เมียพยายาม

เมียพยายาม

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-04
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
44Bab
336Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

คำโปรย...ต้องพยายามแค่ไหนเหรอ...ถึงจะใกล้คำว่า ‘เมีย’

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

แนะนำเรื่อง

ภริตา พวงพันธุ์ หรือ ผิงผิง ของกวินภพ อดีตเดือนคณะบริหารที่เป็นเพื่อนเรียนจากโรงเรียนเดียวกัน เธอแอบรักเขามานานแต่ไม่กล้าบอก แต่เมื่อเขาโดนปฏิเสธรัก เธอจึงอาสาดามหัวใจ ความรักของเราที่เริ่มจากเพื่อนเหมือนจะดี จนเริ่มใช้ชีวิตแต่งงาน มันกลับต่างจากชีวิตตอนเรียนมหาวิทยาลัยโดยสิ้นเชิง เธอต้องพยายามปรับทุกอย่างเข้าหากัน กับบางสิ่งที่เหมือนเขาเริ่มเปลี่ยนไป

กวินภพ กีรติ หรือ กวิน เดือนคณะสุดหล่อในคณะบริหารที่ดาวแต่ละคณะกลับจ้องจะงาบ แต่ทว่าด้วยโควต้าบ้านใกล้หรือ เรียกให้ถูกว่าไม่ว่าหันไปเมื่อไหร่ก็เจอ

ภริตายืนอยู่ข้างเขาเสมอ สุดท้ายจึงตกลงปลงใจรับรักผิง

รักของเราไปได้สวย กวินภพคลั่งรักผิงมาก จนเกือบจะมีเรื่องชกต่อยกับเดชดนัยเพื่อนรัก ที่ชอบมาใกล้ชิดแฟนเขาอยู่ร่ำไป สุดท้ายเขาเปิดอกคุยแบบลูกผู้ชาย ให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักผิงและดูแลอย่างดี เดชดนัยจึงไม่ยุ่งกับชีวิตพวกเขา และจนสุดท้ายก็แต่งงานกัน

ในงานแต่งงานที่เต็มไปด้วยความชื่นมื่น มีแขกผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มท้องอ่อน ๆ พร้อมกับยิ้มแสดงความยินดีกับเขา นั่นทำให้เจ้าบ่าวถึงกับเสียอาการ

“กิ่ง!” เสียงแผ่วพร่าเปล่งออก ทำให้คนเป็นเจ้าสาวรู้สึกหวิวโหวงในอก ดวงตามองไปยังสามีด้วยความเจ็บปวดอยู่ลึก ๆ

‘เธอจะกลับมาทำไม ในเมื่อทิ้งเขาแล้ว’ เสียงนั้นเปล่งในใจไม่กล้าเอ่ยออกมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหวั่นไหว และอยู่ ๆ สามีเธอก็ปล่อยมือเธอที่กุมอยู่ด้วยกัน ใบหน้าเธอเสียอย่างเห็นได้ชัดเจนขอบตาร้อนผ่าว จนเดชดนัยต้องเดินเข้ามาใกล้ ๆ

“เป็นไรไหม”

ภริตาส่ายหน้ายิ้มเจื่อนให้ “ตื่นเช้าน่ะรู้สึกมึน ๆ” แค่คำอ้าง แต่ที่จริงนั้นเพราะคนตรงหน้าที่สามีมองอยู่ต่างหาก ที่ทำให้เธอแทบล้มทั้งยืน

‘เขายังรักเธออยู่เหรอ’ คำถามนี้เกิดขึ้นในหัว มองใบหน้าเขาที่ดีใจยิ่งกว่าที่ได้แต่งงานกับเธอ กับมือที่ลูบท้องตัวเองเพราะในนี้กำลังมีเจ้าตัวเล็กที่กำลังจะมาเกิด ก่อนแต่งงานสองเดือนเรามีอะไรแบบไม่ได้ป้องกัน และคิดว่าอย่างไรก็ต้องแต่งงาน จึงคิดว่าก็ปล่อยให้ท้องเลย

ใครจะคิดว่ารักเก่าเขาจะเข้ามาในชีวิตเราสองคนอีกครั้ง

เดชดนัยมองภาพที่แสนน่าอึดอัด เขาที่รักและหวังดีกับภริตา แต่ภริตามองเพียงกวินภพ ส่วนกวินภพกลับเหลือพื้นที่ในใจไว้รออีกคน...

