LOGINลู่เสียนรู้สึกตัวตื่นในตอนสาย ๆ ของวัน วันนี้เป็นวันหยุด ชายหนุ่มเลยไม่ได้รู้สึกตกใจที่ตนเองตื่นสาย พอทบทวนเรื่องราวของเมื่อคืนลู่เสียนก็อมยิ้มออกมา เพราะนึกไปถึงว่าเมื่อคืนนี้ ตนเองกับเฉินลี่มี่ได้ตกเป็นของกันและกันแล้ว ทีนี้หญิงสาวคงไม่กล้าถอนหมั้นเขาอย่างแน่นอน
“อื้อ ตื่นแล้วหรือคะ” เสียงหวาน ๆ ของผู้หญิงเอ่ยทักทายลู่เสียน
ชายหนุ่มคงจะดีใจที่เธอตื่นมาแล้วทักทายเขาทันที ถ้าไม่ติดที่ว่าน้ำเสียงนี้ไม่ใช่เสียงของเฉินลี่มี่!!!
ลู่เสียนตกใจ จนต้องหันมากระชากผ้าห่มออกจากตัวผู้หญิงคนนั้น เพื่อจะดูหน้าเจ้าของเสียงชัด ๆ โดยไม่ได้สนใจว่าเธอจะเปลือยเปล่าอยู่หรือไม่
“ไป๋ฮวา คุณมาอยู่กับผมได้อย่างไร แล้วที่นี่ห้องคุณอย่างนั้นหรือ” ลู่เสียนตะโกนถามออกมา ด้วยความตกใจที่ผู้หญิงที่ตนเองมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยทั้งคืน ก็คือไป๋ฮวาผู้หญิงที่ทำให้คู่หมั้นของเขาต้องถอนหมั้น!!
“ก็คุณตามฉันมาที่ห้องของฉันเองนะคะ แล้วก็มาเอาฉันทั้งคืน แล้วคุณก็เป็นคนแรกของฉันด้วย คุณต้องรับผิดชอบนะคะ”
“โกหก!! คนแรกอะไร ลื่นไหลซะขนาดนั้น ส่วนเรื่องรับผิดชอบผมไม่ได้ทำอะไรผิด คุณสมยอมเอง อย่าคิดมาบังคับผมด้วยวิธีแบบนี้ ไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ เสียแรงที่ผมเคยชื่นชมคุณ คิดว่าเป็นนางเอกเรียบร้อยแสนดี ” ลู่เสียนตะคอกใส่ไป๋ฮวาเสียงดัง เพราะไม่ชอบผู้หญิงที่คิดจะจับเขาด้วยวิธีการแบบนี้
ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เพื่อต่อสายโทรศัพท์หาถงอี้ เลขาหนุ่มของเขา ให้ซื้อยาคุมฉุกเฉินขึ้นมาให้ที่คอนโดของไป๋ฮวาในเวลานี้ทันที เพราะเมื่อคืนไม่ได้ป้องกัน เขาไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดใด ๆ ให้ต้องมาตามรับผิดชอบกันในภายหลัง
“ลู่เสียนทำไมคุณพูดแบบนี้ ทีเมื่อคืนไม่เห็นคุณจะปฏิเสธฉันเลย” ไป๋ฮวาพยายามใช้น้ำเสียงออดอ้อนใส่ชายหนุ่มที่มีท่าทีโมโหมากในเวลานี้
“เพราะผมคิดว่าคุณเป็นคู่หมั้นผมน่ะสิ แล้วคุณก็สมยอม รับว่าตนเองคือเฉินลี่มี่เสียด้วย”
