INICIAR SESIÓNเขาไม่ปล่อยให้ช่วงเวลาทองสูญเสียไปอย่างไร้ค่า ฝ่ามือหนาสอดมือผ่านชุดนอนบางใสจับชายกระโปรงยกลอยสูงขึ้นจนร่นมากองเหนืออกอวบ ฝ่ามือลูบโลมผิวเนียนนุ่มราวกับผ้าไหมเนื้อดี ร่างงามกระตุกเล็กน้อยบิดกายหนีเขาอย่างอ่อนระโหย ดวงตาคู่สวยหรี่มองเขาด้วยอาการที่คล้ายจะได้สติ
โอลิเวอร์จึงก้มลงไปปิดปากน้อยๆ ที่กำลังเผยอจะร้อง บดจุมพิตหนักหน่วงจนได้ยินเสียงครางแผ่วๆ ของเธอ นั่นทำให้เขามั่นใจว่าเธอตกอยู่ในภวังค์เสน่หาอีกครั้งจนกล้าผละริมฝีปากออกห่าง แล้วไล่แตะปลายลิ้นร้อนไปบนผิวนุ่มช่วงลำคอ ขบเม้มติ่งหูนิ่มของเธอจนสะดุ้งเฮือก
ก่อนจะลดใบหน้าลงซุกไซ้ลำคอขาวผ่อง แตะไล้ริมฝีปากลงไปตามลาดไหล่มนจนมาถึงทรวงอวบสองมือกอบกุมความนุ่มหยุ่นทั้งสองปทุมไว้ปลายยอดมณีสีชมพูยั่วยวนสายตาคนมองให้คอแห้งผาก ลิ้นร้อนแสนชุ่มฉ่ำตวัดไล้เลียริมฝีปากของตัวเองอย่างกระหาย
ครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสเธอมันเป็นไปตามอารมณ์โมโหโกรธา ผสมกับความคลั่งแค้นระอุร้อน จนไม่สนใจจะละเลียดชิมความหวาน นอกจากตักตวงและจงใจสร้างความปวดร้าวให้เธอหลาบจำ ครั้งนี้ชายหนุ่มอยู่ในสภาวะต่างกัน เขามีเพียงอารมณ์ปรารถนาไม่ได้เจือด้วยความโกรธแค้นเหมือนครั้งก่อน
ชายหนุ่มก้มลงไปหาทรวงอกพุ่งผลิชูชันล่อสายตานั้นโดยไม่รีรอ อ้าปากออกให้กว้างพอจะครอบลงบนปลายยอดทรวงสีหวาน ดูดกลืนสลับกับขบเม้มเม็ดมณีสีสวยดื่มกินรสชาติราวกับน้ำผึ้งป่าแสนหวานในเดือนห้า
ดื่มด่ำกับความรู้สึกสราญใจที่ผ่านเข้ามาในอารมณ์ผสานกับเพลิดเพลินกับเสียงครางแผ่วหวิวเสนาะโสต และร่างนุ่มเนียนที่บิดไปมาจากการถูกลูบไล้ด้วยสองมือ ร่างกายร้อนรุ่มไปด้วยพิษสวาทจนแทบทะลักทลาย
วาสินีเองถูกคนชำนาญเชิงปลุกปั่นจนแทบไร้สติ ร่างกายของเธอร้อนผ่าวไปหมด เธอกำลังจะขาดใจกับการทรมานที่ไม่รู้จุดจบ หญิงสาวหอบหายใจแรงครางครวญด้วยเสียงที่เจ้าตัวไม่คิดว่าเคยเปล่งเสียงนี้มาก่อนในชีวิต ดวงตาปรือปรอยลอยคว้าง
เมื่ออะไรบางอย่างกำลังหมุนวนในท้อง ความเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วร่างจากจุดกำเนิดบนยอดทรวงที่ถูกอุ้งปากร้อนผ่าวครอบครองอยู่ แขนเรียวกอดรัดร่างหนาอย่างลืมตัวปลายเล็บจิกทึ้งขูดข่วนแผ่นหลังจนเกิดรอยแดงๆ สติส่วนน้อยที่ยังไม่หลุดหายไป สั่งให้เจ้าตัวขัดขืน แต่ก็อ่อนเบาไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะทัดทานแรงเชี่ยวกรากของพิษเสน่หาอันโลดแรงไหว
