เข้าสู่ระบบเช้าวันรุ่งขึ้น ฉันกับยัยอัยย์ ตื่นกันแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัว และตรวจสอบสัมภาระเป็นครั้งสุดท้าย
“หะ...” ฉันรู้ตัวเลยว่าคงปิดสีหน้าตกใจได้ไม่มิดแน่นอน“ก็ชวนคุยไงคุณ เดินช้าขนาดนี้ยังต้องใช้เวลาอีกซักพัก ในป่าเขาแบบนี้ คุณไม่วังเวงเหรอ” เขาจงใจกดเสียงให้ต่ำและพูดเบาลงจากปกติ“แล้วคุณจะพูดทำไมเล่า คุณจะคุยอะไรก็คุยเถอะ” ฉันรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันทีที่ได้ฟังเขาบอกแบบนั้น ‘นี่เค้าจงใจจะแกล้งกันใช่มั้ยเนี่ย’“คุณจะกลับกรุงเทพเมื่อไหร่” คราวนี้เขาเริ่มใช้น้ำเสียงและท่าทางสบายและเป็นกันเองมากขึ้น ทำให้ฉันรู้สึกหายเกร็งที่ต้องพูดคุยกับเขา“ยังไม่แน่ใจค่ะ คงต้องรอให้กองถ่ายถ่ายฉากบนนี้เสร็จเรียบร้อย” ฉันตอบกลับเขาไปตามตรงด้วยน้ำเสียงและท่าทางสบายๆ เช่นกัน“คุณทำงานอะไรในกองถ่าย”“ชั้นดูแลเสื้อผ้านักแสดงค่ะ รวมถึงเครื่องประดับอื่นๆ ด้วย”“งั้น ขาคุณเป็นแบบนี้จะทำงานต่อได้เหรอ ทำไมถึงยังไม่กลับไปรักษาตัว” จู่ๆ เขากลับมาใช้น้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง แถมการพูดเหมือนจะออกไปทางตำหนิฉันอยู่หน่อยๆ“อยู่ที่นี่ชั้นมีคนช่วยดูแล คุณก็บอ
ฉันไม่ได้ตั้งใจจะรอเขาไปส่ง เพียงแต่การใช้ไม้พยุงเดินแบบนี้ แค่ที่พื้นเรียบๆ ฉันก็รู้สึกว่าลำบากมากแล้ว แต่ที่นี่ พื้นดินแข็งบ้างนิ่มเละบ้าง แถมยังมีรากไม้อยู่ตามพื้นไม่น้อยเดินปกติก็ต้องคอยพยุงตัวเองไม่ให้ล้มแล้ว นี่ฉันขาเจ็บต้องใช้ไม้พยุงเดินอีก เดินไปไม่ระวังไม้พยุงก็เข้าไปติดที่ซอกของรากไม้บ้าง บางครั้งก็ลื่นจนพยุงเอาไม่อยู่บ้าง ทำให้ฉันเหนื่อยมากกว่าเดินปกติหลายเท่าฉันเดินออกมาจากทางเข้าค่ายอาสาได้ไม่เท่าไหร่ แต่รู้สึกเหนื่อยเหมือนกับเดินมาราธอนมาหลายกิโลแล้ว จึงเลือกที่จะนั่งพักให้หายเหนื่อยซักครู่แล้วค่อยเดินต่อใครจะคิดว่าเขาคนนั้นจะคุยกับแม่พยาบาลสาวคนนั้นเพียงไม่นานก็เดินตามออกมาทัน แถมยังพูดจากวนโมโหฉันอีก ‘ชั้นเนี่ยนะจะคิดอะไรกับเค้า นี่เค้าคิดว่าเค้ารูปหล่อพ่อรวยหรือไง แล้วคิดว่าชั้นเป็นคนแบบไหน ถึงจะชอบเค้างั้นเหรอ บ้าไปแล้วแน่ๆ’ถึงแม้จะไม่อยากจะยอมให้เขาพยุงพาเดินไปส่งที่บ้านพัก แต่เมื่อได้ยินที่เขาขู่ ฉันก็ต้องยอมอยู่ดี ‘ทำไมชั้นต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ แย่ที่สุดเลย’“นี่คุณ ช้าๆ หน่อย อะไรจะรีบขนาด
