เฮริค มาเฟียร้ายคลั่งรัก

เฮริค มาเฟียร้ายคลั่งรัก

last updateLast Updated : 2026-07-08
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
61Chapters
384views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

สำหรับ ‘เฮริค มิลลส์ตัน’ ผู้หญิงคือเกมท้าทายที่ต้องชนะ แต่สำหรับ ‘รติกาล’ นักธุรกิจหนุ่มหล่อร้ายคนนี้ ก็แค่คนรวยอีโก้สูงที่ไร้สมอง! “ฉันเพิ่งรู้ว่าคนรวยมีเงินซื้อได้ทุกอย่าง... แต่กะอีแค่ยาบำรุงสมอง กลับไม่มีปัญญาซื้อ!” คำพูดท้าทายฟาดกลางแสกหน้าจนชายหนุ่มสติขาดผุด มือหน้าง้างค้างกลางอากาศด้วยความโกรธจัด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสัญชาตญาณดิบ... “ดี! ในเมื่ออยากลองดีนัก ต่อจากนี้ก็อย่าขัดใจฉันแล้วกัน!” แควก! เสื้อตัวบางถูกกระชากขาดวิ่นจนเห็นผิวเนื้อนวลเนียน กระเป๋าใส่โน้ตบุ๊กสมบัติชิ้นสุดท้ายของเธอถูกเหวี่ยงทิ้งอย่างไม่ไยดี ก่อนที่คำด่าทอจะถูกกลืนหายเมื่อเรียวปากหนาฉกวูบลงมาปิดปากเธอไว้ บดขยี้และกัดเม้มอย่างคนหิวกระหาย... ราวกับจะกลืนกินเธอลงไปทั้งตัว!

View More

Chapter 1

จุดเริ่มของความวุ่นวาย

 

          พ.ศ.2565

ร่างสมส่วนชายไทยพร้อมก้าวย่างเร่งรีบไปตามริมฟุตปาธใบหน้าเครียดขรึมคอยหลีกหลบผู้คนที่เดินสวนไปมา ฝ่ามือหนากำเข้าแล้วปล่อยซ้ำๆ ยามเห็นสิ่งตรงหน้า ที่สายตาเขาจับภาพได้ มันสะเทือนไปถึงหัวใจจนปวดแปลบเหมือนคนกำลังถูกจี้ด้วยมีดคมแล้วทิ่มแทงไล่หลัง

          กรามหนาขบเข้าหากันตลอดเส้นทาง สายตาหรี่แคบมองแผ่นหลังชายหญิงที่เดินคลอเคลียเคียงคู่กันเหมือนคู่รัก...มันไม่แปลกสักนิดหากผู้หญิงที่เขาเดินตามเป็นคนอื่น

          ผู้คนเริ่มหนาตา รถราบนท้องถนนเริ่มขวักไขว่เมื่อเป็นเวลาเลิกงาน ช่วงจังหวะเพียงนิดเขาหลบหญิงสูงวัยนางหนึ่ง หากแต่ปะทะกับร่างผอมบางอีกคนกระเด็น

          “หะ/อุ้ย!” เสียงของเขาและหล่อน ดังอย่างตกใจไม่แพ้กัน แต่เมื่อฝ่ายชายหันสายตากลับมา ไม่ต้องบอกว่าร่างหนาสมส่วนที่สูงร้อยแปดสิบกว่ากับหญิงสาวร่างบอบบางเพรียวลม ใครจะเจ็บกว่ากัน เมื่ออีกฝ่ายลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่บนทางเท้าใบหน้าเหยเก ที่เรียกสายตาของคนสัญจรให้หันมอง แต่ไม่มีใครหยุดสนใจซักถาม

          “ให้ตายสิ... ขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ” เมื่อรู้ตัวว่าผิดแม้ไม่ได้ตั้งใจ มนัสไม่รีรอ เอ่ยคำขอโทษทันที และด้วยความตกใจจนลืมตัว ร่างสูงใหญ่โน้มตัวก้มลง ยื่นมือเพื่อเป็นเข้าไปช่วยประคอง หากอีกฝ่ายเอียงหลบอย่างหวงตัวและนั่นทำให้เขารู้ตัวว่ามันไม่เหมาะจึงดึงมือกลับ

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ลุกขึ้นไหวไหม?” เขาร้อนใจหนัก สายตาคมเข้มหรี่แคบพยายามเค้นหาคำตอบด้วยสายตาตนเองไปพร้อมๆ กัน

แม้ไม่มีคำตอบมาทันทีแต่มนัสรับรู้ได้ว่าหล่อนต้องเจ็บไม่หยอกเมื่อมือเรียวลูบข้อเท้าข้างขวา สีหน้าบิดเบี้ยวพร้อมเสียง ซี้ด... สูดลมเข้าปาก

          “ขอโทษจริงๆผมไม่ทันระวังครับ” คนตรงหน้าก็ห่วง หากสายตาของมนัสก็ไม่อาจตัดใจจากหนุ่มสาวก่อนจะชะเง้อคอมอง เพื่อให้รู้ว่าทั้งคู่กำลังเดินไปทิศทางไหน แต่สุดท้ายสิ่งที่ตามมาก็หายไปจากวงจรสายตาจนได้!

