INICIAR SESIÓN“แค่จูบงั้นเหรอ?อย่าดูถูกความกระหายของฉันหน่อยเลยอลิซ เพราะสิ่งที่ฉันอยากได้คือการกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวต่างหาก!”“อื้ออ นี่!คุณกำลังคุกคามอลิซอยู่นะคะ!”“หึ เพิ่งรู้ตัวเหรอ?ฉันว่า ฉันแสดงออกชัดเจนตั้งแต่วินาทีแรกที่เราสบตากันแล้วนะ จำได้ไหม?ว่าเป้าหมายเดียวของฉันคือขยี้เธอให้จมเตียง!”“คะ..คุณพูดเรื่องอะไร อลิซไม่รู้เรื่อง”“จำวันแรกไม่ได้ไม่เป็นไรอลิซ แต่ต่อจากนี้ไปฉันจะ'ตอก'ย้ำทุกท่วงท่า กระแทกกระทั้นทุกความเสียวซ่านลงไปในตัวเธอซ้ำๆ จนต่อให้เธออยากจะลืมชื่อฉันแค่ไหน ร่างกายเธอก็จะเรียกร้องหาแต่สัมผัสจากฉันแค่คนเดียว!”“กรี๊ดด!!”“ชู่ว อย่าดิ้นสิอลิซ เก็บเสียงหวานๆ ของเธอไว้ครางตอนถูกฉันกระแทกจนสุดทางดีกว่า”“อย่านะ!อย่าล้วง คุณมันโรคจิต!บ้ากามที่สุด!”“เป็นเด็กดีสิแล้วฉันจะเมตตา”“ทุเรศ ยะ..อย่าดันเข้ามานะ!อื้อออ!อลิซจุกจนพูดไม่ออก แล้ว!”
Ver másเมื่อความฝันของเธอเต็มไปด้วยภาพหลอนที่แสนเย้ายวน...และผู้ชายที่ก้าวเข้ามาก็อันตรายเกินกว่าจะต้านทาน
เธอจำสัมผัสเร่าร้อนในคืนนั้นไม่ได้... ทว่าเขากลับตีตราจองทุกตารางนิ้วบนร่างกายเธอไว้ในความทรงจำอย่างไม่มีวันลืม...
ดวงตาคมกริบไล่มองใบหน้าสวยล้ำราวกับรูปปั้นนั้นอย่างละเอียดทุกลายเส้น จนมาหยุดนิ่งที่ดวงตาใสซื่อที่เปี่ยมไปด้วยน้ำตาคู่นั้น ดวงตาที่ทำให้หัวใจแกร่งที่ด้านชากระตุกวูบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ใครกัน... ที่ส่ง ‘ของขวัญ’ ล้ำค่าแบบเธอมาให้ฉันถึงที่นี่?”
ปัจจุบัน...
อลิซ เด็กสาวอายุ 21 ปี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่มีใบหน้าสวยหวานสดใส ดวงตากลมของเธอโตบริสุทธิ์ กำลัง หยุดยืนอยู่เบื้องหน้าอาคารกระจกสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ หัวใจดวงน้อยเต็นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก วันนี้ไม่ใช่แค่เพียงวันแรกของการฝึกงานในบริษัทระดับโลก แต่มันคือวันแรกที่แม่ยอมปล่อยมือให้เธอได้ก้าวออกมาเผชิญโลกกว้างและใช้ชีวิตแบบผู้ใหญ่จริงๆ เสียที
“เอาล่ะอลิซ... เธอทำได้ สู้เขา!”
