Masukเขาไม่ปล่อยให้ช่วงเวลาทองสูญเสียไปอย่างไร้ค่า ฝ่ามือหนาสอดมือผ่านชุดนอนบางใสจับชายกระโปรงยกลอยสูงขึ้นจนร่นมากองเหนืออกอวบ ฝ่ามือลูบโลมผิวเนียนนุ่มราวกับผ้าไหมเนื้อดี ร่างงามกระตุกเล็กน้อยบิดกายหนีเขาอย่างอ่อนระโหย ดวงตาคู่สวยหรี่มองเขาด้วยอาการที่คล้ายจะได้สติ
โอลิเวอร์จึงก้มลงไปปิดปากน้อยๆ ที่กำลังเผยอจะร้อง บดจุมพิตหนักหน่วงจนได้ยินเสียงครางแผ่วๆ ของเธอ นั่นทำให้เขามั่นใจว่าเธอตกอยู่ในภวังค์เสน่หาอีกครั้งจนกล้าผละริมฝีปากออกห่าง แล้วไล่แตะปลายลิ้นร้อนไปบนผิวนุ่มช่วงลำคอ ขบเม้มติ่งหูนิ่มของเธอจนสะดุ้งเฮือก
ก่อนจะลดใบหน้าลงซุกไซ้ลำคอขาวผ่อง แตะไล้ริมฝีปากลงไปตามลาดไหล่มนจนมาถึงทรวงอวบสองมือกอบกุมความนุ่มหยุ่นทั้งสองปทุมไว้ปลายยอดมณีสีชมพูยั่วยวนสายตาคนมองให้คอแห้งผาก ลิ้นร้อนแสนชุ่มฉ่ำตวัดไล้เลียริมฝีปากของตัวเองอย่างกระหาย
ครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสเธอมันเป็นไปตามอารมณ์โมโหโกรธา ผสมกับความคลั่งแค้นระอุร้อน จนไม่สนใจจะละเลียดชิมความหวาน นอกจากตักตวงและจงใจสร้างความปวดร้าวให้เธอหลาบจำ ครั้งนี้ชายหนุ่มอยู่ในสภาวะต่างกัน เขามีเพียงอารมณ์ปรารถนาไม่ได้เจือด้วยความโกรธแค้นเหมือนครั้งก่อน
ชายหนุ่มก้มลงไปหาทรวงอกพุ่งผลิชูชันล่อสายตานั้นโดยไม่รีรอ อ้าปากออกให้กว้างพอจะครอบลงบนปลายยอดทรวงสีหวาน ดูดกลืนสลับกับขบเม้มเม็ดมณีสีสวยดื่มกินรสชาติราวกับน้ำผึ้งป่าแสนหวานในเดือนห้า
ดื่มด่ำกับความรู้สึกสราญใจที่ผ่านเข้ามาในอารมณ์ผสานกับเพลิดเพลินกับเสียงครางแผ่วหวิวเสนาะโสต และร่างนุ่มเนียนที่บิดไปมาจากการถูกลูบไล้ด้วยสองมือ ร่างกายร้อนรุ่มไปด้วยพิษสวาทจนแทบทะลักทลาย
วาสินีเองถูกคนชำนาญเชิงปลุกปั่นจนแทบไร้สติ ร่างกายของเธอร้อนผ่าวไปหมด เธอกำลังจะขาดใจกับการทรมานที่ไม่รู้จุดจบ หญิงสาวหอบหายใจแรงครางครวญด้วยเสียงที่เจ้าตัวไม่คิดว่าเคยเปล่งเสียงนี้มาก่อนในชีวิต ดวงตาปรือปรอยลอยคว้าง
เมื่ออะไรบางอย่างกำลังหมุนวนในท้อง ความเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วร่างจากจุดกำเนิดบนยอดทรวงที่ถูกอุ้งปากร้อนผ่าวครอบครองอยู่ แขนเรียวกอดรัดร่างหนาอย่างลืมตัวปลายเล็บจิกทึ้งขูดข่วนแผ่นหลังจนเกิดรอยแดงๆ สติส่วนน้อยที่ยังไม่หลุดหายไป สั่งให้เจ้าตัวขัดขืน แต่ก็อ่อนเบาไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะทัดทานแรงเชี่ยวกรากของพิษเสน่หาอันโลดแรงไหว
“โอลิเวอร์... พอเถอะ... พอ” เธอพยายามเปล่งเสียงทัดทานเขา