..........................................................................................................................................................................................................................

ดวงตาแดงก่ำยืนมองตัวเองในกระจก ภาพผู้หญิงที่เคยน่ารักสดใสหายไปหลังจากแต่งงานได้ห้าปี น้ำตาที่ร่วงเผาะจนขอบตาบวมช้ำ ไม่อาจจะออกไปให้ลูกเห็นสภาพเหมือนคนใกล้จะตายของเธอได้ จึงเข้ามายืนเอาผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นแล้วนั่งพิงกำแพงห้องน้ำ วางผ้าไว้ที่ตาลดการบวมช้ำเพื่อเลี่ยงไม่ให้ลูกชายและลูกสาวฝาแฝดต่างเพศได้เห็นความอ่อนแอของเธอ จนนำไปต่อว่าเขาอีก

ในห้องนอนของกล้ากวีและแก้วกัลยา

กล้ากวีทำการบ้านที่คุณครูใบหม่อน สั่งให้ทำโดยเป็นงานลากเส้นจับคู่ ซึ่งตัวเองต้องทำก่อนให้น้องสาวลอก จึงต้องรับบทเป็นพี่ชายแสนดีและคอยสอนน้องเสมอมา

กล้ากวีกับแก้วกัลยาเรียนที่โรงเรียนไบรตันสคูล อ.2 ชั้นล่างห้องฟีนิกซ์ ส่วนเชอร์รีล อยู่ห้องอาเชอร์ อ.2 โรงเรียนเดียวกัน ทั้งสองห้องนี้แตกต่างกันที่ค่าเทอม ห้องอาเชอร์จะได้รับการเรียนการสอนสำหรับเด็กอินเตอร์ทั้งหมด ไม่มีการเรียนภาษาไทย ส่วนห้องฟีนิกส์จะรวมนักเรียนไทย และลูกครึ่ง การเรียนการสอนจึงเป็นแบบสองภาษา ราคาจึงถูกกว่า

กล้ากวีเห็นน้องสาวเดินหุนหันเข้ามาในห้อง ทั้งปิดประตูเสียงดังนั่งกอดอกอยู่ตรงข้ามตนเอง ดวงหน้าง้ำงอราวกับโกรธเกลียดใครมา

“น้องแก้ว เป็นอะไรไหนบอกพี่กล้าหน่อยฉิ” กล้ากวียังคงออกเสียงส.ไม่ชัดอยู่ตัวเดียวแม้จะขึ้นอ.2 แล้ว

“แม่ร้องไห้อีกแล้ว ร้องเฉียงดังฉะอึกฉะอื้นในห้องน้ำ ไม่ยอมออกมา น้องเป็นห่วงแม่” ใบหน้าที่เศร้าลงของน้องสาวทำให้กล้ากวีถอนหายใจ แม้เขาจะอายุเพียงสี่ขวบ แต่พวกเขาก็รู้เรื่องอะไรของผู้ใหญ่อยู่บ้างเล็กน้อย เพราะคุณครูใบหม่อนกับคุณครูเชอรี่แอบเมาท์กัน เขาสองคนออกจากห้องน้ำพอดีจึงได้ยิน

“ผู้ชายคนนี้อีกแล้ว” กล้ากวีมักเรียกพ่อแบบนี้ยามอยู่กันสองคนกับน้อง บางครั้งยามอยู่กับแม่หรือเห็นแม่ร้องไห้เขาก็จะมีหลุดบ้าง แต่แม่ก็ปรามไว้ เพราะเขาเป็นพ่อ

เสียงเรียกเข้าของกล้ากวีดังขึ้น กวินภพมองแล้วก็รับทันทีเพราะเป็นสายของลูกไม่ใช่แม่ของลูกที่นับวันยิ่งทำตัวน่ารำคาญเข้าไปทุกทีจนเขาเริ่มเบื่อ

พ่อกวิน: ครับพี่กล้า

กล้ากวี: อยู่ไหน (น้ำเสียงสั้นห้วนบอกให้รู้ว่าไม่พอใจ)

พ่อกวิน: ทำไมพูดไม่มีหางเสียงแบบนี้พี่กล้า เดี๋ยวน้องเลียนแบบนะ (เขาอบรมลูกไปเล็กน้อย)

