เข้าสู่ระบบวาสินีตัวแข็งทื่อสัมผัสถึงลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่เข้าปะทะแก้มของเธอ
หัวใจเต้นรัวก่อนจะสะดุ้งไหวจนลมหายใจสะดุดกับปลายจมูกที่กดลงบนแก้มนุ่มของตัวเอง
หน้าเห่อร้อนวาบจนขนลุกเกรียว หญิงสาวลืมตาโพลงขึ้นมาทันทีอย่างแตกตื่น
ก่อนจะนิ่งงันเมื่อสบสายตาสีฟ้าสวยของเขาที่เจือรอยร้าวราน
“คุณโอลิเวอร์...”
เธอเรียกชื่อเขาเสียงแผ่ว หัวใจคล้ายถูกโจมตีด้วยแววตาตัดพ้อของอีกฝ่ายจนสั่นคลอน และยิ่งสะเทือนไหวกว่าเดิมเมื่อได้ยินเขาพูดอีกว่า
“ใช่สิคุณไม่ได้ชอบผู้ชายนี่ ยิ่งผมแล้วคุณคงทั้งรังเกียจขยะแขยง คุณไม่เคยรักผม ไม่เคยรัก ไม่คิดจะรัก และไม่อยากให้ผมเข้าใกล้ใช่ไหมสิตา”
เขาเอ่ยเสียงขื่นมองเธอด้วยแววตาเจ็บช้ำ คลายอ้อมแขนที่กอดรัดออกก่อนจะพลิกตัวถอยห่างหันหลังให้ แล้วนอนนิ่งเงียบไปแบบนั้น
วาสินีหยัดกายลุกขึ้นนั่ง แม้จะหายอึดอัดจากวงแขนที่รัดรอบกาย แต่กลับวูบโหวงในใจเมื่ออ้อมแขนแกร่งได้พาความอบอุ่นไปจากกาย ดวงตาคู่สวยทอดมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม
คำพูดตัดพ้อของเขาทำให้เธอรู้สึกสงสารปนเห็นใจ สิตาภาทำร้ายโอลิเวอร์ไม่น้อย หลอกเขาให้รัก ใช้ความรักของเขาเป็นเครื่องมือ สุดท้ายก็ตัดรอนเขาให้เจ็บช้ำ
ตอนนี้เธอกำลังทำร้ายเขาซ้ำสองอีกใช่ไหม เขาถึงได้แสดงท่าทางเหมือนปวดร้าวแบบนั้น แค่เธอไม่ยอมให้เขากอดเพราะตื่นกลัวสัมผัสของเขา ทำให้คนใจน้อยคิดเลยเถิดไปไกล
คนอะไรตัวโตแต่ขี้ใจน้อยชะมัด...
“คุณโอลิเวอร์”
เธอลองเรียกเขาอีกครั้ง แต่ชายหนุ่มยังนอนนิ่งไม่หันมาหา ทำท่าเหมือนไม่ได้ยินเสียงเรียกของเธอ ท่าทางแบบนี้ช่างคล้ายกับเจ้าลูกชายเหลือเกิน น้องเอื้อยามถูกลงโทษหรือไม่พอใจอะไรจนงอนจัด มักจะชอบนอนหันหลังให้เธอ ไม่ยอมพูดไม่ยอมออกมาจากห้องจนกว่าเธอจะยอมไปง้อถึงจะยอมหายงอน
เด็กทำแบบนี้มันน่ารักน่าง้อ แต่ผู้ชายตัวโตๆ ทำท่าแบบนี้ เธอจะกล้าไปง้อเขายังไง วาสินีมองเขาแบบนั้นอยู่หลายนาที เมื่อเห็นว่าร่างหนาไม่ยอมหันมาสนใจก็คิดจะกลับห้อง อยากจะงอนก็ปล่อยให้งอนไปแบบนี้แหละ ดีเสียอีกเธอจะได้ปลอดภัยจากคนชอบเอาเปรียบ
“ฉันไม่ได้รังเกียจคุณนะคะ แต่ฉันแค่ไม่ชินกับการใกล้ชิดกันแบบนี้ ดึกแล้วฉันจะไปนอนกับลูก คุณก็นอนห้องนี้ไปนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”
วาสินีขยับตัวเข้าไปหาคนที่นอนนิ่ง ชะโงกหน้าไปพูดใกล้ๆ ใบหูของเขาด้วยเกรงอีกฝ่ายจะไม่ได้ยิน ก่อนจะขยับกายเตรียมลุกออกจากเตียง แต่คนตัวโตกลับพลิกกายมาดึงร่างบางจนเซถลาล้มลงไปบนแผ่นอกหนา วงแขนแข็งแรงรัดรอบร่างบางอีกครั้ง ใบหน้าคมยื่นมาซบบนซอกคอหอมกรุ่นกระซิบข้างหูว่า
“ไม่รังเกียจผมใช่ไหม งั้นคืนนี้นอนกับผมที่นี่นะสิตา”
วาสินีเบิกตากว้างตกใจในนาทีแรกก่อนจะโมโหตัวเองที่เสียรู้คนเจ้าเล่ห์ เขาทำให้เธอเข้าใจว่าเขาน้อยใจ แต่ที่แท้มันคือแผนการเรียกร้องความสนใจของเขาต่างหาก !