ชายหนุ่มชะงักชั่วครู่ หยุดการกระทำอันแสนวาบหวามลง เมื่อสำนึกในใจร้องบอกว่าไม่ควรเดินหน้าไปไกลกว่านี้ แต่ความทรมานที่กำลังก่อตัวในกายทั้งเธอและเขายังไม่ได้รับการปลดปล่อยจะทำอย่างไร
“ไว้ใจผมนะ ผมจะหยุดเมื่อเราปลดปล่อย”
โอลิเวอร์มองใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาว ก่อนจะก้มลงไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มที่เจ่อเล็กน้อยอีกครั้ง ริมฝีปากของชายหนุ่มผละจุมพิตออกเมื่อร่างงามอ่อนระทวย เขาก้มลงครอบครองทรวงนุ่ม สองมือลูบไล้ผิวนุ่มเนียนไปทั่วร่าง คลึงเคล้าทรวงอวบเต็มกำมือป้อนส่งเข้าสู่อุ้งปากร้อนผ่าวที่กำลังดูดกลืนยอดทรวงสีหวานอย่างเมามัน
มืออีกข้างลูบผ่านเอวคอดไปคลึงขยำสะโพกตึงแน่น ขณะเสียดสีร่างกายของตนเองกับร่างนุ่มนิ่มเต็มอารมณ์ร้อน ริมฝีปากคายออกจากเม็ดมณีหวานล้ำ แตะปลายลิ้นร้อนไปบนผิวนุ่มไต่ดะไปตามหน้าท้องเนียนเรียบตรงไปยังเนินเขาที่มีดอกไม้งามส่งกลิ่นหอมยั่วยวนอารมณ์
เมื่อกลีบผกางามสัมผัสสายลมในฤดูร้อน แรงลมพัดโบกลูบโลมกลีบอ่อนบางให้สะบัดพลิ้ว ดอกไม้ก็เบ่งบานเกสรผลิน้ำหวานล่อหลอกภมรให้ลงไปดื่มกิน
วาสินีหมดเรี่ยวแรงต่อต้านได้แต่ทำใจยอมรับความสูญเสียที่มิอาจต่อต้านไหว กายสาวสั่นสะท้านเมื่อเขารุกหนัก จุมพิตของเขาทำให้เธอหัวหมุนยอมจำนนโดยไร้ทางขัดขืน ทุกสัมผัสของเขาทำให้เธอตกอยู่ในห้วงแห่งมนตราเสน่หา
หญิงสาวปิดเปลือกตาลงลอยคว้างในภวังค์แห่งความเสียวซ่าน จนหลงลืมสรรพสิ่งรอบกาย ลืมว่าเธอเป็นใคร ลืมว่าเขาไม่ใช่คนที่เธอควรปล่อยกายปล่อยใจให้
ร่างกายของเธอถูกเขาควบคุมไปหมดทุกส่วน ไม่เป็นตัวของตัวเองโดยสิ้นเชิง วาสินีบิดตัวไปมาเมื่อความเสียวซ่านถึงจุดที่เกินทานทน เกลียวคลื่นแห่งความปรารถนาโหมกระหน่ำพัดพาความหฤหรรษ์สาดซัดร่างบางจนทรมานแทบขาดใจ
“กรี๊ดดด”
หญิงสาวหวีดร้องเมื่อเกลียวคลื่นได้เปลี่ยนเป็นพายุลูกใหญ่ซัดเธอจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ บนปลายขอบรุ้ง พร้อมกับเกร็งกระตุกร่าง ก่อนจะทอดกายอ่อนระทวยในนาทีสุขสม เมื่อถูกปลดปล่อยจากความทรมานอันแสนหวาน
พร้อมกับเสียงครางห้าวลึกที่ดังก้องพร้อมกันของชายหนุ่มที่ใช้นิ้วมือสำเร็จโทษตัวเองจนปลดปล่อยพร้อมๆ กัน ทั้งสองนิ่งเงียบหอบหายใจแรงในอ้อมแขนของกันและกัน จนลมหายใจกลับมาเป็นปกติ
“ปล่อย... ปล่อยฉันเถอะค่ะ”
วาสินีเอ่ยเสียงสั่นหวิว อับอายที่ถูกเขาล่วงเกินจนไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย
น่าอายนัก... น่าอายเหลือเกิน... เธอยอมให้เขาทำอะไรบ้าๆ แบบนี้กับตัวเองได้อย่างไร
โอลิเวอร์แย้มริมฝีปากโชว์ไรฟันขาว มองคนขี้อายอย่างเอ็นดู นึกเข้าข้างตัวเองว่าบางทีเขาอาจทำให้เลสเบี้ยนยอมกลับใจได้ในสักวัน เมื่อครู่เขาทำให้เธอสุขสมได้เพียงแค่ปลายลิ้นสัมผัส ยังไม่ได้ใช้ทั้งหมดของความเป็นชายกับเธอก็ทำให้เธอครางครวญจนแทบสิ้นสติ
“ดึกแล้วคนสวย นอนกันเถอะ ผมสัญญาว่าจะขอแค่กอดคุณเท่านั้น หลับตาแล้วนอนนิ่งๆ พรุ่งนี้เรามีงานสำคัญนะ” พูดจบก็ค่อยๆ ทาบริมฝีปากบนเปลือกตาอย่างอ่อนโยน กอดรัดร่างนุ่มไว้แนบแน่น
วาสินีจำต้องปิดตาลงเมื่อริมฝีปากอุ่นเคลื่อนมาแตะดวงตาอีกข้างอย่างนุ่มนวล ยอมนอนนิ่งๆ ตามคำสั่งเขาเมื่อรู้ว่าคนตัวโตไม่มีทางปล่อยเธอจากอ้อมแขนอีกแน่ หากเธอขัดขืนมันอาจไม่จบแค่กอด ประสบการณ์ร้อนๆ เมื่อครู่บอกเธอให้รับรู้ว่า เธอไม่มีทางขัดขืนเขาได้หากเขาต้องการขึ้นมา...
เขาจะปล่อยเธอให้รอดไปอีกนานแค่ไหนกันหนอ หญิงสาวแอบนึกหวั่นถึงอนาคตที่มองไม่เห็น...
วาสินีตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเลยเวลาปกติมาร่วมชั่วโมงเพราะนอนดึกกว่าทุกคืน นาทีแรกที่หญิงสาวลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ร่วมเตียงกับโอลิเวอร์หญิงสาวกะพริบตาไปมาไล่ความง่วงงุนก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อสติคืนกลับมาครบถ้วน รีบผละห่างอย่างตกใจเมื่อพบว่าใบหน้าคมคายของเขาซบซุกอยู่บนอกข้างหนึ่งมืออีกข้างกุมทรวงนุ่มของเธอไว้
ฝ่ามือหนาวางทาบกอบกุมทรวงอวบไว้ในอุ้งมือแบบเต็มกำมือราวกับเป็นเจ้าของ ใบหน้างามเห่อร้อนขึ้นมาในทันที เมื่อความรู้สึกละอายเข้ามากระทบใจ
เธอปล่อยให้เขาทำอะไรๆ กับร่างกายเธอ แม้ไม่ถึงที่สุดแต่ก็ถูกเขาสัมผัสไปทั้งตัวราวกับคนไร้ยางอาย ถึงเขาจะคิดว่าเธอคือสิตาภาทว่าเธอรู้ดีว่าตัวเองกับเขาไม่เคยใกล้ชิดกันแบบนี้มาก่อน แต่ยังปล่อยให้เขาทำตามใจจนเกือบเลยเถิด ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกละอายใจตัวเอง
วาสินีดึงมือที่กอบกุมทรวงออกผลักศีรษะและร่างหนาหนักออกแรงๆ แต่คนตัวโตยังคงหลับลึกไม่ยอมปล่อยมือ
เสียงครางงึมงำในคออย่างรำคาญที่ถูกกวนใจแต่เช้าดังขึ้นเบาๆ ไม่นำพาว่าตัวเองกำลังกอดกายแนบซบกับร่างบางจนอีกฝ่ายแทบขยับไม่ได้ เขายังซุกซบถูไถใบหน้าบนความนุ่มหยุ่นจนเจ้าของขนลุกเกรียว
