หน้าหลัก / รักโบราณ / ชายาร้ายของท่านอ๋องเย็นชา / ตอนที่ 14 คนที่แตะต้องชายาข้า

แชร์

ตอนที่ 14 คนที่แตะต้องชายาข้า

ผู้เขียน: เจ้าสำนัก
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-27 07:14:28

ตอนที่ 14 คนที่แตะต้องชายาข้า

หลังจากเฉินเยว่ย้ายเข้าเรือนเย็น ข่าวลือภายในจวนเซียวอ๋องก็เริ่มมากขึ้น บางคนคิดว่านางกำลังถูกลดความสำคัญ บางคนคิดว่านางกำลังพ่ายแพ้ เพราะแม้เซียวจิ่งเหยียนจะเคยออกหน้าปกป้องนางแต่ไม่มีใครคิดว่าเขาจะสนใจมากพอที่จะจับตาดูทุกเรื่องในจวน โดยเฉพาะเมื่อเฉินเยว่เองก็ไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือ นางยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ยังคงอ่านตำรา ยังคงตรวจสอบข้อมูล ยังคงสืบเรื่องของหลินเยียนอย่างเงียบ ๆ ท่าทีเช่นนั้นทำให้บางคนยิ่งไม่พอใจ เพราะพวกเขาคิดว่า เฉินเยว่ควรจะรู้ฐานะของตัวเอง นางเป็นเพียงหญิงสาวที่ถูกส่งมาแต่งงาน ไม่ใช่คนที่ควรเข้ามาเปลี่ยนแปลงจวนนี้ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เคยรับใช้หลินเยียน พวกเขายังไม่ยอมรับพระชายาคนใหม่

และครั้งนี้ การกลั่นแกล้งไม่ได้หยุดอยู่เพียงอาหารมันรุนแรงขึ้น

วันนั้น อากาศในจวนค่อนข้างเย็นเฉินเยว่เดินออกจากเรือนเย็นเพื่อไปยังสวนด้านหลัง นางต้องการตรวจสอบพื้นที่บางส่วนที่เกี่ยวข้องกับบันทึกของหลินเยียน ในมือของนางมีสมุดบันทึกเล่มเล็ก ภายในเต็มไปด้วยข้อสันนิษฐาน ใครบางคนในวังหลวง ความลับของชายาคนก่อนและเหตุผลที่เซียวจิ่งเหยียนถูกเรียกว่าอ๋องปีศาจ ทุกอย่างเชื่อมโยงกันแต่ก่อนที่นางจะเดินถึงสวนเสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านหลัง เฉินเยว่หยุดแต่ไม่ได้หันกลับทันที เพราะนางรู้ว่า คนที่เดินเข้ามาไม่ได้พยายามปิดบังตัวเอง

"พระชายา"

เสียงของสาวใช้ดังขึ้น เฉินเยว่หันกลับไปพบสาวใช้สองสามคนยืนอยู่ หนึ่งในนั้นคือคนที่เคยทำงานในเรือนของหลินเยียนหลินซูไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่คนเหล่านี้กำลังทำบางอย่างแทนนางเฉินเยว่ไม่ได้พูดอะไร เพียงมองพวกนาง

"มีเรื่องอะไร?"

สาวใช้คนหนึ่งก้มหน้า

"บ่าวเพียงอยากถามว่า พระชายาอยู่เรือนเย็นได้สบายหรือไม่เจ้าคะ?"