เด็กสาวพึมพำกับตัวเองพลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ เธออยู่ในชุดนักศึกษาที่รีดจนเรียบกริบ รองเท้าส้นสูงสีขาวสะอาดตาก้าวฉับๆ ผ่านประตูอัตโนมัติเข้าไป พนักงานในชุดสูทภูมิฐานเดินสวนกันไปมาด้วยท่าทางเร่งรีบ ทุกคนดูคล่องแคล่วและเป็นมืออาชีพจนอลิซรู้สึกว่าตัวเองดูตัวเล็กจ้อยลงไปถนัดตา
มือบางขยับสายสะพายกระเป๋าให้เข้าที่ ก่อนจะตัดสินใจเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ตามที่ระบุไว้ในอีเมลตอบรับ
“สวัสดีค่ะ... หนูมาฝึกงานค่ะ ชื่ออลิซค่ะ”
เธอยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มบุ๋ม พยายามคุมน้ำเสียงให้ดูสดใสและมั่นใจที่สุดเท่าที่จะทำได้ พนักงานหญิงหลังเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ สายตาคู่นั้นกวาดมองอลิซตั้งแต่หัวจรดเท้า... หนึ่งครั้ง... แล้วมองซ้ำอีกครั้งอย่างพิจารณา
สายตานั้นไม่ได้มีความเป็นมิตรอย่างที่อลิซคาดหวัง แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงและประเมินค่าบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจ
“ฝึกงาน?” พนักงานคนนั้นทวนคำ เสียงเรียบนิ่ง
“ค่ะ... พึ่งมาวันแรกค่ะ”
รอยยิ้มของอลิซเริ่มค้างเติ่ง เมื่ออีกฝ่ายไม่ยิ้มตอบแถมยังมองหน้าเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับเห็นของแปลก นิ้วเรียวพิมพ์คีย์บอร์ดรัวเร็วอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าเย็นชาที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง
“ชั้นบนสุด... ท่านประธานเรียกพบเธอเป็นการส่วนตัว”
“เอ่อ... ชั้นบนสุดเลยเหรอคะ?”
อลิซถามย้ำอย่างงงๆ คิ้วสวยขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย เพราะตามปกติแล้วเด็กฝึกงานควรจะไปรายงานตัวที่ฝ่ายบุคคลเพื่อปฐมนิเทศก่อนไม่ใช่หรือไงกัน“บอกให้ขึ้นไปก็ขึ้นไปเถอะน่า อย่าถามมาก!”
พนักงานคนเดิมตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดติดจะรำคาญ ก่อนจะหยิบคีย์การ์ดสีทองหรูหราออกมาวางบนเคาน์เตอร์แล้วดันมาทางเธออย่างรวดเร็ว“ใช้ใบนี้... ขึ้นลิฟต์ตัวในสุดไปซะ”
“คะ?”
อลิซรับคีย์การ์ดมาแบบงงๆ เธอก้มมองบัตรในมืออยู่ครู่หนึ่งคล้ายจะถามต่อ แต่พนักงานคนนั้นก็หันกลับไปสนใจงานอื่นอย่างตัดบททันที อลิซยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นชั่วอึดใจ ความรู้สึกบางอย่างบอกเธอว่าที่นี่มีอะไร ‘แปลกๆ’“ค...ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
เธอหันหลังเดินออกมาพร้อมกับเครื่องหมายคำถามเต็มหัว ชั้นบนสุดเนี่ยนะ? เด็กฝึกงานวันแรกต้องไปหาท่านประธานเลยเหรอ? ลิฟต์ตัวในสุดที่ดูเป็นส่วนตัวกว่าตัวอื่นตั้งอยู่ไม่ไกลนัก อลิซใช้คีย์การ์ดแตะลงบนเซนเซอร์พลางก้มมองบัตรในมือ หัวใจดวงน้อยเต็นระรัวแรงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ“อลิซ... เธอต้องไม่อ่อมนะ ใจดีสู้เสือเข้าไว้ วันแรกเอง คนดีๆ ในตึกนี้คงยังมีอีกเยอะแยะแหละน่า”
เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ พร้อมสูดลมหายใจเรียกความมั่นใจเข้าปอดลึกๆ และเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก อลิซก็ก้าวเข้าไปยืนตัวตรง กำคีย์การ์ดในมือไว้จนแน่นตัวเลขบนหน้าจอดิจิทัลขยับขึ้นไปเรื่อยๆ โดยที่เด็กสาวอย่างอลิซไม่รู้เลยว่าสิ่งที่รอเธออยู่ชั้นบนสุดนั้น...ไม่ใช่เจ้านายที่แสนดีอย่างที่เธอหวัง แต่เป็น ‘สัตว์ร้าย’ ในคราบมนุษย์คนที่เฝ้ารอเวลาจะขย้ำเธออีกครั้ง!ติ๊ง!อลิซก้าวเท้าออกจากลิฟต์ช้า ๆ สีหน้าที่พยายามนิ่งไว้เมื่อครู่เริ่มไปไม่เป็น เมื่อเธอเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คือโถงชั้นบนสุด สุดกว้างขว้างกว่าที่เธอคิด และที่สำคัญมันดูเงียบ…และดูแพงมาก
‘เรามาผิดที่หรือเปล่าเนี่ย..’
อลิซกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างคนยังตั้งสติไม่ทัน ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับโต๊ะทำงานตัวยาวที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าห้องกระจกบานใหญ่ และที่โต๊ะนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่
‘ว้าวสวย…สวยมาก’
อลิซลอบกลืนน้ำลายจ้องมองใบหน้าคมเข้มของผู้หญิงคนนั้น ร่างโปร่งของเธอกำลังนั่งหลังตรงดูสง่างามดั่งนางพญา เธอจึงพยายามรวบรวมความกล้าเดินตรงเข้าไปหาตามสัญชาตญาณ“เอ่อ...สวัสดีค่ะ หนูมาฝึกงานค่ะ ชื่ออลิซนะคะ”
เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพพร้อมส่งยิ้มพิมพ์ใจไปให้ ทว่าเลขาฯ สาวคนสวยกลับทำเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมาช้าๆ สายตาคมปลาบคู่นั้นกวาดมองอลิซตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเปิดเผย เหมือนกับกำลังสแกนหาจุดบกพร่อง‘เอ๊ะ...หรือว่าฉันแต่งตัวแปลกไป? หรือกระโปรงฉันสั้นเกินไปนะ?’ อลิซเริ่มเสียความมั่นใจจนเผลอขยับตัวอย่างประหม่า
“ฝึกงาน?” น้ำเสียงนั้นเรียบเฉย แต่กลับแฝงไปด้วยกระแสความไม่เป็นมิตรอย่างรุนแรงจนสัมผัสได้
“ค่ะ...วันนี้วันแรกค่ะ”
เลขาฯ สาวเอนหลังพิงเก้าอี้ราคาแพง มองอลิซด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร ราวกับกำลังพิจารณาว่าเด็กสาวตรงหน้ามี ‘ดี’ อะไร‘ทำไมต้องมองกันแบบนี้ด้วยนะ…’
สายตาที่เย็นชาและจ้องจับผิดนั้นทำให้อลิซเริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวโดยไม่ทันตั้งตัว…‘หรือว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็น ‘ผู้หญิงของท่านประธาน’? แล้วเธอกำลังเขม่นฉันเพราะกลัวว่าเด็กฝึกงานหน้าใหม่คนนี้จะมาสั่นคลอนตำแหน่งของเธอหรือเปล่า?’
“หนูจะไม่แย่งผู้ชายของคุณพี่แน่ๆ ค่ะ! สาบานได้เลย!”
กริบ...อลิซแพ้เสียงในหัวจนเผลอโพล่งประโยคสุดช็อกออกมาอย่างลืมตัว เธอรีบตะครุบมือปิดปากตัวเองแทบไม่ทันจนเสียงดัง ปึก!ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมา หัวใจดวงน้อยร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มชั่วพริบตา‘ตายแล้วอลิซ! ยัยซุ่มซ่าม! พูดบ้าอะไรออกไปเนี่ย!’เธออยากจะเอาหัวโหม่งผนังกระจกให้รู้แล้วรู้รอด
“…..”
เลขาฯ สาวสวยชะงักค้างไปเสี้ยววินาที เธอเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบคู่เดิมเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ขึ้นคล้ายกับกำลังอ่านหมากบางอย่างออก“เอ่อ... คือหนู... หนูหมายถึง...”
อลิซยืนเก้ๆ กังๆ มือไม้ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน ร่างกายมันประท้วงอยากจะหันหลังกลับแล้วพุ่งตัวเข้าลิฟต์หนีไปให้พ้นจากสายตาตรงหน้าเสียเหลือเกิน‘อลิซ... เพิ่งจะวันแรกเองนะลูก อย่าเพิ่งพังพินาศตั้งแต่ยังไม่เริ่มงานสิ...’