เมื่อคืนไป๋ฮวาไม่ยอมเปิดไฟในห้องเลย และลู่เสียนก็เมามากทั้งยังไม่มีสติ ทั้งมองไม่เห็น ประกอบกับไป๋ฮวารับสมอ้างว่าเธอคือเฉินลี่มี่ ลู่เสียนเลยปักใจเชื่อ จนมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันทั้งคืน
“หึหึ คู่หมั้นอะไร เธอถอนหมั้นคุณแล้วนี่คะ คุณก็มาคบหากับฉันสิ ไหน ๆ ก็ได้กันมาทั้งคืนแล้ว”
“ได้วันเดียวคือพลาด ได้ครั้งต่อไปคือโง่ ซึ่งผมไม่ใช่คนโง่ นิสัยแบบคุณ ผมไม่เอาเข้าวงตระกูลหรอก”
ติ๊งต่อง………
ในระหว่างที่ทั้งสองคน กำลังสาดอารมณ์โมโหใส่กันอยู่นั้น เสียงออดหน้าประตูก็ดังขึ้น เป็นถงอี้นั่นเองที่มากดออด เพื่อนำยาคุมฉุกเฉินขึ้นมาให้เจ้านายหนุ่ม
“กินเข้าไปซะต่อหน้าผมตรงนี้ อย่าคิดมีปัญหา เพราะคุณคงไม่อยากเห็นผมใจร้ายหรอกใช่ไหม”
ลู่เสียนยื่นยาคุมฉุกเฉินชนิดเม็ดรวม 1 เม็ดให้ไป๋ฮวากิน เพราะถ้าเป็นแบบ 2 เม็ด เขาต้องมาตามคอยดูว่าเธอกินเข้าไปครบหรือยัง จึงสั่งให้ถงอี้ซื้อแบบพิเศษที่รวมใน 1เม็ดมาเลย (ซึ่งในโลกคู่ขนานนี้แบบ 1เม็ดจะดีและแพงกว่า 2 เม็ด)
ไป๋ฮวาพอได้ยินน้ำเสียงดุดันนั้นของลู่เสียน ก็นึกหวาดกลัวขึ้นในจิตใจ เพราะตัวเธอก็ไม่ค่อยรู้จักนิสัยของลู่เสียนสักเท่าไร แค่เห็นว่าเขารูปหล่อ และร่ำรวย เลยอยากจับทำสามี แต่พอมาเจอชายหนุ่มสาดอารมณ์ใส่แบบนี้ ใช้ทั้งน้ำเสียง และแววตาที่เธอไม่เคยเห็น จึงนึกกลัวขึ้นมาทันที เลยรีบหยิบยามากินและไม่กล้าพูดอะไรอีก
“ถงอี้ ส่งคนติดตามดูผู้หญิงคนนี้ในระยะ 3 เดือน เผื่อเธอจะไปมีสัมพันธ์กับคนอื่น แล้วมาสมอ้างว่าท้องกับฉัน และถ้าเธอมีอาการผิดปกติให้ส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลทันที”
ลู่เสียนสั่งการเลขาคนสนิทต่อหน้าไป๋ฮวา เพื่อข่มขู่ไม่ให้หญิงสาวมาทำเรื่องชั่ว ๆ ใส่เขาอีก เพราะถึงแม้จะให้ไป๋ฮวากินยาคุมฉุกเฉินไปแล้ว ก็ไม่ได้ถือว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซนต์ ถ้าหญิงสาวตั้งครรภ์ลูกของเขาจริง ๆ เขาก็จะรับผิดชอบแค่เด็ก แต่ไม่เอาแม่!!!
