Se connecterจากความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่เริ่มต้นเพราะความเหงากลับกลายเป็นความเร่าร้อนที่สลัดไม่ออก และหยุดหัวใจไว้ที่เขาคนเดียว
Voir plusพิมพ์รตา หรือ เพิร์ล หญิงสาววัย 23 ปี กำลังเก็บของลงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ นี่เป็นการจากบ้านไกลครั้งแรกแต่เพื่ออนาคตเธอก็ต้องทำ
เดิมทีแล้วพิมพ์รตาทำงานเป็นพนักงานต้องรับอยู่ที่โรงแรมสี่ดาวแห่งหนึ่ง เงินเดือนที่ได้ก็เหมือนกับเงินเดือนเด็กจบใหม่ทั่วไป แม้จะมีความรู้ทั้งภาษาอังกฤษและจีนเป็นอย่างดีแต่มันก็ยังน้อยมากเมื่อเทียบกับเงินเดือนของแฟนหนุ่มที่เป็นวิศวกรอยู่บริษัทเอกชน เธอเลยตัดสินใจไปทำงานโรงแรมในเครือเดียวกันที่ประเทศลาวเพราะเงินเดือนมากกว่าและยังมีที่พักกับอาหารฟรีให้ทั้งสามมื้อ
“ทำงานที่นี่ก็ดีแล้วนะหนูเพิร์ล บ้านก็ไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อ” ยายสำเนียงบอกอย่างเป็นห่วง
“แต่เงินเดือนมันได้น้อยนี่คะยาย เพิร์ลกับต้าต้องช่วยกับเก็บเงินเพื่ออนาคตค่ะ ต้าเขาเงินเดือนเยอะกว่าเพิร์ลตั้งเท่าตัว เพิร์ลไม่อยากเอาเปรียบเขาค่ะ” หญิงสาวหมายถึงธนกฤตแฟนหนุ่มที่คบกันมาหนึ่งปีและวางแผนกันว่าจะช่วยกันเก็บเงินสักก้อนเพื่อสร้างเรือนหอ
“แต่ถ้าหนูไปทำงานที่นู่นก็ต้องห่างกันนะลูก”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะยาย พอมีวันหยุดยาวหนูก็จะกลับมาค่ะ หนูไม่อยู่ยายก็ดูแลตัวเองนะ”
“ไม่ต้องห่วงยายหรอกลูก ป้าดวงใจเขาจะให้ยายไปอยู่ที่บ้าน เขาว่าจะปรับปรุงบ้านหลังนี้น่ะ” คุณยายสำเนียงหมายถึงลูกสาวคนโตที่บ้านอยู่รั้วติดกัน
“ก็ดีเหมือนกันนะคะยายจะได้ไม่เหงา แต่เพิร์ลจะโทรหายายบ่อยๆ นะคะ แล้วถ้ามีวันหยุดติดกันก็จะมาหาค่ะ” พิมพ์รตากอดคุณยายอย่างประจบ
“ไปทำงานไกลบ้านดูแลตัวเองนะหนูเพิร์ล พวกยาต่างๆ ที่ยายบอกเตรียมไปครบแล้วใช่ไหม”
“ครบแล้วค่ะยาย”
“จะกินอะไรก็ระวังด้วยนะ เกินท้องเสียขึ้นมาจะแย่”
“ทางโรงแรมมีอาหารให้พนักงานกินสามมื้อเลยค่ะ เพิร์ลคงไม่ท้องเสีย แต่ถึงจะซื้ออาหารกินเองก็คงรสชาติไม่ต่างกันหรอกค่ะยาย” พิมพ์รตารีบอธิบายเพราะรู้ว่าคุณยายเป็นห่วงมาก
“ถึงยังไงก็ไม่ใช่บ้านเราแล้วมีเพื่อนคนไทยทำงานที่นั่นด้วยไหม”
“มีค่ะยาย ไม่ต้องกลัวว่าเพิร์ลจะเหงาหรอกนะคะ”
“ยายรู้ว่าหนูไปอยู่ที่ไหนก็มีเพื่อนเยอะแยะเต็มไปหมดหนูเข้ากับคนอื่นได้ง่าย แต่ก็อย่าไว้ใจคนอื่นนะ”
“ค่ะยาย เพิร์ลจะจำคำสอนของยายค่ะ”
“เอาล่ะ ยายจะเข้าไปนอนแล้ว พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้ามาตักบาตรหน่อยนะลูก”
“ค่ะยาย”
เมื่อคุณยายสำเนียงเข้าห้องนอนไปแล้วพิมพ์รตาก็จัดของต่อ เธอรู้สึกใจหายที่จะต้องไปทำงานที่ประเทศลาวแม้จะว่าจะไม่ไกลจากที่นี่และวัฒนธรรมก็ไม่ต่างกันมากก็ตาม
พิมพ์รตาตรวจความเรียบร้อยของกระเป๋าเดินทางและตั๋วเครื่องบินเสร็จก็ล้มตัวลงนอน
“เฮ้อ....เสร็จซะที คงไม่ลืมอะไรหรอกนะ” เธอบ่นกับตัวเองก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วก็เห็นว่าคนรักไลน์มาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว
Taaaaa : เก็บของเสร็จหรือยัง
Taaaaa : พรุ่งนี้ผมไปรับนะ
เธอยิ้มก่อนจะตอบกลับ
PeaR : เมื่อกี้เก็บของอยู่เลยไม่เห็นว่าคุณไลน์มา นอนหรือยัง โทรหาได้ไหม
เธอรออยู่พักใหญ่เขาก็ไม่อ่านจึงเก็บโทรศัพท์แล้วเข้านอนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นนอนแต่เช้าตามที่คุยกับคุณยายไว้
10.00 น.
รถของธนกฤตก็มาจอดที่หน้าบ้านของพิมพ์รตาที่ตอนนี้หญิงสาวเอากระเป๋าเดินทางสองใบใหญ่มาวางรอไว้อยู่แล้วพอได้ยินเสียงรถก็รีบออกมาทันที
“มีสองกระเป๋าเหรอเพิร์ล”
“อื้อ มีแค่นี้ล่ะ”
“ยายอยู่บ้านไหม”
“อยู่ข้างใน”
“ผมไปสวัสดียายก่อนนะ เพิร์ลไปรอในรถเลย ยืนตรงนี้มันร้อน”
พิมพ์รตาเดินเข้าไปนั่งรอในรถไม่นานธนกฤตก็กลับออกมาจากบ้าน
“ยายว่ายังไงบ้าง”
“ก็บ่นว่าไม่อยากให้เพิร์ลไปทำงานไกล แล้วก็บอกผมว่าถ้ามีวันหยุดก็ให้ผมปาเพิร์ลบ้าง” เขาพูดจบแล้วยิ้มก่อนจะขับรถออกจากหน้าบ้านของหญิงสาว
“แล้วคุณจะไปหาเพิร์ลที่นั่นไหมคะ” พิมพ์รตาหันมาถามคนรักอย่างมีความหวังเพราะรู้ว่าคนรักไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่
“ก็ต้องไปสิครับ ผมเป็นห่วงเพิร์ลนะ อันที่จริงไม่อยากให้ไปทำงานไกลเลยนะ”
“เพิร์ลก็ไม่อยากไปหรอกค่ะ แต่เงินเดือนที่นั่นได้เยอะกว่าที่นี่เพิร์ลคงเก็บเงินได้เยอะ เราก็จะมีบ้านเป็นของเราไวๆ” ทั้งสองคนมีความฝันร่วมกันว่าถ้าเก็บเงินได้มากพอก็จะช่วยกันสร้างบ้านเพื่อใช้เป็นเรือนหอ
“ผมรู้แต่พอเพิร์ลจะต้องไปจริงผมก็รู้สึกใจหายนะ เอาเป็นว่าผมจะทำงานให้หนักขึ้นนะ เพิร์ลจะได้ไม่ต้องทำงานที่นั่นนาน”
“อย่าทำงานจนลืมดูแลตัวเองนะคะ แล้วก็ต้องกินข้าวให้ตรงเวลาด้วย” พิมพ์รตากำชับ
“ครับ เพิร์ลก็ต้องดูแลตัวเองด้วยเหมือนกันนะครับ แล้วก็ห้ามมองหนุ่มๆ ที่ไหนนะ ถ้าใครถามก็ต้องบอกว่ามีแฟนแล้วนะ”
“เพิร์ลไม่มองใครหรอกค่ะ คุณก็เหมือนกันนะ อย่าให้เพิร์ลรู้นะว่าแอบคุยกับคนอื่นตอนที่เพิร์ลไม่อยู่”
“ผมรักเพิร์ลขนาดนี้ผมจะมีคนอื่นได้ยังไง ผมอยากให้เพิร์ลเชื่อใจผมนะ” ธนกฤตพูดกับคนรักอย่างจริงจัง
“เพราะเพิร์ลเชื่อใจคุณเพิร์ลเลยยอมไปทำงานเก็บเงินเพื่ออนาคตของเรา”
“ผมอยู่ที่นี่ก็จะตั้งใจทำงานเพื่ออนาคตของเราเหมือนกันครับ ผมรักเพิร์ลนะ”
“เพิร์ลก็รักคุณคะ” เธอยิ้มให้คนรัก
เมื่อมาถึงสนามบิธนกฤตก็ช่วยหญิงสาวจัดการเรื่องตั๋วและโหลดกระเป๋าจนเรียบร้อย
“เดินทางปลอดภัยนะ ถึงแล้วโทรบอกผมด้วยนะ” ธนกฤตดึงคนรักมากอดไว้แน่น
“เพิร์ลต้องขึ้นเครื่องแล้ว” หญิงสาวพูดเสียงอู้อี้เพราะเขายังกอดไว้แน่น
“อยาลืมโทรหาผมนะ งานยุ่งแค่ไหนก็ต้องกินข้าว แล้วก็ต้องพักผ่อนให้เยอะๆ นะ”
“ค่ะ แล้วเพิร์ลจะโทรหานะ รับสายเพิร์ลด้วย”
“ครับ โทรหาผมได้ตลอดเลยนะ”
“ค่ะ บ๊ายบายนะคะ”