พรึบ !!! กรี๊ดดด !!!ไฟดับมืดลงเมื่อเขาก้าวพ้นห้อง มิเชลรีบกระโจนลงจากเตียงวิ่งตามออกมาทันที ก่อนจะกรี๊ดลั่นอีกรอบเมื่อถูกกอดรัดไว้แน่น“ผมเอง เครื่องปั่นไฟมันคงเสีย ไฟเลยดับ เราคงต้องอยู่มืดๆ กันไปก่อน มาผมจะกอดคุณไว้นะ กลัวหรือเปล่าเสียงฟ้าร้องดังเชียว”โจนาธานกอดรัดหญิงสาวไว้แน่น พาเดินกลับเข้ามาในห้องโดยอาศัยแสงจากฟ้าแลบที่ลอดผ่านกระจกเข้ามาเมื่อมานั่งบนเตียงได้ มิเชลก็ผลักร่างหนาออก “มากอดฉันทำไม ฉันไม่ได้กลัวฟ้าร้องฟ้าผ่านะแค่ตกใจที่ไฟดับเฉยๆ อย่าฉวยโอกาส” เธอสะบัดค้อนให้เขาในความมืด“เราอุตส่าห์จะปลอบ ดันเป็นผู้หญิงแกร่งเสียได้ ไม่เหมือนกับสินีเลย รายนั้นกลัวเสียงฟ้าร้องที่สุด ป่านนี้คงให้สามีเขากอดปลอบใจอยู่” โจนาธานขยับเข้ามาใกล้ แล้วกอดเธอไว้อีกหน ริมฝีปากแต้มรอยยิ้มเอ็นดูมิเชลต่างจากวาสีนีราวกับฟ้ากับดิน หากเป็นวาสินีอยู่ตรงนี้คงตกใจกลัวเสียงฟ้าร้องจนร้องไห้ไปแล้ว เขาต้องคอยโทรมาหาตอนที่เกิดฝนตกกำชับให้เธอปิดม่านและหายานอนหลับมากินจะได้ไม่ต้องกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า ป่านนี้หญิงสาวคงอยู่ในอ้อมกอดของสามีของเธอ ฟ้าฝนคงเป็นใจให้สองสามีภรรยาได้ผูกสัมพันธ์กันแนบแน่นขึ้น และตัวเข
“โอลิเวอร์... อืม”เสียงเรียกขานชื่อของเขาดังขึ้นแผ่วๆ เมื่อชายหนุ่มระริมฝีปากออก เขายิ้มละมุนเมื่อสบตาปรือปรอยของหญิงสาว เธอไม่ดิ้นรนไม่ขัดขืนเขาแต่ก็ไม่ได้ตอบสนองเต็มที่ มือบางขยุ้มเสื้อตรงอกเขาหอบหายใจแรงเหมือนคนขาดอากาศ ร่างบางสั่นระริกไปทั้งตัววาสินีสั่นสะท้านไปทั้งตัว เธอหัวหมุนไปหมดเมื่อถูกเขารุกเร้าแบบนี้ ร่างกายอ่อนระทวยยอมให้เขาสัมผัสอย่างสิ้นแรงขัดขืน ปฏิกิริยาของเธอไร้ซึ่งการรังเกียจเดียดฉันท์ แต่เปิดรับสัมผัสของเขาราวกับคุ้นเคยกับมันบ้างแล้ว สมองพร่าพรายกับฤทธิ์เสน่หาที่กำลังโหมแรงในกายสาว มือหนาเลื่อนมาจับเอวขอดพลิกร่างเธอให้นอนหงาย ร่างกายใหญ่โตล่ำสันบังร่างบางจนมิด เขาไม่ได้ทิ้งน้ำหนักลงมาทั้งตัวใช้หัวเข่าพยุงร่างไว้กึ่งคร่องกึ่งก่ายเกยให้กลางลำตัวแนบชิดบดเบียดกันจนรู้สึกถึงบางอย่างที่โป่งนูนร้อนผ่าวนั้น กางเกงผ้าฝ้ายเนื้อบางพอๆ กับกระโปรงของเธอที่บางพอกัน ปราการขวางกั้นไร้ประโยชน์เมื่ออีกฝ่ายตลบชายกระโปรงมากองบนเอวตอนที่พลิกกายเธอลงมาแนบพื้น ใบหน้าคมจ้องมองใบหน้างามในระยะประชิด จนลมหายใจร้อนๆ รินรดกัน ริมฝีปากอิ่มสั่นระริกขณะถูกเขาครอบครองอีกครั้ง เสียงครางเบาๆ ดังขึ