“ครับเจ้านาย” ถงอี้รับคำเจ้านาย ทั้งยังนึกสมเพชผู้หญิงที่หาทางจับเจ้านายของเขา คงยังไม่รู้ฤทธิ์เดชของเจ้านายล่ะสิถึงได้ใจกล้าขนาดนี้
ลู่เสียนเป็นนักธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จมาขนาดนี้ ย่อมไม่ใช่คนโง่ ถึงแม้ครั้งนี้จะพลาดเพราะเมา แต่หลัก ๆ คงเพราะอารมณ์ที่ไม่ปกติเลยทำให้ดื่มจนขาดสติ ผิดวิสัยของชายหนุ่ม ที่ปกติจะดื่มแค่พอมึน ๆ เพียงเท่านั้น แต่จากบทเรียนในครั้งนี้ ลู่เสียนคงไม่กล้าดื่มจนเมาหนักแบบนี้อีกแล้ว
ณ ตึกสำนักงานใหญ่ บริษัท มู่เฉินเอนเทอร์เทนเมนต์
เช้าวันอาทิตย์นี้ เป็นวันคัดเลือกนักแสดงในรอบสุดท้าย ของโปรเจกต์ภาพยนตร์แห่งปีของ บริษัท มู่เฉินเอนเทอร์เทนเมนต์ ในบทประพันธ์เรื่อง เมื่อบุปผาหวนคืนชะตา การคัดเลือกได้ถูกจัดขึ้นที่ห้องประชุมขนาดใหญ่ของตึกสำนักงานใหญ่ บริษัท มู่เฉินเอนเทอร์เทนเมนต์
เฉินลี่มี่ที่มีคิวการแสดงในช่วงบ่าย ก็มาถึงสถานที่คัดเลือกนักแสดงตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้า เพราะลี่มี่ตื่นแต่เช้ามาออกกำลังกาย ตามโปรแกรมของหน่วยรบพิเศษในทุก ๆ วันตามความเคยชิน และหญิงสาวก็ไม่มีธุระอะไรที่ต้องจัดการ เลยเดินทางมาเตรียมตัวที่บริษัทมู่เฉิน ตั้งแต่เนิ่น ๆ
บริษัท มู่เฉินเอนเทอร์เทนเมนต์นั้น มีร้านค้าให้จับจ่ายใช้สอยทุกอย่าง เปรียบเสมือนห้างสรรพสินค้าย่อม ๆ จึงไม่แปลกอันใดที่เฉินลี่มี่จะเดินทางมาที่นี่ตั้งแต่เช้า เรือนร่างอรชรอวบอิ่ม ประกอบกับใบหน้าที่สวยเย้ายวนสะกดตา ทำให้พนักงานของบริษัท ที่ยังคงมาทำงานในวันอาทิตย์นี้ถึงกับมองตามตาแทบไม่กระพริบ ถึงแม้พวกเขาเหล่านี้จะทำงานร่วมกับดารานักร้องอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังไม่เคยพบใครที่มีใบหน้าสวยเฉี่ยวเย้ายวน และมีเสน่ห์แบบไม่ต้องพยายามขนาดนี้มาก่อน เลยทำให้เฉินลี่มี่ถูกจ้องมอง ตั้งแต่เดินเข้ามาภายในบริเวณของบริษัทแล้ว
ในตาคมกริบคู่หนึ่งก็ไม่พลาดที่จะจ้องมองเฉินลี่มี่เช่นกัน มู่เฉินมาทำงานส่วนตัวของเขา เพื่อรอเวลาคัดเลือกนักแสดงในบท เทพบุปผา ที่บริษัทตั้งแต่เช้าแล้ว จังหวะที่ชายหนุ่ม กำลังจะเดินไปซื้อกาแฟ ที่ร้านกาแฟบริเวณใต้ตึกของบริษัท สายตาของเขาก็มองเห็นหญิงสาว ที่เขาเฝ้ารอที่จะพบหน้ามาตั้งแต่วันที่ได้เห็นดวงตาหงส์คู่นี้ จากวันที่ฉินซีเอาข้อมูลนักแสดงที่ผ่านรอบคัดเลือกมาให้เขาดูแล้ว