“ปล่อยนะ เมื่อกี้คุณทำท่าเหมือนงอนฉัน คุณแกล้งใช่ไหม ฮึ คุณโอลิเวอร์” วาสินีต่อว่าเขาเสียงขุ่น ยกมือดันคางที่เกยบนไหล่มนออกห่าง เรียกรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาของคนเจ้าแผนการ
“คุณแคร์ผมใช่ไหมสิตา ถึงได้ไม่รีบออกไปทันทีที่ผมปล่อยคุณ”
เขายิ้มพราย เมื่อบททดสอบนั้นทำให้รู้ว่าหญิงสาวยังห่วงใยเขาอยู่ หากเธอรีบออกไปจากห้องในทันที เขาคงรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย แต่เธอกลับอยู่รอและบอกเขาว่าไม่ได้รังเกียจ ความหวังริบหรี่โชนแสงขึ้นมาในหัวใจมืดมิด โอลิเวอร์พลิกกายทาบทับร่างนุ่ม จ้องมองใบหน้างดงามที่ตราตรึงในหัวใจเขาด้วยแววตาลึกซึ้ง
“ฉัน...”
วาสินีสบตาคู่นั้นแล้วปฏิเสธไม่ออก ใจหนึ่งอยากพูดให้เขาเจ็บปวดแก้แค้นที่ถูกเขาหลอก แต่อีกใจกลับค้านการกระทำนี้ เมื่อนึกถึงผลที่จะตามมา
“ฉันก็แค่... แค่ไม่อยากให้คุณโกรธฉัน” เธอเลือกตอบแบบนี้แทน
“ผมก็ไม่ได้โกรธคุณนี่ ”
โอลิเวอร์แสร้งตีหน้านิ่งกลบเกลื่อนอาการขบขัน เมื่อได้ยินหญิงสาวในอ้อมแขนตอบไม่เต็มเสียง คล้ายเจ้าตัวประหม่า สิตาภาในอดีตไม่เคยเขินอายจนหน้าแดงแบบนี้ ไม่เคยพูดไม่เต็มคำเหมือนคนขาดความมั่นใจมาก่อน ยิ่งกิริยาห่วงหาอาทรแบบนี้ยิ่งไม่เคยได้สัมผัส เวลาห้าปีเปลี่ยนสิตาภาให้กลายเป็นผู้หญิงที่น่ารักแบบนี้เชียวหรือ
ชายหนุ่มรู้สึกสะกิดใจขึ้นมา แต่เมื่อร่างน้อยในอ้อมกอดดิ้นยุกยิกผิวนุ่มๆ กลิ่นกายหอมๆ ก่อเร้าอารมณ์บางอย่างให้ประทุขึ้นในกาย จนเรื่องกังขามลายหายไปจากความคิด มีเพียงความปรารถนาถูกปลุกขึ้นมาแทนที่
“ปล่อยฉันเถอะค่ะ ไหนคุณสัญญาว่าจะไม่รังแกฉันไงคะ เราตกลงกันแล้วนะคะ” วาสินีพยายามใช้ไม่นวมเข้าสู้
“ผมก็ไม่ได้ทำผิดสัญญานี่ คุณอนุญาตให้ผมกอดหอมคุณได้นะ” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ลดใบหน้าลงมาจนเกือบชิด
วาสินียกมือขึ้นยันแผงอกหนาไว้ “ความจริงแล้วข้อตกลงของเรามีผลหลังการแต่งงาน ตอนนี้ไม่ถือว่าอยู่ในข้อตกลง คุณอย่าโมเมสิ”
เธอท้วงเสียงสั่น ลมหายใจเริ่มติดขัดอีกครั้งเมื่อเห็นริมฝีปากหยักสวยเคลื่อนมาใกล้
“ถ้าอย่างนั้นขอกูดไนท์คิสได้ไหม” คนเจ้าเล่ห์ต่อรอง
ศีรษะได้รูปส่ายไปมาปฏิเสธเร็วรี่ “ไม่ได้ ไม่เอา ฉันเป็นคนไทยไม่มีธรรมเนียมแบบนั้น อุ๊บ!”