          เมื่อไม่มีสิ่งใดทำให้ใจไขว้เขวได้อีก มนัสจึงหันมาสนใจสาวสวยในชุดกางเกงยีนเสื้อยืดธรรมดาที่นั่งแหมะอยู่บนพื้นอย่างจริงๆ จังๆ

          รติกาลแหงนหน้ามองคนที่เอ่ยขอโทษไม่หยุดปาก “ไม่เป็นไรค่ะ” ตัดใจบอกไปทั้งที่ใจหงุดหงิดแต่ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า

          สายตาที่มองสบทำให้มนัสรู้สึกผิด ตากลมใสไร้แววตำหนิหรือคาดโทษ หากแต่เขารับรู้ได้ถึงความกังวลและอ่อนใจ จนเขารู้สึกผิดขึ้นหลายเท่าตัว

          “ไม่ไหวใช่ไหม...ผมขอโทษด้วยจริงๆ” อีกครั้งที่เขาเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและแน่วแน่ แต่ครั้งนี้คำขอโทษที่มาพร้อมกับความต้องการที่อยู่ในใจ

ร่างบางถูกช้อนอุ้มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันได้ตั้งตัว หากจะวี้ดว้าย ยิ่งอายผู้คน รติกาลจึงลดระดับน้ำเสียงให้แผ่วลง

“คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี่นะ” เธอพยายามบอกและดิ้น หากแต่พอขยับ ข้อเท้าก็เจ็บแปลบจนน้ำตาเล็ด

“เท้าเคล็ด อย่าฝืนเดินต่อเลยครับ” มนัสเตือนด้วยความเป็นห่วง ตากลมใสที่เต็มไปด้วยความกังวลจ้องตอบ แต่รติกาลสัมผัสได้ว่าการกระทำของเขาจริงจังและใส่ใจอาการของเธอมากกว่าคิดฉวยโอกาสกับเธอ แต่กระนั้น ความหวาดระแวงก็ไม่ได้ลดไปจากความรู้สึกของรติกาล

“ปล่อยฉันลงเดียวนี้เลยนะ” เธอพยายามสลัดตัวเองออก ครั้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายต่อต้าน มนัสจึงกระชับวงแขนแน่นขึ้น

“ขอโทษนะครับเห็นทีจะไม่ได้” เขาบอกพลางก้าวฉับๆ อย่างกับตัวหล่อนไร้น้ำหนัก

รติกาลอยากดิ้นรนให้พ้นจากการโอบอุ้ม แต่เสียวแปลบตรงข้อเท้าเมื่อพยายามจะสลัดตัวเองแรงๆ

“จะพาไปไหน” น้ำเสียงของหล่อนไม่สม่ำเสมอ พร้อมใบหน้าเริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดพราวด้วยความหวาดระแวง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแดงซ่านด้วยความเขินอาย  เมื่อผู้คนที่เดินผ่านมามองอย่างสอดรู้สอดเห็นหากแต่ไม่มีใครสนใจถามไถ่ อดคิดไม่ได้ว่าหากผู้ชายคนนี้เป็นคนร้าย หล่อนไม่แย่หรอกหรือ

สายตากรอกไปมาของสาวสวย ทำให้มนัสยิ้มกริ่ม เขารู้ตัวเองดีว่ากำลังทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งกลัวขึ้นสมอง จึงเอ่ยบอกไปว่า

“อย่ากลัวผมเลย ผมจะทำอะไรคุณได้ คนเยอะแยะ รถผมจอดอยู่ไม่ไกล เดี๋ยวจะพาไปหาหมอ”

เหตุผลที่ได้ฟังจากน้ำเสียงเป็นมิตรและเป็นกันเอง ทำให้รติกาลเริ่มลังเล เธอจะไว้ใจคนแปลกหน้าได้หรือ 

“ไม่เป็นไร คุณปล่อยฉันลงก่อนเถอะ อายเขา” เสียงแผ่วเบาหากแต่หนักแน่น แต่กระนั้นอีกฝ่ายหาได้ใส่ใจ ยิ้มหน้าตายตอบกลับมา เขาจงใจทำให้คนในอ้อมแขนอ่อนใจ แต่กลับทำไมสำเร็จ เมื่อคนในอ้อมแขนเกร็งตัวจนเขารู้สึกว่าอุ้มลำบากหากหล่อนทำตัวแข็งกับท่อนไม้ และคิดว่าหล่อนคงร่วงลงจากวงแขนเขาเป็นแน่ ขืนทำตัวแข็งทื่ออยู่อย่างนี้...

