LOGINเพราะการหายไปของ 'ไข่มุกน้ำตาจันทรา' ทำให้กัวจื่อหรานได้พบกับหลินอวี้เจิน เขาต้องตามหาไข่มุกล้ำค่ากลับคืนสู่ตระกูล ทว่าเขากลับพบว่าสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่าคือนางที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น หลินอวี้เจิน ในวัยสิบเจ็ดปี นางเป็นบุตรสาวของหลินยี่ห้าน เจ้าของสำนักศึกษาเล็กๆ แห่งหนึ่ง มารดาของนางตายจากไปตั้งแต่นางอายุไม่ถึงสิบขวบ แต่กระนั้นบิดาก็มิได้แต่งภรรยาใหม่ บิดาทุ่มเทให้กับสำนักศึกษาของตนและเลี้ยงดูนางตามลำพัง “หลินอวี้เจิน” หมั้นหมายกับ“ติงกว่างอาน” เขาเป็นศิษย์เอกของบิดา ทว่าเรื่องพลิกผลัน ติงกว่างอาน กลับไปแต่งงานกับ “หลินชูซิน” ญาติผู้น้องของนางเอง ด้วยเหตุนี้นางจึงเดินทางมาตันหยางเพื่อพบท่านลุงใหญ่-หลินเหิงอี้ เพียงเพื่อรักษาบาดแผลในใจ ‘ไข่มุกน้ำตาจันทรา’ สมบัติล้ำค่าประจำตระกูลกัว แต่กลับหายไป ร่องรอยสุดท้ายหยุดอยู่ที่หลินเหิงอี้ กัวจื่อหรานประมุขสกุลกัวและยังเป็นเจ้าเมืองตันหยาง เขาจำเป็นต้องใช้ทุกวิธีทางเพื่อให้ได้ไข่มุกประจำตระกูลกลับมา แม้ต้องบุกค้นเข้าห้องนอนของหญิงสาวก็ตามที หลับ? นางหลับในอ่างอาบน้ำ! มีผู้ใดหลับในอ่างอาบน้ำเช่นนี้เล่า!
View More「……こんなものかしら」
高山沙織は、テーブルを見下ろして呟いた。 今日は、沙織と隼人の結婚四周年だった。 テーブルいっぱいに、隼人の好みの料理が広がっていた。 バラの形に彩ったローストビーフ。ミネストローネからは、トマトとローリエの香りが漂う。 コロッケは、普通のコロッケとカニクリームコロッケの二種類を用意してある。 ローストビーフは前日から仕込んだもので、コロッケ二種類にも手が混んでいた。 花も飾り、テーブルクロスも、今日のために新しいものを買ってきた。 「あとは……」 念入りに掃除して、沙織は、ほこりひとつない部屋にホームフレグラスを焚いた。 ジャスミンが複雑に香るこのホームフレグランスは、ラベルすらない、誰も知らない香りだ。 深呼吸すると、強すぎない香りが沙織の鼻孔をくすぐる。 こちらの準備は万端だ。 隼人は何時に帰るのだろう。 それ次第で、コロッケを揚げなければ。 ふと、沙織のスマホが鳴ってメッセージの着信を知らせた。 「今日は残業。飯は待たなくていい」 隼人からの、あまりにもそっけない一言メッセージだった。 今日が結婚記念日だということにも、一言も触れていない。 沙織は昨日の晩にも、ビールを飲む隼人に「明日は結婚記念日だから、ごちそうを作るね」と伝えていた。 忘れたとは思えないが、せっかく作ったごちそうが寂しくテーブルに並べられたままだ。 沙織の気持ちはテーブルに置き去りで、隼人の冷たい一言が嘲笑するように結婚記念日の空気を破壊していく。 「残業なら、コンビニご飯かな……? どうせなら、食べて欲しいよね」 沙織はあえて傷ついていないふりをして、弁当箱を用意した。 その背後から、毎日聞きなれた悪意に満ちた声がする。 「どうでもいいことばかりにお金を使って。花だのテーブルクロスだの。そんな暇があるなら、ちゃんと体を整えなさいよ。そんなだから、結婚して四年、子供一人産めないなんて」 また、お決まりの義母のみさきの”いつもの”長い一言だ。 掃除をしても、片付けをしても、なにかと理由をつけては子供がいないことを責められる。 血圧の高い義母には、いつも減塩食を作っていたのだが、毎日苦情のない日はない。 沙織はうつむいたまま、隼人の弁当箱を取り出した。 それでも、作ったものを隼人に食べてもらいたい。 