พอได้พบเจอตัวจริง มู่เฉินถึงกับก้าวขาไม่ออก เพราะตกตะลึงกับความสวยงามตรงหน้า ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงระเรื่อ ใบหูก็แดงก่ำ เพราะเผลอจ้องมองความอวบอิ่มทั้งสองข้าง ที่ดันเสื้อเชิ้ตเนื้อดีออกมา เพราะหญิงสาวปลดกระดุมลงเล็กน้อย
วันนี้เฉินลี่มี่สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาว แล้วพับแขนเสื้อขึ้น สวมกางเกงผ้าสีดำเข้ารูป และสวมรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อขึ้นมา ทำให้หญิงสาวดูทะมัดทะแมง แต่แฝงไปด้วยความเย้ายวน เพราะรูปร่างที่สมบูรณ์แบบนั่นเอง
ที่ลี่มี่ต้องแต่งกายรัดกุมในวันนี้ เพราะเธอได้รับบท ที่ต้องมีการขยับร่างกายเพื่อเข้าฉากต่อสู้เล็กน้อย เลยสวมกางเกงและรองเท้าที่เหมาะสมในการขยับตัวนั่นเอง เฉินลี่มี่เดินเข้าไปในร้านกาแฟ เพราะอยากสั่งกาแฟเย็นมาดื่มให้ร่างกายสดชื่นสักแก้ว มู่เฉินที่ต้องการจะไปสั่งเครื่องดื่มในร้านนี้อยู่แล้ว เลยรีบเดินตามหญิงสาวเข้าไปในร้านกาแฟแห่งนั้นทันที
“แบล็กคอฟฟีเย็นค่ะ ไม่หวาน” น้ำเสียงหวาน ๆ แต่ทว่าเรียบเฉยเอ่ยสั่งเครื่องดื่มออกไปทันที
“แบล็กคอฟฟีเย็นครับ ไม่หวานเหมือนกัน”
มู่เฉินที่ยืนต่อแถวอยู่ด้านหลัง ทั้งยังพยายามเดินเข้าไปประชิดตัวคนข้างหน้าให้ได้มากที่สุด โดยมองดูไม่น่าเกลียด ก็สั่งเครื่องดื่มแบบเดียวกับเฉินลี่มี่ทันที ไม่ใช่เพราะความบังเอิญ แต่เขาตั้งใจ!!!
ลี่มี่ปรายตามองชายหนุ่ม ที่สั่งเครื่องดื่มแบบเดียวกับตนเอง อย่างไม่ได้สนใจอะไรคงเพราะบังเอิญดื่มแบบเดียวกัน แต่พอเห็นใบหน้าของชายหนุ่มด้านหลัง ลี่มี่ก็จดจำได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้คือ คณะกรรมการคนสำคัญ ที่จะตัดสินการแสดงของเธอในวันนี้ เพราะหญิงสาวหาอ่านข้อมูลของคณะกรรมการมาครบทุกคนแล้ว
พอได้รับเครื่องดื่มแล้ว ลี่มี่ก็เดินไปนั่งตรงโต๊ะที่ยังว่าง ในมุมหนึ่งของร้านกาแฟทันที ไม่ได้สนใจผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา ที่เป็นถึงผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ เรื่องที่เธอต้องการมาคัดเลือกนักแสดงอีกเลย!!