กล้ากวี: ตอบมาก็พอว่าพ่ออยู่ไหน (เด็กน้องยังคงเสียงแข็งใส่พ่อตัวเอง)

พ่อกวิน: พ่ออยู่บริษัทครับ มีประชุมลูกค้า

กล้ากวีเปิดไอจีของแม่เชอร์รีลแคปรูปนั่งกินข้าวในร้านอาหารหรูในโรงแรมกันสามคน ราวกับนั่นคือครอบครัวเขา

ติ๊ง!!! เสียงเตือนข้อความเข้าในแอปพลิเคชันสีเขียว ทำให้เขากดดูแต่ยังคาสายลูกชายไว้

กล้ากวี: ประชุมยุ่งเลยชิป่ะ (เสียงประชดประชันนั้นทำให้กวินน้ำท่วมปาก ทั้งกำชับกรต์สินีแล้วแท้ ๆ ว่าอย่าโพสต์ แต่กลับมีโพสต์ทั้งยังแท็กเขาด้วย แล้วลูกก็ติดตามเขาเช่นกันโดยใช้ไอจีแม่)

พ่อกวิน: พี่กล้าพ่ออธิบายได้ครับ

กล้ากวี: พี่กล้าจะไม่เชื่อพ่ออีกแล้ว พ่อทำแม่ร้องไห้กี่หนกี่ครั้งแล้วฮะ

ตู้ด ตู้ด ตู้ด!!!

เสียงตัดสายไปทั้งที่ยังพูดไม่รู้เรื่องระหว่างพ่อกับลูกทำให้กวินหงุดหงิด แต่เมื่อหันมาทางกรต์สินีที่ฉีกยิ้มให้เขาเสมอจึงหักหาญน้ำใจไม่ได้

“กวินติดธุระเหรอ บอกแล้วไม่เห็นต้องพามาเลย ทุกปีเราก็ฉลองกันสองคนแม่ลูก” กรต์สินีทำเสียงรู้สึกผิด เพราะกวินภพอยากทำให้เชอร์รีลมีครอบครัวที่อบอุ่น จึงอาสาพามาเซอร์ไพรส์วันเกิดให้

“ไม่มีอะไรหรอกกิ่ง ลูกแค่งอแงนิดหน่อย ผิงเอาอยู่น่า” เขาอ้างไปแม้ในใจรู้ดีว่าเรื่องนี้เขาต้องคุยกับลูกชาย แต่เห็นแววตาใสซื่อของลูกสาวอดีตของคนที่เคยรัก กลับสงสารอย่างบอกไม่ถูก

‘ลูกต้องการพ่อเสมอ’ เขาคิดเช่นนั้น จึงใส่ใจเชอร์รีล และพยายามเติมเต็มให้ในฐานะเพื่อนสนิทของแม่เชอร์รีล

หลังส่งกรต์สินีที่บ้านและอุ้มเชอร์รีลเข้าไปนอนในห้องนอนเขาก็ลาเธอกลับคอนโด วันนี้เขาหงุดหงิดทั้งยอดเป้าบริษัทไม่เป็นไปตามแผน ปิดงบก็ยากเย็น ทั้งต้องประชุมหารือกับลูกน้องจนเย็น กระทั่งข้าวก็ยังไม่ได้กิน ไหนจะโดนลูกชายสุดที่รักโกรธอีก จึงคิดโทรกลับไปต่อว่าคนต้นเรื่อง

กล้ากวีทำการบ้านกับน้องสาวเสร็จแล้ว ก็รีบวิ่งไปเอาส้มที่เขากับน้องช่วยกันปลอกแช่เย็นไว้ก่อนจะทำการบ้าน ขึ้นมาให้แม่ที่ในห้อง

“แม่ฮะ...กล้ากับน้องแก้วเอาฉ้มมาให้แม่ฮะ” ประตูเปิดพร้อมกับเสียงลูกชายและตามด้วยร่างจ้ำม่ำน่ารักของลูกสาวเดินต้วมเตี้ยมมาหาเธอที่นั่งอยู่บนเตียง กำลังมองรูปกินข้าวที่แสนมีความสุขของสามีกับรักเก่าของเขา เธอจึงคว่ำโทรศัพท์ลงเพื่อไม่ให้ลูกเห็น