花の形に盛り付けたローストビーフを崩しながら、弁当箱に詰めていく。 義母は悪態をつくだけつくと、気が済んだのか去っていった。 「はぁ……」 沙織は、小さなため息をつく。 温まったミネストローネはスープジャーに移し、揚げたてのコロッケも食べやすくカットした。 色どりのために足したプチトマトが、ころりと弁当箱で揺れた。 沙織は、エプロンを脱いで買ったばかりのワンピースに着替える。 隼人に毎日言われるので、節約に節約を重ねてようやく買ったワンピースだった。 最低限整えた化粧をすると、沙織は買い物用バッグに弁当箱とスープジャーを詰めた。 *** 隼人の会社に着くと、ひとけは少なかった。 隼人のオフィスに行きたくとも、沙織は場所を知らない。 受付で「高山隼人の妻ですが――」と名乗ると、受付嬢の視線が一瞬滑った。 「高山係長のオフィスですね。あちらになります」 ぎこちない笑みに、沙織は嫌な予感がした。 なにか、沙織の知らないところでなにかが起こっている――そんな気がしてしかたがない。 気のせい、気のせい。そう言い聞かせながら、あちこち照明の落ちたオフィスを歩いていく。 彼女は買い物バッグをぎゅっと握り締め、ほとんど照明の落ちた廊下の奥へ進んでいく。 ヒールが床を打つ音が、コツンコツンとひとけのないオフィスに妙に響いた。 「隼人――残業おつかれさ、ま……」 続く言葉が喉に詰まった。手にしたバッグがにわかに重くなり、なかのスープジャーが鈍い音を立てる。 沙織が予想もつかない光景が、目の前に広がっていた。ค่ำคืนก่อนที่กัวจื่อหรานจะนำไข่มุกน้ำตาจันทรามาถอนพิษร้ายให้หลินอวี้เจิน เขาได้พูดสู่ขอหลินอวี้เจินเป็นภรรยาและสัญญาว่าจะมีนางเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของเขา แน่นอนว่าบุรุษด้วยกันย่อมมองออกว่า กัวจื่อหรานจริงใจกับหลินอวี้เจินมากเพียงใด ชีวิตของนางแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งโชคชะตา ทั้งสองยินยอมให้กัวจื่อหรานแต่งงานกับหลินอวี้เจิน กัวจื่อหรานจึงสวมชุดสีแดงเข้าไปพร้อมไข่มุกน้ำตาจันทรา แต่หลังจากที่กัวจื่อหรานปิดบานประตูลง ไม่นาน เสียงที่รอดผ่านบานประตูก็ทำเอาคนที่ยืนเฝ้าด้านนอกทำสีหน้าไม่ถูก เป็นจางหยวนที่ขับไล่บ่าวรับใช้ออกไปจนหมด และเชิญให้บุรุษสกุลหลินพักผ่อนในห้องรับรองก่อน ได้ยินเสียงแว่วครวญหวานจากในห้อง ผู้เป็นพ่อก็แอบร้อนใจ แม้รู้ว่าอีกฝ่ายทำเพื่อกำจัดพิษร้ายแรง แต่ก็เกรงว่าบุตรสาวที่รักปานแก้วตาดวงใจจะบอบช้ำไปเสียก่อน เป็นเหตุผลที่ทำให้พ่อตาอย่างหลินยี่ห้านมีสีหน้ามึนตึงทุกครั้งที่คิดถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น หนึ่งเดือนให้หลังจากเหตุการณ์คืนนั้น ก็คืองานมงคลอันยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองตันหยาง เล่าลือกันว่าเพราะนางสามารถรักษาอาการป่วยของกัวอี้เซียวได้ แม้การแ
