Masukภายในห้องทำงานกว้างบรรยากาศเต็มไปด้วยความขุ่นมัว เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างถูกประดับด้วยยี่ห้อที่มีชื่อจากปารีส เสียงนิ้วเคาะบนเก้าอี้เบาะหนังราคาแพงเป็นจังหวะตามอารมณ์ของคนที่นั่งอยู่ วิลเลี่ยมแทบโมโหระเบิดเมื่อรู้ว่าเขาตื่นขึ้นมาในเข้าวันรุ่งขึ้นเสื้อผ้ายังอยู่ครบ แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนที่สลบไปง่าย ๆ ในตอนกำลังร่วมกิจกรรมกับผู้หญิง เขาโดนเธอวางยานอนหลับ ! ตั้งแต่เมื่อไหร่กันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป
“นายตามจับเธอไม่ได้ ?” วิลเลี่ยมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ความรู้สึกขุ่นเคืองและโกรธทำให้เขาพูดแทบไม่ถูก มันเป็นครั้งแรกที่เขาถูกกระทำแบบนี้ ! “ขอโทษครับนาย แต่เธอวิ่งเร็วมากเลยครับ ผมตามเธอไม่ทัน” ชาร์ลีตอบด้วยน้ำเสียงเข้ม “นายสองคนวิ่งตามผู้หญิงคนเดียวไม่ทัน ?” “นายครับ” เสียงของบอดี้การ์ดอีกคนเดินเข้ามาแล้วพูดแทรกขึ้นเล่นเอาอีกสองคนที่ยืนอยู่เสียวสันหลังหากเป็นเรื่องที่ชวนโมโหอีกแน่นอนว่าเขาทั้งสองมีสิทธิ์ที่จะถูกหักเงินเดือน “มีอะไร” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงฉุน “คุณซอฟฟ์มาพบครับ รออยู่ที่ห้องรับรองครับ” ริคกล่าวบอกเจ้านายหนุ่ม วิลเลี่ยมพยักหน้ารับก่อนที่จะลุกขึ้น ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาชาร์ลีพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเข้ม “ไม่ได้เรื่องทั้งคู่เลย จะไปไหนก็ไป” ชายหนุ่มพูดก่อนที่จะเดินออกจากห้อง สองเท้าก้าวยาวไปยังโซฟาหรูราคาแพงที่ญาติผู้พี่นั่งอยู่ ใบหน้าของวิลเลี่ยมยังดูไม่สบอารมณ์มากเท่าไหร่นัก แม้กระทั่งคนที่เพิ่งมาใหม่ก็สังเกตออก “สีหน้าดูไม่ค่อยดีนะ” อันโตนีโอเอ่ยทักทายเป็นภาษาอเมริกันขึ้นเมื่อมองสีหน้าที่เคร่งเครียดของญาติผู้น้อง “มีเรื่องนิดหน่อยครับ แล้วทำไมถึงมาก่อนกำหนดสองวันมีอะไรหรือเปล่าครับ” เขาปรับน้ำเสียงพูดเป็นปกติ “ไม่มีหรอก ฉันแค่เคลียร์งานเสร็จก่อนกำหนดเท่านั้นเลยคิดว่าจะมาพักสักสองสามวันที่เวกัสนี่ด้วย” อันโตนีโอพูดพร้อมกับเอื้อมมือหยิบกาแฟขึ้นจิบก่อนจะว่างลง แน่นอนว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่มาเวกัส แต่ก็เป็นครั้งแรกที่ตัวเองได้มาทำงานและมีเวลาพัก ซึ่งปกติแล้วตารางเวลาทำงานเขาแน่นมาตลอด “ฉันได้ยินว่าที่นี่กาสิโนเลื่องชื่อ นายจะเป็นเจ้าบ้านพาฉันเที่ยวมั้ย ?” เมื่อพูดถึงกาสิโนวิเลี่ยมก็อดที่จะเอ่ยถึงเรื่องแย่ๆ ในคืนนั้นไม่ได้ “ก็มีอยู่นะ แต่คงไม่อยากจะไปเท่าไหร่...คิดแล้วน่าโมโหชะมัด” อันโตนีโอคิ้วขมวดมองอย่างไม่เข้าใจ “มีเรื่องอะไร ถูกใจสาวคนไหนหรือว่าถูกหักอกมา ?” “ถูกใจน่ะมี แต่ไม่ได้แอ้มน่ะสิ” “หมายความว่ายังไง ?” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงเรียบใบหน้านิ่งไม่แสดงอาการแปลกหรือตื่นเต้นออกมา “ก็เมื่อวานน่ะ ผม...” วิลเลี่ยมเริ่มเล่าเรื่องให้อันโตนีโอฟังตั้งแต่พบกับหญิงสาวจนกระทั่งตื่นมาในตอนเช้ามาทั้งที่ควรจะนอนกับเธอแต่กลายเป็นว่าเขานอนอยู่บนเตียงในห้องสวีทคนเดียวทั้งยังครบชุดอีกต่างหาก ไม่รู้ตัวเลยว่าถูกเธอวางยาตอนไหนกัน “อย่างนายน่ะเหรอ ?” อันโตนีโอเอ่ยขึ้นอย่างขำๆ คงเข้าใจว่าสิ่งที่เจ็บใจคือยังไม่ได้นอนกับเธอต่างหาก! วิลเลี่ยมพูดด้วยน้ำเสียงซีเรียส “เสียชื่อผมหมดเลย ให้ตายสิ !” “แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใครล่ะ” อันโตนีโอเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสนใจ ก็แน่ล่ะเสือผู้หญิงอย่างวิลเลี่ยมยังพลาดท่าได้ แปลว่าต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ “ผมว่าพี่ไม่ต้องรู้หรอกครับ” วิลเลี่ยมเอ่ยขึ้น ทว่าคนอย่างอันโตนีโอนั้นชักสนใจในตัวหญิงสาวที่เรียกว่าแปลกเข้าให้ เขาอยากเจอเธอสักครั้งหนึ่ง...เพราะทำให้วิลเลี่ยมเสียเซลได้มากขนาดนี้ “งั้นหรือ ?” “ใช่ครับ คิดแล้วยังเจ็บใจไม่หาย” “นายคงต้องเจ็บใจอีกหลายวันถ้าไม่ได้เจอเธอ” น้ำเสียงเข้มเอ่ยแซวญาติผู้น้องนึกสนุก หลังจากที่กลับมาจากงานบริษัท โรสกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้อง เธอเลือกที่จะชุดเดรสสีแดงรัดรูปแน่นจนหน้าอกอิ่มล้นออกมา ก่อนจะใช้เครื่องสำอางแต่งหน้าเพียงเล็กน้อยแล้วมองรอยยิ้มสวยให้ตัวเองในกระจก ใบหน้าดูไม่ได้อารมณ์ดีอย่างที่คิดเท่าไหร่ เพราะว่าความจำเป็นกับงานและฐานะของทางบ้านเธอที่ยังต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน หญิงสาวหยิบกระเป๋าสะพายพร้อมกับผ่อนลมหายใจออกมาก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง นางโซเฟียมองไปทางบันไดเมื่อได้ยินเสียงเท้าของโรสเดินลงมา หล่อนเดินเข้ามาหาพลางมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ “นั่นจะไปไหนอีกล่ะ” เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ชอบใจเมื่อเห็นการแต่งกายของหลานสาวตัวเอง “ทำงานค่ะ” หญิงสาวพูดพร้อมกับเดินออกไปโดยไม่สนใจ สีหน้าของผู้เป็นป้า “เลิกทำซะ ! ที่แบบนั้นไม่ไม่มีอะไรดีสักนิด” นางโซเฟียพูด “ป้าคะ ป้าก็รู้ว่าลำพังแค่เงินเดือนในบริษัทมันไม่พอกับค่าเช่าบ้านและค่าใช้จ่ายอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง เพราะสิ่งที่ทำมันไม่ได้...” สำหรับหญิงสาวแล้วทางนี้เป็นทางเดียวที่จะทำให้ครอบครัวอยู่รอดต่อไป “มันเสี่ยงเกินไป ที่จะทำอะไรแบบนั้น” โซเฟียพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง