Masukความสัมพันธ์ที่เกิดระหว่างเธอกับเขามีกติกาชัดเจน ไม่มีความรู้สึกปนอยู่ในนั้น ความรักเกิดขึ้นกับอีกคน ในขณะที่อีกคนอยากจบ เรื่องราววุ่นวายจึงเกิดขึ้น เมื่อภูริต้องการเปลี่ยนสถานะจากคู่นอนเป็นคู่ชีวิตของเธอ “แอ๊ะ แอ๊ะ” เสียงที่ได้ยินทำให้พนิดาปรือตาขึ้น หนังตาหนักอึ้งแต่ก็พยายามฝืนเอาไว้ “แอ๊ะ แจ๊บ ๆ ๆ” นอกจากเสียงทักทาย ยังมีเสียงคล้ายคนกำลังดูดอะไรบางอย่างปนมาด้วย ตากลมโตปรับให้เข้ากับแสง ใบหน้าสวยหันไปตามเสียงที่ได้ยิน แล้วมองไปรอบ ๆ อีกครั้ง หัวใจสั่นจนยากจะควบคุม เมื่อแน่ใจว่าเสียงที่ได้ยินดังมาจากคนที่นอนอยู่ในเปล ร่างบางขยับลงจากเตียง ไม่สนใจแล้วว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน เพราะคนที่อยู่ในเปล ดึงสติของเธอไปจนหมดสิ้น “แอ๊ะ” คนตัวเล็กส่งเสียงทักทายเมื่อเห็นหน้าเธอ กางแขนออก ยกขาถีบอากาศสื่อให้รู้ว่า อยากออกมาหาเธอแล้ว “เดือนอ้าย...” เปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก น้ำตาตีตื้นขึ้นมาจนทำให้หูตาพร่าเลือนไปหมด “เดือนอ้าย หนูจริง ๆ ด้วย” มือสั่นเทาช้อนเข้าใต้ตัวลูก แล้วอุ้มออกมาจากเปล เจ้าเดือนอ้ายแอ่นอกแสดงความดีใจ ที่ได้ออกจากเปลนอนสมใจ
Lihat lebih banyakภูริเดินเข้ามาในห้องนอน เป็นจังหวะเดียวกับที่พนิดากำลังเล่นกับลูก ตาสองคู่สบกันและมองค้างอยู่อย่างนั้น ภูริรู้ว่าเธอร้องไห้ พนิดาเองก็รู้ว่าเขาร้องไห้เช่นกัน ร่างบางทำท่าจะขยับลงจากเตียง แต่ภูริห้ามเอาไว้ “จะไปไหน ลูกกำลังสนุก” ใจจริงเขาอยากพูดประโยคอื่นกับเธอ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง เพราะเขาเป็นคนที่ปากไม่ตรงกับใจ “ดึกแล้วคุณจะได้พักผ่อน” ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากกลับแต่ก็ต้องหักห้ามใจ ภูริยอมให้เธออยู่กับลูกตั้งหลายชั่วโมง แค่นี้ก็ดีมากแล้ว “แอ๊ะ” คนตัวเล็กส่งเสียง เมื่อพนิดาขยับตัว คล้ายจะบอกให้เธอรู้ว่ายังไม่อยากให้เธอจากไปไหน “แม่กลับก่อนนะคะ ดึกแล้วหนูจะได้พักผ่อน” คำที่เธอใช้แทนตัวเองกับลูก มีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ของคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างเตียง “ขอโทษที่ฉันแทนตัวเองว่าแม่ วันหลังฉันจะใช้คำอื่น” เธอรีบตอบเมื่อหันมาเห็นใบหน้าบูดบึ้ง ของคนที่ยืนจ้องหน้าเธอเขม็ง เขาคงไม่พอใจที่เธอถือวิสาสะมาแตะต้องลูก “ผมยังไม่ได้พูดสักคำ” “ค่ะ...ฉันให้แกกินนมแล้วนะคะ” เธอรู้ว่าเขารู้ และเห็นทุกอย่างที่เธอทำกับ
“กรี๊ดดด!” พนิดากรีดร้องก่อนจะทรุดลงกับพื้น โชคดีที่ภูริรับไว้ทัน ชายหนุ่มหน้าถอดสีเมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดเผือดของเธอ ช้อนร่างบางเข้าสู่วงแขน วางเธอลงบนโซฟาตัวยาวอย่างเบามือ “นิด! นิด!” มือหนาตบลงใบหน้าที่ซีดเผือดเพื่อเรียกให้เธอรู้สึกตัว “เกิดอะไรขึ้นครับ” เดชาที่เดินเข้ามาตามคำสั่งถามขึ้น เมื่อเห็นพนิดากรีดร้องจนหมดสติไป “เอารถออก! กูจะพานิดไปโรงพยาบาล นิด ได้ยินผมไหม” ภูริยังเรียกหญิงสาวไม่หยุด หัวใจเขาร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นเธอร่วงลงกับพื้น “ลดาขอดูหน่อยค่ะ บางทีเธออาจจะแค่เป็นลม” เฟื่องลดาอาสาเข้ามาดูแล ก่อนจะส่งคนในอ้อมแขนให้คนเป็นพ่อ แล้วจัดการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้คนหมดสติ ภูรินยืนดูด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ ก่อนจะหยุดเต้น เมื่อเห็นรอยเขียวคล้ำบนหลังมือของเธอ “เธอน่าจะเพิ่งออกจากโรงพยาบาลค่ะ ลดาเคยเจอเธอที่โรงพยาบาล เธอมาช่วยอุ้มคุณหนูด้วยนะคะ” เฟื่องลดารายงาน “อย่ามัวแต่พูด เร่งมือเถอะ ถ้าไม่ดีขึ้นจะได้พาไปโรงพยาบาล” คำสั่งเสียงเหี้ยมที่ได้ยิน ทำให้เฟื่องลดากลืนน้ำลายลงคอ แสดงว่าเธอคนนี้มีความสำคัญกับ
หลังจากได้รับคำแนะนำจากคุณหมอ พนิดาใช้เวลาคิดทบทวนอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจมาหาภูริ อาการซึมเศร้าหลัง คลอดที่เธอเป็นอยู่เริ่มหนักขึ้นทุกวัน แม้จะใช้ชีวิตได้เหมือนคนปรกติ แต่พักหลัง ๆ มานี้เธอมักจะรู้สึกว่าตัวเองเครียด และโทษตัวเอง ทั้งที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็มีเรื่องให้รู้สึกว่าชีวิตเริ่มไร้ค่าลงทุกวัน หมอแนะนำให้เธอแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เมื่อสาเหตุมาจากลูก ก็ต้องแก้ไขที่ตรงนั้น เอื้อตะวันและคนอื่น ๆ เห็นด้วย ให้เธอไปคุยเรื่องลูกกับภูริก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป เดือนอ้ายยังไร้เดียงสา ไม่รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น กลับไปแก้ไขตอนนี้ดีกว่าปล่อยทิ้งเอาไว้ เพราะเธอแน่ใจแล้วว่ารักและอยากดูแลลูกเช่นเดียวกับเขา ต่อให้ต้องเสียศักดิ์ศรี และถูกภูริดูถูกเหยียดหยามเธอก็ยอมร่างบางพาตัวเองมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของเขา เอื้อตะวันอาสามาเป็นเพื่อน แต่เธอก็เลือกที่จะมาคนเดียว บ้านหลังนี้เธอเคยเข้าออก และคิดว่าเดือนอ้ายน่าจะเกิดที่นี่ เพราะครั้งสุดท้ายมันเกิดในบ้านหลังนี้ มือบางกำเข้าหากัน เมื่อภาพในวันวานย้อนกลับเข้ามาในหัว การกระทำของภูริโหดร้ายที่สุด ตอนที่รู้ว่าธุรกิจล้มเธอแทบเป็นบ้า และก็ต้องบ้าจริง ๆ เมื่อ
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอมือถือ ทำให้หัวใจแกร่งกระตุก ยอมรับว่าแวบแรกที่เห็นความรู้สึกหลากหลายก็ประดังเข้ามาโกรธโมโหและเดือดดาลนำหน้ามาก่อน แต่เมื่อวางทิฐิลง ใช้สมองคิด และให้หัวใจเป็นตัวตัดสิน ทำให้เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมด ไม่ว่าจะพาลูกออกงาน อัพรูปลูกลงโซเชียล ก็เพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่หรือ ล่อให้คนเป็นแม่ออกมา เขาอยากให้เธอเมตตาลูกบ้าง เดือนอ้ายไม่ได้ทำอะไรผิด ลูกไม่ได้ขอมาเกิด เป็นเขาเองที่ทำให้ลูกเกิดมา พนิดาจะโกรธจะเกลียดเขาก็ไม่เป็นไร แต่อยากให้เธอสงสารลูกบ้างสักนิด ไม่ต้องยอมรับว่าเดือนอ้ายเป็นลูกก็ได้ แค่ไม่ทอดทิ้งก็พอ “ให้ทำยังไงต่อครับ ให้เดชาพาคุณหนูกลับบ้านเลยไหมครับ” คำถามของนุกูลได้การส่ายหน้าของเจ้านายเป็นคำตอบ ภูริไม่พูดอะไร ได้แต่ส่ายศีรษะไปมา ตาคู่คมมองดวงหน้าเล็ก ที่ซุกอยู่กับอกของคนเป็นแม่ ยิ้มด้วยความเอ็นดู เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเล็กทำท่าจะเคลิ้มหลับ อกของแม่คงอุ่นมากสินะ เจ้าเดือนอ้ายถึงดูมีความสุขมากมาย เจอกันแค่ครั้งเดียว ลูกก็ทำท่าว่าจะติดแม่เสียแล้ว “ให้คุณนิดอยู่กับคุณหนูไปก่อน” เป็นนุกูลที่ตอบคำถามของเดชา เพราะเจ้านายของเขากำลังดื่มด่ำกับ