“หึ... มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เลขาฯ สาวกระตุกยิ้มที่มุมปาก จนอลิซเสียวสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก เธอยังไม่ทันจะได้แก้ตัว ประตูห้องทำงานบานใหญ่ที่อยู่ด้านหลังก็ค่อยๆ ถูกเปิดออก พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจที่ดังแทรกขึ้นมาจนอลิซแทบหยุดหายใจ“ใครบอกว่าฉันเป็น ‘ผู้ชายของพี่เขา’ กันล่ะ... หืม? เด็กฝึกงาน”
“เฮ้อ... มองไปทางไหนก็มีแต่คนคลั่งรักจนน่าหมั่นไส้เนอะว่าไหมคะที่รัก” เอลลี่ เอ่ยจิกกัดพลางขยับกายเต้นรำในอ้อมกอดของสามี เธอหวนคิดถึงจุดเริ่มต้นที่แสนจะชุลมุนของคู่ตัวเองความรักของทั้งคู่ไม่ได้เริ่มจากความหวาน แต่มันเริ่มจากการที่แม่ของดีแลนพยายามหาคู่เดทมาประเคนให้ลูกชาย และเอลลี่ในตอนนั้นที่ไม่อยากจะคบหากับใครเลย ตัดสินใจส่งประวัติและรูปภาพที่ 'เชย' สะบัดและดูจืดชืดที่สุดไปให้ เพื่อหวังจะให้ฝ่ายชายปฏิเสธแต่ใครจะคิดว่ามาเฟียจอมเจ้าเล่ห์อย่าง ดีแลน จะบุกมาพิสูจน์ถึงที่!“จำได้ไหมคะ... วันที่ที่รักบุกมาหาเอลถึงในคลับ แล้วพยายามแกล้งทำตัวเป็น 'คนดี' จนเอลเชื่อสนิทใจหัวใจจนหัวใจหวั่นไหว” เอลลี่หัวเราะร่าเมื่อนึกถึงภาพมาเฟียในคราบสุภาพบุรุษ“พี่ก็เลยต้องทุ่มทุนสร้างภาพหน่อยสิ” ดีแลนแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางกระชับอ้อมกอดรัดเอวบาง“แต่สรุปเป็นยังไงคะ... สุดท้ายที่รักก็เผยธาตุแท้ว่า 'เลว' ไม่ใช่หรอไง”“หึๆ... ก็เอลบอกเองว่าชอบคนเลวพี่ก็เลยแค่เผยตัวตน ทั้งปล้ำทั้งฉุดจนได้มาเป็นเมียเนี่ยไง” ดีแลนก้มลงกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ขอบคุณความเจ้าเล่ห์ของตัวเองจริงๆ ที่ไม่ปล่อยให้สาวน้อยในรู
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลากสไตล์ดังประสานกันขึ้นอย่างผ่อนคลาย เมื่อต้นแบบความคลั่งรักอย่างคาร์เตอร์นำพาความสุขมาให้พวกเขาทุกคน“เออ...” คาร์เตอร์ รับคำสั้นๆ อย่างขอไปที ก่อนจะเบนสายตาไปหยุดที่ มิลิน ภรรยาสุดที่รักเพียงคนเดียว ทันใดนั้นเขาก็ตัดสินใจลุกขึ้นยืน“แด๊ดดี้จะไปไหนครับ?”“ไปหาแม่ไง... เราก็มากับพ่อสิ” คาร์เตอร์เอ่ยชวนลูกชาย ซึ่ง อาเธอร์ ก็พยักหน้ารับอย่างรู้ความ ทว่าทายาทมาเฟียตัวน้อยกลับเดินเลี่ยงไปยังจุดเปิดเพลง เขาเปลี่ยนท่วงทำนองให้กลายเป็นเพลงช้าหวานซึ้ง พร้อมกับกวักมือเรียกน้องๆ ให้เข้ามารวมกลุ่มกัน“ทุกคนมาหาพี่เร็ว”“ค่าาา / ค๊าบบบ!” เด็กๆ วิ่งกรูมาหาพี่ชายใหญ่ เปิดทางให้พื้นที่ตรงกลางชายหาดกลายเป็นฟลอร์เต้นรำสุดพิเศษ“อ๊ะ... แดดดี้ มีอะไรหรือเปล่าคะ?” มิลินหันมามองสามีด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นเขาเดินตรงเข้ามาหา“เต้นรำกันนะ...” คาร์เตอร์ตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาคมกริบจ้องมองภรรยาราวกับจะหลอมละลาย จนมิลินเผยรอยยิ้มหวานตราตรึงใจ“ได้สิคะ...”สิ้นคำตอบตกลงของภรรยาสาว มือหนาของคาร์เตอร์ก็รั้งเอวบางเข้าหาตัวจนร่างกายแนบชิด ทั้งคู่เริ่มขยับกายเต้