เพราะรู้สึกดีๆ กับรัฐชาอยู่แล้ว เมื่อเขาเอ่ยชวนพิมพ์รตาจึงทำตามหัวใจตัวเอง“เพิร์ลไปห้องพี่ต้นได้ไหมล่ะ เพิร์ลไม่อยากให้ใครรู้” ในเมื่อความต้องการมันตรงกัน เธอก็ไม่อยากปฏิเสธเสียงเรียกร้องลึกๆ ในร่างกายอีกต่อไปรัฐชาพยักหน้า ดวงตาที่มีประกายของความเร่าร้อน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมผสมกับแอลกอฮอล์ยังลอยคลุ้งรอบตัวเธอ ทำให้เขารู้สึกกระหายมากขึ้นไปอีก“ตามพี่มา” เขากระซิบข้างหูจนเธอขนลุก“ค่ะ”“เพิร์ลแน่ใจแล้วเหรอ เมามากจนไม่มีสติหรือเปล่า” เขาถามเสียงต่ำเมื่อพิมพ์รตาเข้ามานั่งในรถหญิงสาวเม้มริมฝีปาก เธอรู้ว่าเขากำลังเปิดโอกาสให้เธอเปลี่ยนใจ และนั่นทำให้หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม หากเขาฉวยโอกาสจากความเงียบหรือความเหงา เธออาจกลัวเขา แต่เขากลับหยุดและถามซ้ำอย่างจริงจัง“เพิร์ลยังรู้ตัวดีค่ะ แต่ถ้าพี่ต้นไม่สบายใจเราก็แยกกันตรงนี้”“พี่ไม่ได้ไม่สบายใจ พี่แค่ไม่อยากให้เพิร์ลตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจเพราะแค่เหงา” รัฐชายกมือขึ้นลูบเส้นผมที่ปรกหน้าผากเธอออกอย่างแผ่วเบา“เราสองคนก็เหงาเหมือนกันไม่ใช่เหรอ” พิมพ์รตาหัวเราะเบาๆ ทั้งที่แววตายังสั่นไหวประโยคนั้นทำให้รัฐชานิ่งไป เขาเองก็ไม่มี
รัฐชามาทำงานตามปกติเขาได้รับสายจากน้องสาวให้มาทานข้าวเย็นด้วยกันแต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอแทนคุณที่โทรให้มารดาบินมาจากอเมริกาเพื่อมาสู่ขอชาริณจากเขาชายหนุ่มอยากปฏิเสธแต่เพราะคิดถึงคำพูดของพิมพ์รตาเขาจึงยอมเปิดให้น้องสาวหมั้นกับแทนคุณไว้ก่อนส่วนงานแต่งงานจะจัดขึ้นทีหลังหลังจากงานหมั้นที่เรียบง่ายผ่านไปแล้วรัฐชาก็ลงไปนั่งดื่มที่ผับของโรงแรมโดยมีแทนคุณตามมาคุยแบบเปิดใจก่อนที่เขาจะขอตัวกลับรัฐชานั่งดื่มต่อ ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจที่แทนคุณมาดูแลน้องสาวของเขาแทนคุณเป็นคนดีและเขาก็เคารพมาตลอด บางที่เขาควรจะโล่งใจที่ชาริณมีคนดีๆ อย่างแทนคุณมาดูแล“เฮ้อ....” เขาถอนหายใจก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปาก“เพิร์ลคิดว่าพี่ต้นจะต่อยกับคุณแทนแล้วนะคะ” พิมพ์รตาเดินเข้ามานั่งข้างๆ พร้อมกับแก้วเครื่องดื่มในมือ“อ้าว....เพิร์ลมาดื่มเหมือนกันเหรอ” “ค่ะพี่ต้น อยู่ห้องคนเดียวมันเบื่อๆ ค่ะ” หญิงสาวยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาจิบ อันที่จริงเมื่อครู่เธอหลับไปแล้วแต่ชาริณโทรมาขอร้องให้ช่วยตามมาดูที่ผับเพราะกลัวว่าแทนคุณกับพี่ชายของเธอจะมีเรื่องกัน“เพิร์ลมาทำงานที่นี่นานหรือยัง” ที่ผ่านมารัฐชาไม่เคยสนใจจะถามเร