เธอยิ้มให้ลูก ๆ ก่อนจะรับเอาจานส้มที่เธอสอนเขาสองคนปลอกมากินหนึ่งชิ้น แต่ภายในคอจุกแน่นแทบกลืนไม่ลงกับการกระทำของสามี ที่นับวันยิ่งไม่เห็นหัวเธอเข้าไปทุกที จนไม่รู้ว่าตอนนี้เธอเป็นเมียเขาหรือคนนั้นของเขากันแน่

“แม่กินเยอะ ๆ นะคะ หน้าของแม่เหมือนไม่ฉะบาย” เสียงเล็กเสียงน้อยแสดงความเป็นห่วงแม่ ทั้งยังยื่นกลีบส้มชิ้นที่สองถึงปากของแม่อีกต่างหาก ‘แม่ต้องเหนื่อยกับพ่อมาเยอะแล้ว แก้วสงสารแม่’

เธอดึงลูกสาวเข้ามากอด แล้วก็อีกฝั่งมีลูกชาย จูบที่หัวของลูกทั้งสองทำให้หัวใจเธอเริ่มมีความสดชื่นขึ้นมาบ้าง หลังจากเหี่ยวเฉามาทั้งวันเพราะเขากับผู้หญิงคนนั้น

“แม่ไม่ได้กินข้าวใช่ไหมฮะ กล้าเปิดหม้อข้าวยังเหลืออยู่เต็มหม้อ” เพราะเขาสองคนกินพิซซ่าจนท้องตึงตั้งแต่กลับมาจากโรงเรียน จึงกินข้าวเย็นไม่ไหว แต่แม่ก็ทำไว้รอผู้ชายคนนั้น คนที่ทำให้แม่เจ็บ!

“แม่ไม่หิวครับลูก” เธอบอกให้ลูกสบายใจ

“อย่าดื้อฉิฮะ แม่ยังเคยบอกว่าห้ามอดข้าวเดี๋ยวจะไม่โต แล้วจะปวดท้องด้วย” กล้ากวีย้อนคำสอนของแม่ เพื่ออยากให้แม่ยิ้มและอยู่กับตนไม่ต้องสนใจผู้ชายคนนั้นอีก

เธอสะอึกเมื่อลูกชายพูดขึ้น เธอแทบไม่ได้แตะข้าวปลาอาหารมานานเท่าไหร่แล้วนะ หากไม่จะเป็นลมจริง ๆ เธอจะไม่จับจานช้อนออกมาตักอาหารและเคี้ยวมัน ความเจ็บปวดมันเสียดแทงใจ ทำให้เธออยากทำอย่างเดียวคือร้องไห้

วันนั้นที่ตัดสินใจแต่งงานไปแล้วเธอก็หันกลับไม่ได้ เพราะมีอีกสองชีวิตต้องดูแล เธอทำได้เพียงอดทนและพยายามเป็นเมียและแม่ที่ดี แต่เหมือนเขาค่อย ๆ ห่างเธอไปทีละนิดทีละนิด

“แม่ผอมมากแล้วนะฮะ” กล้ากวีน้ำตาคลอเบ้า พร้อมกับน้องสาวที่มองแม่แล้วสงสารจับใจจนอยากร้องไห้เช่นเดียวกัน

“แม่ขา...ไม่ต้องฉนใจเขาแล้วนะ เรามีกันแค่นี้ก็ได้ แก้วไม่ต้องการพ่อ แก้วอยากอยู่กับแม่กับพี่กล้า แม่เลิกร้องไห้ได้ไหม” มือป้อม ๆ ยกขึ้นเช็ดน้ำตาของแม่ที่หยดลงมาอีกแล้วและนั่นทำให้เธอกลั้นต่อไปไม่ไหว ร้องไห้ต่อหน้าลูกอีกครั้งทั้งที่เคยสัญญากับเขาไว้แล้วจะไม่ร้องไห้ให้ลูกเห็นอีก แต่ตอนนี้เธอไม่ไหวจริง ๆ เธออ่อนแอเกินไป

น้ำตาจากที่เหือดแห้งไปแล้วหวนกลับมาอีกครั้ง เธอร้องไห้สะอื้นกอดลูกไว้แน่น หากไม่ใช่เพราะต้องการรักษาครอบครัวไว้ เธอจะทนขนาดนี้ทำไมกัน...