มู่เฉินที่ได้เข้าใกล้เนื้อตัวที่หอมกรุ่น แบบที่ไม่เคยได้กลิ่นที่ไหนมาก่อนนั้น ตอนนี้จิตใจชายหนุ่มเตลิดไปไกล ทั้งยังเหม่อลอย จนไม่ยอมหยิบแก้วกาแฟที่พนักงานกำลังยื่นให้
“กาแฟค่ะ คุณลูกค้า” พนักงานสาวต้องเอ่ยเรียกอีกครั้ง
“อ้อ ขอบคุณครับ”
มู่เฉินทำทีเดินไปทางนั้นทีและทางนี้ที แต่ก็เหมือนฟ้าจะเป็นใจ เพราะแต่ละโต๊ะมีลูกค้านั่งเต็มทั้งหมด ยกเว้นโต๊ะที่เฉินลี่มี่นั่งอยู่
“เอ่อ สวัสดีครับ ผมจะรบกวนขอนั่งด้วยได้ไหมครับ เพราะโต๊ะอื่นเต็มหมดแล้ว” มู่เฉินทำใจกล้าเอ่ยปากขออนุญาตออกไป
“อ้อ เชิญค่ะ” ลี่มี่ที่ไม่ได้คิดอะไร ก็ตอบตกลงออกไปทันที เพราะเธอก็เห็นว่าโต๊ะอื่น ๆ ก็เต็มหมดแล้วจริง ๆ
สองหนุ่มสาวนั่งดื่มกาแฟอยู่ด้วยกันเงียบ ๆ ไร้บทสนทนา เพราะลี่มี่ไม่ใช่คนที่จะชอบพูดคุยกับใครถ้าไม่จำเป็นอยู่แล้ว มู่เฉินยิ่งแล้วใหญ่ ชายหนุ่มไม่ค่อยจะสนทนากับใครเช่นกันถ้าไม่จำเป็น แต่ในความเงียบนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดความอึดอัดแต่อย่างใด กลับเป็นความสบายใจเสียมากกว่า
“มาแคสบทหนังเหรอครับ” มู่เฉินที่พึ่งนึกบทสนทนาออก ก็เลยสอบถามหญิงสาวออกไป
“ใช่ค่ะ ช่วงบ่ายยังไงก็ฝากติชมด้วยนะคะ เพราะเป็นครั้งแรกที่ฉันมาแคสบทใหญ่ขนาดนี้” ลี่มี่ตอบออกไปตามจริง และแสดงความอ่อนน้อมออกไป ตามมารยาทที่พึงจะมีต่อหน้าผู้อำนวยการสร้าง
“อ้อ ได้ครับ แล้วรู้ด้วยหรือครับว่าผมเป็นใคร ปกติผมไม่ค่อยออกสื่อสักเท่าไร”
“รู้ค่ะ เพราะหาข้อมูลมาบ้างแล้ว” ลี่มี่เอ่ยตอบออกไปตามมารยาท เพราะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องโกหกว่าไม่รู้จักเขา
“ช่วงบ่ายนี้ก็สู้ ๆ นะครับ ผมคงต้องตัดสินไปตามการแสดง เพราะมีคนมาแคสบทนี้เยอะเหมือนกัน”
“ค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าที่จะตัดสินตามความยุติธรรม”ลี่มี่พูดดักออกไปอย่างมีมารยาท เพราะในวงการบันเทิงย่อมมีเรื่องเส้นสายวงในกันอยู่แล้ว และชายหนุ่มตรงหน้า เธอก็ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นคนเช่นไร
ค่ำคืนนี้ ลี่มี่ก็ไปร่วมปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ ที่ริมชายหาด สาว ๆ ให้บริกรของโรงแรมจัดเตรียมเครื่องดื่มค็อกเทลแบบเบา ๆ มาร่วมดื่มกันในงานปาร์ตี้ในค่ำคืนนี้ความสนุกสนานดำเนินไปจนเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ ทุก ๆ คนจึงแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนที่ห้องพักส่วนตัว