คำปฏิเสธไม่ทันพ้นจากคอหมดทั้งประโยค วาสินีต้องต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อริมฝีปากของเขาทาบลงบนเรียวปากบดจุมพิตร้อนแรงจนตั้งตัวไม่ติด ดูดดึงความหวานล้ำจากริมฝีปากอิ่มที่ให้ความรู้สึกอ่อนหวานละม้ายลูกอมรสโปรด มือหนาสอดใต้ต้นคอขณะอาศัยช่วงจังหวะที่เธอเผยอปากดวยความตกใจสอดปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากนุ่มหวาน
วาสินีตกตะลึงชั่วครู่ก่อนจะถูกคนชำนาญการต้อนให้ติดกับดักเสน่หาด้วยจุมพิตกระชากวิญญาณ หลงลืมต่อต้านขัดขืนไปชั่วครู่ ถูกเขามอมเมาจนสติหล่นกระจาย เมื่อฝ่ามือหนาลูบไล้เคล้าคลึงทรวงนุ่มที่ถูกเขาแหวกชุดคลุมออกแล้วสอดมือเข้าไปสัมผัสความนุ่มหยุ่นภายในที่ไร้ปราการปกป้อง
โอลิเวอร์หรี่ตาขึ้นมองใบหน้างามที่กำลังหลุดความควบคุม แก้มนวลแดงซ่าน เสียงลมหายใจหอบถี่จนเกรงว่าจะขาดอากาศหายใจ ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกจากการประกบปิดเปลี่ยนมาดูดดื่มกับริมฝีปากล่างอิ่มย้อยของเธออย่างหลงไหล ละเลียดชิมกลีบปากทั้งบนและล่างอย่างใจเย็น
ผ่อนปรนให้คนขาดประสบการณ์ได้มีโอกาสพาอ๊อกซิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้น ขณะเคลื่อนมือขยำเคล้าคลึงความนุ่มนิ่มราวกับก้อนแป้งขนมปังที่ผสมจนขึ้นฟู พร้อมให้นวดคลึงเตรียมเข้าเต้าอบ มือข้างหนึ่งปลดสายรัดช่วงเอวของชุดคลุมออก แหวกมันให้เปิดกว้างจนเห็นชุดนอนบางใส เขาผละจูบออกเงยหน้าขึ้นเพื่อจะมองร่างงามให้ชัดเจน
ชุดนอนของเธอมันช่างโปรงบางแสนเซ็กซี่จนแทบกลืนน้ำลายไม่ลงคอ ดวงตาสีฟ้าทอประกายวาววามเมื่อเห็นความงดงามของเรือนกายขาวผ่องกระจ่างตา ทรวงอวบผลิพุ่งชูชันเห็นรูปทรงกลมสวยคล้ายดอกบัวตูม เอวเล็กคอด หน้าท้องแบนเรียบไร้ไขมันส่วนเกิน
สายตาเลื่อนต่ำลงมาจนพบเนินสามเหลี่ยมอวบอูมไร้อาภรณ์ผืนน้อยหุ้มห่อเช่นเดียวกันช่วงบน เขาไม่รู้มาก่อนว่าเธอไม่ชอบนุ่งชั้นในเวลานอน ห้าปีไม่ทำให้รูปร่างของเธอเปลี่ยนไป
การมีเจ้าตัวน้อยก็ไม่ทำให้เธอเสียทรงจนอ้วนแผละแต่อย่างใด โอลิเวอร์กวาดสายตาสำรวจร่างงามอย่างหลงไหล
ใจหนุ่มเต้นแรงรัวด้วยความรู้สึกร้อนผ่าวที่กำลังแล่นไปทั่วร่าง ความเป็นชายปวดร้าวจนไม่อาจต้านความอหังการ์ได้