ผมมองตามคนไข้ของตัวเอง พยายามเดินกะเผลกโดยใช้ไม้พยุงจนสามารถพาตัวเองออกไปจากเต็นท์ได้ ในใจยังนึกขำ เธอคนนี้ไม่ยอมลงให้ผมเลยจริงๆ อยากจะเอาชนะไปซะทุกเรื่องเลยเมื่อเห็นเงาเธอยังคงยืนนิ่งอยู่ที่หน้าเต็นท์ ผมจัดการรีบเก็บของเข้าที่ จัดยาที่จะให้เธอเอาไปกินบางส่วน แต่ระหว่างที่เตรียมของเสร็จเรียบร้อย กำลังจะตามเธอออกไป กลับมีเสียงจากด้านนอกเต็นท์เรียกตามตัวผมผมพอจะจำได้ว่าเสียงนี้เป็นเสียงผู้ช่วยของพยาบาลที่เป็นพยาบาลผู้ช่วยประจำตัวผมในค่ายนี้ หากให้ผู้ช่วยมาเรียกแบบนี้ ผมคิดว่าคงต้องมีเรื่องด่วนอะไรซักอย่าง จึงรีบวิ่งออกไปจากเต็นท์ทันที แต่ก็ยังทันได้เห็นเหงาของคนไข้ตัวเองเลียงหลบเพื่อไม่ให้ผมเห็นตัวเธอแม้ว่าจะสามารถหันไปหาเธอได้ก่อนจะไปตามเสียงเรียก แต่ผมเลือกที่จะให้เธอเข้าใจว่า ผมไม่เห็นว่าเธอพยายามแอบผม ‘หึ ลงทุนขนาดนี้แล้ว ก็ยอมให้หน่อยแล้วกัน เอาไว้แก้เคสด่วนตรงนั้นก่อนค่อยกลับมาจัดการ’“หมอวัตค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ พอดีหมอภีมออกไปนอกค่ายค่ะ หัวหน้าเลยต้องให้มาตามคุณหมอแทน” ผู้ช่วยพยาบาลรีบบอกผมอย่างร้อนรน&ldq
ตลอดเวลาที่นั่งเงียบให้เขาช่วยทำแผลให้ ฉันรู้สึกอึดอัดมาก จริงๆ มือเขาก็เบาอยู่นะ เพียงแต่ฉันว่าแผลฉันวันนี้ระบมมากกว่าเมื่อวานอีก แค่แตะนิดหน่อยหรือเพียงแค่ฉันขยับขาเยอะก็รู้สึกเจ็บแล้วช่วงแรกที่ฉันยอมจะอดทนนั่งนิ่งๆ อยู่เงียบๆ ไม่ร้องโวยวายออกมา เพราะฉันอยากให้เขารีบทำแผลให้เสร็จเร็วๆ เพื่อจะได้ไปช่วยดูอาการยัยอัยย์ต่อ แต่ยังมีอีกเหตุผลคือฉันเกรงใจคุณแม่ที่ต้องมายืนรออยู่ที่นี่ด้วย“โอ้ย เจ็บนะ เบาหน่อยสิ นี่มือหรืออะไร” ทันทีที่คุณหมอภีมพาแม่ออกไปจากเต็นท์ เพื่อไปช่วยดูอาการยัยอัยย์ที่บ้านพัก ฉันก็หมดความอดทน เริ่มร้องโวยวายบ่นให้เขาได้รับรู้ได้ซักทีว่าฉันเจ็บแผล“แหมคุณ คนไข้ของผมเมื่อกี้นี้หายไปไหนแล้วครับ นี่ใครมาเข้าสิงอีกเนี่ย” ได้ยินเขาท้วงมาแบบนั้น ฉันจึงเลือกจะเชิดหน้าใส่มากกว่าจะต่อล้อต่อเถียงกลับไปอีก ‘คนไข้ของนายเนี่ยนะ ชิ’“นี่คุณ ยังไงซะ ผมก็เป็นลูกค้าคุณนะครับ” น้ำเสียงเขาเริ่มทุ้มต่ำราบเรียบจนฉันรู้สึกได้ถึงความจริงจัง“เอ่อ ขอโทษค่ะ ชั้นไม่ได้ตั้งใจนะคะ คุณอย่าถือสาเลยนะ ก็ชั