ชายหนุ่มที่รอคอยให้แฟนสาวโทรศัพท์มาหาก่อนเข้านอน ก็อดรนทนไม่ไหวจึงได้ต่อสายโทรศัพท์ไปหาแฟนสาวด้วยตนเอง เพราะเห็นว่าเวลานี้ดึกมากแล้ว“เมารึเปล่าครับ” มู่เฉินเอ่ยถามทันทีที่เห็นหน้าแฟนสาวในหน้าจอโทรศัพท์มือถือ“อื้อ มึน ๆ นิดหน่อย พึ่งกลับเข้าห้องเมื่อครู่นี้เอง กำลังจะโทรศัพท์หาคุณพอดีเลยค่ะ”“พักคนเดียวใช่ไหม” ชายหนุ่มถามและกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง เผื่อมีใครคิดไม่ดีกับคนรักของเขา“ใช่ค่ะ จองห้องพักคนละห้องทุกคน”ลี่มี่ยกกล้องโทรศัพท์ถ่ายไปทั่ว ๆ ห้องพัก เพื่อให้แฟนหนุ่มสบายใจ เธอไม่เคยรำคาญที่มู่เฉินหึงหวงเลย มีแต่รู้สึกอบอุ่นในหัวใจที่มีคนรักและหวงเธอมากขนาดนี้“นอนได้แล้วครับดึกมากแล้ว พรุ่งนี้รีบกลับมานะ ผมคิดถึงมาก”“ค่ะ ฉันก็คิดถึงคุณมากเช่นกัน ฝันดีนะคะ”“ฝันดีครับ”ตอนเช้าของวันใหม่ สาว ๆ ทุกคนก็มารวมตัวกันเพื่อถ่ายรูปสวย ๆ ตาม
หลังจากกลับจากโรงพยาบาล ทั้งสองคนก็กลับคอนโดของมู่เฉินเพราะช่วงหลัง ๆ มานี้ ทั้งคู่จะมานอนค้างที่คอนโดของชายหนุ่มเป็นหลัก อาการของมู่เฉินไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว มีเพียงรอยฟกช้ำตรงบริเวณช่วงท้องที่ต้องทายาสม่ำเสมอ“คุณไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวฉันจะทายาให้นะคะ”“อาบให้หน่อยครับ ผมเจ็บท้อง”“อิอิ ตัวก็โตขนาดนี้ยังจะมาอ้อนอีก”“ฟอดดดด อ้อนคุณคนเดียว อาบน้ำให้ผมหน่อยนะครับ”มู่เฉินเดินเข้าไปโอบกอดคนรัก ทั้งซุกไซ้สูดดมความหอมของแก้มเนียนใส ที่วันนี้แต่งแต้มเครื่องสำอาง จนสวยเย้ายวนมากกว่าทุก ๆ วัน จนชายหนุ่มที่ชอบมองหน้าแฟนสาวอยู่ตลอดเวลา จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เหมือนหนุ่มน้อยที่พึ่งแอบรักผู้หญิงเป็นครั้งแรก มือก็อดไม่ได้ที่ยกขึ้นไปกอบกุมเอาความนุ่มนิ่ม ที่ทั้งอวบทั้งเด้งสู้มือเขา“อื้อ มือไวขนาดนี้แล้วมันจะได้อาบน้ำดี ๆ ไหมคะ”หลังจากนั้นในห้องน้ำก็ไม่ได้มีเสียงอาบน้ำเพียงอย่างเดียว แต่มีเสียงร้องครวญครางของชายหญิง ที่ช่วยกันอาบน้ำให้กันและกันอย่างถึงอกถึงใจบทสรุปของคดีความของเซียะจิงเทา ด้วยความร่วมมือกันของทีมปฏิบัติการพิเศษด้านยาเสพติด ที่มีผู้พันห่าวอี้เป็นหัวหน้าทีม และได้รับความช่วย