น้ำเสียงนั้นดูเหมือนสุภาพแต่แฝงความหมายบางอย่าง เฉินเยว่ยิ้มเล็กน้อย

"อยู่ได้"

"ข้าไม่เคยเป็นคนเลือกสถานที่อยู่"

สาวใช้มองหน้ากันจากนั้นพูดขึ้น

"พระชายาช่างเข้มแข็งจริง ๆ"

"หากเป็นผู้อื่น คงร้องขอท่านอ๋องไปแล้ว"

เฉินเยว่ไม่ได้ตอบเพราะนางรู้ว่า พวกเขากำลังรอดูปฏิกิริยาของนาง นางกำลังจะเดินผ่านไปแต่ในจังหวะนั้น แรงผลักจากด้านหลังเกิดขึ้นทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็ว เฉินเยว่เสียหลัก ร่างของนางตกลงไปในสระน้ำด้านข้าง เสียงน้ำกระเซ็นดังขึ้น น้ำเย็นจัดโอบล้อมร่างของนางทันที เสื้อผ้าหนักขึ้น ความเย็นแทรกเข้ากระดูก แต่สิ่งที่ทำให้เฉินเยว่รู้สึกเย็นกว่าคือความเงียบของคนที่ยืนอยู่ริมสระ ไม่มีใครยื่นมือช่วย ไม่มีใครกระโดดลงมา ไม่มีใครร้องเรียกคน พวกเขาเพียงยืนมอง เพราะคิดว่า หากพระชายาได้รับอันตราย พวกเขาคงไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะทุกคนรู้ว่า เฉินเยว่เป็นคนที่ไม่มีใครในจวนต้องการ เฉินเยว่ค่อย ๆ พยุงตัวขึ้น นางไม่ได้ตื่นตระหนก ไม่ได้ร้องไห้นางเพียงมองคนเหล่านั้นด้วยสายตาเย็นชา

"น่าสนใจ"

เสียงของนางเบามากแต่กลับทำให้คนรอบข้างรู้สึกหนาว เพราะแม้ตกน้ำ นางยังไม่ได้แสดงความอ่อนแอออกมาไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักดังขึ้นจากทางเข้าจวน เซียวจิ่งเหยียนกลับมาพอดี เดิมทีเขาเพียงตั้งใจกลับมารับเอกสารบางอย่างแต่ทันทีที่เดินผ่านสวน เขากลับเห็นภาพที่ทำให้ทุกอย่างหยุดลง หญิงสาวในชุดสีอ่อนเปียกโชก เส้นผมเปียกแนบใบหน้า ร่างของนางเพิ่งขึ้นจากน้ำ แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงนิ่งสงบเฉินเยว่ไม่ได้มองเขา ไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือแต่เซียวจิ่งเหยียนกลับเห็น เห็นความเย็นชาในดวงตาของนาง เห็นว่ามีคนทำร้ายนาง

ในวินาทีนั้น อุณหภูมิรอบตัวเขาเหมือนลดลง เหล่าทหารและสาวใช้ที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างก้มหน้าเพราะพวกเขารู้ นี่คือสัญญาณที่น่ากลัวที่สุด เซียวอ๋องกำลังโกรธ ไม่ใช่ความโกรธในสนามรบ ไม่ใช่ความโกรธต่อศัตรู แต่เป็นความโกรธที่เกิดจากเรื่องส่วนตัว เซียวจิ่งเหยียนเดินเข้ามา ถอดเสื้อคลุมของตนเองคลุมร่างเฉินเยว่ มือของเขาไม่ได้สัมผัสนางเกินจำเป็นแต่ท่าทางนั้นชัดเจนเขากำลังปกป้องนาง จากนั้นเขาหันไปมองคนในสวน น้ำเสียงของเขาเย็นจนทุกคนสั่น

"ใครทำ?"

ไม่มีใครตอบ ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งสวน สาวใช้ที่เห็นเหตุการณ์ต่างก้มหน้าไม่มีใครกล้าพูดเพราะคนที่อยู่เบื้องหลังอาจมีอำนาจและพวกเขากลัวผลที่จะตามมา เซียวจิ่งเหยียนมองทุกคนดวงตาของเขาไม่มีความเมตตา

"ข้าถามอีกครั้ง"

เขาหยุด บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง

"ใครแตะต้องชายาข้า?"