“ถ้าคิดว่าผมอุ้มคุณแล้วอายชาวบ้าน ผมว่าคุณเปลี่ยนจากทำตัวเป็นท่อนไม้ แล้วทำตัวตามสบาย ผมจะได้อุ้มคุณสะดวกไปถึงรถไวๆ จะดีกว่านะครับ” เขาบอกพร้อมรอยยิ้มขำ รติกาลเหลือบตามองคนพูด หน้างอ ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน เธออยากเถียง แต่ก็ไม่อาจอ้าปากเถียงออกไปได้  เขาเลยส่งยิ้มทางสายตาและคำพูดเป็นการยืนยันอีกครั้ง

“จะอายทำไม เหตุผลที่ผมอุ้มคุณ ใครไม่รู้ แต่ผมรู้ดี ที่สำคัญคุณก็รู้อยู่ว่า ตัวเองไหวหรือเปล่า” รอยยิ้มอบอุ่น ไม่ได้เสแสร้งยังอยู่เต็มใบหน้าหล่อนั้น แต่รติกาลไม่อาจยินดีตอบรับความรู้สึกที่อีกฝ่ายแสดงออกมาได้ เธอจึงกัดฝันทำหน้าบึงตึงตอบกลับ แต่จะให้สะบัดตัวออกจากอ้อมแขนคงไม่ไหว เพราะข้อเท้าของเธอแค่เขาขยับเดินเป็นจังหวะ ก็ปวดแปลบจนน้ำตาเล็ดแล้ว

สุดท้ายสาวสวยวัยใกล้ยี่สิบปี ที่ทำงานจนตัวเป็นเกลียวส่งตัวเองเรียนภาคค่ำเสาร์-อาทิตย์ จันทร์ถึงศุกร์ต้องทำงาน ก็นั่งหน้ามุ่ยอยู่หน้าห้องตรวจ โดยข้อเท้าถูกพันผ้าไว้อย่างแน่นหนา รออีกคนรับยาจากหน้าเคาน์เตอร์

“รติกาล ชื่อเพราะดี” เขาเอ่ยเหมือนจะย้ำให้ตัวเอง เจ้าของชื่อที่เขาพร่ำถามตั้งแต่นั่งมาด้วยกันในรถจนแล้วจนรอดหล่อนก็ไม่บอกเหมือนคนหวงชื่อ จนเขายอมเสียมารยาทแอบดู หันมาสบตาสีหน้าเรียบเฉย เขายิ้มรับหน้าเจื่อนๆพร้อมชูถุงยาให้เจ้าของชื่อได้เห็นถนัดขึ้น ‘เขารู้เพราะมันเขียนอยู่หน้าซองยา’

“เฮ้อ สีหน้าคุณทำให้ผมรู้สึกไม่ดีเลย” มนัสยังมีความวิตกหลงเหลืออยู่มาก

“เอ่อ...ก็นะ เป็นแบบนี้ เถ้าแก่คงไล่ออกจากงานแน่ ไหนเวลาที่ต้องไปเรียนอีก” น้ำเสียงเหมือนพ้อกับตัวเองลอยๆ ของรติกาล ทำให้มนัสรู้สึกใจหายกับสิ่งที่จะตามมากับความหมายที่เขาแปลได้

“คงไม่ถึงกับไล่ออกมั้งครับ สองสามวันคงไปทำงานได้ ไม่ได้เจ็บจนถึงขนาดต้องถือไม้เท้าซะหน่อย” มนัสบอกตามสภาพการณ์ รติกาลเหลือบมองคนเอ่ยที่ทำเป็นรู้ดี แล้วหันมองข้อเท้า สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหากแต่ไม่ถนัดหนัก เพราะเท้าที่พันด้วยผ้าไว้ทำให้เธอพยุงตัวได้ไม่ถนัด มนัสที่ยืนอยู่ใกล้เข้ามาพยุงอีกครั้งแล้วเอ่ยอย่างนุ่มนวล

“ขอโทษนะครับ...” สองมือหนาสอดที่เอวคอด รติกาลมองหน้าสีหน้าลำบากใจ หากแต่ไม่เอ่ยว่าอะไร