บนรถตู้ปฏิบัติการเวลานี้ เฉินลี่มี่นั่งประจำตรงตำแหน่งผู้ใช้คอมพิวเตอร์ โดยมีมู่เฉินกับผู้พันห่าวอี้ นั่งประกบอยู่คนละข้าง หญิงสาวเจาะได้ภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งในตัวอาคาร และบริเวณรอบ ๆ อาคารที่ใช้จัดงานประมูลในคืนนี้มีภาพจากกล้องวงจรปิดในมุมอับสายตา 1 ตัว ที่มองเห็นการเคลื่อนไหวของคนบางกลุ่ม ลี่มี่ซูมภาพเข้ามาใกล้ ๆ จนมองเห็นหน้าตาของคนที่อยู่ในภาพได้ชัดเจน“เสิ่นอี้หนาน” มู่เฉินพูดชื่อของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ปรากฏภาพอยู่ในกล้องวงจรปิดที่กำลังซูมภาพให้เห็น“ใครหรือครับ” ห่าวอี้เอ่ยถามมู่เฉิน เพราะเขาไม่เคยเห็นหน้าผู้ชายคนนี้ในวงการบันเทิงเลย“เลขาของเซียะจิงเทาครับ ฉินซีผู้ช่วยของผมเคยติดต่องานกับเขาผมเลยรู้จัก”ลี่มี่ค้นหาข้อมูลของผู้ชายที่ชื่อเสิ่นอี้หนานขึ้นมาให้ห่าวอี้ตรวจสอบดู ก็พบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและยาปลุกเซ็กซ์เป็นจำนวนมาก “ให้เลขาทำแทนทุกอย่างนี่เอง ฉันถึงค้นหาข้อมูลยาเสพติดเชิงลึกของเซียะจิงเทาไม่เจอเสียที”ลี่มี่ที่เจาะหาข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับยาเสพติดของเซียะจิงเทาไม่ได้สักที มาวันนี้เธอก็เข้าใจแล้วว่าชายคนนั้นไม่ได้ลงมือเอง มีเลขาส่วนตัวที่จงรักภักดีจัดการแทนทั้ง
เวลาประมาณตี 1 กว่า ๆ หลังจากที่สาว ๆ ดื่มกันจนมึนเมา และออกไปเต้นกันอย่างสนุกสนานจนพอใจแล้ว ก็ได้เวลาแยกย้ายกันกลับบ้าน ฉินฟางผู้จัดการสาวกลับกับเพื่อน ๆ ของเธอ ส่วนลี่มี่นั้นมู่เฉินพากลับคอนโดของเขาลี่มี่มีอาการมึนเมาเล็กน้อย เพราะดื่มพอให้สนุก ๆ ไปกับกลุ่มเพื่อน พอขึ้นมาบนรถแล้ว มู่เฉินก็โน้มตัวลงไปคาดเข็มขัดนิรภัยให้แฟนสาว จังหวะที่โน้มตัวลงไปก็ถูกจู่โจมด้วยริมฝีปากนุ่มนิ่ม ที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์เจือจาง พอให้มอมเมาเขาให้หลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น“จุ๊บ ตาแก่ขี้หวง บอกไม่ให้ตาม ก็ตามมาจนได้” ดวงตาหงส์กลมโตมองแฟนหนุ่มอย่างยั่วยวน“หึหึ เมาหรอครับ” ตาแก่ที่ถูกสาวน้อยขโมยจูบ ก็เริ่มรู้สึกร้อนรุ่มในร่างกายขึ้นมาแล้ว“ไม่ค่ะ แค่มึน ๆ นิดหน่อย คงเพราะไม่ค่อยได้ดื่มแอลกอฮอล์มานานแล้วววววว”จุดที่มู่เฉินจอดรถอยู่ เป็นลานจอดรถส่วนตัวของโจวเฟยซึ่งเป็นเจ้าของคลับ รถลูกค้าคนอื่น ๆ ไม่สามารถมาจอดได้ รถยนต์ของโจวเฟยกับเพื่อนคนอื่น ๆ ก็ขับกลับบ้านกันไปหมดแล้ว จึงเหลือรถยนต์ของมู่เฉินเพียงคันเดียว มู่เฉินเดินลงจากรถไปปิดไฟลานจอดรถจนหมดทุกดวง เวลานี้มีเพียงแสงสว่างจากดวงจันทร์ และแสงไฟจากบริเวณอื่นที่เห