“โอลิเวอร์... พอเถอะ... พอ” เธอพยายามเปล่งเสียงทัดทานเขา
ชายหนุ่มชะงักชั่วครู่ หยุดการกระทำอันแสนวาบหวามลง เมื่อสำนึกในใจร้องบอกว่าไม่ควรเดินหน้าไปไกลกว่านี้ แต่ความทรมานที่กำลังก่อตัวในกายทั้งเธอและเขายังไม่ได้รับการปลดปล่อยจะทำอย่างไร
“ไว้ใจผมนะ ผมจะหยุดเมื่อเราปลดปล่อย”
โอลิเวอร์มองใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาว ก่อนจะก้มลงไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มที่เจ่อเล็กน้อยอีกครั้ง ริมฝีปากของชายหนุ่มผละจุมพิตออกเมื่อร่างงามอ่อนระทวย เขาก้มลงครอบครองทรวงนุ่ม สองมือลูบไล้ผิวนุ่มเนียนไปทั่วร่าง คลึงเคล้าทรวงอวบเต็มกำมือป้อนส่งเข้าสู่อุ้งปากร้อนผ่าวที่กำลังดูดกลืนยอดทรวงสีหวานอย่างเมามัน
มืออีกข้างลูบผ่านเอวคอดไปคลึงขยำสะโพกตึงแน่น ขณะเสียดสีร่างกายของตนเองกับร่างนุ่มนิ่มเต็มอารมณ์ร้อน ริมฝีปากคายออกจากเม็ดมณีหวานล้ำ แตะปลายลิ้นร้อนไปบนผิวนุ่มไต่ดะไปตามหน้าท้องเนียนเรียบตรงไปยังเนินเขาที่มีดอกไม้งามส่งกลิ่นหอมยั่วยวนอารมณ์
เมื่อกลีบผกางามสัมผัสสายลมในฤดูร้อน แรงลมพัดโบกลูบโลมกลีบอ่อนบางให้สะบัดพลิ้ว ดอกไม้ก็เบ่งบานเกสรผลิน้ำหวานล่อหลอกภมรให้ลงไปดื่มกิน
วาสินีหมดเรี่ยวแรงต่อต้านได้แต่ทำใจยอมรับความสูญเสียที่มิอาจต่อต้านไหว กายสาวสั่นสะท้านเมื่อเขารุกหนัก จุมพิตของเขาทำให้เธอหัวหมุนยอมจำนนโดยไร้ทางขัดขืน ทุกสัมผัสของเขาทำให้เธอตกอยู่ในห้วงแห่งมนตราเสน่หา
หญิงสาวปิดเปลือกตาลงลอยคว้างในภวังค์แห่งความเสียวซ่าน จนหลงลืมสรรพสิ่งรอบกาย ลืมว่าเธอเป็นใคร ลืมว่าเขาไม่ใช่คนที่เธอควรปล่อยกายปล่อยใจให้
ร่างกายของเธอถูกเขาควบคุมไปหมดทุกส่วน ไม่เป็นตัวของตัวเองโดยสิ้นเชิง วาสินีบิดตัวไปมาเมื่อความเสียวซ่านถึงจุดที่เกินทานทน เกลียวคลื่นแห่งความปรารถนาโหมกระหน่ำพัดพาความหฤหรรษ์สาดซัดร่างบางจนทรมานแทบขาดใจ
“กรี๊ดดด”
หญิงสาวหวีดร้องเมื่อเกลียวคลื่นได้เปลี่ยนเป็นพายุลูกใหญ่ซัดเธอจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ บนปลายขอบรุ้ง พร้อมกับเกร็งกระตุกร่าง ก่อนจะทอดกายอ่อนระทวยในนาทีสุขสม เมื่อถูกปลดปล่อยจากความทรมานอันแสนหวาน