พิมพ์รตาพารัฐชามานั่งดื่มในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย“พี่ต้นดูเครียดจังเลยนะคะ เรื่องน้องสาวเหรอคะ” หญิงสาวเสียงหวานพลางขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้“ใช่ครับ พี่แค่อยากให้น้องเจอคนที่ดี” รัฐชาตอบแววตาของเขาเศร้าลงเมื่อนึกถึงแทนคุณ“แล้วแฟนของใบชาเป็นคนไม่ดีเหรอคะ”“พี่แทนเป็นคนดีครับ ดีมากด้วย พี่เคยอยากให้ทั้งสองคนเป็นแฟนกันด้วยซ้ำ” รัฐชาถอนหายใจก่อนจะยกแก้วขึ้นมาดื่มเพื่อปิดบังความผิดหวัง“แล้วทำไมพี่ต้นถึงห้ามใบชาล่ะคะ” หญิงสาวถามอย่างไม่เข้าใจเพราะเหตุผลมันดูขัดแย้งกันไปหมด“พี่ไม่ได้ห้ามนะครับ แค่รู้สึกเหมือนตัวเองโดนหักหลังจากคนที่พี่รักทั้งสองคน พี่ไว้ใจพี่แทนมาก ฝากน้องสาวให้เขาดูแลแต่กลายเป็นว่าทั้งสองแอบคบกัน มันอธิบายความรู้สึกไม่ถูก มันเหมือนคนโง่ที่โดนปิดหูปิดตาอยู่คนเดียว”“เพิร์ลเข้าใจพี่ต้นนะคะ ถ้าเป็นเพิร์ลก็คงโกรธทั้งสองคนเหมือนกันค่ะ”“งั้นที่พี่ทำก็ถูกต้องแล้วใช่ไหมล่ะที่ห้ามสองคนเจอกันจนกว่าจะมั่นใจว่ารักกันจริงไม่ใช่เพราะความเหงาหรือความใกล้ชิดเหมือนที่ผ่านมา”“ค่ะ พี่ต้นทำถูกแล้วในมุมของพี่ต้น” พิมพ์รตารู้สึกเห็นใจเขาที่โดนคนที่เขารักแอบทำอะไรลับหลัง“แล้วในมุมมองของเพิร์ลล่
พิมพ์รตาพาชาริณมายังร้านอาหารที่เธอเพิ่งจะแนะนำแทนคุณไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เมื่อมาถึงร้านเธอก็มองไปรอบๆ จนสะดุดตากับชายหนุ่มรูปร่างสูงที่มุมหนึ่งของร้านอาหาร“นั่นไงใบชาคนที่พี่พูดถึง”พูดจบชาริณก็เดินเข้าไปกอดกับชายคนนั้น ทำให้พิมพ์รตารู้ทันทีว่าเขาคือคนรักของชาริณตามที่เคยเล่าให้ฟังขณะที่ทั้งสองยืดกอดกันอยู่ในร้านพิมพ์รตาก็มองยืนมองบริเวณหน้าร้านเพราะกลัวว่ารัฐชาจะมาเห็น“พี่เพิร์ลคะ นี่พี่แทนค่ะ คนที่ชาเล่าให้ฟัง” หญิงสาวแนะนำคนรักให้รู้จักกับเพื่อนใหม่ก่อนที่ทั้งสามคนจะนั่งลง“ยินดีที่รู้จักอย่างเป็นทางการนะคะคุณแทน”“พี่เคยเจอกันแล้วเหรอคะ”“ใช่ครับ คุณเพิร์ลเป็นคนแนะนำให้พี่มาทานข้าวที่นี่ทำให้พี่ได้เจอใบชา”“พี่เพิร์ลอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกพี่ต้นนะคะ” ชาริณร้องขอเสียงสั่น“แต่พี่ไม่รู้ว่าจะช่วยปิดเรื่องนี้ได้นานแค่ไหน”“คุณเพิร์ลครับ ผมรู้ว่าคุณลำบากใจนะ แต่ผมอยากขอร้องว่าอย่าเพิ่งบอกนายต้นให้รู้ว่าผมมาที่นี่จนกว่าแม่ผมจะมาถึงได้ไหมครับ” แทนคุณขอร้องเพราะอยากเก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน“แล้วเพิร์ลต้องเก็บเรื่องนี้นานแค่ไหนคะ”“แค่สองวันครับ แม่ผมกำลังบินมาที่นี่ ตอนนี้คุณช่วยกันนายต้