登入“ที่แม่พูดไปฟังเข้าใจไหม” เยว่อวิ๋นถามซ้ำเมื่อเห็นสีหน้าเหลอหลาของบุตรสาว“ขะ... เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” เสียงเล็กตอบรับ“เยว่ซื่อ นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร มิน่าบุตรสาวเจ้าถึงติดนิสัยชอบโกหก นั่นเป็นเพราะเจ้าเอาแต่ให้ท้ายนางอย่างไรเล่า” จั๋วเหมียวกล่าวพลางตบโต๊ะข้างมือเสียงดังปัง“เจ้าลองพูดอีกคำสิ” เยว
“เมื่อมีการฟ้องร้อง ขุนนางท่านนั้นจึงเปิดศาลไต่สวนทั้งคู่ เถ้าแก่กล่าวหาว่าหญิงชราขโมยของของตน ครั้นหญิงชราก็ปฏิเสธว่านางมิได้กระทำ ต่างฝ่ายต่างใช้คำพูดของตนมาหักล้างเป็นหลักฐานยืนยันการกระทำของตัวเอง แล้วอาจารย์ทั้งสองเล่าคิดเห็นอย่างไร”คิดเห็นอย่างไร?คำถามถูกเอ่ย ซูจี๋กับจั๋วเหมียวต่างมีสีหน้าเค
“ในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีวีรสตรีมากมายที่ฝากนามจารึกสู่ชนรุ่นหลัง ยกตัวอย่างที่ทุกคนรู้จัก ก็ไทเฮาเต๋อหนิงที่ขึ้นว่าราชการหลังม่านช่วยเหลือฮ่องเต้ไท่ผิงหลังสิ้นฮ่องเต้หย่งชางนั่นอย่างไรเล่า”ปกติบรรดาบรรดาบัณฑิตไม่ว่าสมัยไหนก็มักกีดกันสตรี ทว่ากับไทเฮาเต๋อหนิงผู้นี้กลับแตกต่างออกไ
“เสี่ยวอวี้อย่าร้องนะลูก แม่อยู่ที่นี่แล้วลูกไม่ต้องกลัว”น้ำเสียงปลอบประโลมรวมถึงฝ่ามือที่ตบลงมาบนหลังอย่างอ่อนโยนกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย เจ้าซาลาเปาน้อยที่ถูกห้อมล้อมด้วยความไม่เป็นธรรมและการกดดันมานาน พลันร้องร่ำไห้ออกมาโฮใหญ่ทันที ชั่วขณะนั้นห้องเรียนมีเพียงเสียงร้องไห้ที่ราวกับจะขาดใจดังก้องไปทั
ซูจี๋ขมวดคิ้วเป็นร่องลึกกว่าเดิม ประโยคเมื่อครู่ของจั๋วเหมียวฟังผิวเผินคล้ายว่าเป็นเพียงคำพูดทั่วไปไม่มีอะไร ทว่าแท้จริงแล้วพุ่งเป้ามาที่เขากับเซี่ยจื่ออวี้อย่างเห็นได้ชัดแค่ประโยคเดียวที่อีกฝ่ายกล่าวมา ก็สรุปรวบรัดไปได้แล้วสองความหมายกลายๆ นั่นคือ หนึ่งเซี่ยจื่ออวี้เป็นฝ่ายพูดโกหก สองเพราะเขาเห็นแ
เสี่ยวอวี้ตัวน้อยถูกการกระทำของอาจารย์ทำให้หมดความมั่นใจ คิดถึงว่าขนาดอาจารย์ที่เป็นคนอื่นยังเชื่อคำพูดของเยว่เสี่ยวซู เจ้าตัวเล็กก็ไม่กล้าบอกกล่าวเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนให้เยว่อวิ๋นฟังเยว่เสี่ยวซูบอกว่าเขาคือหลานชายแท้ๆ ของท่านแม่ ส่วนนางนั้นเป็นเพียงลูกเลี้ยงที่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด หากพู
การแสดงออกของเยว่อวิ๋นหนักแน่นชวนให้มั่นใจอย่างยิ่งต้าเป่าเห็นดังนั้นก็รู้สึกมีความเชื่อมั่นขึ้นมา ใบหน้าเล็กที่เคร่งขรึมราวกับผู้ใหญ่พลันผ่อนคลายลงหลายส่วน จากนั้นสามแม่ลูกก็กินอาหารไปพลางพูดคุยสนทนากันไปพลาง ก่อนที่เยว่อวิ๋นจะไปจัดการต้มน้ำร้อนให้ทั้งคู่อาบ“ท่านแม่ไม่อาบกับเสี่ยวอวี้หรือเจ้าคะ”
แน่นอนว่าความคิดและคำตัดพ้อของแม่เฒ่าเซี่ยส่งไปไม่ถึงเซี่ยฉงอวิ๋นกับเยว่อวิ๋นเลยสักนิดเมื่อรุ่งสางมาเยือน แสงทองเริ่มจับขอบฟ้า เสียงไก่ตัวผู้โก่งคอขันดังเจื้อยแจ้วไปทั่วหมู่บ้าน เยว่อวิ๋นที่หลับเต็มอิ่มมาทั้งคืนก็ตื่นขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี นางมองร่างผ่ายผอมที่มีลมหายใจสม่ำเสมอด้านข้าง พลางก้าวลงจากเตี
“ในเมื่อรู้ตัวว่าเสียมารยาท แล้วเจ้าจะยังยืนอยู่ต่อทำไมอีก ไม่รีบไสหัวไปให้พ้นหน้าคุณชายข้าเล่า”รอยยิ้มบนใบหน้าเซี่ยหว่านหรูยังไม่ทันจางหาย เสียงเข้มๆ ของลู่จิ่วก็ดังขึ้น“มาเยือนเรือนผู้อื่น ไม่ทันกล่าววาจาเรียกเจ้าของบ้าน ก็แล่นเข้ามาในห้องของคนอื่น นี่ไม่ถือว่าเสียมารยาทหรอก แต่เจ้าก็แค่ไม่มีมาร
เยว่อวิ๋นชะงักไปเล็กน้อย ฟังจากคำพูดพอเดาได้ว่าคงเป็นเจ้านายของหงจือหลิน ทว่าเสียงของผู้มาใหม่นั้นฟังดูอ่อนเยาว์จนคาดไม่ถึง นางจึงอดหันมองไปยังต้นเสียงมิได้ครั้นหันไปมองสายตาก็เห็นเห็นบุรุษหนุ่มวัยประมาณยี่สิบปีผู้หนึ่ง คนผู้นั้นก้าวเข้ามายืนนิ่งอยู่หน้าประตู ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบเฉย ทว่าความเย็