“ให้ผมไปส่งนะ” เขาอาสาอีกครั้ง คำตอบที่ได้คือการพยักหน้าของเธอ

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
61 Chapters
จุดเริ่มของความวุ่นวาย
พ.ศ.2565ร่างสมส่วนชายไทยพร้อมก้าวย่างเร่งรีบไปตามริมฟุตปาธใบหน้าเครียดขรึมคอยหลีกหลบผู้คนที่เดินสวนไปมา ฝ่ามือหนากำเข้าแล้วปล่อยซ้ำๆ ยามเห็นสิ่งตรงหน้า ที่สายตาเขาจับภาพได้ มันสะเทือนไปถึงหัวใจจนปวดแปลบเหมือนคนกำลังถูกจี้ด้วยมีดคมแล้วทิ่มแทงไล่หลัง กรามหนาขบเข้าหากันตลอดเส้นทาง สายตาหรี่แคบมองแผ่นหลังชายหญิงที่เดินคลอเคลียเคียงคู่กันเหมือนคู่รัก...มันไม่แปลกสักนิดหากผู้หญิงที่เขาเดินตามเป็นคนอื่น ผู้คนเริ่มหนาตา รถราบนท้องถนนเริ่มขวักไขว่เมื่อเป็นเวลาเลิกงาน ช่วงจังหวะเพียงนิดเขาหลบหญิงสูงวัยนางหนึ่ง หากแต่ปะทะกับร่างผอมบางอีกคนกระเด็น “หะ/อุ้ย!” เสียงของเขาและหล่อน ดังอย่างตกใจไม่แพ้กัน แต่เมื่อฝ่ายชายหันสายตากลับมา ไม่ต้องบอกว่าร่างหนาสมส่วนที่สูงร้อยแปดสิบกว่ากับหญิงสาวร่างบอบบางเพรียวลม ใครจะเจ็บกว่ากัน เมื่ออีกฝ่ายลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่บนทางเท้าใบหน้าเหยเก ที่เรียกสายตาของคนสัญจรให้หันมอง แต่ไม่มีใครหยุดสนใจซักถาม “ให้ตายสิ... ขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ” เมื่อรู้ตัวว่าผิดแม้ไม่ได้ตั้งใจ มนัสไม่รีรอ เอ่ยคำขอโทษทันที และด้วยความตกใจจนลืม
last updateLast Updated : 2026-07-02
Read more
ความซับซ้อน
ตลอดเส้นทางที่เขาทำหน้าที่พลขับ สายตาของมนัสไม่ได้จับจ้องอยู่บนท้องถนนแต่อย่างเดียว เขาสอดสายตามองสองข้างทางที่ขับผ่าน เมื่อรถขับแยกออกจากถนนสายหลัก บางครั้งหากถนนว่าง รถราขาดช่วง พอที่ให้เขาได้ใช้สายตาไปไกล เขาจะยืดตัวพร้อมทำคอยาว มองเหมือนคนพยายามสังเกตหรือจับผิดแล้วสิ่งที่เขาเอ่ยขึ้น ทำให้คนที่เงียบมาตลอดทางหันมองอย่างแปลกใจ“บ้านตัวเองหรือเช่า”ตาคมของรติกาลเหลือบมองคนถาม ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะอยากรู้ไปทำไมแต่ก็ตอบไป“เช่า อยู่กับเพื่อน”เขาพยักหน้ารับรู้“เป็นเด็กกำพร้าเหมือนกัน”บอกไปแล้ว รติกาลก็หันกลับมาครุ่นคิดว่า ทำไมต้องบอกเล่าเขาด้วยสายตาที่จับจ้องท้องถนนละสายตาหันมามองใบหน้าหวานเพียงนิด หล่อนไม่ต่างจากเขาไม่รู้ว่าครอบครัวที่อบอุ่นเป็นเช่นไร“ถนนสายนี้ค่ำๆ น่ากลัว ทางที่ดีอย่ากลับค่ำ” เขาเอ่ยในสิ่งที่รติกาลคิดไม่ถึงรติกาลยิ้มน้อย ๆ รู้สึกใจชื้นที่โลกนี้ยังมีคนหวังดีต่อเพื่อนมนุษย์ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน ที่สำคัญเพิ่งเจอหน้ากันด้วยซ้ำ ความอุ่นใจจึงหลุดปากออกไปว่า“ไม่น่ากลัวหรอก เพราะฉันกับเพื่อนใช้ถนนสายนี้จนชินแล้วล่ะ” “หือ...” มนัสหันขวับส่งสายตาไม่อยากเชื่อก่