เมื่อได้กอดเขาแล้ว นางกลับรู้สึกว่าตนเองได้ครอบครองช่วงเวลาอันแสนอัศจรรย์ นุ่มนวลและเร่าร้อนราวกับจะหลอมละลายคนสองคนให้เป็นหนึ่งเดียวนางรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับเขาเขารู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับนาง “เจ็บหรือไม่” เขากระซิบถามให้ช่องทางคับแน่นและฉ่ำร้อนของนางปรับตัวรับกับแก่นกายที่แข็งแกร่งของเขา“ไม่...ไม่เจ็บแล้ว” นางตอบด้วยท่าทีเขินอาย ร่างกายเหมือนหิวกระหายในสิ่งที่นางไม่รู้จัก“ท่าน...ช่วย...ได้หรือไม่ ...”แต่เขาชื่นชอบความซื่อตรงของนาง นางไม่เคยปิดบังความรู้สึกตนเอง ตั้งแต่พบกันครั้งแรก นางเป็นอย่างนี้เสมอมา และเมื่ออยู่ร่วมเตียง นางไม่ปกปิดอารมณ์ของตน ซึ่งปลุกเร้าความปรารถนาให้แผดเผาเขาจนต้องทำตามความต้องการของนางและเป็นความต้องการเดียวของเขาเช่นนั้นนางอ้อนวอนอย่างไม่รู้ว่าสิ่งที่ร้องขอนั้นคือสิ่งใด นางต้องการเขา ต้องการมากกว่านี้ นางบดเบียดเรือนร่างเข้าหา เชื้อเชิญให้เขาดื่มกินนางอีกครั้ง เขาขยับสะโพกช้าๆ ทว่าลึกล้ำ ดอกไม้งามเย้ายวนจนเขาไม่อาจฝืนกลั้น ความเสียวซ่านระลอกแล้วระลอกเล่าทำให้เขาใช้สองมือจับเอวคอดกิ่วไว้มั่นแล้วเริ่มแรงควบทะยาน ความซ่านเสียวทำให้หญิงสาวไปแตะข
นางงุนงง แต่ชายหนุ่มไม่ยอมให้สมองของนางคิดเรื่องอื่นใด เขาขมเม้มริมฝีปากของนางอีกครั้ง เรียกร้องและเว้าวอนจนนางครางในลำคอ คราแรกนางผลักไสเขาแต่เพราะร่างกายของเขาใหญ่โตเกินไป มือนางนั้นก็ไร้เรี่ยวแรง หรือเพราะแผ่นอกกำยำนั้นเย้ายวนนาง ฝ่ามือของนางอ้อยอิ่งอยู่ที่สาบเสื้อของเขา ดวงตาของเขาที่จ้องมองนางนั้นแสนร้อนแรงจนนางต้องหลับตาลง และโดยไม่รู้ตัวนิ้วมือของเขาบีบกรามของนางเบาๆ เพื่อให้นางเปิดปากแล้ว ‘บางสิ่ง’ ก็เข้ามาในโพลงปากของนาง นางลืมตาขึ้นอย่างตกใจแต่เขาไม่ยอมให้นางดื้อดึง ปลายลิ้นอุกอาจดุนดัน ‘บางสิ่ง’ ให้อยู่บนลิ้นของนาง‘บางสิ่ง’ นั้นเป็นทรงกลม ให้ความรู้สึกอุ่นและเรียบลื่นหรือนี่จะเป็น‘ไข่มุกน้ำตาจันทรา’เมื่อรู้ว่านางกำลัง ‘อม’ ไข่มุกล้ำค่าของตระกูลกัวอยู่ นางขยับตัวขัดขืน นางไม่รู้ว่าเขาได้ ‘สิ่งนี้’ กลับคืนมาได้อย่างไร แต่เขาไม่ควรนำมาใช้กับนาง นางมิใช่สะใภ้เอกสกุลกัว นางไม่ได้เป็นภรรยาของเขาภรรยา…แววตาของนางที่จ้องมองเขานั้นทึมทือและสับสน ฝ่ามือของเขาเลื่อนผ่านเรือนร่างอรชรของหญิงสาว เขาไม่เคยเห็นนางสวมเสื้อผ้าสีสันสดใสเลยสักครั้งครา นางเหมาะกับสีแดงเช่นนี้นัก