การคบหากันจึงไม่คืบหน้าไปไกลเท่าที่ควร เขาแทบไม่รู้จักตัวตนของเธอจนเกิดเรื่องขึ้นและได้รับรู้ว่าเธอไม่ได้จริงใจกับเขาเลย เธอคบเขาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือเข้าชิดใกล้โรสิตาและทำร้ายเอริก ทว่า.. สองสามวันนี้ตั้งแต่ได้พบเธออีกครั้งสิตาภาเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนจนเขาเผลอคิดว่าเธอไม่ใช่คนเดิม จากการสัมผัสร่างกายเธอในตอนนั้นช่างต่างกับยามนี้ราวกับคนละคน ร่างกายของสิตาภาในยามนั้นงดงามไม่ผิดเพี้ยนกับสิตาภาตอนนี้ แต่ต่างกันที่ความนุ่มหยุ่นของผิวเนื้อ สิตาภาคนนั้นผิวเนื้อแน่นตึงอย่างคนชอบออกกำลังกายรูปร่างเพรียวกว่าไม่อวบนิ่มนุ่มละมุนไปทั้งตัวแบบสิตาภาคนนี้ โอลิเวอร์มองใบหน้างามของหญิงสาวอย่างสงสัย ก่อนจะปัดความกังขาในใจออกไปเมื่อคิดว่าเธอผ่านการมีลูกมาแล้ว ร่างกายคงจะอวบนิ่มตามกาลเวลา เธอจะเป็นคนอื่นไปได้อย่างไร เขาช่างคิดอะไรเลอะเทอะแท้เชียว...ชายหนุ่มยิ้มขำความคิดของตัวเอง จับมือนุ่มมาแตะริมฝีปากอย่างแสนรัก “ขอเวลาให้สินีได้ปรับตัวสักพักนะคะ สินียังไม่เคยชินกับการอยู่ใกล้ๆ เอ่อ... ผู้ชาย” เธอบอกเขาเสียงเบา ไม่ใช่แค่ไม่เคยชิน แต่วาสินีไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายคนไหนมากเท่าเขาเลย กับโจนาธานก็รู้จักสน
“คุณรู้ตัวไหมว่าคุณสวยมาก” เขาเชยคางมน งอปลายนิ้วล็อกปลายคางให้มองสบตา“แต่คุณนิสัยแย่ วันๆ คิดแต่จะหาทางแย่งชิงผู้ชายที่เขามีเมียแล้วมาเป็นของตัวเอง ลองคิดดูสิว่าถ้าโอลิเวอร์เขาคิดอะไรกับคุณ เขาไม่ปล่อยเวลามาเนิ่นนานถึงป่านนี้หรอก เขาไม่เคยสนใจคุณไม่เคยคิดอยากได้คุณสักนิด อะ อ๊ะ อย่าเถียง ถ้าคุณไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไปคุณคงจะมองเห็นความจริงข้อนี้” คำพูดของเขาราวกับปลายมีดคมกรีดลงมาบนหัวใจคนฟัง มิเชลอ้าปากจะเถียงก็เถียงไม่ออก ในส่วนลึกหญิงสาวยอมรับว่าทุกสิ่งที่โจนาธานพูดคือความจริง เธอพยายามทุกทางให้โอลิเวอร์หันมามอง แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจยิ่งเธอเข้าใกล้เขายิ่งถอยห่าง เธอได้แต่หวังว่าสักวันเขาจะเห็นเธอในสายตาบ้าง แต่พอเขาเจอสิตาภาเขาก็กระโจนกลับเข้าหาขุมนรกขุมเดิมที่เคยทำให้เขาทุกข์ทรมานมาห้าปีอย่างไม่เข็ดหลาบ หากเขาไปรักคนอื่นหรือแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่สิตาภาเธอคงร่วมยินดีด้วย แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้คนที่เคยทำร้ายโอลิเวอร์ เธอไม่มีวันยอมให้เขาต้องถูกผู้หญิงกลับกรอกคนนั้นหลอกลวงซ้ำอีกแน่ แม้จะถูกมองว่าเป็นนางร้ายขี้อิจฉาก็ตาม“คุณไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมฉันถึงทำแบบนี้ หากคุณรักใค