“ผมทำเป็น ไม่ต้องกลัวอด คุณได้อิ่มทุกอย่างแน่ทั้งอาหาร ทั้ง...ด้วย” เขายิ้มตาพราว รอเวลาไปถึงเกาะแทบไม่ไหวพิธีการเสร็จสิ้นลง เจ้าบ่าวเจ้าสาวถูกพาขึ้นเรือไปยังเกาะดาวล้อมเดือนเรียบร้อย แขกผู้มาร่วมงานก็แยกย้ายกันกลับโอลิเวอร์อุ้มลูกชายและโอบไหล่ภรรยาสาวพาเดินกลับบ้านพักส่วนตัว ยามนี้ครอบครัวของเขากลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง เจ้าตัวน้อยกราบขอโทษวาสินีและสัญญาว่าจะไม่ทำตัวแบบนั้นอีก คุณอโณมากับคุณโรเบิร์ตรับขวัญสะใภ้กลับบ้านด้วยเครื่องเพชรชุดใหญ่และยินยอมให้วาสินีกลับไปดูแลร้านอาหารต่อโดยมีนางแมรี่เป็นผู้ช่วยหลังจากนั้นก็จัดพิธีแต่งงานให้ทั้งสองอีกครั้งพร้อมกับจดทะเบียนสมรส ให้วาสินีก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกของครอบครัวเมดิสันอย่างเต็มตัว“สินี... คุณจะโกรธผมไหม ถ้าผมอยากรู้เรื่องของสิตา”โอลิเวอร์เอ่ยถามอย่างเกรงใจภรรยา เขาไม่ได้อาลัยรักสิตาภาอีกแค่อยากรู้เรื่องของเธอเท่านั้น“สินีก็คิดจะเล่าเรื่องของสิตาให้คุณฟังเหมือนกัน สินีแค่รอคุณถาม”เธอยิ้มให้เขา พลางจูงมือเขาเดินไปยังท้ายเกาะ หลังบ้านผู้เฒ่าการ์ซู“ที่นี่คือดินแดนรักนิรันดร์ยังไงล่ะคะ”หญิงสาวพาโอลิเวอร์มายังสถานที่ ที่เรียกว่าด
“จริงอยู่ที่สิตาเป็นแม่ของลูกผม แต่เธอไม่ใช่เมียผม เราแค่มีความสัมพันธ์กันอย่างไม่ตั้งใจ”โอลิเวอร์ดึงร่างงามเข้ามากอดไว้อีกครั้ง ลูบแผ่นหลังเธอเบาๆ“ผมไม่ได้ต้องการสิตาภา ไม่ได้รักพี่สาวของคุณอีกแล้ว”“คุณโกรธฉัน หาว่าฉันหลอกคุณ”เธอยอมผ่อนกายให้เขากอด แต่ยังเอ่ยปากหาข้อมางัดง้างคำพูดเขาต่อ“ผมขอโทษ ผมแค่รู้สึกโกรธตัวเองที่ตาถั่ว แยกแยะไม่ออกว่าคุณกับสิตาต่างกันแค่ไหน”โอลิเวอร์ถอนหายใจแรง เสียใจกับการกระทำโง่เง่าของตัวเอง“คุณก็เลยมาโกรธฉันด้วย ที่ทำให้คุณกลายเป็นคนโง่เหรอคะ” วาสินีนึกน้อยใจ“ไม่ ไม่ ผมแค่ไม่ยอมรับว่าตัวเองโง่ต่างหาก ถึงได้โยนความผิดให้คุณ เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียหน้า”“โยนโทษให้ฉัน แล้วยังหาเรื่องรังแกฉัน บังคับให้ฉันเป็นนางบำเรอของคุณนี่นะ” เธอโกรธเขาข้อนี้ที่สุด“ผมแค่ไม่อยากเสียคุณไป กับคิดโง่ๆ อยากแกล้งให้คุณเจ็บ ลงโทษที่คุณหลอกผม”คนฟังส่ายหน้าผลักร่างหนาถอยห่าง“ถ้าไม่เกิดเรื่องขึ้น คุณคงแกล้งฉันไปเรื่อยๆ ใช่ไหม”“โถ่ ผมไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นหรอก ผมแค่อยากผูกมัดคุณให้อยู่กับผม จนกว่า...” เขาผ่อนเสียงลง ดวงตาไหววูบหม่นเศร้าเมื่อก้มลงมองหน้าท้องแบนราบของเธอ“จนกว่า