คำว่าชายาข้า ทำให้ทุกคนเงียบเพราะมันไม่ใช่เพียงคำเรียกแต่มันคือการประกาศ นับตั้งแต่นี้เฉินเยว่คือคนของเขา ผู้ใดแตะต้องนางเท่ากับท้าทายเขาองครักษ์รีบก้มศีรษะ

"ท่านอ๋อง โปรดให้เวลาสืบสวนพ่ะย่ะค่ะ"

เซียวจิ่งเหยียนตอบทันที

"สืบ"

"ทุกคนที่อยู่ในสวนวันนี้"

"ไม่มีข้อยกเว้น"

คำสั่งนั้นทำให้ทั้งจวนตกตะลึงเพราะที่ผ่านมา แม้จะมีความขัดแย้งในจวนเซียวจิ่งเหยียนไม่เคยจัดการเรื่องส่วนตัวเช่นนี้ เขาไม่เคยแสดงให้เห็นว่าใครสำคัญแต่วันนี้ เขากำลังใช้ความเด็ดขาดทั้งหมดเพื่อผู้หญิงคนหนึ่ง ข่าวนี้แพร่ไปทั่วจวนอย่างรวดเร็ว อ๋องปีศาจโกรธ ไม่ใช่เพราะศัตรูไม่ใช่เพราะสงคราม แต่เพราะมีคนทำร้ายพระชายาเฉินเยว่มองแผ่นหลังของเซียวจิ่งเหยียน เป็นครั้งแรก ที่นางเห็นความโกรธของเขาและเป็นครั้งแรก ที่นางรู้สึกว่า ความโกรธนั้นไม่ได้เกิดจากอำนาจแต่เกิดจากความห่วงใย หลังจากนั้น เซียวจิ่งเหยียนหันกลับมามองนาง สายตาเย็นชาของเขาอ่อนลงเล็กน้อย

"เหตุใดไม่บอกข้า?"

เฉินเยว่ตอบเรียบ ๆ

"เพราะข้าจัดการได้"

คำตอบนั้นทำให้เขานิ่ง เพราะนางยังคงเป็นนางยังคงไม่ยอมพึ่งพาใครแต่เขากลับพูดเสียงต่ำ

"ข้ารู้"

"แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าต้องรับทุกอย่างคนเดียว"

เฉินเยว่ชะงัก เพราะคำพูดนั้นแตกต่างจากสิ่งที่นางเคยได้รับ ไม่มีใครเคยบอกนางเช่นนี้ไม่นานนัก การสอบสวนทั้งจวนก็เริ่มขึ้น และครั้งนี้ทุกคนในจวนเซียวอ๋องได้เข้าใจอย่างชัดเจน พระชายาคนใหม่ไม่ใช่หญิงสาวที่ไม่มีใครต้องการอีกต่อไป นางคือคนที่อ๋องปีศาจยอมเปิดเผยเขี้ยวเพื่อปกป้องและคนที่คิดจะแตะต้องนาง กำลังจะได้รู้ว่า การทำให้เซียวจิ่งเหยียนโกรธคือความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายาร้ายของท่านอ๋องเย็นชา   ตอนที่ 101 ตราของพระมารดา

    ตอนที่ 101 ตราของพระมารดาก่อนรุ่งสาง เซียวจิ่งเหยียนและเฉินเยว่กลับถึงจวนอ๋องพร้อมตราประทับหยกขาวซึ่งหานฉางเฟิงทิ้งไว้หน้าสุสานลับของพระมารดา ไม่มีผู้ใดกลับไปพัก ทั้งสองตรงเข้าสู่ห้องลับใต้เรือนหนังสือทันที ประตูหินปิดลงด้านหลัง ตะเกียงน้ำมันหลายดวงถูกจุดขึ้น แสงสีส้มส่องโต๊ะยาวที่เต็มไปด้วยแผนที่ สำเนาคำสั่งทหาร สมุดบัญชี และหลักฐานซึ่งรวบรวมมาหลายวัน เฉินเยว่วางตราหยกลงบนผ้าสีดำอย่างระมัดระวัง ก่อนนำสำเนารอยประทับจากคำสั่งเคลื่อนกำลังเมื่อสิบปีก่อนมาวางเคียงกัน ส่วนเซียวจิ่งเหยียนยืนอยู่อีกด้านของโต๊ะ สายตาจับจ้องตราของมารดาโดยไม่กล่าวสิ่งใด ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางตลอดคืนไม่ได้ปรากฏบนใบหน้าเขามากนัก ทว่าความหนักอึ้งในดวงตากลับชัดเจนกว่าทุกครั้ง ตราประทับชิ้นนี้เป็นสิ่งที่เขาเคยเห็นตั้งแต่วัยเด็ก พระมารดาใช้มันประทับจดหมายลับ ใช้สั่งคนในเครือข่ายของตน และใช้ส่งข้อความที่ไม่อาจผ่านมือขันทีหรือขุนนางทั่วไปได้ หลังพระนางสิ้นพระชนม์ ตรานั้นหายไปพร้อมกับเอกสาร