last updateLast Updated : 2026-07-02
Read more
คนจริงไม่ได้เก่งแต่ปาก
พ.ศ.2569 บนถนนสายหลักเมืองหลวงของประเทศไทย ร่างหนาในชุดสูทราคาแพงนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดเฮริค มิลลส์ตัล วัย 32 ปี นักธุรกิจหนุ่มเลือดร้อน หรือในวงการเดียวกันตั้งฉายาไว้ว่า ‘เสือร้ายนัยน์ตาสีฟ้า’ กำลังเร่งรีบเดินทางเคลียร์ปัญหาธุรกิจที่เขามีหุ้นส่วนดูแลอยู่“เมลสัน หากนายขืนช้าไปกว่านี้ ฉันจะให้นายออกไปวิ่งแข่งกับรถเลยนะ” ความที่ไม่ได้ดั่งใจเฮริคจึงพาลลงเอากับคนสนิทอีกฝ่ายส่งยิ้มเจื่อนๆ ผ่านกระจกหลัง “จะให้ผมทำไงล่ะครับก็รถมันติด ”“เออน่า ทนรับไปหน่อยสิ แล้วคำว่าครับเลิกพูดได้ไหม อยู่กันสองคน จะครับทำไม”เฮริคมองค้อนให้จนน่าขำ คนโดนบังคับให้รับและเตือนในคราเดียว ฉีกยิ้มแล้วหันกลับไปสนใจถนนเบื้องหน้าต่อเมื่อไม่ได้อยู่ต่อหน้าธารกำนันคนอื่นๆเฮริคต้องการให้เพื่อนรักกึ่งบอดี้การ์ดอย่างเมลสัน ปฏิบัติใช้ตัวให้เป็นเรื่องปรกติ นาย/ฉัน เท่านั้นแม้มีบ้างบางครั้งที่เพื่อนสนิทคนอื่นๆ เอ่ยถามถึงความเป็นมาระหว่างที่คบหาเพื่อนคนละระดับ เขาเลือกให้คำตอบกลับไปว่า‘เพื่อนจริงคือเรากำหนดไม่ได้ว่าเขาจะมีฐานะและภูมิหลังยังไงรู้แค่ว่าตอนนี้เขาซื่อสัตย์และพร้อมสู้อุปสรรคไปกับเราก็พอ’นึกไปถึงเพื่อนบางกลุ่มที
last updateLast Updated : 2026-07-02
Read more
 แค่ความวุ่นวายที่เพิ่งเริ่มต้น
เมลสันห่อปาก เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “...อย่างนั้นก็หาผู้หญิงที่มีคุณสมบัติพอจะเป็นแม่ศรีเรือนให้ ชั่วคราวสิ”คำแนะนำที่ได้ยินทำเอาเฮริคหนุ่มไฟแรงหยุดชะงัก ละสายตาจากของในมือ มองสบตาคนแนะนำอย่างต้องการความกระจ่างอีกนิด“ชั่วคราว...” เฮริคเอ่ยเบาๆ พลางคิดตาม แล้วตาลุกโพลงขึ้นอย่างเห็นด้วย “ความคิดเข้าท่า แต่จะหาแบบนั้นได้ที่ไหน”“เอ่อ... อันนี้... ก็ไม่รู้” นาทีนี้คนเสนอแนะทำหน้าเหลอหลา เพราะไม่รู้จริงๆ ว่าจะหาผู้หญิงแบบนั้นได้ที่ไหน“ที่ทำงานไม่มีบ้างหรือไง ฉันว่าน่าจะเลือกได้สักคนล่ะน่า ค่าจ้างงามๆ ฉันว่าพวกหล่อนไม่กล้าปริปากแถมชอบซะอีก ที่จะได้ใกล้ชิดหนุ่มหล่อๆ อย่างนาย” ว่าให้เหมือนรู้ดีทั้งที่ตัวเองก็ไม่ใช่อยากเข้าใกล้ผู้หญิงสักเท่าไหร่“อืม...” ใบหน้าคมเข้มทำท่าคิดตามคำแนะนำ ภาพลักษณ์แม่สาวแต่ละนางลื่นไหลเข้ามาในห้วงความคิดของเฮริค ไล่ตั้งจากแม่เลขาสาวหน้าห้องที่สนิทที่สุดและไต่ระดับแผนกห่างออกไปเรื่อยๆใบหน้าคมเข้มส่ายไปมาช้าๆ เขามองไม่เห็นทาง เพราะแต่ละนางยามอยู่ต่อหน้าเขาช่างกระแดะ จีบปากจีบคอ กรีดกรายไม่มีความเป็นธรรมชาติเอาเสียเลย คงทำให้คนเป็นแม่ขัดหูขัดตาอีกนั่นแหละ...หากแต