พร้อมกับเสียงครางห้าวลึกที่ดังก้องพร้อมกันของชายหนุ่มที่ใช้นิ้วมือสำเร็จโทษตัวเองจนปลดปล่อยพร้อมๆ กัน ทั้งสองนิ่งเงียบหอบหายใจแรงในอ้อมแขนของกันและกัน จนลมหายใจกลับมาเป็นปกติ
“ปล่อย... ปล่อยฉันเถอะค่ะ”
วาสินีเอ่ยเสียงสั่นหวิว อับอายที่ถูกเขาล่วงเกินจนไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย
น่าอายนัก... น่าอายเหลือเกิน... เธอยอมให้เขาทำอะไรบ้าๆ แบบนี้กับตัวเองได้อย่างไร
โอลิเวอร์แย้มริมฝีปากโชว์ไรฟันขาว มองคนขี้อายอย่างเอ็นดู นึกเข้าข้างตัวเองว่าบางทีเขาอาจทำให้เลสเบี้ยนยอมกลับใจได้ในสักวัน เมื่อครู่เขาทำให้เธอสุขสมได้เพียงแค่ปลายลิ้นสัมผัส ยังไม่ได้ใช้ทั้งหมดของความเป็นชายกับเธอก็ทำให้เธอครางครวญจนแทบสิ้นสติ
“ดึกแล้วคนสวย นอนกันเถอะ ผมสัญญาว่าจะขอแค่กอดคุณเท่านั้น หลับตาแล้วนอนนิ่งๆ พรุ่งนี้เรามีงานสำคัญนะ” พูดจบก็ค่อยๆ ทาบริมฝีปากบนเปลือกตาอย่างอ่อนโยน กอดรัดร่างนุ่มไว้แนบแน่น
วาสินีจำต้องปิดตาลงเมื่อริมฝีปากอุ่นเคลื่อนมาแตะดวงตาอีกข้างอย่างนุ่มนวล ยอมนอนนิ่งๆ ตามคำสั่งเขาเมื่อรู้ว่าคนตัวโตไม่มีทางปล่อยเธอจากอ้อมแขนอีกแน่ หากเธอขัดขืนมันอาจไม่จบแค่กอด ประสบการณ์ร้อนๆ เมื่อครู่บอกเธอให้รับรู้ว่า เธอไม่มีทางขัดขืนเขาได้หากเขาต้องการขึ้นมา...
เขาจะปล่อยเธอให้รอดไปอีกนานแค่ไหนกันหนอ หญิงสาวแอบนึกหวั่นถึงอนาคตที่มองไม่เห็น...
วาสินีตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเลยเวลาปกติมาร่วมชั่วโมงเพราะนอนดึกกว่าทุกคืน นาทีแรกที่หญิงสาวลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ร่วมเตียงกับโอลิเวอร์หญิงสาวกะพริบตาไปมาไล่ความง่วงงุนก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อสติคืนกลับมาครบถ้วน รีบผละห่างอย่างตกใจเมื่อพบว่าใบหน้าคมคายของเขาซบซุกอยู่บนอกข้างหนึ่งมืออีกข้างกุมทรวงนุ่มของเธอไว้
ฝ่ามือหนาวางทาบกอบกุมทรวงอวบไว้ในอุ้งมือแบบเต็มกำมือราวกับเป็นเจ้าของ ใบหน้างามเห่อร้อนขึ้นมาในทันที เมื่อความรู้สึกละอายเข้ามากระทบใจ
เธอปล่อยให้เขาทำอะไรๆ กับร่างกายเธอ แม้ไม่ถึงที่สุดแต่ก็ถูกเขาสัมผัสไปทั้งตัวราวกับคนไร้ยางอาย ถึงเขาจะคิดว่าเธอคือสิตาภาทว่าเธอรู้ดีว่าตัวเองกับเขาไม่เคยใกล้ชิดกันแบบนี้มาก่อน แต่ยังปล่อยให้เขาทำตามใจจนเกือบเลยเถิด ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกละอายใจตัวเอง
วาสินีดึงมือที่กอบกุมทรวงออกผลักศีรษะและร่างหนาหนักออกแรงๆ แต่คนตัวโตยังคงหลับลึกไม่ยอมปล่อยมือ
เสียงครางงึมงำในคออย่างรำคาญที่ถูกกวนใจแต่เช้าดังขึ้นเบาๆ ไม่นำพาว่าตัวเองกำลังกอดกายแนบซบกับร่างบางจนอีกฝ่ายแทบขยับไม่ได้ เขายังซุกซบถูไถใบหน้าบนความนุ่มหยุ่นจนเจ้าของขนลุกเกรียว
“ผมทำเป็น ไม่ต้องกลัวอด คุณได้อิ่มทุกอย่างแน่ทั้งอาหาร ทั้ง...ด้วย” เขายิ้มตาพราว รอเวลาไปถึงเกาะแทบไม่ไหวพิธีการเสร็จสิ้นลง เจ้าบ่าวเจ้าสาวถูกพาขึ้นเรือไปยังเกาะดาวล้อมเดือนเรียบร้อย แขกผู้มาร่วมงานก็แยกย้ายกันกลับโอลิเวอร์อุ้มลูกชายและโอบไหล่ภรรยาสาวพาเดินกลับบ้านพักส่วนตัว ยามนี้ครอบครัวของเขากลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง เจ้าตัวน้อยกราบขอโทษวาสินีและสัญญาว่าจะไม่ทำตัวแบบนั้นอีก คุณอโณมากับคุณโรเบิร์ตรับขวัญสะใภ้กลับบ้านด้วยเครื่องเพชรชุดใหญ่และยินยอมให้วาสินีกลับไปดูแลร้านอาหารต่อโดยมีนางแมรี่เป็นผู้ช่วยหลังจากนั้นก็จัดพิธีแต่งงานให้ทั้งสองอีกครั้งพร้อมกับจดทะเบียนสมรส ให้วาสินีก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกของครอบครัวเมดิสันอย่างเต็มตัว“สินี... คุณจะโกรธผมไหม ถ้าผมอยากรู้เรื่องของสิตา”โอลิเวอร์เอ่ยถามอย่างเกรงใจภรรยา เขาไม่ได้อาลัยรักสิตาภาอีกแค่อยากรู้เรื่องของเธอเท่านั้น“สินีก็คิดจะเล่าเรื่องของสิตาให้คุณฟังเหมือนกัน สินีแค่รอคุณถาม”เธอยิ้มให้เขา พลางจูงมือเขาเดินไปยังท้ายเกาะ หลังบ้านผู้เฒ่าการ์ซู“ที่นี่คือดินแดนรักนิรันดร์ยังไงล่ะคะ”หญิงสาวพาโอลิเวอร์มายังสถานที่ ที่เรียกว่าด
“จริงอยู่ที่สิตาเป็นแม่ของลูกผม แต่เธอไม่ใช่เมียผม เราแค่มีความสัมพันธ์กันอย่างไม่ตั้งใจ”โอลิเวอร์ดึงร่างงามเข้ามากอดไว้อีกครั้ง ลูบแผ่นหลังเธอเบาๆ“ผมไม่ได้ต้องการสิตาภา ไม่ได้รักพี่สาวของคุณอีกแล้ว”“คุณโกรธฉัน หาว่าฉันหลอกคุณ”เธอยอมผ่อนกายให้เขากอด แต่ยังเอ่ยปากหาข้อมางัดง้างคำพูดเขาต่อ“ผมขอโทษ ผมแค่รู้สึกโกรธตัวเองที่ตาถั่ว แยกแยะไม่ออกว่าคุณกับสิตาต่างกันแค่ไหน”โอลิเวอร์ถอนหายใจแรง เสียใจกับการกระทำโง่เง่าของตัวเอง“คุณก็เลยมาโกรธฉันด้วย ที่ทำให้คุณกลายเป็นคนโง่เหรอคะ” วาสินีนึกน้อยใจ“ไม่ ไม่ ผมแค่ไม่ยอมรับว่าตัวเองโง่ต่างหาก ถึงได้โยนความผิดให้คุณ เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียหน้า”“โยนโทษให้ฉัน