“พี่ใหญ่ ท่านใช้สิ่งนี้รักษาแม่นางหลินเถิด ที่นางตั้งเงื่อนไขให้พี่ใหญ่แต่งนางเป็นภรรยาก็เพื่อนำไข่มุกจากข้าไปมอบให้ท่าน บีบบังคับทั้งข้าและพี่ใหญ่ สตรีร้ายกาจเช่นนี้ใครได้นางเป็นภรรยาชีวิตต้องพบกับคามหายนะเป็นแน่” “เจ้า! เจ้าเด็กปัญญาอ่อน!” “พูดได้ดี พูดได้ดี” ปี่จื้อหัวเราะออกมา “สตรีร้ายกาจเช่นนี้ใครได้ไปก็พบแต่หายนะ!” “ทำเป็นปากดี เจ้าคิดว่าตนเองจะรอดรึ!” เฉียนอิ๋นอิ๋นกรีดร้องเมื่อจางหยวนสั่งคนมาลากนางออกไป “ข้าไม่มีอะไรให้เป็นกังวลอีกแล้ว เชิญใต้เท้ากัวลงอาญาข้าได้” กัวจื่อหรานที่ตกตะลึงที่ได้ไข่มุกน้ำจันทรากลับคืนมาสู่มือเพิ่งได้สติ เขามองนายทหารหนุ่มแล้วแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ “ลงอาญาใดรึ นายกองจง” กัวจื่อหรานกำไข่มุกน้ำตาจันทราแน่นแล้วรีบหมุนตัวเดินออกไป ไม่สนใจสีหน้าประหลาดใจของปี่จื้อ หลันเอ๋อร์บีบไหล่ของกัวอี้เซียวแล้วหันไปส่งยิ้มเล็กน้อยให้ปี่จื่อ ประคองกัวอี้เซียวเดินออกมา ด้านนอกมีหลินเหิงอี้รอด้วยใจกระวนกระวาย เมื่อเห็นนางออกมาอย่างปลอดภัยก็ยิ้มโล่งอก นับจากนี
“เสื้อผ้าเลอะเทอะก็ซักได้” เขาออกแรงช่วยดึงลาขึ้นจากหล่มโคลน “ถนนออกกว้างเหตุใดจึงพามันมาเล่นโคลนเช่นนี้”“เป็นข้าที่สะเพร่า ทำให้ลาเดินตกลงไปในหล่มโคลนได้” นางเอ่ยด้วยท่าทีเกรงอกเกรงใจ แต่สุดท้ายก็ได้ชายแปลกหน้าช่วยลากลาขึ้นมาได้ นางจึงรีบค้อมกายขอบคุณเขาแต่เมื่อนางเงยหน้าขึ้นผ้าที่คลุมศีรษะอยู่
“เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเจ็ดปีก่อน บิดาของข้ามีบุตรชายหญิงหลายคน แต่ตัวข้าเกิดจากฮูหยินใหญ่จึงได้รับมอบหมายสืบทอดตำแหน่งประมุขของตระกูลกัว แต่กัวอี้เซียวลูกที่เกิดจากอนุคนโปรดของบิดาข้า ในปีนั้นข้าออกไปล่าสัตว์ เดิมทีมีแต่พี่น้องที่อายุไล่เลี่ยกับข้า แต่อี้เซียวงอแงอยากติดตามไปด้วย บิดาของข้าตามใจเ
“ข้า...” นางกะพริบตาปริบๆ “ข้าต้องดูแลบิดา ยังมีสำนักศึกษาของท่านพ่อและยังร้านผ้าของท่านลุงใหญ่อีก”“เจ้าก็มีร้านผ้า เหตุใดไม่รับผ้าของพวกเขาไปขายเล่า” เขาพยายามหาเหตุผลให้นางยังอยู่ที่นี่ แต่อีกฝ่ายกลับถอนหายใจเบาๆ“ข้าอุตส่าห์เค้นสมองคิดเพื่อคนที่นี่ ท่านกลับผลักไปให้คนนอกหรือไร” นางเบ้ปากใส่อย่า
หญิงสาวร้องเสียงดังอย่างลืมตัว เมื่อนึกได้ว่ารอบกายมีบุรุษยืนมองนางราวสิ่งแปลกประหลาด นางได้แต่หลับตาโอดครวญในใจ“ข้า...ข้ารู้สึกไม่สบาย ขอตัวก่อน” นางก้มหน้างุด จะเดินออกมาแต่นึกได้จึงหมุนตัวกลับมาอีกครั้งแล้วก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อคุยกับกัวอี้เซียว“ขอบใจที่มาเยี่ยมพี่สาวนะ วันนี้พี่สาวไม่สบาย ขอตัวไ






reviews