LOGIN"ผมว่าคุณเมามากแล้วก็กลับโต๊ะไปเถอะ จะได้ไม่เป็นเรื่องใหญ่ ผมจะพาเพื่อนผมกลับเหมือนกัน” หลั
หลังจากกินมื้อกลางวันกับอัยย์เสร็จแล้ว เราสองคนก็นั่งคุยกันได้อีกไม่นานนัก คนที่กองถ่ายก็มาตามฉันกลับไปจัดเสื้อผ้าให้นักแสดง“พี่นิต้าครับ ช่วยดูตรงนี้ให้ผมหน่อย ผมว่าเหมือนมันจะไม่อยู่นะ” นักแสดงนำชายคนหนึ่งเรียกให้ฉันเข้าไปช่วยดูเสื้อผ้าให้ เท่าที่ฉันจำได้คือเขารับบทเป็นคนร้ายที่มาทำร้ายนางเอกของเรื่อง และฉากที่กำลังจะถ่ายทำนี้ เขาจะต้องถูกยิง จึงต้องใส่เอฟเฟ็กต์ไว้ใต้เสื้อผ้าระหว่างที่ฉันกำลังจับเอฟเฟ็กต์ใต้เสื้อของเขาให้เข้าที่นั้น ฉันรู้สึกได้ว่า เขากำลังพยายามก้มหน้าลงมาหาฉันเรื่อยๆ ซึ่งคนรอบๆ ข้าง กำลังวุ่นวายเตรียมการถ่ายทำกันอยู่ จึงไม่มีใครได้สังเกตุเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น“หอมจัง” เสียงที่ดังออกมาเบาๆ จากปากของชายตรงหน้า ทำให้ฉันขนลุก และพยายามจะเบี่ยงตัวถอยออกมา แต่เขากับใช้มืออ้อมมาเกี่ยวเอวฉันเอาไว้เข้าไปแนบชิดเขา“นี่ จะทำอะไร ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ” ฉันละมื้อทั้งสองข้างจากเอฟเฟ็กต์ใต้เสื้ออกมา เพื่อใช้ดันตัวเขาให้ออกห่าง แต่ก็ยังถูกแรงจากแขนที่อยู่ที่เอวฉันขืนเอ
“อ่าว นิต้า ทำไมกลับมาไวจัง ไม่สนุกเหรอ” เมื่อฉันกลับถึงห้องพัก ยัยอัยย์ก็ทักขึ้นมา ฉันจึงพึ่งรู้สึกตัวว่า ตัวเองออกไปที่ผับเพียงแต่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น“อืม ไม่สนุกแล้วล่ะ ชั้นดันไปเจอ….เฮ้อ ชั่งมันเถอะ ชั้นไปอาบน้ำเตรียมนอนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องออกกันแต่เช้าป่ะ” ฉันไม่อยากเอาเรื่องราวที่เพิ่งเจอมา มาเล่าให้อัยย์ฟังอีก เดี๋ยวจะทำให้เธอไม่สบายใจ คิดมากไปเปล่าๆ จึงเลือกจะเดินเลี่ยงไปหยิบชุดนอนเดินเข้าห้องน้ำไป“อ๋อ อืม ใช่จ๊ะ พ่ออยากให้ออกกันแต่เช้า จะได้ไม่ต้องเจอคนเยอะน่ะ” นั่นคือประโยคสุดท้ายที่ฉันได้ยินเพื่อนสาวตอบกลับมาในคืนนี้ เพราะหลังจากฉันทำธุระเสร็จ ออกจากห้องน้ำ เธอก็หลับไปแล้วฉันล้มตัวลงนอนที่นอนอีกด้านที่ว่างอยู่ หัวสมองยังคงคิดทบทวนถึงเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้น ถึงแม้จะพยายามข่มตานอนให้หลับ แต่ก็รู้สึกว่ายากเย็นเหลือเกิน‘นี่เค้าจะคิดว่าชั้นเป็นผู้หญิงแบบไหนกันนะ แบบนี้เค้าจะยังเรียกใช้บริการชั้นอยู่มั้ย แล้วชั้นหลบหน้าเค้าออกมาแบบนั้นจะเป็นอะไรมั้ยนะ เจอหน้าอีกครั้งจะทำยังไงดีล่ะ แต่เอาเถอะกว่าจะ