last updateLast Updated : 2026-07-02
Read more
อย่าได้ดูถูกใคร
แม่มดชัดๆ... เฮริคบริภาษกับตัวเองในใจ เขานึกชื่นชมหล่อนมากกว่าด่าทอ หล่อนทำให้ไฟในกายเขาลุกโชนได้อย่างน่าแปลก ทั้งที่ไม่ได้สัมผัสผิวกายกันแม้แต่น้อย ผิดกับผู้หญิงคนอื่นๆหากหล่อนไม่เปลื้องผ้ากระโดดค้อมใส่เขาก่อน หรือเขาอดอยากปากแห้งมาเป็นแรมคืน อย่าหวังว่าเขาจะเล่นด้วยกับพวกหล่อนยิ่งคิดยิ่งอยากปลดปล่อย...เฮริคถอนหายใจหนักหน่วงก่อนจะรีบสลัดความคิดทิ้ง เมื่อเป้ากางเกงส่วนกลางเริ่มพองขยายตัวจนน่าเกลียด ดีที่ว่าเสื้อสูทตัวยาวบิดบังส่วนนั้นไว้ได้รติกาลเริ่มปรับสมองประมวลภาพหนุ่มหล่อตรงหน้า สายตากลมโตเพ่งกว้างขึ้น สำรวจคนตรงหน้าใหม่อีกครั้งไม่ว่าการแต่งกายรูปร่างหน้าตา หัวใจรติกาลเต้นแรงไปพร้อมๆ กับสายตาที่ลากผ่านไปตามร่างกายที่มีเสื้อผ้าราคาแพงปิดทับ ดารานายแบบฮอลลีวูด ยังต้องชิดซ้าย...เมลสันตามลงมาติดๆมองหญิงสาวแล้วนึกขำ ต่างกันกับสายตาคมเข้มของเฮริคที่จับจ้องใบหน้าเกลี้ยงเกลามีไรผมปรกลงมาเล็กน้อย สำหรับเขามองหล่อน ว่าเป็นภาพที่น่ารักและน่าทะนุถนอมนัก สำหรับผู้หญิงท่าทางซื่อๆตรงหน้า และดีใจที่หล่อนผู้นี้ไม่เป็นอะไรอย่างที่เขากลัว ผิดกับเจ้านายที่ผู้ชายด้วยกันมองดูแล้วรู้สึกได้...
last updateLast Updated : 2026-07-02
Read more
ก็แค่คนแปลกหน้า
สายตากลมโตแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นไม่หวั่นเกรงตวัดมองคนที่ขยับท่าทาง เพื่อเตรียมพร้อมหากอีกฝ่ายจะประทุษร้ายโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะเธอกล้าลองดีกับคนที่เขาเรียกว่า ‘นาย’ แต่กลับกันเมื่ออีกฝ่ายขยับและพูดขึ้นว่า“ผมขับรถไม่ดูทางเองครับ” และนั้น เฮริคอยากจะกระโดดผาง กัดคอคนพูดให้ได้ เพราะเท่ากับว่า เขาเป็นคนไม่มีเหตุผลและหาเรื่องผู้หญิง!เมลสันรู้ตัวว่าตนเองเผอเรอละสายตาจากท้องถนน ดีที่ว่ารถไม่เร็วจึงหลบได้ทัน “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ผมละกลัวคุณจะเจ็บ ขอโทษนะครับ” เมลสันเอ่ยอย่างสุภาพ และนั้นทำให้เฮริครู้สึกขัดนัยน์ตาเป็นอย่างมาก “ขอบคุณค่ะที่ถาม ดิฉันไม่ได้เป็นอะไร แต่ที่เป็นมากคือใจของคนบางคนมากกว่า หากไม่มีอะไรแล้วดิฉันต้องขอตัวก่อน” รติกาลอดเหล่ตา และอดทิ้งน้ำหนักเสียง กระแทกอีกคนที่กำลังมองฟ้ามองอากาศ ไม่ได้“เธอนี่มัน!” คนโดนกระแทกด้วยคำพูดและสายตา รู้ตัวดี ร่ำๆ จะบีบคองามระหงที่บังอาจทำให้เขาเสียเวลา เมลสันได้แต่กดยิ้ม พร้อมส่งสายตาห้ามเพื่อนชายไปในตัว เมื่อนักธุรกิจใหญ่และผู้มีอิทธิพลกว้างขวาง โดนหญิงสาวที่ไม่เคยพบหน้าค่าตาตอกกลับถึงสองครั้งอย่างไม่กลัวเกรง เขาได้แต่กดอาร