  • ชายาร้ายของท่านอ๋องเย็นชา   ตอนที่ 100 สุสานของพระมารดา

    ตอนที่ 100 สุสานของพระมารดารถม้าสีดำแล่นผ่านประตูเมืองด้านตะวันตกท่ามกลางความมืดสนิท ถนนสู่สุสานหลวงทอดผ่านแนวป่าสนและไหล่เขาที่มีหมอกต่ำปกคลุม ล้อรถบดผ่านก้อนกรวดจนเกิดเสียงสม่ำเสมอ ภายในรถม้าไม่มีผู้ใดพูด เซียวจิ่งเหยียนนั่งนิ่ง มือข้างหนึ่งวางอยู่บนด้ามกระบี่ ดวงตาหลุบต่ำราวกับกำลังขุดค้นความทรงจำที่ถูกฝังมานาน ส่วนเฉินเยว่นั่งฝั่งตรงข้าม นางไม่ได้ถามซ้ำถึงพระมารดาของเขา เพราะรู้ว่าเพียงการกล่าวว่าสตรีผู้นั้นถูกฝังอย่างลับ ๆ ก็เพียงพอจะบอกแล้วว่าเรื่องราวในอดีตเต็มไปด้วยอันตรายเพียงใด ลมกลางคืนพัดกระแทกตัวรถเป็นระยะ กลิ่นดินชื้นและใบสนเล็ดลอดผ่านม่านเข้ามา บรรยากาศภายในหนักอึ้งจนแม้แต่เสียงหายใจก็ชัดเจนเกินไป กระทั่งรถม้าหยุดที่เชิงเขา เซียวจิ่งเหยียนจึงลืมตาขึ้น เขาไม่ได้กล่าวให้นางอยู่รอ เพียงลงจากรถก่อนแล้วหันกลับมายื่นมือให้ เฉินเยว่ชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นมือนั้น นางยังจำได้ว่าหลายวันก่อนตนเคยถอยหนีจากมือเดียวกัน แต่ครั้งนี้เส้นทางด้านหน้ามืดและลาดชัน อี

  • ชายาร้ายของท่านอ๋องเย็นชา   ตอนที่ 99 ดาบที่ถูกสร้างขึ้น

    ตอนที่ 99 ดาบที่ถูกสร้างขึ้นหลังเฉาอิงถูกนำตัวไปขังในห้องใต้ดิน เรือนเหมยกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง แต่ความเงียบนั้นมิได้สงบ หากเต็มไปด้วยถ้อยคำที่ยังคงก้องอยู่ในใจคนทั้งสอง เซียวจิ่งเหยียนยืนอยู่ข้างโต๊ะไม้นานกว่าหนึ่งเค่อ ดวงตาจับจ้องชิ้นส่วนป้ายทหารของหน่วยเงาดำโดยไม่ขยับ เงาตะเกียงทอดผ่านสันกรามคมชัด ทำให้ใบหน้าของเขาดูเย็นชาเช่นเคย ทว่าภายในกลับมีบางสิ่งกำลังแตกสลายอย่างช้า ๆ ประโยคของเฉาอิงมิใช่คำกล่าวใหม่ทั้งหมด เขาเคยสงสัยในเจตนาของหานฉางเฟิงมาหลายปี เพียงแต่ไม่เคยยอมปล่อยให้ความสงสัยนั้นงอกลึก เพราะอีกฝ่ายคือผู้ที่ยื่นมือมาช่วยในวันที่เขาไม่เหลือผู้ใด เป็นคนพาเขาออกจากความตาย เป็นอาจารย์ที่สอนให้จับดาบ และเป็นผู้มอบเส้นทางสู่อำนาจ ทว่าเมื่อหลักฐานทีละชิ้นถูกเปิดออก ความเมตตาในอดีตกลับเริ่มมีเงาอีกด้านหนึ่ง เงาที่ทำให้เขาต้องย้อนถามว่า ชีวิตที่ตนคิดว่าเลือกเองนั้น แท้จริงเคยเป็นเพียงเส้นทางที่ใครบางคนวางไว้หรือไม่ความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนผุดขึ้นทีละภาพ หลังเขาถูกพาตัวออกจากป่าและส่งไปยังค่ายทหารเหนือ หานฉางเฟิงไม่ได้ปล่อยให้เขาพักฟื้นนานนัก บาดแผลยังไม่หายดี เขาก็ถูกปลุกก่อน

  • ชายาร้ายของท่านอ๋องเย็นชา   ตอนที่ 98 กับดักของหานฉางเฟิง

    ตอนที่ 98 กับดักของหานฉางเฟิงรุ่งเช้าหลังเหตุลอบเข้าเรือนเหมย ข่าวลือหนึ่งแพร่กระจายออกจากจวนเซียวอ๋องอย่างรวดเร็วราวกับมีผู้จงใจปล่อยลมส่งต่อกันไปตามตรอกซอกซอย ข่าวนั้นกล่าวว่า ผ้าเช็ดหน้าของมารดาเฉินเยว่ไม่ได้เป็นเพียงของเก่าที่เปื้อนเลือด หากซ่อนรหัสลับซึ่งสามารถถอดออกมาเป็นแผนที่บัญชีขนส่งอาวุธและเสบียงเมื่อสิบปีก่อน ผู้คนในเมืองหลวงต่างพูดกันว่าเส้นด้ายบนลายดอกเหมยถูกปักด้วยจำนวนกลีบไม่เท่ากัน แต่ละกลีบแทนตัวเลข แต่ละกิ่งแทนเส้นทาง และรอยเลือดบนผืนผ้าคือจุดที่ใช้ระบุตำแหน่งคลังลับ บ้างก็กล่าวว่ามารดาเฉินเยว่รู้ตัวว่ากำลังถูกตามฆ่า จึงซ่อนความจริงทั้งหมดไว้ในของที่ไม่มีผู้ใดสงสัย ภายในเวลาเพียงครึ่งวัน ข่าวลือดังกล่าวก็เดินทางจากร้านน้ำชาหน้าตลาดไปถึงเรือนขุนนาง จากเรือนขุนนางไปยังตรอกขันทีเก่า และจากตรอกขันทีเก่าไปถึงคนที่กำลังเฝ้ามองจวนเซียวอ๋องอยู่ในความมืด ไม่มีผู้ใดรู้ว่าต้นทางของข่าวมาจากสาวใช้คนหนึ่งที่จงใจทำผ้าเช็ดหน้าหล่นขณะไปซื้อด้าย และไม่มีผู้ใดรู้ว่าสาวใช้ผู้นั้นเป็นคนของเฉินเยว่โดยตรงภายในเรือนเหมย เฉินเยว่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเตี้ย ผ้าเช็ดหน้าผืนจริงถูกเก็บไว้ในกล่องเห