สามคนแม่ลูกกอดกันได้สักพัก เธอก็เอาลูกเข้านอนแล้วกล่อมให้ลูกหลับ ก่อนจะกลับเข้าห้องแต่แล้วก็มีเสียงเรียกเข้าของสามีดังขึ้นจนทำให้โทรศัพท์สั่นอยู่บนเตียงมันขยับไปขยับมา เมื่อเห็นว่าเป็นสายไม่ได้รับถึงห้าสายแล้วจึงรีบรับทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไรอีก หัวใจที่เจ็บช้ำเมื่อกี้กลับสดใสขึ้นเมื่อรู้ว่าเป็นเขา ราวกับตัวเองเป็นสุนัขที่คิดถึงเจ้าของ ที่ยามเจ้าของกลับมาต้องกระโดดดีใจกระดิกหางส่ายสุดพลังให้รู้ว่าคิดถึงเจ้าของแค่ไหน

สามีที่รัก: ทำอะไรอยู่ทำไมรับสายช้า

ภรรยาแสนดี: กล่อมลูกนอนมา

สามีที่รัก: เพ้ออะไรอีกรู้ไหมว่าลูกโทรมาว่าเรา

ภรรยาแสนดี: เปล่าไม่ได้เป็นอะไรแค่ปวดหัวเลยน้ำตาไหล (เธอเลือกโกหกเขาไป ซ่อนความเจ็บช้ำไว้ในใจให้ลึกที่สุด ไม่กล้าบอกเพราะเขานั่นแหละเธอถึงร้องไห้)

สามีที่รัก: ปวดหัวก็กินยานอน มานั่งร้องไห้ให้ลูกคิดมากทำไม (เสียงต่อว่าอย่างน่ารำคาญส่งมาทำเธอเจ็บปวดใจ เขาไม่เคยถามว่าเธอเหนื่อยไหม ทำอะไรอยู่ ไม่สบายตรงไหน ให้พาไปหาหมอหรือเปล่า ทุกครั้งก็มีแต่เรื่องต่อว่าเธอถึงโทรมา จนคิดอีกแล้วว่าเธอเป็นเมียเขาหรือเปล่านะ หรือเป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งที่เขาเอาไว้เฝ้าบ้านกับเลี้ยงลูก ยามอยากเล่นก็มาหยอกล้อให้ดีใจ ยามเบื่อหน่ายก็ผลักไสและด่าทอ)

ภรรยาแสนดี: อื้อ (เธอตีบและตันไปหมดจนไม่อาจเปล่งคำอื่นออกมาได้จึงส่งเสียงผ่านลำคอ แล้วสะอื้นแบบไร้เสียงออกมาไม่ให้เขาได้ยิน)

สามีที่รัก: แล้วเล่าเรื่องไร้สาระอะไรให้ลูกฟังอีก ลูกถึงได้แคปรูปส่งมา บ้าฉิบหาย! (เสียงต่อว่าอย่างหัวเสียพร้อมกับเสียงสบถหยาบคายจนคนฟังสะดุ้ง)

ภรรยาแสนดี: เปล่าไม่ได้เล่า (เธอตอบเขาเสียงค่อย ไม่รู้ว่าลูกไปว่าอะไรเขา แต่คงทำให้เขาโกรธมากแน่ ๆ ที่มาลงกับเธอ ใช่ว่าเธอจะต้องเป็นคนเล่า เขาเปิดตัวราวกับจะคบกันเปิดเผย ทั้งที่ยังมีเธอเป็นเมียคาบ้านอยู่แบบนี้ แล้วยังเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน เขาไม่คิดว่าที่เขาทำไปทั้งหมดมันทุเรศบ้างหรือไง ลูกเรียนสองภาษาที่ราคาถูกกว่าภาคอินเตอร์ที่ลูกคนอื่นเรียนอยู่ แต่กลับยินดีจ่ายค่าเทอมหลักแสนให้ลูกคนอื่นโดยไม่รู้สึกอะไร และไม่เคยเล่าอะไรให้เธอฟังเลย)

สามีที่รัก: ลูกยังเด็กจะรู้มาได้ยังไง เธอไม่ต้องโกหก

ภรรยาแสนดี: .....! (เมื่อภรรยาเงียบคนเป็นสามีก็ตัดสินทันทีว่าเรื่องที่เขาเดาถูกต้อง เพราะเหมือนยอมรับกลาย ๆ และหาคำหยาบคายมาจิกกัดให้เธอรู้เสียบ้างว่าควรทำตัวยังไง)