ฟุบ ฟุบ ฟุบ ฟุบ!!!“โอ๊ยยยยย” เสียงโจรที่ถือปืนอยู่ทั้ง 4 คน ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เพราะถูกยิงที่มือจนปืนกระเด็นหลุดออกจากมือไป ลี่มี่ยิงปืนไปที่มือของโจรที่มีอาวุธทั้ง 4 คนอย่างแม่นยำทั้ง 4 นัด แล้วเดินเข้าไปเก็บปืนทั้ง 4 กระบอกที่ตกอยู่กับพื้นเอาไว้ในเป้สะพายหลังอย่างรวดเร็ว“ไม่มีปัญญาทำมาหากิน??” น้ำเสียงเรียบเฉยเอ่ยขึ้นขณะเดินเข้าหาคนร้ายลี่มี่เดินเข้ามาหากลุ่มร้ายทั้ง 4 คน ที่ยืนกุมมืออยู่ด้วยความเจ็บปวด หนึ่งในคนร้ายที่บาดเจ็บไม่มาก พอเห็นลี่มี่เดินเข้ามาก็ทำท่าจะวิ่งหนี จึงถูกหญิงสาววิ่งเข้าไปเตะอัดเข้ากลางลำตัวจนล้มลงไปกับพื้น และถูกเหยียบซ้ำเข้าไปที่มือข้างที่เจ็บ“อ้ากกกกกกก!!”คนร้ายอีก 2 คนที่ไม่มีอาวุธและยืนอยู่วงนอก ก็ตั้งท่าจะวิ่งหนีเช่นกัน แต่ถูกฉินซีกับมู่เฉินตามไปรวบตัวเอาไว้ได้ผลัวะ!!ตุบ!!“โอ๊ยยยยย!!!”มู่เฉินกับฉินซีวิ่งเข้าไปเตะต่อยคนร้ายทั้ง 2 คน ที่กำลังวิ่งหนีจนล้มลงไปกองอยู่กับพื้น แล้วใช้ปืนจ่อไปที่คนร้ายเพื่อควบคุมตัวให้เดินมารวมกันกับคนร้ายอีก 4 คนที่ถูกลี่มี่ควบคุมตัวเอาไว้ ก่อนหน้าลี่มี่เอากุญแจมือในกระเป๋าสะพาย ออกมาล็อกข้อมือคนร้ายทั้ง 6 คนเอาไว
เช้าวันรุ่งขึ้นเถียนหย่งกับครอบครัว ก็พากันเดินทางไปตระกูลมู่ที่บ้านชานเมืองทันที เพราะเถียนเหมยลี่นั้นร้อนใจ กลัวว่ามู่เฉินจะรีบหมั้นหมายกับเฉินลี่มี่ไปเสียก่อน ใช้เวลาเดินทางราว ๆ 1ชั่วโมง ครอบครัวตระกูลเถียนก็เดินทางมาถึงบ้านตระกูลมู่ ซึ่งเถียนหย่งก็โทรศัพท์มาแจ้งมู่ชางไว้แล้วว่า วันนี้จะพาครอบครัวมาเยี่ยมเยียนแต่เช้า“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ” ทั้งสองครอบครัวต่างทักทายกันตามมารยาท เพราะทั้งมู่หลันและเถียนเหมยฟางก็ไม่ได้สนิทสนมกัน มีเพียงมู่ชางกับเถียนหย่งเท่านั้นที่สนิทกัน ส่วนเถียนเหมยลี่ก็พึ่งเคยมาพบเป็นครั้งแรก ส่วนมู่จิงจิงลูกสาวบุญธรรมของตระกูลมู่นั้น มู่ชางได้จัดหาบ้านหลังใหม่ ให้หญิงสาวย้ายออกไปอยู่เป็นส่วนตัวคนเดียวมาได้สักพักแล้วทั้งหมดไปนั่งพูดคุยกันที่ห้องรับแขก เพราะทานอาหารเช้ากันทุกคนแล้ว มู่หลันมองเถียนเหมยลี่แล้วแอบโล่งใจ ที่ตนเองไม่ได้บังคับลูกชายให้หมั้นหมายกับหญิงสาวคนนี้ เพราะมองเห็นแววตาที่เสแสร้งแกล้งทำอ่อนหวาน ไม่เหมือนแววตาที่ดูจริงใจของเฉินลี่มี่ที่เธอรู้สึกชอบมากกว่า“เข้าเรื่องเลยนะมู่ชาง ที่ฉันมาวันนี้เพราะจะมาพูดคุยเรื่องหมั้นหมายระหว่างลูก ๆ ของเรา” เถี