"ผมว่าคุณเมามากแล้วก็กลับโต๊ะไปเถอะ จะได้ไม่เป็นเรื่องใหญ่ ผมจะพาเพื่อนผมกลับเหมือนกัน” หลังพูดกับฝ่ายตรงข้ามจบ คุณวัตหันกลับมาหา มองหน้าฉัน และกำลังจะเดินพาฉันออกไปจากจุดเกิดเหตุ“กล้าเดินหนีกูเหรอ อีนิด ระวังเจอคลิปตัวเองในเน็ตนะเว้ย” ทันทีที่ฉันได้ยินดังนั้น เท้าหยุดชะงักโดยอัตโนมัติ ในหัวสมองคิดประมวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดระหว่างที่คบหากับคนหาเรื่อง ฉันนึกไม่ได้จริงๆ ว่าพลาดให้มันอัดคลิปอะไรตอนไหน“ไปเถอะ ผมว่ามันแค่ขู่คุณเท่านั้น” เป็นคุณวัตที่กระซิบอยู่ข้างหู เพื่อเรียกสติฉันกลับมา แต่ฉันไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่า ฉันไม่ถูกแอบถ่ายคลิปเอาไว้จริงๆ ตอนนั้น ฉันเพิ่งม.ปลาย และมันคือรักครั้งแรกของฉันเลยนะ“มึงจะเอายังไงว่ามา” ฉันหันกลับและเดินไปเผชิญหน้ากับชายหน้าไม่อายคนนั้น“ห้าแสน กูจะลบให้” ฉันมองหน้ามัน มองตามันไม่กระพริบ เพื่อพยายามจับพิรุธในสีหน้าท่าทางและน้ำเสียง แต่ก็ไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่า สิ่งที่มันพูดออกมาเป็นความจริงแค่ไหน“เห้ย จะทำอะไรวะ” ในขณะที่ฉันกำลังนิ่งคิดไม่ออ
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันกับยัยอัยย์ ตื่นกันแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัว และตรวจสอบสัมภาระเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะขึ้นรถตู้ที่คุณพ่อยัยอัยย์จ้างมาสำหรับคณะเดินทางของเราโดยเฉพาะ เนื่องจากท่านก็ห่วงลูกสาว ไม่อยากเสี่ยงที่จะให้ยัยอัยย์เดินทางร่วมกับคนอื่นๆ กลัวว่าอาการที่กำลังจะดีขึ้นจะแย่ลงไปอีกหลังจากออกมาจากบ้านได้ไม่ไกลนัก พวกเราก็แวะพักเพื่อทานอาหารเช้ากันในปั๊มน้ำมันที่เป็นจุดพักรถแห่งหนึ่ง แต่ยัยอัยย์ขอเลือกที่จะรออยู่บนรถ โดยเป็นหน้าที่ฉันซื้อไปให้เธอกินบนรถก่อนที่จะไปจัดการมื้อเช้าของตัวเองการเดินทางไปครั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลานานกว่าการนั่งเครื่องบิน แต่ก็เป็นการเดินทางที่ราบรื่น โดยเราจะแวะกันเป็นระยะเพื่อผ่อนคลายอริยาบท จนกระทั่งถึงที่พักซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเชิงดอย และเป็นที่พักที่เดียวกับที่ฉันกับยัยอัยย์เคยมาพักด้วยกันก่อนจะกลับไปกรุงเทพฯหลังจากเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อย เวลาก็ล่วงเลยมาจนค่ำแล้ว ฉันเหลือบมองดูนาฬิกาเห็นว่ายังมีเวลาอีกราว 2-3 ชั่วโมง ที่ร้านค้าต่างๆ ในหมู่บ้านจะปิด จึงชวนยัยอัยย์ออกไประลึกความหลังด้วยกัน แต่เธอกลับเหนื่อยเกินกว่าจะเที่ย