โรสเข้าใจดีกับความหวังดีของป้า แต่ไม่สามารถทนเห็นป้าที่เลี้ยงดูมาแต่เล็กต้องหาเงินเพื่อจ่ายค่าเช่าบ้านอีก แน่นอนว่ามันถึงเวลาที่จะต้องเป็นหน้าที่ของเธอมากกว่า “ป้าคะ หนูต้องไปทำงานแล้วค่ะ” เธอตัดบทแล้วรีบเดินออกไปทันทีโดยไม่สนใจเสียงเรียกที่ไล่ตามหลังมาแม้แต่น้อย โรสปิดประตูบ้านลงพลางถอนหายใจออกมาพร้อมกับก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า ใช่...กาสิโนทำให้มีรายได้เลยพวกเศรษฐีคงไม่สนใจอะไรมากไปกว่าการที่ได้นั่งดื่มหรือนอนกับเธอสักครั้ง... / / / / ฝากติดตามสนับสนุนผลงานเรื่องอื่น ๆ ด้วยนะคะ ผ่านทาง APP - หนีรักมาพบคุณ (ลงจบแล้ว) - สามีพันธกาลรัก (ลงจบแล้ว) - แผนร้ายเจ้าบ่าวที่รัก :: 新郎的甜蜜圈套 - Love Marriage วิวาห์รักพิศวาส (ลงจบแล้ว)เสียงซุบซิบของนางแบบค่อย ๆ ดังขึ้นไปต่างนานาจนเฮริน่าต้องเอ่ยขึ้น“เงียบ ๆ และทางที่ดีควรเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ”น้ำเสียงของเฮรินน่าดูเครียดไม่แพ้กัน“ฉันหวังว่าพวกเธอคงจะเข้าใจ”อาเซียปรายตามองด้วยความหงุดหงิดใจแม้จะไม่ชอบที่ เฮรินน่าให้ความสนใจในตัวโรสมากกว่ารวมถึงอันโตนีโอด้วยแต่ก็ช่างเถอะยังไงซะก็ไม่มีทางตามไปช่วยหญิงสาวได้ทันอยู่แล้วนางแบบสาวเดินเข้าไปหาเฮรินน่าพลางแสร้งหน้าดูเครียดไม่แพ้กับคนอื่น ๆ ก่อนจะเอ่ยลองเชิง “แล้วแบบนี้การเดินแบบล่ะจะทำยังไง ถ้าเกิดกลับมาไม่ทันเดินโชว์งาน”คำพูดของอาเซียทำให้เฮรินน่าฉุดคิดขึ้นมา...“ต้องรอซอฟฟ์ตัดสินใจก่อน”อาเซียได้แค่ยิ้มออกมา เพราะยังไงก็มั่นใจว่าถ้าหากไม่มีโรสอยู่แล้วหน้าที่และตำแหน่งเด่นในงานนี้จะต้องเป็นของเธอแน่นอน“ค่ะ ฉันแค่เป็นห่วง” นางแบบสาวพูดก่อนที่จะเดินไปนั่งรอเงียบ ๆ โดยไม่สนใจการหายตัวไปของโรสแต่อย่างใดไม่นานเกินสิบนาทีอันโตนีโอเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งหนึ่งสีหน้าชายหนุ่มเต็มไปด้วยความกังวลต่าง ๆ มากมาย
รู้จัก...เวก้าไม่เคยรู้จักหรอกเพียงแต่รู้ว่าคนพวกนี้คือพวกเดียวกับอาเซียที่เคยวางแผนทำร้ายเธอมาก่อนอาเซียรู้ว่าเธอไม่มีทางพูดเรื่องน่าอายแบบนี้ให้อันโตนีโอฟังเด็ดขาดถึงกล้าทำและใช้วิธีสกปรกแบบนี้เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของเวก้าโรสจึงไม่คิดที่จะเอ่ยถามต่อ บางทีอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่อยากคิดถึงหรือพูดถึงมันอีก“เอ่อ...