last updateLast Updated : 2026-07-08
Read more
คนดีอยู่ยาก
คนดีอยู่ยากกลิ่นหอมอ่อนๆ ตามไรผมที่สะบัดไหวตามสายลมพร้อมกลิ่นหอมจางๆปะทะจมูกโด่งเป็นสัน จนเจ้าของจมูกโด่งอดใจไม่ไหว เผลอสูดเข้าไปจนเต็มปอด เลือดลมในกายตีแผ่กระจายตอบสนองกลิ่นสาบสาวข้างกาย จนรู้สึกว่าหัวใจของตนเองเต้นผิดจังหวะ ยิ่งกว่าตอนเขาเพ่งมองริมฝีปากหล่อนเสียอีก เฮริครีบผละห่าง เมื่อนึกได้ว่าตนเองเสียเวลามามากพอแล้ว ที่สำคัญเขามีนัดถึงสองแห่ง “....” ตากลมโตตะลึงนิ่งไปเป็นครู่ ก่อนจะได้สติ “อย่าเอาความป่าเถื่อนของคุณมาใช้กับคนอย่างพวกเรา” น้ำเสียงหนักแน่นโต้กลับ ตอนนี้แค่หน้าตาหล่อเหลา ก็ไม่สามารถเรียกความรู้สึกปลาบปลื้มก่อนหน้ากลับมาได้“เธอรู้หรือว่าฉันไม่ใช่คนไทย”“ไม่... หรือถึงเป็นก็แค่ลูกครึ่ง”“ลูกครึ่งแล้วทำไม มันไม่ดีตรงไหน?”“ก็แล้วมันดีหรือเปล่าล่ะ มายัดเยียดข้อหาแถมขู่กรรโชกทำร้ายร่างกาย มันน่าภูมิใจหรือไง หากคนไทยมีนิสัยแบบนี้”“จะปากดีมากไปแล้วนะ” กรามหนาบดเข้าหากันจนสันนูน แม้หน้าตาจะไม่ใช่ไทยแท้แต่เขาก็รักความเป็นไทยที่คนเป็นแม่สอนไว้เสมอ ‘เกิดเป็นคนไทยแม้จะครึ่งหนึ่งแต่ก็มีหัวใจดวงเดียวเหมือนกัน รักสามัคคีไม่เบียดเบียนคนที่อ่อนแอกว่าเป็นใช้ได้’คำสอนที่
last updateLast Updated : 2026-07-08
Read more
คนตัวโตเอาแต่ใจ
คนตัวโตเอาแต่ใจอรอนงค์ ระวิพันธ์ วัย 24 ปี ผิวขาวร่างเล็ก ส่วนสูงที่เธอตั้งใจบอกใครๆ ว่า ‘สูงแค่ 155 เขาไม่เรียกว่าเตี้ย แค่สูงน้อยไปหน่อย’ นิสัยเงียบนิ่งตามแบบฉบับของคนพูดน้อย หรือเรียกว่าน้ำนิ่งไหลลึก มีแว่นหนาช่วยยืนยันสิ่งตรงหน้าให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น “นี่ตกลงพวกคุณเห็นเพื่อนฉันเป็นนักโทษหรือไงถึงต้องมาเฝ้า แล้วไอ้ข้อมูลเหมือนเช็กประวัติเนี่ย จะเอาไปขึ้นบัญชีดำหรือไง”น้ำเสียงเอ่ยแดกดัน พร้อมเท้าเรียวสวมถุงเท้าสีหวานพาเจ้าของร่างเดินวนไปรอบๆ ชายร่างสูงใหญ่ที่สวมใส่สูทชุดดำน่าเกรงขามแม้อีกฝ่ายจะยืนยันหนักแน่นในการมาครั้งนี้ของพวกเขา แต่สภาพเพื่อนรักถูกควบคุมตัวนั่งสีหน้าเหมือนโดนบังคับกินของขม เธอไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ ไปได้ “เปล่านะครับ” เสียงทุ้มของเมลสันบอกปัด สายตาจดๆ จ้องๆ ใบหน้าหวานที่มีแว่นบดบังใบหน้าเกือบครึ่งหน้า “เปล่าได้ไง แล้วแหวนที่ว่าราคาเท่าไหร่แน่ ทำไมไม่ค้นหาหากราคาสูงจริง จะมามัวโบ้ยความผิดให้คนอื่นรับผิดชอบ แล้วนี่หากเขาไม่มีปัญญาใช้คืน เจ้านายคุณไม่สูญเสียของเปล่าหรือไง”อรอนงค์ยังไม่ปักใจเชื่อแม้จะฟังเรื่องราวมาบ้าง แต่หากแหวนที่ว่ารา
last updateLast Updated : 2026-07-08