แล้วยังหาเรื่องรังแกฉัน บังคับให้ฉันเป็นนางบำเรอของคุณนี่นะ” เธอโกรธเขาข้อนี้ที่สุด“ผมแค่ไม่อยากเสียคุณไป กับคิดโง่ๆ อยากแกล้งให้คุณเจ็บ ลงโทษที่คุณหลอกผม”คนฟังส่ายหน้าผลักร่างหนาถอยห่าง“ถ้าไม่เกิดเรื่องขึ้น คุณคงแกล้งฉันไปเรื่อยๆ ใช่ไหม”“โถ่ ผมไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นหรอก ผมแค่อยากผูกมัดคุณให้อยู่กับผม จนกว่า...” เขาผ่อนเสียงลง ดวงตาไหววูบหม่นเศร้าเมื่อก้มลงมองหน้าท้องแบนราบของเธอ“จนกว่า
“สินี...” เสียงเรียกคุ้นหูแว่วมาวาสินีหันไปมองรอบกาย ก่อนจะนิ่วหน้าเมื่อไม่เห็นใครสักคน ริมฝีปากกดยิ้มเศร้าเมื่อนึกว่าตัวเองคิดถึงใครบางคนจนหูแว่ว“สินี...” เสียงเรียกดังขึ้นอีกครั้งหญิงสาวหันไปมองรอบกาย ค้นหาต้นเสียงแต่ก็ไม่เห็นใคร“คุณโอลิเวอร์...”เธอเอ่ยชื่อเขาเสียงแผ่ว ใบหน้างามหมองเศร้าแววตาหม่นซึม“ต้องลืมเขาให้ได้สิ เราต้องไม่คิดถึงคนใจร้ายคนนั้น”เธอพึมพำบอกตัวเอง ปัดภาพใบหน้าหล่อเหลารอยยิ้มที่ยังตราตรึงในหัวใจออกจากความคิด เธอยังจำช่วงเวลาดีๆ ที่มีร่วมกับเขาบนเกาะดาวเคียงเดือนได้ฝังใจ เจ็ดวันนั้นเธอช่างมีความสุขเหลือเกิน เขาแสนดีราวกับเทพบุตรจากสวรรค์ปกป้องคุ้มภัยมอบไออุ่นรักอ่อนโยนหญิงสาวลูบข้อมือข้างซ้ายของตัวเองมองดูมันแล้วถอนหายใจยาว โซ่ที่มองไม่เห็นดูเหมือนจะร้อยรัดเธอไว้กับเขาไม่ยอมหลุด เธอมอบใจให้เขาหมดทั้งดวงในตอนนั้นเอง และไม่เคยถอนใจกลับคืนแม้จะถูกเขาทำร้ายจนเจ็บปวดแทบขาดใจเธอเคยได้ยินว่าความรักทำให้คนตาบอด สำหรับเธอมันยิ่งกว่าตาบอดแต่ผสมความโง่งมเข้าไปด้วย รักคนที่เขาไม่รักไม่พอยังยอมให้เขาพร่าผลาญทั้งร่างกายและจิตใจไม่รู้เข็ดหลาบ กายหนีห่างแต่ใจกลับสยบยอมอยู่
“ตาสบายดี หนูล่ะเพิ่งหายป่วยอาการเป็นยังไงบ้าง”“สินีหายแล้วค่ะ ตอนนี้กลับมาช่วยงานโจนาธานได้เหมือนเดิมแล้ว”วาสินียิ้มอ่อนๆ แต่แววตายังฉาบรอยหมองเศร้าจนผู้สูงวัยสังเกตเห็น“หนูสินี ชีวิตคนเรามันสั้นนักนะ อย่าให้ความทุกข์มาทำให้เราสูญเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์เลย”วาสินีหลบตารับรู้ความห่วงใยผ่านกระแสเสียงของผู้เฒ่า ท่านรักและเอ็นดูเธอเหมือนหลานสาวคนหนึ่ง ย่อมห่วงใยจนสังเกตเห็นว่าเธอสุขหรือทุกข์“สินีไม่รู้จะทำยังไงดีค่ะคุณตา สินีสูญเสียทุกอย่างไปหมดแล้ว ทั้งน้องเอื้อ... ทั้งลูกในท้อง