ฉันออกมานานแล้วคงต้องกลับเข้างานแล้วค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันขึ้นโชว์” โรสบอกเหตุผลกับเวก้าก่อนที่จะเดินไปเวก้ามองแผ่นหลังของหญิงสาวพลางถอนหายใจออกมาครั้นเมื่อจะเดินกลับแต่เห็นชายชุดดำที่เป็นคนของโรเรนโซมุ่งตามหลังโรสไปนั่นทำให้รู้ว่าเป้าหมายไม่ใช่เธอควรจะช่วยโรสยังไง !! เวก้ามองอีกครั้งและพยายามหาวิธี ลำพังตัวคนเดียวคงช่วยไม่ได้มีเพียงอันโตนีโอเท่านั้นที่ช่วยได้ ว่าแล้วหญิงสาวรีบหมุนตัวทันที แต่ก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อสายตาประสานกับชายชุดดำอีกคน ร่างกายของเวก้าสั่นสะท้านด้วยความกลัว พลางก้าวเท้าถอยหลังออกห่างทีล่ะก้าว...ทีล่ะก้าว...แต่ทว่า ตึก !!แผ่นหลังของเธอกลับชนใครอีกคนที่อยู่ทางด้านหลัง เวก้ารู้สึกว่าตัวเองไม่อาจจะหนีรอ
อาเซียใช้เวลาเปลี่ยนชุดไม่นานก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์เดินออกจากห้องไป แล้วมานั่งรอเช่นเดิม ไม่นานเท่าไหร่เสียงเตือนข้อความก็ดังขึ้น นางแบบสาวไม่รอช้าที่จะกดอ่านทันที‘ทำตามแผนซะ ฉันรออยู่ข้างนอกนี้แล้ว ระวังอย่าให้มันจับได้สักก่อนล่ะ !’เมื่ออ่านข้อความจบก็รีบลบทันที พลางส่งสายตามองหาโรสที่กำลังเดินมาหยิบชุดไปเปลี่ยนแต่ทว่ามีคนเดินเข้ามาหาคุยบางอย่างพร้อมกับจดหมายในมือก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องพอดีจริง !! อาเซียส่งข้อความหาโรเรนโซและเดินตามโรส ออกไปทันทีอาเซียเดินตามมาซึ่งไม่ไกลจากห้องแต่งตัวมากนักแต่ก็เป็นที่ที่คนเดินไปเดินมาน้อยมีแค่พนักงานของโรงแรมที่เดินผ่านเท่านั้น สายตาส่งมองเมื่อเห็นว่าโรสไม่ได้อยู่เพียงคนเดียวแต่อยู่กับเวก้า อาเซียจึงได้แค่ยืนหลบมุมเพื่อฟังคำสนทนาของอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ“มีอะไรหรือเปล่าคะ”เวก้าเดินเข้ามาพร้อมกับจับมือของโรสขึ้น พลางส่งสายตาอ้อนวอนมองเพื่อขอความเห็นใจ“ได้โปรด...ให้ฉันได้พบกับนิกส์อีกสักครั้งนะคะ”โรสมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจในเมื่อเวก้าสามารถที่จะไปหาชายห
เหนื่อย...อันโตนีโอกลับมาที่บริษัทอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะมานั่งทำงานดูข้อมูลและเอกสารรวมถึงความเคลื่อนไหวทั้งหมดของโรเรนโซที่ชาร์และรอสซีหามาให้ ซึ่งทำให้แทบโมโหระเบิดออกมาเมื่อโรเรนโซพยายามแย่งการค้าไป แน่นอนว่าคงปล่อยไปนานกว่านี้ไม่ได้แล้ว หลังจากงานประมูลเสร็จจะต้องรีบจัดการให้เรียบร้อย !!อันโตนีโอไม่ได้สนใจกับเอกสารตรงหน้าอีกต่อไป ในเมื่อจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้ากำลังขึ้นบัญชีข้อมูลสรุปยอดขายทั้งหมดในกาสิโน ซึ่งเป็นที่พึงพอใจมากกับสถิตจำนวนผู้เข้าไปใช้บริการในแต่ล่ะวันและการเล่นพนันเยอะมาขึ้นอีกห้าเปอร์เซ็นต่อสัปดาห์ จริงอยู่ว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ากาสิโนเพราะกลับทานอาหารค่ำทุกวัน มีชาร์ที่เข้าไปตรวจความเรียบร้อยแทนในบางครั้ง แค่ไม่มีคนมาก่อความวุ่นวายเหมือนคราวที่แล้วก็พอเกือบสองทุ่ม...โรสยืนอยู่หน้าเตาร้อนที่ส่งไอระเหยออกมา เอื้อมมือปิดเตาก่อนจะหันไปหยิบภาชนะใส่อาหารในขณะที่มาร์ธาเดินเข้ามาพอดี“เจ้านายกลับมาแล้วค่ะ”มาร์ธาบอกในขณะที่ช่วยจัดจานเพื่อนำไปวางบนโต๊ะ“จริงหรือ” โรสกล่าวพลางจัดแต่งจานและเสริ์ฟอาหารอีกหลาย ๆ เมนูก่อ