“สวัสดีค่ะ คุณหมอมาทำแผลใช่มั้ยคะ”“เอ่อ สวัสดีครับ มากับคุณนิต้าเหรอครับ” ผมหันไปถามเธอ ระหว่างที่ตัวเองก็เดินไปประจำที่เพื่อเตรียมล้างแผลให้นิต้า“นี่แม่ของยัยอัยย์ค่ะ คุณหมอ พอดียัยอัยย์ไม่สบาย คุณช่วยให้หมอไปตรวจให้หน่อยได้มั้ยคะ” กลับเป็นนิต้าที่บอกผมกลับมาด้วยความร้อนรน เหมือนเธอจะร้อนใจและเป็นห่วงเพื่อนของเธอมาก“เพื่อนคุณไม่สบายเหรอ มีอาการอะไรบ้าง” ผมเริ่มแกะผ้าที่พันแผลเอาไว้ พร้อมกันกับการเริ่มสอบถามอาการของเพื่อนเธอ“ชั้นจับตัวเธอแล้วตัวร้อนจี๋เลย ชั้นว่าเมื่อคืนคงตากน้ำค้างมาแน่ๆ” น้ำเสียงเธอร้อนใจมาก น่าจะเป็นห่วงเพื่อนมากจริงๆ“โอเคครับ งั้นเดี๋ยวผมทำแผลให้คุณก่อน เสร็จแล้วเราไปตรวจเพื่อนคุณกัน”“ให้หมอคนอื่นกลับไปกับแม่ก่อนไม่ได้เหรอคะ ชั้นเป็นห่วงเพื่อน ตัวเธอร้อนมากเลยนะ”“หมอที่ค่ายจะอยู่อีกแค่สองวันเองคุณ คุณก็เห็นข้างนอกชาวบ้านยังรอกันอีกตั้งหลายแถว”“ยัยอัยย์ไม่น่าจะเป็นอะไรมากหรอกนิต้า รอหน่อยก็ได้ แม่ให้
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณหมอ วันนี้มาเร็วจังคะ” พยาบาลผู้ช่วยที่กำลังกินมื้อเช้าอยู่ที่เต็นท์รับรองอยู่แล้ว ทักขึ้นเมื่อเห็นพวกผมเดินเข้ามาในเต็นท์ที่จัดไว้เป็นที่สำหรับกินอาหารทั้งสามมื้อ“พอดีไอ้เพื่อนผมมันกลัวเคสหายน่ะครับ เลยรีบมารอ ฮ่าๆ” ผมอดไม่ได้ที่จะแซวไอ้เพื่อนตัวดี ที่ปลุกผมมาแต่งเช้าขนาดนี้ตลอดเวลากินมื้อเช้า ผมไม่เห็นไอ้ภีมจะกินอะไรซักเท่าไหร่ มันเอาแต่นั่งเหมอเหมือนคนคิดไม่ตก บ้างก็คอยมองเวลาที่นาฬิกาบนข้อมือ บางทีก็ชะเง้อมองออกไปที่ด้านหน้าค่าย ผมยิ่งมั่นใจว่ามันต้องรีบมารอสาวของมันแน่ๆพวกผมมาที่เต็นท์สำหรับตรวจคนไข้ ยังเป็นเวลาเช้าอยู่มาก แต่ถึงอย่างนั้น คนไข้ก็มารอคิวกันแล้ว ผมได้มองแล้วก็ต้องถอนหายใจ นี่ขนาดตรวจกันมาหลายวันแล้ว แต่ก็ยังมีคนไข้มารอคิวอยู่เลย เวลาอีกไม่กี่วันนี้คงต้องเร่งมือแล้วคงเป็นเพราะฤทธิ์ยาทำให้ฉันนอนหลับสนิททั้งคืน จนกระทั่งตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ก็ยังเห็นยัยอัยย์ ยังคงนอนอยู่ที่ที่นอนของเธอ ‘เมื่อคืนนอนดึกแน่ๆ เลยยัยอัยย์ เดี๋ยวถ้าไม่สบายจะตีให้’ฉันปล่อยให้ยัยอัยย์นอนไปก่อนโดยยั