“สินี...” เสียงเรียกคุ้นหูแว่วมาวาสินีหันไปมองรอบกาย ก่อนจะนิ่วหน้าเมื่อไม่เห็นใครสักคน ริมฝีปากกดยิ้มเศร้าเมื่อนึกว่าตัวเองคิดถึงใครบางคนจนหูแว่ว“สินี...” เสียงเรียกดังขึ้นอีกครั้งหญิงสาวหันไปมองรอบกาย ค้นหาต้นเสียงแต่ก็ไม่เห็นใคร“คุณโอลิเวอร์...”เธอเอ่ยชื่อเขาเสียงแผ่ว ใบหน้างามหมองเศร้าแววตาหม่นซึม“ต้องลืมเขาให้ได้สิ เราต้องไม่คิดถึงคนใจร้ายคนนั้น”เธอพึมพำบอกตัวเอง ปัดภาพใบหน้าหล่อเหลารอยยิ้มที่ยังตราตรึงในหัวใจออกจากความคิด เธอยังจำช่วงเวลาดีๆ ที่มีร่วมกับเขาบนเกาะดาวเคียงเดือนได้ฝังใจ เจ็ดวันนั้นเธอช่างมีความสุขเหลือเกิน เขาแสนดีราวกับเทพบุตรจากสวรรค์ปกป้องคุ้มภัยมอบไออุ่นรักอ่อนโยนหญิงสาวลูบข้อมือข้างซ้ายของตัวเองมองดูมันแล้วถอนหายใจยาว โซ่ที่มองไม่เห็นดูเหมือนจะร้อยรัดเธอไว้กับเขาไม่ยอมหลุด เธอมอบใจให้เขาหมดทั้งดวงในตอนนั้นเอง และไม่เคยถอนใจกลับคืนแม้จะถูกเขาทำร้ายจนเจ็บปวดแทบขาดใจเธอเคยได้ยินว่าความรักทำให้คนตาบอด สำหรับเธอมันยิ่งกว่าตาบอดแต่ผสมความโง่งมเข้าไปด้วย รักคนที่เขาไม่รักไม่พอยังยอมให้เขาพร่าผลาญทั้งร่างกายและจิตใจไม่รู้เข็ดหลาบ กายหนีห่างแต่ใจกลับสยบยอมอยู่
“ตาสบายดี หนูล่ะเพิ่งหายป่วยอาการเป็นยังไงบ้าง”“สินีหายแล้วค่ะ ตอนนี้กลับมาช่วยงานโจนาธานได้เหมือนเดิมแล้ว”วาสินียิ้มอ่อนๆ แต่แววตายังฉาบรอยหมองเศร้าจนผู้สูงวัยสังเกตเห็น“หนูสินี ชีวิตคนเรามันสั้นนักนะ อย่าให้ความทุกข์มาทำให้เราสูญเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์เลย”วาสินีหลบตารับรู้ความห่วงใยผ่านกระแสเสียงของผู้เฒ่า ท่านรักและเอ็นดูเธอเหมือนหลานสาวคนหนึ่ง ย่อมห่วงใยจนสังเกตเห็นว่าเธอสุขหรือทุกข์“สินีไม่รู้จะทำยังไงดีค่ะคุณตา สินีสูญเสียทุกอย่างไปหมดแล้ว ทั้งน้องเอื้อ... ทั้งลูกในท้อง และ...” คนที่เธอรักหญิงสาวน้ำตาคลอหัวใจสะเทือนไหว น้ำตาไหลออกมาง่ายดายนักเพียงแค่นึกถึงคนที่เธอหันหลังให้“หนูเสียเขาไป