“ผมรู้สึกหงุดหงิดมากกว่า”ชายหนุ่มพูดขึ้นพลางยกแก้วตรงหน้าขึ้นดื่ม“นั่นเป็นเพราะนายรักเธอ”คำตอบตรง ๆ ทำให้รอสซีถึงกับสะอึก แววตาคมฉายชัดถึงความว้าวุ่นในหัวใจออกมาโดยไม่ปิดบัง “นายคงหงุดหงิดที่ไม่สามารถบอกความรู้สึกนี้ได้ นั่นเพราะนายไม่กล้าพอหรือมีเหตุผลทำให้ไม่สามารถบอกได้”“อืม”“ถ้าความรักของนายมากกว่าเหตุผลก็บอกเธอ...แต่ถ้านายคิดว่าเหตุผลทำให้นายไม่สามารถรักได้ ก็ปล่อยและถอยออกมาซะ”ปล่อย...ถ้าทำแบบนั้นเขาทำไม่ได้ แน่นอนว่าหัวใจไม่ต้องการทำแบบนั้นและมันจะไม่เกิดขึ้น“ขอบคุณมาก” เมื่อพูดจบบอดี้การ์ดหนุ่มหยิบเงินจำนวนหนึ่งจ่ายค่าเครื่องดื่มก่อนจะรีบเดินออกจากบาร์ไปทันทีชายวัยกลางคนมองลูกค้าหนุ่มที่เดินออกไปพลางส่ายหน้าถอนหายใจออกมาแล้วทำหน้าที่ของตนดั่งเดิมเมื่อกลับถึงบ้านแล้วรอสซีเปิดประตูเดินเข้าไปข้างในที่ปิดไปมืดอยู่ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสองทุ่มพอดีกับอาหารมื้อค่ำ ครั้นได้ยินเสียงมาจากข้างในครัวจึงไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปดูไลลาที่กำลังจัดเตรียมอาหารมือค่ำ
รอสซีกลับมาทำงานตามปกติทั้งที่บาดแผลนั้นยังไม่หายสนิทดีมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานมากนัก สาเหตุที่รีบมาทำงานคงไม่ใช่เพราะชาร์จะมีงานเยอะมากขึ้น แต่การที่อยู่บ้านทำให้ต้องพบหน้าไลลาแทบทุกเวลาแล้วปราการหัวใจที่สร้างขึ้นก็ยิ่งสั่นไหวง่าย ๆ ถ้าขืนอยู่พักอีกวันสองวันกำแพงที่กั้นขึ้นคงได้ล้มลงทั้งหมดแน่บอดี้การ์ดหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดตัวเองตั้งแต่กลับบ้านมาพักรักษาตัว แม้ในใจอยากจะรั้งเอาไว้เพื่ออยู่ต่อแต่ทว่ากลับไม่กล้าที่จะเดินหน้าความสัมพันธ์อะไร อันที่จริงแล้วมันไม่ควรเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นเลย เพราะตัวเองเป็นบอดี้การ์ดมีหน้าที่ปกป้องชีวิตของเจ้านาย หากแต่ความรักอาจจะทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้เต็มร้อย...ยิ่งคิดหัวแทบระเบิด ยิ่งรู้ว่าไลลาออกไปหางานทำ หนำซ้ำยังไม่พอยังคิดที่จะย้ายออกด้วยทำไมอยู่ ๆ ถึงคิดที่จะย้ายออก เป็นเพราะเขางั้นเหรอ ?รอสซีสะบัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวของตัวเองออกและตั้งสมาธิให้สนใจกับเอกสารตรงหน้าที่แทบเป็นลมจับหลังจากหยุดพักตัวไปนานหลายวัน วันนี้คงต้องอยู่เคลียร์งานให้เสร็จ แม้จะมีชาร์มาช่วย แต่บางเรื่องที่เคยทำอยู่ก่อนแล้วอีกฝ่ายไ