“ผมก็จะไม่ยอมให้ใครมายุ่งกับน้องสาวเหมือนกันครับ” อาเธอร์ ที่ยืนนิ่งมานานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มและสายตาที่กดต่ำลงเฉกเช่นคนเป็นพ่อไม่มีผิดเพี้ยน ทำเอาบรรดาลุงๆ ถึงกับเงียบกริบ... เพราะดูท่าว่า ด่านพี่ชาย จะโหดกว่า ด่านพ่อ เสียแล้ว“คิกๆ ดูท่าปาร์ตี้คืนนี้จะกลายเป็นสงครามแย่งชิงลูกสาวไปซะแล้วนะคะ” อลิซ หัวเราะร่าพลางมองภาพความวุ่นวายของคุณพ่อมาเฟียแต่ละคนที่เริ่มโดนเด็กๆ ล้อมวงป่วนจนเสียอาการกันเป็นแถว“ลินว่า... เราอย่าเพิ่งไปเครียดเรื่องอนาคตลูกเขยลูกสะใภ้กันเลยค่ะ วันนี้เรามาเริ่มปาร์ตี้ให้สุดเหวี่ยงกันดีกว่า!” มิลิน เอ่ยตัดบทอย่างอารมณ์ดี เรียกสติให้บรรดาคุณแม่ยังสาวเห็นดีเห็นงามด้วยทันที“พูดดีมากยัยลิน! ในเมื่อพวกหนุ่มๆ เขาติดพันสงครามลูกกันอยู่... งั้นพวกเราเปิดเพลงฉลองเลยจ้า!” พริบพราว เอ่ยชมด้วยน้ำเสียงร่าเริงพลางดีดนิ้วส่งสัญญาณให้เริ่มงานปาร์ตี้ริมหาดที่ควรจะเป็นการพักผ่อน กลับกลายเป็นเวทีประชันความแซ่บของเหล่า "ตัวแม่" ทันทีที่เสียงบีทหนักๆ ของเพลงสากลจังหวะเร้าใจดังขึ้น“ถูกใจมากค่ะพี่ลินพี่พราว! ไปค่ะ... เราไปแดนซ์กันเถอะใบบัว อลิซแกก็ตามมาเร็ว!” เอลลี่ สาวสวยสุดมั่นไม่ร
“มากันครบสักทีนะ หายกันไปเป็นชาติ!”คาร์เตอร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึมตามสไตล์เจ้าพ่อผู้นัดหมาย ทว่าแววตาที่เขาก้มลงมอง มิลิน ที่ซุกตัวอยู่ข้างกายกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัดจนเพื่อนๆ หมั่นไส้“แด๊ดดี๊อย่าทำเสียงดุสิคะ เดี๋ยวเพื่อนๆ ก็กลัวหมดหรอก” มิลินเอ่ยปรามสามีพร้อมรอยยิ้มหวาน ก่อนจะหันไปทักทายกลุ่มของอลิซ “ลินคิดถึงทุกคนมากเลยนะคะ นานๆ ทีจะได้รวมตัวปาร์ตี้กันแบบนี้ เด็กๆ เองก็คงดีใจมากที่ได้วิ่งเล่นด้วยกัน”“เจ้าแฝดอาร์เดนกับอาร์เดลน่ารักมากเลยล่ะมิลิน เมื่อกี้พราวแอบเห็นตอนวิ่งไปรุมหอมแก้มเดลล่าด้วยนะ!” พริบพราว ที่ซบหน้าอยู่กับอกของ เซน รีบโผล่หน้ามาแจมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“น่ารักแต่แสบมากเลยล่ะค่ะพี่พราว ดูสิ... ทำเอาพี่ดีแลนหน้าเขียวปัดไปหมดแล้ว” อลิซตอบพลางหัวเราะร่วนเมื่อหันไปเห็นอาการของพี่เขย“หึ... ถ้าไม่ใช่หลาน ฉันสั่งคนลากไปโยนทะเลให้ฉลามกินไปแล้ว” ดีแลน พ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจที่ลูกสาวสุดที่รักโดนรุมจีบแต่เด็ก“แหม... คุณดีแลนคะ หลานแค่หยอกเล่นตามประสาเด็กเอง อย่าเพิ่งรีบสั่งฆ่าใครเลยค่ะ วันนี้วันดี... เรามาฉลองให้ครอบครัวมาร์ตินกันดีกว่า!” พริบพราวเอ่ยอย่างร่าเริง
reseñas