  • ชายาร้ายของท่านอ๋องเย็นชา   ตอนที่ 97 ชายาผู้ย้ายออกจากเรือนหลัก

    ตอนที่ 97 ชายาผู้ย้ายออกจากเรือนหลักเช้าวันถัดมา เรือนหลักของจวนเซียวอ๋องเงียบผิดปกติ ประตูห้องด้านในยังคงเปิดอยู่ ผ้าม่านสีเข้มถูกมัดเก็บอย่างเรียบร้อย เครื่องเรือนทุกชิ้นอยู่ในตำแหน่งเดิม มีเพียงหีบเสื้อผ้าของเฉินเยว่ที่หายไปจากมุมห้อง และโต๊ะเครื่องแป้งที่เหลือเพียงปิ่นธรรมดาสองสามชิ้นซึ่งนางไม่ได้ใช้ คนรับใช้ที่ยืนเฝ้าหน้าประตูต่างก้มหน้า ไม่มีผู้ใดกล้าสบตากัน เพราะทุกคนรู้ดีว่าพระชายาไม่ได้ออกจากจวน นางเพียงย้ายกลับไปพักที่เรือนเหมยซึ่งอยู่ห่างจากเรือนหลักไปอีกฟากหนึ่งของสวน การกระทำนี้ไม่ใช่การขอหย่า ไม่ใช่การประกาศแตกหัก และไม่ใช่การท้าทายอำนาจของเซียวอ๋อง ทว่าภายในจวนของสามีภรรยา การแยกเรือนย่อมมีความหมายชัดเจนยิ่งกว่าถ้อยคำใด เฉินเยว่ไม่ยอมอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเซียวจิ่งเหยียนจนกว่านางจะรู้ความจริงทั้งหมดข่าวแพร่ไปทั่วจวนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม แม้ไม่มีผู้ใดกล้าพูดตรง ๆ แต่สายตาของคนรับใช้ทุกค

  • ชายาร้ายของท่านอ๋องเย็นชา   ตอนที่ 96 ความผิดของเด็กชายวัยสิบห้า

    ตอนที่ 96 ความผิดของเด็กชายวัยสิบห้าหลังกลับจากเมืองชิงเหอ ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกเมฆสีเทาปกคลุมตลอดทั้งวัน ลมหนาวพัดผ่านกำแพงจวนเซียวอ๋องจนกิ่งเหมยในลานด้านในสั่นไหว กลีบดอกสีขาวที่เพิ่งผลิบานร่วงหล่นลงบนพื้นหินทีละกลีบ ราวกับหิมะที่กำลังละลาย เฉินเยว่ไม่ได้กลับเรือนนอน นางตรงไปยังห้องลับทันที ในมือยังถือห่อผ้าที่บรรจุชิ้นส่วนป้ายทหารจากป้าหลัว สีหน้าของนางสงบนิ่งเกินไปจนเหล่าองครักษ์ที่เฝ้าประตูไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามอง เซียวจิ่งเหยียนเดินตามหลังมาโดยเว้นระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว แต่ระยะสั้นนั้นกลับคล้ายมีหุบเหวลึกขวางกั้นอยู่ระหว่างคนทั้งสอง ตั้งแต่ออกจากบ้านไม้ริมแม่น้ำ เฉินเยว่แทบไม่ได้พูดกับเขาอีกเลย นางฟังคำสั่งของเขาเมื่อจำเป็น ตอบเพียงสั้น ๆ เมื่อถูกถาม และไม่แม้แต่จะหันมามองยามเขายื่นมือช่วยลงจากรถม้า ความเงียบของนางไม่ได้รุนแรงเหมือนความโกรธ หากกลับทำให้เซียวจิ่งเหยียนรู้สึกหนักอึ้งยิ่งกว่าการถูกต่อว่า เพราะเขารู้ดีว่าหลักฐานทุกชิ้นกำลังพานางเข้าใกล้ความจริงที่เขาหวาดกลัวมาตลอดภายในห้องลับ ตะเกียงเจ็ดดวงถูกจุดขึ้นพร้อมกัน แสงสีทองสาดลงบนโต๊ะหินซึ่งเต็มไปด้วยเอกสารเก่า เฉิน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status