“โห ยัยอัยย์ ของอะไรของเธอทำไมเยอะขนาดนี้อะ” ฉันมองของที่วางกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ในห้องนอนของเพื่อนรัก ก็ถึงกับต้องอุทานออกมา เพราะมันเหลืออีกเยอะมาก ทั้งๆ ที่ยัยอัยย์บอกว่ากระเป๋าเดินทางเต็มไปหนึ่งใบแล้ว“ปกติของเธอไม่เยอะขนาดนี้นะยัยอัยย์ นี่อะไรบ้างเนี่ย ล้างหน้า เซรั่ม นี่ก็เซรั่ม แล้วนี่บำรุง นี่ก็บำรุง นี่ยังบำรุงอีก แล้วก็มากส์อีก… นี่เธอใช้แบบนี้ทุกวัน หมดนี่เลยเหรอ” ฉันหยิบของขึ้นมาดูทีละชิ้น ต้องแปลกใจ เพราะทั้งหมดเป็นของที่ฉันไม่เคยเห็นยัยอัยย์ใช้มาก่อนเลย“ก็…คุณหมอเขาส่งมาให้ใช้น่ะ แต่หน้าเราดีขึ้นเยอะเลยนะ นิต้าเห็นมั้ยล่ะ”“ไหนดูซิ อืมม ถึงรอยมันจะลดลงไปไม่เยอะ แต่ผิวหน้าเธอดีมากจริงๆ อะ ยัยอัยย์” ฉันขยับเข้าไปมองหน้าเธอใกล้ๆ เอานิ้วจิ้มๆ ที่แก้ม ความรู้สึกมันนิ่มเด้งน่าจิ้มเล่นเหมือนก้นเด็กเลย ทำเอาฉันอยากจิ้มอยู่อย่างนั้นไม่หยุด“พอแล้วนิต้า แก้มช้ำหมดแล้วเนี่ย”“แหม ทำหวงนะยะ ฮา ฮา ฮา” คราวนี้ไม่แค่จิ้มแก้มแล้ว แต่ฉันใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งหยิบดึง
“มีอะไรวะ ไอ้ภีม ร้อยวันพันปีชวนไม่ค่อยจะออกมากลางคืน วันนี้นึกยังไง” ผมนั่งรอไอ้ภีมอยู่ในผับหรูใจกลางเมือง มันเป็นคนโทรมานัดผมเองว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย แต่มันกลับเป็นคนที่มาสาย กว่าจะมาเครื่องดื่มผมหมดไปหลายแก้วแล้วดีหน่อยที่ผับแห่งนี้เป็นหนึ่งในร้านประจำผม ผมชอบมาเพราะที่นี่มีสาวๆ ตามสเปกผม และพวกเธอก็มักจะเข้ามาทักทายผมอยู่อย่างไม่ขาด มันทำให้การรอคอยของผมไม่น่าเบื่อเท่าไหร่ แต่สุดท้ายเมื่อเจ้าของนัดมาถึงก็ทำเอาพวกสาวๆ ต้องหนีกลับโต๊ะไปอย่างน่าเสียดาย ‘เอาไว้คุยเสร็จก่อนก็ได้วะ’“เออ กูมีเรื่องจะคุย แต่ไม่อยากเข้าไปคุยที่โรงพยาบาลเลยนัดมึงมานี่แหละ” ไอ้ภีมนั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้างผม ตอบคำถามผมพร้อมกับรินเครื่องดื่มให้ตัวเองลงในแก้วอีกใบที่ยังว่างอยู่“เรื่องอะไรวะ อย่าบอกนะว่าเรื่องผู้หญิงคนนั้น คนไข้มึงอะ ไหนมึงบอกว่ายังไม่เร่งกูเรื่องหมอจิตเวชไง กูเพิ่งจะเคลียร์เรื่องคนป่วนแอปฯ ยังไม่จบดีเลย รอก่อนดิวะ” ผมคิดว่าเรื่องที่นัดคุยวันนี้ชักไม่สนุกแล้ว“เออๆ ไม่ใช่เรื่องนั้น อาการเค้าเริ่มดีขึ้นแล้ว







