวงตากลมโตมีหยดน้ำใสๆคลออยู่ในนั้น และเขาก็สำรวจไปทั่วทั้งใบหน้างามนั่นแล้ว แน่นอนว่า ไม่ได้ถูกทำร้ายมาอย่างแน่นอน "ใสหัวไปซะ แล้วยี่สิบล้านที่พวกมึงอยากได้ ให้ไปเอากับกู กูจะจ่ายเอง..!" "...ณัฐภาคย์ รังสิริโรจน์ หวังว่าพวกมึงคงจะรู้จัก!" -- เปย์หนัก เพราะเหตุผลใดครับ เปิดเรื่องใหม่ อีกแล้ว555 ฝากด้วยจ้าาอีกคนตวัดสายตามองค้อนกลับ ผมถึงกลับหลุดระบายรอยยิ้มออกมาทันทียัยนี่ บางทีก็ทำตัวน่ารักดีเหมือนกัน บทโหดของเธอมันน่ารัก ส่วนบทลงโทษ ผมก็ชอบมันมากๆ เลย"ไหวหรือเปล่า" ผมถามอีกครั้ง เมื่อเห็นว่า คนตัวเล็กพยายามที่จะถอยห่าง เพราะความห่วงใยล้วนๆ เลยนะที่ทำให้ผมเอ่ยถามแบบนั้น แต่ทว่า คำตอบที่ผมได้เป็นการตอบรับ คือการทำตาเขียวปั๊ดกลับมา"หมายถึงลุกไปเข้าห้องน้ำไหวหรือเปล่า" เป็นอีกครั้งที่ผมเผลออมยิ้ม ยัยนี่น่ารักจังวะ หน้าซื่อๆ แววตาที่ไร้เดียงสา การกระทำของเธอก่อนหน้านี้ บ่งบอกว่าเธอไม่เด็กแล้วนะ แต่ทว่า ลึกๆ แล้ว ผมก็มองเห็นความเด็กในตัวของเธออยู่ดี เด็กที่ว่า ไม่ใช่รูปร่าง หรือวัดจากสัดส่วนบทเรือนร่าง แต่ผมกำลังวัดจากการแสดงออกในแบบเผลอๆ ของเธอ"สี่ทุ่มแล้ว เดี๋ยวสั่งข้าวมาให้กินที่ห้องละกัน" ผมบอก พลางหยัดกายลุกไปก่อน คว้าผ้าขนหนูสะอาดมาพันรอบเอวพอหมิ่นเหม่เอาไว้ จากนั้น ก็เลือกที่จะใช้ผ้าอีกผืน แล้วนำมายื่นให้อีกคน เธอยอมรับไปอย่างว่าง่าย แล้วรีบนำไปห่อหุ้มร่างกาย ปกป้องเรือนร่างของเธอจากสายตาของผมในทันที "ส่วนเรื่องผ้าปูที่นอน ไว้เดี๋ยวขอผืนใหม่ ระหว่างเธอเข้าไปอาบน้ำ เดี๋ยวให้เขาม
"พี่ อ๊าา..." ปลายลิ้นแข็งแรง ปาดเลียทักทายใจกลางความเป็นสาว กลีบกุหลาบงามที่บอบช้ำสีแดงเข้มเพราะโดนกระแทกในเวลาที่เธอยังไม่พร้อม แต่ทว่า มันยังคงงดงามแก่สายตา ผมกวาดสายตามองไปทั่วทุกสัดส่วน หน้าท้องแบนราบ ขาวจั๊วทั้งตัว ขนอ่อนที่ประดับอยู่บนนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านตา มันโอเคไปหมดจนทำให้ไม่อยากปล่อยผ่าน ผมดึงสายตากลับมายังเนินสามเหลี่ยมอีกครั้ง พลางเลื่อนริมฝีปากไปขบเม้มหยอกเย้าในจุดที่คิดว่า เมื่อโดนสัมผัสเธอจะเสียวแน่ๆ แล้วมันก็เป็นแบบที่ผมคิดเอาไว้จริงๆ"มะ ไม่เอาแบบนั้น อ๊าา..." ขาสวยเกร็งไปหมด เธอพยายามที่จะหุบเรียวขาเข้าหากัน แต่ผมใช้มือดันมันไว้ และใช้ปากและลิ้นปรนเปรอเธอต่อไปแผล็บๆ~ "อื้อออ..."จ๊วบๆ~"อ๊าา..."ผมตวัดสายตามองคนที่เปล่งเสียงครวญครางจนดังลั่น มือบางสอดเข้ามากอบกำที่เส้นผมของผมเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ผมกำลังมอบให้ ยิ่งผมรัวลิ้นกับน้องสาวของเธอเร็วเท่าไหร่ นานเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเก็บอาการเอาไว้ไม่ไหว ผมดึงสายตากลับมาจับจ้องความงดงามตรงหน้าใหม่ สอดปลายลิ้นเข้าไปหยอกเย้าช่องทางรับคับแคบ เกร็งปลายลิ้น เย้าแหย่ถี่ๆ จนอีกคนปลดปล่อยธารน้ำหวานให้ไหลออกมาแล้วใครจ
ไม่มีคำตอบที่อีกคนมอบให้ ผมจึงดึงข้อเท้าของอีกคน ส่งผลให้ร่างของเธอ ถูกดึึงให้มานอนอยู่ใต้ร่างของผมแบบเดิม เช่นเดียวกับหัวใจแกร่งที่กำลังเต้นแรง"ถ้าเธอไม่ตอบ อย่างนั้นก็ช่วยกันถอด ในฐานะที่ฉันเป็นผู้ชาย ฉันจะเป็นฝ่ายเสียสละ ฉันยอมเป็นฝ่ายถอดกางเกงก่อนก็ได้นะ จากนั้นค่อยถอดเสื้อของเธอ" ใบหน้าที่แดงขึ้นเรื่อยๆ ของอีกคน ส่งผลให้ผมขยับยิ้มออกมาอย่างพอใจ ความเขินอาย ความไร้เดียงสา ความที่รู้ว่า เธอไม่เคยผ่านมือใครมานอกจากผม มันยิ่งทำให้ผมอยากมองเธอให้นานกว่าเดิม"เธอ ฉันกำลังคุยกับเธออยู่นะ เลิกหลับตา เลิกหลบหน้า แล้วหันมามองหน้ากันดีๆ สักที""พี่เมาแล้ว พี่ไม่มีสติ พี่เป็นเหมือนวันนั้นแน่ๆ ลุกออกไปก่อน ไปอาบน้ำก็ได้ เผื่อว่าสติของพี่มันจะกลับคืนมา""ฉันไปอาบน้ำก็ได้นะ แต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องอาบด้วยกัน""ไม่ใช่แบบนั้น" เธอค้านทันที เป็นเวลาที่ผมใช้ต้นขาแทรกกลางระหว่างขาของอีกคน จนกระทั่ง ผมสัมผัสกับความอ่อนโยนนั้นอย่างไม่ได้ตั้งใจยัยนี่กระพริบตาถี่ เพราะความที่เราแนบชิดกัน ผมรับรู้ว่าเธอใจเต้นแรงมาก น้ำหวานยกมือมาดันอกผมเอาไว้ ผมจึงดันกายลงต่ำ แล้วรูดกางเกงชั้นในของเธอออกแทน"อื้อออ มะ ไม
"อื้ออออ มะ ไม่" ผมกดริมฝีปาก บดขยี้ซ้ำๆ ลงไปที่ปากของอีกคน ลมหายใจที่เป่ารดกัน เป็นคำตอบที่ค่อนข้างชัดเจน ว่าในตอนนี้ เราแนบชิดกันมากแค่ไหน มือเรียวพยายามที่จะดันหน้าของผมออกห่าง ยิ่งยามที่ผมพยายามบังคับให้เธอเผยอปาก เพื่อที่จะสอดปลายลิ้นเข้าไป อีกคนจึงเปลี่ยนเป้าหมาย โดยการรัวกำปั้นเล็กๆ ฟาดลงมาที่อกของผมรัวๆ"หายใจไม่ออก" เธอรีบโวยวาย เมื่อสิ่งที่พันธนาการโดยการสร้างจากผมหลุดออกจากกัน "หายใจไม่ออกก็รีบๆ เปิดปาก ไม่ใช่ต่อต้านแบบที่เธอทำ" "ไม่ได้บอกว่าจะให้จูบไง" "ไม่ได้จะจูบไง