“อลัน เราลงไปข้างล่างกันไหมครับ น้ามิเชลว่าบนนี้มันสูงอันตรายออก” มิเชลชักชวนเด็กชายให้ลงไป แต่ใบหน้าเล็กส่ายปฏิเสธ“ไม่เอา ผมอยากดูวิวอยากเล่นบนนี้นานๆ ลุงโจผมอยากได้บ้านต้นไม้นี้บ้าง”เด็กชายไม่สนใจจะลงไปง่ายๆ เขาติดใจบรรยากาศข้างบนที่คล้ายกับบ้านต้นไม้ของทาร์ซานการ์ตูนเรื่องโปรด ติดใจจนยอมขอให้คนที่แกไม่ชอบหน้าสร้างบ้านแบบนี้ให้ ปกติเด็กชายแทบไม่ยอมสนิทสนมกับโจนาธานเพราะคิดว่าอีกฝ่ายจะมาแย่งมารดา ตอนนี้เมื่อบิดากลับมาแล้ว แกเลยวางใจไม่กลัวเรื่องนี้อีก บวกกับโจนาธานยอมตามใจพาแกขึ้นมาบนนี้ ยิ่งทำให้เด็กชายรู้สึกดีด้วยกว่าเดิมลดความเป็นอริลง“ไว้ลุงจะสร้างให้ที่เกาะล้อมรักสักหลังนะ เอาแถวๆ บ้านตาการ์ซูดีไหม” โจนาธานลูบศีรษะเล็กๆ อย่างเอ็นดูยอมตามใจเด็กชาย ทำเอาเจ้าตัวน้อยยิ้มแป้นอย่างที่ไม่เคยยิ้มให้มาก่อน“จริงๆ นะครับลุงโจ”“จริงสิ แต่มีข้อแม้นะ” โจนาธานย่อตัวนั่งลง แล้วดึงร่างเล็กมาใกล้ ก่อนจะกระซิบบอกข้อตกลงบางอย่าง น้องเอื้อพยักหน้ารับ ก่อนจะวิ่งตัวปลิวลงไปข้างล่าง มิเชลร้องห้ามเสียงหลงกลัวแกจะตกบันได“ว้าย ค่อยๆ เดิน อย่าวิ่งเดี๋ยวตกบันได” หญิงสาวขยับจะวิ่งตาม แต่ถูกคว้าข้อมือไว
“ขอบคุณสำหรับความรักที่มอบให้สิตา”เธอฝืนยิ้มทั้งที่รู้สึกรวดร้าว หัวใจทำไมถึงเจ็บปวดแบบนี้ มันเร็วไปไหมกับการรู้สึกแบบนี้กับเขา หรือที่เคยได้ยินว่ารักไม่ต้องการเวลามันคือเรื่องจริง “ผมขอโทษ ขอโทษที่เคยทำร้ายคุณ” เขากล่าวคำที่อยากบอกเธอมานานหลายปีออกมาวาสินีพยักหน้าช้าๆ “มันผ่านไปแล้วค่ะ สิตาก็ทำผิดไว้กับคุณและครอบครัวของคุณมากมาย ถือว่าชดใช้ให้กันนะคะ” เธอยิ้มให้เขาโอลิเวอร์นิ่งงันกับคำตอบของเธอ ดวงตาคมมองใบหน้างามของเธอนิ่ง ในหัวนึกถึงเรื่องของสิตาภาในอดีต หญิงสาวเคยทำร้ายเขาและพี่ชายไว้ร้ายแรงนัก หลอกลวง ปั้นหน้า สร้างเรื่องโกหกสารพัด จนถึงขั้นยิงเอริกจนปางตายเธอก็ทำมาแล้ว หัวใจของเขาเจ็บปวดกับการกระทำของเธอจนแทบขาดใจตาย และกลั่นความรู้สึกเจ็บแค้นมาทำร้ายเธอในภายหลัง วูบแรกที่เจอเธอมันทั้งดีใจและปวดใจในคราเดียวกัน ทั้งรักทั้งแค้นแต่ก็ไม่อาจปล่อยเธอไป“เราจะเริ่มต้นกันใหม่นะ ให้โอกาสผมนะสินี”โอลิเวอร์ยิ้มให้เธอ ก่อนจะก้มลงมาประทับจุมพิตบนริมฝีปากอิ่มสีกุหลาบแล้วแทรกปลายลิ้นร้อนเข้าไปควานหาความหวานฉ่ำอย่างโหยหา เมื่อคืนเขาทนทรมานตัวเองนอนหันหลังให้เธอตลอดทั้งคืนไม่ใช่เพราะเขาโกร