และ...” คนที่เธอรักหญิงสาวน้ำตาคลอหัวใจสะเทือนไหว น้ำตาไหลออกมาง่ายดายนักเพียงแค่นึกถึงคนที่เธอหันหลังให้“หนูเสียเขาไป หรือว่าหนูทิ้งพวกเขามา”ผู้เฒ่าการ์ซู ถามออกไป ก่อนจะยิ้มปลอบโยน“ตาเคยสอนให้หนูใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ไม่ใช่หรือ หนูถามพวกเขาหรือยังว่าพวกเขาไม่ต้องการหนูจริงหรือ การคิดเอาเองมันไม่ช่วยให้เราพ้นทุกข์หรอกนะ หนูต้องกล้าเผชิญความจริง”มือเหี่ยวย่นยื่นมาลูบศีรษะเบาๆ“มองดูต้นผูกรักนั่นสิ ปีหนึ่งมันจะออกดอกแค่ครั้งเดียวก็จริง แต่ดอกของมันจะหอมไปนานแสนนานจนกว่าต้นของมันจะตายไป เปรียบเหมือนควา
โจนาธานไม่โกรธมิเชลที่ขับรถชนวาสินี เพราะรู้ว่าหญิงสาวไม่ได้ตั้งใจ เขาเล่าเรื่องวาสินีให้มิเชลฟังหลังจากที่ปรับความเข้าใจกับเธอแล้ว มิเชลรู้สึกผิดที่เคยคิดไม่ดีกับวาสินีจึงอยากไปขอโทษ แต่กลับไปขับรถชนอีกฝ่ายแทน มิเชลถูกยึดใบหนุญาตขับขี่และถูกดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยประมาทกว่าจะจัดการเรื่องนี้ได้ก็ยุ่งยากพอดู โชคดีที่วาสินีไม่เอาเรื่องและบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเธอวิ่งไปตัดหน้ารถของมิเชลเอง คดีจึงไม่ร้ายแรงอย่างที่กลัว หลังจากนั้นมิเชลก็ไปขอโทษวาสินีที่โรงพยาบาล สองสาวปรับความเข้าใจกัน วาสินีขอร้องให้มิเชลกับโจนาธานช่วยพาเธอหนีจากโอลิเวอร์ หญิงสาวขอเวลาทำใจเรื่องลูกสักพัก ก่อนจะตัดสินใจว่าจะทำยังไงกับชีวิตต่อไป“ฉันว่าเราเลิกยุ่งกับสองคนนั้นดีไหม ปล่อยให้เขาสองคนได้พบกัน และตัดสินใจอนาคตของเขาเอง พี่โอลิเวอร์กับสินีเจ็บปวดมามากแล้วนะ” มิเชลเปรยขึ้น มองหน้าคนรักหวังให้เขาใจอ่อนโจนาธานนิ่วหน้า “คุณพูดเหมือนกำลังจะทำอะไรสักอย่าง หรือว่าทำไปแล้วไม่บอกผม”เขารู้นิสัยของคนรักดีว่ามิเชลมักทำอะไรก่อนบอกเสมอ ครั้งนี้คงทำอะไรสักอย่างไปแล้ว“รู้ทันอีกแล้วนะพี่ร็อต”มิเชลยิ้มหวาน ขยับมาเบียดร่างหนาขอ
ครอบครัวเมดิสันพากันมาเยี่ยมวาสินี คุณอโณมาเมื่อได้รู้ความจริงเรื่องว่าสินีก็รู้สึกเสียใจ ที่ตั้งแง่รังเกียจลูกสะใภ้อีกทั้งยัง กลั่นแกล้งด้วยการแย่งหลานชายมาดูแลเอง ไม่เคยพูดจาดีๆ กับอีกฝ่ายแม้สักคำ รวมถึงสั่งสอนหลานชายให้เกลียดแม่ตัวเอง ทำให้วาสินีต้องคิดมากจนกดดัน“หนูสินี ยกโทษให้แม่ด้วยนะ ที่แม่เคยทำไม่ดีกับหนูไว้” คุณอโณมาเอ่ยขอโทษลูกสะใภ้“สินีไม่เคยโกรธคุณ... คุณป้าหรอกค่ะ”วาสินียิ้มบางๆ ไม่ถือโทษเอาความคนสูงวัยกว่า เธอหุบยิ้มเมื่อหันไปสบตาโอลิเวอร์ เมินหน้าหนีเขาเหมือนที่ทำทุกวัน ทำเอาคนถูกเมินทำหน้าจ๋อย“ไอรีนก็ขอโทษด้วยนะ ไอรีนเสียใจที่บังคับให้สินีตีน้องเอื้อ”ไอรีนขยับเข้ามาหาคนเจ็บ เอ่ยขอโทษเสียงอ่อน“วันนั้นคนที่เป็นต้นเหตุ ไม่ใช่น้องเอื้อแต่เป็นจาคอฟ ลูกชายไอรีนเขาไปเรียกสินีว่ายายเลสเบี้ยน น้องเอื้อโมโหเลยต่อยจาคอฟ แกไม่ได้ตั้งใจผลักจัสมินด้วย ไอรีนลงโทษจาคอฟไปแล้วนะ จับฟาดจนขาเขียวไปแล้วล่ะ”“โถ่ อย่าไปตีแกอีกนะคะ เด็กเขาจะคิดว่าแม่ไม่รัก เหมือน...”วาสินีหยุดพูดหน้าตาหมองลงเมื่อคิดถึงลูกชาย น้องเอื้อไม่โผล่หน้ามาเยี่ยมแม่ของแกเลย แกคงเกลียดแม่คนนี้แล้วถึงไม่ยอมมาหา
“สินีจ๋า... ผมอยากกอดคุณนานกว่านี้นะ แต่...”โอลิเวอร์คลายอ้อมแขนออก ทำหน้านิ่วเมื่อบางอย่างกำลังปั่นป่วนในท้องเขา ดับความวาบหวามใจจนสิ้น“แต่อะไรคะ”วาสินีเอียงคอมองคนพูดอย่างไม่เข้าใจ เขาทำหน้าราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่แท้ๆ“แต่ตอนนี้ ผมอยากเข้าห้องน้ำจังเลยครับ”ใบหน้าหล่อเหลาเริ่
วาสินีตัวแข็งทื่อสัมผัสถึงลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่เข้าปะทะแก้มของเธอหัวใจเต้นรัวก่อนจะสะดุ้งไหวจนลมหายใจสะดุดกับปลายจมูกที่กดลงบนแก้มนุ่มของตัวเองหน้าเห่อร้อนวาบจนขนลุกเกรียว หญิงสาวลืมตาโพลงขึ้นมาทันทีอย่างแตกตื่นก่อนจะนิ่งงันเมื่อสบสายตาสีฟ้าสวยของเขาที่เจือรอยร้าวราน“คุณโอลิเวอร์...”เธอเรีย
2“มานอนเตียงฉันได้ยังไง ผมก็เปียกหมอนฉันแฉะหมดแล้ว” เธอเดินมายืนข้างเตียงหอบหายใจแรงด้วยความเหนื่อย ผสมกับความตื่นตกใจโจนาธานปรายตามองใบหน้าแดงๆ ของคนเหนื่อยจัดอย่างขบขัน แม่คุณช่างกลัวเสียภาพพจน์เสียจริง กลัวว่าผู้ใหญ่ฝ่ายชายจะไม่ชอบใจหากเห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่นในห้องสองต่อสอง ถึงกับลากเขามาหล
หญิงสาวเดินออกจากรถไปเปิดประตูห้องพัก เธอยังคงเหม่อลอยจ่อมจมในความคิดของตัวเองจนไม่สังเกตเห็นว่าเขาตามเธอไปด้านหลัง โอลิเวอร์ตะครุบร่างงามกอดรัดไว้แน่น ขณะลากดึงเธอเข้าไปด้านใน“คุณ คุณฟื้นแล้วเหรอ ปล่อยนะจะทำอะไรฉัน” สิตาภาสะบัดแขนเร่าๆ พยายามดิ้นหนีให้หลุดจากการจับกุมของโอลิเวอร์ เธอมัวแต่คร่ำคร