Read more
ยอมเท่าที่ยอมได้
ยอมเท่าที่ยอมได้ “ผมต้องขอตัวไปธุระก่อน” เมื่อจัดการค่าอาหารเรียบร้อยเฮริคจึงเอ่ยขึ้น เพื่อเป็นการบอกว่าเวลาของเขาคงหมดไปกับหล่อนแค่นี้ “....” ใบหน้าเรียวรีรูปไข่ตกแต่งเครื่องหน้าไร้รอยตำหนิ หุบลงพร้อมกับสายตาที่ส่งประกายความหวัง หรี่แสงลงอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็นได้ชัดถึงความผิดหวัง “ติดธุระด่วนหรือคะ” เธออยากไปต่อเหมือนทุกครั้งที่ออกมาเจอเขา นั่นคือดูหนัง ฟังเพลงเบาๆ สักพักแล้วชายหนุ่มจะกลับไปส่งบ้าน “ก็ไม่ด่วนมากหรอกครับแต่กลัวเจ้ามนัสจะเครียดตายสะก่อน” “อ้าว หากไม่มีอะไรด่วนอยู่ต่ออีกหน่อยสิคะหรือให้ดาไปกับคุณก็ได้” “หือ...” “นะคะ ดาอุตส่าห์ขอแม่มาแล้วให้ดาได้สนุกอีกสักหน่อยนะคะเดี๋ยวหลัง จากนี้ไม่รู้คุณจะมีเวลาว่างให้ดาได้เจออีกเมื่อไหร่”หล่อนทายถูกเพราะหลังจากนี้เขาเองคงไม่มีเวลาที่จะมานั่งทานอาหารกับใครแบบนี้อีกได้...สายตาคมหวานทอดมองอย่างเว้าวอน เพราะทุกครั้งที่หล่อนโทรหาคำตอบที่ได้ คือ ‘งานผมยุ่งจัง ขอเป็นวันอื่นได้ไหม’ จนแล้วจนรอดเธอก็ต้องเป็นคนโทรถามย้ำ เมื่อสายเรียกเข้าว่าจะโทรกลับมาไม่มีวี่แวว สามครั้งใ
last updateLast Updated : 2026-07-08
Read more
เรื่องวุ่นวายของคนตัวโต
เรื่องวุ่นวายของคนตัวโตปัง ปัง ปัง!!!ร่างสูงใหญ่ของเมลสันสะดุ้งพรวด หน้าผากย่นคิ้วหนาชิดนูนสูงมองสบตาเพื่อนร่วมทีม ใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยความจริงจัง มองไปยังประตูห้องที่ปิดอยู่ พยักหน้าให้อีกคนผัวะ...เสียงถีบเปิดประตูดังกึกก้องไปทั่วห้องอรอนงค์จึงปล่อยเสียง ที่คิดว่าอีกฝ่ายต้อง อึ้งเป็นไก่ตาแตก “อือๆ ยัยเพื่อนบ้า เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ...” ปัง ปัง มือเรียวทำหน้าที่ส่งเสียงเคาะ สูดน้ำมูกเช็ดน้ำตากลืนก้อนสะอื้น ก่อนจะเอ่ยต่อ “แกจะแก้ปัญหาด้วยการทำร้ายร่างกายตัวเอง แกคิดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดหรือไง” “....!!!” เมลสันและมิกซ์มองหน้ากัน “ถอยครับ” สีหน้าจริงจังของเมลสันสั่ง อรอนงค์ถอยหลังยืนมองเขาใช้ลำแขนแกร่งและซีกข้างลำตัวกระแทกไปยังประตูที่ล็อกด้านในไว้สองสามครั้ง พร้อมกับมือหนาจับลูกปิดประตูแล้วหมุนแรงๆ“แย่!” เขาสบถสีหน้าไม่สู้ดี เมื่อทุกอย่างไม่ขยับแล้วสิ่งที่ตามมาคือเท้าหนักๆภายใต้รองเท้าหนังอย่างดีง้างขึ้นสูงแล้ว สิ่งที่เห็นคือประตูที่โดนถีบด้วยแรงมหาศาลกระเด็นออกจากขอบประตูอย่างง่ายดาย“ว้าย!!” เสียงหวานแหลมกรีดร้องด้วยความคาดไม่ถึง “พัง พังก
last updateLast Updated : 2026-07-08
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status