หรือว่าหนูทิ้งพวกเขามา”ผู้เฒ่าการ์ซู ถามออกไป ก่อนจะยิ้มปลอบโยน“ตาเคยสอนให้หนูใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ไม่ใช่หรือ หนูถามพวกเขาหรือยังว่าพวกเขาไม่ต้องการหนูจริงหรือ การคิดเอาเองมันไม่ช่วยให้เราพ้นทุกข์หรอกนะ หนูต้องกล้าเผชิญความจริง”มือเหี่ยวย่นยื่นมาลูบศีรษะเบาๆ“มองดูต้นผูกรักนั่นสิ ปีหนึ่งมันจะออกดอกแค่ครั้งเดียวก็จริง แต่ดอกของมันจะหอมไปนานแสนนานจนกว่าต้นของมันจะตายไป เปรียบเหมือนควา
โจนาธานไม่โกรธมิเชลที่ขับรถชนวาสินี เพราะรู้ว่าหญิงสาวไม่ได้ตั้งใจ เขาเล่าเรื่องวาสินีให้มิเชลฟังหลังจากที่ปรับความเข้าใจกับเธอแล้ว มิเชลรู้สึกผิดที่เคยคิดไม่ดีกับวาสินีจึงอยากไปขอโทษ แต่กลับไปขับรถชนอีกฝ่ายแทน มิเชลถูกยึดใบหนุญาตขับขี่และถูกดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยประมาทกว่าจะจัดการเรื่องนี้ได้ก็ยุ่งยากพอดู โชคดีที่วาสินีไม่เอาเรื่องและบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเธอวิ่งไปตัดหน้ารถของมิเชลเอง คดีจึงไม่ร้ายแรงอย่างที่กลัว หลังจากนั้นมิเชลก็ไปขอโทษวาสินีที่โรงพยาบาล สองสาวปรับความเข้าใจกัน วาสินีขอร้องให้มิเชลกับโจนาธานช่วยพาเธอหนีจากโอลิเวอร์ หญิงสาวขอเวลาทำใจเรื่องลูกสักพัก ก่อนจะตัดสินใจว่าจะทำยังไงกับชีวิตต่อไป“ฉันว่าเราเลิกยุ่งกับสองคนนั้นดีไหม ปล่อยให้เขาสองคนได้พบกัน และตัดสินใจอนาคตของเขาเอง พี่โอลิเวอร์กับสินีเจ็บปวดมามากแล้วนะ” มิเชลเปรยขึ้น มองหน้าคนรักหวังให้เขาใจอ่อนโจนาธานนิ่วหน้า “คุณพูดเหมือนกำลังจะทำอะไรสักอย่าง หรือว่าทำไปแล้วไม่บอกผม”เขารู้นิสัยของคนรักดีว่ามิเชลมักทำอะไรก่อนบอกเสมอ ครั้งนี้คงทำอะไรสักอย่างไปแล้ว“รู้ทันอีกแล้วนะพี่ร็อต”มิเชลยิ้มหวาน ขยับมาเบียดร่างหนาขอ
ครอบครัวเมดิสันพากันมาเยี่ยมวาสินี คุณอโณมาเมื่อได้รู้ความจริงเรื่องว่าสินีก็รู้สึกเสียใจ ที่ตั้งแง่รังเกียจลูกสะใภ้อีกทั้งยัง กลั่นแกล้งด้วยการแย่งหลานชายมาดูแลเอง ไม่เคยพูดจาดีๆ กับอีกฝ่ายแม้สักคำ รวมถึงสั่งสอนหลานชายให้เกลียดแม่ตัวเอง ทำให้วาสินีต้องคิดมากจนกดดัน“หนูสินี ยกโทษให้แม่ด้วยนะ ที่แม่เคยทำไม่ดีกับหนูไว้” คุณอโณมาเอ่ยขอโทษลูกสะใภ้“สินีไม่เคยโกรธคุณ... คุณป้าหรอกค่ะ”วาสินียิ้มบางๆ ไม่ถือโทษเอาความคนสูงวัยกว่า เธอหุบยิ้มเมื่อหันไปสบตาโอลิเวอร์ เมินหน้าหนีเขาเหมือนที่ทำทุกวัน ทำเอาคนถูกเมินทำหน้าจ๋อย“ไอรีนก็ขอโทษด้วยนะ ไอรีนเสียใจที่บังคับให้สินีตีน้องเอื้อ”ไอรีนขยับเข้ามาหาคนเจ็บ เอ่ยขอโทษเสียงอ่อน“วันนั้นคนที่เป็นต้นเหตุ ไม่ใช่น้องเอื้อแต่เป็นจาคอฟ ลูกชายไอรีนเขาไปเรียกสินีว่ายายเลสเบี้ยน น้องเอื้อโมโหเลยต่อยจาคอฟ แกไม่ได้ตั้งใจผลักจัสมินด้วย ไอรีนลงโทษจาคอฟไปแล้วนะ จับฟาดจนขาเขียวไปแล้วล่ะ”“โถ่ อย่าไปตีแกอีกนะคะ เด็กเขาจะคิดว่าแม่ไม่รัก เหมือน...”วาสินีหยุดพูดหน้าตาหมองลงเมื่อคิดถึงลูกชาย น้องเอื้อไม่โผล่หน้ามาเยี่ยมแม่ของแกเลย แกคงเกลียดแม่คนนี้แล้วถึงไม่ยอมมาหา
“พ่อ... พ่อคือพ่อโอลิเวอร์ของลูกยังไงล่ะครับ”โอลิเวอร์ผลักประตูก้าวเข้าไปหาลูกชาย เขาส่งยิ้มอบอุ่นให้เด็กน้อยที่ทำหน้าเหวอ ย่อตัวอ้าแขนออกสบตาสีเดียวกันแล้วพยักหน้าให้ น้องเอื้อนิ่งมองอยู่ครู่หนึ่งริมฝีปากสีสดเบะออกก่อนจะโผเข้าหาอ้อมกอดที่แกรอคอยมาทั้งชีวิต พร้อมกับปล่อยโฮลั่น“คุณพ่อ ฮือ... คุณพ่
หญิงสาวเดินออกจากรถไปเปิดประตูห้องพัก เธอยังคงเหม่อลอยจ่อมจมในความคิดของตัวเองจนไม่สังเกตเห็นว่าเขาตามเธอไปด้านหลัง โอลิเวอร์ตะครุบร่างงามกอดรัดไว้แน่น ขณะลากดึงเธอเข้าไปด้านใน“คุณ คุณฟื้นแล้วเหรอ ปล่อยนะจะทำอะไรฉัน” สิตาภาสะบัดแขนเร่าๆ พยายามดิ้นหนีให้หลุดจากการจับกุมของโอลิเวอร์ เธอมัวแต่คร่ำคร
2“มานอนเตียงฉันได้ยังไง ผมก็เปียกหมอนฉันแฉะหมดแล้ว” เธอเดินมายืนข้างเตียงหอบหายใจแรงด้วยความเหนื่อย ผสมกับความตื่นตกใจโจนาธานปรายตามองใบหน้าแดงๆ ของคนเหนื่อยจัดอย่างขบขัน แม่คุณช่างกลัวเสียภาพพจน์เสียจริง กลัวว่าผู้ใหญ่ฝ่ายชายจะไม่ชอบใจหากเห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่นในห้องสองต่อสอง ถึงกับลากเขามาหล
“สินีจ๋า... ผมอยากกอดคุณนานกว่านี้นะ แต่...”โอลิเวอร์คลายอ้อมแขนออก ทำหน้านิ่วเมื่อบางอย่างกำลังปั่นป่วนในท้องเขา ดับความวาบหวามใจจนสิ้น“แต่อะไรคะ”วาสินีเอียงคอมองคนพูดอย่างไม่เข้าใจ เขาทำหน้าราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่แท้ๆ“แต่ตอนนี้ ผมอยากเข้าห้องน้ำจังเลยครับ”ใบหน้าหล่อเหลาเริ่