สามีที่รัก: น่ารำคาญว่ะ ผิง เมื่อก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี้ เลิกได้ไหมวะ (เมื่อก่อนเขาก็ไม่ได้เป็นแบบนี้เหมือนกัน ได้แต่คิดแต่เธอไม่กล้าเถียงออกไป เพราะว่าเป็นเธอที่รักเขาข้างเดียวมาตลอด จึงไร้ปากเสียงมานานและตามใจเขาทุกเรื่อง และเขาก็ชินที่จะเป็นฝ่ายถูกเสมอและเธอเป็นฝ่ายผิดตลอด)

สามีที่รัก: เลิกได้แล้วนะนิสัยเอาเรื่องคนอื่นไปพูดไร้สาระแบบนี้ หากลูกไปพูดที่โรงเรียนกิ่งจะเสียหาย (เขาแคร์ผู้หญิงคนนั้น แต่กับภรรยาอย่างเธอไม่เคยแคร์สักนิด)

น้ำตาที่เธอกลั้นมันไว้ สุดท้ายก็พังทลายราวกับเขื่อนแตกและเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือปนอาการสะอื้นอย่างเจ็บปวดรวดร้าว

ภรรยาแสนดี: ขะ...ขอโทษ!

สามีที่รัก: อะไรวะ...พูดแค่นี้ก็ร้องไห้ หัดเจ้าน้ำตาตั้งแต่เมื่อไหร่ เกลียดว่ะนิสัยแบบนี้ อะไร ๆ ก็เอาแต่ขอโทษแล้วก็ร้องไห้ น่าเบื่อ!

ภรรยาแสนดี: ฮึก...กลับมานอนบ้านหน่อยได้ไหม (ฝืนขอร้องให้เขากลับมา... แม้คำตอบรู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ยังมีความหวัง หวังว่าเขาจะรักเธอบ้าง)

สามีที่รัก: ทำไมอีก?

ภรรยาแสนดี: ปวดหัว (เสียงออดอ้อนเหมือนเมื่อตอนคบกันใหม่เปล่งออกมา ทั้ง ๆ ที่เขาเคยชอบว่าชอบเสียงเล็กเสียงน้อย แต่เสียงอ้อนวันนี้กลับทำให้เขารำคาญ)

สามีที่รัก: ผมไม่ใช่หมอนะครับ กลับไปคุณจะได้หายปวดหัว กินยาก็นอนพักซะ (ผิงรับรู้ดีว่าเมื่อไหร่ขึ้นคุณขึ้นผมนั่นคือเขาโกรธมากแล้ว และเขาจะไม่ติดต่อเธออีกสองสามวันเป็นการลงโทษเธอ และเธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปตามหาเขาหากเขาไม่คิดกลับมาเอง)

ภรรยาแสนดี: แต่ผิงคิดถึงกวินนะ (ไม่เคยต้องอ้อนวอนใครขนาดนี้ เขาเป็นคนแรกและเป็นคนเดียวที่เธออยากกอดยามอ่อนแอ ขอแค่กอดเรื่องต่าง ๆ เธอจะลืมมันไป แต่ว่าเขา...)

สามีที่รัก: เราต้องทำงานพรุ่งนี้มีประชุมเช้า เลิกงานแล้วจะกลับบ้าน แล้วก็อย่างี่เง่าร้องไห้อะไรนี่อีก(ถอนหายใจก่อนจะบอกเหตุผลไป)

ภรรยาแสนดี: อื้อ...เราเข้าใจแล้ว

สิ้นเสียงของภริตาเขาก็วางสายโดยไม่บอกลาสักคำ ปล่อยให้เธอนอนลำพังอย่างเดียวดาย พร้อมกับน้ำตาที่ไหลไม่ขาดสายทั้งคืน

แก้วกัลยาตื่นก่อนแล้ววิ่งเข้าไปหาแม่ทันที แต่ภาพที่เห็นคือแม่ล้มหัวฟาดพื้นส่ายหัวไปมา...

“กรี๊ด...แม่...พี่กล้า...แม่ล้ม...” เสียงของน้องสาวทำให้กล้ากวีลุกวิ่งเข้ามาในห้องทันที...

“แม่ฮะ...ทำใจดี ๆ ไว้นะฮะ” เสียงสั่นเครือของลูกชายทำให้ภริตายิ้มให้แล้วบอกว่าไม่เป็นอะไร
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
44 Bab
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status