แค่ลบรอยคนอื่นที่มันทิ้งไว้เท่านั้นเอง"อีกคนจ้องหน้าผมเขม็ง แล้วพยายามที่จะเม้มปาก "แต่เท่าที่เห็น คือเธอไม่ได้เต็มใจที่จะให้ฉันลบสักเท่าไหร่""แล้วใครบอกว่าของแบบนี้มันลบได้ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ก็ควรที่จะปล่อยผ่านไม่ใช่หรือไง ใครบ้างล่ะ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้" "ฉันรู้ ว่าไม่มีใครเปลี่ยนแปลงอดีตได้ ในเมื่อเปลี่ยนไม่ได้ กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ฉันจึงต้องลบทุกอย่าง แล้วทิ้งสัมผัสของฉันเอาไว้แทนไง""พะ พี่ จะทำอะไร" ผมไม่ตอบ แต่เลือกที่จะจับมือบางเอาไว้แน่น แล้วดึงออกมาจากมุมนั้น เป้าหมายคือการก้าวขาเข
ฉันไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ กลับไป ต่อให้เขาจะบอกว่ารักฉันมากกว่าผู้หญิงคนไหนที่เคยข้องเกี่ยวกับชีวิตของเขา แต่ฉันก็ยังอยากมองว่ามันสายเกินไป หากเขาบอกก่อนหน้านี้ ก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่อง ฉันคงรู้สึกดีมากกว่านี้ "กล่องปฐมพยาบาลได้แล้วครับ" ลูกน้องของพี่วิชญ์วิ่งหน้าตื่นเข้ามา ในมือหิ้วกระปุกกล่องปฐม
แล้วในขณะที่ฉัน กำลังพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่ได้ฟัง พยายามที่จะประมวลทุกอย่างด้วยตัวเอง ว่าเรื่องราวมันน่าจะเป็นไปในรูปแบบไหน สรุปสั้นๆ ได้ว่า ผู้หญิงสองคนที่อยู่ตรงหน้าของฉันโป๊ะแตกกลางคัน เมื่อพี่ชายของฉันจับได้ว่า ผู้หญิงสองคนนี้ ทำงานให้กับผู้หญิงที่ชื่ออรวรรณ เพื่อแลกกับเงินค่าจ้างเล็กๆ น
@มหาวิทยาลัยรถหรูของพี่วิชญ์ เลื่อนเข้ามาจอดที่หน้ามหา'ลัย ในเวลาที่ฉันเกือบสาย วันนี้เป็นอีกวัน ที่พี่วิชญ์มาส่งฉันด้วยตัวเอง ฉันกอดเขา ในขณะที่เขาเองก็กอดฉัน ตั้งแต่จากคอนโด มาจนถึงมหา'ลัย โดยที่เขาไม่ได้มีท่าทีสนใจคนที่ทำหน้าที่ขับรถให้เลยเขาทำเหมือนเราอยู่ด้วยกันตามลำพัง ที่ไม่จำเป็นต้องแคร์ส
เสียงกรีดร้องของผู้หญิงคนนั้น ดังเข้ามากระทบหูของฉัน คนที่อยู่ภายในร้าน ต่างพร้อมใจกันหันมามองที่เรา"วิชญ์ คุณจะนิ่งเฉยเป็นหุ่นอยู่แบบนี้ไม่ได้นะ ฉันไม่ยอมนะ พี่ชายคุณทำแบบนี้กับฉัน คุณต้องจัดการพี่ชายของคุณให้ฉันเดี๋ยวนี้" น้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด เป็นคำตอบที่ค่อนข้างชัดเจน ว่าจริงๆ แล้วผู้หญิงคนนี





